[Pre-Order 18 เมษา - 15 มิถุนา 64] Real Love #รักแท้ของผมคือคุณ [YAOI]

ตอนที่ 2 : Chapter 1 [ครบค่ะ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,418 ครั้ง
    20 ม.ค. 64




Chapter 1


ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ


เสียงฝีเท้าของนักเรียนต่างโรงเรียนที่วิ่งตามมาไม่ต่ำกว่าห้าคนเป็นเหมือนเสียงกำลังใจที่ทำให้ คนที่ไม่ได้ตั้งใจเรียกตีนโกยเท้าวิ่งได้เร็วขึ้น


หยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!”


ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ


ไม่หยุดหรอกจ้า...


กูบอกให้มึงหยุดไง ไอ้สัด!!”


หยุดก็ตายสิจ๊ะ...ไอ้พวกโง่!!”


แม้จะรู้ดีว่าการตะโกนต่อล้อต่อเถียงกับคู่อริต่างโรงเรียนเป็นการยั่วยุให้อีกฝ่ายอารมณ์เดือดดาลมากกว่าเดิม และเมื่อพวกมันโมโหมากขึ้น ก็อาจส่งผลให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นด้วย นั่นจึงหมายความว่าเขาจะโดนพวกคู่อริตามมากระชากวิญญาณในไม่ช้า แต่มันก็อดเถียงกลับไปไม่ได้จริง ๆ


มีที่ไหนอะ...


ตะโกนบอกคนที่พวกมึงจ้องจะกระทืบให้หยุดวิ่ง


มึงบ้าปะ!!


ใครเขาจะหยุดให้พวกมึงงงง...


และเพราะเขาไม่ยอมหยุดให้พวกมันกระทืบง่าย ๆ ตอนนี้จึงต้องสวมบทบาทเป็นนักวิ่งตีผีเพื่อเอาชีวิตรอด อีกทั้งสายตายังคอยกวาดหาที่หลบด้วย แต่ทว่าเสียงเรียกหนึ่งจากคู่อริก็ทำให้เกือบชะงักฝีเท้าได้จริง ๆ


ไอ้เหี้ย!!!”


หยุด! กูบอกให้หยุด! แฮ่ก ๆ


ถ้าครั้งนี้ เฮียจะโดนกระทืบตายคาซอยที่เป็นทางเชื่อมไปยังหลังโรงเรียน เขาจะไม่โทษคนพวกนั้นเลย แต่จะโทษเพื่อนสนิทตัวเองแทน เพราะบรรดาเพื่อนสนิทมักจะเรียกชื่อเขาเพี้ยนจาก เฮียเป็น เหี้ยบ่อย ๆ


มันจึงไม่แปลกที่เฮียเกือบจะหยุดวิ่งเมื่อได้ยินคู่อริตะโกนเรียกว่า ไอ้เหี้ยทว่าดีที่เขาเป็นคนมีไหวพริบพอสมควร เฮียจึงโกยเท้าวิ่งต่อโดยไม่ลดความเร็วลงเลย ก่อนจะหันหลังไปตะโกนใส่พวกคู่อริว่า...


อย่าคิดว่ากูจะหลงกลพวกมึง...


...


กูชื่อ เฮียเว้ย ไม่ได้ชื่อ เหี้ย’”


จะชื่อเหี้ยอะไรก็ช่าง มึงไม่รอดแน่!”


ไอ้ควาย!...กูไม่กลัวมึงหรอก!”


แม้ว่าปากจะเอ่ยไปแบบนั้น แต่ภายในใจกลับคิดอีกอย่าง เฮียคิดว่า พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยลูกจ๋าด้วย โรงเรียนอยู่อีกตั้งไกล ลูกจะวิ่งไม่ไหวแล้วโว้ยยยย


และเฮียรู้ดีว่าการที่นึกถึงซอยย่อยที่อยู่อีกไม่ไกล ไม่ได้เกิดจากพ่อจ๋าแม่จ๋าที่ส่งกระแสจิตมาชี้ทางสว่าง หากแต่เป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของเขาเอง เฮียคิดว่าถ้าวิ่งเลี้ยวเข้าไปในซอยแคบ ๆ ขนาดสองคนเดินผ่านกันได้ เขาก็อาจจะรอดพ้นจากตีนนับสิบ


แต่นั่นไม่ใช่เพราะพวกมันจะวิ่งตามเขาไม่ทัน หากวิ่งเข้าไปในซอยแคบ ๆ นั้นได้แล้ว แต่เป็นเพราะมันเป็นทางพาไปยัง ร้านขายน้ำปั่นที่กลุ่มเพื่อนของเขาชอบแวะนั่งกันก่อนจะเข้าโรงเรียน เมื่อรู้ว่ายังพอมีความหวังอยู่บ้าง เขาจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายโกยเท้าวิ่งให้เร็วที่สุด


แล้วพอวิ่งเข้าใกล้ปากซอยแคบ ๆ นั้น เขาก็รู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างในชีวิต แต่ทว่าเท้าทั้งสองข้างที่สับเร็วยิ่งกว่ารถไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนรางก็ทำให้รู้สึกเหมือนจะหยุดตัวเองไม่ได้


ถ้าเลยซอยนี้ไปนะ ไอ้เฮีย...


มึงเตรียมตัวตายได้เลย...


ดวงตาเรียวรีเพ่งมองไปยังปากซอยนั้น พร้อมทั้งนับถอยหลังในใจเมื่อเข้าใกล้เข้าไปทุกที...


ห้า


สี่


สาม


สอง


หนึ่ง


ขวับ!!


ในจังหวะที่เฮียกำลังวิ่งเลี้ยวเข้าไปในซอย นอกจากพละกำลังจากหน้าแข้งที่ส่งตัวเองเข้าไปในนั้นแล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนโดนซอยแคบ ๆ นั้นดูดเข้าไป แต่หากตั้งสติดี ๆ ก็จะรู้ว่าเขาโดนใครบางคนที่ยืนอยู่บริเวณปากซอยยื่นมือมาคว้าแขนแล้วดึงเข้ามาในซอยอย่างแรง


แล้วแรงดึงรั้งจากฝ่ามือหนาก็เหวี่ยงร่างของเขาเข้ามาแนบชิดกับคนตัวสูงใหญ่ เฮียกวาดสายตามองลวก ๆ ที่บริเวณเสื้อนักเรียนสีขาว พอเขาเห็นชื่อจริงกับนามสกุลที่ปักอยู่บนเสื้อนักเรียนแล้วจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก


ดวงตาเรียวรีรีบละออกจากชื่อ ปราชญ์ ปาณะแล้วเลื่อนขึ้นมองใบหน้าของคนตัวสูงกว่าทันที เขาจึงเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่รุ่นน้องในโรงเรียนต่างพากันชื่นชมว่า หล่อหน้าหยก


แต่เพราะความหล่อของเพื่อนสนิทไม่ได้มีผลต่อจิตใจเขา คนที่ตกใจจนหัวใจหล่นลงไปกองอยู่ที่พื้นจึงเอ่ยออกไปอย่างหัวเสีย


ไอ้สัดเรียว...กูตกใจหมด!!”


