Fic Exo MAMA SECRET SCHOOL

ตอนที่ 28 : MAMA SECRET SCHOOL:CHAPTER 26 พันธสัญญาฟินิกซ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

CHAPTER 26

MAMA SECRET SCHOOL

พันธสัญญาฟินิกซ์




(อย่าลืมเปิดฟังเพื่ออถรรรสในการอ่านนะคะ)

เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้แบคฮยอนกับชานยอลได้ไปปรึกษากับอาจารย์อนยูด้วยความที่ว่าเจ้าตัวคนที่เพิ่งเจอสัตว์ประจำตัวไปไม่นานตื่นเต้นเกินเหตุ ว่ามีแล้วจะต้องทำยังไงต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับพลังของเค้าไหมแล้วจะสามารถเรียกออกมาได้ยังไง

"นี่แหละครับอาจารย์ ผมก็เลยพาคนตื่นเต้นประมาณห้าสิบอัตราแล้วมาหาอาจะ..โอ้ย!! เจ็บนะไอ้หมา"ชานยอลหันไปบอกคนข้างๆที่จู่ก็ตีแขนของเค้า

"ก็ชานยอลอ่ะพูดซะเกินจริงเลย ก็แค่อยากรู้เท่านั้นเองนะ"แบคฮยอนเถียงตอบด้วยใบหน้าที่เริ่มงอนๆเล็กน้อย

"ฮ่าๆๆๆๆ ไม่แปลกหรอกชานยอล จะบอกให้นะตอนแรกที่อาจารย์คีย์เจอสัตว์ประจำตัวน่ะตื่นเต้นเป็นไก่ตาแตกยิ่งกว่าโลกจะถล่มซะอีก แบบแบคฮยอนนี่เด็กๆ"อาจารย์อนยูที่เห็นทั้งคู่เถียงกันอยู่ยกเรื่องขำๆของเพื่อนร่วมงานมาให้ฟัง พอได้ฟังแบคฮยอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกมีชัยทันที

"เห็นไหมล่ะ ชานยอลนั่นแหละอธิบายซะโอเว่อร์ไอ้ภูติโยดา"แบคฮยอนเถียงกลับด้วยรอยยิ้มอย่างมีชัย ชานยอลเองก็ยิ้มตอบก่อนจะขยับปากบอกคนตัวเล็ก

"ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้หมาแบค"ชานยอลขยับปากพูดเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

"ก็นั่นแหละครับอาจารย์อนยู ต่อจากนี้จะมีอะไรเกินขึ้นกับผมรึเปล่าครับ?"แบคฮยอนเบนความสนใจวกกลับมาที่ประเด็นเดิมที่คุยกันอยู่เมื่อกี้กับอาจารย์อนยู

"จากที่อาจารย์สอนไปบ้างแล้ว ไม่ลืมใช่ไหมว่าถ้าหากมีสัตว์ประจำตัวแล้วการใช้พลังจะสามารถแสดงออกมาได้เต็มที่ยิ่งขึ้น"ทันทีที่อาจารย์อนยูพูดถึงบทเรียนเนื้อหาที่เคยสอนไปสิ่งที่ได้ตอบมาคือรอยยิ้มแห้งๆของแบคฮยอนทำให้อาจารย์อนยูรู้คำตอบทันที

"หึ ระวังตอนสอบเถอะแบคฮยอน ถ้าหากสอนบทนี้จบเมื่อไหร่จะออกข้อสอบให้ขูดเลือดขูดเนื้อเลยคอยดู"พออาจารย์พูดชานยอลก็แอบขำเมื่อแบคฮยอนทำหน้าเป็นหมาหงอยไปเลยแต่แบคฮยอนก็ใช่ว่าจะยอมซะที่ไหนรีบใช้ศอกแหลมๆของตัวเองสะกิดชานยอลเข้าที่ท้องทันที

"ก็อย่างที่เคยสอนไปแล้วแต่จะทวนให้ล่ะกัน พอเรามีสัตว์ประจำตัวน่ะพลังของเราจะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้มากขึ้นและนอกจากนี้เราก็สามารถเรียกสัตว์ประจำตัวออกมาได้ตลอดเวลา วิธีเรียกก็แล้วแต่ว่าจะตกลงกันยังไงส่วนเค้าอยู่ที่ไหนเป็นเรื่องของผู้มีกับสัตว์ประจำตัวที่จะรับรู้กันได้"อาจารย์อนยูอธิบายให้แบคฮยอนฟังเมื่อแบคฮยอนได้ฟังก็ค่อยๆเลื่อนมือของตัวเองมาแตะที่อกพร้อมกับกรอดตาไปมาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

