[Pre-Order 18 เมษา - 15 มิถุนา 64] Real Love #รักแท้ของผมคือคุณ [YAOI]

ตอนที่ 17 : Chapter 16 [ครบค่ะ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,981 ครั้ง
    2 ก.พ. 64




Chapter 16


ไอ้คนน่ารัก ฝันดีครับ


เมื่อคืนผมนอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มด้วยประโยคคำพูดนี้ และเช้านี้ผมก็ตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีด้วยประโยคคำพูดเดิมที่ดังก้องอยู่ในหัว


เมื่อวานจากที่ผมมองแววตาของเพื่อนสนิท ถ้าหากผมไม่ได้เข้าใจผิดไป นั่นหมายความว่าคำถามจากเรียวมีบางอย่างแอบแฝงอยู่ ผมคิดว่าเพื่อนสนิทอย่างเรียวที่รู้ใจกันไปทุกอย่างคงพอจะตีความนัยจากคำตอบได้ เจ้าตัวถึงได้กล้าแสดงออกมากขึ้น


แล้วก็กล้าพูดความรู้สึกจริง ๆ มากขึ้นด้วย


อย่างไอ้ประโยคบอก ฝันดีที่โคตรน่ารักนั่นน่ะ


เพราะวันลาพักของผมยังไม่หมด แต่ทริปไปเที่ยวกลับสะดุดเพราะนะโมอยากหยุดพักหนึ่งวัน แล้วรอไปเที่ยวสวนสนุกในวันพรุ่งนี้ทีเดียว ผมก็เลยต้องหยุดอยู่บ้านเฉย ๆ และผมเดาว่าเรียวคงเลือกไปทำงานที่ร้านไอ้ฟ้า


ผมจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเท่! เพื่อไปหาเจ้าตัวที่ร้าน Your Sky ในช่วงบ่าย ผมจะไม่โทรบอกเพื่อนสนิทก่อนหรอก เพราะอยากไปเซอร์ไพรส์


ผมหยิบของสำคัญอย่างโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจากชั้นข้างเตียง ก่อนจะเอาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกมาจากห้อง แต่ยังเดินลงไปไม่ถึงชั้นล่างของบ้านก็ได้กลิ่นหอมฉุยลอยขึ้นมาเตะจมูก ผมทำจมูกฟุดฟิดขณะดมกลิ่นแล้วก็เดาว่าเป็นเมนูโปรดของตัวเอง


ม้า~ วันนี้ทำพะโล้เหรอ?”


ผมตะโกนถามผู้เป็นแม่พลางวิ่งลงบันไดด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะมุ่งตรงไปที่ห้องครัวทันที เพราะแม่ไม่ยอมขานรับเหมือนทุกครั้ง ผมจึงตะโกนถามอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะเดินไปถึงห้องครัวแล้ว


ม้า~ ทำไมไม่ตอบลูกอะ?”


...


ระ เรียว


คนตัวสูงที่กำลังยืนทำอาหารอยู่ในครัวเพียงคนเดียวหันมามองผม เป็นตอนนี้ที่ผมได้สบตากับดวงตาเรียวยาวคล้ายเหยี่ยวคู่เดิม เรียวเผยรอยยิ้มที่มักจะทำให้ใครหลายคนตกหลุมรักได้ง่าย ๆ ก่อนเอ่ย...


ครับ วันนี้ทำพะโล้ของโปรดคุณแหละ


ผมที่รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่ตัวเองกลายเป็นคนโดนเซอร์ไพรส์ซะเองกะพริบตาปริบ ๆ ขณะมองเพื่อนสนิท ก่อนจะเดินไปหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ตรงบริเวณเคาน์เตอร์ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับเรียวที่ยืนทำอาหารอยู่


มึงมาได้ไงอะ?”


ก็ขับรถมาไง


เออ กูก็ไม่น่าถามเนอะ


หึ ๆเรียวหัวเราะในลำคอ ก่อนเอ่ย ...วันนี้หยุดเที่ยวหนึ่งวันไง จำไม่ได้เหรอ?”


จะ จำได้


อือ แล้วยังไง?”


ก็ไม่ยังไง...ผมกลืนน้ำลายลงคอตอนที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้กัน เรียวหยุดยืนตรงหน้าแล้วเอามือทั้งสองข้างวางเท้าบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ๆ


แล้วทำไมต้องทำหน้าตกใจแบบนี้ด้วย?”


ก็...กูแค่แปลกใจว่ามึงมาได้ไง?”


มึงคิดว่ากูจะไปทำงานที่ร้านไอ้ฟ้าอะดิ


อือ


วันนี้กูไม่ไปทำงานหรอก


ทำไมอะ?”


ก็กูอยากมาหามึงไง


คนตัวสูงที่วันนี้แต่งตัวเนี้ยบเหมือนเดิม แต่ดูโคตรหล่อกว่าเดิมหลายร้อยเท่าตอบแบบนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยืนตรงหม้อต้มที่มีควันลอยพวยพุ่งขึ้นมา


ผมมองคนที่ดูหล่อกว่าในทุก ๆ วันพลางคิดว่า...วันนี้เรียวเซตผมเปิดหน้าผาก ใส่เสื้อเชิ้ตคอจีนสีขาวแขนยาว แล้วพับแขนขึ้นเกือบถึงข้อศอก ทำให้เห็นรอยสักรูปปลาคาร์ฟสีแดงตัดขาวกับดอกบัวสีชมพูอยู่คู่กัน ชายเสื้อสอดทับในกางเกงสแล็กสีกรม ใส่นาฬิกาสายหนังสีดำ ทุกอย่างก็ดูเหมือนเดิม


หากจะมีสิ่งที่แปลกไปจากเดิมคงเป็นผ้ากันเปื้อนสีเทาที่คาดอยู่ตรงเอว แต่นั่นคงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวดูหล่อขึ้นเป็นกองหรอก ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เพื่อนสนิทดูดีมาก ๆ คงเป็นเพราะ มันเป็นวันที่เราสองคนต่างอยากเจอกันแล้วเมื่อเราได้เจอกัน ในตอนที่คิดถึงกันมากพอ


ต่อให้เขาจะแต่งตัวยังไง


หรือเขาจะเป็นไอ้งี่เง่าที่หน้าบูดมาก ๆ ในวันนั้น


แต่เขาก็คงจะเป็นไอ้สุดหล่อในสายตาเราอยู่ดี


ผมแอบอมยิ้มขณะคิดแบบนั้น ก่อนอีกฝ่ายจะหันมามองกันอีกรอบ เรียวขมวดคิ้วเล็กน้อยตอนมองผม ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดสงสัย


แล้วมึงแต่งตัวไปไหน?”


เออว่ะ ลืมไปเลยว่าตอนนี้แต่งตัวเต็มกว่าทุกวัน


ผมหลุบตาลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง วันนี้ผมสวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีเหลืองอ่อนกับกางเกงยีนสีเข้ม แล้วก็ฉีดน้ำหอมอีกนิดหน่อย ทั้งที่ปกติผมไม่ค่อยใช้น้ำหอมสักเท่าไร และมักจะแต่งตัวสบาย ๆ อย่างการสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงขาสั้น ส่วนรองเท้าก็จะใส่รองเท้าสานสายหนังสีน้ำตาลที่ชอบมาก ผิดกับเรียวที่จะแต่งตัวดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าในทุกวัน


ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะไปทำงานที่ร้านไอ้ฟ้าไง


...


กูก็เลยจะไปหามึงที่ร้าน


อ๋อ


...


แล้วจะไปหากูทำไม มีอะไรหรือเปล่า?”


อ้าว ถ้าถามมาแบบนี้


ผมก็ต้องตอบความจริงใช่ไหม?


ไม่มีอะไรหรอก...ผมสบตากับเพื่อนสนิท ก่อนเอ่ย ...ก็แค่อยากเจอมึง


เรียวยกยิ้มมุมปาก แล้วพยักหน้าน้อย ๆ อยากเจอเหมือนกัน ถึงได้มาทำพะโล้ให้กินไง


มึงจะไม่ตอบอ้อม ๆ หน่อยเหรอ?


