End - [Pre-Order 18 เมษา - 15 มิถุนา 64] Real Love #รักแท้ของผมคือคุณ [YAOI]

ตอนที่ 21 : Chapter 20 [ครบแล้วค่ะ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 841 ครั้ง
    25 มี.ค. 64





Chapter 20


หลังจากพวกเราไปนั่งรถไฟมหาสนุกชมวิวทิวทัศน์ทั่วสวนสนุกแล้ว ผมก็ถูกชาวคณะมอบหมายให้เลือกเครื่องเล่นอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่การตัดสินใจเลือกเล่นไวกิ้งส์ทำให้ทุกคนปั่นป่วนท้องไส้แทบตาย แต่พวกเขาก็ยังไว้ใจผมอยู่


ดังนั้นรอบนี้ผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ผมจึงเลือกเล่น สกายโคสเตอร์หรือ รถไฟเหาะเพราะคิดว่าเครื่องเล่นชนิดนี้น่าจะทำให้ทุกคนรู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงได้ และแน่นอนว่าการเล่นเครื่องเล่นแต่ละอย่างจะต้องเกิดจากความสมัครใจ


ครั้งนี้จึงมีทั้งคนที่พร้อมลุยไปกับผม และคนที่ขอยืนรออยู่บริเวณใกล้ ๆ แทน โดยคนที่ปฏิเสธความท้าทายครั้งนี้มีหมื่นฟ้า เรียว น้องจ๋า (ที่รัก) นอกนั้นทุกคนตัดสินใจไปเล่นรถไฟเหาะกับผมทั้งหมด


แต่พอมาถึงตอนนี้ที่ลงมาจากสกายโคสเตอร์ได้ราว ๆ สิบห้านาทีแล้ว ผมยังรู้สึกเสียวท้องวูบวาบเหมือนกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะอยู่เลย สิ่งนี้จึงทำให้ผมคิดว่า...


คนที่ไม่ซ่า


คนที่ตัดสินใจไม่เล่นรถไฟเหาะ


คุณคิดถูกแล้วครับ!


เพราะผมได้เลือกเครื่องเล่นมาถึงสามครั้งแล้ว ตั้งแต่เรือไวกิ้งส์ รถไฟมหาสนุก และสกายโคสเตอร์ ผมจึงยกหน้าที่เลือกเครื่องเล่นครั้งต่อไปให้น้องจ๋าบ้าง แล้วทุกคนก็ดูจะโล่งอกพอสมควร เพื่อนทั้งสี่คนอย่างไอ้โก้ ไอ้โน่ ไอ้สิน ไอ้พีช ถึงกับพูดขึ้นว่า ดี เป็นความคิดที่ดีที่ให้น้องที่รักเลือก


น้องจ๋าจึงเลือกเข้า บ้านยักษ์บรรดาชาวคณะไม่มีใครคัดค้านสักคน นั่นไม่ใช่เพราะน้องจ๋าเป็นคนรักของหมื่นฟ้าคนโหดหรอก แต่คงเป็นเพราะทุกคนอยากละทิ้งความรู้สึกเร้าใจสักพักก่อน การเข้ามาเดินเล่นในบ้านยักษ์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


คุณ ดูยักษ์ดิ...


เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเรียกความสนใจให้ผมหันไปมอง จึงเห็นคนข้างกายที่พยักพเยิดหน้าไปทางเตียงนอนขนาดใหญ่โตมโหฬารที่มียักษ์ตัวโตนอนหลับอยู่ แล้วเสียงกรนของคนจำลองที่ตัวใหญ่กว่าพวกเราหลายร้อยเท่าก็ทำให้รู้ว่ากำลังหลับสนิทอยู่


นอนกรนด้วยนะ


อือ เหมือนคุณเลยอะ


กูนอนกรนด้วยเหรอ?...ไม่เคยรู้เลย


เรียวเผยรอยยิ้มบางเบา เวลาเหนื่อยจัด ๆ ก็มีบ้าง แต่ไม่ได้ดังมากหรอก


จริงดิ?”


ครับ


แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูนอนกรน?” ผมถามเพื่อนสนิทที่เดินขนาบข้างกันอยู่ พอเรียวชะงักฝีเท้าแล้วหยุดนิ่ง ผมก็หยุดเดินพร้อม ๆ อีกฝ่าย


เรียวสบตากับผมเพียงชั่วครู่ ก่อนเอ่ย เพราะเรียวคอยนอนมองคุณอยู่ตลอดไง


อ่า...


เวลาที่เรานอนด้วยกัน


นายไม่เคยหลับก่อนเราเลยสินะเจ้าเรียว


ผมเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้ม แต่การกลั้นยิ้มก็ทำได้ยากเหลือเกิน หลังจากได้ยินประโยคคำพูดนั้น ผมจึงปล่อยให้ตัวเองได้อมยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าน้อย ๆ แล้วเริ่มสาวเท้าเดินต่อ


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...การได้รับความใส่ใจและความรักจากใครสักคน มันทำให้รู้ว่าตัวเรามีคุณค่ามากแค่ไหน และคนที่มีคุณค่าในตัวเองอย่างเราก็เหมาะสมกับความรักดี ๆ


ผมหมุนตัวหันกลับไปมองคนตัวสูงกว่าที่กำลังเดินตามหลังมา แล้วคิดว่า เรียวทำให้ผมรู้ว่า...การจะเลือกรักใครสักคน เราก็ควรเลือกคนที่ทำให้เรามองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่ทำให้เรารู้สึกถูกลดทอนคุณค่าในตัวเองและตอนนี้ผมก็คิดอีกว่า ความรักครั้งนี้...ผมเลือกรักเรียว ผมเลือกถูกคนแล้ว


ผมยื่นมือข้างหนึ่งไปหาเรียว เจ้าตัวมองมือของผมอยู่แวบหนึ่ง ก่อนรอยยิ้มในแบบที่ทำให้ใครหลายคนตกหลุมรักได้ง่าย ๆ จะปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา แล้วเขาก็คว้ามือของผมไปจับไว้


ที่ยื่นมือมาให้...หมายความแบบนี้ใช่ไหม?”


ผมอมยิ้มพลางพยักหน้าเบา ๆ ครับ...อยากจับมือเดินไปด้วยกัน


ดวงอาทิตย์ในใจของผมหัวเราะน้อย ๆ ก่อนเอ่ย โอเคครับ


หลังจากเรียวเอ่ยตอบ เขาก็จูงมือพาเดินชมบ้านยักษ์ต่อ ทว่าผมดันเหลือบไปเห็นเพื่อนทั้งสี่คนยืนอยู่ไม่ไกล พวกมันกำลังแซวเราสองคนผ่านทางสายตา แล้วรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเพื่อนทั้งสี่คนก็ทำให้ผมรู้สึกหน้าร้อนไปหมด


เรียว เราเดินไปทางนู้นกันเถอะ


ตรงโต๊ะอาหารเหรอ?”


อือ


เรียวพยักหน้ารับ แล้วจูงมือพาผมเดินไปทางโต๊ะอาหารของยักษ์ตัวใหญ่ ก่อนจะมาหยุดยืนบริเวณเก้าอี้ไม้ ผมหันไปมองบรรดาเพื่อน ๆ ที่ตอนนี้กระจายตัวเดินไปตามมุมต่าง ๆ เมื่อรู้ว่าเราสองคนไม่ได้ตกเป็นเป้าสายตาแล้ว ความโล่งใจจึงทำให้ผมถอนใจออกมาเบา ๆ


ผมไม่ได้คิดปิดบังความรู้สึกของตัวเอง และเรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคนที่กำลังพัฒนามากกว่าเพื่อนกับทุกคนหรอก เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแล้ว ทั้งยังมีคำพูดของผมช่วยยืนยันด้วย


มันอาจดูแปลกที่ผมไม่คิดเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเท่าไร ความจริงผมน่าจะกลัวว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะรับได้ไหม ถ้าหากเราสองคนจะรู้สึกเกินกว่าเพื่อน แต่เพราะพวกเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ และผ่านเรื่องราวมาด้วยกันค่อนข้างเยอะ มันจึงทำให้ผมคิดแค่ว่า...


