คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF:NEVER BTS #KOOKV Ft.Yoonmin Namjin

โดย Blackside789

แทฮยอง:ต้องทำยังไง ถึงจะเลิกรักเค้าซักที จองกุก:ต้องทำยังไง ให้ได้เธอคืนมา จีมิน:ต้องทำยังไง ให้เค้ารักเราเสียที ยุนกิ:อยากจะคว้าดาวลงมาแต่ก็ไม่เคยกล้า

ยอดวิวรวม

192

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


192

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 พ.ย. 61 / 21:28 น.
นิยาย SF:NEVER BTS #KOOKV Ft.Yoonmin Namjin SF:NEVER BTS #KOOKV Ft.Yoonmin Namjin | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีรีเดอร์ทุกคนค่าา




เรื่องนี้คือ.....

KOOKVค่าาาาา แน่นวลนี่คือเรือที่ไรท์เลือกจะลงทันทีเมื่อเห็นนะคะ เพราะมันดีมากค่ะทุกคน 555
ยังไงก็ตามเราก็พึ่งเป็นArmyได้ไม่นาน ก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ ยังก็ตามไม่ให้เสียเวลา เลื่อนลงไปได้เลยค่ะ


ปล.**คำเตือน:
SF.เรื่องเป็น ชาย X  ชายนะคะ
ใครรับไม่ได้ก็เชิญกดออกไปก่อนได้เลยค่ะ


จอน จองกุก
ประธานบริษัท JKT. Group



คิม แทฮยอง
AE จากบริษัทเอเจนซี่


พัค จีมิน
ลูกชายเจ้าของบริษัท ชินวา Group



มิน ยุนกิ
เลขาของประธานจอนจองกุก แห่ง JKT. Group



คิม นัมจุน
ประธานบริษัทเอเจนซี่


คิม ซอกจิน
เลขาคิม นัมจุน ประธานบริษัทเอเจนซี่


จอง โฮซอก(เจโฮป)
ผู้กำกับแห่งบริษัทเอเจนซี่









Let's get it!!!

b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 พ.ย. 61 / 21:28




NEVER

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kookv


คุณเคยรักใครสักคนและคาดหวังว่าจะมีเค้าไปตลอดชีวิตไหม?

แน่นอนทุกคนต้องเคยฝันอยากมีความรักที่เหมือนดั่งรักแท้ของเจ้าชายกับเจ้าหญิงที่เหมือนกับปฎิหารย์

.

.

.

แต่โลกใบนี้...

.

.

.

.

ไม่ได้มีความรักที่งดงามเหมือนในนิทานเสมอไป...




ยามเช้าที่ห้องทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ที่มีAEอันดับหนึ่งตัวท๊อปของบริษัทที่เอเจนซี่ใหญ่ที่สุดในประเทศนั่งอยู่ภายในห้องทำงานที่เรียบหรูยามเช้าตามปกติเหมือนอย่างทุกๆวันที่เค้ามาทำงาน

ก็อกๆ

"เข้ามา"เสียงเรียบเอ่ยอนุญาติประตูของห้องนี้จึงเปิดออกให้พนักงานของบริษัทนี้เข้ามาแจ้งข้อมูล

"คุณแทฮยองครับ คุณนัมจุนมาเรียกให้ไปพบที่ห้องครับ"พนักงานที่เข้ามาใหม่บอกกับคนที่กำลังนั่งพิงเก้าอี้มองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะค่อยๆหันมาช้าๆสบตากับพนักงานใหม่

"อืม เข้าใจแล้ว"เจ้าของชื่อ คิม แทฮยองเอ่ยตอบพนักงานที่ทราบดังนั้นก็โค้งให้กับAEคนเก่งวัย24ปีก่อนจะเดินออกจากห้องไปและเสียงปิดประตูได้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่คนในห้องจะยื่นมือบางๆไปเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบโทรศัพท์เอาติดตัวไปก่อนจะเดินไปที่ห้องประชุมที่ีเจ้านายหรือก็คือประธานบริษัทนี้รออยู่ทันที

ขาเรียวบางย่างออกจากห้องของตัวเองก้าวไปยังห้องที่ชั้น3ซึ่งเป็นห้องของประธานบริษัท โดยระหว่างทางมีพนักงานมากมายมาสวัสดีทำความเคารพกับคิม แทฮยองที่ได้รับการยอมรับในความสามารถจากพนักงานทุกคนแม้จะอายุยังน้อยก็ตาม

พนักงานทั้งชายหญิงต่างก็ทำความเคารพและอึ้งทึ้งไปในความสวยหล่อของแทฮยองที่สะกดทุกสายตาเพียงเดินผ่าน สำหรับผู้หญิงแทฮยองก็นับว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมากแต่สำหรับผู้ชายแทฮยองก็นับว่าเป็นผู้ชายที่สวยมากเช่นเดียวกัน

ร่างโปร่งบางในชุดสูทรสีดำสง่ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ก่อนจะเริ่มเคาะและขออนุญาติทันที

"ขออนุญาตินะครับ"แทฮยองพูดพร้อมกับเปิดประตูเข้ามาเจอกับเจ้านายและพนักงานเลขาที่ไปตามเค้าที่ห้องเมื่อกี้

"อืม มานั่งสิคุณแทฮยอง"ประธานที่นั่งอยู่ที่โต๊ะบอกขึ้น แทฮยองก็เอาตัวเองเข้ามาแล้วปิดประตูลงแล้วเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าประธานใส่แว่นที่ดูสมาร์ทคนนี้ทันทีและเอ่ยถามถึงจุดประสงค์

"คุณนัมจุน เรียกผมมามีอะไรเหรอครับ"แทฮยองเอ่ยถาม คนตรงหน้าขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบคำถาม

"คุณแทฮยอง คุณก็คงรู้แล้วว่าผมกำลังจะตกลงเรื่องโฆษณากับลูกค้าคนใหม่ของเรา"นัมจุนเข้าประเด็นทันที

"ครับ"แทฮยองเอ่ยตอบ

"ลูกค้าคนนี้มาตรฐานสูงมากและเป็นเรื่องดีที่เค้าเลือกที่จะไว้ใจให้บริษัทของเราทำโฆษณาให้กับเค้า"นัมจุนเอ่ยต่อ

"แล้วที่คุณเรียกผมมา?"แทฮยองเอ่ยบอกก่อนจะกระตุกคิ้วเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าสิ่งที่เค้าคิดมันถูกหรือเปล่า

"อย่างที่คุณคิดนั้นแหละคุณแทฮยอง งานนี้เสี่ยงมากผมต้องส่งคนที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด และคุณคือAEที่เก่งที่สุดของเรา"นัมจุนชี้แจ้ง

"ถ้าอย่างงั้น งานนี้คุณก็คงตั้งใจให้ผมรับเคสนี้สินะ"แทฮยองอ่านออกอย่างเฉียบขาด นัมจุนที่ได้ยินอย่างงั้นก็พยักหน้าให้ แทฮยองจึงกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

"ถ้าในเมื่อคุณเข้าใจแล้วผมจะชี้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับโฆษณาที่ลูกค้าคนนี้ต้องการล่ะนะ จิน"นัมจุนบอกแทฮยองก่อนจะหันไปสั่งเลขาที่ยืนอยู่ด้านหลัง

"ครับ"เลขาจินที่ได้ยินคำสั่งแล้วก็เดินไปยื่นแฟ้มที่อยู่ในมือให้กับแทฮยอง แทฮยองก็รับเอาไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณกับจินแล้วจากนั่นเลขาจินจึงกลับไปยืนอยู่ที่เดิม

"คุณลองเอาไปอ่านดูแล้วไปเสนอไอเดียให้กับผมภายในวันพรุ่งนี้"นัมจุนสั่ง แทฮยองเองก็เปิดเอกสารอ่านแบบผ่านๆตาก่อนเงยหน้าขึ้นมา

"ใครคือเจ้าของรีสอร์ทนี้เหรอครับ?"แทฮยองเอ่ยถาม นัมจุนจึงขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกไปเพราะเค้าไม่ได้แปลกใจที่แทฮยองจะถาม

"คุณจะได้พบเค้าในวันพรุ่งนี้"นัมจุนบอก แทฮยองจึงแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้นัมจุนแล้วเดินออกจากไปเพื่อกลับไปทำงานที่ห้องของตัวเอง แม้จะยังคงข้องใจอยู่ก็ตาม


ปึก!


"ไม่บอกคุณแทฮยองจะดีเหรอครับ??"พอแทฮยองออกไปแล้วจินก็เอ่ยถามประธานคิมนัมจุน พอได้ยินจึงหันไปตอบ

"เค้าขอเอาไว้ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่จะยอมทำสัญญากับเรา"นัมจุนพูดก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาจิบ คนเป็นเลขาพอได้คำตอบก็เคลียไปหนึ่งจุดความสงสัย แต่...แล้วทำไมต้องเจาะจงว่าเป็นคุณแทฮยอง

ฝ่ายAEคนเก่ง คิมแทฮยอง พอกลับมาถึงที่ห้องทำงานก็เริ่มเปิดอ่านแฟ้มที่ได้รับมาจากเลขาจินของท่านประธานทันที ภายในตัวแฟ้มนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากมีเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับรีสอร์ทที่กำลังจะเปิดที่เชียงใหม่ภายในแฟ้มไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นของเครือบริษัทอะไรหรือใครเป็นเจ้าของ

"รีสอร์ทใหญ่ไม่ใช่เล่นแบบนี้ เจ้าของก็คงต้องเป็นป๋าที่มีเงินทุนมากพอดู ปึก!"แทฮยองพูดพร้อมกับปิดแฟ้มแล้ววางลงเป็นโต๊ะก่อนจะนั่งไขว้ข้างแล้วยกมือแตะที่หน้าของตัวเองโดยที่สองนิ้วด้านล่างลูบริมฝีปากบางแดงออกชมพูของตัวเองไปด้วย

"ชื่อ JK. N.Resort JK?? ชื่อคนหรือไง"แทฮยองเอะใจกับชื่อของตัวรีสอร์ทและตัดสินใจลุกขึ้นมองออกไปที่หน้าต่างชมวิวของท้องถนนและภูเขาที่อยู่ด้านหลังของตึกฝั่งตรงข้าม ด้วยสีหน้าที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างซึ่งไม่ค่อยมีใครอ่านความคิดของเค้าออกเท่าไหร่นัก

"นักธรุกิจที่ไม่ยอมบอกชื่อของตัวเองให้กับคนที่ร่วมงานกัน...แล้วไม่บอกเพื่ออะไร"แทฮยองตั้งคำถามพลางมองออกไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามที่สูงประมาณ30ชั้นได้


     คนแบบนั้น เค้าเป็นใครกันนะ




ตกเย็น  18.06 น.

