End - [Pre-Order 18 เมษา - 15 มิถุนา 64] Real Love #รักแท้ของผมคือคุณ [YAOI]

ตอนที่ 4 : Chapter 3 [ครบค่ะ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,493 ครั้ง
    21 พ.ย. 63




Chapter 3


ผมเดินตามคนตัวสูงกว่าเข้าไปในเพนเฮาส์สุดหรู เมื่อเข้ามาภายในห้องกว้าง สิ่งแรกที่เห็นคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ในมุมสูง หากทอดสายตามองไกลออกไปก็จะเห็นตึกสูงและต่ำไล่เรียงกันไปนับหลายร้อยตึก


แต่ทว่าสิ่งที่น่าสนใจกว่าตึกสูงเหล่านั้นคงจะเป็นท้องฟ้ายามเย็น เพราะพอดวงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้าแล้ว แสงสุดท้ายก่อนจะอำลาสิ่งมีชีวิตบนโลกสวยงามเกินจะบรรยายได้


ผมมองท้องฟ้าผืนกว้างที่ไม่รู้ไปบรรจบที่ตรงไหน ท้องฟ้าที่ผมเห็นตอนนี้ไล่เฉดสีสวยงามราวกับถูกแต่งแต้มสีสันด้วยจิตรกรฝีมือดี มันเป็นสีชมพูเข้มปนสีม่วงอ่อนไปครึ่งผืนฟ้า และบริเวณดวงอาทิตย์กลม ๆ ก็เป็นสีส้มอ่อนปนสีแดงชาด


ความงดงามของท้องฟ้าตรงหน้าทำให้ผมยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะละสายตาออกจากมันตอนที่เพื่อนสนิทหันมามอง ไอ้เรียวที่วันนี้ดูหล่อจนน่าหมั่นไส้ยื่นกระเป๋าหนังที่มีเสื้อผ้าของผมอยู่ในนั้นมาให้


มึงไปอาบน้ำเลย เดี๋ยวกูจะอุ่นซุปไว้รอ


ผมยื่นมือไปรับกระเป๋าหนังมาถือไว้ แล้วมองหม้อซุปจิ๋วสีเงินวาววับที่อยู่ในมือมัน โอเค


ความจริงแล้วผมยังไม่ค่อยรู้สึกหิวสักเท่าไร แต่เหตุผลที่ตอบกลับไปอย่างว่าง่ายเป็นเพราะผมยังไม่พร้อมให้มันด่า หัวสมองยังรู้สึกมึนตึงอยู่เล็กน้อย ถ้าผมปฏิเสธไปว่ายังไม่อยากกินซุปไก่ตุ๋นยาจีนของอาม่า ไอ้เรียวคงจะด่าจนผมกลับไปอ้วกอีกรอบแน่ ดังนั้นผมจึงไม่ควรดื้อด้านกับอีกฝ่าย


ไอ้เรียวพยักพเยิดหน้ามาทางกระเป๋าหนังที่อยู่ในมือผม ก่อนมันจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


กูเตรียมชุดนอนมาให้สามชุด ชุดใส่อยู่บ้านสามชุด แล้วก็ชุดใส่ไปข้างนอกสามชุด มึงคงใส่พออยู่มั้ง


พอออ...กูขออาศัยหลบตีนป๊าแค่คืนเดียวแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูก็กลับบ้านแล้ว


จะอยู่กี่วันก็เรื่องของมึง...


คนตัวสูงพูดพร้อมสาวเท้าเดินไปที่ห้องครัว ไอ้เรียววางหม้อซุปจิ๋วลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีขาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเอ่ยต่อขณะเตรียมอุ่นซุปไก่ตุ๋นยาจีนให้


...เพราะยังไงห้องกูก็ว่างตลอดอยู่แล้ว


แหม...ถ้ากูบอกว่าขออยู่ไปตลอดชีวิตเลยได้ไหมล่ะ?”


ไปอาบน้ำไป อีน้ำแดง ก่อนที่จะโดนกูเอาซุปราดหัว


ผมหัวเราะเบา ๆ พอเห็นมันเริ่มแสดงอาการหัวเสีย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไอ้เรียวไม่ค่อยชอบคนกวนตีน แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงชอบกวนตีนมันนัก แล้วมันก็อดทนกับผมมาตลอด


ผมก็อยากจะเลิกนิสัยแบบนี้แล้วเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนที่แสนดีของมัน แต่มันก็อดไม่ได้จริง ๆ เพราะเวลาที่ไม่โดนมันด่า ผมจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป เรียกได้ว่าผมเสพติดการโดนด่าจากไอ้เรียวแล้ว


และอีกอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า...


ถ้าเลิกกวนตีนมันก็คงน่าเสียดายน่าดู


เพราะผมจะไม่ได้เห็นมันทำหน้าตาเอือมระอาขั้นสุดแบบนั้นอีก


แต่การที่เพื่อนสนิททำสีหน้าแบบนั้น มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่เลย เพราะว่าไอ้เรียวมันทำให้ผมรู้ว่า ต่อให้มันแสดงสีหน้าหรือน้ำเสียงว่าเอือมระอาผมแค่ไหน แต่มันก็ไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นจากใจจริง ๆ หรอก


เพราะการกระทำทุกอย่างของมัน สวนทางกับสีหน้า น้ำเสียง และบางคำพูดของมันโดยสิ้นเชิง คนอื่นอาจจะมองว่าไอ้เรียวร้ายกับผมนักหนา แต่สำหรับผมแล้ว...


