ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 82,637 Views

  • 314 Comments

  • 903 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,456

    Overall
    82,637

ตอนที่ 13 : แผนการหย่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    13 ก.พ. 62

     ปัง!

     เสียงตบโต๊ะฉาดใหญ่ดังเล็ดรอดออกไปถึงนอกห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณต์ ทำให้ดาวเด่นชะงักฝีเท้าแทบจะทันที แล้วมองห้องที่มีป้ายเขียนชื่อและตำแหน่งของผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่มาของต้นเสียงนั้นด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

      "คุณทำงานยังไง รู้ไหม ว่าผมเสียหายเท่าไหร่ ที่ไม่มีโปรเจกต์ไปเสนอลูกค้า"

      เสียงที่เล็ดรอดออกมาจนได้ยินชัดเจนทุกถ้อยประโยค ทำให้ดาวเด่นรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ที่เวลานี้หัวหน้าของเธอกำลังโดนผู้จัดการเล่นงานเรื่องเอกสารที่หายไป เพราะเธอเป็นต้นเหตุที่เก็บเอกสารนั้นไว้ไม่ดี ซ้ำยังไม่มีไฟล์งานสำรองไว้อีก มันเป็นความบกพร่องของตัวเธอเอง ดาวเด่นทนไม่ได้ที่จะให้ใครมารับความผิดพลาดนั้นแทน หัวหน้าปกป้องเธอขนาดนี้ แล้วเธอจะนิ่งเฉยได้อย่างไร หญิงสาวเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปในทันที

     "มีอะไร คุณดาวเด่น" ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์หันมาถามเสียงห้วน ส่วนอาชวินซึ่งเป็นเจ้านายของดาวเด่นอีกที หันมาส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้เธอออกไปก่อน เรื่องนี้เขาจะเป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ดาวเด่นหาฟังไม่ เธอเอ่ยออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นคนทำ 

     "ขอโทษนะคะ ดิฉันมีเรื่องจะสารภาพ" เธอเว้นช่วง มองอาชวินที่ส่งสายตาห้ามปราม ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยต่อ "ดิฉันเป็นคนทำเอกสารนั้นหายไปเองค่ะ ไม่เกี่ยวกับหัวหน้าเลยค่ะ"

      "คุณดาว" อาชวินเอ่ยชื่อลูกน้องด้วยความเป็นห่วงไม่อยากให้เธอทำแบบนี้ แต่คนเป็นลูกน้องซึ่งในความรู้สึกของอาชวินมันมากเกินกว่าคำๆ นั้น ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเขาเลยแม้แต่น้อย 

       "ให้ดาวได้รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำเถอะนะคะ" ดาวเด่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ก่อนผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนเป้าหมาย มองดาวเด่นด้วยสายตามีโทสะแล้วยกมือขึ้นชี้หน้า

       "คุณเองเหรอ ที่เป็นคนทำผิดพลาด ถ้าอย่างนั้นผมก็คงให้คุณทำงานต่อไปไม่ได้ บริษัทเราไม่รับพนักงานทำงานชุ่ยๆ แบบนี้"

      "ถ้าอย่างนั้น ดิฉันก็ขอลาออกค่ะ" ดาวเด่นเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำว่าไล่ออก หญิงสาวยกมือไหว้ผู้จัดการวัยเลขสี่เจ้าอารมณ์ ก่อนหันมาส่งสายตาขอบคุณและสื่อว่าเธอโอเคกับอาชวิน ที่มองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง และแล้วดาวเด่นก็ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นคนตกงานโดยสมบูรณ์


      ติณณภพมีโอกาสได้พบดาวเด่นอีกครั้งเมื่อเธอโทรมาหาเขา และขอพบเขาเป็นการส่วนตัว ดาวเด่นเล่าเรื่องที่เธอตกงานให้เขาฟัง ทำให้ติณณภพรู้สึกสงสาร จึงรับดาวเด่นเข้ามาทำงานที่บริษัทในตำแหน่งเลขาส่วนตัว จะว่าเป็นพรหมลิขิตหรือสบจังหวะก็ได้ เมื่อเลขาคนเดิมของเขาเกิดลาออกอย่างกะทันหัน ตำแหน่งนี้จึงว่างแบบพอดิบพอดี

      ดาวเด่นใช้เอกสารปลอมโดยการเปลี่ยนนามสกุลที่แท้จริงเพื่อยื่นสมัครงาน เพราะไม่อยากให้ติณณภพรู้ว่าเธอเป็นใครและเกี่ยวข้องอะไรกับน่านฟ้า 