ภายในห้องทำงานสีดำสนิทไร้สีขาวก็พบเห็นเงาของผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่กำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่างมองเห็นแสงของเมืองกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืนที่สวยงามไกลออกไปจากตัวเมืองก็มีภูเขา และได้เห็นตึกตรงข้ามที่อยู่ด้านล่าง ตึกตรงข้ามตึกนี้ดีไซน์ไปคนละแบบกับตึกของเค้าที่ทำสูงถึง30ชั้นตึกนั้นทำเพียงสามชั้นแต่ชั้นหนึ่งของตึกนั้นมีพื้นกว้างไม่ได้ต้องใช้พื้นที่เยอะมากแบบตึกของเค้า

ก็อกๆ

เอี้ยดดด

ร่างสูงหันไปมองทางประตูที่กำลังเปิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาติประธานอย่างเค้าด้วยใบหน้าที่แสนเย็นชาและเรียบนิ่ง ก็พบกับคนตัวเล็กที่เป็นผู้เข้ามาเยือนคนใหม่ภายในห้องสีดำสนิทของเค้า

"คุณจองกุก"เสียงเล็กๆของผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาภายในห้อง

"มีอะไร"เจ้าของชื่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาก่อนจะหันกลับไปมองวิวดั่งเดิม คนถูกถามจึงเดินเข้ามาภายในห้องและหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะของคนที่อยู่ในห้องก่อนแล้วซึ่งกำลังขั้นระหว่างสองคน

"คือ...คุณป้าโทรมาหาผม ให้ผมกลับพร้อมกับคุณจองกุกฮะ"เสียงเล็กน่ารักที่สมกับร่างกายเล็กๆเอ่ยบอกร่างสูงที่กำลังมองวิวอยู่

"เหอะ แม่งั้นเหรอ"ร่างสูงเอ่ยออกมาก่อนจะหันกลับมามองร่างเล็กๆตรงหน้าของชายหนุ่มที่มีนามว่า ปาร์ค จีมิน

"ฮะ คุณป้าโทรมาหาผมเมื่อบ่ายนี้เองว่าให้ผมมาหาคุณจองกุกแล้วไปทานข้าวที่บ้านด้วยกัน"จีมินเอ่ยบอกพร้อมกับกุมมือไว้ด้านหน้าเหมือนกับกำลังกังวลอะไรอยู่

"หึ งั้นคุณก็กลับไปก่อนเถอะ วันนี้ผมไม่กลับบ้าน"จองกุกเอ่ยบอกก่อนจะดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงแล้วหยิบเอกสารที่คาอยู่มานั่งอ่านต่อ จีมินพอได้ยินก็สลดไปในทันทีและได้แต่คิดอยู่ในหัวว่าจะทำยังไงดีแต่สายตาก็ยังคงมองอยู่ที่จองกุกจนอีกคนรู้ตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมามอง

"ผมไม่กลับ ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ?"จองกุกบอกย้ำอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เริ่มรำคาญ

"เอ่อ...รู้เรื่องฮะ แต่..."จีมินยังลังเลกับคำพูดของแม่ของจองกุกที่โทรมาหาเมื่อบ่ายว่าควรจะทำยังไงดีจองกุกที่มองอยู่นิ่งๆมองออกทั้งหมดว่าจีมินกำลังคิดอะไรอยู่ มือหนาจึงไปกดกริ่งที่เอาไว้เรียกคนที่นั่งประจำอยู่หน้าห้องของเค้า

"ยุนกิ"จองกุกพูดสั่งในสาย

'ครับ คุณจองกุก'

"พาคุณจีมินไปส่งที่บ้าน"จองกุกเอ่ยสั่งกับเลขาหน้าห้อง

'ครับ คุณจองกุก'

ติ้ด

คนตัวเล็กข้างหน้ายืนงงทันทีที่ได้ยินคำสั่งนั้นทั้งหมดและลังเลในใจ

"คุณจองกุก จะให้เลขาคุณไปส่งผมเหรอ?"จีมินเอ่ยถามอย่างร้อนร้น คนที่ถูกถามตวัดตาขึ้นมามองอย่างเย็นชา

"ผมไม่ว่างไปส่งคุณหรอกนะ ปาร์คจีมิน"จองกุกเอ่ยตอบอย่างเย็นชาฝ่ายจีมินที่ได้ยินก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปกลายเป็นเริ่มวิตกกังวลมากกว่า

ก็อกๆ

"เข้ามา"

"ขออนุญาติครับ คุณจองกุก"มิน ยุนกิเลขาของจองกุกเข้ามาตามคำสั่งของจองกุกพร้อมกับเดินไปหาจีมิน จีมินก็หันมามองหน้ามินยุนกิที่ใส่แว่นปกปิดใบหน้าไปเล็กน้อย

"พาคุณจีมินไปส่งให้ถึงบ้าน ถ้าแม่ฉันถามก็บอกไปว่าฉันไม่ว่าง"จองกุกเอ่ยบอกกับเลาขาหน้าขาวตัวสูงทั้งๆที่สายตายังอยู่ที่เอกสาร

"ครับ เชิญทางนี้ครับคุณจีมิน"ยุนกิรับคำสั่งก่อนจะเดินนำจีมินออกไปจีมินที่มองไปยังจองกุกเล็กน้อยก่อนจะต้องตัดสินใจเดินตามยุนกิไปอย่างไม่มีทางเลือก จนเหลือเพียงร่างสูงในห้องที่ยังคงนั่งทำงานอยู่อย่างงั้นก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารบ้างอย่างขึ้นมาดู

"AE  คิมแทฮยอง แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับ"


ณ คอนโดStigma ห้อง 709

ภายในห้องคอนโดระดับเกรดAแห่งนี้ราคาผ่อนตกปีละหลายแสนเลยทีเดียวคนที่จะเข้ามาอยู่ที่คอนโดนี้ได้รับรองเลยว่าต้องรวยในระดับหนึ่งเลยทีเดียวและมันก็เป็นสถานที่พักอาศัยของAEคนเก่งอีกด้วย