คงไม่มีใครหรอกที่ไม่ยอมทิ้งผมไว้ข้างหลังเลยสักครั้ง


คงไม่มีใครหรอกที่ยอมเจ็บแทนผม


และคงไม่มีใครหรอกที่รู้ใจผมเท่านี้


คงไม่มีแล้ว...เพื่อนที่ดีได้เท่าไอ้เรียว


งั้นกูไปอาบน้ำก่อนนะ


เออ...ผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องน้ำนะ กูเตรียมไว้ให้แล้ว


เออ


พอตอบกลับไปแล้ว ผมก็เดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของไอ้เรียวด้วยความคุ้นเคย แม้ว่าเพนเฮาส์ของมันจะมีห้องนอนแยกถึงสองห้อง หากแต่ผมไม่เคยนอนแยกกับมันเลย นั่นเป็นเพราะผมดันกลัวผีขึ้นสมอง


และถึงไอ้เรียวจะเป็นคนรักความเป็นส่วนตัวมาก มันไม่ค่อยชอบนอนรวมกับใครสักเท่าไร แต่มันก็ยอมให้ผมนอนด้วยเสมอ หากว่าผมมีความจำเป็นต้องมานอนค้างที่นี่


ก็อย่างเช่นตอนที่ผมอกหักใหม่ ๆ ตอนนั้นผมเมาหัวราน้ำเกือบทุกวัน ไอ้เรียวก็ไปลากผมกลับจากร้านเหล้าแล้วพามานอนค้างที่เพนเฮาส์ของมันตลอด


ผมจำได้แม่นว่าไอ้เรียวจะชอบจับผมแช่ในอ่างน้ำเพื่อช่วยให้สร่างเมา ก่อนจะพาผมเข้านอน และผมก็ตื่นเช้ามาด้วยอาการปวดหัวสุดขีด แล้วไอ้เรียวก็จะยกซุปไก่ตุ๋นยาจีนของอาม่ามาให้กินบนเตียง หลังจากนั้นก็จะเริ่มเทศน์ใส่ผมด้วยถ้อยคำหยาบคาย


แต่ทว่าวันนี้ผมไม่ค่อยอยากลงไปนอนแช่ในอ่างอาบน้ำสักเท่าไร จึงเลือกเข้าไปอาบน้ำในตู้กระจกแทน เสื้อผ้าที่สวมใส่ตั้งแต่เมื่อวานถูกถอดออกจนหมดแล้วพาดไว้บนราวสเตนเลส ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝักบัว


เมื่อน้ำไหลออกมาจากฝักบัวขนาดใหญ่ราวกับสายฝน ทั่วทั้งร่างของผมก็ถูกชโลมไปด้วยน้ำเย็น ๆ นั่นทำให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก แล้วในขณะเดียวกัน สมองที่เริ่มปลอดโปร่งขึ้นก็ปล่อยให้ความคิดหนึ่งไหลเข้ามาในหัว


มันเป็นความคิดที่ผมอยากจะพาตัวเองไปให้พ้นจากคนรักเก่าสักที ผมอยากเป็นคนที่ดีกว่านี้โดยไม่มีเขาตามมาทำร้ายอีก ช่วงที่ผ่านมาผมกำลังจะทำได้แล้ว ผมกลับมาเป็น ไอ้เหี้ย คนตลกของทุกคนได้แล้ว แต่เขาก็กลับเข้ามาสะกิดแผลเก่าอีกครั้ง


ทว่าดีที่แผลนั้นเป็นเพียงแค่แผลเป็น เขาเลยไม่สามารถทำให้ผมกลับไปรู้สึกเจ็บเท่าเดิมได้ แต่ผมแค่รู้สึกแย่กับคำพูดและการกระทำของเขาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเทียบกับแต่ก่อน


แต่ตอนนี้ผมคิดว่า...ผมควรจะ รักตัวเองให้มากกว่านี้อย่างที่ไอ้เรียวพูดจริง ๆ แล้ว ผมจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองให้ได้มากที่สุด


#รักแท้ของผมคือคุณ


หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ ๆ กับกางเกงขาสั้นสีแดงที่เป็นชุดนอนของตัวเอง สมแล้วที่ไอ้เรียวเป็นเพื่อนสนิทของผม เพราะมันเลือกชุดนอนมาให้ถูกใจจริง ๆ


ในขณะที่เดินออกมาจากห้องนอน ผมก็ได้กลิ่นหอมของซุปอาม่าลอยโชยมาใต้จมูก ก่อนจะเห็นถ้วยกระเบื้องสีขาวที่มีควันลอยพวยพุ่งอยู่เหนือปากถ้วยวางอยู่บนโต๊ะอาหาร แต่ไอ้เรียวกลับไม่ได้นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อกวาดสายตามองไปยังห้องนั่งเล่น ผมก็ไม่เห็นมันนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาหนังตัวยาวด้วย


ทว่าพอมองผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ออกไป ก็เห็นไอ้ตัวดีนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียง ผมคลี่ยิ้มน้อย ๆ ตอนมองไอ้เรียวปล่อยควันสีขาวออกจากปากพลางก้มหน้ากดโทรศัพท์


ความจริงผมควรจะนั่งกินซุปอยู่ที่โต๊ะอาหารให้เรียบร้อย ทว่าผมไม่ได้ทำแบบนั้น แต่กลับเดินถือถ้วยซุปมาที่หน้าประตูกระจกที่ปิดสนิทอยู่ ไอ้เรียวที่นั่งอยู่ตรงระเบียงเงยหน้าขึ้นมองผม มันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามทั้งที่รู้ดีว่าผมจะไม่ได้ยินเสียง แต่มันคงรู้ว่าผมจะอ่านปากออก


ไอ้เรียวถามผมว่า...


จะเอาอะไร อีน้ำแดง?”


ผมส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วจึงยื่นมือข้างหนึ่งไปเปิดประตูกระจกออก ก่อนจะนั่งลงตรงขอบประตู ผมส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย ไอ้เรียวไม่ได้ส่งยิ้มตอบกลับมาให้หรอก มันทำแค่วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกลมตรงหน้า แล้วยกมวนสีขาวขึ้นจรดริมฝีปาก สูบอัดนิโคตินเข้าร่างกายอย่างที่ชอบทำเวลามีเรื่องให้คิดหนัก


เจ้าของดวงตาเรียวคมคล้ายเหยี่ยวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพ่นควันสีขาวลอยเหนืออากาศ มันก้มหน้าลงพลางสบสายตากับผม แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิม


ทำไมไม่นั่งกินที่โต๊ะดี ๆ?”


ผมมองระยะห่างระหว่างเราสองคนขณะคิดคำตอบ และเพราะว่าเรานั่งอยู่ไม่ห่างกันมาก บวกกับไอ้เรียวนั่งอยู่ตำแหน่งที่อยู่เหนือผมพอสมควร ผมเลยคิดว่าไม่ควรตอบมันแบบกวนบาทา เพราะมันอาจจะส่งบาทามาทาบหน้าผมได้ ถ้าอย่างนั้น...คำตอบนี้คงดีที่สุด


กูก็แค่อยากนั่งกินใกล้ ๆ เพื่อน


แล้วรอยยิ้มที่มักจะทำให้ใครหลายคนตกหลุมรักก็ปรากฏขึ้น


นั่นทำให้ผมรู้ว่า...


