Fic Exo MAMA SECRET SCHOOL

ตอนที่ 27 : MAMA SECRET SCHOOL:CHAPTER 25 นกฟีนิกซ์ผง่าเพลิง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    10 พ.ค. 61

CHAPTER 25

MAMA SECRET SCHOOL

นกฟีนิกซ์ผง่าเพลิง


เช้าวันต่อมา หลังจากที่จบเรื่องของคริสไปพร้อมด้วยความรู้สึกที่รู้กันของเซฮุนและลู่หานแต่เรื่องสถานะก็ไม่รู้ว่าจะเปิดตัวกันเมื่อไหร่ ดีโอเองก็หายจากไข้เป็นปกติ เลย์เองก็พูดจาน้อยลงตั้งแต่ตอนนั้นและไม่ค่อยยิ้มนักเหมือนก่อนหน้านี้ และแบคฮยอนเองก็คงต้องคลายความลับออกมาจากปากหมดเปลือกเพราะโดนซิ่วหมิ่นคาดคั้นออกไป

"สรุปก็คือ แบคฮยอนบอกนายเองเลยใช่ไหมว่าสิ่งที่นายเห็นมาเนี่ยมันเรื่องจริง"เฉินเอ่ยถามคู่ที่นั่งข้างๆ

"อืม ปรากฎการณ์ตอนนั้นมันเรื่องจริงนะเฉิน ที่ว่าไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ"ซิ่วหมิ่นตอบ

"อืม เรื่องนั่นน่ะเข้าใจนะ มูลเหตุมันเหมือนจะชัดเกินกว่าจะเป็นเรื่องเล่นๆ"เฉินตอบอย่างเข้าใจพร้อมพยักหน้าให้ซิ่วหมิ่น

"อื้อ แต่ตอนนี้ขอล่ะนะอย่ามีอะไรเกิดขึ้นเลย วันนี้ก็ส่งพวกอากาเซเว่นกลับแล้วด้วย"ซิ่วหมิ่นพูดพร้อมกับชะโง้กมองทางด้านท่าเรือที่กำลังจะส่งกลับแล้ว

"แล้วนายไม่อยากไปส่งยูคคยอมอ่อ"เฉินถาม

"ทำไมต้องส่งอ่ะ ไม่ได้เป็นไรกัน"ซิ่วหมิ่น

"หืม??? แน่ใจ"เฉินลองเอ่ยแกล้ง

"ก็แน่สิ! จะไปทำไมอ่ะ สนิทก็ไม่อ่ะ"ซิ่วหมิ่นบอก

ทางด้านท่าเรือ

"ถ้าหากตัดสินใจเรื่องย้ายแล้วก็ติดต่อมานะวินวิน"ลู่หานกล่าวกับเพื่อนใหม่ที่กำลังจะกลับ

"อืม มีเวลาคิดจนกว่าจะถึงกีฬาสีนั่นแหละถ้าหากได้เรื่องแล้วจะติดต่อมานะลู่หาน"วินวินตอบ

"อืม บายนะ"ลู่หานพูดพร้อมกับโบกมือบ้ายบาย

"อืม  นายรีบกลับไปหา....นั่นเถอะ มองตาเขียวปั้ดแล้วน่ะ"วินวินมองไปทางที่คนๆหนึ่งที่มองเค้ากับลู่หานตาเป็นมันมาตั้งแต่ลู่หานเดินเข้ามาส่งเค้าแล้ว

"หื้ม?"ลู่หานทำหน้าสงสัยก่อนจะหันไปมองคนที่ถูกกล่าวถึงคนนั้น แล้วห็หายสงสัยในทันที

"อ้อ"ลู่หานมาอ้อในทันทีก่อนจะหลบตาวินวินด้วยความเขินเล็กน้อย

"นั่นแหละ รีบกลับไปหาแฟนนายเถอะ ฉันไปล่ะนะ"วินวินบอกก่อนจะโบกมือบายลู่หานอีกครั้งรวมถึงลู่หานก็เช่นกันและหลังจากที่ส่งเสร็จก็เดินกลับไปหาบุคคลต้นเหตุ

"มองจนคนอื่นเค้าแซวแล้วนะ"ลู่หานเดินมาถึงก่อนจะบอกอีกคนทันพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"นายก็รู้ ว่าฉันมองทำไม"เซฮุนตอบพร้อมกับเข้าประชิดตัวลู่หาน ลู่หานยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือหนาขึ้นมาพร้อมด้วยมือนั้นที่จับตอบ

"เคยเล่าให้ฟังแล้วนิว่าวินวินเป็นเพื่อนที่จะย้ายมา แล้วเค้าก็รู้เรื่องนายแล้ว"ลู่หานตอบด้วยรอยยิ้มที่อยากจะให้เซฮุนสบายใจ อีกฝ่ายก็รู้ แล้วจากนั้นเซฮุนจึงคว้ามืออีกข้างของลู่หานขึ้นมาแล้วพูดว่า

"ฉันรู้ แต่มีแฟนน่ารักแบบนี้...จะให้ไว้ใจคนอื่นรึไง?"เซฮุนพูดด้วยแววตาที่แสนอ่อนโยนนัก ทำให้ลู่หานอดที่จะอมยิ้มไม่ได้

"ความไว้ใจ แค่นายไว้ใจฉันก็พอแล้ว"ลู่หานพูดด้วยรอยยิ้ม

"อืม"เซฮุนพูดตอบลู่หาน



อีกด้านหนึ่ง

"นายจะกลับมาอีกช่วงกีฬาสีเหรอเจบี"เลย์ถาม

"ครับ ผมกลับมาอีกก็ช่วงนั้นระหว่างนี้ลอเร็ตต้องดูแลตัวเองเข้มแข็งเข้าไว้นะครับ"เจบีพูดให้กำลังใจก่อนจะฉีกยิ้มให้เลย์

"อื้อ จะพยายามนะ"เลย์พูดด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย

"ไม่เอาหน่า น้ำตาไม่เหมาะกับหน้าคุณหรอกนะครับลอเร็ต ยิ้มหน่อยสิ"เจบีพูดพร้อมกับขยั้นขยอให้เลย์ยิ้มให้ได้

"อืม"เลย์ตอบก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนขอไปที

"มีลักยิ้มสวยขนาดนี้ ยิ้มบ่อยๆนะครับหวังว่ามาครั้งหน้าลอเร็ตต้องยิ้มให้ผมนะ"เจบีพูดพร้อมกับฉีกยิ้มอันแสนน่ารักที่ทำให้สาวๆใจละลายไปพร้อมๆกันเลยทีเดียวให้กับเลย์

"อื้อ ขอบคุณนะ รีบไปเถอะ"เลย์บอกลา เจบีก็พยักหน้าก่อนจะขึ้นเรือไป


อีกด้านหนึ่งหลังจากที่ลู่หานลากับวินวิน แต่ยังไม่หมดเสี้ยนหนามหัวใจ

"แล้วคุณลูซิเฟอร์ไม่คิดจะมาลาผมหน่อยเหรอครับ?"ทั้งสองคนณตรงนั้นหันควับไปหาผู้มาใหม่ ที่มายืนเก็กหล่ออยู่กับใกล้ๆแล้วบอกเค้า

"ทำไมล่ะ"ลู่หานเอ่ยออกไปอย่างเย็นชา

"หึ ผมยังไม่ตัดใจจากนายหรอกนะ ลู่หานคนสวย"มาร์คเอียงหน้าเล็กน้อย

"ก็เรื่องของนาย ฉันไม่ใช่นายห้ามอะไรไม่ได้อยู่แล้ว"ลู่หานเอ่ยตอบ เซฮุนที่อยู่ข้างๆก็ลอบมองอยู่เป็นระยะสลับกับมาร์ค

"หึ แล้วเจอกันแน่ ลู่หาน แล้วก็...โรมิโอ"