"ส่วนนายชานยอลธาตุไฟของนายแน่นอนว่าคงจะเดาสัตว์ประจำตัวขอนายได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่นายเองก็คงรู้แล้วใช่ไหม?"อาจารย์อนยูถามชานยอล คนถูกถามก็พยักหน้าตอบอย่างเข้าใจ

"ครับผมรู้แล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้เค้าออกมา"ชานยอลบอก

"ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกนายยังไงนะ เพราะวิญญาณแต่ละดวงมันไม่เหมือนกันสัตว์แต่ละตัวมีเงื่อนไขต่อผู้ครอบครอง"อาจารย์อนยูบอก ชานยอลพยักหน้าตอบทันทีเพราะเค้ารู้ในข้อนี้ดี

"แต่ผมดันไม่รู้น่ะสิครับแฮะๆ ว่าเค้าต้องการให้ผมทำอะไร หรือพลังของผมยังไม่มากพอ"ชานยอลพูดพร้อมกับหัวเราะแห้งๆออกมา

"ชานยอล ฉันเองก็แนะนำนายไม่ได้มากนะ แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นาน นกฟีนิกซ์ของนายต้องมาผง่าเพลิงให้นายได้เห็นแน่นอน"


ปัจจุบัน


ทันทีที่แบคฮยอนรับดอกไม้ก็มีนกฟีนิกซ์ปรากฏตัวขึ้นหน้าทั้งสองคนทันทีตัวของมันมีขนาดใหญ่มาก ปีกกว้างใหญ่สง่าผ่าเผยและสง่างามด้วยประกายที่ในตัวมากมายจนไฟลุกทั่วทั้งตัว ที่กำลังจ้องมองมาที่ชานยอล

"นี่น่ะเหรอนกฟีนิกซ์ผง่าเพลิง"แบคฮยอนพูดออกมาในขณะที่ชานยอลกำลังยืนนิ่งมองเจ้านกที่สง่างามตัวนี้

"...."

พึก

"ชานยอล?"แบคฮยอนเรียกชานยอลที่ค่อยเดินเข้าไปหานกฟีนิกซ์ตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเข้าใกล้แล้วมือหนาของชานยอลก็ค่อยๆยกขึ้นอย่างช้าเหนือหัว เจ้านกฟีนิกซ์ที่เห็นแบบนั้นโน้มหน้าและจะงอยปากลงมามือสัมผัสกับมือของผู้ถือครองตน

"ว้าว"ชานยอลยิ้มออกมาเมื่อนกฟีนิกซ์มีปฏิกิริยาตอบกับเค้า

"ไงคู่หู ในที่สุดก็สำเร็จแล้วสินะ"

"!???"ทั้งคู่ตกใจพร้อมกันทั้งสองคนหันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมายก็รู้ได้ในทันทีที่สบตากัน

"นายก็ได้ยินเหรอแบคฮยอน"ชานยอลถามด้วยสีหน้าที่เบิกตาโตอย่างตกใจ แบคฮยอนเองก็พยักหน้าตอบเช่นกัน ก่อนจะที่จะนึกไปถึงตอนที่แบคฮยอนได้พบกับแอลลี่นกยักษ์แสนสวยของตัวเอง

"เหมือนกับตอนที่นาย...เอ้ะ!!"

"แบคฮยอน อึก!!"แบคฮยอนยังพูดไม่ทันจบจู่ๆก็มีแสงออกมาจากตัวของแบคฮยอนเช่นกัน เมื่อเห็นว่าชานยอลเอามือปิดตานกฟีนิกซ์ที่เพิ่งปรากฏตัวจริงใช้ปีกของตัวเองลงมาบังชานยอลให้โดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าชานยอลจะร้อน ก็จะกลัวทำไมล่ะชานยอลก็ธาตุไฟนะ

"อึก!!! เอ้ะ??"และแล้วแสงที่ออกมาจากตัวแบคฮยอนก็ปรากฏนกยักษ์ที่เมื่อกี้ได้อยู่ในห้วงแห่งความคิดของตัวเองปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเช่นกัน

"แอลลี่???"แบคฮยอนเรียกชื่อของนกยักษ์ตัวนี้ด้วยความตกใจ พอได้ยินแบบนี้นกฟีนิกซ์ข้างกายของชานยอลก็เอาปีกที่บังชานยอลอยู่ออกให้คนข้างในได้มองสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน

"ไงแบคฮยอน รู้สึกตัวแล้วสินะ"

"รู้สึกตัวงั้นเหรอ??? หมายความว่ายังไงแอลลี่แล้วเกี่ยวอะไรกับชานยอลกับ เอ่อ...คุณนกฟีนิกซ์ของชานยอลหล่ะ"แบคฮยอนเอ่ยถามคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของตัวเอง ชานยอลที่ได้ยินจึงเงยหน้าขึ้นมองนกฟีนิกซ์ของตัวเองเหมือนกัน