เออ กูรอดตีนมึงแล้ว ไอ้เรียว


ไอ้เรียวยิ้มแบบนั้นขณะมองผม ก่อนเอ่ย ออเซาะ


ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตักซุปร้อน ๆ ขึ้นมากิน พอได้ซดซุปไก่ตุ๋นยาจีนของอาม่าไอ้เรียวที่มีรสชาติดีไม่เปลี่ยนก็ทำให้รู้สึกโล่งคอขึ้นมาทันที ผมคิดว่าซุปถ้วยนี้จะช่วยทำให้อาการคลื่นไส้ที่ยังมีอยู่บ้างหายไปได้


เป็นไง? ซุปอาม่ากู


สวดยอดเลยจ้า


ไอ้เรียวหัวเราะในลำคอพลางขยี้มวนสีขาวลงในจานกระเบื้องสีเขียวเข้ม อีน้ำส้วมเอ๊ย...


แต่ซุปนี้ก็ต้องมีมึงคอยอุ่นให้ด้วยนะ มันถึงจะสวดยอดได้ขนาดนี้อะ


มึงจะเอาอะไร อีน้ำแดง มึงพูดมาเลยดีกว่า กูสงสัยตั้งแต่มึงยกถ้วยมานั่งแดกใกล้ ๆ ตีนกูละ


ผมหลุดขำพรืดเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนจะวางช้อนลงในถ้วย แล้วมองเพื่อนสนิทที่กำลังรอคำตอบด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ


ไม่อยากได้อะไรจริง ๆ เว้ย


...


มึงก็รู้ว่ากูขี้เหงาแค่ไหน กูนั่งกินคนเดียวที่โต๊ะไม่ได้หรอก


มันคือเรื่องจริง ผมไม่ได้พูดอ้างแต่อย่างใด แล้วเพราะว่าผมเป็นคนขี้เหงามาก เวลามีแฟนผมจึงติดแฟนมาก แต่ขนาดผมติดแฟนมาก เขาก็ยังมีเวลาแอบไปมีคนอื่นได้อีก


ถ้าให้ผมเดา เขาก็คงเอาเวลาตอนที่ผมอยู่กับไอ้เรียวไปคุยกับคนอื่น แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจกับการที่แบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปให้เพื่อนสนิท เพราะผมคิดว่าในตอนนั้นผมก็ทำทั้งหน้าที่คนรักและเพื่อนได้อย่างดีที่สุดแล้ว


แน่นอนว่าผมไม่ได้แบ่งเวลาให้เพื่อนสนิทเยอะกว่าคนรักหรอก แต่อย่างน้อย ๆ การมีแฟนก็ไม่ควรทำให้เราต้องเสียมิตรภาพที่ดีที่สุดในชีวิตไป เพราะไอ้เรียวเป็นคนที่อยู่ในทุกช่วงชีวิตของผม นั่นจึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะมีใครบางคนมาทำให้เราต้องห่างเหินกัน


ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่คนรักกันจะเข้าใจยากอะไร เพราะหากในอนาคตผมมีใครสักคนอีกครั้ง แล้วถ้าเขาบอกผมว่า เขาต้องมีเวลาให้เพื่อน และต้องให้ความสำคัญกับเพื่อนเหมือนเดิมผมก็พร้อมจะเข้าใจเขา และจะเข้าใจเป็นอย่างดีด้วยว่า เขากับเพื่อนอาจจะผ่านอะไรมาด้วยกันมากกว่าผม ผมที่เพิ่งมาเจอกับเขาดังนั้นผมก็ควรจะให้เกียรติเพื่อนของเขาด้วย


และเพราะว่าไอ้เรียวมันอยู่ในทุกช่วงชีวิตของผม และผมก็อยากให้มันอยู่ด้วยในทุกช่วงชีวิต มันจึงทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าวันหนึ่งไอ้เรียวที่ครองโสดมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีสามจนถึงตอนนี้ อยากจะสละโสดขึ้นมาบ้างทุกอย่างที่เราเป็นกันอยู่แบบนี้มันจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน


แต่ถ้าถึงตอนนั้นจริง ๆ ผมที่โตขึ้นขนาดนี้แล้ว คงจะปล่อยให้ความรู้สึก หวงเพื่อนเกิดขึ้นภายในใจเหมือนตอนเรียนอยู่มหาลัยไม่ได้แล้ว


เพราะกูรู้ว่ามึงเป็นแบบนี้ไง กูถึงไม่เคยทิ้งมึงเลย


ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วพยายามเตรียมใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงซะตั้งแต่ตอนนี้ แต่ถ้าวันหนึ่งมึงมีเมียขึ้นมา มึงจะทิ้งกูบ้างก็ได้นะเว้ย กูเข้าใจ


แล้วกูจะมีทั้งเมียทั้งเพื่อนพร้อมกันไม่ได้เหรอวะ?”


...


เหมือนที่มึงก็ยังมีเวลาให้กูตลอด ทั้งที่มึงมีแฟน


นั่นมันกูไง กูตกลงกับแฟนก่อนแล้ว...ว่ากูต้องมีเวลาให้เพื่อนนะ แล้วเขาก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่สำหรับมึงอะ มึงอาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวกับแฟนมากกว่า


ไอ้เรียวส่ายหน้าเบา ๆ แล้วนั่งไขว้ขา มันเอนตัวพิงกับเก้าอี้หวายพลางกอดอก ดวงตาคู่นั้นที่เหมือนดวงตาของเหยี่ยวจ้องมองผมไม่วางตา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


ถ้าวันหนึ่งมึงต้องเลือกระหว่างเพื่อนกับแฟนขึ้นมาจริง ๆ กูก็ไม่รู้หรอกว่ามึงจะเลือกใคร


...


แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่า...ไม่ว่ามึงจะตัดสินใจเลือกใคร กูก็จะไม่มีวันทิ้งมึงเด็ดขาด


“…”


แต่สำหรับกู...ต่อให้ไม่มีใครมาขอให้เลือก


“…”


กูก็จะเลือกมึงอยู่ดี


นาน ๆ ครั้ง...ใช่ แทบจะนานมาก ๆ แล้วที่เราคุยกันด้วยความรู้สึกที่จริงจังและหนักแน่นแบบนี้ ปกติไอ้เรียวไม่ใช่คนกวนตีนและขี้เล่นอยู่แล้ว มันมักจะพูดหยอกล้อกับเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีนิสัยแบบนั้นเหมือนอย่างผม เวลามันพูดอะไรจริงจังก็มักจะโดนผมตอบกลับด้วยประโยคคำพูดตลก ๆ เสมอ


หากแต่ครั้งนี้...ผมกลับพูดติดตลกไม่ออกเลย อารมณ์ขันของผมที่มีอยู่ในสายเลือดกำลังถูกดวงตาที่แฝงไปด้วยความหนักแน่นกดทับ แล้วเพราะว่าเราเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยพูดความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันเท่าไรนัก โดยส่วนมากเราจะเน้นสื่อความรู้สึกที่แท้จริงผ่านการกระทำมากกว่า นั่นจึงทำให้ผมรู้สึกไม่ชินและทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่ได้ยินอะไรแบบนี้


ผมไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น แล้วทำเพียงแค่ก้มหน้าซดน้ำซุปอุ่น ๆ จากช้อนต่อ ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมองเพื่อนสนิทที่ยังมองผมอยู่ และเพราะว่าบทสนทนาจริงจังที่ทำให้เกิดบรรยากาศเงียบเฉียบเช่นนี้ ผมจึงคิดหาบทสนทนาใหม่


มึงไปดูงานที่ภูเก็ตมาเป็นไงบ้างอะ?”


ก็ดี โปรเจกต์รีสอร์ตที่เขาเสนอมาน่าสนใจดี วันนี้กูก็ต้องกลับไปคุยเรื่องนี้กับป๊าที่บ้านต่อ


อ้าว วันนี้มึงกลับบ้านเหรอ?” ผมก็คิดว่ามันจะนอนค้างด้วยกันซะอีก


เออ กูว่าจะกลับไปคุยเรื่องโปรเจกต์นี้กับป๊าไง


อะ อ๋อ...


ทำไม มึงอยากให้กูนอนด้วยเหรอ?”


เฮ้ย! ไม่ต้อง กูนอนคนเดียวได้ ตอนแรกแค่เข้าใจว่ามึงจะนอนค้างด้วยกันเฉย ๆ


นอกจากเรื่องกลัวผีขึ้นสมองที่ทำให้ไม่อยากนอนคนเดียวแล้ว ผมก็ยอมรับว่าเป็นเพราะมันไปคุยเรื่องธุรกิจใหม่ที่ภูเก็ตมาหลายวันที่ทำให้ ผมคิดถึงไอ้เรียวนั่นจึงเป็นเหตุผลทั้งหมดที่อยากให้มันนอนค้างที่เพนเฮาส์ด้วยกัน


แล้วผมก็รู้ว่ามันไม่แปลกหรอก ถ้าผมจะรู้สึกคิดถึงเพื่อนสนิท เพราะปกติเราไม่เคยอยู่ห่างกันเกินสามวันเลย แม้กระทั่งตอนที่ผมมีแฟนอยู่ก็ตาม ทว่าครั้งนี้ไอ้เรียวไปภูเก็ตนานถึงสี่วัน ผมก็เลยอยากคุยกับมันต่ออีกนาน ๆ


แต่ผมก็เข้าใจว่าเพื่อนสนิทมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งงานที่ร้าน Your Sky ซึ่งเป็นร้านเหล้าของหมื่นฟ้าที่มีมันเป็นหุ้นส่วนด้วย เพื่อนสนิททั้งสองคนของผมทำธุรกิจนี้ร่วมกันมาตั้งแต่มหาลัยแล้ว และพอเรียนจบมา ไอ้เรียวยังต้องไปช่วยครอบครัวของมันทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อีก


บางทีสิ่งที่ทำให้เราห่างกันมากขึ้น


คงไม่ได้เป็นเพราะเราคนใดคนหนึ่งมีคนรักหรอก


แต่คงเป็นเพราะหน้าที่ที่มีเพิ่มขึ้นมากกว่า


ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน กูก็เพิ่งตัดสินใจได้เหมือนกัน


เรื่องแค่นี้ มึงไม่ต้องขอโทษกูหรอก


ผมพูดออกไปแบบนั้น ก่อนจะยกถ้วยขึ้นซดน้ำซุปจนหมดเกลี้ยง ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นจากเดิมมาก หัวสมองกลับมาปลอดโปร่งจริง ๆ แล้ว และอาการคลื่นไส้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง แต่ทว่าประโยคคำพูดของไอ้เรียวต่อจากนี้กำลังทำให้ผมรู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะอีกครั้ง


เออ กูเล่าเรื่องที่มึงไปเมาเป็นหมาที่ร้านพี่เป้ให้ไอ้ฟ้าฟังแล้วนะ


แค่ก ๆ ผมสำลักน้ำลายจนไอค่อกแค่ก ก่อนจะเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยออกไป ฮือออมึงไปเล่าให้ไอ้ฟ้าฟังทำไมอะ?”


ทำไมกูจะเล่าให้มันฟังไม่ได้ กูก็เล่าเรื่องของมึงให้มันฟังประจำ


แล้วมันก็จะเรียกกูไปด่าไง


ไอ้ฟ้าบอกให้มึงเข้าไปหาที่ร้านมะรืนนี้ มันอยากคุยด้วย


พ่อเนี่ยนะ! อยากคุยกับกู มึงฟังมาผิดหรือเปล่าไอ้เรียว?”


“…”


ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นอยากคุยกับกูเลย


...


กูไม่เข้าไปหามันหรอก กูกลัว


นี่มึงกลัวไอ้ฟ้ามากกว่าพ่อตัวเองอีกเหรอ?”


ไอ้เรียว มึงพูดแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวพ่อแท้ ๆ กูมาได้ยินเข้าเขาจะน้อยใจเอา


ไอ้เรียวหัวเราะในลำคอเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร “…”


คือกูกลัวคนละแบบเว้ย อย่างป๊าอะ กูกลัวเขาจะตัดออกจากกองมรดกถ้าทำตัวไม่ดี แต่อย่างพ่อฟ้าอะ กูกลัวมันด่าอย่างเดียวเลย เพราะเวลามันด่าทีนะ เจ็บเข้าไปยันกระดองใจเลย


แล้วมึงไม่กลัวกูเหรอ?”


“…”


กูก็ดุนะ


ผมมองหน้าคนที่โยนคำถามมาให้ แล้วก็คิดในใจว่า ไอ้เรียว กูจะบอกมึงไว้เลยนะว่า...สายตากับรอยยิ้มแบบนี้ที่ทำให้มึงหล่อจนบาดใจใครหลาย ๆ คน มันทำอะไรกูไม่ได้หรอกเว้ย! กูไม่ใจสั่นห่าอะไรทั้งนั้นแหละ เพราะมึงเป็นเพื่อนกู!’


