[Pre-Order 18 เมษา - 15 มิถุนา 64] Real Love #รักแท้ของผมคือคุณ [YAOI]

ตอนที่ 5 : Chapter 4 [ครบค่ะ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,440 ครั้ง
    23 พ.ย. 63




Chapter 4


ไม่ใช่เพราะแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านชายผ้าม่านสีเทาเข้ามาภายในห้องนอน ไม่ใช่เพราะเสียงนกร้อง จุ๊บจิ๊บไม่ใช่เพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ และไม่ใช่เพราะคนที่นอนอยู่ข้างกายเผลอขยับปลายเท้ามาสัมผัสโดนขากัน ถึงทำให้เฮียรู้สึกตัวตื่น


แต่เป็นเพราะเวลาแปดโมงเช้าที่ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ปกติเฮียจะตื่นเวลานี้เป็นประจำจนรู้สึกเคยชิน เพราะเขาจะต้องไปช่วยแม่เตรียมเปิดร้านอาหารที่ ‘Here Sport Club’


ครอบครัวของเฮียทำธุรกิจสปอร์ตคลับ หรือศูนย์กีฬาครบวงจร ที่มีสนามบอลหญ้าเทียมถึงสี่สนาม มีสนามแบดมินตันหนึ่งสนาม มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนส และสุดท้ายก็มีร้านอาหารกับร้านกาแฟอยู่ด้วย


ในตอนแรกครอบครัวของเฮียทำธุรกิจตลาดสดมาก่อน ทว่าภายหลังได้เริ่มทำธุรกิจสนามฟุตบอลหญ้าเทียมควบคู่กันไปด้วย เพราะพ่อของเขาชอบกีฬาฟุตบอลมาก ก่อนที่พ่อจะเริ่มคิดต่อยอดกับธุรกิจนี้ และด้วยความที่ทุกคนในครอบครัวชอบเล่นกีฬากันอยู่แล้ว พ่อจึงลงทุนสร้างเป็นศูนย์กีฬาครบวงจรขึ้นมา แล้วยกธุรกิจตลาดสดให้ญาติบริหารแทน


แม้ว่าพ่อของเฮียจะเป็นคนบริหารจัดการทุกอย่างในศูนย์กีฬา แต่เพราะ ‘Here Sport Club’ เป็นธุรกิจเดียวของครอบครัว ทุกคนจึงต้องช่วยกันดูแล โดยแม่รับหน้าที่ดูแลร้านอาหารกับร้านกาแฟ พี่สาวคนโตกับพี่เขยรับหน้าที่ทำบัญชี เขารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยแม่และคอยตรวจดูความเรียบร้อยของระบบไฟฟ้าในศูนย์กีฬา ส่วนน้องชายคนเล็กเป็นคนคอยต้อนรับลูกค้า


ถึงเฮียจะไม่ได้ทำงานตรงสายอย่างที่เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้ามา แต่เฮียก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจสักนิด เพราะเขายังพอเอาวิชาที่เคยร่ำเรียนมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง อย่างการที่เฮียคอยเป็นคนตรวจดูความเรียบร้อยของระบบไฟฟ้า คอยแก้ปัญหาระบบไฟในบางจุดเท่าที่จะทำได้ แต่หากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกินกำลังกว่าที่จะทำคนเดียวได้ เขาก็จะเรียกช่างมาซ่อมแทน


ทว่าปัญหาเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ หน้าที่หลักของเฮียจึงเป็นผู้ช่วยแม่ที่ร้านอาหารมากกว่า และถึงแม้ว่าเขาจะใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารเป็นส่วนมาก แต่เขาทำอาหารแทบไม่เป็นเลย เพราะเฮียรับหน้าที่เป็นคนเก็บเงินอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์อย่างเดียว


แต่ว่ามีอยู่หนึ่งเมนูที่เขาทำได้...


และเมนูนี้ก็เป็นของโปรดของ...


ไอ้เรียว...


เฮียที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนุ่ม เขามองเพื่อนสนิทที่นอนหลับสนิทอยู่ พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้สึกตัวจึงเอ่ยเรียกอีกครั้ง


ไอ้เรียว...


อือ...


เรียวขานรับด้วยเสียงแหบพร่า แล้วพยักหน้าน้อย ๆ เป็นเชิงบอกว่า เออ กูตื่นแล้วมันยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบหน้า ก่อนจะพลิกตัวหันตะแคงข้างมาทางเขา ทว่ายังไม่ยอมลืมตาตื่น


มึงอาบน้ำแล้วเหรอ?”


เออ มึงรู้ได้ไง?...กูยังไม่เห็นมึงลืมตามองกูเลย


ก็ตัวมึงหอม


พอเฮียได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น เขาก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปวางทาบที่หน้าผากของอีกฝ่ายทันที ก่อนเอ่ย ตัวก็ไม่ร้อน


“…”


มึงก็ปกติดีนี่...


“…”


แล้วทำไมถึงชมกูได้วะ?”


เรียวค่อย ๆ ปรือตาตื่น ขณะที่เฮียชักมือกลับไป ทำไม?...กูจะชมมึงบ้างไม่ได้หรือไง?”


คนที่ไม่ค่อยโดนเพื่อนสนิทชมมากนักอมยิ้ม ก่อนเอ่ย ชมได้~ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลยจ้ะ


...