เป็นยังไง? หนีตีนคนเดียว ตื่นเต้นดีไหม?”


ตลกเหอะ ไอ้สัด


เรียวหรือ ไอ้เรียว หนึ่งในเพื่อนสนิทของเขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนจะหันไปมองทางปากซอย หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้านับสิบที่วิ่งเข้ามาใกล้ขึ้น แล้วเสียงสนทนาอันดุดันปนแค้นเคืองของคู่อริก็เรียกความสนใจจากเราสองคนเป็นอย่างดี


ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ


มันวิ่งเข้าไปในซอยนั้น!!”


คิดว่าจะรอดเหรอไอ้เหี้ย!!”


เฮียละสายตาจากปากซอย แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองดวงตาเรียวยาวอีกครั้ง เพราะไอ้เรียวหันกลับมามองเขาเหมือนกัน เราจึงได้สบตากันในระยะประชิด ตอนนี้เขาคิดเพียงแค่ว่า ต่อให้มีมันแค่คนเดียว ไอ้เรียวก็จะพาเขารอดตายได้


เพราะไอ้ห่านี่อะ...


ไม่เคยทิ้งเขาไว้ข้างหลัง...


ไม่มีเลยสักครั้ง...


รีบไปกัน ก่อนที่พ่อมึงจะตามมากระทืบถึงที่...


พวกมันไม่ใช่พ่อกู!”


แล้วพ่อมึงคือใคร?”


คนที่กูจะยอมเรียกว่าพ่อ รองจากพ่อแท้ ๆ ของกู มีแค่ไอ้ฟ้าคนเดียวเท่านั้น


เฮียรู้ดีว่าเพื่อนสนิทจะคาดเดาคำตอบของเขาได้ หลังจากโยนคำถามนั้นมาให้ แล้วพอคำตอบเป็นอย่างที่มันคิดไว้ ไอ้เรียวก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความขบขัน


ไอ้ฟ้า หรือ หมื่นฟ้าคือหนึ่งในเพื่อนสนิทของเฮียเหมือนกัน พวกเราเรียนอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ ม.4 จนถึงปัจจุบันที่เรียนอยู่ ม.6 แม้ว่ากลุ่มเพื่อนของพวกเราจะมีคนอยู่เยอะมาก แต่พวกเราก็สนิทกันแทบทุกคน


แล้วเหตุผลที่เขายอมเรียกเพื่อนสนิทตัวเองว่า พ่อทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นแค่เพื่อน ไม่สามารถเทียบกับพ่อจริง ๆ ได้ ก็เพราะว่าไอ้ฟ้าเป็นเพื่อนที่โหดที่สุดในกลุ่ม เรื่องต่อยตีกับเด็กโรงเรียนอื่นของมันไม่เป็นสองรองใคร เขารอดตายมาหลายครั้งก็เพราะมีไอ้ฟ้ามาช่วยไว้ และรอดตีนอีกหลาย ๆ ครั้งก็เพราะมีไอ้เรียวมาช่วยไว้อีกเหมือนกัน


เออ...


สรุปง่าย ๆ นะ...


ไอ้เฮียคนนี้เป็นแผนกเรียกตีน...


เรียกตีน (แบบไม่ตั้งใจ) ตลอดเลยจ้า...


คำว่า พ่อที่มอบให้ไอ้ฟ้าจึง ไม่ใช่พ่อที่แปลว่าพ่อแต่มันหมายความว่า มึงโหดเหลือเกินพ่อและ มึงเท่แล้วก็หล่อบาดใจเหลือเกินพ่อความหมายของคำว่า พ่อฟ้ามันมีเท่านี้เลย และเพราะว่าบางครั้งเฮียอยากจะ โหด เท่ และหล่อเหมือนมันบ้าง เขาจึงสถาปนาตัวเองเป็นลูกของมันไปซะเลย


ลูกไม้จะได้หล่นไม่ไกลต้นไง...


แต่ทั้งหมดนี้...มันก็เป็นแค่เรื่องขำขันที่พวกเราเอาไว้คุยเล่นกันในกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้มีใครคิดจริงจังอะไร แต่สิ่งที่พวกเราจริงจังมาก คือการที่จะต้องไม่มีเพื่อนคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงลำพัง


เหมือนอย่างเช่นในตอนนี้ที่ไอ้เรียวพยักหน้าเป็นเชิงชวนออกวิ่ง มันผละมือออกจากแขนของเขาที่จับไว้ตั้งแต่แรก แล้วเปลี่ยนมากุมมือเขาแทน ก่อนจะพาออกวิ่งไปในซอยแคบ ๆ นั้น


เพราะไอ้เรียววิ่งนำเขาไปหลายก้าว นั่นจึงทำให้มันต้องคอยหันหลังมามองเขาเป็นระยะ แล้วมันก็เผยรอยยิ้มแบบที่ทำให้รุ่นน้องในโรงเรียนใจละลาย ตอนนี้เฮียคิดว่า มันหล่อจนน่าหมั่นไส้ หล่อจนอยากด่าให้หายหล่อ


ยิ้มเหี้ยอะไรของมึง?”


...


คิดว่าหนีตีนเป็นเรื่องสนุกเหรอ ไอ้สัด!”


คนตัวสูงใหญ่ไม่ได้ตอบอะไร ไอ้เรียวทำแค่หัวเราะในลำคอเหมือนเดิม แล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้า เขาจึงชะเง้อคอมองปลายทางที่พาไปยังร้านขายน้ำปั่นเหมือนกัน และก็พอจะเห็นว่าปลายทางอยู่อีกไม่ไกลมากแล้ว


แต่ทว่าเสียงฝีเท้านับสิบของคู่อริก็ยังตามมาหลอกหลอนไม่หยุด พอเฮียหันหลังไปมองข้างหลังตัวเองก็เห็นพวกคู่อริถือไม้หน้าสามวิ่งตามมาห่าง ๆ เขาจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ขณะวิ่ง พร้อมเอ่ยอย่างเอือมระอา


โธ่! ลูกอีช่าง...


ไอ้เหี้ย! แฮ่ก ๆ...หยุดได้แล้ว ไอ้สัด!”