กูไม่กลัวมึงหรอก!”


เหรอ?”


ไอ้เรียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดกวนนิด ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนตัวสูงกว่าผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก้าวเท้ามาหยุดยืนตรงหน้า ผมเงยหน้ามองไอ้เรียวที่แสดงสีหน้าเรียบเฉย มันยื่นมือข้างหนึ่งมาบีบแก้มทั้งสองข้างของผม แล้วพอไอ้เรียวออกแรงบีบมากขึ้น ปากของผมก็เริ่มห่อเล็กลง จนเหมือนว่าผมทำปากจู๋ใส่มันอยู่


ไอเอียว” (ไอ้เรียว)


ไร?”


ไอ้เรียวถามกลับมาแบบนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม นั่นทำให้ผมถอนหายใจ ก่อนจะปล่อยให้มันตีมึนแกล้งผมต่อไป แล้วในนาทีถัดมามันก็หัวเราะในลำคอ พร้อมกับผละมือออกจากแก้มของผม ไอ้เรียวเอามือข้างนั้นเคลื่อนมาตีที่หน้าผากผมจนดัง แปะ


โอ๊ย! เจ็บนะเว้ยผมพูดพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบที่หน้าตัวเองป้อย ๆ


คนตัวสูงเผยยิ้มบาง ๆ พร้อมส่ายหน้า ก่อนเอ่ย อย่าเวอร์ กูแค่ตีเบา ๆ เอง


ความจริงแล้วมันก็ตีหน้าผากผมไม่แรงจริง ๆ นั่นแหละ แต่เพราะผมเป็นคนชอบเล่นใหญ่ ผลลัพธ์เลยออกมาเป็นแบบนั้น...


เจ็บจริงไม่จริง


ถ้าถูกกระทำ


กูก็ร้องไว้ก่อน...


มึงไม่ได้เป็นคนโดนตีนี่ มึงก็พูดได้ดิ


ทันทีที่ผมพูดจบ ไอ้คนตัวสูงที่ตอนนี้เอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงก็โน้มตัวลงมาหาผมทันที ไอ้เรียวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ผม เราอยู่ใกล้กันมากจนผมต้องเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อเว้นระยะห่างให้มากขึ้น


งั้นมึงก็ลองตีกูบ้าง กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเจ็บแค่ไหน


“…”


แต่ต้องเอาน้ำหนักมือเท่าที่กูตีมึงนะ


“…”


แล้วถ้ากูไม่รู้สึกเจ็บ...กูขอตีมึงคืนสองเท่า


ผมรู้ว่าไอ้เรียวกำลังหยอกผมเล่นอยู่ แต่เพราะมันไม่ค่อยเล่นแบบนี้กับผมสักเท่าไร ปกติเราจะพูดหยอกล้อกันมากกว่า แล้วส่วนมากผมก็จะเป็นคนเริ่มก่อนตลอด ครั้งนี้จึงทำให้ผมรู้สึกแปลกใจพอสมควร


ไม่เอาหรอก ไอ้สัด


...


เพราะกูรู้ว่ายังไงมึงก็โกงกู


...


ต่อให้มึงรู้สึกเจ็บจริง ๆ มึงก็จะบอกว่าไม่เจ็บ เพราะมึงจะได้เอาคืนกูสองเท่าไง


ไอ้เรียวที่ยังยื่นหน้ามาหาผมอยู่หัวเราะในลำคอ ก่อนเอ่ย เออ หัดตามคนอื่นให้ทันแบบนี้บ้าง มึงจะได้ไม่โดนเอาเปรียบบ่อย ๆ


พอพูดจบ ไอ้เรียวเหยียดตัวตรงอีกครั้ง รอยยิ้มแบบที่ละลายใจใครหลายคนยังคงเปื้อนอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา มันมองผมอยู่เพียงชั่วครู่แล้วพูดว่า...


เข้าไปข้างในเถอะ เดี๋ยวกูจะกลับแล้ว


เออ ๆ


ผมตอบกลับไปแบบนั้น ก่อนจะหยิบถ้วยซุปแล้วลุกขึ้นยืน เราเดินเข้ามาภายในห้องพร้อม ๆ กัน ผมเอาถ้วยกระเบื้องไปวางที่เคาน์เตอร์ในครัว แล้วเตรียมตัวจะเดินไปส่งไอ้เรียวกลับบ้าน ทว่าพอหมุนตัวหันกลับไปมองก็เห็นอีกฝ่ายกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู


ครับ ป๊า


ป๊ามันคงโทรมาตามแล้ว...


เรียวกำลังกลับครับ


...


เท่าที่คุยกัน มันก็น่าสนใจดีนะครับ แต่มันก็มีบางอย่างที่เรียวอยากปรึกษากับป๊าก่อนจะตกลงร่วมหุ้นกับเขา


ผมพยักพเยิดหน้าไปทางประตู เป็นเชิงบอกว่า เดี๋ยวกูเดินไปส่งแล้วก็เดินนำหน้ามันไปหลายก้าว พอมาถึงหน้าประตูบานใหญ่ ผมก็หันกลับไปมองคนตัวสูงกว่าที่เดินตามหลังมา


ไอ้เรียวเดินมาหยุดยืนที่หน้าประตู ในจังหวะที่มันกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตู ไอ้เรียวกลับหันมามองผมก่อน ผมรู้ดีว่ามันอยากพูดลาเหมือนทุกครั้ง แต่เพราะตอนนี้มันกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่ออยู่ คำลาอย่าง กูไปก่อนที่มันมักจะพูดเสมอคงถูกสื่อผ่านทางสายตาแทน


ผมพยักหน้าเบา ๆ เพื่อบอกว่า เออ ไปเถอะแต่ทว่ามันไม่ยอมเปิดประตูสักที มันสบสายตากับผมอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วมันก็ก้มหน้าพลางยกมือข้างที่ว่างจากการถือโทรศัพท์ขึ้นมาเท้าเอวตัวเอง


ป๊า...