พอตอบตรง ๆ แบบนี้แล้ว


บางทีกูก็ไม่ไหวอะ...


เขินไม่ไหวเลย ไอ้ห่า T____T


เพราะว่ารู้สึกเขินอายขนาดนี้ ผมก็เลยหลบสายตาอีกฝ่าย ก่อนจะแอบพรูลมออกจากปาก แล้วก็รีบเปลี่ยนบทสนทนา


ปกติกูเห็นมึงรักงานจะตายไป อะไร ๆ ก็งาน งานอย่างเดียวเลย


น้อยใจ?”


ผมหันไปมองเพื่อนสนิททันควันเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เรียวจ้องมองผมขณะถอดผ้ากันเปื้อนออกจากเอว ผมไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่สบตาเรียวอยู่แบบนั้น


มันก็คงจริงที่คนบ้างานจะให้ความสำคัญกับงานที่สุด


“…”


แต่มันไม่จริงตรงที่...คนบ้างานอย่างกูไม่ได้รักงานมากที่สุด


...


วันนี้กูเลือกมาหามึงแทน


...


มึงก็ลองคิดดูแล้วกันว่า...


“…”


“…กูรักอะไรมากกว่ากัน


นี่ใช่ไหม?


ที่เป็นที่มาของประโยค ได้เฮีย ได้


โอเคเลย เรียว


กูเข้าใจแล้ว...


แม้ผมจะพยักหน้าน้อย ๆ คล้ายตอบรับว่าจะทำตามสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอแนะ หากแต่ผมคิดว่าไม่ควรคิดตามประโยคคำพูดของเพื่อนหรอก เพราะครั้งล่าสุดที่คิดตามอีกฝ่าย มันก็ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น อย่างการที่ผมควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้จนเผลอตบปากเพื่อนสนิท


และผมเดาได้อย่างแม่นยำว่า...ถ้าหากผมเผลอคิดตามประโยค กูรักอะไรมากกว่ากันไป คราวนี้ก็จะเกิดเรื่องวุ่นวายกับตัวเองอีก


แต่เอาเถอะ...ผมขอสารภาพตามตรงว่าอดคิดตามไม่ได้เลย และเมื่อผมถอดความหมายของคำพูดทั้งหมดออกมาแล้ว ผมก็รู้สึกใบหน้าเห่อร้อนไปหมด เก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ถูกหมุนหันหลังให้อีกฝ่าย เพื่อให้ใบหน้าที่เดาว่าคงกลายเป็นสีแดงราวกับลูกเชอร์รีเพราะอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นรอดพ้นจากสายตาของเพื่อนสนิท


ผมที่นั่งหันหลังให้เรียวเอาแต่สูดลมหายใจเข้าและออกด้วยความหวังว่าสิ่งที่ทำอยู่จะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ช่วยสักเท่าไร เมื่อประโยคที่ถูกถอดความหมายแล้วผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง


กูรักมึงมากกว่างาน


เป็นตอนนั้นเองที่ผมเผลอยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาหัวตัวเองจนเส้นผมเริ่มฟูชี้โด่ชี้เด่ไม่เป็นระเบียบ ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นจับหัวใจที่เต้นลิงโลดไม่หยุด


แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมก็พยายามเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้ม ทว่ามันจะเป็นผลอะไรเมื่อมุมปากของผมคอยจะยกสูงขึ้นตลอด


โอเค...


ตอนนี้เริ่มเข้าใจคำว่า กลั้นยิ้มจนจมูกบานแล้ว


เฮียครับ


คะ คร้าบบ


ไอ้เหี้ยเอ๊ย!


มึงพร้อมแล้วเหรอ?


ถึงไปขานตอบเขาแบบนั้นอะ


เพราะรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมขนาดนั้น ผมจึงยังไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย มือทั้งสองข้างวางผสานกันบนตักพลางรวบรวมสติ แต่ทว่าสติที่กำลังประกอบเสร็จสมบูรณ์ก็แตกกระจัดกระจายอีกครั้ง เพราะโดนลมหายใจอุ่น ๆ ของคนตัวสูงกว่าสัมผัสบริเวณใบหู และอุณหภูมิอบอุ่นนั้นก็แผ่มาถึงข้างแก้มเล็กน้อย ผมกลืนน้ำลายยากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากเจ้าของลมหายใจ


เฮียครับ


“…”


ทำไมคราวนี้ไม่ขานรับแบบเมื่อกี้ล่ะ?”


...ไม่ กูจะไม่ขานรับแบบนั้นแล้ว


แบบเมื่อกี้อะ...น่ารักดี


ใช่แหละ...ความเจ็บเล็กน้อยที่ริมฝีปากเกิดจากการเม้มริมฝีปากอย่างหนักของผม เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานก็จะต้องหลุดยิ้มกว้างออกมาอีก ผมเลยยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากตัวเองไว้ และสิ่งที่ผมทำคงเป็นเรื่องน่าขันในสายตาอีกฝ่ายละมั้ง


เรียวถึงได้หัวเราะในลำคอแบบนั้นน่ะ


เฮียครับ


ผมหลับตาลงแล้วยอมเปิดปากตัวเอง ก่อนเอ่ยทั้งที่ยังไม่ยอมหันไปมองเพื่อนสนิทที่น่าจะยืนอยู่ข้างหลัง ให้กูไหว้ก็ได้ แต่พอเถอะ


พอเรื่อง?”


ยัง ยังจะถามอีก ไอ้วายร้ายเอ๊ย!”


เรียวหัวเราะดังขึ้นอีกหน่อย ก่อนเอ่ยถาม ทำไมอะ?...เราพูดเพราะ ๆ กันไม่ดีกว่าเหรอ?”


ผมกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง อะ ไอ้ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่มึงช่วยบอกกูล่วงหน้าก่อนได้ไหมล่ะ?”


...


ขอให้กูมีเวลาเตรียมตัวหน่อยเถอะ


เขิน...ว่างั้น?”


มึงแม่งเป็นไอ้วายร้ายจริง ๆ แหละผมตอบ ก่อนจะหันไปมองคนตัวสูง เรียวกำลังหัวเราะด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข แล้วนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย


จะกินข้าวเลยไหม? เดี๋ยวจะตักพะโล้ให้


นี่คงเป็นโอกาสที่ดีที่สุด...ที่ผมจะได้ถอยทัพไปตั้งหลัก กะ กินเลยก็ได้


งั้นไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเลย เดี๋ยวผมตักพะโล้กับข้าวไปให้


มึงจะทำให้กูทุกอย่างเลยเหรอ?”


อือ ทุกอย่าง...เรียวพูดพร้อมเผยรอยยิ้มบาง ๆ ...ทุกอย่างที่ผมรู้ว่าพอจะทำให้ได้ และอะไรที่ยังทำไม่ได้ ผมก็จะพยายามทำให้ได้ทุกอย่าง


คำพูดของเรียวทำให้ผมย้อนคิดถึงหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมา และนั่นทำให้รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อนสนิททำอย่างที่พูดเสมอมา


พะโล้เป็นเมนูโปรดของผม เรียวไม่จำเป็นต้องทำเมนูนี้เป็น นี่คือข้อเท็จจริงที่ทุกคนรู้ดี ทั้ง ๆ ที่ตอนเรียนจบใหม่ ๆ เรียวยุ่งมาก แต่ก็ยังอุตส่าห์ให้แม่ผมสอนทำพะโล้ให้ ด้วยเหตุผลว่า ถ้าวันหนึ่งเฮียมันเกเร แล้วม้ารู้สึกว่าอยากลงโทษมันด้วยการไม่ทำพะโล้ให้กิน อย่างน้อย ๆ มันก็จะไม่หงอยหลายวัน เพราะเรียวคงทำให้กินแทนม้าได้ ถึงฝีมือจะเทียบม้าไม่ติดก็ตาม


ผมเป็นคนโง่เขลาที่ไม่เคยสังเกตเห็นความรู้สึกแท้จริงที่ซ่อนเร้นอยู่ในการกระทำของเรียว และผมคงเป็นคนโง่เขลาที่ไม่น่าให้อภัยเลยสักนิด ถ้าหากไม่ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง แล้วก็รู้ใจตัวเองช้ากว่านี้


เรียว


ครับ?”


