ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 83,196 Views

  • 314 Comments

  • 907 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,015

    Overall
    83,196

ตอนที่ 12 : แค่จูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    23 มิ.ย. 62

      คราวนี้เรียกความสนใจจากคนฟังได้อย่างดีเยี่ยม ติณณภพหันมามองคนขอหย่าหน้าตึง ก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วเดินมานั่งลงบนโซฟาอีกตัวข้างกัน 
     
     ชายหนุ่มนั่งในท่าไขว่ห้างเอนหลังพิงโซฟามือประสานกันไว้ด้านหน้าด้วยท่าทางเหมือนกำลังจะปรึกษาหารือกับอีกฝ่ายอย่างเป็นการเป็นงาน

     "ทำไมถึงพูดแบบนั้น นี่เธอแต่งงานกับฉันยังไม่ถึงเดือนเลยนะ" เขาเอ่ยเสียงเรียบ แววตามองหญิงสาวอย่างตรงไปตรงมา อีกใจก็บอกไม่ถูก ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร เขาไม่ได้เต็มใจแต่งงาน ไม่ได้รักผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะหย่า ความคิดทั้งหมดทำให้ติณณภพรู้สึกสับสนตีรวนยุ่งวุ่นวายอย่างแปลกประหลาด หากถามว่าเขาต้องการเธอหรือไม่ ก็น่าจะไม่ แต่หากถามว่าเขาต้องการหย่าหรือเปล่า เขาก็เองยังตอบตัวเองไม่ได้เลย

     "ฉันคิดว่ามันคงจะดีกว่านี้ ถ้าในห้องนี้ไม่มีฉันอยู่คอยกวนใจคุณ ให้รกหูรกตา" น่านฟ้าบอก ในใจแอบหวังลึกๆ ว่าขอให้เขาตกลง เธอจะได้ไปให้พ้นจากที่นี่เสียที แต่สิ่งที่เขาเอ่ยต่อไปนี้ก็ทำให้เธอแทบหวังไม่ลง

     "ฉันจะหย่า ถ้าเธอยอมทำหน้าที่ภรรยาเสียก่อน"

      น่านฟ้าถึงกับใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด "หมายความว่ายังไง" แม้พอเข้าใจความหมาย แต่เธอก็อยากให้มันชัดเจนกว่านี้ เผื่อหน้าที่ภรรยานั้นจะหมายถึงเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องบนเตียง แล้วทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นเมื่อติณณภพขยายความ

     "ก็หมายความว่า ยอมนอนกับฉันสิ แล้วฉันจะหย่าให้"

     จบคำ น่านฟ้าถึงกับหน้าเหวอ เหมือนถูกใครเอาก้อนหินแข็งๆ มาฟาดหน้า ผู้ชายคนนี้ต้องการจากเธอเพียงแค่นี้งั้นเหรอ หากไม่ได้ เขาก็จะไม่ยอมปล่อยงั้นสิ จากความคาดไม่ถึงกลายเป็นความโกรธขึ้นมาทันใด

     "คุณคิดได้แค่นี้งั้นสิ" เอ่ยด้วยความไม่พอใจ ทั้งที่รู้แก่ใจ ว่าเงินตั้งยี่สิบเก้าล้านมันไม่ใช่น้อยๆ เขาคงไม่โง่ยอมปล่อยเธอไป ทั้งที่ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับคืนมา ยังไงเขาคงไม่ยอมหย่า ถ้าสิ่งที่เขาอยากได้แล้วยังไม่ได้ ยังไงเขาก็คงไม่ยอมหย่า ถ้าสิ่งที่ได้มันยังไม่คุ้มกับเงินที่เขาต้องเสีย นี่หมายความว่าเธออยู่ในสถานะขายตัวเองกินงั้นเหรอ เธอต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินงั้นสิ ถ้าเขาคิดแบบนั้น เธอก็คงไม่ต่างจากโสเภนี ซึ่งช่วยไม่ได้ในเมื่อเธอเลือกเองตั้งแต่แรก น่านฟ้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกเต็มตื้นอย่างบอกไม่ถูก 