พวกมึงนั่นแหละ จะหยุดได้ยัง!” เฮียตะโกนตอบกลับคู่อริที่วิ่งหอบเป็นหมา


...


...เจ้าคิดเจ้าแค้นจริง ๆ เลยพวกมึงเนี่ย


...


ตอนเรียนตั้งใจขนาดนี้ไหม?”


หลังจากโยนคำถามกลับไปให้พวกหมาล่าเนื้อแล้ว เฮียก็เริ่มเหนื่อยหอบไม่ต่างกัน เขาหันกลับมามองทางข้างหน้า แล้วก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อยที่เห็น เพื่อนยังไม่ปล่อยมือกัน


คนที่ยังจับมือเฮียไว้แน่นหัวเราะ แล้วจึงเอ่ยถาม มึงถามพวกมันเหรอ?”


เออดิ!”


งั้นจะหยุดรอคำตอบจากพวกมันไหมล่ะ?”


นับเป็นการล้อเล่นที่เหี้ยมาก…”


เป็นเหมือนเดิมที่ประโยคคำพูดของเฮียจะเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทได้ หากแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ภูมิใจในความตลกของตัวเองสักเท่าไร นั่นคงเพราะตอนนี้เฮียไม่สนใจอะไรนอกจาก อยากรอดจากวิกฤติสิบตีนจะแย่แล้วโว้ยยยย


ข้างหน้าแล้ว


ฮือออ...ถึงสักทีเถอะ กูวิ่งจนขาปัดไปหมดแล้ว


เฮียร้องครวญครางได้ไม่นานนัก เพื่อนสนิทก็พาวิ่งออกมาจากซอยแคบ ๆ นั้น แล้วก็เจอกับกลุ่มเพื่อนของเขาที่นั่งเล่นอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าร้านขายน้ำปั่นที่ยังไม่เปิดขายในเวลาเช้าแบบนี้


นั่นไง...ไอ้เรียวไปรับไอ้เหี้ยมาแล้ว


นั่นไง...


เรียกชื่อกูเพี้ยนอีกแล้ว


ไอ้พวกหอกหัก ;______;


มีพวกโรงเรียน xx โจทก์เก่าไอ้ฟ้ากำลังตามมา


ไอ้เรียวพาเขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าทุกคน พอเพื่อนในกลุ่มได้ยินแบบนั้นแล้ว พวกมันก็ลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมทันที บรรยากาศรื่นเริงจากเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สถานการณ์ดูขมุกขมัวไปด้วยความดุดันของเพื่อน ๆ


แล้วเพื่อนคนสุดท้ายที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก็คือไอ้ฟ้า มันโยนไม้หน้าสามมาให้ไอ้เรียว แล้วไอ้ห่านี่ที่ยังไม่ปล่อยมือเขาก็ดันใช้มืออีกข้างรับอาวุธได้อย่างเท่ ๆ ด้วย


มันตามมาทางนี้ใช่ไหม?” ไอ้ฟ้าเอ่ยถามขึ้น


เออ...


ทันทีที่ไอ้เรียวเอ่ยตอบไป ไอ้ฟ้าก็เดินไปทางปากซอยโดยไม่พูดอะไร มีเพียงแต่เสียงไม้ท่อนยาว ๆ ในมือของมันที่ลากไปตามพื้นปูนจนดัง แกร๊ก~’ แล้วเพื่อนคนอื่น ๆ ก็เดินถือไม้หน้าสามตามไอ้ฟ้าไป


ไอ้เฮีย


เฮียละลายตาจากกลุ่มเพื่อนของตัวเอง แล้วหันมองคนข้างกายที่เอ่ยเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้อง ไอ้เรียวจ้องมองเขา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง


มึงไปยืนหลบข้าง ๆ ถังขยะ


ข้างถังขยะอีกแล้วเหรอวะ?”


เออดิ!!...หรือมึงจะออกไปบวกเหมือนคนอื่นอะ


กูก็อยากบวกนะ แต่ต้องหัวแตกกลับมาแน่ ๆ เลยว่ะ


มึงไม่ไหวหรอก...ไปหลบที่เดิมเถอะ เชื่อกู


...เฮียนิ่งเงียบพลางสบกับสายตาจริงจังของเพื่อน ในแววตาสีน้ำตาลเข้มของอีกฝ่ายไม่สั่นไหวด้วยความกลัวเลยแม้แต่น้อย กะ กูขอโทษนะ กูไม่ได้ตั้งใจเรียกตีนให้พวกมึงเลย แต่ว่ากูดันเดินผ่านหน้าร้านข้าวที่พวกมันนั่งอยู่พอดีอะ


...


พอมันถามว่าเป็นเพื่อนไอ้ฟ้าใช่ไหม?”


...


กูก็ตอบไปตามความจริงว่า...ใช่จ้า


...


แล้วหลังจากนั้นก็ตัดภาพมาที่กูวิ่งหนีตีนแตกเลย


ไอ้เรียวส่ายหน้าคล้ายเอือมระอาเพื่อนสนิทอย่างเฮีย ก่อนเอ่ย เออ...จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้มึงไปหลบก่อน


โอเค ๆ...ข้างถังขยะนะ


เออ!”


ไอ้เรียวตอบแบบนั้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนที่มันจะวิ่งไปสมทบกับเพื่อนคนอื่น ๆ แล้วในนาทีที่เฮียเดินมาหลบอยู่ข้าง ๆ ถังขยะสีเขียวเข้ม เขาก็เห็นกลุ่มพวกคู่อริวิ่งออกมาจากซอย แล้วพุ่งตรงเข้ามาหาเพื่อน ๆ ของเขา


เฮียเบิกตาโตตอนได้ยินเสียงกู่ร้องของกลุ่มเพื่อนสนิทขณะวิ่งเข้าไปหาฝ่ายคู่อริ มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาลูบที่หน้าอกของตัวเองตอนเห็นคนสองกลุ่มฟาดไม้ใส่กันอย่างแรง ก่อนที่มืออีกข้างจะยกขึ้นปิดจมูกเพราะทนกลิ่นเหม็นจากถังขยะที่ลอยโชยมาใต้จมูกไม่ไหว


แล้วในใจก็คิดว่า...


พวกมึงรู้จักเจ็บกันบ้างเถอะ...


จะได้เลิกตีกันสักที...


อะ ไอ้ฟ้า ระวัง!”