ห้องนี้กว้างมากมีทั้งโซนห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัวและห้องนอนพร้อมและหรูดีระดับพรีเมี่ยมและมีส่วนหนึ่งในห้องนอนที่มันค่อนข้างกว้างและโล่ง ก็นะ แทฮยองไม่ค่อยเอาอะไรมาไว้ในห้องนอนอยู่แล้วจึงเลือกจะกั้นส่วนหนึ่งเป็นส่วนเอาไว้ทำงานและแทฮยองก็ยังอยู่ในชุดสูทรสีดำเสื้อข้างในสีขาวต่างหูอันใหญ่ก็ยังไม่ได้ถอดออกเรียกได้ว่าอยู่สภาพเดิมเหมือนตอนทำงานทุกอย่างและดวงตาคู่สวยก็กำลังจดจ่อกับโน้ตบุ๊ตข้างหน้าที่มีข้อมูลของที่เกี่ยวข้องกับตัวรีสอร์ทและกำลังค้นหาเกี่ยวกับคำว่า JK

"ไม่ค่อยออกสื่องั้นเหรอ มีแค่นามแฝงว่าJKยังไม่เคยออกสื่อที่ไหนแบบนี้มันแปลกๆแหะ"แทฮยองพูดกับตัวเอง เค้ากำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าคนใหม่ที่เค้าได้มอบหมายให้ดูแล และการที่รู้เรื่องของเค้าก็เพื่อให้รับมือได้ถูกต้อง

แต่นี่เล่นไม่ทิ้งประวัติอะไรเอาไว้เลย อีกอย่างถ้าหากให้ใครสืบให้ตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วด้วย การที่เจ้าของนามแฝงJKทำแบบนี้ก็แปลว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าถึงได้ขนาดออกงานยังให้เลขามาออกแทนถึงแม้จะเหลือรูปของประธานบริษัทคนเก่าเอาไว้ให้บ้าง แต่ก็ใช้นามแฝงกันทั้งบ้านแบบนี้ก็หายากอยู่ดี แต่ว่าประธานบริษัทคนเก่าไร้ด้วยนามแฝง JY.คนนี้


เค้ารู้สึกเหมือนเคยเจอที่ไหนแหะ??


"เฮ้อ งั้นพรุ่งนี้สงสัยต้องพบลูกค้าแบบไม่มีข้อมูลเหมือนครั้งแรกแล้วมั้งแทฮยองเอ้ย"ร่างบางสถบกับตัวเองก่อนจะพับหน้าจอโน้ตบุ๊คลงแล้วลุกขึ้นไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำพอเสร็จแล้วก็มาปิดไฟนอนทันที

แทฮยองอาจจะทำงานหนักก็จริงแต่เค้าไม่ชอบทำงานตอนกลางคืนเท่าไหร่นักเพราะมันเสียสายตาส่วนใหญ่แทฮยองจะทำงานให้เสร็จไปเลยตอนกลางวันหรือไม่ถ้าต้องทำจริงๆเค้าก็ไม่เคยทำเกินสามทุ่มนี่คือข้อตกลงของเค้ากับประธานนัมจุน เพราะAEแต่ละคนจะต้องผลัดกันมีเวลาให้บริษัทตามเวลาเพราะเราก็รับลูกค้าต่างชาติและบางคนก็ต้องบินไปต่างประเทศแต่ละคนจึงต้องมีข้อตกลงเรื่องเวลากับประธานว่าจะมีเวลาให้ตอนไหนได้บ้างอย่างของแทฮยองที่เป็นAEมือหนึ่งของบริษัทเองก็เคยต้องให้เวลาทั้งวันทั้งคืนกับบริษัทกว่าจะได้เป็นหัวทีมในการทำโฆษณาที่เลือกเวลาเองได้ก็ต้องพยายามหนักอยู่เหมือนกัน

"เฮ้อ สู้ๆหน่าแทฮยอง ฝันดีนะ"แทฮยองบอกกับตัวเองก่อนจะจ่มลงสู่หวงนิทราไป


เช้าวันต่อมาที่บริษัทโฆษณาเอเจนซี่

ร่างโปร่งบางขับรถพอร์ชสีขาวของตัวเองเข้ามาจอดรถหน้าตึกตามปกติก่อนจะให้กุญแจกับยามหน้าตึกเอาไปเก็บ เป็นอย่างงี้ทุกวันทุกคนในบริษัทรู้จักแทฮยองและเห็นหน้าเค้าบ่อยมากกว่าประธานอย่างคิมนัมจุนซะอีก แทฮยองอยู่ในชุดสูทรสีดำเหมือนเดิมเดินเข้ามาในบริษัทและได้รบการทักทายเหมือนอย่างเดิมซึ่งเจ้าตัวเองก็ทักทายตอบ แทฮยองไม่ใช่พวกที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเค้ายึดคติที่ว่าควรมีสัมมาคารวะเพราะเค้าเองก็อายุยังน้อยกว่าบางคนในบริษัทที่เป็นพนักงานระดับต่ำกว่าเค้าเสียด้วยซ้ำ

"สวัสดีค่ะ คุณแทฮยองจะรับกาแฟเลยไหมคะ?"แม่บ้านที่ดูมีอายุเอ่ยถามเมื่อแทฮยองเดินผ่านห้องครัวที่อยู่ชั้นสองซึ่งเป็นทางผ่านไปห้องของเค้าอยู่แล้ว

"สวัสดีครับ ผมเอาเหมือนเดิมฝากเอาไปให้ผมที่ห้องด้วยนะครับ"แทฮยองหยุดและบอกพอแม่บ้านพยักหน้าก็เดินตรงไปยังห้องของตัวเองทันที