พวกเราก็โต ๆ กันแล้ว


การจะทำอะไรแต่ละครั้งก็ต้องผ่านการไตร่ตรองนับร้อยครั้ง


แล้วเรื่องของผมกับเรียวก็เช่นกัน


เราคงไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเพียงชั่วครู่ชั่วยาม


หรือตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบหรอก


ทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดและกลั่นกรองความรู้สึกมาเป็นอย่างดีแล้ว


ดังนั้น...เพื่อนทุกคนจะเคารพการตัดสินใจของเราสองคนแน่นอน


และดูจากการแซวไม่ขาดปากของพวกมันแล้ว ผมก็คิดว่า พวกแม่งไม่ได้เคารพการตัดสินใจของเราสองคนอย่างเดียวหรอก แต่แม่งยุยงส่งเสริมให้ได้กันด้วย


ทว่าสาเหตุที่ผมอยากหลีกเลี่ยงพวกมันเป็นเพราะ คำแซวต่างหาก เวลาเพื่อนทั้งสี่คนเอ่ยปากแซวทีไร ผมก็อดเขินอายไม่ได้เลย และนั่นทำให้ผมแทบไม่เป็นตัวเอง


การสูญเสียความเป็นตัวเองจะไม่น่าหงุดหงิดใจเท่าไร ถ้าหากมันไม่ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการ พูดหยอดเรียวลดลง แต่พอผมโดนแซวให้เขินอายจนแทบไม่เป็นตัวเอง ประโยคคำพูดที่เตรียมอยู่ในหัวก็หายไปหมดเลย


ใช่...ผมตัดสินใจเดินหน้าไม่ถอย ตั้งแต่ที่เรานอนกอดกันเมื่อคืน ผมคิดว่า รู้ใจตัวเองขนาดนี้แล้วจะเบรกทำไม ไปต่อให้สุดเลย จีบให้เรียวเสียอาการไปเลย แล้วจบที่ขอเป็นแฟน ทำแบบนี้เจ๋งจะตาย


แต่ผมจะไม่ใช่คนเจ๋งก็เพราะไอ้โน่ ไอ้โก้ ไอ้สิน ไอ้พีช น่ะสิ


คุณ มองหาใคร?”


ผมละสายตาจากพวกเพื่อน ๆ แล้วหันมองคนข้างกาย เปล่า...


อย่าให้รู้


สีหน้า น้ำเสียง และนิ้วที่ชี้คาดโทษทำให้รู้ว่าเรียวหวงผมมากแค่ไหน ผมหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยถาม...


อะไร อย่าให้รู้อะไร?”


อย่าให้รู้ว่าแอบมองใครอยู่


นี่สวนสนุกนะเรียว กูจะมองใครอะ?”


เรียวจะไปรู้เหรอ?...แต่ก่อนคุณชอบมองคนน่ารักคนหล่อ เห็นใครตรงสเปกหน่อยก็ชอบเรียกให้เรียวดู


นั่นมันแต่ก่อนไง...เดี๋ยวนี้ไม่มองใครแล้ว


...


ตอนนี้แหละ เฮีย


เอาเลย!


มึงจะได้เป็นคนเจ๋งสักที...


เพราะอยากมองแค่เจ้าเรียวคนเดียว


และดูเหมือนประโยคคำพูดนั้นจะทำให้ผมกลายเป็นคนสุดเจ๋งขึ้นมา การันตีได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของดวงอาทิตย์ตรงหน้าผม เรียวปล่อยมือผมให้เป็นอิสระ ก่อนจะสร้างพันธนาการใหม่ด้วยการวาดแขนกอดคอผมไว้ แล้วพาเดินออกมาจากบริเวณนั้น


ผมรู้สึกได้ว่าปลายจมูกของคนตัวสูงกว่ากำลังฝังลงบนกระหม่อมแผ่วเบา ก่อนจะถอนออกไปด้วยความรวดเร็ว นั่นทำให้ผมหลุดยิ้มกว้างออกมา


มองแค่เรียวคนเดียวจริง ๆ ดิ?”


ผมรู้ว่าเรียวเชื่อใจกัน เพียงแต่อยากถามให้รู้สึก ชื่นใจเท่านั้น ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงกว่า ก่อนเอ่ย แล้วถ้าบอกว่าโกหกอะ?”


เรียวขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วตีหน้าเศร้าทันที งั้นก็ช่วยโกหกเรียวต่อไปก่อน เรียวเพิ่งดีใจได้ไม่นานเอง ยังไม่อยากเสียใจเลยครับ


ประโยคคำพูดของอีกฝ่ายเรียกเสียงหัวเราะผมได้อีกครั้ง มันขนาดนั้นเลยนะ


...


อือ ต่อจากนี้จะมองแค่เรียวคนเดียวครับ


ใบหน้าเศร้าสร้อยแปรเปลี่ยนเป็นเปี่ยมสุขทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปากผมไป เรียวเผยรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ของเขา ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม


พูดแล้วนะ


ครับ


ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม พร้อมพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง เรียวหัวเราะในลำคอพลางเลื่อนมือขึ้นมาลูบที่ศีรษะของผม ทว่าในระหว่างที่เราสบตากัน


จู่ ๆ ผมก็คิดขึ้นมาว่า...


ความรู้สึก เกินกว่าเพื่อนระหว่างเราสองคน


มันน่าจะเกิดขึ้นมานานแล้ว


เพียงแต่เราเพิ่งรู้ใจตัวเอง


ผมเพิ่งมารู้ใจเมื่อไม่นานนี้


แล้วเรียวล่ะ...


รู้ใจตัวเองมานานแค่ไหนแล้ว?


#รักแท้ของผมคือคุณ


หลังจากพวกเราเยี่ยมชมบ้านยักษ์กันจนหนำใจแล้วก็ออกมาเดินข้างนอกต่อ ก่อนพันลี้จะเสนอว่า เราเดินแยกกันบ้างดีไหม แล้วค่อยกลับมาเจอกันตอนเย็น ๆ ตรงม้าหมุนทุกคนลงความเห็นว่า โอเคอย่างรวดเร็ว


จากนั้นก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเดินตามโซนต่าง ๆ บ้างก็ไปเป็นกลุ่มอย่างพวกไอ้โก้ ไอ้โน่ ไอ้สิน และไอ้พีช บ้างก็ไปเป็นคู่อย่างหมื่นฟ้ากับที่รัก พันลี้กับใกล้ใจ ผมกับเรียว และนะโมกับไท


ทริปสวนสนุกครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำเรื่องความสัมพันธ์ของนะโมกับไท ผมมั่นใจเป็นอย่างมากว่า...ทั้งสองคนเป็นแฟนกันแน่ ๆ เพียงแต่ทั้งสองคนยังไม่ยอมสารภาพความจริง ไม่ว่าพวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่ ผมคิดว่า...


รออีกไม่นานหรอก


เดี๋ยวนะโมกับไทก็สารภาพความจริง


รวมถึงผู้ร่วมแผนการอย่างเรียวด้วย


คุณ เราไปไหนกันดี?”


ผมหันมองคนตัวสูงกว่า ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ สวนสนุก แล้วสิ่งแรกที่สะดุดสายตาผมคือ จักรยานน้ำที่เป็นรูปตัวการ์ตูนสัญลักษณ์ของสวนสนุกแห่งนี้ ในทะเลสาบกว้างใหญ่มีจักรยานน้ำหลากสีสัน ผมลองจินตนาการดูว่า...ถ้าเราสองคนได้ปั่นจักรยานน้ำด้วยกัน ท่ามกลางทะเลสาบที่มีลมเย็น ๆ พัดผ่านมา มันคงทำให้เราสองคนรู้สึกดีไม่น้อยเลย


อยากปั่นจักรยานน้ำมานานแล้วอะ


...


เราไปปั่นจักรยานน้ำกันไหม?”


ตามใจคุณเลย


งั้นไปกัน


หลังจากเอ่ยชวน ผมก็ไม่รอช้า รีบคว้ามือเขาไว้แล้วจูงพาไปที่ทะเลสาบ เราสองคนก้าวเท้ามาหยุดยืนบริเวณท่าน้ำที่มีพนักงานของสวนสนุกคอยช่วยดูแลความปลอดภัยอยู่ ก่อนที่ผมจะชี้จักรยานน้ำหลังคาสีแดงสดใส


เมื่อพนักงานหนุ่มเห็นแบบนั้นเขาก็แย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร แล้วผายมือไปทางจักรยานน้ำหลังคาสีแดงที่เคลื่อนมาจอดเทียบท่า ผมก้าวเท้าลงไปในจักรยานน้ำเป็นคนแรก ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนที่นั่งอย่างระมัดระวัง เพียงไม่นานเรียวก็ขึ้นมานั่งข้าง ๆ ผม


เราสองคนสบตากันอยู่แวบหนึ่ง แล้วเริ่มออกแรงปั่น ไม่ถึงนาที...พาหนะสีสดใสที่มีรูปร่างแปลกตาก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปในทะเลสาบกว้าง


ผมหันไปมองคนข้างกาย จึงเห็นเรียวกำลังนั่งโต้ลมด้วยรอยยิ้มแสนมีเสน่ห์ เรือนผมสีดำนิลที่ไม่ได้ตั้งใจเซตเป็นทรงปลิวพลิ้วไหวไปตามแรงลม ถึงแรงลมยามบ่ายจะทำลายภาพลักษณ์คนเนี้ยบของเรียว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาดูดีน้อยลงเลย


ทว่าผมกลับชอบลุคสบาย ๆ ของเขามากกว่า วันนี้เรียวไม่ได้เซตผมเปิดหน้าผาก แต่ปล่อยเป็นทรงตามธรรมชาติ เขาสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกรม มีแว่นกันแดดสีดำเหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อ สอดชายเสื้อในกางเกงสแล็กขายาวสีเทา


ลมโคตรดี ผิดกับเมื่อเช้าเลย


ผมหัวเราะ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบอากาศร้อน ๆ ในตอนเช้า เมื่อเช้าตอนที่เรามาถึง แดดกำลังจัดเลย


ใช่...เรียวพยักหน้าน้อย ๆ ขณะสบตากับผม ก่อนเอ่ยต่อ ...ถ้าไม่มีคุณอยู่ด้วย เรียวคงหงุดหงิดตาย


แล้วก็ยังเป็นเขาอยู่ดีที่มอบรอยยิ้มให้ผม ถ้าวันนี้ไม่มีเจ้าเรียวมาด้วยกัน...เฮียก็คงไม่มีความสุขหรอก


สาบานให้ก็ได้...