จะชมอีกก็ได้นะ


ครั้งเดียวพอ


พอเฮียได้ยินแบบนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา ก่อนเอ่ย มึง เดี๋ยวเช้านี้กูทำข้าวต้มปลาให้กินนะ


ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกูกลับไปกินที่บ้านทีเดียว


เฮ้ยยย ไม่ต้องกลัวกูเหนื่อยหรอก กูทำได้


กูไม่ได้กลัวมึงเหนื่อย แต่กูกลัวแดกไม่ได้


ไอ้สัด!” เฮียพูดปนหัวเราะ ก่อนเอ่ยต่อ ทำไมจะแดกไม่ได้ สูตรนี้เป็นสูตรของอาม่ามึงเลยนะเว้ย


“…”


กูก็เคยทำให้มึงกินไปครั้งหนึ่งแล้วไง


ก็ครั้งนั้นแหละ...ที่คาวจนแดกแทบไม่ได้เลย


โอเค...ครั้งนั้นกูยอมรับว่าทำพลาดไปจริง ๆ


...


แต่ครั้งนี้กูจะไม่พลาดแล้ว


ไอ้เรียวมุ่นหัวคิ้วขณะจ้องมองเขา มันทำเหมือนไม่ค่อยเชื่อใจกัน เพราะเฮียกลัวเพื่อนสนิทจะปฏิเสธความตั้งใจของเขาอีก เฮียจึงรีบเอ่ยขึ้น...


ไอ้เรียว...


“…”


นอนต่อเถอะ เดี๋ยวกูทำข้าวต้มเสร็จแล้วจะมาปลุก


อีน้ำ...


ฟุบ!


เฮียไม่ปล่อยให้ไอ้เรียวพูดจนจบ เขารีบใช้มือดันร่างของเพื่อนสนิทที่เตรียมจะลุกขึ้นนั่งให้นอนลงเหมือนเดิม ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมจนมิดศีรษะอีกฝ่าย แล้วจึงยื่นมือข้างหนึ่งไปตบบริเวณศีรษะไอ้เรียวเบา ๆ


นอนไปนะจ๊ะ


...


เดี๋ยวอีน้ำแดงมา


พอเอ่ยไปแบบนั้นแล้ว เขาก็รีบผุดลุกจากเตียงนุ่มทันที แล้วเพื่อนสนิทที่แสนดื้อด้านก็สะบัดผ้าห่มที่ปิดคลุมร่างออก เฮียคิดว่าไอ้เรียวจะต้องทำหน้าหงุดหงิดใส่เขาแน่ ๆ แต่มันกลับไม่ได้ทำหน้าแบบนั้น ไอ้เรียวเอี้ยวตัวหันไปหยิบบางอย่างที่ชั้นข้างหัวเตียง แล้วในวินาทีต่อมา คนที่มีสีหน้าเรียบเฉยก็โยนกระเป๋าสตางค์ลงบนเตียงตรงหน้าเขา


มึงจะออกไปซื้อของใช่ไหม?”


เออ...


ไอ้เรียวพยักพเยิดหน้ามาทางกระเป๋าสตางค์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บัตรเครดิตในกระเป๋าใช้ได้ทุกใบ เงินสดก็มีอยู่สามหมื่น แต่ถ้าเงินสดไม่พอ มึงจะกดเพิ่มก็ได้


...


รหัสบัตรเอทีเอ็ม แปดแปดเก้าเก้าแปดแปด


เดี๋ยวนะเรียว...นี่กูไปซื้อของมาทำข้าวต้มปลา ไม่ได้ไปซื้อบ้านพร้อมที่ดิน คงไม่ต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้นหรอก


ไอ้เรียวลอบถอนหายใจ ก่อนเอ่ย กูก็แค่พูดเผื่อไว้เฉย ๆ


...


เผื่อว่ามึงจะอยากซื้ออย่างอื่นด้วย


เฮียอมยิ้มพลางเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์มาถือไว้ ก่อนเอ่ยถ้ากูซื้อเพชรกลับมาด้วย มึงจะด่ากูไหม?”


เจ้าของกระเป๋าสตางค์ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ไอ้เรียวหลับตาลงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดคลุมจนถึงช่วงหน้าอก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


ถ้ามึงซื้อมาน้อยกว่าสิบกะรัต กูจะด่ามึง


เฮียหัวเราะเบา ๆ เมื่อเพื่อนสนิทตอบกลับแบบนั้น เขาคิดว่ามันจะด่ากลับมาซะอีก แต่ผิดคาดอีกแล้วที่อีกฝ่ายกลับพูดหยอกล้อแทน


เรียวสายเปย์นี่หว่า...


คนที่นอนหลับตาอยู่ยกมือขึ้นปัดเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่า ไปได้แล้ว อีน้ำแดง


“…”


กูจะนอนต่อแล้ว


เฮียยิ้มขณะมองเพื่อนสนิท แล้วจึงเอ่ย จ้า...อีน้ำแดงไปแล้วจ้ะ


เขาหมุนตัวเดินไปทางประตูบานสีขาว ทว่าก่อนจะออกจากห้องก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ลืมกุญแจรถเฮียเลยหมุนตัวหันกลับไปทางเตียงนอนอีกครั้ง แล้วคนที่นอนอยู่ก็เอ่ยขึ้นอย่างรู้ใจ


กุญแจรถวางอยู่บนลิ้นชักข้างโซฟา ไม่ได้อยู่ในห้องนี้


โอเค


เฮียเอ่ยตอบกลับไปแบบนั้น ก่อนจะเปิดประตูเดินออกมาจากห้อง แล้วระหว่างที่สาวเท้าไปหยิบกุญแจรถ เขาก็คิดว่า ทำไมช่วงนี้ไอ้เรียวด่าน้อยลงกว่าเดิมวะ?...แล้วยังขี้เล่นขึ้นอีก


เจ้าของใบหน้าดูดีเอียงคอขณะครุ่นคิด แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว บางทีไอ้เรียวคงรู้สึกผิดที่ด่าเขามาตลอด ตอนนี้เลยอยากเปลี่ยนมาพูดจาดี ๆ กับเขาบ้าง


มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ


ถ้าเหตุผลที่ทำให้เพื่อนสนิทเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ช่วงเรียนจบเป็นเพราะรู้สึกผิดจริง ๆ เฮียก็อยากบอกเพื่อนสนิทว่า มึงไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรหรอก ที่มึงด่ากูก็เพราะความเป็นห่วงทั้งนั้น แล้วเพราะว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน กูไม่ถือสามึงหรอก แต่ที่สำคัญ...กูรู้ว่าก่อนที่มึงจะด่ากู มึงคิดมาก่อนแล้วว่า...คำด่านั้นไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นสร้างบาดแผลในใจให้กู


และเฮียก็อยากบอกเพื่อนสนิท (แค่ในใจ) อีกว่า...