"..."เซฮุนเงียบไม่ตอบอะไรก่อนจะทอดมองการเดินจากไปครั้งนี้ของมาร์ค

"เจอเมื่อไหร่อย่าหวังจะรอดแบบวันนี้"เซฮุนเอ่ยออกมาทำให้ลู่หานหลุดยิ้มมาเล็กน้อยแต่ไม่ได้ให้เซฮุนเห็น

"ไปเรียนกันเถอะ"ลู่หานพูดก่อนจะเริ่มออกเดินเวฮุนก็ตามมาเดินข้างๆทันที

"นายมีเรียนอะไร"เซฮุนเอ่ยถามขณะที่เดินไปด้วย

"เรียนฟันดาบ นายถามไปแล้ว"ลู่หานตอบ

"ก็แค่อยากแน่ใจ"เซฮุนตอบไป

"ไม่ใช่ว่าอยากรู้ว่าฉันเรียนคลาสเดียวกับนายรึเปล่าเหรอ"เซฮุนหันควับมาทันทีที่ได้ยินพอหันมาก็เห็นลู่หานทำหน้ากระตุกคิ้วรอคำตอบอยู่ เซฮุนนึกแล้วก็แสยะยิ้มขึ้นมา

"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นายอ่านความคิดฉันทัน"เซฮุนถาม

"ไม่รู้สิ มันรู้เอง"ลู่หานตอบ

"จะบอกว่าเพราะฉลาด?"

"ไม่หรอกหน่า..."

"???"คราวนี้เป็นฝ่ายเซฮุนที่คิ้วกระตุกซะเองเพราะสงสัย ลู่หานพอเห็นอย่างงั้นก็เลยตอบไปแบบไม่ได้มองหน้าเซฮุน

"แต่ฉันเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง"คำตอบของลู่หานที่ตอบพร้อมกับหยุดนิ่ง ถึงแม้จะไม่ได้มองหน้าแต่เซฮุนก็รู้ว่าลู่หานจะต้องยืนยิ้มอยู่แน่ๆ

"ฉันก็เชื่อความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน



10.30

ณ ลานยิงธนู

"เสียดายจัง ที่อ.บอกให้เลื่อนกีฬาสีออกไปก่อน"ร่างบางที่กำลังจักคันธนูอยู่พูดขึ้น

"ทำไมล่ะ"อีกคนที่อยู่ตรงข้ามเอ่ยถาม

"ก็ฉันอยากเล่นกีฬานี่นา แข่งกับเพื่อนสนุกดีออก"แบคฮยอนตอบชานยอลก่อนจะส่งลูกธนูให้

"นายนี่แลจะชอบกิจกรรมมากเลยนะ"ชานยอลรับมาแล้วตอบกลับ

"แหะๆ ก็มันไม่ต้องเรียนนี่นา"แบคฮยอนบอกก่อนจะพูดในเรื่องของความจริงที่ตัวเองอยากเล่นกีฬาทำไม


"นายนี่เป็นคนขี้เล่นมากกว่าที่ฉันคิดอีกนะ"ชานยอลบอก

"ขี้เล่นที่ไหนกัน ฉันไม่ขี้เล่นเท่านายหรอกหน่า"แบคฮยอนบอกและยิ้มก่อนจะออกไปตรงที่ยิง

"หึ ใครว่ากันล่ะ นายน่ะน่ารักกว่าเยอะ"ชานยอลพูดก่อนจะเดินออกไปตรงที่ยิงเหมือนกันโดยที่แบคฮยอนก็ไม่ได้ยินในที่สิ่งที่เค้าพูดไปเมื่อกี้

ปึก!!!

สายตารูปสระอิจ้องมองลูกธนูที่ยิงออกไปที่ปักอยู่ในตำแหน่งที่เค้าพอใจการยิงธนูของเค้าดีขึ้นมามากแล้วก็จริงแต่เรื่องความแม่นยำและคล่องแคล่วคล่องตัวก็ยังสู้ลู่หานหรือเซฮุนกับคริสไม่ได้อยู่ดี

"ช่วงนี้ตารางเรียนก็มีเรียนยิงธนูถี่เลยนินายน่ะ"

"อืม ก็รู้สึกพอใจเลยนะจะได้ฝึก"แบคฮยอนหันมายิ้มให้ชานยอล

"อืม เอาเถอะนายซ้อมไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา"ชานยอลพูดก่อนจะวางคันธนูลง

"อ้าวไปห้องน้ำอ่อ?"แบคฮยอนถาม

"อืม เดี๋ยวมาๆ"ชานยอลพูดก่อนจะเดินออกไป แต่ไปห้องน้ำซะที่ไหนล่ะ กลับเลือกที่จะไปกดS.P.Dโทรหาเพื่อนต่างหาก

"อะไร"ปลายสายรับ

"ฮัลโหล ไอ้ฮุนมึงว่างป่ะว่ะ"ชานยอลเอ่ยถามคนในสาย

"อยู่โถงฟันดาบกับลู่หาน"เซฮุนบอก

"แหม่ เดี๋ยวตัวติดกันเกินไปมั้ง"

"มึงมีไร"

"มึง..."ชานยอลเปลี่ยนสีหน้าเป็นกังวลทันทีที่ได้นึกถึงเรื่องที่ตัวเองจะพูด

"???"

"ถ้าหากว่ากูจะบอกรักใคร กูควรทำไงดีว่ะ"




45%

"กูต้องทำไงว่ะ ไอ้ฮุน"ชานยอลถาม

"จะบอกใคร"ปลายสายเอ่ยถามทำให้ชานยอลสตั้นไปชั่วครู่ก่อนจะเริ่มตอบปลายสาย

"ก็...เอิ่ม...ลู่หานได้ยินอยู่ป่ะว่ะ"แต่ด้วยความตื่นเต้นมันก็ยังทำให้เค้าเครียดอยู่ดีนั่นแหละจะให้บอกเลยก็นะ ถ้าหากลู่หานอยู่แถวนั้นความก็แตกก่อนอ่ะดิ

"แบคฮยอน?"

"หะ ห้ะ!???? มึงพูดไรของมึง??"ชานยอลถึงกับตะโกนออกมาพร้อมด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีทันที จนเซฮุนที่อยู่ปลายสายน่ะเดาได้ไม่ยากเลยว่าจะต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหูแน่ๆ

"หมายถึงว่าคนนั้นคือแบคฮยอน?"เซฮุนเน้นถามอีกครั้ง

"เอ่อ....โอ้ย!! แม่งเอ้ย!"ชานยอลถึงกับต้องร้องโอดโอยแล้วเอามือเกาหัวอย่างคิดไม่ออกว่าควรตอบยังไงด้วยความรู้สึกที่ร้อนที่หน้ายังกะเด็กผู้หญิงม.ปลายที่จะไปบอกรักรุ่นพี่ยังไงยังงั้น

"ร้องโอดโอยเป็นผู้หญิง"

"ถ้าเป็นมึงจะไม่ปวดหัวแบบกูไหง แล้วมึงรู้ได้ไง"ชานยอลถามกลับ

"ทักผิดตั้งแต่วันแรก เดาไม่ได้เลยมั้ง?"