เขาร้องตะโกนเสียงดัง หวังช่วยเตือนเพื่อนสนิทให้ระวังด้านหลัง เพราะเฮียเห็นเด็กอีกโรงเรียนเงื้อมือเตรียมจะฟาดไม้ไปที่หลังของไอ้ฟ้า และเมื่อเพื่อนสนิทได้ยินเสียงร้องเตือนของเขา ไอ้ฟ้าเลยหลบอีกฝ่ายได้ทัน ก่อนจะหวดไม้กลับไปที่บริเวณลำตัวของคู่อริ


พ่อ!...เก่งมากเลยพ่อ


แล้วเฮียก็ต้องเบิกตาโตกว่าเดิมตอนที่เห็นไอ้เรียวโดนคู่อริจู่โจมด้วยการฟาดไม้เข้ามาแสกหน้า หากแต่เพื่อนสนิทยกแขนข้างหนึ่งมากันใบหน้าไว้ได้ทัน ภาพที่เพื่อนสนิทโดนโจมตีอย่างแรงนั้นทำให้เขาเป็นกังวล เพราะไอ้เรียวดูจะเป็นรองอีกฝ่าย


แต่ทว่าไอ้เรียวกลับโยนไม้ในมือตัวเองทิ้ง ก่อนจะใช้กำปั้นชกเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่าย ทำให้เด็กอีกโรงเรียนเสียหลักเซถอยหลังไปหลายก้าว และเขาเดาว่าไอ้เรียวคงอยากเอาคู่อริให้ล้ม มันถึงได้วิ่งเข้าไปซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของคู่อริอย่างแรง จนไอ้คนนั้นล้มลงไปกองกับพื้น


เขาอดปรบมือแปะ ๆ ไม่ได้ขณะมองไอ้เรียวสะบัดมือข้างที่ใช้กำราบคู่อริคล้ายกำลังไล่ความเจ็บปวด มันยกมือข้างนั้นขึ้นดึงชายเสื้อออกจากกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ก่อนจะวิ่งไปช่วยเพื่อนคนอื่นต่อ


พวกมึง...ระวังตัวนะเว้ย!”


เฮียพูดแบบนั้นด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง และเขาก็เผลอก้าวเท้าออกมาจากบริเวณนั้นเล็กน้อย นั่นคงเป็นเพราะใจอยากจะไปช่วยเพื่อนที่กำลังโดนทำร้ายอยู่ แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่มีสกิลการต่อยตีเท่าคนอื่น ถ้าเข้าไปในดงมือดงตีนก็อาจจะกลับออกมาแบบไม่สมประกอบ


อะ ไอ้โก้!”


ทว่าเป็นตอนนี้เองที่เขาเห็นเพื่อนตัวเองโดนซัดด้วยหมัดจนหมอบอยู่กับพื้น เฮียร้องตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อน เขาไม่มีอาวุธในมือเลยสักอย่าง แต่ในระหว่างที่วิ่งเข้าไปหาไอ้โก้ เฮียคิดแค่ว่า กูก็มีสองมือสองตีนเหมือนกัน ยังไงกูก็ต้องช่วยเพื่อนกูให้ได้


แค่ผลักแม่งให้เสียหลักก็ยังดีวะ!


ดีกว่าไอ้โก้ต้องเจ็บมากไปกว่านี้...


ผลัก!!


แล้วเฮียก็ทำแบบนั้นจริง ๆ เขาเลือกจะวิ่งพุ่งเข้าไปผลักคู่อริที่ยืนคร่อมร่างไอ้โก้อยู่ คนที่ต่อยไอ้โก้ไม่ยั้งเสียหลักล้มไปกองกับพื้น เฮียจึงทิ้งตัวคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อนที่นอนเลือดกบปากอยู่ ไอ้โก้ทำตาปรือคล้ายจะหมดสติ เขาเลยส่งมือไปตบที่หน้ามันเบา ๆ เพื่อเรียกสติ


อะ ไอ้โก้ มึงอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะเว้ย...


...


ถึงกูจะเกลียดที่มึงชอบพูดขัดกูอะ แต่กูก็ไม่อยากให้มึงเป็นอะไรนะ


ไอ้เหี้ย!”


เฮียกลืนน้ำลายลงคอจนดังเอื้อก เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากใครบางคน เขาฟังดูแล้วมันอำมหิตเหลือเกิน ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าคงเป็นเสียงของไอ้คนที่โดนเขาผลักจนล้ม เฮียพรูลมออกจากปากแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย


คู่อริหัวเกรียนที่ถือไม้อยู่ในมือจ้องเขม็งใส่เขาด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะเงื้อมือที่ถือไม้ขึ้นเหนือศีรษะ แล้วในนาทีถัดมา คนตัวสูงก็เตรียมจะฟาดท่อนไม้ยาวใส่เขา เฮียหลับตาปี๋พร้อมทำใจยอมรับชะตากรรมในครั้งนี้


ตุบ!!


เฮียได้ยินเสียงท่อนไม้กระทบเข้ากับบางสิ่งอย่างแรง แล้วสิ่งนั้นก็ควรเป็นใบหน้าของเขาเอง หากแต่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บสักนิด ทั้ง ๆ ที่ควรจะรู้สึกเจ็บ...


หรือว่ามันเจ็บจนชาวะ?


หรือว่ากูตายแล้ว มันก็เลยไม่รู้สึกเจ็บ


ตายคาที่...แบบหมดสติไปเลยอะนะ


เขาคิดแบบนั้นขณะหลับตาปี๋อยู่ แต่ไม่นานนักก็ค่อย ๆ เลิกเปลือกตาขึ้น แล้วภาพตรงหน้าที่เห็นก็ทำให้เฮียเบิกตาโตด้วยความตกใจซ้ำสอง ไอ้เรียวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพลางฝืนเก็บซ่อนอาการเจ็บปวด แต่เพื่อนอย่างเขารู้ดีว่ามันต้องรู้สึกเจ็บมาก


อะ ไอ้เรียว...


ไอ้เหี้ย...


...


กูบอกแล้วใช่ปะ...ไอ้เรียวหลับตาพลางสูดลมหายใจเข้า ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ...ว่าให้หลบอยู่ข้างถังขยะ


...


ถ้าเมื่อกี้กูเข้ามาช่วยมึงไม่ทัน แล้วมึงโดนมันฟาดไม้ใส่หน้าจริง ๆ...กูจะทำไงวะ?”


ฮืออ...กูขอโทษ กูเป็นห่วงไอ้โก้


เฮียร้องฮือในลำคอด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะขยับไปวาดแขนโอบกอดคนตัวสูงใหญ่ที่นั่งคุกเข่าอยู่ เขาพยายามจะปกป้องเพื่อนจากการถูกทำร้าย ถ้าใครจะมาทำไอ้เรียวต่อจากนี้...มันจะต้องข้ามศพไอ้เฮียคนนี้ไปก่อน!!


