ซ่อนรัก กำแพงใจ(จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 82,679 Views

  • 314 Comments

  • 903 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,498

    Overall
    82,679

ตอนที่ 11 : การปรากฏตัวของอีกคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

    เมื่อพิธีกรในงานประกาศเชิญพร้อมกับเสียงเพลงไทยบรรเลงขึ้น น่านฟ้าจึงก้าวขึ้นไปบนเวทีด้วยอาการประหม่า เธอยกมือไหว้ผู้คนที่อยู่ด้านล่างด้วยกิริยาชดช้อยอ่อนหวานตามที่ฝึกมาอย่างหนัก ก่อนเริ่มต้นร่ายรำตามจังหวะเสียงเพลง ติณณภพที่กำลังสนทนากับกลุ่มเพื่อน โดยไม่ได้สนใจหญิงสาวในทีแรก แต่ก็อดที่จะปรายตามองไม่ได้ ทันใดที่สายตาปะทะเข้ากับภรรยาตนเองบนเวที เขาก็ต้องชะงักหันมองหญิงสาวที่ร่ายรำด้วยท่วงท่าสวยงามอ่อนหวาน

     "ไม่น่าเชื่อ" ร่างสูงสง่าในชุดสูทเรียบหรูยกมือขึ้นกอดอก เผลอจ้องคนที่กำลังแสดงอยู่บนเวทีโดยไม่อาจละสายตา ก่อนสายตาคู่หวานจะเคลื่อนมาสบกับนัยส์คมของเขา แล้วเจ้าของสายตาที่กำลังร่ายรำอยู่นั้น ก็ลอบยักคิ้วกวนโทสะส่งให้ ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปทางอื่น 

      คิ้วหนาเป็นเส้นตรงของติณณภพกระตุกเข้าหากันทันที ท่าทีเผลอไผลชื่นชมในคราแรกถูกกลบเกลื่อนด้วยใบหน้านิ่งขรึมที่เวลานี้ไม่มีใครอ่านออก ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่และรู้สึกยังไง

      จนกระทั่งเสียงเพลงจบลงพร้อมกับท่าร่ายรำ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ปะปนกับเสียงชื่นชมไม่ขาดปาก คุณหญิงพิสมัยยิ้มกว้างหน้าบานเป็นจานเชิง ภูมิอกภูมิใจที่มีสะใภ้เชิดหน้าชูตาให้กับวงค์ตระกูลของตนได้ ส่วนคุณนายสมรก็เผลอยกมือขึ้นทาบอกอย่างโล่งใจ ที่บุตรสาวไม่ได้ทำให้ตนต้องขายขี้หน้าชาวบ้านชาวช่อง ไม่เสียแรงที่จ้างครูมาสอนแพงๆ ถือว่าครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ต่อไปก็ใช่ว่าจะวางใจได้ว่าจะมีเรื่องอะไรให้ต้องปวดหัวอีก


      หลังจากงานเลี้ยงจบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่านฟ้าจึงเข้าห้องจัดการกับชุดนางรำที่สวมใส่ แล้วอาบน้ำอาบท่ากลิ่นตัวหอมฟุ้งออกมาจากห้องน้ำ ระหว่างนั้นติณณภพเปิดประตูเข้ามาพอดี น่านฟ้ายกมือขึ้นกอดอกมองไปทางเขาด้วยสายตาเย้ยหยันแล้วเอ่ยขึ้น

      "เป็นไงล่ะ ฉันเป็นขอนไม้กลิ้งอยู่บนเวทีตามที่คุณพูดป้ะ"

      ติณณภพเลิกคิ้วทำท่าคิดหนักแล้วปรายตามองคนถามอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับถอดสูทพาดไว้บนเก้าอี้ "ก็ไม่นะ แต่ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะดูดีสักเท่าไหร่" เขาเอ่ยทั้งที่สวนทางกับใจตัวเอง

     คำพูดนั้นทำให้น่านฟ้าหน้าตึงขึ้น เขาจงใจพูดให้เธอดูแย่ทั้งที่เธอทำได้ดี 

      "งั้นเหรอ" น่านฟ้าเอ่ย "แต่ฉันเห็นคุณเผลอจ้องไม่วางตาเลย"

      คำพูดอย่างรู้ทันนั้นทำให้ติณณภพชะงักไปนิด แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้น เขาก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติ

       "ก็ฉันเป็นสามีเธอ ใครๆ เขาก็รู้ จะให้ทำเป็นไม่สนใจภรรยาตัวเอง คนอื่นเขาจะคิดยังไง อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลยน่านฟ้า อย่างเธอ ฉันไม่มีวันรู้สึกอะไรด้วยหรอก"