"สัสจับตาดูกูเหรอ"ชานยอลถามเพราะเซฮุนรู้ยังกะมีตาทิพย์มองความคิดเค้าออกยังไงยังงั้น

"ก็มึงทำให้เห็นกันต่อหน้า ไม่น่าจะเป็นกูคนเดียวหรอกที่รู้"

"ห้ะ!! นี่อย่าบอกนะลู่หานก็รู้"คราวนี้ชานยอลลองเดาดูเพราะลู่หานก็นับเป็นคนที่ฉลาดมากเพราะฉะนั้นยิ่งอยู่กับไอ้ฮุนแล้วด้วยนี่ยิ่งแล้วใหญ่

"ก็เป็นไปได้สูง"

"โอ้ย!!! แม่ง"ชานยอลยิ่งปวดหัวเข้าไปอีกที่ได้ยินว่าลู่หานรู้ นี่สกิลการจีบของเค้านี่มันโจงแจ้งขนาดนั้นเลยเหรอ

"จะปวดหัวเพื่อ?"เซฮุนเอ่ยถาม

"ก็เออสิว่ะ เรื่องจะไม่ถึงหูแบคฮยอนแล้วรึไงล่ะ"ชานยอลบอก

"มึงจะบอกเค้าหลายรอบแล้วไม่ใช่รึไง จะเดาออกก็ไม่แปลก"เซฮุนบอก เซฮุนก็บอกว่าเค้าจะบอกชอบแบคฮยอนหลายรอบแล้ว

ชิบหายแล้วไงชานยอล...

"อีเชี่ยเอ้ย!! แบครู้แล้วแน่เลยว่ะ!"ชานยอลเอามือยีหัวจนผมยุ่งเหยิงไปหมด

"หึ แล้วมึงจะบอกเค้าวันนี้ใช่ไหมถึงได้โทรมา"

"ก็คิดว่าจะบอกเย็นนี้ นี่กูนอนคิดมาทั้งคืนวานนี่คือไม่ได้ช่วยไรเลยนะสัส"ชานยอลบอก

"ก็บอกไปดิว่ะ ผลเป็นไงก็ว่ากัน"เซฮุน

"สัสไมมึงชิวจังหว่ะ หรือมึงได้แล้ว?"ชานยอลถามกลับ

"อะไรมึง"

"แหม่สัส อย่าคิดนะว่าเมื่อเช้ากูไม่เห็นอ่ะไอ้ห่า"ชานยอลบอกเพราะเมื่อเช้านี้ตอนก่อนจะไปหาแบคฮยอนเค้าเห็นมาเต็มๆสองตาว่าเซฮุนเดินอยู่กับใคร

"แล้วไง ไม่ได้อยากจะปิดบังอยู่แล้ว"เซฮุนบอก

"เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ส้นตีน แล้วตอนนั้นใครบอกว่ะ ไม่ชอบๆๆๆๆๆ แล้วไงดูตอนนี้ สัส!!"ชานยอลด่ารัวๆด้วยความหมั่นไส้

"ก็เรื่องของมึง แค่นี้ใช่ไหมกูจะได้ไปฟันดาบต่อ"เซฮุน

"แหม่สัส ฟันกะใครล่ะรีบจังเลย ลู่หานอ่ะดิ"ชานยอลประชดพร้อมมองบน

"แค่นี้น่ะ"

"เห้ยเดี๋ยวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"ชานยอลรีบยื้อเอาไว้

"อะไรอีก"

"มึงคือ...กูต้องเตรียมพวกดอกไม้อะไรไหมว่ะ"ชานยอลเอ่ยถามด้วยความกังวล

"ถ้าแบคฮยอนชอบก็เตรียมไป"เซฮุนตอบ

"แล้วถ้าเค้าปฏิเสธกูล่ะว่ะ"ชานยอลรีบเอ่ยถามด้วยความกังวล

"ยังไม่ลองมึงจะกลัวอะไร"

"เออ...กูกลัวอะไรว่ะ..."ชานยอลเองก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าเค้ากลัวอะไร หรือบางทีเค้าอาจจะกลัวว่าถ้าหากบอกแบคฮยอนไปแล้ว...

ทุกอย่างอาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้...

"อย่ากลัวในสิ่งที่มึงยังไม่รู้สิว่ะ"เซฮุนพูดให้กำลังใจตามฉบับของตัวเองถึงแม้คำพูดมันอาจจะดูห้วนๆ แต่ก็ทำให้เค้ายิ้มออกมาได้

"เออ ขอบใจมากมึง"ชานยอลบอกก่อนจะกดวางสายไปในที่สุด

ติ้ด

"เฮ้อ โอเค ต้องคุยกันเรื่องนี้แล้วนะแบคฮยอน"




ณ ห้องฝึกวิชาศิลปะป้องกันตัว


"ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกก"

หมับ!!

"หมัดหนักขึ้นเยอะเลยนี่หว่า นีออน"คนรับหมัดพูดขึ้นอีกคนที่ฟังก็สวนเท้ากลับมา

ปัก!!!

"ออกแรงเตะไปดี"

ฟึบ!!!

"ขอบคุณที่ชม"ซูโฮผละขาที่เทารับได้ออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้น เหมือนเป็นสัญญาณว่าจะพักเทาที่เห็นแบบนั้นก็ถอดถุงมือที่เอาไว้ใช้รับหมัดออกมา

"ก้าวหน้าเร็วใช้ได้ เอา!"เทาพูดวางถุงมือแล้วโยนผ้าสีขาวสะอาดให้ซูโฮ

พรึบ

"ขอบใจ"ซูโฮรับผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อก่อนจะเริ่มบทสนทนากับเทา

"แล้วหลังจากนี้นายไปไหนต่อ"ซูโฮเอ่ยถามเทาที่กำลังดื่มน้ำอยู่

"อืม คงกลับห้องแล้วเพราะต่อไปคาบว่าง นายล่ะนีออน"เทาเอ่ยถามกลับ

"มีเรียนเวทย์ต่อ"ซูโฮวางผ้าสีขาวลงแล้วหยิบน้ำขึ้นมากินบ้าง

"ไปกะใคร"

"?"ซูโฮเงยหน้าขึ้นมาทำหน้างง ทำให้เทามองแปลกๆเพราะซูโฮมองเค้ายังกับเค้าทำตัวแปลกไป

"ทำไม มองงั้นทำไม?"เทาถาม

"เปล่า...ก็แค่ไม่คิดว่านายจะถามอะไรแบบนี้ ปกติก็ต้องแบบ...ไปคนเดียวล่ะสิ สมน้ำหน้า อะไรงี้?"ซูโฮตอบพร้อมกับหยักไหล่ทำท่าทางเลื่อนแบบเทาจนน่าหมั่นไส้

"นายนี่นะ เห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย"เทาเท้าเอวแล้วถามซูโฮ

"ก็เห็นเป็นคนกวนๆ ปากกวน หน้ากวน ชอบยั่วโมโห ไม่ค่อยเอางานเอาการ บ้าต่อสู้ตลอดเวลา บ้าบิ่นจะทำอะไรก็ไม่ปรึกษาใครอ่ะดิ"ซูโฮชี้นิ้วร่ายเป็นข้อๆให้เทาฟังจนเทาคิ้วตะหงิกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไปตามข้อเลย

"อะไรของนายนี่นาย...."

"ช้าก่อนสิ! ยังพูดไม่จบ จะบอกว่านายน่ะ!"เทายังพูดไม่ทันจบประโยคซูโฮก็หยุดมันเอาไว้ก่อนจะพูดต่อเล่นเอาซะเทานี่เงิบเลย

"จะพูดต่อว่าความจริงน่ะ นายเองก็มีด้านดีๆ ที่ยอมรับฟังคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น กระตือรื้อร้น เป็นคนสม่ำเสมอ รู้จักตรรกะต่างๆมีความคติดี จริงจังบ้างบางเวลา บางทีก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีเหมือนกัน...แม้ว่าจะปากแข็งไปหน่อยก็เถอะ"ซูโฮพูดแล้วหันหลังให้เทาพร้อมกับก้มหน้าปิดบังหน้าตาของตัวเอง

"แต่ก็เอาเถอะ!! ยังไงนายก็ยังเป็นคนปากแข็ง!!..."ซูโฮพูดแล้วหันหน้าไปทางกลับมาทางเทาแต่กลับชนเข้ากับจมูกของเทาและได้สบตาเข้าซะได้

"ปากแข็ง? เคยลองแล้วรึไงนีออน"เทาบอกพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจ้องเข้าไปในดวงตาที่ดูจะเย่อหยิ่งแต่ความจริงความเย่อหยิ่งนั่นกลับไม่มีอะไรเลยนอกจาก สายตาที่ดูอ่อนไหวสายตาที่ดูบริสุทธิ์

ที่แท้ไอ้นีออนปากแข็งคนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเลย แต่กลับกันความอ่อนโยนมันกลับดูมากกว่าความเย่อหยิ่งด้วยซ้ำไป

"นีออน..."