     และแล้ววันหนึ่งน่านฟ้าก็ได้เข้ามาที่บริษัทของสามีเธอเป็นครั้งแรก ทั้งที่เวลาก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วตั้งแต่เธอแต่งงานกับเขา เพราะว่าเธอไม่อยากเข้ามายุ่งหรือเสนอหน้าให้ใครเห็นมากนักว่าเธอเป็นใคร วันนั้นเองที่น่านฟ้าได้พบกับพี่สาว

     ขณะที่ก้าวออกมาจากลิฟต์เดินตรงมายังห้องผู้บริหาร ซึ่งเป็นห้องของติณณภพ น่านฟ้าก็ต้องหยุดกึกเมื่อมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้ว่าเป็นใคร

     "พี่ดาว" น่านฟ้าเรียกชื่อดาวเด่นด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนเร่งฝีเท้าเข้าไปหาพี่สาวด้วยความดีใจ แต่เมื่อเห็นว่าคนถูกเรียกดูเหมือนจะไม่ได้ยิน น่านฟ้าจึงเอ่ยเรียกพี่สาวอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น ก่อนคนถูกเรียกจะหันขวับมามอง

      "ยัยฟ้า" ดาวเด่นผุดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เอ่ยชื่อน่านฟ้าอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอน้องสาวที่นี่ ก่อนคนเป็นพี่จะรีบเดินไปหาแล้วฉุดมือบางให้เดินตาม หาที่ปลอดคนเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว
   
      "พี่ทำงานที่นี่เหรอ" ทันทีที่ได้โอกาสน่านฟ้าก็ยิงคำถามทันที

      "ใช่จ้ะ พี่เพิ่งมาทำได้แค่ไม่กี่วันนี้เอง" ดาวเด่นตอบ พลางเอื้อมมือไปกุมมือน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง "แล้วเราล่ะเป็นยังไงบ้าง ชีวิตคู่ เอ่อ ราบรื่นดีไหม" ดาวเด่นมีท่าทีอึกอักเมื่อเอ่ยถึงชีวิตแต่งงานของน้องสาว ในใจรู้สึกมีอะไรบางอย่างที่ต้องปกปิดซ่อนเร้น

      "เฮ้อ" น่านฟ้าถอนหายใจ "กัดกันทุกวัน เป็นชีวิตการแต่งงานที่เรียลดี"

      "แสดงว่าคุณติณณภพต้องดุกับฟ้ามากเลยใช่มั้ย ถึงทะเลาะกันบ่อย" ดาวเด่นถามด้วยความอยากรู้ ก่อนน่านฟ้าจะทำหน้าบึ้งแล้วตอบ

      "บ่อยสิ ฉันนะ ไม่มีความสุขเลย ที่ต้องคอยระแวงอยู่ตลอดเวลา"

       "ทำไมล่ะ" ดาวเด่นถามด้วยความสงสัย

       "ก็เขาให้เวลาฉันสามเดือน ในการเอ่อ เอ่อ" น่านฟ้าอึกอัก รู้สึกเคอะเขินที่จะพูด เธอยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ดาวเด่นก็ฉลาดพอจะเดาสิ่งที่ผู้เป็นน้องจะบอก เธอจึงเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นไปด้วยความหวัง

      "หมายความว่าคุณติณณภพยังไม่ได้ทำอะไรฟ้าเหรอ" ดาวเด่นถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแทบจะกลบความยินดีไว้ไม่มิด น่านฟ้าอ้ำอึ้งก่อนตอบพร้อมพยักหน้าเบาๆ

     "ก็ยังอะ"

     "จริงๆ เหรอฟ้า" ดาวเด่นถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ชัด น่านฟ้าจึงพยักหน้ายืนยันอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมา

      "ฉันไม่อยากให้ถึงสามเดือนเลยพี่ดาว ฉันไม่ได้รักเขา เขาก็ไม่ได้รักฉัน ฉันคงทนไม่ได้แน่ๆ ถ้าเกิดต้องมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รัก" น่านฟ้าเอ่ยออกมาตามที่ตัวเองรู้สึกในขณะนั้น ก่อนมองพี่สาวด้วยสายตาอ้อนๆ "พี่ต้องช่วยฉันหาวิธีหย่ากับคุณติณณภพด้วยนะ ก่อนที่ฉันจะเสียทีให้เขาเสียก่อน"

     คำพูดนั้นทำให้ดาวเด่นรู้สึกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงตัดสินใจเอ่ยกับคนเป็นน้องให้แน่ชัดอีกครั้ง "ฟ้าไม่ได้รักคุณติณณภพแน่ใช่ไหม"