แต่ภาพตรงหน้าที่ไอ้ฟ้าซัดคู่อริต่างโรงเรียนจนหมอบราบไปกับพื้นทุกคน รวมถึงคนที่ใช้ไม้หน้าสามทำร้ายไอ้เรียวด้วย นั่นทำให้เฮียรู้สึกโล่งใจขึ้นมาได้อีกหน่อย


เดี๋ยวกูจะพามึงไปโรงบาล...ไปพร้อมไอ้โก้เลย


เพราะไอ้เรียวไม่ยอมตอบอะไร เฮียจึงคลายวงแขนของตัวเองออก แล้วมองใบหน้าที่มีรอยช้ำบริเวณมุมปากเล็กน้อย ไอ้เรียวยิ้มน้อย ๆ ก่อนเอ่ย...


ดูแลตัวเองดี ๆ หน่อยดิ ไอ้เหี้ย...


นี่เป็นภาพและเสียงที่ติดอยู่ในความทรงจำของ เฮียเรื่องราววัยมัธยมชอบฉายซ้ำในหัวตอนที่มีเรื่องราวทุกข์ใจ คล้ายจะเตือนหัวใจที่กำลังทุกข์อย่างหนักว่า ต่อให้ทั้งชีวิตนี้จะไม่มีใครรักมึงจริง ๆ...แต่ก็ยังมีเพื่อนที่รักมึงจริง ๆ จากใจอยู่


แม้ว่าเรื่องราวที่สร้างความผูกพันเหล่านั้นจะผ่านมาเนิ่นนานแล้ว จนถึงปัจจุบันที่เฮียเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์มาถึงสองปีแล้ว ทว่ามิตรภาพลูกผู้ชายพวกนี้ไม่เคยลบเลือนไปเลย


หากแต่มีหนึ่งสิ่งที่ทำให้ภาพจำเหล่านั้นค่อย ๆ เลือนรางจางหายไป นั่นคือแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในร่างกายมากจนเกินไป เป็นเพราะเฮียดื่มเหล้าตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนถึงตีสองกว่า และดื่มในปริมาณที่มากพอสมควร จึงทำให้เมาจนเริ่มขาดสติ


ชายหนุ่มพนักงานบริการในร้านเหล้าคนหนึ่งยืนสังเกตอาการของลูกค้าคนนี้มาสักพักแล้ว และตอนนี้เขาคิดว่าเจ้าตัวคงกลับบ้านเองไม่ไหว เขาพอจะคุ้นหน้าลูกค้าคนนี้อยู่บ้าง เพราะเจ้าตัวเคยมาเที่ยวที่นี่กับ พี่เรียวซึ่งพี่เรียวเป็นรุ่นน้องคนสนิทของเจ้าของร้านแห่งนี้


และเขาเดาว่าลูกค้าหน้าตาดีคนนี้คงเป็นเพื่อนสนิทกับพี่เรียว แต่ทว่าวันนี้ทั้งสองคนกลับไม่ได้มาด้วยกัน อีกทั้งลูกค้าคนนี้ยังมาคนเดียว ราวกับอยากมาระบายความทุกข์โดยไม่ให้ใครรู้


พนักงานหนุ่มที่แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าส่ายหน้าเบา ๆ ขณะมองเพื่อนของพี่เรียวพูดพึมพำอย่างคนขาดสติ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย


พี่ครับ...


อือ...อึก...


คนที่เมาจนหน้าแดงไปหมดครางอื้อในลำคอ พร้อมทั้งสะอึกเป็นระยะ เงยหน้าขึ้นมองพนักงานหนุ่ม คนเมามากฉีกยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเขา ก่อนจะเอ่ย...


เป็นงายย...สมัยก่อนอะ พี่โคตรรรรเปรี้ยวตีนกันเลยใช่ปะ~”


เอ่อ...ครับ...


เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกค้าหน้าตาดีคนนี้พูดนักหรอก หากแต่เขารู้ดีว่า...


คนเมาอะ...


อย่าไปถือสา แล้วก็อย่าไปขัดคอ


เดี๋ยวมีเรื่อง...


ไอ้เรียวอะนะ~…มันเป็นเพื่อนที่โคตรดีเลยยยคนเมาพูดพร้อมยกนิ้วโป้งขึ้น


...


สุดยอดไปเลย เพื่อนกู...


เพื่อนกันจริงเหรอ?...ขนาดเมาแล้วยังคิดถึงเขาเลยพนักงานหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วกับตัวเอง


สุดยอดจริง ๆ...


พี่ครับ...พี่จะกลับยังไงครับ?”


ไอ้เรียว...แล้วคนที่เมามากจริง ๆ ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ก่อนจะพูดพึมพำเบา ๆ ...กูขอโทษษษ กูรักษาตัวเองไม่ดีเลย ฮือออ


พนักงานหนุ่มลอบถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะกวาดสายตามองหาคนช่วย ทว่าสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับ พี่เป้เจ้าของร้านแห่งนี้ที่เป็นรุ่นพี่ของพี่เรียว เขาโบกมือเรียกพี่เป้ที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในร้าน


พี่เป้ครับ! พี่เป้!”


เจ้าของร้านไม่ได้เมินเฉยต่อเขา เจ้าตัวเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาทันที ก่อนเอ่ยถาม มีอะไรกอล์ฟ


คือลูกค้าคนนี้ พี่เป้รู้จักใช่ไหมครับ?”


พี่เป้ที่หันไปมองทางคนเมาเบิกตาโตคล้ายแปลกใจ ก่อนเอ่ย เอ๊า! ไอ้เฮียยังไม่กลับอีกเหรอ?”


...


พี่นึกว่ามันเช็กบิลกลับไปนานแล้วนะ


ยังเลยครับ นี่ก็เมาจนฟุบโต๊ะไปแล้วด้วย


แล้วมันมาคนเดียวใช่ปะ?”


ครับ


โอเค ๆ รอแป๊บ...


เจ้าของร้านเหล้าอย่างเป้ล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงทันที ก่อนจะกดโทรหารุ่นน้องคนสนิท รอเพียงไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย


[ฮัลโหล]


ไอ้เรียว...เพื่อนสนิทมึงมานอนเมาแอ๋ที่ร้านกูเนี่ย เอาไงวะ?”


[ไอ้เหี้ยไปแดกเหล้าร้านพี่เหรอ?]