75%







"อะ...อะไรของนาย แล้วจะเข้ามาใกล้ฉันทำไมเนี่ย!!!"ซูโฮรีบผลีกเทาออกไปทันทีแล้วรีบหลบสายตาของอีกคน

"หึ"

"หึหงอะไรของนาย นี่นายจะกวนประสาทฉันรึไง"ซูโฮหันหน้ามาถาม

"นายน่ะสิกวน ถามว่าไปกะใครยังไม่บอกเลย"ซูโฮคิ้วกระตุกทันทีเมื่อได้ยิน


นี่นายยังจะจำได้อีกเหรอ ไอ้ก็ว่านอกเรื่องไปไกลแล้วนะ


"ก็...ไปคนเดียวไง ไม่ได้นัดใครสักหน่อย"ซูโฮตอบ

"ไม่เหงารึไง"เทาถาม แต่พอได้ยินคำถามนี้จากสายตาของซูโฮที่ดูน่ารักกลับกลายเป็นเศร้าหมองทันที...

"..."

"นีออน???"เทานึกเอะใจที่แววตาของคนตัวขาวเปลี่ยนไป มันกลับดูเศร้าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา

"อยู่คนเดียวจนชินแล้ว...ไม่เห็นจะต้องเหงาอะไรนิ..."

"หมายความว่าไง??"

"!! บ้า!! ถามอะไรของนาย ไปเล่า!!"ซูโฮสะดุ้งตกใจก่อนจะเดินจ้ำออกไปจากโรงฝึกต่อสู้ทันที ทิ้งให้ร่างสูงยืนงงอยู่อย่างงั้น

"อะไรของเค้า? คนเค้าอุตส่าห์ถามดีๆ"เทาสถบกับตัวเองก่อนจะคอยมองร่างขาวๆที่กำลังเดินออกไปจนสุดสายตา

อยู่คนเดียวจนชิน? ปกติเห็นอยู่กับดีโอไม่ใช่รึไงเห็นหวงกันซะจนจะกลายเป็นปาท่องโก๋อยู่แล้ว แต่การคนที่คนคนหนึ่งจะปิดกั้นหัวใจของตัวเองแบบนี้...

"หรือนายกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่...ซูโฮ"เทาทิ้งคำพูดนั้นเป็นคำพูดสุดท้ายพร้อมกับการลับตาไปของซูโฮที่ได้เดินออกจากห้องโถงไปแล้ว





ณ ลานหินอ่อนติดกับทะเลสาบ

ส่วนใหญ่ถ้าหากเหล่านักเรียนของโรงเรียนพิเศษแห่งนี้มีคาบว่างก็มีบางกลุ่มที่ไปเรียนวิชาที่อยากเรียนบ้าง ถ้าหากเป็นพวกเด็กเรียนหน่อยก็จะไปหาหนังสืออ่านที่ห้องสมุด แต่ก็มีบางพวกที่จะใช้เวลาไปพักผ่อนที่บ้านพักของตัวเองเหมือนอย่างไค หรือไม่ก็มานั่งชมป่าเขาชมทะเลสาบแบบพวกเค้า

"เฮ้อนั่นแหละเฉิน ทั้งเลย์ทั้งแบคฮยอนก็เจอสัตว์วิเศษกันแล้วเหลือแต่ฉันกับลู่หานนั่นแหละที่ยังไม่เจออะไรเลย"ซิ่วหมิ่นบ่นให้เฉินฟัง

"ใครว่าแค่พวกนายสองคนล่ะ พวกฉันก็ยังไม่เจอสักหน่อย"เฉินบอก

"เอาที่เป็นเด็กใหม่สิเฉิน"ซิ่วหมิ่นบอกพร้อมกับนั่งเทาคางบนโจ๊ะหินอ่อน

"ถ้าหากเป็นใหม่แล้วนายรู้เหรอว่าดีโอกับซูโฮเจอแล้วน่ะ สองคนนี้ก็เด็กใหม่พร้อมนายไม่ใช่เหรอ"เฉินเอ่ยถึงเพื่อนอีกสองคน

"ก็เพราะว่าไม่รู้นี่แหละก็เลยไม่อยากจะพูด นายไม่เห็นเหรอว่าช่วงแรกๆน่ะซูโฮหยิ่งใส่พวกฉันจะตาย"ซิ่วหมิ่นบอก

"ช่วงแรก?? แล้วตอนนี้ล่ะ"เฉินถาม

"ช่วงนี้ก็
...ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่อ่ะ ก็เห็นมีแต่แบคฮยอนอ่ะที่เหมือนจะคุยกับดีโอบ้าง"ซิ่วหมิ่นนึกไปถึงเหตุการณ์ตอนแข่งทำรายงานมหาโหดที่ตัวเองเห็นแบคฮยอนคุยกับดีโอ

"จะว่าไปตอนไปเรียนนายก็ไม่ค่อยเจอซูโฮอยู่แล้วนี่นะ"เฉินตอบ

"จำได้ด้วยเหรอ??? แต่ก็นั่นสินะ ทุกครั้งที่พวกลู่หานเรียนไม่ตรงกับฉันนั่นก็ดันเป็นคาบว่างของนายทุกที"ซิ่วหมิ่นพูดพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างขี้เล่น

"ฮะๆ ฉันก็เลยได้เรียนตามนายแทบทุกคาบ เบื่อไหม??"

"เบื่อไรอ่ะ? หน้านายอ่ะเหรอ ไม่เบื่อหรอกกกกกกออกจะดีใจด้วยซ้ำที่นายไปเรียนเป็นเพื่อนอ่ะ"ซิ่วหมิ่นตอบพร้อมกับรอยยิ้มฉบับซาลาเปาแห้ง

"ไม่เบื่อหน้าฉันจริงเหรอ ทั้งๆที่ทั้งตอนไปเรียนก็ไปกับฉัน ไปกินข้าวก็ไปกับฉันคาบว่างนายยังไปเรียนเป็นเพื่อนฉันเลย"เฉินบอกกิจวัตรประจำวันที่พวกเค้าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋

"จริงอ่ะ? นี่ฉันไปกับนายแทบจะทุกทีเลยเหรอ5555"ซิ่วหมิ่นบอกพร้อมกับขำออกมา

"5555 ก็จริงน่ะสิถ้านอนด้วยด้วยก็อยู่ด้วยกันแทบจะ24ชั่วโมงแล้ว"เฉินบอกพร้อมกับยิ้มออกมาตอบรอยยิ้มของซิ่วหมิ่น

"โอ้โห้ นี่เราสนิทกันมากขนาดนี้แล้วอ่อเนี่ยแปปเดียวเองเนอะ"ซิ่วหมิ่นทักขึ้นเมื่อนึกเรื่องราวที่ผ่านๆมา ว่าเค้าสนิทกับเฉินได้รวดเร็วมากจริงๆ

"คงเพราะนายกับฉันคุยถูกคอล่ะมั้ง คู่เราไม่ได้เหมือนคู่อื่น"เฉินบอกตามความคิดในมุมมองของตัวเอง

"นั่นน่ะสิ อย่างคู่ลู่หานกะเซฮุนนี่ตอนแรกยังแอบกลัวแทนอ่ะตึงใส่กันซะ"ซิ่วหมิ่นขำออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงภาพที่ลู่หานกับเซฮุนตึงใส่กันวันแรก