      "ไม่ได้รักแม้แต่นิดเดียว" ตอบอย่างมั่นใจทันที พร้อมแสดงอาการทางสีหน้า 

      "แล้วคุณติณณภพล่ะ รักฟ้าหรือเปล่า"

      "หึ" น่านฟ้าหัวเราะในลำคอ เหมือนรู้สึกตลกนิดๆ "รายนั้นน่ะเหรอ ประกาศอย่างแน่ชัดเลยล่ะ"

       "ว่าอะไร" ดาวเด่นรีบเอ่ยแทรกด้วยความอยากรู้ ก่อนน่านฟ้าจะเบะปากคล้ายหมั่นไส้คนที่กำลังเอ่ยถึง

      "ก็ เขาบอกว่าไม่ได้รักฉัน แถมบางที ดูจะเหม็นขี้หน้าด้วยซ้ำ"

      คำพูดของน่านฟ้าทำให้ดาวเด่นเกิดความโล่งใจอย่างประหลาด แต่ก็ยังมีความกังวลใจอยู่ เพราะยังไงผู้ชายผู้หญิงอยู่ด้วยกันขนาดนั้น ย่อมต้องมีความรู้สึกอย่างหญิงชายเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ยิ่งฝ่ายชายซึ่งยังหนุ่มยังแน่น อายุอานามก็แค่ยี่สิบปลายๆ มีหรือจะไม่รู้สึก ถึงจะบอกว่าไม่รักก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้ ผู้ชายไม่เหมือนผู้หญิงที่พร้อมจะยินยอมให้กับคนที่รักเท่านั้น ดาวเด่นกลืนน้ำลายลงคออย่างรู้สึกฝืดฝืน ก่อนยื่นมือออกไปกุมมือน้องสาวเป็นเชิงให้กำลังใจ

     "ไม่เป็นไรนะฟ้า พี่จะหาทางช่วยฟ้าเอง"

      จบคำนั้นน่านฟ้าดีใจยิ้มกว้างเปลี่ยนมากุมมือพี่สาวเอาไว้เสียเองแล้วเขย่า "จริงเหรอ พี่จะช่วยฉันจริงๆ นะ"

      "จริงสิ พี่มีวิธีของพี่ แต่น่านต้องอย่าเพิ่งบอกคุณติณณภพนะ ว่าเราเป็นพี่น้องกัน เอาไว้ถึงเวลา แล้วพี่จะบอกเอง"

      "แต่ถ้าฉันมาที่นี่ แล้วคุณติณณภพเห็นเราคุยกัน เขาจะไม่สงสัยเหรอ ว่าทำไมไม่บอกเรื่องนี้กับเขาตั้งแต่แรก "น่านฟ้าถามหน้ายุ่ง เพราะถ้าไม่บอกแล้วมาเฉลยทีหลังมันก็คงไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ 

      "ฟ้าก็แกล้งทำเป็นไม่เคยเจอพี่สิ แล้วก็พยายามไม่ต้องมาที่นี่"

      "เออ ใช่ จริงๆ ด้วย" น่านฟ้าเอ่ย กลอกตาเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างก่อนปล่อยมือที่เกาะกุมพี่สาวเอาไว้แล้วก้าวถอยหลังอย่างนึกเสียดาย "งั้น วันนี้ฉันกลับก่อนนะ เดี๋ยวคุณติณณภพจะมาเห็นเข้า ว่าฉันมาที่นี่"

      "จ้ะ" ดาวเด่นพยักหน้า "แล้วโทรมานะ พี่คิดถึง"

      "ได้" น่านฟ้าตอบเสียงใสก่อนทำหน้าละห้อย ที่มีโอกาสเจอพี่สาวทั้งที แต่เวลาอยู่ด้วยกันกลับน้อยเหลือเกิน คนเป็นน้องโบกมือก่อนหันหลังเดินจากไป ในขณะที่ดาวเด่นมองน้องสาวแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเป็นห่วงและสงสาร เธอเองที่ทิ้งปัญหาไว้ให้น้องต้องเผชิญเพียงคนเดียว หากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นที่จะต้องแต่งงานด้วยคือติณณภพ เธอคงไม่เลือกที่จะหนีไปตั้งแต่ทีแรก แต่ถึงยังไง เธอก็จะช่วยน่านฟ้าไม่ให้ถูกติณณภพหักหาญน้ำใจให้ได้ เพราะหากน้องเธอไม่ได้รักเขา มันคงรู้สึกเป็นทุกข์ไม่น้อย หากต้องมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รัก ครานั้นแผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในความคิดทันที น้องสาวเธอจะต้องได้หย่าขาดจากเขาภายในสามเดือนนี้อย่างแน่นอน หากทำตามแผนที่คาดคิดเอาไว้ 