ถ้าพูดขอบคุณแล้วมันยังไม่พอ กูจะต้องพูดประโยคไหนอีก?”


เรียวเผยรอยยิ้มแบบนั้น แบบที่ทำให้เจ้าตัวมักเป็นที่รักโดยไม่รู้ตัว มันคงไม่มีประโยคไหนดีไปกว่าการที่เราอยู่ดูแลกันไปเรื่อย ๆ หรอก


“…”


คำขอบคุณแทบไม่จำเป็นเลยเฮีย


“…”


เพราะไม่ใช่แค่กูที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อมึง


“…”


แต่มึงก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อกูมาตลอดเหมือนกัน


...


อะไรที่เราทำให้กันในทุกวัน มันก็เป็นเหมือนคำขอบคุณนั่นแหละ


“…”


เพราะฉะนั้นก็พอแล้ว สำหรับกูมันพอแล้ว


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความรัก หรือเป็นเพราะภาพความทรงจำตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ทำให้ผมเชื่อว่า...


ต่อให้เราอยากจะเป็นอะไรในชีวิตของกันและกัน


เรียว


...


อยากเป็นเพื่อน


อยากเป็นมากกว่าเพื่อน


ถ้ากูไม่มีแฟน แล้วมึงก็ไม่มีแฟน


“…”


เราจะอยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ได้ปะวะ?”


อยากเป็นครอบครัว


ได้ดิ

 

หรืออยากเป็นอะไรสักอย่างก็ได้ ขอแค่มีกันและกันอยู่ในชีวิต


เพราะทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว


มันเป็นไปได้หมดเลย


#รักแท้ของผมคือคุณ


เป็นเพราะพะโล้ถ้วยตรงหน้ามีรสชาติกลมกล่อมเหมือนฝีมือม้า มีเนื้อหมูสามชั้นนุ่มกำลังดี และมีไข่พะโล้สีน้ำตาลอ่อน นั่นทำให้ผมฉุกคิดว่าเรียวใช้เวลาทำเมนูนี้นานแค่ไหน


เรียว มึงมาทำพะโล้ให้กูตั้งแต่กี่โมง?”


ตั้งแต่มึงยังไม่ตื่น แล้วทุกคนก็ยังไม่ออกไปทำงานเลย


งั้นมึงก็เจอป๊ากับม้าแล้วดิ


อือ...เรียวเอ่ยตอบ ก่อนจะตักน้ำพะโล้ที่มีรสกลมกล่อมราดบนข้าวสวย ...ได้คุยกันแป๊บหนึ่ง แล้วป๊ากับม้าก็ออกไปสปอร์ตคลับ


แล้วเจ้หลินกับเฮียเม้งอะ มึงเจอด้วยหรือเปล่า?”


เจอยันตี๋เลยครับ...เรียวเงยหน้าขึ้นสบตาผม ก่อนพูดปนหัวเราะ “…พอใจยังไอ้ตูด?”


ไอ้ตูดนี่...


ทำไมฟังดูแล้ว...น่ารักกว่า ไอ้คนน่ารักอีกอะ


ผมไม่ได้ตอบอะไร ทำแค่กระแอมกระไอเพราะรู้สึกเขินอายขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะละสายตาจากคนตรงหน้า แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ แต่ประโยคคำถามทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง


อร่อยไหม?”


...


ถึงจะรสชาติไม่เหมือนของม้า แต่ก็น่าจะอร่อยอยู่แหละ


อือ อร่อยดี


เรียวอมยิ้ม พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ ผมก็ควรจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่เป็นเพราะบางความคิดที่ผุดขึ้นในหัวที่ทำให้ยังไม่ยอมละสายตาออกจากเพื่อนสนิท


จะพูดดีไหมวะ?


ถ้าพูดไปแล้ว และเรียวพูดสวนกลับมาด้วยคำพูดเพราะ ๆ อีก


กูไม่ตายคาโต๊ะกินข้าวเลยเหรอ?


ยังไม่ทันตัดสินใจได้ คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เงยหน้าขึ้นสบตากัน ผมกลืนน้ำลายลงคอพลางกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจว่า...พูดก็พูดวะ


อะ...อร่อยดีครับ


เป็นตอนนี้ที่เรียวหัวเราะอย่างมีความสุข แววตาและสีหน้าไม่ได้บ่งบอกว่าหัวเราะด้วยความขบขัน ผมมองเขาที่กลายเป็นพระอาทิตย์ที่สว่างสดใสในหัวใจผมอีกครั้ง รอยยิ้มของเรียวเหมือนแสงสว่างนำทางผู้คนในตอนเช้า และแววตาพราวสุขก็ทำให้ผมรู้สึกอยากตื่นในทุกวัน


ผมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ นะ


อยากตื่นขึ้นมาเจอมึงทุกวันเลย


ขอบคุณครับ


ไม่ดิ กูต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณมึง เพราะมึงอุตส่าห์มาทำพะโล้ให้กูกิน


กูไม่ได้ขอบคุณที่มึงบอกว่าพะโล้อร่อย


...


แต่กูขอบคุณที่มึงก็พยายามเปลี่ยนเหมือนกัน


“…”


เปลี่ยนมาพูดเพราะ ๆ กันแบบนี้ น่ารักดี


ผมเริ่มเม้มริมฝีปาก แล้วก็พยักหน้าช้า ๆ ก่อนเอ่ย ก็...ครับ น่ารักดีครับ


ครับ


เมื่อเรียวเอ่ยตอบแบบนั้น ผมก็พยักหน้าตอบกลับ แล้วก็ก้มหน้ากินข้าวต่อ แต่ทว่ากินไปได้ไม่กี่คำก็ต้องหยุด เพราะเสียงประตูกระจกที่เปิดออกเรียกความสนใจให้หันไปมอง พอเห็นคนที่มาปรากฏตัวก็ถึงกับต้องขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยขึ้น...


ป๊า...


เด็ก ๆ กินข้าวกันต่อเถอะ ไม่ต้องสนใจป๊าหรอก


ป๊ากลับมาเอาของเหรอ?”


เปล่า ป๊ากลับมาใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ แค่แป๊บเดียวน่ะ เดี๋ยวก็กลับไปช่วยทุกคนทำงานต่อแล้ว


ป๊าว่าอะไรนะ?...กลับมาใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เหรอ?”


กะ ก็ใช่น่ะสิ


เรื่องแค่นี้ ป๊าโทรบอกลูกก็ได้ปะ?”


เถอะน่า ไม่ต้องมาสนใจป๊าหรอก เรากินข้าวกันไปเถอะพ่อพูดแล้วยกมือขึ้นโบกปัดๆ ก่อนท่านจะเดินหายไปทางหลังบ้าน ผมเดาว่าพ่อคงไปเตรียมอุปกรณ์ทำสวน พ่อของผมเป็นคนรักต้นไม้มาก แล้วก็เป็นคนดูแลต้นไม้ทุกต้นที่อยู่ในสวนด้วยตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ท่านจะอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ...


แวะกลับมาใส่ปุ๋ยต้นไม้ตอนบ่ายเนี่ยนะ


“…”


ค่อยกลับมาใส่ตอนเย็นก็ได้ปะ?”


...


ปกติก็เห็นกลับมาทำสวนหลังจากเลิกงานตลอด แล้วทำไมวันนี้ถึงต้องรีบร้อนกลับมาทำ


...


แอบกลับมาเอาเงินที่ซ่อนม้าไปซื้อพระอีกหรือเปล่า?”


เป็นเพราะเสียงหัวเราะในลำคอของเพื่อนสนิทที่ทำให้ผมยอมละสายตาออกจากหลังบ้าน ผมสบตากับอีกฝ่ายพลางถอนใจ


จะสงสัยอะไรนักหนา เขาจะกลับมาทำอะไรก็เรื่องของเขาเถอะ นี่มันบ้านเขานะ


เออ ก็จริง


เอาไว้ผมกลับบ้านช้าแล้วคุณค่อยสงสัย


ไม่สงสัยหรอก เพราะเดาได้ว่าแวะไปคุยเรื่องหุ้นกับเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาลัย


เรียวยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ก่อนเอ่ย รู้ดี


นี่ใคร...Your number one เลยนะเว้ย


เรียวหัวเราะในลำคอ ก่อนเอ่ย ไอ้ตูดเอ๊ย


เรียว


หืม?”