       คำพูดนั้นสะดุดใจคนฟังเข้าอย่างจัง น่านฟ้าถึงกับหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เธอตั้งใจแทบตายเพื่อให้แม่เห็นว่าเธอก็ทำได้อย่างพี่สาว ตั้งใจแทบตายเพื่อจะลบคำสบประมาทของเขาแต่ผลที่ได้คือความเงียบจากคนเป็นมารดา ที่แม้แต่คำชมเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่หลุดออกจากปาก ซ้ำยังมาโดนคนตรงหน้าพูดแบบนี้ให้ได้ยินอีก แล้วเธอได้อะไรจากความตั้งใจในครั้งนี้ น่านฟ้ามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนสะบัดใบหน้าหนี แล้วเดินกระแทกเท้าตึงๆ ไปยังเตียงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายหันหลังให้ชายหนุ่มอย่างงอนๆ แล้วหลับตาอย่างข่มอารมณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

     เสวนาต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อสิ่งที่ทำเขาไม่ได้อยากจะสน ยิ่งนึกก็ยิ่งน้อยใจ น้อยใจทั้งแม่น้อยใจทั้งเขา 

     ติณณภพเห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้า ก่อนเดินเข้าไปภายในห้องน้ำจัดการกับตัวเองบ้างโดยไม่ได้ใส่ใจคนที่นอนไปก่อนแล้ว พรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าเพราะมีประชุม คงไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพวกนี้


      เอี๊ยดด....

      เสียงเบรกรถดังสนั่นหวั่นไหว ร่างบอบบางผิวขาวผุดผาดล้มลงบนพื้นเพราะเสียหลักจากการเบี่ยงตัวหลบรถที่กำลังจะพุ่งเข้ามาชน ก่อนใบหน้าหวานนั้นจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดจากแผลถลอกที่ข้อศอกและแขน

      "เป็นอะไรมากหรือเปล่า"

      ติณณภพในชุดสูทภายใต้ร่างสูงสง่า รีบกุลีกุจอลงมาจากรถแทบจะทันทีเมื่อรู้ว่าอาจชนใครเข้า เมื่อใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นสบตามอง เขาก็ชะงักก่อนเอ่ยออกมา

     "น่านฟ้า เธอมาทำอะไรที่นี่" เอ่ยพร้อมนั่งลงก้มมองอาการสำรวจบาดแผลที่ข้อศอกของคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ มือแกร่งถือวิสาสะยื่นออกไปจับเรียวแขนบอบบางนั้นอย่างคุ้นชิน ทำให้คนถูกสัมผัสรีบชักกลับด้วยความตกใจ

     "ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ" เอ่ยพลางลุกขึ้น ทำเหมือนไม่เคยรู้จักเขา ก่อนก้าวถอยหลังแล้วบอก "ฉันขอตัวนะคะ แล้วก็ขอโทษ ที่ทะเล่อทะล่าวิ่งตัดหน้ารถคุณ คือฉันรีบไปหน่อยค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ" เอ่ยพลางทำท่าจะก้าวเดินออกไป แต่ติณณภพรีบเรียกไว้เสียก่อน

     "น่านฟ้า นั่นเธอจะไปไหน"

     คำเรียกชื่อนั้นทำให้หญิงสาวหันกลับมามอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย "ไม่ทราบว่าคุณเรียกใครเหรอคะ"

      "ถามได้ ฉันก็เรียกเธอนั่นไง รถเฉี่ยวตกใจจนจำชื่อตัวเองไม่ได้แล้วหรือไง ขึ้นรถก่อนสิ แล้วไปทำแผลที่บ้าน ฉันกำลังจะกลับพอดี"

      "ฉันไม่ได้ชื่อน่านฟ้าค่ะ ฉันชื่อดาวเด่น" เสียงหวานตอบ ก่อนรอฟังว่าชายหนุ่มที่มีรูปร่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาชวนมองนั้น จะเอ่ยว่าอย่างไรต่อไป