"เป็นห่วงแต่ก็ขำนะนายเนี่ย"

"ก็มันขำจริงนะ แต่สุดท้ายตอนนี้สองคนนั้นก็เหมือนแฟนกันเข้าไปทุกทีอ่ะ"ซิ่วหมิ่นพูดจากที่สังเกตได้ แต่พอได้ยินประโยคนี้ก็ทำให้เฉินหุบยิ้มไปทันที

"ซิ่วหมิ่น"

"หื้ม???"ซิ่วหมิ่นมองอย่างสงสัยในสิ่งที่เฉินจะบอก เพราะว่าสีหน้าของอีกคนเปลี่ยนไปแบบคนละอารมณ์กับเมื่อกี้เลย

"แล้วนาย...จะให้คำตอบฉันตอนนั้นได้รึยัง"เฉินถามในเรื่องที่ยังคงค้างคาใจเค้าอยู่

"คำตอบ เรื่องอะไรเหรอ?"ซิ่วหมิ่นถามกลับอย่างงงๆ

"ฉันเคยถามนาย ว่าถ้าหากตอนกีฬาสีนายอยู่คนละสีกับฉันนายจะทำยังไง"เฉินถามคำถามนี้ซ้ำอีกครั้ง

"อ้อ"ซิ่วหมิ่นอุทานออกมา นั่นสินะตั้งตอนนั้นเค้าก็ยังไม่ให้คำตอบเฉินเลยนินา

"ว่าไงซิ่วหมิ่น"

"ก็คง...จะแข่งอย่างสุดความสามารถ"ซิ่วหมิ่นตอบออกไป ทำให้เฉินกระตุกคิ้วเล็กน้อย

"สุดความสามารถงั้นเหรอ"

"อืม เพราะนายคือคนที่คอยสอนฉันอยู่ตลอด คอยแนะนำทุกๆอย่างตั้งแต่ที่ฉันมาที่นี่เหมือนกับเป็นทั้งเพื่อนที่สนิทกันและก็ครูคนหนึ่งของฉัน"ซิ่วหมิ่นพูดก่อนจะยิ้มออกมา

":)"เฉิน

"เพราะฉะนั้นถ้าหากในเมื่อนายอยู่สีเขียว แล้วฉันอยู่สีม่วงถ้าหากเราเจอกันล่ะก็ ฉันก็จะตั้งใจแข่งให้ถึงที่สุดเลยล่ะ"ซิ่วหมิ่นบอกด้วยความรู้สึกที่ไปทางด้านบวก

เค้าอยากเจอเฉินในสนาม และก็อยากให้มันสนุกด้วย

"นายพูดแล้วนะถ้าหากว่าเราเจอกันนายคงทำให้ฉันสนุกได้"เฉินเริ่มรู้สึกดีความตึงเครียดเมื่อกี้หายไปแล้ว

"อื้อ รับรองนายไม่ต้องอ้อมมือหรอกนะ เพราะฉันอยากแข่งกับนาย"ซิ่วหมิ่นบอก

"ได้ รับรองว่านายไม่ผิดหวังเหมือนกัน"เฉินตอบก่อนที่ซิ่วหมิ่นจะยื่นมือขึ้นมา

"อะไรเหรอ??"เฉินถาม

"แท้กทีมไง ที่ญี่ปุ่นไม่เคยทำอ่อ??"ซิ่วหมิ่นเอ่ยถามพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย

"หึ เปล่าหรอก"เฉินตอบก่อนจะยื่นมือไปแท้กทีมตอบ

แปะ!

"เย่ โอเคว่าแต่ฉันเมื่อเช้านายดูพยากรณ์อากาศไหมอ่ะ??"ซิ่วหมิ่นถามว่าเฉินได้ดูพยากรณ์อากาศในS.P.Dรึเปล่า

"อืม วันนี้เหมือนฝนจะตกช่วงนี่แหละ ยังไงบ่ายนี้ถ้านายไม่มีเรียนแล้วก็กลับบ้านเถอะ"เฉินบอกก่อนจะบอกให้ซิ่วหมิ่นลุกขึ้น

"อืม แต่นายไม่ต้องส่งฉันนะ นายรีบกลับบ้านเถอะฉันจะใช้S.P.Dวาร์ปเลย"ซิ่วหมิ่นบอกก่อนจะหยิบS.P.Dขึ้นมา

"ก็ได้ งั้นก็อย่าลืมล็อกประตูดีๆล่ะ"เฉินบอก

"อืม แล้วเจอกันนะเฉิน"ซิ่วหมิ่นตอบก่อนจะกดวาร์ปหายไปพร้อมกัน




ณ ห้องเรียนเวทย์ 15.36 น.


"ดังนั้น การอัดพลังลงไปในอาวุธก็คล้ายๆกับการจะคงสภาพพลังของตัวเองเอาไว้เหมือนกับสิ่งที่อ.กำลังจะสอนต่อไปนี้ก็คือ การเอาพลังมาหุ้มตัวเองเอวไว้เป็นเกราะ ถ้าหากใครเป็นสายแพ่พุ่งหรือสายเสริมพลังก็ดีไป...."อ.อนยูตั้งใจสอนนักเรียนตามปกตินักเรียนแถวหน้าก็ตั้งใจฟังกันเป็นอย่างดีและก็เป็นเรื่องที่แปลกมากที่ ไค นักเรียนตัวแสบที่ชอบแอบหลับตอนเรียนกลับนั่งหน้าสุดและตั้งใจเรียนมาก

แต่ก็นะมีแรงกระตุ้นอย่างดีโออยู่ข้างไหนจะมีซูโฮคอยจับตามองอยู่อีก แบบนี้เค้าก็ต้องตั้งใจเรียนสิพิสูจน์ให้คนอื่นๆเห็น ว่าเค้าน่ะมีดีมากพอที่จะดูแลคนตัวเล็กที่อยู่ในใจเค้าได้

"แหม่ วันนี้ไคตั้งใจเรียนเป็นพิเศษเลยนะ น่าจะอัดคลิปเก็บไว้จริงๆ"

"55555555555555555555555555555555555555"นักเรียนหลายๆคนในห้องขำออกมาเพราะคำพูดของอ.อนยูที่แซวไค

"โห่ อ.อ่ะแซวผมทำไมเนี่ย"ไคถาม

"ทำไม อ.เป็นคนให้คะแนนนะ ทำไมจะแซวไม่ได้"อ.เอามือเท้าโต๊ะทันทีพร้อมกับเอ่ยถามอย่างผู้มีชัย

"อ่า คร้าบๆ เรียนต่อกันเนอะๆๆๆๆ"ไคตอบ

"เออๆ เอาหล่ะนอกเรื่องผ่อนคลายกันไปแล้วก็มาต่อกันดีกว่า การจะดึงพลังออกมาน่ะจะต้อง....."