ต่อให้มึงไม่เปลี่ยนตัวเอง


หรือถึงแม้ว่ามึงจะเปลี่ยนตัวเอง


ไม่ว่าจะยังไง


กูก็ยัง รักเพื่อนอย่างมึงมากอยู่ดี


#รักแท้ของผมคือคุณ


หลังจากไปซื้อของที่ซูเปอร์เสร็จแล้ว เฮียก็รีบตรงดิ่งกลับเพนเฮาส์ทันที เพื่อจะรีบกลับมาทำข้าวต้มปลาให้เพื่อนสนิทกินก่อนกลับบ้าน เพราะเฮียอยากแก้มืออีกครั้ง ครั้งนี้เขาจึงตั้งใจทำมากเป็นพิเศษ


คนที่ยืนง่วนอยู่หน้าหม้อต้มมาสักพักแล้ว หมุนตัวหันไปหยิบเนื้อปลาล้างสะอาดที่วางอยู่ในจานบนเคาน์เตอร์มาถือไว้ ดวงตาเรียวรีจ้องมองน้ำสีใสในหม้อที่กำลังเดือดพล่าน ก่อนจะเอาเนื้อปลาที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำลงไปลวกในน้ำเดือดจัด


อาม่าเคยบอกว่า...ไอ้เรียวชอบกินข้าวต้มปลามาก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้กินของทุกคน มันจะกินแค่ข้าวต้มปลาฝีมืออาม่ากับร้านเจ้าประจำเท่านั้น ถ้ามันกินของร้านไหนไปแล้วได้กลิ่นคาว แม้ว่าจะได้กลิ่นนิดหน่อยก็ตาม มันจะไม่ยอมกินต่อเด็ดขาด


และอย่างบางร้านที่เคยไปกินด้วยกัน เฮียแทบไม่ได้กลิ่นคาวจากข้าวต้มปลาถ้วยนั้นเลย แต่เพื่อนสนิทยังรู้สึกว่ามีกลิ่นคาวอยู่ดี นั่นจึงทำให้เฮียต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนจริง ๆ


เฮียใช้ทัพพีตักเนื้อปลาที่สุกแล้วขึ้นมาใส่จาน แล้ววางไว้บนเคาน์เตอร์เหมือนเดิม ก่อนจะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบถ้วยกระเบื้องสีน้ำเงินมาถือไว้


คนตัวสูงโปร่งที่สวมผ้ากันเปื้อนสีแดงสดขยับตัวมายืนหน้าหม้อต้มที่มีข้าวต้มปรุงรสเสร็จแล้ว เฮียใช้กระบวยสเตนเลสคนข้าวต้มในหม้ออีกครั้ง แล้วจึงตักขึ้นมาใส่ถ้วยกระเบื้องสีน้ำเงินที่เตรียมไว้


กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยโชยมาใต้จมูกช่วยเรียกความมั่นใจให้เขามากขึ้น พอวางถ้วยข้าวต้มลงบนเคาน์เตอร์แล้ว เฮียก็เอาเนื้อปลาชิ้นสวยที่สุกกำลังดีมาใส่ในข้าวต้มอีกที


อาม่าบอกว่า...


ต้องลวกเนื้อปลาแยกแบบนี้


อย่าต้มรวมกันทีเดียว


ข้าวต้มปลาถึงจะไม่มีกลิ่นคาว


แล้วก็ตบท้ายด้วยการใส่กระเทียมเจียวที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ลงไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหยิบขึ้นฉ่ายที่ล้างน้ำไปหลายรอบมาหั่น ในตอนที่พ่อครัวหัวป่ากำลังตั้งใจหั่นขึ้นฉ่ายเพื่อเอาไปโรยหน้าข้าวต้มปลาอยู่ โทรศัพท์เครื่องสีดำที่วางอยู่ไม่ไกลก็สั่นแจ้งเตือนขึ้น


เฮียจึงต้องวางมือจากตรงหน้าเพื่อไปดูว่าปลายสายเป็นใคร หากไม่ใช่คนสำคัญเขาจะยังไม่รับสาย แต่ถ้าเป็นคนในครอบครัวโทรมาหา เขาจะต้องรับสายทันที แล้วชื่อที่ระบุอยู่บนหน้าจอว่า เจ้หลินก็ทำให้เฮียต้องเอามือทั้งสองข้างถูไปบนผ้ากันเปื้อนลวก ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย


ฮัลโหล


[เฮีย หนูกลับบ้านวันไหน?]


เอ่อ


ดูขัด ๆ เนอะ...ที่พี่สาวคนโตเรียกแทนตัวน้องชายอย่างเขาว่า หนู


แต่ก็นั่นแหละ...


เพราะเจ้หลินเรียกเขาแบบนี้มาตลอด


เฮียก็เลยต้อง...


หนูว่าจะกลับวันนี้แหละ


[หนูดีขึ้นแล้วเหรอ?]


อือ ดีขึ้นแล้ว


[หนูอยากพักต่ออีกสักวันสองวันไหมล่ะ?]