     "แล้วจะให้ฉันคิดยังไง ก็ฉันไม่ได้รักเธอ มีแค่ความพิศวาสให้" เอ่ยตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม ไม่รักแต่ก็ไม่ยอมปล่อย

     "ได้ งั้นก็อยู่มันแบบนี้แหละ ดูซิ ว่าคุณจะทนรำคาญฉันไปได้อีกนานแค่ไหน" น่านฟ้าเอ่ยอย่างท้าทาย ก่อนติณณภพจะพูดขึ้น

     "ฉันคงไม่ทนรำคาญเธอนานหรอก เพราะฉันบอกแล้วไง ว่าให้เวลาแค่สามเดือน นี่มันก็เหลือแค่สองเดือนกว่าๆ ถึงเวลานั้นเธอเตรียมตัวไว้ได้เลย เพราะฉันถือว่าใจดีกับเธอมากพอแล้ว" ติณณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนเดินหนีออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเหงุดหงิด ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหงุดหงิดเรื่องอะไร

     ทันทีที่ประตูถูกปิดเสียงดังโครมใหญ่ตามแรงอารมณ์ ติณณภพก้าวออกมาข้างราวบันได ท้าวมือทั้งสองข้างกับระเบียงภายในบ้านด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธ ก่อนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น

      "คิดว่าฉันโง่งั้นเหรอ หย่างั้นเหรอ อย่าหวังเลย"


      วันนี้ดาวเด่นอยู่ในชุดกระโปรงสวยหวาน รองเท้าส้นสูงสีครีมหุ้มส้น นั่งอยู่หน้าคอนโดด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ติณณภพโทรมาบอกว่าวันนี้จะมารับเธอไปทานข้าวเย็นด้วยกันข้างนอก เพื่อขอโทษเรื่องที่ขับรถเฉี่ยวเธอวันนั้น หญิงสาวชะเง้อสายตามองอย่างมีความหวัง ก่อนจะเห็นรถคันหรูซึ่งจำได้ว่าน่าจะเป็นคันที่ชนเธอแล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าคอนโด ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้ม ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับถอดแว่นดำออก จากนั้นเขาจึงเดินตรงเข้ามาหาเธอ

     "ขอโทษครับ ที่ทำให้รอ พอดีที่บริษัทมีงานด่วนนิดหน่อย"

     "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ไม่กี่นาทีเอง แล้วดาวก็เพิ่งลงมาถึงเมื่อกี้" เจ้าของใบหน้าสวยหวานบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนเผลยยิ้มให้เขาอย่างน่ามอง จนติณณภพเผลอจ้องอยู่ครู่หนึ่ง 

    ใบหน้านั้นสวยหวานละมุนละไม บวกกับกิริยาที่น่ารักอ่อนโยน ดวงตากลมโตหวานซึ้ง ยิ่งอยู่ในชุดสีชมพูอ่อนๆ ยิ่งทำให้เขาไม่อยากละสายตาจากดวงหน้านั้น

     เมื่อเห็นว่าเขาจ้อง ดาวเด่นก็แก้มแดงปลั่งขึ้นมาด้วยความเขินอาย ก่อนตัดสินใจกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นด้วยการก้มหน้าแล้วเบนสายตาไปทางอื่น

     "เชิญคุณดาวครับ" ติณณภพผายมือไปทางรถยนต์คันหรู ดาวเด่นก้มศีษระให้เขาเล็กน้อย ก่อนเดินออกไปตามคำเชิญ แล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถด้วยอาการประหม่าโดยมีติณณภพเป็นคนเปิดประตูให้อย่างเอาใจ จากนั้นเธอจึงเอ่ยขอบคุณเขา

     หลังจากหนีออกจากบ้าน ดาวเด่นก็ไปสมัครงานเป็นเลขาอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง แล้วมาเช่าคอนโดอยู่เพียงลำพัง โดยไม่ได้ติดตามข่าวคราวแม่กับน้องสาว จนกระทั่งเพิ่งมาทราบข่าวว่าน่านฟ้าสวมรอยเป็นเธอแต่งงานกับลูกชายคุณหญิง คือติณณภพ วันนั้นเมื่อได้รู้ว่าเขาคือคนที่เธอจะต้องแต่งงานด้วย ดาวเด่นก็รู้สึกใจหายแบบแปลกๆ เหมือนกับเธอทำสิ่งของมีค่าหลุดมือไป คล้ายกับรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ แต่ความผิดชอบชั่วดีก็บังคับให้เธอหักห้ามใจ ที่จะไม่คิดอะไรเกินเลยกับเขา คงมีเพียงแค่ไมตรีของความเป็นเพื่อนเท่านั้น