เออ มาตั้งแต่หัวค่ำอะ


[ไอ้เหี้ย!...แล้วบอกว่าจะนอนอยู่บ้าน]


เรื่องผัวเมียกูไม่รู้นะ ไปจัดการกันเอาเอง แต่ตอนนี้จะให้กูทำไง?” เป้พูดเย้าแหย่พลางหัวเราะ


[ถ้าไม่ติดว่าเป็นรุ่นพี่นะ กูจะด่าให้ลืมบ้านเลขที่เลย]


แหม...มึงพูดมาขนาดนี้แล้ว ด่าเลยก็ได้มั้ง ไม่ต้องเกรงใจหรอก


[เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้เรื่องไอ้เหี้ยสำคัญที่สุด]


มีแปะโป้งไว้ก่อนด้วยนะ ไอ้สัด


[มันไปคนเดียวเหรอ?]


เออ มาคนเดียวเลย ซดเพียว ๆ ด้วยแต่เดี๋ยวก่อน กูขอถามเพื่อความแน่ใจก่อน


[พี่บอกว่ามันเมามาก แล้วจะไปถามรู้เรื่องได้ไง]


ก็ลองดูก่อนดิวะ


เป้ลดโทรศัพท์ลงจากใบหูเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้คนเมาที่นอนฟุบหน้าไปกับโต๊ะ มือหนายื่นไปจับที่ไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล


เฮีย...


จ้ะ เฮียเองจ้ะ...คนเมาขานรับด้วยเสียงพูดที่ฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง


ได้อยู่ว่ะ ยังตอบได้อยู่


...


น้องเฮียมากับใครจ๊ะ?”


อือ...คนเมาที่ตอนนี้หลับตาสนิทพรูลมออกจากปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดบางประโยคซ้ำ ๆ คล้ายกำลังร้องเพลงอยู่ ...เฮียจ้ะ เฮียจ้ะ มากับเรียว แล้วก็มากับฟ้าาาา


กูได้คำตอบแล้วว่ามากับใคร เฮ้ออออ...คนเมาอะเนอะ


...


เป้พูดกับตัวเองแบบนั้น แล้วจึงยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูตัวเองอีกรอบ ก่อนเอ่ย มึง...


[ได้ยินแล้ว]


...


[มากับเรียวกับฟ้าพ่อมึงสิ อีน้ำส้วม!]


...


[กูอยู่ภูเก็ต]


ก่อนกูจะถามอย่างอื่น กูขอถามเรื่องหนึ่งก่อนได้ไหม?”


[เรื่องอะไร?]


ทำไมมึงถึงชอบเรียกเฮียว่า อีน้ำแดงบ้าง อีน้ำส้วมบ้างวะ?”


[เรื่องมันยาวว่ะ ไว้เล่าให้ฟังวันหลังละกัน]


จริง ๆ กูอยากรู้ฉิบหายเลยนะ แต่เออ...วันหลังก็วันหลัง


[คืนนี้พี่นอนค้างที่ร้านไหน?]


มึงถามแบบนี้...


[อือ...ผมจะรบกวนให้พี่นอนเฝ้ามันหน่อย]


“…”


[ให้มันนอนพักอยู่ที่ห้องทำงานพี่ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะนั่งเครื่องกลับกรุงเทพแต่เช้า แล้วจะรีบขับรถไปรับมันเอง]


นี่กูเห็นแก่ตอนที่มึงเป็นยมทูต เอ๊ย ! ไม่ใช่ยมทูตดิ


[กามเทพบ้างเหอะ!...อย่ากวนตีนขนาดนั้นเลย พี่เป้ ปวดหัวว่ะ]


เป้หัวเราะร่วน เมื่อรุ่นน้องจับทางความคิดตัวเองได้ ก่อนเอ่ย เออออ...กูเห็นแก่ตอนที่มึงทำให้กูกับเมียได้รักกันมาจนถึงทุกวันนี้หรอกนะ เดี๋ยวกูจะเฝ้าน้องน้ำแดงของมึงให้


[ขอบคุณมากพี่]


ถ้างั้นกูแบกเฮียไปนอนที่โซฟาในห้องทำงานเลยนะ


[โอเค...แต่ตอนพี่ให้มันขี่หลังอะ ต้องให้ใครสักคนคอยเดินประคองหลังมันไปด้วยนะ เพราะเวลามันเมามาก มันชอบหงายหลังตลอด]


กูเหรอ?...ที่ต้องให้เฮียขี่หลัง


[ก็ใช่ไง...ถ้าไม่ใช่พี่แล้วจะเป็นใครได้ คนอื่นผมไม่ไว้ใจหรอก]


เดี๋ยว ๆ ไอ้เรียว...อายุกูก็มากแล้ว ปีนี้ก็เข้าเลขสะ...


[ผมรู้ว่าพี่แข็งแรง พี่ยังฟิตเหมือนตอนยี่สิบเลยใช่ปะ?]


โธ่ ไอ้สัด มึงพูดขนาดนี้แล้ว กูคงจะปฏิเสธได้อยู่หรอก


[ฝากด้วยนะพี่เป้]


เออ...


[ก่อนจะวางสาย ผมขอคุยกับอีน้ำแดงหน่อย]


แต่มันเมานะ...


[นั่นแหละ]


อะ ๆ กูไม่อยากขัดศรัทธาใคร...


เป้ลดโทรศัพท์จากใบหูตัวเอง แล้วยื่นไปแนบข้างใบหูแดง ๆ ของคนเมา เขาไม่รู้ว่ารุ่นน้องพูดอะไร แต่คนเมาที่ตะแคงใบหน้าแนบไปกับโต๊ะค่อย ๆ ปรือตาตื่นพลางคลี่ยิ้มน้อย ๆ


อือออ...


จากใจจริง ๆ เป้ก็อยากจะรู้ว่าไอ้เรียวพูดอะไรกับคนเมา ถ้าจะกดเปิดสปีกเกอร์โฟนก็กลัวจะเสียมารยาท แต่เพราะความสอดรู้สอดเห็นไม่เข้าใครออกใคร เขาจึงกลั้นใจกดเปิดสปีกเกอร์โฟน


[อีน้ำแดง...]


“…”


[เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปรับนะ]


เป้เม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้ม ก่อนเอ่ยเสียงหวาน จ้า...


[พี่เป้...สันดานขี้เสือกเนี่ย ลดลงหน่อยได้ปะวะ?]


เป้หัวเราะเสียงดัง ก่อนเอ่ย นี่มันสันดานคนนะเว้ย ไม่ใช่ราคาผลไม้ในตลาด ลดง่าย ๆ ได้ที่ไหนล่ะ


[เอาเหอะ...เรื่องของพี่มึงเลย กูชักจะปวดหัวแล้ว]


...เสียงเอือมระอาของปลายสายยิ่งทำให้เป้รู้สึกขบขันมากกว่าเดิม


[ถ้าพี่พามันไปนอนในห้องทำงานแล้ว รบกวนถ่ายรูปส่งมาให้ผมดูด้วยนะ]


มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอวะ?”