ตอนแรกก็อยากพักต่อแหละ แต่ก็เป็นห่วงม้าอะ


[เจ้บอกให้ตี๋ไปช่วยม้าแล้ว หนูไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อยากพักก็พักไปเถอะ เพราะหนูไม่ค่อยได้พักเลยนี่]


ใจจริง ๆ เฮียก็อยากพักอยู่ที่เพนเฮาส์เรียวอีกสักวัน เผื่อว่าช่วงดึก ๆ เพื่อนสนิทจะแวะกลับมากินข้าวด้วยกันอีก แล้วก็เพราะว่าเขายังไม่หาย คิดถึงมันเลย เฮียนิ่งเงียบเพื่อคิดไตร่ตรองชั่วครู่ ก่อนเอ่ยตอบ...


ถ้างั้น...หนูขอพักต่ออีกสักวันนะ


[โอเค...เดี๋ยวเจ้บอกม้าให้]


โอเค~”


[เฮีย...]


“…”


[หนูไปกินเหล้าเมาอีกแล้วเหรอ?]


...


[วันที่เรียวแวะมาเอาเสื้อผ้าที่บ้านอะ เรียวบอกว่ากำลังไปรับหนูกลับ เพราะหนูไปเมาอยู่ที่ร้านรุ่นพี่ของเรียว]


...


[พอป๊าได้ยินแบบนั้นก็โกรธมากเลยนะ]


“…”


[ที่หนูบอกทุกคนว่าจะขอพักสองสามวันน่ะ ทุกคนไม่ได้ว่าอะไรเลย]


...


[ทุกคนคิดว่าหนูจะไปเที่ยวกับเพื่อน แต่พอรู้แบบนี้แล้วก็เป็นห่วงกันมาก]


...


[โดยเฉพาะป๊าเลย...แต่ที่เขาโกรธก็เพราะเป็นห่วงแหละ]


ก็พอจะเดาได้อยู่ว่าป๊าคงโกรธมาก ไม่งั้นแกคงไม่บอกให้หนูอยู่กับไอ้เรียวก่อนหรอก


ปลายสายหัวเราะเบา ๆ พอได้ยินแบบนี้ [เออ ใช่ ป๊าบอกว่าให้เรียวดูแลหนูก่อน ถ้ายังไม่สร่างเมา อย่าเพิ่งพากลับบ้าน เดี๋ยวป๊าจะตีนกระตุก]


เฮียคลี่ยิ้มน้อย ๆ กับความสัมพันธ์ของครอบครัวเขา แม้พ่อจะพูดจารุนแรงแบบนั้น แต่ความจริงแล้วพ่อไม่ใช่คนหัวรุนแรงเลยสักนิด เจ้าตัวก็แค่เป็นคนปากร้ายแต่ใจดี


หนูขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วงนะ


[เจ้ไม่โกรธหรอก แค่รู้ว่าหนูไม่เป็นอะไรก็โอเคแล้ว]


ไว้เดี๋ยวหนูจะกลับไปขอโทษป๊ากับม้าเอง


[โอเค...พักให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยกลับมาฟังป๊าบ่นทีเดียว]


เฮียหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้ารับ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นการตอบกลับนี้ ครับ


[เฮีย...]


...


[เจ้ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?]


เขาพอจะเดาได้ว่าพี่สาวจะถามเรื่องอะไร แล้วก็เพราะไม่อยากปิดบังอีกฝ่ายแล้ว จึงเลือกเอ่ยตอบไป ได้สิเจ้


[เป็นเพราะเขาอีกแล้วใช่ไหม?...ที่ทำให้หนูกลับไปกินเหล้าจนเมามายแบบนี้]


...


[เขากลับมาทำร้ายหนูอีกแล้วเหรอ?]


...


[เจ้ไม่ยอมแล้วนะเฮีย...เจ้ไม่อยากเห็นหนูเสียใจแบบนั้นอีก]


เฮียหลับตาลงทันทีที่ได้ยินประโยคคำพูดนั้น เป็นอย่างที่ไอ้เรียวพูดไว้ไม่มีผิด ถ้าเขายังปล่อยให้คนรักเก่ากลับมาทำร้ายได้อีก มันจะไม่ใช่แค่เขาที่เจ็บ แต่คนที่รักเขาก็จะเจ็บตามไปด้วย


นอกจากประโยคคำพูดของเพื่อนสนิทแล้ว ก็ยังมีคำพูดของพี่สาวอีกคนที่ช่วยย้ำเตือนให้เขา รักตัวเองให้มากขึ้นตอนนี้เฮียเข้าใจแล้วว่า...


ถ้าเรารักตัวเองมากพอ


นอกจากเราจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเจ็บปวดแล้ว


เราก็จะปกป้องคนที่เรารักจากความเจ็บปวดได้ด้วย


เพราะพวกเขา...ก็จะไม่ต้องเจ็บปวดไปกับเรา


เจ้...


[…]


ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว...ที่เขาจะทำให้หนูเป็นแบบนี้


[…]


เพราะต่อจากนี้ไป...เขาจะไม่มีความหมายในชีวิตหนูอีก


เฮียไม่ได้พูดเพื่อให้พี่สาวเลิกเป็นห่วงกัน หากแต่เขาจะทำให้ได้อย่างที่พูดจริง ๆ การที่เขาไปดื่มเหล้าจนเมา ด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำใจ นั่นทำให้รู้ว่าเขายังคงปล่อยให้คนรักเก่ามีอิทธิพลทางความรู้สึกอยู่ แต่ต่อจากนี้ไปอย่างที่เฮียพูดไว้...


ไม่ว่าเขาจะกลับมาพูดอะไร ไม่ว่าเขาจะกลับมาทำอะไร หนูก็จะไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป


[...]


ครั้งนี้เจ้เชื่อหนูนะ


[อือ เจ้เชื่อ]


...


[หนูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะเฮีย]


ครับ


[งั้นเจ้ไปหาม้าที่ร้านก่อน ไว้เจอกันนะ]


ครับ ไว้เจอกัน


หลังจากเอ่ยคำลากับพี่สาวไปแล้ว เฮียก็วางโทรศัพท์ไว้ตำแหน่งเดิม ก่อนจะหันกลับมาหั่นขึ้นฉ่ายอีกครั้ง ในระหว่างนั้นความรู้สึก ขอบคุณก็เกิดขึ้นในใจ


เฮียอยากขอบคุณ ทุกคนที่รักเขา


ขอบคุณที่...


ยังให้อภัย


ยังให้โอกาส


และยังเชื่อใจกันเสมอ


ไม่ว่าคนคนนี้จะทำผิดพลาดแค่ไหน


และอยากขอบคุณอีกพันครั้ง


ที่ทุกคนยัง รักคนไม่สมบูรณ์แบบคนนี้


เมื่อกี้ใครโทรมา?”


เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูแล้วติดหงุดหงิดเล็กน้อยเรียกความสนใจของเฮียให้เงยหน้าขึ้นมอง เขารีบฉีกยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเพื่อนสนิทกำลังเดินมาหา ไอ้เรียวที่ยังใส่เสื้อคอปกแขนสั้นกับกางเกงขายาวสีน้ำเงินตัวเดิมก้าวเท้ามาหยุดยืนตรงเคาน์เตอร์ เฮียละสายตาจากคนตัวสูงกว่าแล้วใช้มือข้างหนึ่งหยิบขึ้นฉ่ายที่หั่นเสร็จเรียบร้อยไปโรยทับบนกระเทียมเจียว


กูทำข้าวต้มเสร็จพอดีเลย


มึงยังไม่ตอบกูเลย ใครโทรมา?”


เพราะไอ้เรียวถามด้วยสีหน้าจริงจัง และน้ำเสียงที่ใช้ก็ติดจะไม่พอใจเล็กน้อย เฮียเลยเดาว่าเพื่อนสนิทคงคิดว่าคนรักเก่าอาจจะโทรมาหาเขาอีก มันคงกลัวเขาจะใจอ่อนแล้วกลับไปคุยกับอิมอีกแน่ ๆ แล้วก็เป็นเหมือนเคยที่เฮียมักจะพูดกวนอารมณ์อีกฝ่ายก่อนจะตอบความจริงไป


ก็เวลาไอ้เรียวหงุดหงิดอะ


มันชอบทำหน้ามุ่ย


เฮียชอบหน้าแบบนั้นของเพื่อนสนิทอย่างบอกไม่ถูกเลย


ไม่บอกกกก...


เฮีย...


จ๋า...


อยากโดนเหรอ?”


เฮียหลุดขำพรืดพอได้ยินแบบนั้น แล้วก็มองหัวคิ้วของเพื่อนสนิทที่เริ่มขมวดมุ่น มึงคิดว่าใครโทรมาหากูอะ?”


ใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ไอ้เหี้ยอิม


แล้วก็เป็นอย่างที่เฮียเดาไว้จริง ๆ เขาอมยิ้มก่อนเอ่ย มึงไม่ต้องห่วงหรอก


...


คนที่โทรมาหากูเมื่อกี้ไม่ใช่อิมหรอก แต่เป็นเจ้หลิน


เจ้หลินโทรมาตามมึงกลับบ้านเหรอ?” พอเพื่อนสนิทได้คำตอบที่พอใจแล้ว หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นในตอนแรกก็เริ่มคลายออกทันที


เปล่า...


...


เขาแค่โทรมาถามว่าจะกลับบ้านวันไหน?”


แล้วมึงตอบไปว่าไง?”


เฮียอมยิ้มขณะสบสายตากับคนตัวสูงที่กำลังรอคำตอบอย่างตั้งใจ ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบแววตารอคอยอย่างมีความหวังของอีกฝ่ายจังเลย คงเพราะแววตานี้ทำให้เพื่อนสนิทดูเหมือนเด็กหนุ่มที่รอคอยความรักจากใครสักคนละมั้ง


กูก็ตอบไปว่า...เฮียพูดแบบนั้น แล้วอ้าปากค้างไว้ตรงคำว่า ว่า...เพื่อแกล้งให้อีกคนรอคอยคำตอบต่อไป ไอ้เรียวจ้องมองริมฝีปากเขาอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนมันจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย คล้ายกำลังลุ้นคำตอบอย่างหนัก ก็คงจะมีแค่เวลานี้เท่านั้นที่แกล้งไอ้เรียวได้ “…กูขออยู่ต่ออีกวัน เพราะกูยังคิดถึงมึงอยู่


ไอ้เรียวกระตุกยิ้มมุมปากทันทีที่ได้ยินคำตอบ เพื่อนสนิทคงคิดว่าเขาแค่พูดหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ไอ้เรียวคงไม่รู้ว่า...


ในคำพูดเหล่านั้น...


มีความรู้สึกจริง ๆ แฝงอยู่ด้วย


เฮียยังคงสบสายตากับคนตัวสูงกว่าอยู่ ไอ้เรียวยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเสยผมที่หล่นลงมาปรกใบหน้า เขาคิดว่าเวลามันไม่เซตผมเปิดหน้าผาก แต่ปล่อยเป็นทรงตามธรรมชาติก็ดูดีไม่ต่างกันเลย


กูรู้ว่ามึงไม่พูดแบบนั้นหรอก


เขาหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น แล้วใช้มือดันถ้วยข้าวต้มปลาที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ไปตรงหน้าเพื่อนสนิท ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางถ้วยกระเบื้องสีน้ำเงินที่มีควันลอยพวยพุ่งอยู่เหนือปากถ้วย เพื่อบอกว่า ลองเอาไปชิมดิ


เจ้าของดวงตาเรียวยาวคล้ายเหยี่ยวละสายตาออกจากเขา แล้วหลุบตาลงมองถ้วยข้าวต้มปลา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเฮียอีกรอบ ไอ้เรียวใช้มือข้างหนึ่งยกถ้วยข้าวต้มขึ้น มันเดินถือถ้วยข้าวต้มปลาไปวางที่โต๊ะอาหารเงียบ ๆ


เฮียจึงรีบถอดผ้ากันเปื้อนสีแดงสดออก แล้วหันไปล้างมือทันที เพื่อจะไปนั่งลุ้นว่า ข้าวต้มปลาฝีมือเขารอบนี้ จะผ่านไหม?’ เขาสาวเท้าเร็ว ๆ เดินไปที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อนสนิท


เป็นไง?....ใช้ได้ไหม?”