...ว่าครั้งนี้ผมไม่ได้หวังให้ตัวเองกลายเป็นคนเจ๋งเลย


แต่ผมแค่พูดไปตามความรู้สึกจริง ๆ เรียวจ้องมองผมอยู่แบบนั้นโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เลย เขาไม่ยิ้ม ไม่พูดอะไรสักนิด ทว่าแววตาลึกซึ้งที่มีผมเป็นเงาสะท้อนเล็ก ๆ อยู่ในดวงตาเรียวยาวช่วยอธิบายความรู้สึกของเขาหลังจากได้ยินประโยคคำพูดนั้น


ผมคิดว่า...


เขาน่าจะรู้สึกดีใจ


และรู้สึกขอบคุณ


เพียงแต่ทั้งสองความรู้สึกมีมากจนไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด


เรียว...


“…”


วันนี้กูมีความสุขมากจริง ๆ นะ


“…”


มีความสุขที่ได้มาเที่ยวกับทุกคนอีกครั้ง หลังจากที่พวกเราไม่ได้เจอกันมานาน


“…”


มีความสุขที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มิตรภาพของพวกเราก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลย


“…”


และสุดท้าย...กูมีความสุขมากเพราะมึงเลย


“…”


เพราะมึงยังอยู่กับกู...ที่นี่


เป็นตอนนี้ที่รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ค่อย ๆ เปื้อนบนใบหน้าหล่อเหลา เรียวพยักหน้าน้อย ๆ พลางเคลื่อนมือหนามากุมมือผมไว้ ก่อนที่ดวงอาทิตย์ในใจผมจะเอ่ยออกมา...


เพราะคุณอยู่ที่นี่ไง เรียวถึงได้อยู่ที่นี่ด้วย


...


ตรงไหนที่มีคุณ ตรงนั้นก็จะมีเรียวอยู่ด้วย


...


ไม่ใช่เพราะเรียวสัญญาว่าจะไม่หันหลังให้คุณอีก ถึงได้ตามคุณไปทุกที่...


“…”


แต่เหตุผลที่เรียวอยากอยู่กับคุณตลอดเวลาก็เพราะว่า... เรียวยิ้มบางเบาขณะสบตากับผม ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบที่หลังมือผมเบา ๆ แล้วเอ่ยต่อ ...ถ้าเรียวไม่มีคุณอยู่ด้วย โลกของเรียวคงไม่เหลืออะไรเลย


วันนี้...


เรียวบอกอะไรผมหลาย ๆ อย่าง และทำให้ผมรู้และเข้าใจบางสิ่งบางอย่างมากขึ้น จวบจนถึงตอนนี้เขาก็ทำให้ผมรู้อีกว่า...


ผมไม่ได้เจ๋งที่สุดในโลกใบนี้


แต่ผมเจ๋งที่สุดในโลกของเขา


และเขาเจ๋งที่สุดในโลกของผม


เราต่างเป็นคนที่ดีที่สุดของกันและกัน


ผมยิ้มแล้วคิดอยากพูดเพราะ ๆ กับเขา ขอบคุณมากนะ เจ้าเรียว


ครับ


...


ขอบคุณที่ทำให้เรียวมีความสุขเหมือนกันครับ


ผมยังสบตากับเขาอยู่เหมือนเดิม แล้วจู่ ๆ ความสงสัยนั้นก็วนกลับมาอีกครั้ง แล้วเรียวล่ะ...รู้ใจตัวเองมานานแค่ไหนแล้ว?’ ผมยอมรับว่าความคิดนี้ทำให้รู้สึกเป็นกังวล เพราะถ้าผมหาคำตอบให้กับคำถามนี้ได้


บางที...คำตอบนั้นอาจนำไปสู่เรื่องน่าปวดใจ และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผมที่รู้สึกเจ็บปวดกับอดีต แต่เขาที่เป็นพระอาทิตย์ในหัวใจผมก็อาจจะรู้สึกปวดร้าวไปด้วย


แต่การรับรู้ความจริงคงดีกว่า เพราะผมจะได้ชดเชยความรู้สึกทั้งหมดให้อีกฝ่ายได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มันเป็นแผลใจที่ไม่เคยได้รับการเยียวยา


เรียว...


ครับ?”


กูเคยทำให้มึงเสียใจบ้างไหม?...ถึงจะแค่เผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว กูก็อยากให้มึงนับนะ


เรียวจับกระชับมือของผมแน่นขึ้น แต่เขาไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้เหมือนเดิม ผมจึงเอ่ยออกไป...


นานแค่ไหนแล้วเรียว?...ช่วยบอกกูหน่อยได้ไหม?”


เรียวตั้งใจสบตาผม ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา คงเป็นตอนนั้น...ตอนที่คุณคบกับอิม


“…”


ส่วนที่ถามว่านานแค่ไหน...ถ้าเริ่มรู้ตัวก็ตอนที่คุณไปนอนเฝ้าที่โรงบาล


“…”


แต่คุณไม่ต้องคิดมากหรอก เรื่องมันผ่านมานานแล้ว


“…”


แล้วปัจจุบัน...เรื่องของเรามันก็ดีมากแล้ว


ผมค่อย ๆ หยุดปั่นจักรยานน้ำ เพราะรู้สึกเหมือนร่างกายหมดเรี่ยวแรง ภาพความทรงจำในอดีตทั้งหมดฉายซ้ำในหัว ตั้งแต่วันที่ผมไปนอนเฝ้าเขาที่โรงพยาบาลจนถึงตอนที่ผมเลิกกับอิม


กระทั่งสิ้นสุดที่ภาพปัจจุบัน...


ภาพที่เขานั่งยิ้มให้ผมอยู่


ความรู้สึกผิดและเสียใจมากมายถาโถมเข้ามาอย่างพายุลูกใหญ่ แม้ผมจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้เขา แต่ผมก็อดรู้สึกแบบนั้นไม่ได้ แล้วในตอนที่ผมคิดว่า เรียวต้องเจ็บขนาดไหน ตอนที่เห็นผมคบกับอิม แล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากปิดบังความรู้สึกของตัวเองเอาไว้


แค่คิดว่าเขาต้องผ่านวันคืนที่เหน็บหนาวมาตัวคนเดียว ผมก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจแล้ว และทุกเรื่องราว ทุกความรู้สึกก็กระตุ้นให้กระบอกตาร้อนผ่าว


เรียวยื่นมือข้างหนึ่งมาจับประคองข้างแก้มของผมไว้ ก่อนเอ่ย ไม่เอาดิ ไม่คิดมากครับ


ตอนนั้นมึงเจ็บมากเลยใช่ไหม?...กูขอโทษนะเรียว


เขาสบตากับผมอยู่ชั่วครู่ แล้วเอ่ย เจ็บมาก


“…”


เจ็บแทบตายตอนเห็นคุณโดนนอกใจ


...


แล้วก็คิดว่า...ต่อจากนี้ไป...เรียวส่งยิ้มอบอุ่นให้ผม ก่อนเอ่ยต่อ ...เรียวจะไม่ปล่อยคุณไปอีกแล้ว


หลังจากเขาพูดประโยคนั้น ดวงตาทั้งสองข้างของผมก็ถูกม่านน้ำตาบดบัง นั่นทำให้ผมรู้สึกร้อนรนที่เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจน ก่อนที่ผมจะทลายม่านน้ำตาด้วยการปล่อยให้หยดน้ำสีใสได้ไหลอาบแก้ม


ขอโทษนะเรียว ผมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ แล้ววาดแขนทั้งสองข้างโอบกอดเขาไว้ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบที่แผ่นหลังกว้างเบา ๆ เพื่อปลอบโยนหัวใจที่เคยบอบช้ำของเขา ขอโทษจริง ๆ


ไม่เป็นไรเลยครับ ไม่ต้องขอโทษนะ


...