"หึ ที่ฉันได้ออกมาตอนนี้ก็เพราะนายนั่นแหละแบคฮยอน ที่เชื่อมความคิดของตัวเองกับการปรากฏตัวของฟีนิกซ์ผง่าเพลิงตนนี้"พอแอลลี่พูดแบคฮยอนกับชานยอลจึงมองหน้ากันก่อนจะมองนกสองตัวที่ขนาดต่างกันเล็กน้อยที่เดินเข้ามาใกล้กัน

"เชื่อมความคิด? หมายความว่ายังไง"ชานยอลเอ่ยถาม

"หมายความว่า...การที่ชานยอลได้ยินที่แอลลี่พูดก็เหมือนกับที่ฉันได้ยินที่คุณนกฟีนิกซ์พูดใช่ไหม"แบคฮยอนตอบกลับแอลลี่ที่กำลังมองทั้งสองคนอยู่

"ก็ถูกส่วนหนึ่งแต่ความจริงพวกเราสัตว์ประจำตัวไม่ว่าจะเป็นของใคร ก็สามารถเลือกให้ใครได้ยินที่เราพูดก็ได้"คราวนี้เป็นนกฟีนิกซ์ตัวใหญ่ที่เริ่มพูดขึ้นบ้าง ทั้งสองคนก็หันไปมองตามเสียงที่พูดขึ้นแม้ทั้งสองสรรพสิ่งตรงหน้าที่ตอนพูกจะไม่ได้ขยับปากเลยก็ตาม

"เลือกได้?? ถ้าอย่างงั้นตอนที่ออกมา คุณเลือกแล้วเหรอว่าให้แบคฮยอนได้ยินเหมือนกัน"ชานยอลที่เงียบอยู่พูดออกมาโดยมองหน้าสัตว์ประจำตัวของตัวเองแบคฮยอนเองก็มองที่เจ้าของเสียงพูด

"เปล่าเลยชานยอล"เมื่อได้คำตอบจากแอลลี่ที่ตอบแทนก็ทำให้ทั้งสองคนงงทันทีด้วยความไม่เข้าใจ

"การที่พวกนายทั้งสองสามารถได้ยินเสียงสัตว์ประจำตัวของกันและกันเป็นเพราะพันธสัญญาวิญญาณของฟีนิกซ์"นกฟีนิกซ์สีเพลิงที่แสนสง่างามบอกขึ้น

"พันธสัญญาวิญญาณของฟีนิกซ์งั้นเหรอ"แบคฮยอนพูดออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าที่สงสัย

"ใช่แล้วแบคฮยอน ความจริงฉันเองก็เป็นนกฟีนิกซ์แต่ก็ไม่ได้เป็นพญานกฟีนิกซ์แบบตนนี้ก็จริง เพราะฉะนั้นในเมื่อสัตว์ประจำตัวทำสัญญากันแล้วก็จะส่งผลไปถึงเจ้านายทั้งสองที่เป็นผู้ครอบครองด้วย"แอลลี่อธิบายเสริมในจุดที่ยังคงค้างคาอยู่ แต่ก็ยังไม่หมดปริศนาที่ผุดขึ้นมา

"ทำสัญญา?? ทำไมพวกคุณถึงต้องทำสัญญากันด้วยสัญญาอะไรที่มันส่งผลมาถึงพวกผม?"ชานยอลถามเรื่องที่ข้องใจ แบคฮยอนเองก็พยักหน้าตอบเช่นกันเพราะเค้าสงสัยเรื่องเดียวกันเป้ะ

"หึๆ ก็สัญญาที่ทำให้พวกเราทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกันไงล่ะ"นกฟีนิกซ์บอกตอบชานยอลก่อนจะก้างปีกข้างหนึ่งที่อยู่ฝั่งเดียวกับนกฟีนิกซ์สีขาวไปโอบแอลลี่เอาไว้

"เป็นหนึ่งเดียวกัน?? !!!"ชานยอลที่ลองนึกตามคำพูดก็ต้องตกใจในทันทีแบคฮยอนเองก็เช่นกัน

"หรือว่าสัญญาของพวกคุณคือ..."แบคฮยอน

"ใช่ เวลาที่นกฟีนิกซ์ตัดสินใจผูกจิตใคร่ครองรักจะต้องทำพันธสัญญาฟีนิกซ์ในทันทีและพวกเราทั้งสองตนก็ได้กลับมาครองรักกันอีกครั้งเพราะแรงพันธสัญญาที่ทำเอาไว้เป็นดั่งพรมลิขิตชักนำให้ผู้ครองเราหมั่นหมายให้เป็นบุพเพสันนิวาสต่อกันยังไงล่ะ"แอลลี่อธิบายให้ฟัง พอทั้งสองคนได้ยินจึงหันมามองหน้ากันในทันที ถ้าหากเป็นแบบนั้น เรากับชานยอลก็...