      "กาแฟค่ะ" ดาวเด่นวางถ้วยกาแฟที่เพิ่งชงเองกับมือเมื่อครู่ไว้ตรงหน้าคนที่จะเป็นเจ้านายของเธอได้ไม่กี่วัน ก่อนเธอจะยืนนิ่งอย่างสำรวมเผลยรอยยิ้มหวานส่งให้เมื่อเขาเงยหน้าจากแฟ้มขึ้นมอง

     "ขอบคุณครับ" ติณณภพเอ่ยขอบคุณก่อนก้มหน้าสายตาจดจ้องกับเอกสารในแฟ้ม แต่ต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อดาวเด่นเอ่ยขึ้น

      "เอ่อ คุณติณณภพคะ"

      "มีอะไรครับ" เขาถามด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วรอฟังด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

      ติณณภพจะเป็นแบบนี้ เวลาเขาจดจ้องอยู่กับงาน เขาจะไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวเข้ามายุ่งเกี่ยว แม้ในใจจะรู้สึกสนใจดาวเด่นไม่น้อย แต่หากในเวลางาน เขาก็มักจะทำหน้าเรียบนิ่ง เงียบขรึมอยู่แบบนี้เสมอ แต่แปลกตรงที่ว่า เวลาอยู่ในห้องกับน่านฟ้า แม้เขาจะทำงานอยู่และงานนั้นจะทำให้เคร่งเครียดมากแค่ไหน แต่เขากลับสามารถที่จะหักเหความสนใจจากงานตรงหน้ามาทะเลาะกับเธอได้เสมอ ทั้งที่จะปล่อยผ่านหรือทำเป็นไม่สนใจอย่างที่เขาคิดไว้ตั้งแต่ทีแรกก็ได้ แต่เขากลับทำไม่ได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร หรือยัยนั่นอาจจะทำตัวน่าโมโหเกินกว่าเขาจะทนได้ก็อาจจะใช่ ติณณภพคิด ในขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าสวยหวานของดาวเด่น ก่อนเธอจะพูดขึ้น

      "เย็นนี้ คุณว่างไหมคะ คือฉันอยากจะเลี้ยงข้าวเย็นขอบคุณคุณ ที่รับฉันเข้าทำงานน่ะค่ะ" น่านฟ้ายิ้มน้อยๆ ด้วยดวงตาใสซื่อ สีหน้าเต็มไปด้วยความเอียงอาย

     ติณณภพยังไม่ตอบ เขาทำท่าครุ่นคิดว่าตอนเย็นมีนัดสำคัญอะไรหรือเปล่า ก่อนนึกได้ว่าไม่มี จึงพยักหน้า "ได้สิครับ แต่ให้ผมเป็นคนเลี้ยงคุณดาวดีกว่า คุณดาวแค่แนะนำร้านที่คิดว่าเด็ดที่สุดก็พอ"

     "ก็ได้ค่ะ" ดาวเด่นรีบรับคำโดยไม่ทำตัวเรื่องมาก ก่อนขอตัวออกไปทำงาน

      ติณณภพยิ้มมองตามหญิงสาวอดที่จะแปลกใจเรื่องหน้าตาที่คล้ายคลึงกับน่านฟ้าไม่ได้ ก่อนก้มหน้าจัดการกับเอกสารในแฟ้ม บางทีก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก ที่คนสองคนจะหน้าตาคล้ายกันได้ถึงขนาดนี้

      ถ้าเลือกได้ เขาก็คงเลือกที่จะให้เป็นดาวเด่น ชายหนุ่มคิด แต่ก็คงต้องใช้เวลา เพราะหากคิดหย่าขาดกับน่านฟ้าตอนนี้ คงไม่ใช่เรื่องสมควรนัก สังคมปัจจุบันก็รู้กันอยู่ ว่าเรื่องซุบซิบนินทาเรื่องฮ็อตฮิตของชาวบ้านเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาไม่อยากให้แม่ต้องลำบากใจหรือต้องเป็นทุกข์ที่เกิดจากการกระทำของเขา เพราะแม่คือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

     "ฮัดเช่ย!"