     "แล้วเธอเป็นใคร ทำไมหน้าตาเหมือนกับคนที่ฉันรู้จักได้ถึงขนาดนี้" ติณณภพถาม ก่อนจะสังเกตว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เหมือนกับคนที่เขาเรียกชื่อเมื่อครู่ไปเสียทุกอย่าง ผู้หญิงคนนี้ดูเรียบร้อยอ่อนหวาน คำพูดก็ฟังดูนุ่มนวล รูปร่างผอมบางกว่าแต่มีน้ำมีนวล ส่วนดวงตาก็เปล่งประกายใสซื่อหวานซึ้งเหมือนเด็กสาวไร้เดียงสา ไม่แก่นแก้วซุกซนเหมือนคนที่อยู่ที่บ้านเขา ส่วนจมูกของผู้หญิงคนนี้ดูโด่งรั้นขึ้นมา ในขณะที่น่านฟ้าจมูกดูเล็กจิ้มลิ้ม เทียบได้ว่าอีกคนงามสง่า แต่อีกคนสวยน่ารักและน่าตีด้วย เมื่อมีโอกาสได้จ้องมองหญิงสาวนานๆ ก็เกิดความรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นแปลกๆ ในขณะที่คนถูกมองค่อยหลุบตาต่ำหลบสายตาเขาดวยท่าทีเอียงอาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

     "เอ่อ คือ ฉันชื่อดาวเด่นค่ะ"

     "แล้วเธอรู้จักผู้หญิงที่ชื่อน่านฟ้าหรื่อเปล่า" ติณณภพถามเผื่อว่าทั้งคู่อาจจะเป็นญาติกัน แต่เมื่อดาวเด่นได้ยินชื่อน่านฟ้าอย่างชัดเจน เธอก็ทำสีหน้าตกใจ ก่อนถามขึ้น

     "แล้วคุณเป็นใครคะ ทำไมรู้จักน่านฟ้า"

     "ฉันเป็นสามีของเธอ" ติณณภพตอบอย่างไม่ปิดบัง ทำให้ดาวเด่นยิ่งเพิ่มความตกใจมากขึ้น จากนั้นอะไรบางอย่างทำให้เธอรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ ก่อนตัดสินใจปิดบังความจริงเอาไว้ เพราะหากพูดออกไปแล้วไม่ตรงกับแม่และน้อง อาจทำให้เดือดร้อนกันทั้งหมด 

     "ฉันไม่รู้จักค่ะ" ตอบพลางก้มหน้าหลบสายตา เพราะปกติแล้วเธอก็เป็นคนโกหกไม่เก่ง

     ติณณภพพยักหน้า ก่อนเลิกใส่ใจเรื่องที่ผู้หญิงคนนี้หน้าตาคล้ายภรรยาของเขา หากใครมองเผินๆ ก็คงคิดว่าเป็นคนๆเดียวกัน

     "เลือดเธอไหลเยอะแล้ว" เขาบอก "เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาล"

     "ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แค่ล้างแผล ไม่กี่วันก็น่าจะหายดีแล้วค่ะ" ดาวเด่นเอ่ยด้วยท่าทางเกรงใจ 

     "ให้ฉันได้รับผิดชอบเถอะ ฉันทำเธอเจ็บขนาดนี้ ฉันไม่สบายใจ หากไม่ได้รับผิดชอบอะไร" ติณณภพบอก ส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยคนตรงหน้าอย่างเปิดเผย บอกตรงๆ ว่าเขาถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้มาก ท่าทางของเธอ กิริยา และสายตาที่มองมาสบกับเขาช่างมีเสน่ห์ให้ชวนมอง มันน่าค้นหา น่าสานต่อ และทำให้เขารู้สึกอยากรู้จักกับเธอคนนี้มากขึ้น เขาไม่เคยถูกใจใครคนไหนเท่าผู้หญิงคนนี้เลย หรือว่านี่จะเป็นรักแรกพบกันแน่ ชายหนุ่มคิด

     ในขณะที่ดาวเด่นยิ้มนิดๆ อย่างขอบคุณ ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เป็นการยินยอมไปโรงพยาบาลตามที่เขาบอก

     "ก็ได้ค่ะ"

      คำตอบตกลงนั้น ทำให้ติณณภพยิ้มอย่างพอใจ ก่อนพาหญิงสาวไปที่ประตูรถด้านข้างคนขับแล้วประคองร่างบางเข้าไปนั่งในรถอย่างทะนุถนอม เขาเห็นว่าเธอเดินขากระเผกด้วย 

     เมื่อออกจากโรงพยาบาล ติณณภพก็ขอไปส่งดาวเด่นให้ถึงที่พัก ซึ่งเป็นคอนโดตั้งอยู่ใจกลางเมืองไม่ห่างจากบ้านของเขานัก เขาขอเบอร์เธอไว้โดยอ้างว่าจะขอโทษด้วยการเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อ 