ยังไม่ได้แดกเลย เป่าอยู่...ไอ้เรียวตอบแบบนั้นพลางเป่าข้าวต้มในช้อน มันเลื่อนสายตาจากช้อนกระเบื้องขึ้นมองเขา ก่อนเอ่ย ...มึงจะลุ้นอะไรขนาดนั้นอะ?”


ก็กูกลัวมึงแดกไม่ได้อีกอะ


ครั้งนี้มึงตั้งใจทำกว่าครั้งที่แล้วปะละ?”


เออดิ กูโคตรรรรตั้งใจทำเลย


ถ้าตั้งใจทำขนาดนี้แล้วมึงจะกลัวอะไร


...


มั่นใจในฝีมือตัวเองหน่อยดิ


ไอ้เรียวพูดแบบนั้น ก่อนจะป้อนข้าวต้มใส่ปากตัวเอง เฮียกลืนน้ำลายลงคอจนดังเอื๊อกขณะมองเพื่อนสนิทเคี้ยวอาหาร นั่นไม่ใช่เพราะเขาอยากกินข้าวต้มปลากลิ่นหอมฉุยเหมือนอีกฝ่ายหรอก แต่เป็นเพราะเขากำลังลุ้นผลจากไอ้เรียวต่างหาก


เป็นไง?...ยังมีกลิ่นคาวอยู่ไหม พอกินได้หรือเปล่า?”


แล้วก็เหมือนว่า...ไอ้เรียวจะเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามเขา มันเผยรอยยิ้มบาง ๆ ขณะสบสายตากัน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


มึงคิดว่าแกล้งกูได้คนเดียวเหรอ?”


พอเพื่อนสนิทโยนคำถามนี้มาให้ เฮียก็นึกถึงตอนที่แกล้งให้มันรอคำตอบเลย โห่ ไอ้เรียว อย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นได้ปะ?”


บอกมาก่อนว่าตอบเจ้หลินไปว่าอะไร?”


...


ไม่งั้นกูก็ไม่บอกว่าข้าวต้มผ่านไหม?”


กูก็บอกไปว่า...ขออยู่ต่ออีกวัน


แล้ว?”


แล้วอะไรอีกอะ?...ก็มีแค่นี้แหละ


เฮียกะพริบตาปริบ ๆ ขณะมองเพื่อนสนิทที่เริ่มแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจ หัวคิ้วของอีกฝ่ายเริ่มขมวดมุ่นอีกครั้ง แล้วมันก็ก้มหน้าตักข้าวต้มปลาใส่ปาก


มึงแม่งขี้โม้ว่ะ


ขี้โม้อะไรวะ?...กูก็พูดความจริงอยู่เนี่ยย


ข้าวต้มแดกได้นะ ไม่มีกลิ่นคาว


แทนที่เฮียจะรู้สึกดีใจที่ผลของข้าวต้มปลาที่ตั้งใจทำเป็นอย่างมาก ผ่านแล้วทว่าตอนนี้เขากลับให้ความสนใจกับประโยค มึงแม่งขี้โม้ว่ะมากกว่า


ดวงตาเรียวรีจ้องมองเพื่อนสนิทที่ยังก้มหน้ากินข้าวต้มปลาอยู่ ไอ้เรียวไม่ยอมเงยหน้ามองเขาเลยสักนิด เฮียจึงคิดทบทวนว่าเคยพูดอะไรไว้บ้าง แล้วบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนสนิทที่อยู่ในความทรงจำที่เพิ่งผ่านไปไม่นานก็ผุดขึ้นในหัว แล้วก็ทำให้เฮียรู้ว่า ที่ไอ้เรียวพูดว่า...กูรู้ว่ามึงไม่พูดแบบนั้นหรอกความจริงแล้วมันก็แอบหวังให้เพื่อนสนิทอย่างเขา คิดถึงมันจริง ๆ


แล้วการที่เฮียสารภาพความจริงว่าตอบกลับพี่สาวไปยังไง ก็ทำให้ไอ้เรียวเข้าใจว่าเขาแค่พูดล้อเล่นเท่านั้น และเขาคงไม่ได้คิดถึงเพื่อนสนิทอย่างมันจริง ๆ


เฮียอมยิ้มขณะมองไอ้เรียวที่เอาแต่มองถ้วยข้าวต้มปลา ตอนนี้เขาคิดว่า...ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยพูดทำนองนี้กันเท่าไร แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป...


ที่จะพูดว่า...


ถึงกูจะไม่ได้พูดแบบนั้นกับเจ้หลินไปอะ...


...


แต่กูก็คิดถึงมึงจริง ๆ นะเว้ย


ไม่ทันแล้ว ไอ้เหี้ย


ไอ้เรียวพูดทั้งที่ยังก้มหน้ากินข้าวต้มปลาอยู่ เพราะเพื่อนสนิทยังน้อยใจเขาอยู่ เฮียจึงพูดย้ำอีกครั้ง


เรียว


...


กูคิดถึงมึงจริง ๆ


...


กูไม่ได้หลอกเลย...


...