      น่านฟ้าทำจมูกฟุดฟิด พลางใช้มือขยี้จมูกไปมาด้วยความรู้สึกขัดเคือง

     "สงสัยจะเป็นหวัด" หญิงสาวเอ่ย ก่อนชะเง้อหน้าผ่านหน้าต่างมองลงไปด้านล่างหาใครบางคนที่เวลานี้ควรจะกลับมาตั้งนานแล้ว แต่วันนี้กลับยังไม่เห็นแม้แต่เงา น่านฟ้ายกมือปิดปากตัวเองแล้วหาวหวอดใหญ่ ก่อนหันหลังกลับมาที่โซฟาเอนตัวพิงพนักแล้วเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

    ไม่นานเสียงประตูห้องนอนก็เปิดออก ปรากฏร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ สายตาคู่คมมองไปยังเตียงกว้างที่ว่างเปล่าไร้ร่างของคนคุ้นเคยนอนอยู่บนนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น

      "ดึกแล้วยังออกไปไหนอีกนะ ยัยตัวดี" ติณณภพเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนกวาดมองไปรอบๆ ห้อง เผื่อว่าคนที่เขากำลังคิดว่าควรอยู่ในห้องจะอยู่มุมไหนสักแห่ง และแล้วสายตาคู่กังวลนั้นก็ปะทะเข้ากับร่างคุ้นตา นอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาด้วยท่าที่ไม่สมเป็นหญิงในชุดนอนแขนยาวขายาวที่ชอบสวมอยู่เป็นประจำ
 
      ติณณภพกอดอกยิ้มนิดๆ ที่มุมปากก่อนส่ายหน้า แววตาแฝงความเอ็นดูยามคนกำลังหลับโดยไม่รู้ตัว เขาก้าวเข้าหาอย่างเงียบเชียบ ก่อนปลายจมูกโด่งคมสันจะกดลงไปบนแก้มใสนั้นอย่างแผ่วเบา 

      "รอฉันจนหลับเลยงั้นสิ ยัยตัวดื้อ" ติณณภพเอ่ย ก่อนปล่อยให้คนตรงหน้านอนอยู่แบบนั้นเสียก่อน คิดว่าอาบน้ำเรียบร้อยแล้วค่อยมาจัดการทีหลัง

      เมื่ออาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตรงมาที่โซฟาในทันที ก่อนช้อนร่างเล็กนั้นขึ้นมาแนบไว้กับอกกว้าง แล้วเดินไปยังเตียงนอน วางเธอลงช้าๆ 

      ถึงแม้การกระทำของเขาจะทั้งเงียบและแผ่วเบา แต่คนตื่นง่ายและขี้ระแวงอยู่แล้วก็เบิกตาขึ้นทันที ที่รู้สึกถึงสัมผัสอย่างถือวิสาสะของใครบางคน

     "เฮ้ย!"น่านฟ้าร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าเขาอยู่ในระยะกระชั้นชิด ซ้ำยังเหมือนกำลังโอบกอดเธอไว้

     เอ่ยได้แค่นั้น กำปั้นเล็กก็ชกลงไปบนใบหน้าหล่อเหลานั้นแบบไม่หยุดคิด ติณณภพถึงกับผงะด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนความรู้สึกทั้งเจ็บและชาจะกระจายไปทั่วทั้งขอบตา

      "นี่เธอทำบ้าอะไร" ติณณภพขบฟันแน่น ยกมือสัมผัสบริเวณหางคิ้วด้วยความเจ็บปวด มองคนตรงหน้าอย่างนึกโมโห

      "แล้วคุณล่ะ จะทำอะไร" น่านฟ้าที่ก้าวลงจากเตียงนอนได้ ก็ชี้หน้าเขาแล้วสวนกลับทันควัน

      
      ติดตามตอนต่อไปค่า 

      
 ฝากเพจนิยายรัก อมยิ้มรสขมด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยค่า ที่เข้ามาอ่าน
   
     



     
     

      

     

      

      



     

      



     

   



      

     



     
     

      

     

      

      



     

      



     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #8 0983075326 (@0983075326) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:41

    น่าร้ากกกกก
    #8
    7
    • #8-1 (@25271953) (จากตอนที่ 13)
      27 มกราคม 2562 / 21:46
      ขอบคุณที่ชมว่าไรท์น่ารักค่า อ้าว ไม่ใช่ละ555555
      #8-1
    • #8-4 0983075326 (@0983075326) (จากตอนที่ 13)
      27 มกราคม 2562 / 21:52
      เราตามเรื่องนี้มาจากธัญวลัย
      และก็ไปติดตามเพจ พึ่งรู้ว่าลงในเด็กดีด้วย ในนี้อัพไวกว่า
      #8-4
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น