":)"มีคนๆหนึ่งที่ยิ้มออกมากับการกระทำของไคทำให้สิ่งที่อ.อนยูสอนต่อไปนี้ไม่ได้เข้าหัวไปเลยแม้แต่น้อย

'ดีแล้วนะไค สู้ๆนะ'

ดีโอคิดในใจพร้อมกับลอบยิ้มก่อนจะจดช็อตโน้ตของตัวเองต่อไป โดยที่ทุกสิ่งอย่างนี้อยู่ในสายตาของซูโฮที่มาโดยไม่ได้บอกใครให้ดีโอตกใจเล่นๆ

"คยองซู"ซูโฮเอ่ยทักดีโอ

"หื้ม?? อะไรเหรอซูโฮ"ดีโอหันมาตอบซูโฮอย่างสงสัยเพราะปกติซุโฮจะไม่ชอบคุยตอนเวลาเรียน

"เมื่อกี้นายยิ้มอะไรเหรอ"ซูโฮเอ่ยถาม

"อ้อ...เปล่าหรอกไม่มีอะไร เรียนต่อเถอะ"ดีโฮชะงักไปสักพักก่อนจะตอบออกไปและเรียนต่อ

'เฮ้อ โกหกไม่เคยเนียนเลยนะคยองซู'ซูโฮคิดในใจก่อนจะหันกลับมาเรียนต่อเช่นกัน แต่ก็แยกประสาทให้หูฟังมือเขียนได้ และแยกให้สมองกำลังคิดเรื่องบางเรื่องอยู่

ดีโอโกหกเค้าและใช่เค้ารู้ เค้ารู้ว่าที่ดีโอยิ้มน่ะมันเพราะอะไรเค้าดูออกทั้งหมดว่าดีโอกำลังยิ้มให้ไคที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองและตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก

หรือว่าบางที...

ซูโฮลอบมองทั้งสองคนข้างๆที่กำลังตั้งใจเรียน

'หรือว่าบางที เราเองก็น่าจะลองเปิดโอกาสดีไหมนะ ให้เป็นเรื่องของหัวใจของคยองซูกับไค...ที่เค้าไม่ควรเข้าไปยุ่ง'



ณ ห้องพักของอ.รยออุค

"เอาหล่ะ กองนี้ก็หมดแล้วล่ะ ขอบใจมากนะเลย์"อ.รยออุคบอกขอบคุณเลย์ที่มาช่วยเค้าเคลียเอกสารหรือก็คือพวกรายงานต่างๆที่เค้าต้องส่งให้ผ.อ.นั่นแหละ

"ไม่เป็นหรอกครับ ยังไงนี่ก็คาบว่างอยู่แล้ว"เลย์บอกก่อนจะยื่นเอกสารกองเกือบสุดท้ายให้กับอ.รยออุค

"ความจริงถ้าหากว่าดีโอว่างฉันก็คงให้เค้ามาช่วยด้วยอีกคน นายจะได้แบ่งๆกันทำ"อ.รยออุคบอกทำให้เลย์ล่ะจากเอกสารแล้วเงยหน้าขึ้นมาทันที

"อ.สนิทกับดีโอเหรอครับ?"เลย์เอ่ยถาม

"ก็...เรียกว่าสนิทก็ได้นะ"อ.รยออุคบอก

"เหรอครับ"เลย์บอกก่อนจะดูเอกสารที่รยออุคให้ช่วยต่อไป

"ทำไมล่ะ นายสนิทกับดีโอเหรอ??"อ.รยออุคถามเพราะเพิ่งมาใหม่ได้ไม่นานนักจริงไม่ค่อยรู้เรื่องของนักเรียนเยอะสักเท่าไหร่

"ก็แค่อยู่กลุ่มเดียวกันน่ะครับ เพราะเป็นเด็กใหม่เหมือนกันแต่ผมกับดีโอก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่หรอกครับ"เลย์บอก

"งั้นเหรอ อืมมมมนั้นสินะเพราะเพื่อนของดีโอฉันเองก็เห็นอยู่แค่สองสามคนเท่านั่นแหละ ก็เช่น ซูโฮ เทา แล้วก็...ไคมั้งนะ"อ.รยออุคทำหน้าครุ่นคิด ฝ่ายเลย์ที่ฟังอยู่ก็ต้องตกใจ

"ไคเหรอครับ??"เลย์เอ่ยถาม ไคเป็นคู่แบคฮยอนไม่ใช่เหรอ

"อืม ก็นักเรียนที่ผิวคล้ำก็มีไม่กี่คนนี่นะไคนั่นแหละ"อ้อคงเพราะไคสนิทกับเทาสินะก็เลยได้มาด้วยกัน ถึงว่าล่ะทำไมแบคฮยอนตัวติดกับชานยอลจัง

"เอาหล่ะเสร็จแล้ว ขอบใจมากนะเลย์"อ.รยออุครับเอกสารกองสุดท้ายก่อนจะบอกขอบคุณเลย์

"ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"เลย์พูดก่อนโค้งให้แล้วหันตัวก่อนจะหันกลับหลังเดินไปที่ประตู


ติ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


"!?"เลย์สะดุ้งก่อนจะมองดูที่S.P.Dของตัวเองที่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

ติ้ด

"!!"

"ฮัลโหลว่าไงทงเฮ"พอเลย์หันไปก็เห็นอ.รยออุครับสายก็เลยสบายใจก่อนจะเดินออกไป

"ห้ะ??? นักเรียนที่ชื่อคริสอ่ะนะ???"

"!!"เลย์หันหลังกลับทันทีเมื่อได้ยิน แต่เดี๋ยวนะทำไมเราต้องไปสนใจด้วยล่ะเรื่องของคนใจร้ายแบบนั้น ไปดีกว่า

"อาการหนักมากเลยเหรอ แค่เป็นเป็นไข้ทำไมหนักขนาดนั้น???"แต่เท้าเล็กกลับไม่ยอมขยับและหูขาวๆก็กลับรับฟังเรื่องราวที่อ.ด้านหลังเอ่ยออกมาทั้งหมด

"อืมๆ เข้าใจแล้วฉันจะรีบพาเลย์ไปนะ"

ติ้ด

อ.รยออุคที่เห็นว่าเลย์ยังไม่ออกจากห้องบอกขึ้นก่อนจะกดวางสายไป พร้อมด้วยที่เลย์ค่อยๆหันกลับมา

"อ.ฮะ...."เลย์เอ่ยออกมาเบาๆ

"ได้ยินหมดแล้วสินะ งั้นก็รีบไปกันเถอะคริสคู่ของนายน่ะ ดูจะอาการหนักน่าดู"



ณ บ้านพิเศษหลังที่00


คนตัวเล็กสองคนเก็บS.P.Dที่ใช้วาร์ปมาก่อนที่คนเป็นศิษย์จะเดินตามอ.ตัวเล็กคนนี้เข้าไปในบ้าน

เอี้ยดดดดด

พอเข้ามาในบ้านแล้วทั้งสองคนก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนที่มีอ.สองคนกำลังเฝ้าอยู่ทันที

ก็อกๆ

เอี้ยดดดดด

พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นอ.สองคนกำลังเฝ้าอยู่ที่ข้างเตียงสองฝั่ง โดยเป็นขวาเป็นมินโฮส่วนฝั่งซ้ายเป็นอ.ทงเฮ

"สวัสดีครับอ.มินโฮ นักเรียนเป็นไงบ้างครับ??"อ.มินโฮรับโค้งตอบเรียวอุคกับเลย์ก่อนตอบคำถาม

"ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ เป็นไข้สูงแล้วก็เหมือนจะเสียพลังไปมากเห็นว่านายอยู่กับนักเรียนที่มีพลังรักษาพอดีก็เลยให้ทงเฮโทรไป"อ.มินโฮอธิบายทำให้สายตาของผู้มาใหม่สองคนมองไปยังนักเรียนตัวสูงที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง

'นายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงคริส ทำไมคนอย่างนาย...ถึงปล่อยตัวเองเป็นแบบนี้'

"เอาหล่ะไหนๆ เลย์ที่มีพลังรักษาแล้วก็เป็นทั้งคู่ด้วยมาแล้วงั้นก็เรียกยูนิคอร์นของนายออกมาช่วยเจ้าคริสมันเถอะ"มินโฮเอ่ยขึ้นทำให้เลย์เบิกตาโตหันไปมองทันที

"อ.รู้ได้ยังไงครับ???"เลย์ถาม

"คนที่เจอสัตว์พิเศษของตัวเองแล้วน่ะจะมีการผูกวิญญาณรวมกันมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเลยเลย์ที่จะดูว่าใครผูกแล้วบ้าง"อ.ทงเฮพูดแทรกขึ้น

"ก็ตามนั่นแหละ เอาเป็นว่าพวกครูจะกลับไปพักแล้ว ถ้าหากคริสมันดีขึ้นก็ฝากส่งมาบอกในS.P.Dแล้วกันนะ"มินโฮพูดก่อนจะหยิบS.P.Dขึ้นมาแล้ววาร์ปหายไปทันที

"งั้นพวกครูก็ขอตัวก่อนนะ ช่วยดูแลคริสด้วยล่ะเลย์"อ.รยออุคบอกก่อนจะเดินไปจับไหล่ทงเฮแล้วหายไปทันที

พรึบ!!!