หายใจเข้าก็คิดถึงมึง หายใจออกก็คิดถึงมึง


...


ขี้ไม่ออกก็คิดถึงมึง เยี่ยวไม่ออกก็คิดถะ...


พอเลย อีน้ำแดง...


เฮียหุบปากฉับเมื่อเพื่อนสนิทพูดแทรกขึ้น เขาค่อย ๆ คลี่ยิ้มพอเห็นอีกฝ่ายพยายามกลั้นยิ้มอย่างหนัก ก่อนเอ่ยถาม...


เพื่อนเรียวเชื่ออีน้ำแดงแล้วเหรอจ๊ะ?”


ไม่ได้เชื่อ แต่รำคาญ


เฮียเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนเอ่ย แหมมม...ทำมาปากแข็ง


...


ทีเมื่อกี้นะ ทำหน้ามุ่ยเป็นตูดลิงเลย


อีน้ำส้วม!”


พอเพื่อนสนิทพูดด้วยน้ำเสียงดุ ๆ เฮียก็แกล้งยกมือขึ้นไหว้ ก่อนเอ่ย ขอโทษจ้ะ อีน้ำแดงจะไม่พูดจาลามปามเพื่อนเรียวอีกแล้ว


ไอ้เรียวไม่ได้พูดอะไร มันทำแค่จ้องมองเขาอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนเอ่ยถาม แล้วมึงไม่กินข้าวเช้าหรือไง?”


ยังอะ กูยังไม่ค่อยหิว


เฮีย อย่าให้เลยเที่ยง


เออ กูรู้แล้ว เดี๋ยวอีกสักพักค่อยกิน


เพื่อนสนิทพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดขึ้น เดี๋ยวกูจะกลับบ้านตอนบ่าย เพราะต้องไปคุยงานกับป๊าก่อน


...


แล้วตอนเย็นกูก็ต้องเข้าไปช่วยไอ้ฟ้าดูร้านแป๊บหนึ่ง


...


กูน่าจะกลับช่วงค่ำ ๆ เลย


โอเค...งั้นเดี๋ยวกูรอกินข้าวพร้อมมึงนะ


มึงจะรอไหวเหรอ?”


ไหวดิ


ไอ้เรียวสบสายตากับเขาพลางพยักหน้าเบา ๆ มันก้มหน้ากินข้าวต้มปลาต่อ แล้วเขาก็นั่งมองเพื่อนสนิทอยู่แบบนั้น ทว่าในวินาทีถัดมา ไอ้เรียวเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอีกครั้ง ก่อนเอ่ยออกมา...


กูว่า...ที่เราห่างกันไปหลาย ๆ วันก็ดีเหมือนกันนะ


เฮียขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคคำพูดนั้น ก่อนเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมมึงคิดแบบนั้นอะ?”


เพราะมันทำให้กูรู้ว่า...มึงก็คิดถึงกูเหมือนกัน


เฮียคิดว่าประโยคคำพูดของเพื่อนสนิทค่อนข้างชัดเจน ไม่ได้มีความซับซ้อนที่ต้องแปลให้เข้าใจมากกว่านี้ หากแต่สมองของเขาก็ยังพยายามแปลประโยคคำพูดนั้นออกมาเป็นอีกความหมายหนึ่งอยู่ดี...


มึงก็คิดถึงกูเหมือนกันแปลได้ว่า กูคิดถึงมึง


เขารู้ดีว่า...เป็นเพราะเราเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยพูดความรู้สึกที่แท้จริงต่อกัน และไม่ค่อยพูดกันด้วยถ้อยคำดี ๆ แบบนี้มากนัก ความรู้สึกไม่คุ้นชินจึงส่งผลให้เฮียรู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวเอง


เหมือนอย่างในตอนนี้ที่เฮียไม่ได้ตอบกลับอีกฝ่ายด้วยคำพูดกวนบาทา แล้วความกวนตีนที่อยู่ในสายเลือดก็ลดฮวบฮาบอย่างรู้สึกได้ ปกติในหัวของเขาจะมีคำพูดกวน ๆ ให้เลือกใช้มากมาย ทว่าตอนนี้เหมือนสมองของเฮียหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ


เขาสบสายตากับเจ้าของประโยค กูคิดถึงมึงอยู่แบบนั้น ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกไป เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศเงียบจนเกินไปแล้ว


ดะ เดี๋ยวกูไปตักข้าวต้มมากินก่อน


หิวแล้วเหรอ?”


เออ เริ่มหิวนิดหนึ่งแล้ว


คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต้มปลาต่อ “…”


เฮียลุกออกจากเก้าอี้ แล้วสาวเท้าเดินไปที่ห้องครัวทันที ในระหว่างที่เขากำลังหยิบถ้วยกระเบื้องมาวางที่เคาน์เตอร์ เฮียก็คิดขึ้นมาว่า...


ทำไมวะ?


ทำไมตอนบอกไอ้เรียวว่า คิดถึง


ทำไมถึงไม่รู้สึกจั๊กจี้หัวใจแบบนี้


แล้วคนที่กำลังคิดหาคำตอบก็เริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตักข้าวต้มใส่ถ้วยกระเบื้องพลางคิดอีกว่า...


คงเป็นเพราะตั้งแต่คบกันมา...