      ตอนแรกดาวเด่นนั้นเอ่ยปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมตกลง ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อาจเป็นเพราะเธอเห็นเขาเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ รู้จักไว้ก็คงไม่เสียหาย แต่หากจะให้คิดไกลไปกว่านั้นก็คงไม่ได้ เพราะเขาคือสามีของน้องสาวเธอ 

     ติณณภพกลับมาบ้านด้วยท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จนน่านฟ้าที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องหรี่ตามองด้วยความสงสัย แล้วก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

     "นี่ วันนี้คุณเป็นอะไรอะ อารมณ์ดี้ดี"

     ติณณภพที่กำลังถอดเนคไทน์ออกจากรอบคอด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่มแววตาเป็นประกายมากกว่าทุกวัน หันมองคนถามแต่ไม่พูดอะไร ก่อนหันไปให้ความสนใจกับการปลดเนคไทน์ต่อ เห็นดังนั้นน่านฟ้าจึงขมวดคิ้วตีหน้ายุ่งแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง

     "นี่ ฉันถาม คุณได้ยินหรือเปล่า ทำไมถึงไม่ตอบ"

     คำถามซ้ำนั้น ทำให้ติณณภพจำต้องหันมามองคนถามด้วยสายตารำคาญก่อนเอ่ยอย่างไม่สนใจ

      "เรื่องของฉัน"

     ท่าทางเฉยชานั้นทำให้น่านฟ้าถึงกับขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิม แล้วตีหน้ายักษ์ใส่

     "เออ ก็ได้ เรื่องของคุณก็เรื่องของคุณ ต่อไปนี้ไม่ยุ่งแล้วก็ได้" เอ่ยอย่างงอนๆ แล้วค้อนขวับให้ชายหนุ่มพลางทำหน้าบึ้ง ชีวิตนี้นอกจากคุณปู่ก็ไม่มีใครอยากจะสนใจเธออยู่แล้วนี่ เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนจะเป็นไรไป 

      ติณณภพไม่พูดอะไร เขาทำเพียงปรายตามองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนเดินไปนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานแล้วจัดการกับงานที่ทำค้างไว้จากเมื่อเช้า 

     ผู้บริหารก็แบบนี้ ทุกลมหายใจก็คิดแต่เรื่องงาน ไม่อย่างนั้นคงพาบริษัทไปไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง พ่อเขาเคยสอนไว้ หากเราหยุดในขณะที่คนอื่นก้าวไปข้างหน้า ก็ไม่ต่างจากเราได้เดินถอยหลัง เพราะฉนั้นการเป็นนักธุรกิจ นอกจากมีชั้นเชิงในการบริหารแล้วยังต้องเร็วต้องพัฒนาแบบก้าวกระโดด ช่วงชิงในข้อได้เปรียบให้ได้มากที่สุด 

     ที่ผ่านมา ติณณภพถึงไม่เคยคบใครหรือรักใครจริงๆ จังๆ แม้แต่คนเดียว เพราะมัวแต่เอาเวลามาทุ่มเทอยู่กับงาน จนคุณหญิงพิสมัยผู้เป็นมารดา ต้องรีบหาภรรยาให้เพราะกลัวลูกชายจะโสดนานเกินความจำเป็น จนกระทั่งเลยไปจนโสดแบบถาวร 

      ในขณะที่อีกคนกำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดนั้น อีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาโดยมีหนังสือวางไว้บนตัก ก็ตัดสินใจถามขึ้น

     "นี่คุณ"

      เอ่ยจบติณณภพจึงชะงักมือที่กำลังพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างรัวเร็วนั้น แล้วหันมาสบตากับคนถาม เพื่อรอว่าเธอจะพูดเรื่องไร้สาระอะไรออกมาอีก 

     "ถ้าฉันขอหย่า คุณจะว่ายังไง"

      อืม ไร้สาระจริงๆ ด้วย



      หาเรื่องอีกแล้วมั้ยล่ะน่านฟ้า แต่เอ้ะ คุณติณณภพมีตัวเลือกเข้ามาแบบนี้ จะยอมตกลงหย่าให้มั้ยน้า แล้วพี่สาวน่านฟ้าจะเป็นปัญหาระหว่างความสัมพันธ์ของคนสองคนหรือเปล่า ติดตามได้ในตอนต่อไป


         ฝากเพจนิยายรัก อมยิ้มรสขมด้วยค่า ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะ ที่เข้ามาอ่าน


    



     

      

  


       

     

   





      


    



     

      

  

   





      


    



     

      

  


       

     

   





      


    



     

      

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

0 ความคิดเห็น


เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น