ก็ตอนนั้น...มันไม่เหมือนตอนนี้


...


คุณไม่ผิดเลย...


ขอโทษที่รู้ใจตัวเองช้าขนาดนี้


เรียวไม่ได้ตอบอะไร เขาทำเพียงแค่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหลังของผมเบา ๆ ก่อนเอ่ยในวินาทีถัดมาไม่เป็นไรเลยครับ


ผมกระชับอ้อมกอด ซบใบหน้าลงบนไหล่กว้าง ๆ ของเขา แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา มันเป็นน้ำตาที่กลั่นมาจากความรู้สึก...


รู้สึกขอโทษ


รู้สึกขอบคุณ


และรู้สึก รัก


ตอนนี้คุณรู้แล้วใช่ไหม?”


...


...ว่าเรียวรักคุณมากแค่ไหน


ผมพยักหน้ารับทั้งที่ยังกอดเขาไว้แน่น ก่อนเอ่ย รู้แล้ว


“…”


แล้วก็รู้ด้วยว่า...เฮียก็รักเจ้าเรียวมากเหมือนกัน


เรียวหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินประโยคคำพูดนั้น คราวนี้เรียวไม่ได้หลอกให้คุณบอกรักนะ


...


คุณพูดเองนะ


แล้วก็เป็นเขาเสมอที่ทำให้ผมยิ้มได้ ผมผละกอดออกจากเรียว แล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นปาดคราบน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะส่งยิ้มให้อีกฝ่าย


ไม่ร้องแล้ว


โอเค ฮึบ!”


เก่งมากครับ


ผมสบตากับเจ้าของรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก แล้วคิดว่า ไม่คิดเลยว่าเราจะสารภาพรักกันที่สวนสนุกแต่มันก็เกิดขึ้นแล้วตอนแรกผมคิดว่าจะสารภาพรักเขาวันพรุ่งนี้ หลังจากไปส่งนะโมที่สนามบินเรียบร้อยแล้ว ทว่าทุกอย่างกลับเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด และเพราะว่าทุกอย่างดำเนินมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ผมจึงอยากสานต่อให้จบ


เอายังไงต่อดี?” ผมเอ่ยพลางสบตากับเขา ...ใครจะขอเป็นแฟน?”


เรียวหัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินผมพูดแบบนั้น ก่อนเอ่ย เรียวขอเองก็ได้


“…”


แล้วรอยยิ้มของเขาก็ค่อย ๆ เลือนรางจางหายไป ก่อนเอ่ยต่อ แต่ขอพรุ่งนี้ได้ไหม?”


ทำไมต้องพรุ่งนี้อะ?”


เรียวขอกลับไปเตรียมตัวก่อน


“…”


มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เรียวต้องทำให้คุณ แล้วก็มีเรื่องบางเรื่องที่อยากบอกคุณก่อนเราจะตกลงเป็นแฟนกัน


ผมนิ่งเงียบเพื่อครุ่นคิด แล้วเรื่องนะโมกับไทก็ผุดขึ้นในหัว ผมเดาว่าเรื่องที่เรียวอยากสารภาพก่อนจะขยับความสัมพันธ์จาก เพื่อนไปเป็น แฟนน่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งสามคนพยายามปกปิดมาโดยตลอด


แต่ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร และผมเข้าใจว่าเรียวคงอยากเริ่มต้นใหม่ในสถานะแฟน โดยปราศจากการโกหก เพราะว่าผมเข้าใจอีกฝ่าย จึงตัดสินใจพยักหน้าตอบตกลง


โอเค


งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนบ่าย เรียวจะไปรับคุณที่บ้านนะ แล้วเราก็ไปคุยเรื่องนี้ที่ร้านไอ้ฟ้ากัน


ตอนเช้าเรายังต้องไปส่งนะโมที่สนามบินไหม?”


ไม่ต้องแล้วครับ


...


พรุ่งนี้เราไปแค่ร้านไอ้ฟ้าอย่างเดียว


ถึงแม้จะมีหลายสิ่งที่ผมสงสัย และอยากได้คำตอบในทันที แต่เพราะเขาไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังต่อไป แล้วจะสารภาพความจริงในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมจึงไม่อยากคาดคั้นเอาคำตอบในตอนนี้


โอเค


เรียวเผยรอยยิ้มบาง ๆ อีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือมาจับข้างแก้มของผมไว้ เรียวรักคุณมากนะ


ผมไม่รู้หรอกว่าเขากำลังปิดบังเรื่องอะไรอยู่บ้าง แต่ผมรู้แค่ว่า...ไม่ว่าเรียวจะตัดสินใจทำอะไรไป จะเป็นเรื่องที่เขาตั้งใจหรือแค่เผลอไปก็ตาม ผมก็พร้อมจะให้อภัยเขาเสมอ


เพราะผมก็...


รักเรียวมากเหมือนกัน



#รักแท้ของผมคือคุณ


ผมจำได้แม่นว่าพวกเรานัดรวมตัวกันตรงม้าหมุนตอนเย็น แต่เพราะว่าไม่มีใครโทรตามกันเลย ผมกับเรียวเลยปั่นจักรยานน้ำพลางพูดคุยกันจนพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินเล่นในสวนสนุกต่ออีกหน่อย ทว่าเราสองคนคงคุยกันเพลินจนลืมมองเวลา พอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกทีก็มืดซะแล้ว


ตอนนี้ผมกับเรียวจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินไปที่จุดนัดพบ พอบรรดาเพื่อน ๆ เห็นเราสองคน ไอ้โก้ก็เอ่ยปากแซวเสียงดัง


โอ้โห...กูนึกว่าพวกมึงหนีกลับบ้านไปก่อนแล้วนะ


เราสองคนเดินมาหยุดยืนในวงสนทนาของทุกคน ก่อนเรียวจะเอ่ยขึ้น...


ก็ไม่เห็นมีใครโทรตามเลย


ก็เพราะไม่มีใครอยากขัดจังหวะมึงไง


ใช่...ไม่มีใครอยากขัดจังหวะตอนมึงปั่นจักรยานน้ำหรอก


ไอ้ควาย พวกมึงไปแอบดูเหรอ?” ผมเอ่ยถาม


ไอ้โน่หัวเราะ ก่อนเอ่ย ไม่ได้ตั้งใจไปแอบดูหรอก แค่เดินผ่านไปเห็น


อย่ามา ไอ้สัด!”


คำด่าของผมเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน ก่อนที่เสียงเรียกของใครบางคนจะเรียกความสนใจให้หันไปมอง ผมเห็นน้องที่รักยืนอยู่ใกล้ ๆ ม้าหมุนขนาดใหญ่ เจ้าตัวฉีกยิ้มกว้างพลางกวักมือเรียก


พี่เฮีย มาถ่ายรูปกันไหมครับ?”


ผมเผลอยิ้มกว้างตามน้องจ๋า แล้วจึงพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปหาอีกฝ่าย โดยมีเรียวเดินตามหลังมาติด ๆ


น้องจ๋าอยากถ่ายรูปคู่กับพี่เฮียเหรอครับ?” ผมเอ่ยถามคนที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลก


เปล่าครับ


อะ อ้าว!”


น้องที่รักหัวเราะจนตาหยี ก่อนจะจับตัวผมกับเรียวไปยืนที่ตำแหน่งเดิมของเจ้าตัว รักถ่ายรูปคู่กับพี่ฟ้าเสร็จแล้ว รักก็เลยอยากให้พี่เฮียถ่ายรูปคู่กับพี่เรียวบ้าง


...


เดี๋ยวโพสต์ท่ากันได้เลยนะครับ รักจะให้พี่ฟ้าถ่ายให้


โอเคครับ ตัวเล็ก


หลังจากเรียวเอ่ยตอบน้องที่รักแล้ว เขาก็ปล่อยมือออกจากมือผม แล้ววาดแขนโอบคอผมแทน เพราะผมเห็นหมื่นฟ้าเตรียมจะกดชัตเตอร์แล้ว ผมจึงเอียงศีรษะเข้าไปใกล้เรียวมากขึ้น ก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะเอียงศีรษะของตัวเองเข้ามาแนบชิดกับศีรษะของผม


หนึ่ง สอง...


ผมฉีกยิ้มกว้างตอนที่หมื่นฟ้าส่งสัญญาณ...


แชะ!