เอี้ยดดดด

ปึก

พอเข้ามาในห้องแทฮยองก็จัดการเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อที่จะพรีเซ้นให้กับลูกค้ารายใหม่ที่ประธานเน้นนักหนาว่ามาตรฐานสูงมาก แทฮยองจึงเริ่มเช็คไฟล์ตัวอย่างโฆษณาที่เค้านั่งทำอยู่เมื่อวานอีกครั้งก่อนจะเริ่มอ่านข้อมูลให้เข้าใจความจริงเค้าก็อ่านตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะนะแต่ว่าคนอย่างคิมแทฮยองน่ะถ้าหากว่าพลาดแล้วจะต้องทำให้ดีกว่าเดิมหรือทำให้ดีที่สุด ประสบการณ์ที่เค้าได้รับในการทำงานตลอดสองปีมันช่วยผลัดให้เค้ามาถึงจุดนี้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

"เก้าโมงแล้วเหรอ พรีเซ้นสิบโมงถ้างั้นอ่านต่ออีกหน่อยก็ดี"แทฮยองพูดก่อนจะเริ่มอ่านอีกครั้งแต่ถึงแม้ว่าเค้าจะอ่านสักสามรอบเวลาก็เหลืออยู่ดีจึงตัดสินใจหาข้อมูลเกี่ยวกับนามแฝงJKอีกครั้ง

"หื้ม?"แทฮยองอุทานออกมาเล็กน้อยเมื่อเค้าเจอข้อมูลที่เมื่อคืนหาไม่เจอในแวดวงของข่าวธรุกิจ

'ในขณะนี้ เครือข่ายJK Groupที่มีทั้งบริษัทอุตสหกรรม โรงแรม ห้างและรีสอร์ทกำลังเข้าลังคลอบคลุมวงการการโรงแรมและรีสอร์ทในภาคเหนือของประเทศไทยโดยประธานบริษัทมาแรงนามแฝงJK.ที่ยังไม่ออกสื่อ'

"หึ ขนาดนี้เชียวอยากรู้จริงๆว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่"แทฮยองพูดก่อนจะมองดูเวลาอีกครั้งก็พบว่าเป็นเวลาเก้าโมงสี่สิบแล้วจึงตัดสินใจถือแฟ้มและดึงแฟรชไดร์ฟก่อนออกจากห้องตรงไปยังห้องประชุมชั้นสามทันที

เอี้ยดดดดด

"อ้าว คุณแทฮยองเชิญทางนี้เลยครับ พวกผมเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้แล้ว"เมื่อแทฮยองเข้ามาในห้องเลขาของประธานอย่างจินก็เอ่ยบอกแทฮยองก็ยิ้มตอบก่อนจะกวาดสายตามองภายในห้องที่มีพนักงานนอกจากจินอีกสองคนที่มาช่วยเตรียมห้องประชุมและบนโต๊ะก็มีเครื่องดื่มและเอกสารเหมือนอย่างของเค้าที่ได้ส่งให้เลขาจินถ่ายเอกสารเอาไว้เพื่อใช้ในการประชุมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

"ขอบคุณมากครับคุณจิน แล้วลูกค้าที่เรานัดไว้จะมากี่โมงเหรอครับ?"แทฮยองเอ่ยถาม

"อ้อ อีกเดี๋ยวสัก10นาทีก็คงมาแล้วล่ะครับ ท่านประธานบอกว่าเค้าตรงต่อเวลามาก"จินบอกพร้อมกับมองที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง

"โอเคครับขอบคุณครับ"แทฮยองพูดก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งซ้ายแน่นอนว่าที่ตัวโต๊ะต้องเป็นประธานส่วนฝั่งขวาจะเป็นลูกค้าให้นั่งใกล้ๆกัน และใช้เวลาสักพักประธานและเหล่าพนักงานภายในทีมของแทฮยองที่เรียกได้ว่าเป็นทีมอันดับหนึ่งของบริษัทก็เข้ามากันครบ ซึ่งในทีมก็จะมีตั้งแต่ สไตล์ลิส ช่างภาพ คนจัดหานักแสดงคนจัดหาสถานที่คนที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆสองสามคนซึ่งทั้งนี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทของแทฮยองที่ทำงานมาด้วยกันรวมถึงผู้กำกับคนนี้ที่กำลังเดินมานั่งข้างเค้าด้วย

"ไงมึง เมื่อวานเห็นทำงานอยู่เย็นเหรอว่ะ แปะ!"แทฮยองไฮไฟว้กับเพื่อนที่เอ่ยทักก่อนจะตอบไป

"อืม โอโห้ เดี๋ยวนี้ผู้กำกับ โฮซอก หล่อขึ้นนะครับ"แทฮยองเอ่ยบอกกับเพื่อนที่กำลังทักทายประธานนัมจุนแล้วนั่งลงข้างเค้า

"ก็นะ เพิ่งจบโปรเจ็คใหญ่ไปก็ดูแลตัวเองว่ะ ไม่เหมือนมึงหรอกดูดีได้ทุกวี่ทุกวันไอ้ห่า"จอง โฮซอกตอบเพื่อนสนิท

"อ่ะแน่นอน ก็กูหล่อ"

"หึ หล่อหรือสวยกันแน่ว่ะห้ะคุณแทฮยองงงงงงงง กูเห็นทั้งผู้ชายผู้หญิงมองมึงตาเป็นมัน"

"อะแฮ่ม!!"ทั้งสองคนหันไปมองต้นเสียงทันทีก็พบว่าท่านประธานกำลังมองพวกเค้าแบบมองแรงอ่ะจ้ะ

"แหะๆ โทษครับประธาน"โฮซอกเอ่ยตอบ

"งานที่ให้ทำมันหนักมากเหรอจองโฮซอก ถึงต้องหาเวลาไปดูแลตัวเองขนาดนั้น"ประธานเอ่ยถาม

"โอ้ยยยย! ไม่เลยครับ! แค่นี้สบายครับ อย่างตอนนี้แค่จบโปรเจ็คใหญ่ไปมีโปรเจ็คใหญ่กว่ามาอีกแล้ว55555"โฮซอกพยายามพูดให้ติดตลกแต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครขำกับเค้าเลยโฮซอกจึงรีบไปกระซิบแทฮยอง

"ไม่ขำอ่อ"โฮซอกกระซิบ

"อืม"แทฮยองตอบสั้นๆโฮซอกจึงหันไปมองท่านประธานที่กำลังมองแรงมาทางพวกเค้าเป็นเชิงนัยๆว่า ถ้าหากมึงบ่นมากกว่านี้กูตัดเงินเดือนมึงแน่!!