“…”


เรียวว่า...วันนี้เรียวกลับบ้านไม่ได้แล้วครับ


ไอ้เรียว!” ผมเอ่ยเรียกมันด้วยเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ กลับไปเถอะ ไม่ต้องห่วงกู


แม้ผมจะพูดด้วยเสียงที่เบามาก เพราะไม่อยากรบกวนบทสนทนาของไอ้เรียวกับพ่อมัน แต่ผมก็มั่นใจว่ามันได้ยินชัดเจน ถึงผมจะอยากให้มันนอนค้างด้วยมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ดึงรั้งมันไว้หรอก


คนตัวสูงเงยหน้าขึ้นมองผมอีกครั้ง ก่อนเอ่ยกับปลายสายไป โอเคครับ


“…”


เดี๋ยวพรุ่งนี้เรียวรีบกลับไปคุยด้วยครับ


...


ครับ


ทันทีที่ไอ้เรียววางสายจากผู้เป็นพ่อ ผมก็พูดขึ้น ไอ้เรียว! กูอยู่ได้จริง ๆ


...


มึงไม่ต้องเป็นห่วงกูขนาดนี้หรอก กลับไปคุยงานกับป๊าเถอะ แล้วก็จะได้นอนพักด้วย มึงเหนื่อยมาหลายวันแล้วนี่


คนตัวสูงกว่าผมส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินผ่านผมไป แต่ก่อนที่ไอ้เรียวจะเดินพ้นตัวผมไป มันยื่นมือข้างหนึ่งมาผลักหัวของผมเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


“ทีหลังถ้าอยากให้อยู่ด้วยก็แค่บอก”



“ไม่ต้องทำหน้าหงอยเหมือนหมาบ้านมึงหรอก”


ผมยังไม่ทันได้ตอบกลับไปเลย เพื่อนสนิทตัวสูงกว่าก็เดินไปไกลแล้ว ผมจึงทำได้แค่ยืนมองแผ่นหลังกว้างที่ห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายเจ้าของแผ่นหลังกว้างนั้นก็หายเข้าไปในห้องนอน


ผมส่ายหน้าเบา ๆ พลางคิดว่า...


ก็คงจะมีแค่ไอ้เรียว คนเดียวเท่านั้น


ที่รู้ใจผมได้ขนาดนี้


และเผลอ ๆ บางที


มันอาจจะรู้ใจผมดีกว่าตัวของผมเองด้วยซ้ำ



#รักแท้ของผมคือคุณ


ในเวลาดึกเช่นนี้ที่เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาตีสามพอดิบพอดี บนเตียงขนาดคิงไซซ์ มีเพื่อนสนิทสองคนกำลังนอนอยู่คู่กัน เรียวที่นอนหลับสนิทอยู่พลิกตัวหันหลังให้เพื่อนสนิท แล้วในขณะนั้นเฮียก็พลิกตัวกลับมานอนหงาย


เฮียเริ่มมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่เปลือกตาสีอ่อนทั้งสองข้างยังปิดสนิทอยู่ แล้วบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาก็เริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมา เฮียส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ก่อนจะพูดละเมอบางอย่างออกมา


ฮือออ...กูกลัวแล้วจ้า~”


เรียวที่ปกติเป็นคนตื่นง่ายอยู่แล้ว พอได้ยินเพื่อนสนิทละเมอก็เริ่มขยับตัว แล้วค่อย ๆ เลิกเปลือกตาขึ้น ทว่ายังไม่ทันจะพลิกตัวหันกลับไปหาอีกฝ่าย เพื่อนสนิทที่ดูเหมือนกำลังฝันร้ายอีกแล้วก็สะดุ้งตื่น


เป็นตอนนี้ที่เรียวเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟข้างเตียง แล้วพลิกตัวหันกลับไปมองคนข้างกาย เขาเห็นเฮียเบิกตาโตคล้ายกำลังตกใจอย่างมาก มันรีบผุดลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบหน้าตัวเอง


ฝันร้ายอีกแล้วดิ อีน้ำแดง


เรียวเลิกผ้าห่มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นนั่งตามอีกฝ่าย เขาเอนหลังพิงกับหัวเตียงแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนสนิท แล้วก็อดขำไม่ได้ตอนที่เห็นเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ฟูชี้โด่ชี้เด่ของมัน


คราวนี้ฝันว่าอะไร?”


อะ ไอ้เรียว กูขอโทษนะ กูไม่ได้ตั้งใจจะปลุกมึง


เออ


แต่พวกผีแม่งวิ่งไล่ตามกูไม่หยุดเลย กูวิ่งหนีเป็นกิโลเลยนะ...เฮียพูดพลางใช้มือข้างหนึ่งสะบัดผ้าห่มผืนที่เราห่มด้วยกันออก แล้วเจ้าตัวก็เอามือลูบขาทั้งสองข้างของตัวเอง ...เนี่ย ขาล้าไปหมดเลย


ทั้งฝันมีแต่วิ่งหนีผีเหรอ?”


ไม่ ๆ ก่อนหน้านั้นกูยังไม่ได้วิ่งหนีผี...


“…”


คือตอนแรกอะ กูฝันว่ากูไปเที่ยวที่โรงแรมหนึ่งกับมึง...


แล้ว...หลังจากนั้นเฮียก็เริ่มเล่าความฝันให้เขาฟัง เรียวพยักหน้าเบา ๆ ขณะรับฟังเพื่อนสนิท แล้วความง่วงก็ทำให้เขาหาวเป็นระยะ แม้เรียวจะอยากนอนต่อแค่ไหน แต่เพราะไม่อยากให้เฮียต้องนั่งอยู่คนเดียว เขาเลยเลือกนั่งอยู่เป็นเพื่อนแบบนี้


และเพราะช่วงที่ผ่านมามันฝันร้ายบ่อย ๆ


การที่ต้องตื่นมานั่งเป็นเพื่อนมันกลางดึก


จึงกลายเป็นเรื่องเคยชินของเขาไปแล้ว...


เขาเห็นแววตาหวาดกลัวของเพื่อนสนิทขณะเล่าว่าตัวเองกำลังถูกผีนับสิบไล่ล่า แล้วเรียวก็คิดขึ้นมาว่า ไอ้พวกผีเหี้ย ถ้ามึงเก่งจริงก็มาเข้าฝันกูแทนดิ มึงจะไปหลอกไอ้เฮียในฝันทำห่าอะไร มันสู้มึงไม่ได้หรอก อย่างพวกมึงต้องมาเจอกับกู


แม้เรียวจะรู้ดีว่า...บางทีที่เฮียฝันร้าย มันอาจเกิดจากการที่เพื่อนสนิทชอบคิดถึงเรื่องผีก่อนนอน แต่เขาก็เลือกจะตำหนิอย่างอื่นก่อนอยู่ดี


เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละ แต่ในฝันแม่งน่ากลัวฉิบหายเลยเฮียพูดพลางทำท่าขนลุกขนพอง


พอเห็นเพื่อนสนิททำท่าทางแบบนั้น เรียวก็กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนเอ่ย เดี๋ยวกูมา...