หมื่นฟ้าพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่า ถ่ายเสร็จแล้วแต่ถึงหมื่นฟ้าจะบอกแบบนั้น เรียวก็ยังไม่ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ เขายังโอบไหล่ผมไว้อยู่ พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา


ผมส่งยิ้มกลับไปให้เขาที่เป็นดวงอาทิตย์ในใจ แล้วคิดว่า นี่คงเป็นรูปคู่รูปแรก...หลังจากที่ผมรู้ใจตัวเองแล้วและมันคงเป็นภาพถ่ายที่มีค่าที่สุดในชีวิตผมด้วย


นึกถึงตอนถ่ายรูปรับปริญญาเลย...เรียวพูดขึ้น


...


วันนั้นคุณก็ยิ้มแบบนี้ให้เรียว


ผมยิ้ม ก่อนเอ่ย แต่วันนั้นกับวันนี้ไม่เหมือนกันนะ...


...


วันนั้นกูยังไม่รู้ใจตัวเองเลย


...


แต่วันนี้รู้แล้ว...


เรียวโน้มหน้าเข้ามาใกล้กันมากขึ้น แล้วเอ่ยถาม รู้ว่าอะไรครับ?”


แม้ว่าผมจะเริ่มรู้สึกเขินอาย แต่ก็อยากพูดความจริงให้เขารับรู้ รู้ว่า...รัก


เป็นอีกครั้งที่คำพูดของผมทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างออกมาจากรอยยิ้ม ผมมองรอยยิ้มของเรียวพลางคิดว่า ในวันที่โลกของผมมืดดับ ก็คงมีดวงอาทิตย์อย่างคุณที่คอยเป็นแสงสว่างนำทางให้ผม


เรียวรั้งร่างของผมเข้าไปกอดไว้แน่น ก่อนจะฝังจมูกลงบนศีรษะของผมอย่างที่ชอบทำ แล้วเขาก็หัวเราะในลำคอตอนที่เพื่อน ๆ ส่งเสียงร้องแซว


ฮิ้ว~”


ผมหัวเราะเบา ๆ พลางวาดแขนโอบกอดเรียว แล้วใช้มือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังกว้างอย่างอ่อนโยน ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว...


ความจริงก็เขินนะ


“…”


แต่ก็อยากกอดเจ้าเรียวมากกว่า


เรียวหัวเราะในลำคอ ก่อนเอ่ย เรียวรักคุณ


อะไรนะ ได้ยินไม่ชัดเลย?”


เรียวรักเฮียครับ


จบประโยคคำพูดของเรียว เสียงร้องแซวจากบรรดาเพื่อน ๆ ก็ดังมากกว่าเดิม แล้วก็มีเสียงร้อง ฮือของไอ้โก้ดังแทรกขึ้นเป็นระยะ คล้ายว่ามันรู้สึกอิจฉาคนมีความรักจนต้องร้องไห้ออกมา


ผมยิ้มกว้าง ก่อนเอ่ย รักเหมือนกัน


ใช่...


ผมรักเขาเหมือนกัน


รักมาก...เหมือนที่เขารักผม


#รักแท้ของผมคือคุณ


บอกรักกันขนาดนี้แล้ว...เป็นแฟนกันยังอะ?’


เออ บอกรักกันขนาดนี้แล้ว เป็นเพื่อนไม่ได้แล้วนะเว้ย


ยัง ยังไม่ได้เป็นแฟน


ทำไมวะ?’


เรียวบอกว่ารอขอเป็นแฟนพรุ่งนี้


ทำไมต้องพรุ่งนี้ด้วยวะ?...มึงรอเหี้ยอะไรเนี่ยไอ้เรียว


เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกมึงก็รู้...


อะ อ๋อ โอเค...


บทสนทนาของพวกเราตอนที่ยังอยู่สวนสนุกลอยวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง คำตอบของไอ้โก้ทำให้ผมรู้สึกสงสัยไม่น้อย เพราะด้วยนิสัยขี้เสือกของมันแล้ว มันจะต้องเค้นถามเอาคำตอบจนถึงที่สุด หากแต่ครั้งนี้มันยอมรามือไปง่าย ๆ นั่นจึงทำให้ผมสงสัยว่า...


เรื่องที่เรียวปิดบังผมอยู่


นอกจากนะโมกับไทแล้ว


ยังมีใครอีก...ที่รู้เรื่องนี้


ถ้าไอ้โก้รู้...คนอื่นก็ต้องรู้ด้วย


ทว่าทุกความคิดก็พลันหยุดลง เพราะเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ผมขมวดคิ้วขณะหันไปมองทางประตู ก่อนเสียงเอ่ยขออนุญาตจากคนที่อยู่อีกฝั่งของประตูจะเล็ดลอดเข้ามา


ตี๋เอง ขอเข้าไปคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”


เออ เข้ามาดิ


เมื่อเจ้าของห้องอย่างผมเอ่ยอนุญาตแล้ว ประตูบานสีขาวก็แง้มเปิดออก น้องชายคนเล็กสุดของบ้านเดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ ผม


มีอะไร?...เครียดเรื่องเกรดอีกแล้วเหรอ?”


เปล่า


ผมขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยถามต่อ แล้วมึงเครียดเรื่องอะไร?”


“…”


โดนสาวเทมาเหรอ?”


ไม่ใช่


ถ้าไม่ได้เครียดเพราะสองเรื่องนี้ กูก็ไม่เดาแล้วนะ


ผมพูดไปแบบนั้น ไม่ใช่เพราะไม่สนใจน้องชาย แต่เป็นเพราะผมคิดว่าเจ้าตัวน่าจะมีเรื่องหนักใจมากกว่านั้น และเขาอาจจะต้องเตรียมใจสักหน่อยก่อนจะพูดออกมา ผมเลยไม่อยากกดดันน้อง


ปกติตี๋จะไม่ค่อยมาขอคำปรึกษาจากผมหรอก เพราะมันเป็นเด็กที่มีความคิด และมักจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง แต่ก็มีบางครั้งที่เจ้าตัวกังวลเรื่องผลการเรียน แล้วก็ชอบมาพูดระบายกับผม


ผมมองสังเกตน้องชายจากสีหน้า ตี๋ดูเป็นกังวลไม่น้อย ก่อนตี๋จะตั้งใจสบตากับผม นั่นทำให้ผมเห็นแววตาที่ไม่ค่อยเคยเห็นนัก มันเป็นแววตาที่สงบนิ่ง จริงจัง และห่วงใย


เฮีย...


ตั้งแต่โตมา...น้อยครั้งมากที่เจ้าตัวจะเรียกผมว่า พี่ดี ๆ เพราะส่วนมากน้องชายจะชอบเรียกผมว่า นายปวีร์มากกว่า


ว่าไง?”


ตี๋ถอนใจออกมา ก่อนเอ่ย ตี๋ขอโทษนะ


หือ?...ขอโทษกูเรื่องอะไร?”


ขอโทษที่ไม่เคยพูดปลอบใจเฮียเลย...ตอนที่เฮียเสียใจเรื่องความรัก


“…”


แล้วตี๋ก็ไม่ค่อยแสดงออกว่าเป็นห่วงเฮีย


“…”


แต่จริง ๆ แล้ว...ตี๋เป็นห่วงเฮียมาก


“…”


ตอนตี๋ได้ยินเฮียแอบร้องไห้ในห้อง...ตี๋ก็เสียใจไปกับเฮียด้วย


“…”


แต่เพราะเราไม่ใช่พี่น้องที่ชอบแสดงความรู้สึกต่อกัน แล้วเวลาคุยกันก็ชอบทะเลาะกันมากกว่า


“…”


มันเลยทำให้ตี๋ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเข้ามาปลอบเฮียยังไงดี


อือ ไม่เป็นไร...ผมที่รู้สึกกระบอกตาร้อนผ่าวพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยต่อ ...กูเข้าใจ


“…”


มันก็คงเหมือนตอนเห็นมึงโดนสาวเทครั้งแรกแหละ ไม่รู้จะพูดปลอบยังไงดี...ก็เลยพาไปซื้อเกมแทน


ตี๋คงจำวันนั้นได้ดี วันที่เขาอกหักครั้งแรก เจ้าตัวเสียใจมาก แต่ผมดันเป็นพี่ชายที่ไม่เอาไหนซะเลย เพราะไม่รู้จะพูดปลอบใจน้องตัวเองยังไงดี ผมเลยตัดสินใจพาตี๋ไปซื้อเกมที่อยากได้แทน เผื่อสิ่งนี้จะทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีขึ้นบ้าง


จำได้...ถามว่าวันนั้นรู้สึกดีขึ้นเลยไหม


...