เอี้ยดดดดด

และแล้วในเวลา10.00น.ตรงเลขาจินก็ได้พาลูกค้าที่เป็นปริศนามาที่นี่เสียที ทุกสายตาก็ล้วนจับจ้องไปยังผู้มาใหม่ที่มาพร้อมกับเลขาสองคนแต่พอแทฮยองได้เห็นก็ต้องเบิกตาโตทันที เมื่อได้เห็นผู้ชายร่างสูงรูปร่างดีใส่สูทรสีดำเหมือนเค้าพร้อมด้วยใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้าสรรค์สร้างนั่นอีกพร้อมกับผมสีดำเงาดูดี งานดีแบบนี้ แต่น่าแปลกที่เค้ากลับรู้สึกสะพรึงกลัว

ไม่จริงหน่า...

"ทุกคน นี่คือลูกค้าคนใหม่ของเรา คุณจอนจองกุกหรือประธานบริษัทเครือข่ายJKที่ใช้นามแฝง"พอประธานแนะนำผู้มาเยือนใหม่แล้วทุกคนก็ยื่นขึ้นทำความเคารพทันทียกเว้นแต่แทฮยองที่หยุดนิ่งจนกระทั่งทุกคนนั่งลงแทฮยองก็ยังคงมองร่างสูงที่นั่งลงตรงเก้าอี้ตรงหน้าเค้า

"สวัสดีครับ คุณคิมแทฮยอง"เสียงเย็นชานั่นเอ่ยบอกกับแทฮยองที่ยังคงนิ่งสบตากับเค้าสบตากับจอนจองกุกคนนี้ หลายคนในห้องประชุมสงสัยถึงการบอกกล่าวของคุณเจเคที่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว ซึ่งกลับทักแทฮยองAEคนสวยเป็นคนแรก

"คุณจองกุกครับ อย่างที่ผมได้บอกคุณแล้ว ทุกคนคือทีมงานที่มีทั้งผู้กำกับและAEที่เก่งที่สุดของผม"นัมจุนเริ่มบทสนทนาก่อนจะเริ่มแนะนำพนักงานภายในทีแต่ละคนว่ามีตำแหน่งไหนบ้างในงานนี้แต่นัมจุนกลับเลือกที่จะบอกชื่อแค่สองคนสุดท้ายเท่านั้นเพราะเป็นตัวหลักสำคัญในการทำงาน

"นี่ผู้กำกับจอง โฮซอก และหัวหน้าทีมนี้AEมือหนึ่งของเรา คิม แทฮยองครับ"นัมจุนเอ่ยแนะนำแทฮยองเป็นคนสุดท้ายจองกุกที่ได้ยินดังนั้นแล้วก็กระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือออกไปตรงหน้าแทฮยอง

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณแทฮยอง"จองกุกเอ่ยบอกแทฮยองเองที่ตีหน้านิ่งในตอนนี้ก็ส่งมือบางๆออกไปตอบรับเช่นกัน

หมับ

"ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"แทฮยองเอ่ยตอบไปก่อนจะต้องนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายจับมือเค้าแน่นมากกว่าปกติด้วยใบหน้าที่อ่านไม่ออก เหมือนจะดีใจก็ไม่เชิงแต่จะเย็นชาเลยก็ไม่ใช่

"เอาหล่ะครับ ถ้าอย่างงั้นมาเริ่มกันเลย"นัมจุมเริ่มการประชุมเมื่อประธานเกริ่นขึ้นมาก่อนแล้ว ก็ตามด้วยAEอย่างแทฮยองก็ยืนขึ้นแล้วพรีเซ็นท์งานไปตามปกติของตัวเอง สะกดสายตาทุกคนในห้องประชุมให้จดจ่อกับงานรวมถึงลูกค้าคนใหม่ที่มองเค้าไม่วางตาอีกด้วยแม้จะพรีเซ็นท์เสร็จแล้ว

"ครับ ตัวโฆษณาที่ทางเราจัดนำเสนอในวันนี้มีเท่านี้ครับ"แทฮยองพูดจบสรุปและแน่นอนคนในประชุมต่างซุบซิบเห็นด้วยเป็นอย่างมากซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับแทฮยองเพราะทุกครั้งที่เค้านำเสนองานผู้คนในห้องประชุมก็มีกิริยาแบบนี้อยู่แล้วเพราะฉะนั้นสิ่งที่เค้าต้องโฟกัสก็มีแค่ประธานกับลูกค้าเท่านั้น

ซึ่งลูกค้าคนนี้ ไม่ธรรมดาซะด้วย

"หึ ว่าไงครับคุณจองกุก ถูกใจไหมครับ"ประธานนัมจุนหันไปเอ่ยถามลูกค้าจองกุก แต่จองกุกกลับไม่ได้มองนัมจุนเลยสายตาคู่คมมองแต่คนที่ยืนพรีเซ็นท์งานอยู่เท่านั้น