ตอนนี้ภายในห้องเงียบกริบจนเหลือเพียงสองคนคือคนป่วยตัวสูงกับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเตียงเท่านั้น

"ชิง...ออกมาฉันที"ทันทีที่เลย์พูดก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นรอบตัวทันทีเหมือนกับว่ามีอะไรสักอย่างที่น่าอัศจรรย์และบริสุทธิ์ เมื่อเลย์ลืมตาขึ้นอีกครั้งก็ทำให้พบกับยูนิคอร์นสีขาวสง่างามปรากฏกายขึ้นตรงหน้าอย่างงดงามสีขาวบริศุกธิ์ของยูนิคอร์นตัวนี้ก็สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้ทุกครั้งและความรู้สึกนี้ก็ด้วยอบอุ่นทุกครั้งที่ได้พบเห็น

'ว่าไงอี้ชิง เกิดอะไรขึ้น'ยูนิคอร์นหนุ่มเอ่ยถาม

"ชิงคือว่า...อยากให้ช่วยดูคนๆนี้ให้หน่อยอ่ะ"เลย์บอกก่อนชี้ไปทางด้านหลังยูนิคอร์นจึงเดินมาอยู่ข้างๆเลย์เพื่อให้มองเห็นได้ถนัด

'คนๆนี้? คนที่อยู่กับนายตอนที่เราเจอกันครั้งแรกสินะ'

"อื้อ"เลย์เอ่ยตอบ

'ไม่ต้องห่วงหรอกอี้ชิง อาการไม่ถึงกับตายฉันจะช่วยเอง'ยูนิคอร์นโค้งลงแล้วคุยกับเลย์ทางจิตก่อนจะหันกลับไปและจู่ๆก็มีแสงสว่างจากเขายูนิคอร์นฉายไปที่ตัวของคนป่วยที่นอนอยู่ทันที

แสงสีขาวค่อยๆเข้าครอบคลุมร่างของคนป่วยจนคลุมได้หมดแล้วร่างกายที่ซีดลงของคริสก็ค่อยๆกลับมาเป็นสีผิวตอนปกติอย่างเห็นได้ชัด เลย์เองก็มองอย่างเป็นกังวลชิงยูนิคอร์นคู่ใจเองก็สามารถรับรู้ได้ด้วยสัญญาวิญญาณ

'ไม่ต้องห่วงนะอี้ชิง ความรู้สึกทั้งหมดของนายฉันจะส่งออกไปให้เอง'ยูนิคอร์นได้แต่คิดในใจไม่อาจให้เลย์รู้เพราะแววตาที่เศร้าของอีกคนได้สื่ออกมาทั้งหมดแล้วก่อนจะรักษาอีกคนต่อไป ชิงไม่เพียงแค่รักษาอาการป่วยตอนนี้เท่านั้นแต่ชิงก็ช่วยซ่อมแซมร่างกายของคริสที่ไม่สมบูรณ์บางจุดให้อีกด้วย และมใช้เวลาไม่นานนักแสงสีขาวที่ปกคลุมร่างกายของคนป่วยอยู่ก็ดับลง

'เรียบร้อยแล้วอี้ชิง อีกสักพักก็คงฟื้นไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะหมอนี่ก็ต้องให้พลังของตัวเองดูแลร่างกายด้วย'

"อื้อ ขอบคุณนะชิงที่ออกมาช่วย"เลย์ตอบ

'ไม่เป็นไรหรอกเลิกลำบากใจได้แล้ว ถ้าหากการที่นายต้องฝืนมองหน้าคนที่นายมองแล้วเศร้าก็ไม่ต้องฝืนหรอก'

"ชิงรู้เหรอ??"เลย์รีบหันมาถามด้วยความงงทันที

'ฉันรู้ได้ เพราะสัญญาวิญญาณที่เราผูกกันด้วยความบริสุทธิ์ของหัวใจ'ยูนิคอร์น ชิง ตอบ

"งั้นเหรอ...งั้นก็ขอบคุณนะที่ปลอบ"

'อืม งั้นฉันไปก่อนดีกว่า ถ้าหากไอ้หมอนี่ตื่นมาคงได้ถามยกใหญ่แน่ๆ'ชิงพูดก่อนจะหายตัวกลับไปทันที

"...นั้นสินะ...ไม่ได้คุยกันมานานแบบนี้ต้องทำตัวไม่ถูกแน่ๆ"เลย์พูดกับตัวเองพร้อมกับทอดมองอีกฝ่ายอย่างกังวลถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายปลอดภัยแล้วก็ตาม

"จริงสิ ต้องบอกพวกอ.ด้วย"เลย์หยิบS.P.Dขึ้นมาก่อนจะก้มหน้าก้มตาไล่หาชื่อของอ.ที่เค้าจะบอก

"เอ...จะว่าไปต้องรอให้คริสฟื้นขึ้นมาก่อนไหมนะถึงจะบอกได้"เลย์ยังคงก้มหน้าคิดต่อไปว่าจะทำยังไงดีพร้อมกับลอบมองคนป่วยที่ยังคงหลับอยู่

"คงต้องรอนายตื่นก่อนสินะ คริส"





ณ ทะเลทางใต้

ย้อนความหลังกันสักหน่อยหลายๆคนก็คงจะจำได้ว่าแบคฮยอนได้เจอกับนกยักษ์ที่สวยงามเหมือนกับนกฟีนิกซ์เป็นสัตว์ประจำตัวที่นี่ และก็ทำให้ชานยอลต้องพลาดในการสารภาพรักครั้งนั้นไปแต่รอบนี้ชานยอลลงทุนไปสั่งดอกไม้จากพวกเด็กเก่าที่ทำเป็นในราคาที่แพงสุดๆเพื่อที่จะเอามาสารภาพกับแบคฮยอน เค้าสั่งกุหลาบแดงสัญลักษ์แห่งความรักมาให้กับแบคฮยอนในวันนี้และก็หวังว่าแบคฮยอนจะตอบรับความรู้สึกของเค้า

"เอาหล่ะแบคฮยอนฉันจะต้องบอกนายสักทีล่ะนะ"ชานยอลบอกก่อนจะเดินถือช่อดอกไม้แล้วเดินเข้าไปหาแบคฮยอนที่รออยู่โดยที่เค้าอ้างว่ามาหยิบของก่อนจะซ่อนช่อดอกไม้ไว้ด้านหลัง

"อ้าวชานยอล ไหนล่ะของที่ไปเอาอ่ะ"แบคฮยอนเอ่ยถามพร้อมกับหันมาให้ตรงกับชานยอล

"คือ
...แบคฮยอน"

"หืม???"แบคฮยอนเอียงคออย่างสงสัย

"ฉันมีอะไรจะบอกนาย"ชานยอลบอก

"เรื่องอะไรเหรอ???"แบคฮยอนถามอีกครั้งด้วยสีหน้าที่รู้สึกแปลกไปในหัวใจเล็กน้อย

"ความจริง...ฉันอยากจะบอกนายตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็กลัวที่จะบอกนาย"ชานยอลเกริ่นๆ

"จะ...จะกลัวทำไมล่ะชานยอล บอกมาเถอะ"แบคฮยอนเองก็เริ่มตื่นเต้นไปกับสิ่งที่ชานยอลจะบอก

"คือ...คือฉัน..."