[ขนาดนั้นแหละ...พี่เข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่า?]


เออ ๆ เข้าใจ


[ผมรบกวนพี่แค่นี้แหละ]


เออ...


เป้กดปิดสปีกเกอร์โฟน ก่อนจะวางสายจากรุ่นน้องคนสนิท เจ้าของร้านเหล้าที่เพิ่งได้รับภาระหนักอึ้งถอนหายใจเบา ๆ แล้วจึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง


กอล์ฟ มาช่วยพี่เอาเฮียขึ้นหลังที


ครับ ๆ


ชายหนุ่มย่อตัวลงใกล้ ๆ คนเมาที่ตอนนี้หลับไปแล้ว แล้วกอล์ฟก็ช่วยพยุงร่างของเฮียให้ขึ้นขี่หลังเขา เป้ส่ายหน้าเบา ๆ พลางคิดว่า สังขารมันไม่เที่ยงจริง ๆ แต่ก่อนเขาสามารถแบกของที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวรุ่นน้องได้สบาย ๆ ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าการแบกของหนัก ๆ เป็นเรื่องยากลำบากไปแล้ว


พี่เป้ไหวไหมครับ?”


พอไหวอยู่...เป้เอ่ยตอบพนักงานในร้าน แล้วจึงฮึดลุกขึ้นยืน ก่อนจะแบกรุ่นน้องที่หมดสติไปที่ห้องทำงาน กอล์ฟ ช่วยประคองหลังเฮียให้พี่หน่อยนะ


ได้ครับพี่เป้


...อึก...


เฮ้ย ๆ เฮีย...อย่านะเป้เอี้ยวคอมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนเมาที่วางซบอยู่ตรงไหล่ตัวเอง เพราะเฮียทำท่าจะอ้วก เขาจึงต้องเอ่ยห้ามปราม ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ห้ามไม่ได้ ...อย่าอ้วกนะ พี่ไม่ได้เตรียมชุดมาเปลี่ยนนะเว้ย


...


กลืนลงไปก่อนเด้ออ...ถือว่าพี่ขอร้อง


เป้ชะงักฝีเท้า แล้วหยุดยืนนิ่ง ๆ เพื่อลดอัตราอ้วกพุ่งที่ถูกกระตุ้นด้วยการเคลื่อนไหว พอเขาเห็นว่ารุ่นน้องมีท่าทีที่สงบลงแล้ว เป้จึงค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินต่อ


เวรกรรมอะไรของมึงวะไอ้เป้!”


เจ้าของร้านเหล้าที่อายุเข้าเลขสามต้น ๆ บ่นเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องทำงานของตัวเอง กอล์ฟ พนักงานในร้านรีบดันประตูเปิดให้อย่างรู้หน้าที่ แล้วเป้ก็พาคนเมาของไอ้เรียวไปนอนบนโซฟาหนังตัวยาว


อือออ...


คนตัวสูงยกมือขึ้นทุบบริเวณแผ่นหลังที่ปวดร้าวของตัวเองขณะมองรุ่นน้องที่นอนอยู่บนโซฟา เฮียร้องอื้อในลำคอพลางพลิกตัวหันหน้ามาทางเขากับกอล์ฟ


หลังกูเสียเลย...


เป้เอ่ยแบบนั้น แล้วเอียงคอมองใบหน้าแดงก่ำของรุ่นน้อง เฮียเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่มีดวงตาทรงเรียวรี มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่ง และมีริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ โดยรวมเจ้าตัวเป็นคนหน้าตาดีพอสมควร แล้วจากที่เรียวเคยพาเฮียมาหาเขาหลายครั้ง เป้คิดว่าเจ้าตัวเป็นคนที่มีทั้งความหล่อและความน่ารักอยู่ในตัว


แล้วในสมองของเขาก็ดันประมวลภาพของเรียวกับเฮียยืนคู่กัน เรียวที่สูงราวร้อยแปดสิบห้า กับเฮียที่สูงราวร้อยเจ็ดสิบสาม คนตัวสูงกว่ามีโครงสร้างทางร่างกายใหญ่โตและดูแข็งแกร่งกว่าพอสมควร ส่วนคนตัวสูงน้อยกว่าเป็นผู้ชายหุ่นสมส่วน


พอคิด ๆ ดูแล้ว เป้ก็อมยิ้มอยู่คนเดียว


พลางคิดว่า...


เหมาะสม...


พี่เป้ครับ...


เป้ที่ถูกดึงออกจากภาพในจินตนาการหันมองคนข้างกาย ก่อนเอ่ย ว่าไงกอล์ฟ?”


ผมสังเกตมาหลายครั้งแล้ว พี่เป้ว่า...พี่เรียวกับพี่เฮียแอบชอบกันไหมครับ?”


บ้าน่าาา....


พี่เป้ทำหน้าแบบนี้...แสดงว่ากำลังคิดเหมือนผมอยู่ใช่ไหมครับ?”


เพราะว่าเป้พยายามกลั้นยิ้มจนดูมีพิรุธ จึงโดนอีกฝ่ายจับได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทว่าเจ้าของร้านอย่างเขาก็ทำได้แค่ยื่นมือไปตบไหล่ลูกน้องเบา ๆ


กอล์ฟ พี่จะบอกให้นะ...


“…”


ไอ้สองคนนี้มันเป็นเพื่อนกันมานานมาก แล้วก็สนิทกันมากด้วย


...


เรื่องนี้มันเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันอะ เข้าใจไหม?”


แต่ก็ยังฝันได้อยู่ใช่ไหมครับ?”


พอเป้ได้ยินแบบนั้น เขาก็ชักมือกลับมา แล้วยืนกอดอกพลางจ้องมองอีกฝ่าย ก่อนเอ่ย เอาแบบนี้ดีกว่ากอล์ฟ...


...


กอล์ฟจิ้นคู่นี้ใช่ไหม?”


กอล์ฟหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ย พี่พูดอะไรของพี่?”


ก็คู่จิ้นไง ไม่รู้จักคู่จิ้นเหรอ?...เมียพี่หวีดคู่จิ้นของเขาทุกวัน


เคยได้ยินเรื่องคู่จิ้นอยู่บ้างครับ


เออ นั่นแหละ


...


ไอ้ห่าเอ๊ย!! ลืมเลยเป้พูดโผงขึ้นมาคล้ายเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้วยความรีบร้อน


คนตัวสูงก้าวถอยห่างจากโซฟาหนังตัวยาวไปครึ่งก้าว แล้วจึงยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปคนเมาที่นอนหลับสนิทอยู่ เป้ส่งรูปถ่ายไปให้รุ่นน้องทางแอปพลิเคชันไลน์ ไม่ถึงนาที คำว่า ‘Read’ ก็ปรากฏขึ้นทันที นั่นแสดงให้เห็นว่าเรียวกำลังรอรูปถ่ายจากเขาอยู่ แล้วไม่นานรุ่นน้องก็ส่งข้อความกลับมาให้...