คำว่า ไอ้ตูด นี่มันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ


เรียวหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ย อือ คำนี้เอาไว้ใช้เวลาที่เรารู้สึกมันเขี้ยวใครสักคน


...


แล้วก็มองว่าเขาน่ารักมาก ๆ


มันจะเสียชื่อ อีน้ำแดงปะวะ?


ถ้ากูตายคาโต๊ะกินข้าวเพราะคำว่า ไอ้ตูดเนี่ย


T______T


#รักแท้ของผมคือคุณ


หลังจากเราสองคนกินข้าวเสร็จ พ่อของผมก็บอกว่าให้ออกมาช่วยรดน้ำต้นไม้ที่เขาใส่ปุ๋ยบำรุงไว้แล้ว ผมกับเรียวก็เลยต้องออกมาช่วยท่าน แต่คิด ๆ ดูแล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะถือว่าได้ออกมาเดินย่อยหลังจากกินอิ่ม ๆ


ผมที่กำลังถือสายยางรดน้ำต้นไม้หันไปมองพ่อ ชายวัยกลางคนที่รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจกำลังตั้งใจโปรยปุ๋ยลงดินอยู่ ส่วนเรียวก็เดินชมสวนที่ร่มรื่นของบ้านผมอย่างเพลิดเพลินใจ


ป๊า ม้าพาเฮงไปเที่ยวสปอร์ตคลับอีกแล้วเหรอ?”


อือ...มันวิ่งตามรถเมื่อเช้า ม้าก็เลยหิ้วมันไปด้วยเลย


แล้วมันไปวุ่นวายที่นู่นปะเนี่ย?”


ไอ้เฮงมันซนน้อยกว่าเอ็งก็แล้วกัน พ่อพูดปนหัวเราะ และดูเหมือนคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงแปลงดอกทานตะวันจะถูกใจประโยคคำพูดของพ่อเป็นพิเศษ เรียวถึงได้หัวเราะออกมา


หัวเราะอะไร?”


เปล่าครับ


มึงหัวเราะเยาะกู กูรู้หรอก ผมพูดแบบนั้น ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจรดน้ำต้นไม้ต่อ


หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน มันถึงจะไปกันรอด~”


จู่ ๆ พ่อที่กำลังโปรยปุ๋ยไปบนดินก็พูดขึ้นอย่างไม่เจาะจง แต่แน่นอนว่าตั้งใจให้ผมกับเรียวได้ยิน แล้วผมที่เหลือบไปมองพ่อแวบหนึ่งก็สะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะเสียงทุ้มต่ำของคนตัวสูงที่ไม่รู้เดินมาหยุดยืนข้างกายตั้งแต่เมื่อไร


รดน้ำต้นไม้เสร็จยัง?”


ทะ ทำไมอะ?”


อยากชวนไปนั่งเล่นตรงนู้น...เรียวพูดพลางพยักพเยิดหน้าไปทางเก้าอี้ไม้ตัวยาวข้างแปลงดอกทานตะวัน ...อากาศตอนนี้กำลังดีเลย


ผมไม่ได้ตอบรับคำชวนในทันที แต่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อน แล้วก็คิดว่าวันนี้อากาศดีอย่างที่เพื่อนสนิทพูดจริง ๆ ท้องฟ้าในยามบ่ายของวันนี้มีสีฟ้าอ่อน เป็นสีที่อยู่คู่กับก้อนเมฆสีขาวแล้วดูละมุนละไมเป็นพิเศษ ดวงอาทิตย์ที่สาดแสงสีเหลืองอมส้มไปบนพื้นหญ้าก็ดูใจดีกว่าช่วงเที่ยง เพราะแสงแดดที่สาดส่องลงมาแทบไม่หลงเหลือความร้อนอยู่แล้ว และสายลมอ่อนที่พัดผ่านใบไม้พลิ้วไหวก็ทำให้รู้สึกเย็นสดชื่น


ผมคิดว่าอากาศโปร่งโล่งแบบนี้เหมาะกับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด เพราะผมกลัวความไม่แน่นอนของสภาพอากาศเมืองไทย จึงรีบโยนสายยางทิ้งแล้วเดินไปปิดก๊อกน้ำ


ป๊า เหลืออีกสองต้นป๊ารดต่อเองนะ ลูกขอไปนั่งเล่นก่อน


อะ อือ ไปเถอะ


พอพ่อตอบรับแล้ว ผมก็รีบสาวเท้าไปที่เก้าอี้ไม้ยาว แล้วกวักมือเรียกเพื่อนสนิทที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เจ้าตัวส่ายหน้าน้อย ๆ พลางเผยรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะเดินตามผมมา


เราสองคนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้พร้อมกัน ผมเหลือบมองพื้นที่ว่างข้างกายเพื่อนสนิทที่เหลืออยู่เยอะมาก ก่อนเอ่ย...


ที่ก็เหลือตั้งเยอะ ไม่ต้องนั่งเบียดกันขนาดนี้ก็ได้มั้ง


เฮีย…”


อะไร?” ผมเอ่ยพลางสบตากับดวงตาคู่เดิม


อากาศดี ๆ แบบนี้ พาง่วงว่ะ


ผมคลี่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย จริง


...


ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนเอ่ย ถ้าตอนนี้มีหมอนสัก...


...


อะ ไอ้เรียว มึงจะ...


ผมเอ่ยกระอึกกระอักไม่เป็นภาษา ก่อนจะกลืนเสียงตัวเองลงคอตอนที่เรียวเริ่มล้มตัวลงนอนแล้วทิ้งศีรษะหนุนนอนบนตักผม ผมเบิกตาโตพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะตัวเอง


ผมหลุบตาลงมองคนที่นอนหนุนตักอยู่ เรียวค่อย ๆ หลับตาลงช้า ๆ ก่อนรอยยิ้มในแบบที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้านจะปรากฏบนใบหน้าเกลี้ยงเกลา แล้วเจ้าตัวก็เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา...


เพราะตอนนี้ไม่มีหมอนให้หนุนสักใบ งั้นกูขอนอนหนุนตักมึงก่อนก็แล้วกัน


ฮืออออออ...


กูจะเขินจนตายไหมอะ


กูจะตายเพราะเขินไม่ได้ใช่ไหม?


ป๊า...


ไม่ต้องใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้แล้ว


ไปหยิบจอบมาขุดหลุมเลย


แล้วก็ลากศพลูกไปฝังซะ!


ตอนนี้มือทั้งสองข้างของผมดูจะเป็นส่วนเกินของร่างกายมาก ทั้ง ๆ ที่มันคืออวัยวะที่สำคัญที่สุดมาตลอดชีวิต แต่เพราะผมไม่รู้จะเอามันไปวางไว้ตรงไหนดี มันจึงถูกมองเป็นส่วนเกินแบบนี้


นิสัยเสียของผมอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หายก็คือ...ถ้าตัดสินใจเองไม่ได้ ผมจะโยนให้คนอื่นตัดสินใจแทน และคราวนี้ก็คงทำเหมือนเดิม...


ระ เรียว เอายังไงดีวะ?...กูไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหนเลย


คนที่ยังนอนหลับตาอยู่อมยิ้มอย่างสุขใจ ก่อนเอ่ย อยากวางตรงไหนก็วางเลย


...