มึงจะไปไหนอะ?”


ไม่ต้องกลัวหรอก กูไม่ได้จะทิ้งมึงไปไหน แค่จะออกไปเอาน้ำ


อะ อ๋อ โอเค ๆ


เรียวผุดลุกจากเตียงนุ่ม แล้วสวมสลิบเปอร์สีขาวของตัวเอง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปเอาน้ำมาให้อีกฝ่ายดื่ม เขาใช้เวลาไม่นานมากก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอน


แก้วน้ำเย็น ๆ ถูกยื่นให้เฮียที่นั่งอยู่บนเตียง เจ้าตัวกะพริบตาปริบ ๆ ขณะมองเขา เรียวจึงพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้รับน้ำไปดื่ม


มึงรู้ได้ไงอะ...ว่ากูรู้สึกคอแห้ง


ไม่รู้ก็เหี้ยแล้ว มึงเล่นพูดไม่หยุดขนาดนั้น


...


ขนาดกูไม่ใช่มึงนะ กูยังรู้สึกคอแห้งแทนเลย


พอเฮียได้ยินแบบนั้นเจ้าตัวก็หลุดขำพรืด แล้วพูดปนหัวเราะ ไอ้สัด...


หลังจากเพื่อนสนิทรับแก้วน้ำไปดื่มแล้ว เรียวก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง ร่างสูงเอนพิงหัวเตียงเหมือนเดิม ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง


โธ่...แล้วบอกว่าอยู่คนเดียวได้


“…”


ถ้าคืนนี้กูไม่ได้นอนค้างด้วย มึงก็คงตื่นมานั่งหลอนคนเดียว


เฮียที่เพิ่งดื่มน้ำเสร็จหันมามองเขา อีกฝ่ายขยับตัวเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิ เรียวเดาว่าเพื่อนสนิทคงจะเล่นตลกอะไรให้ดูอีก หลังจากเจ้าตัวเริ่มรู้สึกดีขึ้นจากฝันร้ายแล้ว


แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะเฮียยกมือขึ้นพนมไว้กลางอก ก่อนจะกราบลงบนไหล่ของเขา เรียวส่ายหน้าเบา ๆ พลางยกมือข้างหนึ่งแกล้งผลักศีรษะของอีกฝ่ายที่กำลังโน้มลงมาจรดลงบนมือคู่นั้น


พอเฮียเงยหน้าขึ้นแล้วดึงมือทั้งคู่กลับไปแล้ว เจ้าตัวก็ฉีกยิ้มกว้างพลางเอ่ย ขอบใจนะจ๊ะ อีน้ำแดงจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ของเพื่อนเรียวเลย


อีน้ำแดง มึงนี่มัน...เรียวพูดปนหัวเราะน้อย ๆ ก่อนเอ่ยต่อ ...ไม่เคยเล่นน้อย ๆ เลย เล่นใหญ่ตลอด


ไม่งั้นจะเป็นอีน้ำแดงได้เหรอจ๊ะ


เรียวหัวเราะดัง หึ ๆในลำคอ ขณะมองดวงตาของเฮียที่ตอนนี้กลายเป็นตัวสระอิไปแล้ว นั่นเป็นเพราะเจ้าตัวกำลังยิ้มกว้างให้เขาอยู่


ถ้าหายกลัวแล้ว งั้นนอนกันไหม ไอ้เหี้ย?”


...


ตีสามกว่าแล้วเนี่ย


เฮียหัวเราะเบา ๆ พลางล้มตัวลงนอนก่อน โอเคจ้ะ


เรียวมองเพื่อนสนิทที่นอนตะแคงหันมาทางเขา ก่อนจะล้มตัวลงนอนบ้าง แล้วก็เหมือนทุก ๆ ครั้งที่เวลาเฮียตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้าย ถ้าเราสองคนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เรียวจะต้องนอนหันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย จนกว่าเจ้าตัวจะหลับสนิท ถึงจะพลิกตัวหันหลังให้เพื่อนสนิทได้


ทั้งหมดที่เรียวทำ...


เฮียไม่ได้ขอ


เฮียไม่ได้บังคับ


แต่เขาเต็มใจทำให้ทั้งนั้น


ไอ้เรียว...


ไร?”


มึงตะแคงไปข้างนู้นก็ได้นะ กูรู้ว่ามึงไม่ชอบนอนตะแคงข้างนี้


เรียวสบสายตากับเพื่อนสนิทที่ตอนนี้มีแววตาเป็นประกายวิบวับ ก่อนเอ่ย ถ้ามึงยังไม่ง่วงก็แค่หลับตา แต่ไม่ต้องชวนกูคุย เพราะกูจะนอนแล้ว


กูแค่บอกมึงเฉย ๆ ไม่ได้ชวนคุยต่อเลย


หลับตาได้แล้ว อีน้ำส้วม


เฮียอมยิ้มก่อนจะหลับตาลง เจ้าตัวเอามือทั้งสองข้างมาสอดไว้ใต้แก้มของตัวเอง ทำราวกับกำลังหนุนหมอนอีกใบอยู่ เรียวมองใบหน้าของเพื่อนสนิทพลางคิดว่า...


ไอ้เฮีย


กูเข้าไปปกป้องมึงในฝันไม่ได้หรอกนะ


แต่กูจะคอยปกป้องมึงในชีวิตจริงเอง...