เอาว่ะ!!! เป็นไงเป็นกัน!!!

"????"แบคฮยอนเองก็ลุ้นไปตามชานยอล ก่อนที่ชานยอลจะรวบรวมคำพูดไปสำเร็จก่อนจะเอาดอกไม้ที่ซ่อนเอาไว้ข้างหลังออกมาทำให้แบคฮยอนอึ้งไปเลย

"ชานยอล????"แบคฮยอนเอ่ย ก่อนจะล่ะสายตาจากดอกไม้ไปมองที่หน้าของชานยอลที่กำลังจริงจังและรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้น

"ฉันชอบนายแบคฮยอน จะว่าไหมถ้าหากว่า...ฉันจะขอให้นายรับดอกไม้ช่อนี้ที่ฉันตั้งใจจะให้นาย"ชานยอลบอกออกมา ทำให้แบคฮยอนอึ้งไปก่อนที่ชานยอลจะคุกเข่าลงและยื่นดอกไม้ให้แบคฮยอน แบคฮยอนเองก็มีท่าทีที่อึ้งๆไปต่อไม่ถูกที่จู่ๆชานยอลก็มาพูดแบบนี้กับเค้า

"ฉันชอบนายจริงๆนะแบคฮยอน"

"ชานยอล..."

"ฉันชอบนายตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ตอนนั้นฉันอาจจะยังไม่รู้ตัวแต่คาามรู้สึกที่ฉันรู้สึกกับนาย มันชัดเจนขึ้นทุกวัน"

"..."

"ฉันกังวลทุกครั้งที่นายไม่ยอมพูดกับฉัน ฉันไม่อยากให้นายโกรธฉันเลยกลัวว่านายจะไม่คุยกับฉัน"

"..."

"ความจริง...ฉันก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันที่จะบอกนาย แหะๆ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องคิดมากขนาดนี้ เพราะความจริง แหะๆ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันบอกรักใคร"

"..."

"แต่ฉันให้คำตอบกับตัวเองได้แล้วนะว่าทำไม"

"..."

"เพราะฉันกลัวแบคฮยอน กลัวว่าถ้าหากบอกนายไปแล้ว...นายจะไม่คิดแบบนั้นแล้วเราจะไม่ได้คุยกันอีกเลย..."ชานยอลบอกออกพร้อมกับน้ำเสียงที่อ่อนลงไป

"ชานยอล..."

"แต่ฉัน...ฉันคิดว่า การบอกให้นายรับรู้เอาไว้ คงดีกว่าปล่อยให้มันกลายเป็นความลับ"ชานยอลบอก

"..."

"ถ้าหากนายไม่คิดแบบเดียวกันกับฉัน...ฉันจะยอมรับการตัดสินใจของนาย"ชานยอลบอก

"..."

"แต่ถ้าหากว่านายคิดเหมือนกัน..."

"..."

"ฉันก็อยากบอกกับนายว่า..."

"..."

"เป็นแฟนกับฉันนะ แบคฮยอน"ชานยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มกำลังดีน่าฟัง แบคฮยอนเองที่ได้ฟังก็แอบอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัวที่เห็นถึงความน่ารักของชานยอล ที่มุ่งมั่นตั้งใจบอกเค้าทุกคำขนาดนี้ ก่อนจะค่อยๆยื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้ที่อีกฝ่ายยื่นให้

!!!!

พรึบ!!!!!! ฟิ้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

"!!!"ชานยอล

"อึก แสงอะไรอ่ะ????!"พอแบคฮยอนรับดอกไม้มาจู่ๆก็มีแสงสว่างสีส้มออกแดงเหมือนกับสีของไฟออกมาจากตัวชานยอลแบคฮยนอถึงกับต้องก้าวถอยหลังแล้วเอามือปิดตาเพราะแสงนี้สว่างมากและร้อนด้วย เหมือนกับว่า...ไฟมันกำลังปะทุขึ้นมาอย่างงั้นแหละ

"อึก!! แบคฮยอน"ชานยอลเรียกเอ่ยชื่อของอีกคนทันทีเมื่อแสงสว่างสว่างซะจนมองอะไรไม่เห็นอยู่พักใหญ่ แต่พอแบคฮยอนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ต้องเบิกตาโตเมื่อได้เห็นนกในตำนานที่อยู่ด้านหลังชานยอลที่มีขนาดใหญ่มหึมายิ่งกว่าแอลลี่ของเค้าซ้ำตัวของมันยังมีแต่ไฟมันค่อยๆกางปีกออกอย่างสง่างามอยู่ด้านหลังชานยอลที่กำลังหันมองสบตากับนกฟีนิกซ์สีเพลิงตัวนี้

"นี่นะเหรอ นกฟีนิกซ์ผง่าเพลิง"











-------------------------------------------------------------------------------------
Talking with writer

กลับมาแล้วค่าาาาาา ขอโทษน้าที่มาช้าแล้วก็ผิดคำพูดตอนนี้ไรท์ปิดเทอมอยู่ไรท์จะเปิดเทอมในวันที่24พฤษภานี้นะคะ และไรท์ก็ต้องการฝึกความรับชอบให้ตัวเองเพราะฉะนั้นไรท์จะกลับมาอัพทุกวันเสาร์เหมือนเดิมแล้วนะคะหรือไม่หถ้าหากแต่งเสร็จก่อนก็จะอัพให้ก่อนน้า รีดเดอร์ทุกคนอย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปนะคะเรื่องนี้ไรท์จะอัพให้จบแน่ๆ แต่ไรท์ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะยาวไปจนถึงกี่ตอนแต่ที่แน่ๆคือไรท์มีตอนภาคพิเศษที่จะเป็นสเปเชี่ยลแน่นอนค่ะ ตอนนี้ไรท์คิดว่าไรท์จะแต่งให้ทุกคนได้เพิ่มพลังให้มากพอก่อนจะเปิดวาร์นะคะ

สุดท้ายฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ



B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #68 DS_KK_ (@DS_KK_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 13:30
    สนุกมากเลย มาต่ออีกน้าาา
    #68
    1
    • #68-1 N.P.J789 (@229668942) (จากตอนที่ 27)
      11 พฤษภาคม 2561 / 22:13
      ขอบคุณมากนะคะ ที่ติดตาม
      #68-1
  2. #67 Th_tao,suho (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:53
    นีออน...นีออนอาาารายยยยยยมันค้างงงงงเราก้คิดไปไกลลลล
    #67
    1
    • #67-1 N.P.J789 (@229668942) (จากตอนที่ 27)
      4 พฤษภาคม 2561 / 17:05
      อิอิ อย่าคิดไกลสิคะ5555
      #67-1
  3. #66 DS_KK_ (@DS_KK_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 15:54
    รอๆๆๆ อัพเดียวนี้อยากอ่านอีกกกกกก
    #66
    1
    • #66-1 N.P.J789 (@229668942) (จากตอนที่ 27)
      4 พฤษภาคม 2561 / 17:04
      จัดไปค่ะ5555
      #66-1
  4. #63 DS_KK_ (@DS_KK_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 11:49
    บอกรักเเบคเลยยยย
    #63
    1
    • #63-1 N.P.J789 (@229668942) (จากตอนที่ 27)
      1 พฤษภาคม 2561 / 13:36
      บอกเลยเนอะ
      #63-1
  5. #62 งุงิ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:35
    <p>เเย่~~มาอัพเเล้ว</p>
    #62
    1
    • #62-1 N.P.J789 (@229668942) (จากตอนที่ 27)
      9 เมษายน 2561 / 18:23
      ขอโทษนะคะที่อัพช้า แล้วก็ขอบคุณมากที่ยังติดตามเรานะคะ
      #62-1