แต่ห้ามวางต่ำกว่าใต้สะดือ


อะ ไอ้เรียว! ทะลึ่งนักนะมึง


หึ ๆเรียวหัวเราะในลำคอ แล้วก็นอนต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ


โอเคว่า...เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน และเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยม การพูดเรื่องทะลึ่งในกลุ่มเพื่อนก็มีบ้าง แต่เราสองคนไม่ค่อยพูดทะลึ่งใส่กัน ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือไม่พอใจที่เพื่อนสนิทพูดแบบนี้ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกว่า...อะไร ๆ มันเริ่มเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ และผมคงต้องเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่านี้


ผมพรูลมออกจากปาก แล้วค่อย ๆ ลดมือทั้งสองข้างลง ผมตัดสินใจเอามือข้างซ้ายไปวางไว้บนเรือนผมสีดำนิล ก่อนจะเก็บมือข้างขวาไว้กับตัวเอง นั่นคือการวางทาบไว้บนหน้าอก


เลือกที่วางได้ดี เรียวเอ่ยทั้งที่ยังหลับตาอยู่


“…”


แล้วมืออีกข้างล่ะครับ?”


มึงไม่ต้องยุ่งกับมือกูหรอกครับ


เรียวหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเลิกเปลือกตาขึ้น ผมถึงได้เห็นตัวเองอยู่ในแววตาคู่นั้น และผมขอเดาว่าเรียวก็คงเห็นตัวเองอยู่ในแววตาของผมเหมือนกัน


เฮีย...


“…”


เอามืออีกข้างมาวางไว้ตรงนี้


เรียวพูดพลางจับมือข้างขวาของผมไปวางทาบบนแผ่นอกของเจ้าตัว ผมถึงได้รู้ว่าการที่ในแววตาของเรามีกันและกัน มันทำให้หัวใจของเราสองคนเต้นในจังหวะเร็วแรง


เรียวค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง ทำราวกับทุกอย่างเป็นปกติดี ทั้ง ๆ ที่หัวใจของเจ้าตัวยังเต้นผิดจังหวะอยู่ คงเป็นเพราะผมได้รู้ว่า...ไม่ใช่แค่ผมที่ต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง แต่เขาที่เป็นถึง ดวงอาทิตย์ในใจผมก็ต้องพยายามอย่างมากเหมือนกัน


และนั่นทำให้ผมคิดว่า...ความสัมพันธ์ของเราจะพัฒนาไปได้อย่างราบรื่น และทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ถ้าเราจับมือเดินไปด้วยกัน


เริ่มเมื่อยหรือยัง?”


ผมยิ้มน้อย ๆ พลางส่ายหน้าตอบคนที่นอนหลับตาอยู่ ยังไหวอยู่


คำตอบของผมทำให้เรียวนอนอมยิ้มอย่างพอใจ และแน่นอนว่าผมก็ดันเผลอยิ้มตามอีกฝ่าย ก่อนที่มือข้างซ้ายจะค่อย ๆ ลูบเรือนผมสีดำนิลเบา ๆ


เรียว...


ที่กูเคยบอกว่า กูว่ามึงก็ดูออกนะ...ว่านะโมก็รักไท


มันหมายถึง กูว่ามึงก็ดูออกนะ...ว่ากูก็มีใจ


กูขอโทษที่ไม่พูดออกไปตรง ๆ


เพราะมันไม่ง่ายเลย...ที่จะพูดความในใจออกไป


แต่ช่วยรอกูหน่อยนะ...อีกไม่นานหรอก



#รักแท้ของผมคือคุณ


ให้ช่วยล้างไหม?”


ไม่ต้องหรอก แค่นี้เอง สบายมาก


ผมเอ่ยตอบเพื่อนสนิทที่ยืนส่งกำลังใจให้อยู่ข้างกาย แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาล้างจานต่อ เป็นเพราะคุณป้าคำฝอยที่เป็นแม่บ้านลาหยุดหนึ่งอาทิตย์ ผมกับตี๋จึงต้องผลัดกันล้างจานวันเว้นวัน และบางวันก็มีเจ้หลินมาช่วยล้างด้วย


แต่เพราะวันนี้ทุกคนดูเหนื่อยกันมาก ๆ หลังจากพวกเรากินมื้อเย็นกันเสร็จ ผมเลยบอกให้ทุกคนไปนั่งพัก แล้วยกหน้าที่ล้างจานให้ผมรับผิดชอบเอง


งั้นให้ช่วยเช็ดจานไหม?”


ผมหันไปมองคนตัวสูงที่คว้าผ้าผืนสีขาวมาถือเตรียมไว้ อยากช่วยขนาดนั้นเลย?”


ก็กลัวเหนื่อย


อะ งั้นเอาไป…” ผมพูดปนหัวเราะ ก่อนจะส่งจานที่เพิ่งล้างเสร็จใหม่ ๆ ให้เรียว เจ้าตัวรับไปแล้วเริ่มเช็ดจานที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ


ทีหลังถ้าแม่บ้านลาหยุดก็โทรบอกนะ จะได้ส่งคนของที่บ้านมาให้


โหยย ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก เรื่องแค่นี้เอง กูทำได้สบาย ๆ


ก็ไม่อยากให้ทำ...อยากให้นอนสบาย ๆ


ผมหัวเราะน้อย ๆ ก่อนเปลี่ยนบทสนทนา ม้าดูภูมิใจกับลูกศิษย์อย่างมึงมากเลยนะ ชมไม่หยุดเลย


เป็นธรรมดาแหละ เพราะเขาสอนผมทำพะโล้เองกับมือ


แต่พะโล้ของมึงอร่อยเหมือนของม้าจริง ๆ นั่นแหละ เพราะทุกคนก็พูดแบบนั้น


เรียวอมยิ้มอย่างภูมิใจในตัวเอง แล้วก็เช็ดจานใบต่อไปที่ผมยื่นให้ พอผมเห็นนาฬิกาข้อมือของเพื่อนสนิทก็ฉุกคิดขึ้นมาได้...


เรียว มึงไม่ต้องเช็ดจานต่อแล้ว


เรียวจ้องมองผมด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนเอ่ยถาม ทำไม?”


นี่ก็ดึกมากแล้วอะ มึงรีบกลับบ้านเถอะ ขับรถกลับบ้านตอนดึก ๆ มันอันตราย


เออ ผมลืมบอกคุณไปเลย...


“…”


คืนนี้ขอนอนค้างที่บ้านคุณนะ


ฮะ?”


ตกใจอะไรขนาดนั้น?”


...


ทำเหมือนไม่เคยนอนด้วยกันมาก่อนเรียวพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ


ปะ เปล่า...ไม่ใช่แบบนั้น


...


กูแค่งง ๆ ว่าทำไมต้องนอนค้าง


ก็พรุ่งนี้เราต้องไปสวนสนุกด้วยกันไง คุณจำไม่ได้เหรอ?”


จำได้ แต่เราก็ไปเจอกันที่บ้านมึงเหมือนเดิมก็ได้


ทำไม?...มึงซ่อนใครไว้บนห้องหรือไง?”


มึงจะบ้ารึไง!”


เรียววางจานลงบนเคาน์เตอร์ โยนผ้าผืนสีขาวที่เปียกชื้นลง แล้วจ้องมองผมอย่างจับผิด แล้วมันทำไมอะ?”


เออ จะค้างก็ค้าง ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย


ก็แค่นั้นแหละ


ผมหันไปกวาดสายตามองสมาชิกในบ้าน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเพื่อนสนิท แล้วเอ่ย แต่วันนี้คนอยู่เต็มบ้านกูเลยนะ เจ้หลินกับเฮียเม้งก็จะนอนค้างด้วย มึง...โอเคนะ


โอเค ทำไมจะไม่โอเค


ไม่ กูแค่กลัวมึงรู้สึกอึดอัดไง เพราะปกติมึงไม่ชอบอยู่กับคนเยอะ ๆ


อือ กูไม่ชอบอยู่กับคนเยอะ ๆ แต่ยกเว้นบ้านมึง เพราะพวกเขาก็เหมือนครอบครัวกู


ประโยคนั้นทำผมอดยิ้มไม่ได้เลย งั้นก็โอเค


“…”


แล้วมึงเตรียมเสื้อผ้ามาปะเนี่ย?”