"ถูกแล้วหนุ่มน้อย เธอกับชาส แม็กทริกซ์ผู้ครองเพลิงฟีนิกซ์ผู้นี้ก็คือบุพเพสันนิวาส"ฟีนิกซ์เพลิงพูดเสริมขึ้นมา แบคฮยอนจึงก้มลงมองดอกไม้ที่รับมาจากชานยอลที่อยู่ในมือของเค้าจนถึงตอนนี้ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกันกับชานยอล ร่างสูงค่อยๆก้าวเข้ามาหาร่างบางมือหนายื่นไปจับมือของร่างบางอีกข้างที่ไม่ได้ถือดอกไม้มากุมเอาไว้

"แบคฮยอน"ชานยอลเรียก แบคฮยอนก็เอ่ยตอบในสิ่งที่ชานยอลต้องการทันที

"อืม ฉันตกลง ฉันเองก็ชอบไม่สิ...รักนายมานานแล้ว"ชานยอลดึงแบคฮยอนเข้ามากอดทันทีเมื่อได้คำตอบแบคฮยอนเองก็ซบลงกับไหล่หนาด้วยความรู้สึกที่มี ชานยอลก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น

"เอาหล่ะชานยอล ก่อนหน้านั้นในเมื่อความกล้าของนาย ทำให้ฉันออกมาแล้วก็บอกชื่อของฉันให้ฟังหน่อยเถอะ"ชานยอลกับแบคฮยอนที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบผละออกจากกันก่อนจะมองที่นกฟีนิกซ์ของตัวเองที่เพิ่งปรากฏตัว

"จริงสินะ ตั้งเลยสิชานยอล"แบคฮยอนบอกกับชานยอล ชานยอลก็ก้มลงมายิ้มให้อีกคนก่อนจะคว้ามือบางมากุมเอาไว้และเงยหน้าขึ้นบอกกับฟีนิกซ์ทั้งสอง

"เอ็กโซ"

"ห้ะ/ห้ะ??"ฟีนิกซ์สีขาวรวมถึงแบคฮยอนกลับงงในชื่อที่ชานยอลเอ่ยบอกออกมามีเพียงฟีนิกซ์สีเพลิงตัวนี้ที่ไม่ได้ตกใจ

"ทำไมล่ะชานยอล"พญานกฟีนิกซ์เอ่ยถาม ชานยอลจึงยิ้มแล้วก้มลงมองหน้าแบคฮยอนที่ก็สงสัยเช่นกันและเร่ิ่มรั้งตัวอีกคนเข้ามาชิดใกล้กันก่อนจะตอบออกไปว่า

"ไม่รู้จักวงEXOเหรอ วงนี้น่ะมีแฟนคลับชื่อEXO-Lแต่ก็เรียกว่าแอลลี่แบบที่นายบอก ในเมื่อของนายคือแอลลี่ของฉันก็ต้องเป็นเอ็กโซที่ต้องอยู่คู่กันสิ"ตอนนี้สายตาของฟีนิกซ์ทั้งสองกำลังมีความสุขที่ได้เห็นภาพรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นกับใบหน้าของทั้งสองคน

ก่อนที่ริมฝีปากของชานยอลจะค่อยๆเคลื่อนเข้าไปที่ใบหน้าของอีกคนเปลือกตาของแบคฮยอนที่ค่อยๆคล้อยตามก็ค่อยๆปิดลงพร้อมกับการประทับจูบแรกของทั้งสองในคืนที่พระจันทร์สาดส่องสวยงาม ที่ปิดภาพด้วยการโบยบินของนกทั้งสองตนที่กำลังบินครองคู่กันอยู่บนฟากฟ้า






-------------------------------------------------------------------------------------

Talking with writer

สั้นไปป่าวอ่าถ้าสั้นไปไรท์ขอโทษน้า อยากให้เป็นตอนสวีทของชานแบคไปเลยอ่ะ ตอนอ่านอย่าลืมเปิดเพลงกันด้วยน้านี่ไรท์แต่งตอนฟังเพลงของบุพเพสันนิวาสอยู่นะเนี่ย ถ้าหากสั้นไปขอโทษน้าาา สุดท้ายนี้ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #69 DS_KK_ (@DS_KK_) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 02:22
    ดีงามมมม. รีบมาต่อน้าาา
    #69
    1
    • #69-1 N.P.J789 (@229668942) (จากตอนที่ 28)
      12 พฤษภาคม 2561 / 12:15
      ขอบคุณค่าาาา จะต่อให้นะคะ
      #69-1