มันก็ไม่หรอก เพราะสิ่งของมันทดแทนความรู้สึกที่เสียไปไม่ได้


“…”


เกมไม่ได้ทำให้ตี๋เสียใจน้อยลง แต่เฮียที่มานั่งเล่นเกมด้วยกันต่างหาก...ที่ทำให้ตี๋กลับมามีความสุขได้


“…”


ขอบคุณนะเฮีย


อือผมพยักหน้าน้อย ๆ พลางส่งยิ้มให้คนข้างกาย


จริง ๆ วันนี้ตี๋จะมาบอกว่า...ตี๋ไม่อยากเห็นเฮียเสียใจแบบนั้นอีกแล้ว


...


ตี๋อยากให้เฮียเจอความรักดี ๆ


...


“…อยากให้เฮียเจอคนรักดี ๆ สักที


ผมส่งยิ้มให้น้องชาย สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง หวังให้น้องชายเห็นความสุขผ่านแววตาของผม ตี๋...


“…”


ต่อจากนี้ไม่ต้องเป็นกังวลแล้วนะ


...


กูเจอแล้ว


“…”


ทั้งความรักดี ๆ แล้วก็คนรักที่ดี


ตี๋พยักหน้าเบา ๆ คล้ายคาดเดาบางอย่างได้แล้ว พี่เรียวใช่ไหม?”


ใช่


ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากน้องชายจะเดาได้ว่าความรักครั้งต่อไปของผมเป็น เรียวเพราะเขาน่าจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้เหมือนทุกคน


ตี๋ยิ้มบางเบา ก่อนเอ่ย ดีแล้ว


“…”


พอรู้ว่าคนที่อยู่ข้าง ๆ เฮียเป็นพี่เรียว ตี๋ก็ไม่กังวลอะไรแล้ว


...


รักกันนาน ๆ นะเฮีย


ขอบใจมากนะตี๋


“…”


ขอบใจที่เป็นเด็กดีเสมอมา


“…”


กูรักมึงมากนะ


คงเป็นเพราะเราไม่ค่อยพูดและแสดงความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันเท่าไร พอน้องชายได้ยินประโยคบอก รักจากผม เขาก็นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง แล้วดวงตาเรียวรีก็เริ่มแดงก่ำ


รักมากเหมือนกัน


ซีนนี้ไม่กอดนะ กูไม่อยากร้องไห้ต่อหน้ามึงอะ


ตี๋หัวเราะทั้งน้ำตา ก่อนจะยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตา เออ ไม่กอดหรอก ไม่อยากร้องไห้หนักเหมือนกัน


ผมยิ้ม ก่อนเอ่ยถามอีก เรื่องที่มึงอยากคุยกับกูมีแค่นี้ใช่ไหม?”


เป็นเพราะคำถามของผมที่ทำให้รอยยิ้มของตี๋ค่อย ๆ เลือนหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเป็นกังวลแทน ตี๋กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว


จริง ๆ ก็มีอีกหลายเรื่องที่อยากคุยด้วย


...


แต่คิดว่า...รอคุยพรุ่งนี้ทีเดียวดีกว่า


พรุ่งนี้?”


อือ


ทำไมต้องคุยพรุ่งนี้ด้วย?”


ตี๋ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาศีรษะแกรก ๆ ยังบอกตอนนี้ไม่ได้อะ เขาบอกว่าต้องคุยพรุ่งนี้


เขาอะใคร?”


ยังบอกไม่ได้จริง ๆ


ผมคิดว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ งั้นอะไรที่พอบอกได้บ้าง...


...


มึงบอกกูมาให้หมดเลย...ไอ้สิ่งที่พอบอกได้อะ


เจ้าตัวถอนหายใจ ก่อนเอ่ย ...ที่ทุกคนทำไปอะ ก็เพราะอยากให้เฮียเจอความรักดี ๆ แล้วก็มีคนรักดี ๆ


...


ทุกคนรักเฮียมาก


“…”


ตี๋บอกได้แค่นี้แหละ


ผมจ้องมองน้องชายพลางนึกถึงคำว่า พรุ่งนี้อีกครั้ง มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ ที่เรียวกับตี๋อยากบอกบางอย่างกับผมในวันเดียวกัน และบวกรวมกับเรื่องที่ผมสงสัยไอ้โก้ จึงทำให้ผมตัดสินใจเอ่ยถามออกไป...


พวกมึงวางแผนทำอะไรกัน?”


เฮีย อย่าใช้คำว่าพวกมึงเลย มันบาป...


บาปยังไงวะ?”


ตี๋ทำหน้าตาลำบากใจ ก่อนเอ่ย ก็บอกแล้วไงว่าบอกได้แค่นั้น


ไอ้ตี๋!”


เออ ๆ บอกอีกนิดก็ได้


“…”


ใช่ ทุกคนวางแผนทำให้เฮียรู้ใจตัวเอง


“…”


แต่ทุกคนอะ...ไม่ได้มีแค่เพื่อนของเฮียไง แต่มีรุ่นใหญ่ด้วย


ป๊าม้าก็เอาด้วยเหรอวะ?!”


นายปวีร์! เบา ๆ ดิ


“…”


ถ้าป๊าม้าได้ยินว่าตี๋มาบอกเรื่องนี้กับเฮีย ตี๋ตายแน่!”


ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พอจะรู้ว่าพ่อกับแม่ของตัวเองเป็นพวกเจ้าแผนการ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเจ้าแผนการขนาดนี้ ถึงขั้นยอมร่วมมือกับเพื่อน ๆ ผมด้วย


เฮีย...เฮียจะโกรธตี๋ก็ได้ แต่อย่าโกรธคนอื่นเลย


“…”


ถึงทุกคนจะหลอกเฮีย แต่พวกเขาก็รักเฮียจริง ๆ นะ


ถ้าไม่อยากให้กูโกรธ มึงต้องเล่ามาก่อนว่าวางแผนทำอะไรกัน


โห่ เฮีย...นี่ตี๋ก็บอกไปจะหมดแล้วนะ


ไอ้ตี๋!”


เออ...ก็ได้


“…”


พวกเขาวางแผนทำให้เฮียหึงพี่เรียว


จบประโยคคำพูดของน้องชาย ในหัวสมองของผมก็มีเสียง ปิ๊งดังขึ้นทันที นั่นหมายถึงข้อสงสัยต่าง ๆ ได้ถูกคลี่คลายลงแล้ว นะโมคงถูกดึงมาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมแผนการ และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญอย่างการทำให้ผมรู้สึกหึงเรียว ทว่าผมก็รู้สึกหึงหวงเพื่อนสนิทได้ไม่นาน เพราะจับสังเกตเรื่องของไทได้ก่อน


ทุกอย่างลงล็อกอย่างที่ผมคิดไว้


ตอนนี้ผมเข้าใจทั้งหมดแล้ว


ผมส่ายหน้าน้อย ๆ พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง จะทำให้หึงทั้งที แต่ดันไปเอาคนที่มีแฟนแล้วมาเล่น แบบนี้ก็โป๊ะอะดิ


เฮียว่าอะไรนะ?”


ผมหันไปมองน้องชาย ก่อนเอ่ย กูบอกว่าโป๊ะแตกเพราะนะโมกับไทรักกันมาก...นะโมก็ดูจะกลัวไทโกรธ ไทก็หวงนะโมฉิบหาย


“…”


ตอนแรกกูก็รู้สึกหวงเรียวอยู่หรอก แต่เวลาเห็นนะโมกับไทอยู่ด้วยกันแล้วก็รู้สึกว่าไม่ใช่เพื่อนอะ


“…”


กูเลยเลิกระแวง


ความจริงแล้วพี่ไทอายุเท่าเฮียนะ แต่เขาโกหกกันว่าเป็นเพื่อนนะโม


แต่จริง ๆ แล้วเป็นแฟน


ตี๋พยักหน้าตอบรับ ใช่


ผมส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนเอ่ย โอเค...กูพอใจแล้ว


...


กูจะไม่ถามต่อให้มึงลำบากใจ เดี๋ยวกูรอเคลียร์พรุ่งนี้ทีเดียว


โอเค


“…”


แต่...ตี๋จ้องมองผมด้วยสายตาเป็นกังวล ก่อนเอ่ย ...เฮียโกรธทุกคนไหม?”


ประโยคคำถามของน้องชายทำให้ผมเผลอถอนใจ ก่อนจะคิดทบทวนความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง และนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่นะโมเริ่มเข้ามาในชีวิตเราสองคน จนกระทั่งถึงตอนนี้...