เรียบร้อยแล้วครับ


ผมหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะมองคนตัวสูงใช้ฟองน้ำถูจานกระเบื้องเชื่องช้าลง ก่อนเอ่ย เตรียมตัวมาดีเชียวนะ แสดงว่าวางแผนมาก่อนแล้วล่ะสิ


ก็...นิดหนึ่ง


ผมหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางมองคนตัวสูงที่คว้าผ้าผืนสีขาวที่เปียกชื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะรับจานใบที่เพิ่งล้างเสร็จใหม่ ๆ ไป แล้วหันไปขออนุญาตกับทุกคน


เรียวขอนอนค้างที่นี่สักคืนนะครับ


ตามสบายเลยลูกแม่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม


จะนอนกี่คืนก็ได้ บ้านนี้ยินดีต้อนรับเสมอพ่อพูดสมทบ


เรียวโค้งศีรษะเล็กน้อย ก่อนเอ่ย ขอบคุณครับป๊าม้า


ผมอมยิ้มเมื่อเห็นเขาเป็นที่รักของทุกคน และไม่คิดแปลกใจที่ดวงอาทิตย์ดวงนี้มักจะได้รับความรักจากทุกคน เพราะเขาคอยเป็นแสงสว่างนำทางใครหลายคนมาเยอะแล้ว เรียวก็ควรได้รับความรักตอบแทน


และเขาที่เป็นดวงอาทิตย์ในใจผมก็หันกลับมาสบตากัน รอยยิ้มในแบบที่ทำให้ใครหลายคนตกหลุมรักง่าย ๆ เปื้อนบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง เราสบตากันอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงเพลงหนึ่ง (ที่เดาว่าเป็นเพลงประกอบซีรีส์เรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา เวอร์ชันภาษาไทย) จะดังขึ้น


แน่นอนว่าบทเพลงนั้นเรียกความสนใจจากเราสองคนได้เป็นอย่างดี ผมหันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นพ่อกับแม่ยืนยิ้มอยู่ตรงชุดโฮมเธียเตอร์ แม่ของผมยกมือขึ้นโบกปัดเป็นเชิงบอกว่า ล้างจานไปเถอะ ไม่ต้องสนใจเสียงเพลงหรอกส่วนพ่อที่ถือรีโมตอยู่ก็กดเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นอีกระดับ


ป๊าม้าจะเปิดเพลงทำไม?”


แล้วจะบ่นทำไม?...ป๊าเป็นคนเสียค่าไฟเองนะ


ม้าชอบดูซีรีส์เรื่องนี้เฮียก็รู้ แล้วม้าก็คิดขึ้นได้ว่าเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้เพราะมาก ก็เลยให้ป๊าลองเปิดให้ฟังหน่อย ไม่มีอะไรหรอก


ไม่มีอะไรหรอก


แปลว่า...มีแน่นอน แต่ไม่บอกหรอก


แม้ทั้งสองคนจะทำตัวน่าสงสัยมาก แต่ผมก็รู้ดีว่าพ่อกับแม่คงไม่ปริปากบอกสิ่งที่สงสัยง่าย ๆ ผมเลยเลือกจะปล่อยผ่านแล้วหันกลับมาล้างจานต่อ


เดี๋ยวพร้อมกันเมื่อไรก็วิ่งมาบอกเองแหละ...


ป๊ากับม้าเป็นแบบนี้ทุกที


ไม่ตามให้เหนื่อยหรอก


ผมมองจานกองสุดท้ายที่วางแอ้งแม้งอยู่ในซิงก์พลางคิดว่าอีกไม่นานก็น่าจะล้างหมด ก่อนจะร้องตามเพลงที่ดังก้องไปทั่วบ้าน


จะอะไรก็ไม่รู้ ที่มีใจดูแปลกไป จากอะไรไม่มากมาย แต่คล้าย ๆ คิดถึงเธออยู่ได้ ก็มีบางที...ที่ตัวเองยังแปลกใจ เมื่อจิตใจมันหวั่นไหว เกือบคล้าย ๆ ฉันรักเธอ ทุกความรู้สึก ก็มีอะไรลึกซึ้งให้เก็บไว้ เรื่องเล็ก ๆ ที่มันมีความหมาย เกือบคล้าย ๆ คำว่ารัก ไม่เคยรู้ใจตัวเอง...ว่ารักเธอ


แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่า...


มันมีประโยคหนึ่งที่เคยได้ยิน เขาบอกกันว่า มันจะมีเพลงเพลงหนึ่ง...ที่เหมือนเขียนมาเพื่อเราโดยเฉพาะ


และมันก็จะมีอีกเพลงหนึ่ง...ที่ซ่อนความทรงจำ ความรู้สึก และใครสักคนไว้ในเพลงเพลงนั้น


มันคือความอ่อนไหว กลายเป็นคำว่ารักเข้ามาทักทายในจิตใจ นี่ใช่ไหมอะไรที่...ใครเรียกกันว่ารัก...เธอคือใครคนนั้นเพียงแค่นี้ที่ใจต้องการ เธอรู้สึกอย่างฉันหรือเปล่า นี่คือรักจริง ๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ฉันคิดไปอย่างนั้นคนเดียว


ผมคิดว่า...มันก็จริงนะ


ตอนที่ผมหยุดร้องเพลงแล้วหันไปมองเขาน่ะ


มันคงจริงเลยแหละ...ตอนที่ผมได้มองดวงอาทิตย์ดวงเดิม


อยากระบายให้เธอรู้ แต่เธอคงไม่เข้าใจ เมื่อถ้าเธอมาเป็นฉัน ได้แบ่งปันเรื่องมากมาย ทุกความรู้สึก ไม่มีอะไรที่ฉันไม่เข้าใจ ก็เมื่อใจของเราในวันนี้ ต่างเป็นของกันและกัน มีกันและกัน เมื่อมันรู้ใจตัวเองว่ารักเธอ


ดวงอาทิตย์ที่มีชื่อว่า เรียว


ดวงอาทิตย์ที่มีรอยยิ้มเป็น แสงสว่าง


มันคือความอ่อนไหว กลายเป็นคำว่ารักเข้ามาทักทายในจิตใจ นี่ใช่ไหมอะไรที่...ใครเรียกกันว่ารัก...เธอคือใครคนนั้นเพียงแค่นี้ที่ใจต้องการ เธอรู้สึกอย่างฉันหรือเปล่า นี่คือรักจริง ๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ฉันคิดไปอย่างนั้นคนเดียว


ยิ่งสบตากับเขานานเท่าไร


ผมก็ยิ่งเชื่อ...


เสียงที่ดังจากใจ เสียงข้างในหัวใจ ฉันไม่เคยจะใส่ใจ ฉันเพิ่งจะได้รู้...ว่ารักเธอเสมอมา


“…”


ได้ยินเสียงหัวใจที่พูดว่า...รักมากมายให้เพียงเธอ


เชื่อว่า...สิ่งที่เคยได้ยินมา


มันคือความอ่อนไหว กลายเป็นคำว่ารักเข้ามาทักทายในจิตใจ นี่ใช่ไหมอะไรที่ใครเรียกกันว่ารัก เธอคือใครคนนั้นเพียงแค่นี้ที่ใจต้องการ เธอรู้สึกอย่างฉันหรือเปล่า ที่เราพบมาเจอวันนี้ สองเรามีวันนี้


“…”


นี่คือรักแท้ ๆ ของเรา พบรักแท้ของเรา...จริง ๆ


มันเป็นไปได้จริง ๆ



#รักแท้ของผมคือคุณ


ผมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ สาวเท้าเดินไปนั่งลงบนเตียงนุ่ม แล้วก็มองคนตัวสูงที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง เรียวใช้มือข้างหนึ่งเช็ดผมที่เปียกหมาด สายตาจับจ้องแต่จอโทรศัพท์ที่อยู่ในมืออีกข้าง


ดูอะไรอยู่อะ?”


ดูหุ้นครับ


เป็นไง หุ้นตกเหรอ?”


ผมเอ่ยถามพลางขยับตัวเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย คนที่ใส่ชุดนอนสีเทาเข้มไม่ตอบอะไร ก่อนจะเอาผ้าขนหนูวางแหมะไว้บนเรือนผมที่เปียกชื้น แล้วก็พรมนิ้วไปบนแป้นพิมพ์ด้วยความรวดเร็ว ผมเอียงคอมองใบหน้าเพื่อนสนิท ถึงได้รู้ว่า...ตอนนี้เรียวกำลังใช้ความคิดอยู่


และไม่นานนัก คนที่กำลังใช้ความคิดก็เอ่ยตอบเสียงแผ่ว ไม่ตกหรอก แต่เพื่อนแค่มาปรึกษาว่าควรลงทุนเพิ่มดีไหม


อ๋อ... ผมตอบ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เรียวมากขึ้น จ้องมองผ้าขนหนูสีขาวบนศีรษะอีกฝ่าย เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป ...ให้กูเช็ดหัวให้ก่อนไหม?”


เรียวหันขวับมามองผม เจ้าตัวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกสูงขึ้น จะเอาอะไร?”


...


เรียวมีเงินสดอยู่ในกระเป๋าสี่หมื่นอะ อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอาครับ


ผมกะพริบตาปริบ ๆ พลางมองคนตัวสูงที่พูดแบบนั้นแล้วหันกลับไปให้ความสนใจกับหน้าจอโทรศัพท์ต่อ ผมรู้สึกขุ่นเคืองใจเล็กน้อย ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นทุบที่แขนอีกฝ่ายอย่างแรง


ตุบ!


อะ โอ๊ย คุณ ตีเรียวทำไม?”


กูโกรธ...โกรธที่มึงชอบพูดเหมือนกูทำทุกอย่างให้เพราะอยากได้อะไรอะ!!”


...


กูก็แค่อยากทำให้ อยากดูแลมึงเฉย ๆ


“…”


ไม่ได้อยากได้อะไรสักหน่อย


เรียวจ้องมองผมอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนเอ่ย ขอโทษ...ขอโทษนะครับ


“…”


ปกติไม่เห็นอยากทำอะไรแบบนี้ให้ไง


ผมถอนหายใจอย่างแรง เตรียมคลานกลับไปนอนที่ประจำของตัวเอง แต่ก็โดนมือของเพื่อนสนิทรั้งแขนไว้ก่อน พอหันกลับไปก็เห็นเรียวกำลังอมยิ้มอยู่


เช็ดผมให้เรียวก่อนดิ


ผมเพิ่งทันสังเกตว่าเรียวเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองอีกแล้ว และการเรียกแทนตัวเองว่า เรียวแบบนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกใจอ่อนขึ้นมา เป็นอีกครั้งที่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเหมือนเดิม แล้วก็เริ่มใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกชื้น


ผมลุกคุกเข่า เคลื่อนตัวไปอยู่ด้านหลังเรียว ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำที่เรือนผมสีดำสนิทพลางแอบหลุบตาลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่าย เรียวไม่รู้หรอกว่าผมแอบดูอยู่ เพราะเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูกราฟอะไรสักอย่างอยู่


หุ้นเหรอ?”


ครับ


เล่นยากไหม?”


ไม่ยากหรอก ทำไม? อยากเล่นบ้างเหรอ?”


มันก็น่าสนใจดี แต่กูคิดว่ามันไม่เหมาะกับคนอย่างกูหรอก


เรียวหัวเราะในลำคอ ก่อนเอ่ย ถ้าอยากเล่นเมื่อไรก็บอก เดี๋ยวสอน


อือผมยังแอบมองจอโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทอยู่ เจ้าตัวปิดหน้ากราฟนั้น ก่อนจะสลับไปเปิดแอปพลิเคชันไลน์ แล้วผมก็เห็นเรียวพิมพ์คุยกับกลุ่มเพื่อน เดาว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัย ทว่าพอเพ่งดี ๆ ก็เห็นว่ามีเพื่อนผู้หญิงอยู่ด้วย ...เพื่อนที่มอเหรอ?”


ครับ


มะ มีผู้หญิงด้วยเหรอ?”


อือ


สวยไหม?”


ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้สนใจ เป็นแค่เพื่อนกัน


ผมเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้ม ก่อนเอ่ยตอบ จ้า


เพื่อนกลุ่มนี้ไม่ได้สนิทกันมาก เอาไว้แค่ปรึกษาเรื่องเล่นหุ้นเฉย ๆ


อ๋อ...


เช็ดเบาขนาดนี้ คืนนี้จะแห้งไหมครับ?”


เรียวถามพลางหันมามองผม คงเป็นเพราะเราสบตากันในระยะประชิด ผมเลยรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า มือทั้งสองข้างถูกดึงกลับมาวางไว้ข้างกาย แล้วก็เหมือนผมเผลอทำเสียงตัวเองหล่นหายไป ถึงไม่สามารถตอบอะไรอีกฝ่ายได้


เจ้าตัวเผยรอยยิ้มที่ดู โคตรเจ้าเล่ห์เป็นรอยยิ้มแบบที่ไม่ค่อยเคยเห็นนัก เพราะเรียวไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เลยสักนิด ตรงกันข้าม เพื่อนสนิทเป็นคนจริงใจและซื่อตรงมาก ทว่าตอนนี้...ดูเหมือนเรียวจะเปลี่ยนไปแล้ว


เรียวว่า...เรียวไปเป่าผมเองดีกว่า


อะ เออ กูว่าก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้แห้งเร็ว ๆแล้วในที่สุดผมก็หาเสียงตัวเองเจอ


เรียวยิ้มแบบนั้นพลางพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบไดร์เป่าผมในลิ้นชักออกมา ก่อนจะก้าวเท้าไปยืนตรงหน้าตู้เสื้อผ้า


ผมกลืนน้ำลายลงคอแล้วคลานกลับไปนอนที่ประจำของตัวเอง ไม่อยากเชื่อเลยว่าดวงตาของผมเอาแต่จับจ้องคนตัวสูงที่ยืนเป่าผมอยู่แบบนั้น คิดอยากจะละสายตาไปทางอื่น แต่ก็ทำไม่ได้เลย


และไม่นานเสียงไดร์เป่าผมที่ดังรบกวนหูพอสมควรก็ดับลง เรียวเก็บไดร์เป่าผมที่เดิม ก่อนจะเดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียงของผม


ผะ ผมแห้งแล้วเหรอ?”


หัวหอมมาก ลองดมดูดิ เรียวพูด แล้วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ผม


กูไม่ได้ถามว่าหัวหอมไหม?...มึงแม่งตอบไม่ตรงคำถาม


แห้งแล้วครับ


เขาตอบเสียงแผ่วเบา เผยรอยยิ้มบางเบาที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจ ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงช่วงหน้าอกผม คงจะเป็นครั้งแรกที่การนอนหันหน้าเข้าหากันของเราสองคนทำให้รู้สึกว่า...


คืนนี้จะข่มตานอนได้ยังไง


ในเมื่อหัวใจกระโดดโลดเต้นอยู่แบบนี้...


นอนได้แล้ว


อือ


ทันทีที่ผมเอ่ยตอบ ดวงตาเรียวยาวคล้ายเหยี่ยวก็ค่อย ๆ ปิดลง แต่มีเพียงแค่ผมที่ไม่ยอมปล่อยให้โลกของตัวเองมืดดับ เพราะผมยังอยากเห็นดวงอาทิตย์อยู่...


ไม่ใช่แค่อยากเห็นเท่านั้น


แต่อยากบอกบางอย่างกับเขาด้วย


เรียว


ครับ?”


เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง


ผมถึงได้เห็นตัวเองอยู่ในแววตาของเขา...


มึงรู้ไหมว่าวันนั้นอะ...วันที่มึงเดินหันหลังให้กูที่เอเชียทีค


...


กูโคตรกลัวเลย กลัวมึงจะไม่หันกลับมาอีก


...


แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ กูคงเสียใจมาก


เรียวส่งยิ้มบางเบาให้ผม ก่อนเอ่ย มันจะไม่มีวันนั้นหรอก มันจะไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน


...


คิดเรื่องนี้มานานแล้วใช่ไหม?”


ไม่หรอก ไม่ได้เก็บมาคิดมากขนาดนั้น แต่มันแค่ฝังใจ


ขอโทษนะครับ


ไม่ต้องขอโทษหรอก มึงไม่ได้ทำอะไรผิดเลย


เฮีย...