#รักแท้ของผมคือคุณ 


TBC


Talk


มาลงให้ครบแล้วคับ

หลาย ๆ คนบอกกลัวม่า

โธ่ ใจนักเขียนก็มีอยู่เท่านี้เอง จิ๊ดเดียวเอง ไม่ม่าหรอกคับๆ

แต่ในบางฉากที่มีกินใจ บางคนก็อาจจะเสียน้ำตาได้เท่านั้นเองง

ตารางลงนิยายนะคับ 

วันที่ 22 หยุด 

วันที่ 23 อัปบทที่ 4 50%

วันที่ 24 อัปบทที่ 4 50%

วันที่ 25 วันเกิดตังค์ ! หยุดพักไปถึงวันที่ 26 ค้าบบ

ฝากคอมเมนต์และเล่น #รักแท้ของผมคือคุณ เป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าา


Twitter : @SP251566



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.493K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,465 ความคิดเห็น

  1. #2427 CallistoJpt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 / 18:19
    พี่เรียวอบอุ่นละมุนมากจ้าาาาา คนอ่านอย่างเราก็คือเขินไปแล้ว >//////< เอาใจช่วยพี่เรียวให้มีทั้งแฟนทั้งเพื่อนคือคนเดียวกันได้เร็วๆนะคะ ว่าแต่ที่ว่าดุนี่ความหมายไหนคะพี่เรียว 5555555555555
    #2,427
    0
  2. #2397 sunflowerrrr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 05:27
    รักกันขนาดนี้แล้วนะ อ่ยยยยยอยากมีพี่เรียวเป็นของตัวเอง แสนดีจัดๆ คลั่งรักจัดๆ
    #2,397
    0
  3. #2352 kisskrisT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 22:29
    อยากมีเรียวเป็นของตัวเองงงง
    #2,352
    0
  4. #2348 Nps_Rbt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 21:12
    คือยังไงคะแม่ ดูยังไงเค้าก็รักกัน
    ที่ไม่กล้าข้าม friend zone
    เพราะกลัวไม่มีอีกฝ่ายในชีวิตใช่มั้ยเนี่ย
    #2,348
    0
  5. #2261 Capricornus4 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 01:44
    เรียวละมุนมากแม่ฮืออออออ
    #2,261
    0
  6. #2217 Pokky_bow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 22:12
    พี่เรียวววววว....ฮืออออพ่อไมโครเวฟ
    #2,217
    0
  7. #1949 mam_sukanya35 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 23:46
    เรียวเป็น ผช ที่อบอุ่นมากๆเลย ชอบจัง
    #1,949
    0
  8. #1877 PikazZA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:10

    สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังค่ะ พึ่งเห็นเรื่องนี้ น่ารักมากค่าา

    #1,877
    0
  9. #1841 aomsaom4 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:31
    มองจากดาวอังคารก็ดูออกว่าพี่เรียวคลั่งรักน้องน้ำแดง
    #1,841
    0
  10. #1591 tarun_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:33
    เห้ยนายยยย ดีขนาดนี้ เพื่อนไม่ได้แล้ว
    #1,591
    0
  11. #1590 tarun_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:32
    เฮีย ทำไมเฮียมองไม่ออก5555
    #1,590
    0
  12. #1574 eiiv (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 16:55
    สุขสันต์วันเกิดนะคะ 🎂 ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีรอยยิ้มให้ทุกๆวันนะคะ : )
    ปล.ชอบนิสัยเฮียที่ชอบทำกวนๆให้เพื่อนทำหน้าเอือมระอาอ่ะ เหมือนเราเลย 5555
    #1,574
    0
  13. #1545 JKCGV (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 15:39

    โอ้ยยยยยยยยยยใจมันยุบนิบ เรียวโคตรรรรละมุนเลยอะ มาเป็นแฟนหนูแทนก็ได้ค่ะ แง้

    #1,545
    0
  14. #1367 xiaobaitu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 16:45
    เพื่อนจริงหรือเนี่ยยย
    #1,367
    0
  15. #1334 papraewa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 19:05
    เพื่อนไม่จริง-Polycat
    #1,334
    0
  16. #1290 PrchFirnnn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 14:58
    มันคือเส้นบางๆของคำว่าเพื่อนจริงๆอ่ะ
    #1,290
    0
  17. #962 Pugkard Piyamaporn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 15:49
    ความรักกกก
    #962
    0
  18. #826 Gtomxx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 01:23
    จริงๆเค้าเป็นแฟนกันใช่มั้ยคะ เเต่เค้า2คนอาจจะลืม มู้แงงงง
    #826
    0
  19. #768 Palm MP Pheerawich (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 10:58
    แงงงงงงงงงงงง อบอุ่นมากคุณพี่ ฮือออเขิน
    #768
    0
  20. #624 yayathiti (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 23:50
    สุขสันต์วันเกิดนะคะ น้องตังค์ มีความสุขมากๆ มีพลังบวกเยอะๆ ขอให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง นะคะ วันนี้หนูเกิดวันเดียวกันกับหลานพี่ -แก้มคนดื้อ คนเกิดวันนี้แค่รอยยิ้มก็ทำให้คนรอบข้างหลงรักแล้วเนอะ
    #624
    0
  21. #623 MooAomlaya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 23:08
    สุขสันต์วันเกิดนะคะ มีความสุขเยอะๆ นอนหลับง่ายๆ ร่างกายแข็งแรงๆนะคะ
    #623
    0
  22. #621 kanokpornthaimai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 20:50
    รักกันแหละ

    สุขสันต์วันเกิดนะคะไรท์ มีความสุขมาก ๆ มากเป็น 2 เท่าจากความสุขที่สร้างให้เราเลยนะคะ รักกกก
    #621
    0
  23. #619 KSnoey (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 16:55
    ❤️ เรียวคือมนุษย์โพลีแคทของจริง

    ปล. HBD 🎉 นะคะขอบคุณที่เกิดมาเขียนนิยายน่ารักให้เราอ่านนะคะ555 ปล.2 เราเกิดวันเดียวกันเลยน้าาา
    #619
    0
  24. #618 bloody N.M. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 16:50
    วันนี้วันที่25พอดี! สุขสันต์วันเกิดนะคะคุณไรท์ ขอบคุณนะคะที่เขียนนิยายดีๆมาให้เราอ่านหลายเรื่องเลย ซึ่งนิยายของคุณไรท์มันฮีลใจเราได้มากๆ👍! ขอให้คุณไรท์มีความสุขมากๆ ไม่เจ็บไม่ป่วยนะคะ ขอให้คุณไรท์ผลิตผลงานดีๆแบบนี้มาให้เราอ่านอีกนานๆเลย! จะติดตามคุณไรท์ไปเรื่อยๆนะคะ สู้ๆค่ะ เราเป็นกำลังใจให้นะคะ!✌
    #618
    0
  25. #612 yayathiti (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 22:16
    ทำงานหนักแค่ไหนก็หลับไม่ได้ถ้าไม่ได้เข้ามาหาพี่เรียลกับอีน้องน้ำแดง ถึงแม้ว่าจะได้อ่านวนไปกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อเลย
    #612
    0