"ครับ ผมพอใจมาก"จองกุกเอ่ยบอกแต่สายตายังคงหยุดอยู่ที่แทฮยองแต่พอได้ยินคำตอบดังนั้นนัมจุนก็พอใจเป็นอย่างมากและเตรียมตัวจะพูดเรื่องสัญญาแต่

"แต่ผมคิดว่า ถ้าหากคุณแทฮยองได้เห็นตัวสถานที่จริงที่เชียงใหม่..."นัมจุนลอบมองที่แทฮยองที่กำลังเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินที่จองกุกพูด

"คุณแทฮยองคงมีไอเดียอะไรใหม่ๆ ที่เอาเข้าไปเสริมในโฆษณาของผมได้ถูกไหมครับ?"จองกุกหันไปบอกนัมจุน นัมจุนก็มองแทฮยองสลับกับจองกุก

"ก็...เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ที่จะมีไอเดียใหม่ๆที่ดีขึ้นให้ทำตัวโฆษณาไปได้อีกสักสองสามตัวนะครับ ฮะๆ"กลายเป็นว่านัมจุนเห็นดีด้วยที่จองกุกพูดเหมือนกับว่าต้องการโฆษณามากกว่าหนึ่งตัว

"หึ ครับถ้าอย่างงั้นคุณนัมจุนก็คงจะไม่ว่าอะไรนะครับ"นัมจุนคิ้วกระตุกทันทีที่ได้ยินจองกุกพูดแปลกๆ

"เรื่องอะไรเหรอครับ?"นัมจุนเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ จองกุกจึงขยับตัวเล็กน้อยและตวัดตากลับมามองแทฮยองที่เดินกลับมานั่งเดิมและสบตากับดวงตาคู่คม

"ผมต้องการให้คุณแทฮยองไปดูงานกับผมที่เชียงใหม่มะรืนนี้"จองกุกพูดออกมาหน้าตาเฉยทำให้แทฮยองมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปรวมถึงนัมจุนที่ตกใจเป็นอย่างมาก

"เรื่องสัญญาตามที่เราตกลงกันไว้ ไม่ลืมนะครับคุณนัมจุนว่าผมสามารถพาคนของคุณไปตามสถานที่เพื่อเก็บข้อมูลเพื่อการโปรโมทได้"จองกุกพูดถึงเงื่อนไขภายในสัญญาที่ระบุเอาไว้แล้วนัมจุนจึงกรอดตามองทั้งสองคนที่มองสบตากันอยู่คนละฝั่ง นัมจุนไม่สามารถอ่านความคิดของทั้งสองคนออกได้เลยว่ากำลังคิดอะไรกันอยู่

"เอ่อ...งั้นก็ตามนั้นครับ ผมจะให้แทฮยองตามไปดูงานกับคุณครับ"นัมจุนเอ่ยพูดออกมาทำให้แทฮยองเกิดความขุ่นมัวในใจแต่ไม่ได้แสดงออกไปกลับกันจองกุกกลับตอบตกลงคุยเรื่องสัญญาและเรื่องอื่นๆกับนัมจุนต่อทันทีในขณะที่ทุกคนกำลังเดินออกจากห้องประชุมรวมถึงAEแทฮยองกับผู้กำกับโฮซอกด้วย

"ยังไงว่ะเนี่ย สรุปคือมึงต้องไปเชียงใหม่แล้วรอสรุปอีกทีใช่ม่ะ?"โฮซอกพอออกจากห้องมาก็ถามเพื่อนสนิทเรื่องงานทันที

"อืม"แทฮยองตอบเสียงนิ่งจนดูแปลกไปในตาก็ดูเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอด

"นี่มึงเป็นไรว่ะแท ดูแปลกๆตั้งแต่พรี..."

"คุณแทฮยอง"โฮซอกยังพูดไม่ทันจบทั้งสองคนก็ต้องหันไปมองทางด้านหลังที่มีผู้ชานคนหนึ่งเดินมารวมทั้งมีเลขาตัวขาวตามมาด้วย แทฮยองก็หันตวัดตามามองตอบก็พบเจ้าของต้นเสียงที่เค้าคาดเอาไว้ในหัวอยู่แล้วว่าใคร

เจ้าของขายาวๆสมส่วนก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าAEคนสวยที่มองกลับมานิ่งๆ

"ยุนกิ กลับบริษัทไปก่อน"คนเป็นเจ้านายสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลัง

"ครับ"ยุนกิเลขารับคำก่อนจะเดินออกไปตามคำสั่งและเป็นการกดดันโฮซอกให้เดินออกไปเช่นกัน

"เอ่อ...แทมึง ถ้างั้นกูกลับไปทำงานก่อนนะ จะไปเตรียมหานักแสดงตามที่มึงบอก"โฮซอกพูดก่อนจะเดินออกไปตามสถานการณ์ เชื่อเถอะว่าถ้าเป็นคุณก็ต้องอยากออกไปจากบรรยากาศอันอึมครึมนี้

พอทั้งสองคนที่เป็นคนนอกเดินออกไปแล้วจริงเหลือเพียงประธานที่เป็นลูกค้ากับAEคนสวยที่กำลังจะต้องทำงานร่วมกันเท่านั้น พอคนอื่นออกไปแล้วแววตาของจองกุกก็เบาลงแววตาของผู้ชายที่อบอุ่นก็เริ่มเผยออกมา จองกุกเดินเข้าประชิดแทฮยองให้มากขึ้นในจณะทีอ่ีกฝ่ายกลับเริ่มถอยออกจองกุกจึงตัดสินใจยืนอยู่ที่เดิมก่อนจะเอ่ยออกมา

"ไม่เจอกันนานนะ แทฮยอง"จองกุกเอ่ยออกมาแทฮยองก็สบตาแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป มือหนาของคนตรงข้ามค่อยๆยื่นเข้าไปหวังจะจับมืออีกคนแต่