“…”


ขยับเข้ามาใกล้ ๆ หน่อย


นี่เราก็นอนใกล้กันมากแล้วนะ


อือ ขยับเข้ามาอีกหน่อย


ผมไม่ได้ตอบอะไร แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้เรียวอีกหน่อย ช่องว่างระหว่างเราจึงมีแค่หมอนข้างใบโปรดของผมกั้นกลาง


และเป็นตอนนั้นเองที่เรียวสอดแขนข้างหนึ่งรองใต้ศีรษะของผมไว้ ก่อนจะออกแรงรั้งร่างของผมให้เข้าใกล้กันอีกหน่อย ผมเบิกตาโตเมื่อใบหน้าตัวเองเข้าใกล้แผ่นอกของอีกฝ่าย แล้วผมก็รู้สึกว่าเรียวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเอาคางวางเกยไว้บนหัวผม มือข้างหนึ่งของเพื่อนสนิทค่อย ๆ วางลงบนหมอนข้างที่วางกั้นกลาง


ผมกลืนน้ำลายลงคอ กะพริบตาปริบ ๆ ขณะมองแผ่นอกของเพื่อนสนิทในระยะประชิด แล้วก็เอาแขนทั้งสองข้างกอดหมอนข้างเน่า ๆ ที่แสนลีบแบนไว้


ตึก ตัก ตึก ตัก


หัวใจ


หัวใจมันเต้นแรงกว่าเดิมอีก


สัญญา...ว่าจะไม่หันหลังให้อีกแล้ว


...


...จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วครับ


ไม่รู้ดิ...


ไม่รู้ว่าทำไม...คำพูดง่าย ๆ ของเขาถึงมีความหมายกับผมจัง


แล้วถ้าคุณนอนหนุนแขนเรียวอยู่แบบนี้ คุณก็มั่นใจได้เลยว่าเรียวไม่มีทางหันหลังให้คุณหรอก


ไม่รู้อีกนั่นแหละ...


ว่าทำไมถึงหัวเราะออกมาได้ ทั้ง ๆ ที่รู้สึกแสบซ่าที่จมูก


เพราะกูนอนทับแขนมึงอยู่ใช่ไหม?”


ครับเขาพูดปนหัวเราะ


เรียว


หืม?”


ฝันดีครับ


ฝันดีเหมือนกันครับ


tbc


talk


เพลง Perhaps Love เวอร์ชันไทย - ไอซ์โรส

//

มาลงให้ก่อนเพราะว่าพรุ่งนี้ต้องไปหาหมอที่ รพ. กลัวจะกลับมาลงให้ช้าเกินค่ะ

ตอนหน้าจะมาลงให้วันอาทิตย์นะคะ

หวังว่าจะชอบตอนนี้กันนะคะ : ) 

ฝากคอมเมนต์และเล่นแท็ก #รักแท้ของผมคือคุณ เป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า

ปล.1 พอจะเปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นแฟน คำพูดคำจาก็เลยเนอะ น่ารักกันขึ้นเยอะเลย

บอกไว้เลยว่าห้ามแพ้คู่พี่ฟ้าที่รักกับพันลี้ใกล้ใจนะ (บอกพี่เรียวคับๆ 555)

รักเสมอ

Twitter : @SP251566

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.981K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,336 ความคิดเห็น

  1. #2179 bunnyt248 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 21:11
    บอกรักกันแต่ไม่มีคำว่ารักเลย ว่าป่ะ
    #2,179
    0
  2. #1867 ananarnaaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:55
    ฮืออออละมุนมากๆเลย เขินจนมุดผ้าห่มไปหลายรอบ น่ารักเก่งมากๆ
    #1,867
    0
  3. #1866 AMYOU (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:59
    ชอบจังผชนิสัยรวย5555💛
    #1,866
    0
  4. #1838 Maple_MeU (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:25
    น่ารักมากกกก หวานมากกก
    #1,838
    0
  5. #1825 BaiTong23 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:11
    กรี้ดด ไม่ไหวแล้วแม่ ต้องอ่านๆหยุดๆ เขินไปหมด
    #1,825
    0
  6. #1803 @junehuahin1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:37
    ชอบจังค่ะ
    #1,803
    0
  7. #1802 lilseal (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:50
    หวานมากค่ะคุณตัง มดไต่ขึ้นเตียงเต็ทไปหมดแล้ว เราชอบตอนที่เค้าค่อยๆเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองมากๆเลย น่ารักมากๆค่ะ เรียวก็คือคนคลั่งรักที่แท้ ยอมใจเค้าเลย สู้ๆนะคะ รออ่านตอนต่อไปค่า
    #1,802
    0
  8. #1797 ksdinst (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:46
    อ่านไปเขินไป น่ารักมากค่าาา อบอุ่นยิ่งกว่าดวงอาทิตย์อีกค่ะะ
    #1,797
    0
  9. #1796 kanthana kaewdang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:35
    น่ารักมากกกกก อยากมีเรียวเป็นของตัวเอง 55555
    #1,796
    0
  10. #1795 071727 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:40
    เรียวน่ารักสุดๆไปเลย เรียกชื่อแทนตัวด้วยนะ น่ารัก เฮียบอกรักเรียวเร็วๆ เฮียบอกรักเร็วๆเลย อย่าช้า เฮีย
    #1,795
    0
  11. #1794 pim_my45 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:36
    แงง น่ารักมากเลยอ่า เขินแทน😊
    #1,794
    0
  12. #1793 P17121994 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:26
    แงงง ผู้ชายอบอุ่นนน แสงแดดยามเช้าก็ไม่สู้ 🥰🥰
    #1,793
    0
  13. #1792 Secret009 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:30
    โอ้ยมันละมุ่น มันคลั่งรัก มันมุบมิบ มันอบอุ่นจนรู้สึกหายใจไม่ออก โอ้ยยยกให้เป็นthe best อีกเรื่องในใจเลยยยย touchใจมาก
    #1,792
    0
  14. #1791 SUNX_04iiiiiii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:00
    เขินมากกกกก ทำไมน่ารักขนาดนี้
    #1,791
    0
  15. #1790 toey280844 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:45
    😳😳😳🥺🥺🥺🥺น่ารักไม่ไหวเลย
    #1,790
    0
  16. #1789 Way-down-we-go (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:23
    อบอุ่นจนร้อนแล้ว ฮือ
    #1,789
    0
  17. #1788 fernkt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:38

    เขินนนนนน อ่านไปยิ้มไป
    #1,788
    0
  18. #1787 cchenjj (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:16
    ฝังน้ำแดงเสร็จ ฝังเราไปด้วยเลย ตุยไปแล้วตอนนี้เหลือแต่กายหยาบ
    #1,787
    0
  19. #1786 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:58
    โอ้โห พี่เรียวไม่แผ่วเลยจ้า ยัยน้ำแดงเสียอาการแล้ว
    แล้วคือเพลงก็เพิ่งจะร้องเกะกะน้องๆไปเมื่อวาน อินหนักไปอีก
    #1,786
    0
  20. #1785 mamochi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:13
    ก็คือร้องเพลงตามเลย เป็นเขิน
    #1,785
    0
  21. #1784 chonthicha1800 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:03
    มันเป็นเขินนนนนนน
    #1,784
    0
  22. #1783 R38912122 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:18
    พอเห็นเนื้อเพลง ทำนองดังขึ้นในหัวเลย 55555 ความหมายดีจริงๆ ตรงกับคู่เพอื่นคู่นี้ด้วย

    พี่เรียวนี่เปย์เก่งจริงนะ แค่น้องน้ำแดงจะเช็ดผมให้ก็ให้หมดกระเป๋าที่มีติดตัวมาเลย 5555
    #1,783
    0
  23. #1782 ศศพินทุ์ ปัคมา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:08
    โอ้ยย เลือกไม่ถูก พี่ฟ้า ลูกหมา อาเรียว เหมาๆได้ไหมคะ
    #1,782
    0
  24. #1781 wtazyx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:16
    อบอุ่นยิ่งกว่าพระอาทิตย์อีกนะคุณเรียว แง
    #1,781
    0
  25. #1780 ChotikanKetpimol (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:45
    น่ารักเสมอเลยนะคุณเรียว
    #1,780
    0