      เมื่อทานข้าวเสร็จติณณภพก็พาหญิงสาวเต้นรำต่อ จากนั้นก็พาเธอไปส่งที่คอนโด 

     ชายหนุ่มกลับมาบ้านพร้อมกับความรู้สึกดี บางทีผู้หญิงคนนี้อาจเป็นคนที่แตกต่างจากคนอื่น ติณณภพคิดว่าเธอคือคนที่ทำให้เขามีความสุขและผ่อนคลายกับความเครียดจากการทำงานสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้

      ร่างสูงสง่าเปิดประตูห้องนอนเข้าไปอย่างเงียบเชียบ พลันสายตาเหลือบเห็นร่างเล็กอันแสนคุ้นเคยกำลังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนด้วยสีหน้าดูมีความสุขหนักหนา ก็ทำให้หัวใจที่ชุ่มชื่นไปด้วยความสุขเมื่อครู่พลันเหี่ยวแห้งขาดหาย คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน มองคนบนเตียงด้วยสีหน้าหงุดหงิดขัดใจ 

      ขนาดเขากลับดึกดื่นขนาดนี้เธอยังไม่คิดจะสนใจใยดีโทรถามไถ่กันบ้าง ซ้ำยังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างมีความสุขเสียเต็มประดา คงรู้สึกสบายใจที่เขาไม่อยู่ในห้องนี้ด้วยในคืนนี้ คิดแบบนั้นได้ก็เกิดความขุ่นมัวขึ้นมาในความรู้สึกทันที นี่ตกลงผู้หญิงคนนี้เห็นเขาเป็นสามีหรือเป็นอะไรกันแน่ หรือเขาไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย 

     ติณณภพมองร่างเล็กบนเตียงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนเข้าไปจัดการกับตัวเองในห้องน้ำ พยายามสลัดความหงุดหงิดเมื่อครู่ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยใบหน้าสวยหวานของใครอีกคน พลันสีหน้าก็คลายความหงุดหงิดขึ้นมาได้บ้าง

     หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนจากชุดสูทเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ติณณภพก็ก้าวไปยังเตียงนุ่มแล้วล้มตัวลงนอนข้างร่างเล็กนั้นอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวพลิกตัวมาทางเขาพอดี ทำให้ติณณภพเผลอจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปากเล็กนั้นจะขยับและพึมพำออกมาเหมือนคนละเมอ

     "เมื่อไหร่จะกลับมาสักทีนะ"

     จบคำนั้น คิ้วเข้มของคนได้ยินขมวดเข้าหากันทันที ก่อนใบหน้าคมเข้มปรากฏรอยยิ้มขึ้นอย่างพอใจ เมื่อพอรู้ความหมายว่าใครที่ว่านั้นคือตัวเขาเอง สงสัยเจ้าหล่อนคงรอไม่ไหวจนเผลอหลับไป เพราะแม้แต่หมอนข้างที่ถูกกั้นไว้ทุกวันเพื่อไม่ให้เข้ารุกล้ำเข้าไปในอนาเขต วันนี้ยังคงวางแอ้งแม้งอยู่ปลายเตียงอยู่เลย

     คิดได้ดังนั้น ก็ตัดสินใจขยับเข้าหาคนตัวเล็กที่ยังหลับสนิทไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ประทับรอยจูบไว้บนหน้าผากมนนั้นอย่างเผลอนึกเอ็นดูก่อนเอ่ย

     "ยัยขี้เซา" เอ่ยจบยัยขี้เซาก็ขยับตัวทำให้ใบหน้าของเธอเข้าใกล้เขาเข้าไปอีกโดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้ติณณภพนึกถึงภาพความหวานตราตรึงหัวใจที่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน เขาอดไม่ได้ ที่จะประกบปากลงไปแล้วจูบลงบนกลีบปากเล็กจิ้มลิ้มนั้นแผ่วเบา

     เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างสัมผัสอยู่ที่ปากและลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บริเวณใบหน้าไม่ยอมไปไหน น่านฟ้าก็ค่อยหรี่ตาขึ้นมอง ก่อนเห็นใบหน้าคมเข้มของคนที่ต้องระวังอยู่ใกล้กับใบหน้าเธอแค่คืบ น่านฟ้าก็เบิกตากว้างขึ้นทันใด 

    "คุณจะทำอะไรน่ะ" ถามพลางลุกขึ้นแล้วรีบถดตัวหนี มองคนในชุดนอนสีเข้มตาค้าง

     ติณณภพผุดตัวลุกขึ้นนั่ง ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนเอ่ย "ก็แค่จูบภรรยาตัวเอง ผิดมากนักหรือไง"

     "คนฉวยโอกาส" น่านฟ้าว่าเขาเสียงเขียว ติณณภพกอดอกเลิกคิ้วขึ้น

     "ที่จริง มากกว่านั้นก็ยังได้"

      "คนพูดไม่เป็นคำพูด"

      "ใครบอก ฉันแค่จูบ ไม่ได้ทำอย่างอื่น" ติณณภพบอก ก่อนกระตุกยิ้มแล้วแกล้งกวนโทสะอีกฝ่าย "แต่ถ้าเมื่อครู่เธอไม่ตื่นขึ้นมาก่อน ก็ไม่แน่ ว่าฉันอาจทำมากกว่านั้น"

     "หึ" น่านฟ้าหัวเราะในลำคอ" ไปเที่ยวตั้งดึกๆ ดื่นๆ ไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์มาหรือไง"

     "เธอไม่เคยรู้สินะ ว่าความต้องการฉันมีใากขนาดไหน"

      "แหวะ พูดออกมาได้ ทุเรศ" น่านฟ้าเอ่ย มองคนพูดด้วยสีหน้าขยะแขยงพร้อมลุกขึ้นคว้าเอาหมอนทำท่าจะเดินออกไป

     "นั่นเธอจะไปไหน" เขาถามพร้อมก้าวลงจากเตียง ยืนเท้าเอวมองคนกำลังหอบหมอนไว้แนบอก

     "ฉันก็จะไปนอนบนโซฟาน่ะสิ ขยะแขยง" บอกแล้วมองเขาด้วยสีหน้าตามความรู้สึกที่พูดออกมา 

     "ไม่ได้! ฉันไม่ให้เธอไปนอนที่ไหนทั้งนั้น ยกเว้นเตียงนี่" ติณณภพกอดอกออกคำสั่ง มองอีกฝ่ายด้วยสายตากดดัน เมื่อเห็นว่าเขาคงเอาจริง น่านฟ้าจึงทำเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนยอมเดินกลับมาที่เตียงแต่โดยดี เธอปาหมอนลงบนที่นอนแรงๆ แล้วตบๆๆ เพื่อระบายอารมณ์โมโห ก่อนทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางหงุดหงิดเต็มทนที่ขัดคำสั่งเขาไม่ได้ และต้องเป็นฝ่ายยอมไปเสียทุกครั้ง

     ติณณภพกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจกึ่งขบขัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำฮึดฮัดแต่ก็เชื่อฟัง ก่อนร่างสูงในชุดนอนสีเข้มจะล้มตัวลงนอนบ้างแล้วลอบมองแผ่นหลังของภรรยาด้วยสายตาเป็นประกายวาววับ 

     'น่ารักดี'

     เผลอคิดออกมา ก่อนจะทำหน้าแปลกใจตัวเอง แล้วส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับความรู้สึกนั้น


      ติดตามตอนต่อไปค่า

     






     

     

     

     

     



     

     

     

    



     

     

     

     

     



     

     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #7 Wichitwon (@Wichitwon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 18:21
    น่ารักแล้วจะรักไหมคะ
    #7
    1
    • #7-1 (@25271953) (จากตอนที่ 12)
      26 มกราคม 2562 / 18:35
      ต้องถามพระเอกของเรานะคะ อิอิ
      #7-1
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น