ไอ้เรียวไม่เคยบอก คิดถึงกันเลยมั้ง


เขาถึงได้รู้สึกจั๊กจี้หัวใจแบบนี้



TBC


Talk

ช่วงบทแรก ๆ อาจจะมีบรรยายเยอะหน่อยนะคะ

เนื่องด้วยตัวละครทั้งสองคนนี้ เขาเป็นตัวละครที่มีคาร์แลกเตอร์มาอยู่แล้ว มีรายละเอียดต่าง ๆ ในตัวเองพอสมควร

ตังค์เลยอยากเขียนให้ทุกคน รวมไปถึงคนที่ไม่ได้อ่าน กี่หมื่นฟ้า มาก่อนเข้าใจตัวละครทั้งสองมากขึ้นด้วยค่ะ 

ว่าเขามีคาร์แลกเตอร์เป็นยังไงกันมา แล้วในแต่ละฉากตังค์ก็พยายามแทรกรายละเอียดต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นถึงความคิดไม่ซื่อไว้ด้วยค่ะ

ตังค์พยายามมองหลาย ๆ มุมให้ครอบคลุมที่สุดเลยค่ะ

หลังจากบทที่ 5 ไป อาจจะมีบรรยายน้อยหน่อยค่ะ


ปล. บทที่ 5 ตังค์ขอมาวันที่ 29-30 พ.ย. เลยนะคะ เพราะหลังจากวันเกิดไป ตังค์ติดงานส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ


ฝากคอมเมนต์และเล่นแท็ก #รักแท้ของผมคือคุณ เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ


รักเสมอ


Twitter : @SP251566


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.44K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,345 ความคิดเห็น

  1. #1878 PikazZA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:26

    เริ่มรู้ใจกันแล้ว

    #1,878
    0
  2. #1799 iii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:48

    มองริมฝีปากเขา แล้วเลียริมฝีปากตัวเองคือยังไงน้าา~

    #1,799
    0
  3. #1593 tarun_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:49
    เพื่อนอะไรไม่รู้จัก!!!
    #1,593
    0
  4. #1592 tarun_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:48
    เขินมากกกก
    #1,592
    0
  5. #1577 seem'these (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 19:14
    เพื่อนกันฉันรักเธอ1
    #1,577
    0
  6. #1566 @junehuahin1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 10:50
    อ่านไปก็ยิ้มไป
    #1,566
    0
  7. #1562 myjminds (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 01:00
    เพื่อนไม่จริงงง เพื่อนอะไรร ม่ายยย
    #1,562
    0
  8. #1373 xiaobaitu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 17:01
    มันคืออาการเขินนนหนูเฮียยย
    #1,373
    0
  9. #1293 PrchFirnnn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 16:23

    ชอบบทบรรยายนะคะ รู้สึกทำให้รู้จักตัวละครมากขึ้นและเข้าใจความรู้สึกต่างๆ ของตัวละครดีขึ้นด้วยค่ะ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อจริงๆ เขินนนน

    #1,293
    0
  10. #1091 @BANANANANANANA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 06:36
    น้องเขิน
    #1,091
    0
  11. #769 hh_9094 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 16:37
    หนูชอบเขาแล้วลูกกกก
    #769
    0
  12. #751 miemieYG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 00:17
    ขอบคุนสำหรับนิยายที่ทำใหรู้สึกดีในวันแย่ๆนะคะ
    #751
    0
  13. #635 yayathiti (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 00:27
    เหนื่อยมากนะวันนี้ เหนื่อยกว่าทุกวันเลย แต่ก็ขอให้ได้แวะมาหาพี่เรียลกับอิน้องน้ำแดงแค่นี้ก็มีกำลังใจแล้ว
    #635
    0
  14. #633 Melodyjubjub (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 22:00
    คิดถึง อยากอ่านต่อแล้ว มาต่อไวไวน็า
    #633
    0
  15. #632 fernlovespk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 02:54
    ฮื่อออ โครตน่ารักเลยยยย
    #632
    0
  16. #630 BightLight (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 10:23
    ไม่ๆที่พี่เฮียจั๊กจี้อะ เพราะเขินต่างหาก ฮั่นน่อววววว ชอบกันมาตั้งแต่มัธยมก็ยังไม่รู้ตัวเพราะอยู่ใกล้กันมาตลอดเนี่ย คนรักกันชัดๆ
    #630
    0
  17. #629 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 01:29
    เนี่ยย จีบกันนน
    #629
    0
  18. #625 TN-TK-YG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 13:21

    เรามารอลุ้นกันเถอะ ว่ากว่าน้องน้ำแดงจะรู้ตัวว่าเพื่อนเรียวคิดไม่ซื่อกับตัวเอง จะเป็นตอนที่เท่าไหร่
    #625
    0
  19. #622 kanokpornthaimai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 21:05

    รักกันแหละ น่ารักที่สุดเลยยย
    #622
    0
  20. #620 A_phat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 18:37

    พี่เรียวควรมีในชีวิตจริงนะรู้ยัง แงงงงง อยากได้ค่ะ!!!!!!
    #620
    0
  21. #614 071727 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 00:20
    สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะคะ ไรท์ มีผลงานมาให้เราติดตามไปเรื่อยๆนะคะ ลุ้นลุ้นอยู่ค่ะลุ้นน้องน้ำแดงกับพี่เรียว รู้สึกตัวกันเร็วๆนะคะ ปล่อยให้เนิ่นนานนะ
    #614
    0
  22. #613 nan__nan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 23:26
    น่ารักกกกกก
    #613
    0
  23. #611 bier213 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 21:07
    อ่านแล้วพี่เฮียน่ารักมากๆเลยค่ะ ยังไงจะรอแชปต่อๆไปนะคะ ปล.ขออวยพรวันเกิดให้ล่วงหน้าเลยนะคะสุขสันต์วันเกิดนะคะคุณตังค์ ขอให้มีความสุขทั้งกายและใจในทุกๆวันเลยนะคะ 🥰
    #611
    0
  24. #610 wumeili (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 20:52
    อีน้ำแดงหนูเริ่มชอบพี่เค้าแล้วน้าาาา
    #610
    0
  25. #609 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 20:01
    เรียวอะน่าจะชัดอยู่ แต่อิน้ำแดงเราน่าจะยังมึนๆ
    เขินพี่เรียวเว้ย
    #609
    0