ขึ้นชื่อว่า หลอกลวงมันก็มักจะทำให้คนโดนกระทำเจ็บปวดใจ แต่ทว่าแผนหลอกลวงของพวกเขาไม่ได้สร้างบาดแผลหรือความเจ็บปวดใจให้ผมเลย ผมคิดว่าตัวเองไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากแผนการนี้ด้วยซ้ำ


แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแผนการของพวกเขามีส่วนกระตุ้นให้ผมเริ่มรู้ใจตัวเองบ้าง ถึงแม้ผมจะคิดว่าแรงกระตุ้นนั้นมาจากเรียวคนเดียวก็ตาม


ผมลองค้นหัวใจตัวเองอีกครั้ง แล้วก็พบว่าผมไม่คิดโกรธเคืองใครเลย ถึงแม้พวกเขาจะรวมหัวกันหลอกผมก็เถอะ แต่ก็เข้าใจได้ว่าพวกเขาทำเพื่อให้ผมรู้ใจตัวเอง และถ้ามองดี ๆ การหลอกลวงครั้งนี้...ไม่มีใครเจตนาไม่ดีกับผมเลย


ผมคิดว่าคงไม่มีใครอยากหลอกผมหรอก เพราะทุกคนจะต้องกลัวผมเสียใจ แต่ที่ทุกคนตัดสินใจทำแบบนี้ คงเป็นเพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่า ไม่อยากเห็นผมเสียใจอีกแล้วเหมือนที่พ่อ แม่ เจ้หลิน ไอ้ฟ้า เรียว และตี๋พูดกับผม


เอาจริง ๆ เลยนะ...


ผมไม่โกรธหรอก


และถ้าจะให้โกรธ...ผมก็โกรธไม่ลง


กูไม่โกรธหรอก กูเข้าใจว่าทุกคนทำไปเพื่ออะไร


จริง ๆ นะเฮีย


เออ


โล่งใจเลย นึกว่าพรุ่งนี้จะมีดราม่าซะแล้ว


ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ย ที่ผ่านมา...ชีวิตกูดราม่ามาพอแล้วตี๋


ตี๋หัวเราะพลางพยักหน้าน้อย ๆ ต่อจากนี้ก็เน้นแฮปปี้อย่างเดียวเลยใช่ปะ?”


เออผมพูดปนหัวเราะ


น้องชายมองผมด้วยแววตาสุขใจ ก่อนเอ่ย งั้นไม่รบกวนเวลาแล้ว


“…”


ไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่ร้าน Your Sky นะ


เออ โอเค


ตี๋ผุดลุกจากเตียงของผม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน เมื่อประตูบานสีขาวปิดสนิท ผมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เตรียมจะไปอาบน้ำ แต่ทว่าเสียงสั่นแจ้งจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงเรียกความสนใจให้หันไปมอง ผมสาวเท้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็เห็นชื่อ เรียวระบุอยู่บนหน้าจอ


ผมไม่รอช้า รีบกดรับสายทันที ว่าไง?”


[คิดถึง]


“…”


[คิดถึงไอ้ตูดอีกแล้ว]


ประโยคคำพูดของอีกฝ่ายทำให้ผมหลุดยิ้มกว้างออกมา อะไร เพิ่งห่างกันไปไม่ถึงสองชั่วโมงเลย คิดถึงอีกแล้วเหรอ?”


[เรียวคิดถึงคุณตลอดเวลานั่นแหละ]


ปากหวาน


[รู้ได้ไง...คุณยังไม่เคยชิมเลย]


โอ้โห...


เจอคำนี้เข้าไป


กูสตั้นเลยจ้า


กูไปไม่ถูกเลย


[หมายถึงทางไปเพนเฮ้าส์เรียวอะเหรอ?]


...


[ให้เรียวไปรับเลยปะละ?...คืนนี้เราจะได้นอนด้วยกัน]


ก่อนจะได้นอนด้วยกันอะ มึงเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ก่อนดีกว่า


ปลายสายหัวเราะในลำคอ [เรียวเตรียมตัวไว้แล้ว]


“…”


[แล้วก็เตรียมของไว้ให้คุณเยอะเลย]


ของอะไร?”


[รอดูพรุ่งนี้แล้วกัน]


ความลับเยอะจังนะ


เรียวหัวเราะเบา ๆ [คุณครับ...]


ว่าไงครับ?”


[เรียวรักคุณ...รักคุณมาก ๆ เลยนะ]


ผมอมยิ้มพลางพยักหน้า แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่เห็นภาษากายของผม


มากขนาดไหน?”


[มากขนาดที่ว่า...ถ้าต้องขายวิญญาณแลกกับการที่คุณไม่ต้องเจอเรื่องทุกข์ใจในชีวิตอีก เรียวก็ทำให้ได้]


...


[มันอาจจะดูเวอร์นะ...แต่ถ้าเรารักใครสักคนจริง ๆ]


“…”


[เราก็จะรู้ว่า...ที่พูดไปอะ ทำให้ได้จริง ๆ]


เรียว...


[ครับ?]


สิ่งที่มึงพูดอะ ไม่ได้ดูเวอร์ไปหรอก


[…]


เพราะกูก็ทำให้ได้เหมือนกัน...ทำได้ทุกอย่างเลย


[…]


...ถ้ามันแลกกับการที่มึงไม่ต้องเสียใจอีก


[…]


กูรักมึงมากนะ รู้ใช่ไหม?”


[รู้]


“…”


[เรียวรู้…]


ผมเผยยิ้มบางเบา ก่อนเอ่ยต่อ ตอนนี้กูอยากกอดมึงจัง


[อยากกอดเหมือนกัน...] ปลายสายพูดปนหัวเราะ


อดใจไว้รอกอดกันพรุ่งนี้นะ


[ครับ]


“…”


[แล้วอย่างอื่นอะ ต้องอดใจรอไปถึงเมื่อไร?]


จู่ ๆ ประโยคคำพูดของเรียวก็ทำให้ใบหน้าร้อนผ่าว อะไร?...ทะลึ่งเหรอ?”


[ทะลึ่งอะไร?]


...


[เรียวหมายถึงหอม...หอมแก้มอะ ต้องอดใจรอไปถึงเมื่อไร?]


เรียว อย่ามาทำตัวใส ๆ...มันไม่ทันแล้ว กูรู้ทันหรอก


เรียวหัวเราะชอบใจ [ไอ้ตูดเอ๊ย...]


ยังไม่ทันขอเป็นแฟนเลย คิดจะล่อกูซะแล้ว


เป็นอีกครั้งที่เรียวระเบิดหัวเราะออกมา [เรียวยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลย คุณคิดเองเออเองเก่งจังวะ]


อย่ามา...


[สาบานเลย ตอนนี้เรียวไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น แต่ที่พูดไป...เรียวแค่อยากแกล้งให้คุณเสียอาการเฉย ๆ]


ผมอมยิ้มน้อย ๆ ก่อนเอ่ยตอบ พูดให้เสียอาการยังทำได้ง่าย ๆ


[…]


แต่พูดให้เสียตัว ทำไม่ได้ง่าย ๆ นะจ๊ะ


ปลายสายหัวเราะชอบใจ ผมจินตนาการว่าเรียวคงยิ้มกว้างอยู่แน่ ๆ


[ไอ้ตูดเอ๊ย...]


มันเขี้ยวกูอะดิ


[มาก]


ผมหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยออกไป...


อดใจไว้รอฟัดกูพรุ่งนี้นะ


[เรียวทดไว้ในใจแล้วนะคุณ]


...


[พรุ่งนี้มีกอดกับฟัด สองอย่างเลยนะ ไหวเหรอ?]


ได้ยันเช้าเลย...เรียวอะ ไหวหรือเปล่า?”


[ไอ้ตูด ซ่าจังวะ]


คราวนี้ผมเป็นฝ่ายระเบิดหัวเราะบ้าง ก่อนเอ่ยเมื่อคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว...


เรียว...


[ครับ?]


เดี๋ยวกูขอไปอาบน้ำก่อนนะ


[โอเคครับ วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำเข้านอนเถอะ]


ครับ


[ฝันดีครับ]


ครับผม ฝันดีครับ


ผมวางสายจากเรียว ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ที่ตำแหน่งเดิม แล้วเดินไปคว้าผ้าขนหนูก่อนเข้าห้องน้ำ ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานมาก ก่อนจะออกมาแต่งตัวในห้องนอน


พอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมา ผมจึงเดินลงไปดื่มน้ำข้างล่าง ทว่าเมื่อก้าวเท้าลงบันไดไปได้ขั้นเดียว ผมก็ได้ยินเสียงพ่อ แม่ และน้องชายกำลังคุยกันอยู่ข้างล่าง นั่นจึงทำให้ผมชะงักฝีเท้ากะทันหัน แล้วหยุดยืนฟังบทสนทนานั้น


ตี๋ ไหนบอกว่าแค่จะไปอวยพรให้พี่สองคนรักกันนาน ๆ ไง...แล้วนี่ลูกไปสารภาพความจริงกับพี่เขาหมดเลยเหรอ?”