R. : โอเค


R. : ขอบคุณอีกครั้งนะพี่เป้


เป้พรมนิ้วไปบนแป้นพิมพ์เพื่อตอบกลับรุ่นน้อง


Pae : ไม่เป็นไร


Pae : พรุ่งนี้มึงก็รีบมารับมันก็แล้วกัน


R. : ผมจะรีบไปรับมันให้เร็วที่สุด


R. : เท่าที่ผมจะทำได้


TBC


Talk


คิดถึงกันไหมมม ตังค์คิดถึงทุกคนนะคะ


ต้องขอบอกไว้ก่อนเลย ว่าเรื่องนี้ ตัวละครหลักของตังค์จะพูดไม่ค่อยเพราะใส่กันก่อนเลย

ด้วยความที่เขาเป็นเพื่อนกันมาเนอะ เดี๋ยวความหยาบคายจะลดลงตามเลเวลของความรักที่เพิ่มขึ้นค่ะ แหะ ๆ 

เรื่องนี้เน้นตลกๆ อาจจะไม่ได้สอดแทรกสาระอะไรเยอะนะคะ แต่ก็มีข้อคิดทิ้งไว้บ้างค่ะๆ


หวังว่าจะชอบกันนะคะ


ฝากเป็นกำลังใจให้ตังค์ด้วยนะคะ


คอมเมนต์กับเล่น #รักแท้ของผมคือคุณ ทางทวิตเตอร์ได้เลยย


ตอนต่อไปมาลงให้หลังวันที่ 17 ค่า เพราะตังค์ขอพักหลังกลับจากหาหมอโรคหัวใจก่อนน้าา


Twitter @SP251566

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.418K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,337 ความคิดเห็น

  1. #2260 Capricornus4 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 01:18
    อ่านกี่หมื่นฟ้าแล้วมาอ่านเรื่องนี้ด้วยคือ เหมือนฝันที่เป็นจริง กี้ดดเรือชั้นนนนนน -\\\\-
    #2,260
    0
  2. #2213 lilseal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 19:20
    กลับมาอ่านใหม่อีกรอบแล้วค่ะ รอจองพี่เฮียเลย
    #2,213
    0
  3. #2204 11-12 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 10:47
    ทำไมพี่ฟ้าแย่งชีนจัดแค่ลุกขึ้นยืนก็เท่แล้วพ่ออออ
    #2,204
    0
  4. #2184 Hara_VMJR (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 12:53
    อีน้ำเเดง มาปุ๊ปคิดถึงตอนฉากที่อยู่ในร้านชาบูในเรื่องของพี่ฟ้าเลย พี่เฮียมาขายขำเเหละดูออก 55555
    #2,184
    0
  5. #1903 siriratdec1990 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:02

    ชอบๆๆๆๆขำๆๆน่ารัก สนุก
    #1,903
    0
  6. #1875 PikazZA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:13

    อีน้ำส้วม555555555

    #1,875
    0
  7. #1840 aomsaom4 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:09
    ฝันค่ะ ฝันที่ไม่กล้าฝัน น้องน้ำแดงของพี่เรียว
    #1,840
    0
  8. #1583 tarun_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 21:56
    รักนะคะพี่เรียว
    #1,583
    0
  9. #1582 tarun_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 21:56
    แค่ตอนแรกก็น่าติดตามแล้วค่ะ ภาษาดีมาก
    #1,582
    0
  10. #1565 @junehuahin1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 10:06
    มาตอนแรกก็ทำให้อยากอ่านต่อไปเลยไม่อยากหยุด ชอบนะคะ
    #1,565
    0
  11. #1559 Hromjung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 23:55
    ไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ไอเลิฟ ไรท์ตังค์
    #1,559
    0
  12. #1279 PrchFirnnn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 01:14
    เพลย์ลิสต์ Polycat ลอยวนเวียนอยู่ในโสตประสาทเลย เพื่อนอะไรแบบเน้ งู้ยยยย
    #1,279
    0
  13. #1161 Bblack Bbutler (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:21
    55555 โอ้ยยย คือน่ารักอ่ะเฮียก็คือกวนๆ เรียวก็แบบยิ้มเก่ง สั่งเก่ง
    #1,161
    0
  14. #956 Noppawan04 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 20:09
    งุ้ยยยย คู่นี้น่ารักกกก55555
    #956
    0
  15. #703 abookgij (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 16:12
    แค่ตอนแรกก็สนุกแล้วอ่ะ 555555 สู้ๆนะคะ!!!
    #703
    0
  16. #631 khomkumnak (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 17:23

    ดีใจมากกกกก ที่ได้อ่านคู่นี้ คุณไรท์สู้ ๆ นะคะ ตามอ่านทุกเรื่องของคุณไรท์นะคะ เพราะทุก ๆ เรื่องมันช่วยฮิลล์เราจริง ๆ ค่ะ สู้ ๆ ไปด้วยกันนะคะ ✌️♥️
    #631
    0
  17. #627 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 00:11
    จิ้นคู่นี้ค่าา55555 เเฟนกันจ้าา ดูออกกก
    #627
    0
  18. #616 KSnoey (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 15:46
    เพลงโพลีแคท วนอยู่ในหัวเลยจ้าา พวกเพื่อนไม่จริง!!!
    #616
    0
  19. #603 bloody N.M. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 15:32
    แงงง นิยายของไรท์ทำให้เรารู้ว่าการกลั้นยิ้มเป็นเรื่องยาก
    #603
    0
  20. #602 BaiTong23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 15:31
    ชอบตอนย้อนความหลังมาก
    #602
    0
  21. #529 nan__nan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 00:43
    พี่เรียว ยัยน้ำแดง
    #529
    0
  22. #513 071727 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 18:40
    พี่เป้ เรียวเขาเคยเป็นกามเทพให้แล้วคราวนี้พี่เป้ก็เป็นกามเทพให้เรียวกับน้ำแดงบ้างสิ
    #513
    0
  23. #465 Soulrealmild (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 15:02
    หวงเฮียแหละดูออก /ยิ้มกรุ่มกริ่ม
    #465
    0
  24. #421 BYeol 614 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 21:13
    ต่างคนต่างชอบกันแน่ๆ นังน้ำส้วมมม
    #421
    0
  25. #388 hh_9094 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 16:40
    แน่ะพี่เรียวหวงด้วยนะ
    #388
    0