ยังม้า ยังไม่หมด


ตี๋เอ๊ย~ เสียแผนหมดเลย เรียวอุตส่าห์ไลน์มาบอกให้เตรียมตัวไปสารภาพพรุ่งนี้พร้อมกัน


ป๊าอย่ามาโทษตี๋เลย แผนมันพังมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว


ม้ารู้...แต่ก็อย่าให้มันพังย่อยยับจนวินาทีสุดท้ายได้ไหมล่ะ?”


แล้วเราบอกอะไรพี่ไปบ้าง


ก็บอกว่าทุกคนวางแผนกัน เพราะอยากทำให้เฮียรู้ใจตัวเอง


“…”


ตี๋บอกไปแค่นั้นแหละ


แล้วพี่เราว่าไงบ้าง?”


เฮียบอกว่าโกรธป๊ากับม้ามาก


ตี๋!”


ผมเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นหัวเราะ ตอนนี้พ่อกับแม่ดูกังวลไม่น้อยเลย


โอเค ตี๋โกหก...


“…”


เฮียบอกว่าไม่โกรธใครเลย


“…”


แต่ถึงอย่างนั้น...พวกเราก็ต้องขอโทษเฮียอยู่ดี


ป๊ากับม้ารู้หรอกหน่า


ตี๋พูดไปหมดแล้ว งั้นขอตัวไปนอนก่อนนะครับ


เมื่อได้ยินประโยคคำพูดนั้น ผมก็รีบก้าวเท้าลงบันไดทันที พร้อมกับส่งเสียงกระแอมไอเล็กน้อย พอลงไปถึงชั้นล่างของบ้าน ผมก็เห็นพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ส่วนแม่ก็กำลังยืนจับผ้าม่านที่หน้าต่าง ทั้งสองคนทำตัวมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด


ตี๋พยักหน้าน้อย ๆ ขณะเดินผ่านผมไป เจ้าตัวขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไร เพราะคงเดาว่าผมได้ยินบทสนทนาหมดแล้ว


ลงมาหาขนมกินเหรอ?” พ่อเอ่ยถามขณะอ่านหนังสือพิมพ์อยู่


อือ ลูกหิวน้ำ...ผมเอ่ยพลางเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมา ก่อนเอ่ยต่อ ...ป๊า หนังสือพิมพ์กลับหัวอะ


อะ อ๋อ ป๊าตั้งใจ...กะจะเล่นมุกน่ะ


ผมยกขวดน้ำขึ้นกระดกดื่ม ก่อนเอ่ยถามผู้เป็นแม่ แล้วม้าไปยืนทำอะไรตรงผ้าม่าน?”


ม้าก็...ม้าก็...กำลังดูว่ามีฝุ่นเยอะหรือยัง จะได้ถอดผ้าม่านไปซัก


อ๋อ...


จ้ะ


ผมอมยิ้มน้อย ๆ แล้วสาวเท้าไปที่บันได ก่อนจะหยุดยืนตรงบันไดขั้นแรกแล้วหันไปมองพ่อกับแม่ที่ยังทำตัวมีพิรุธไม่เลิก


ป๊า ม้า...


...


พรุ่งนี้ตอนบ่าย...เจอกันที่ร้าน Your Sky นะครับ


ผมพูดทิ้งท้ายไปแบบนั้น ก่อนจะเดินขึ้นบันไดมาด้วยรอยยิ้ม และในระหว่างที่ก้าวเท้าขึ้นบันได ผมก็ได้ยินบทสนทนาของพ่อกับแม่ที่เกิดขึ้น


ม้า ลูกรู้ว่าเราจะไปร้าน Your Sky ด้วย


ก็ตี๋ไปบอกขนาดนั้น เฮียจะไม่รู้ได้ยังไง


ผมหัวเราะน้อย ๆ พลางคิดว่า...


โป๊ะกันจนวินาทีสุดท้ายเลยนะ


: )


#รักแท้ของผมคือคุณ


TBC


Talk


ชอบมั้ยคับ หวาน ๆ แบบนี้ ชอบกันมั้ยคับ !

ฝากคอมเมนต์และเล่น #รักแท้ของผมคือคุณ เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ

ปล.สำหรับคนที่ถามมาว่ามี NC มั้ย มีแน่นอนคับ 


ตารางลงนิยายค้าบ 


วันที่ 24-25 ลงตอนที่ 20

วันที่ 26-27 ลงตอนที่ 21

วันที่ 28-29 ลงตอนที่ 22

วันที่ 30-31 ลงตอนที่ 23

วันที่ 1-2 ลงตอนที่ 24

วันที่ 3-4 ลงตอนที่ 25

วันที่ 5 ลงตอนที่ 26 (END)


เปิดพรีภายในวันที่ 9-10 เมษา เหมือนเดิมค้าบ


ตอนแรกตังค์จะเลื่อนมาเปิด 1 เมษา แต่ก็อยากให้ทุกคนมีเวลาเก็บเงินเพิ่มอีกหน่อย

เลยคิดว่าวันที่ 9-10 เหมือนเดิมดีกว่า


ฝากคอมเมนต์และเล่น #รักแท้ของผมคือคุณ เป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า


รักเสมอ


Twitter : @SP251566



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 841 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,465 ความคิดเห็น

  1. #2447 CallistoJpt (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 / 20:01
    55555555555555555555555 แผนล้มตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายจริงๆ โป๊ะกันถ้วนหน้าเลยค่ะ 🤣 //พี่เรียวพี่เฮียหวานมากกกกกกก >///////<
    #2,447
    0
  2. #2422 ลิตเติ้ลไวท์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 17:34
    เบาหวานจะขึ้นอ่าคุณพี่
    #2,422
    0
  3. #2291 PrchFirnnn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 22:56
    น่ารักมากกกกกกกก
    #2,291
    0
  4. #2202 H2O ที่แปลว่าน้ำ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 09:58
    ตอนเค้าบอกรักกันอบอุ่นมากมายอะ
    #2,202
    0
  5. #2187 BaiTong23 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 18:55
    หวานไปหมด
    #2,187
    0
  6. #2182 bunnyt248 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 22:13
    แผนซ้อนแผนซ้อนแผน
    แผนใครจะอยู่บนสุด
    #2,182
    0
  7. #2137 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 01:27
    หวานมากกก โป๊ะกันไม่ไหวเเล้ว5555
    #2,137
    0
  8. #2104 wumeili (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 09:31
    โคตรจะพิรุธอ่ะ5555555
    #2,104
    0
  9. #2084 ilee2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 18:29
    หวานมากกกกกก ไม่ชิน 5555 งื้ออออออ
    #2,084
    0
  10. #2075 February Asce (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 09:02
    แผนพังกันสุด 555555
    #2,075
    0
  11. #2073 CarrotSirirvarin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 23:25
    โถ่ป๊าม๊า เอ็นดู
    #2,073
    0
  12. #2072 Eawnaja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 23:02
    น่ารักกกกกกก
    #2,072
    0
  13. #2071 salineefon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 20:04
    งื้อออออ เขินตัวบิด น่ารักตัวเท่าโลกกกกกก
    #2,071
    0
  14. #2070 071727 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 16:40
    ชอบค่ะชอบมากๆๆน่ารัก
    #2,070
    0
  15. #2069 toey280844 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 13:50
    ขำความโป๊ะกันหมดโอ้ย55555
    #2,069
    0
  16. #2068 jum_imm_aim (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 13:46

    อ๊าย....ลงตอนจบวันที่ 5 วันเกิดเราเลยอ่ะ....ดีจังเลย

    #2,068
    0
  17. #2067 cchenjj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 10:50
    อยากเห็นเรียวแซ่บๆอ่ะ5555555
    #2,067
    0
  18. #2066 0818770547 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 09:28

    ใจมันฟูๆๆๆน่ะจ้รา.....
    #2,066
    0
  19. #2065 KaewwongLin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 09:10
    น่าเอ็นดูทั้งครอบครัว
    #2,065
    0
  20. #2064 Way-down-we-go (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 07:22
    เอ็นดูตี๋ แงงง
    #2,064
    0
  21. #2063 Mayparin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 04:30
    น่ารักกันจัง
    #2,063
    0
  22. #2062 nan__nan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 02:05
    น่ารักกกก

    โป๊ะจนนาทีสุดท้ายยยยย
    #2,062
    0
  23. #2060 Gift2524 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 22:24
    ขำบ้านนี้จริงๆ
    #2,060
    0
  24. #2059 piti345 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 22:15

    ครอบครัวบรรเทิงอ่ะ!!55555

    เค้าหวานกันจังอ่ะงู้ยยยยยช้านเขินนนนนนนนนนม้วนสิบตลบ!!!
    #2,059
    0
  25. #2058 Payberank (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 22:10
    ฟินจนจิกหมอนจะขาดแล้ว55555
    #2,058
    0