"!"จองกุกเงยหน้าขึ้นมาสบตาดวงตาที่เรียบนิ่งอีกคน ทำไมน่ะเหรอ ก็คงเดากันได้ไม่ยากหรอกว่าทำไม ก็เพราะว่ามือบางของอีกคนกลับเลื่อนหนีเค้าน่ะสิ

"แท..."จองกุกเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

"คุณจองกุกมีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ?"แทฮยองเอ่ยถามออกมาเสียงนิ่งจนจองกุกตกใจ แต่แทฮยองก็มองอยู่อย่างงั้นไม่ได้มีท่าทางที่แปลกใจหรือยังไง

"แท...แทลืมผมไปแล้วเหรอ"จองกุกเอ่ยถามและตอนนี้ความรู้สึกที่ต้องเก็บเอาไว้ตอนอยู่ที่ห้องประชุมเมื่อกี้ตอนนี้มันกำลังค่อยๆเริ่มล้นออกมา

"ผมคงไม่มีเรื่องที่ต้องจำเกี่ยวกับคุณนอกจากเรื่องงานที่กำลังจะเกิดขึ้นหรอกครับ"แทฮยองตอบไปเสียงนิ่งๆตามสไตล์ของตัวเอง แบบที่ไม่มีใครอ่านออก

"...."จองกุกยืนนิ่งและกำมืออยู่ข้างหลังอยู่ในความสับสนที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป เพราะแทฮยองนิ่งเกินไปเค้าอ่านไม่ออกและไม่รู้ว่าถ้าหากเค้าทำอะไรลงไปมันจะเกิดอะไรขึ้น

"คุณจองกุกมีธุระอะไรกับผมเกี่ยวกับงานรึเปล่าครับ"แทฮยองเอ่ยคำถามเดิมและเน้นย้ำคำให้ชัดเจนมากขึ้น จองกุกที่ได้ยินดังนั้นก็เขยิบเข้ามาให้ใกล้แทฮยองมากขึ้นแทฮยองก็คิดจะถอยดั่งเดิม แต่รอบนี้จองกุกรู้ทันดักเขยิบให้แทฮยองชนกับกำแพงจนกระทั่งจองกุกสามารเข้ามาใกล้ได้

"คุณจะทำอะไรครับ"แทฮยองเอ่ยถามด้วยความกังวลเล็กน้อย

"ไม่ได้จะทำอะไร ผมแค่ไม่อยากให้แทถอยหนีไปอีก"จองกุกพูดออกมาทำให้แทฮยองอึ้งไปเล็กน้อยใบหน้าคมค่อยๆขยับเข้าหาร่างบาง แต่ร่างบางเป็นฝ่ายหลบสายตาออกมาก่อนจะผลักออกอีกคนออกเบาๆแล้วเดินออก

"แท"จองกุกเอ่ยเรียก

"ถ้าหากว่าคุณจองกุกไม่ได้มีธุระอะไรกับผม ผมขอตัวนะครับ"แทฮยองพูดก่อนจะเดินออกไปทันทีแต่จองกุกก็ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยใครไปง่ายๆหรอกนะ

"เดี๋ยวก่อนแท"จองกุกเอื้อมมือไปคว้ามือแทฮยองเอาไว้ให้อีกฝ่ายหยุดนิ่งแทฮยองจึงค่อยๆหันกลับมาพยายามปรับสีหน้าให้เหมือนกับเมื่อกี้แล้วหันมาสบตากับจองกุก

"ปล่อยผมด้วยครับ คุณจองกุก"แทฮยองบอกและพยายามแกะมือออกจากการจับกุมของอีกคนแต่ก็ไม่สำเร็จ กลับกันจองกุกกลับจับให้แน่นขึ้น

"อยากให้ผมปล่อยแทไปอีกรอบเหรอ??"จองกุกพูดขึ้นทำให้แทฮยองมีสีหน้าที่เริ่มเศร้าหมองลงจองกุกก็ใช้โอกาสนั้นเข้าประชิดตัวแทฮยองอีกครั้งก่อนจะใช้มืออีกข้างคว้ามือของอีกคนที่กำลังถือแฟ้มงานอยู่มาจับเอาไว้

"อย่าหนีผมอีกเลยนะ 2ปีที่ผมต้องปล่อยแทไป...แต่หัวใจของผมมันไม่เคยปล่อยแทไปได้เลย"จองกุกเอ่ยพูดด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยนจนมันสะกิดต่อมความจำของแทฮยอง แทฮยองก้มหลบหน้าจองกุกแต่จองกุกกลับเข้าใกล้แทฮยองให้มากขึ้น

"ให้โอกาสให้ผม ได้ดูแลแทอีกครั้งได้ไหม"จองกุกพูดมือๆหนึ่งค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมาหวังจะประคองใบหน้าสวยๆอีกคนแต่

พรึบ

"!?"กลับกลายเป็นว่ามือของแทฮยองเป็นฝ่ายเลื่อนขึ้นมาหยุดมันซะเอง

"พอเถอะครับ คุณจองกุก"แทฮยองตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับอีกฝ่าย

"ถือซะว่า เราไม่เคยคุยกัน หรือรู้จักกันนอกจากเรื่องงานที่เพิ่งได้เจอกันวันนี้ดีกว่านะครับ"แทฮยองพูดด้วยความเย็นชาและปล่อยมือจองกุกออก

"แท อย่าทำแบบนี้"จองกุกไม่ยอมปล่อยแทฮยองไปเค้ารู้จักแทฮยองดี ดีกว่าใครๆ แทฮยองส่ายหน้าไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตากับดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายแล้วพูดว่า

"คนเมื่อสองปีก่อนที่คุณหมายถึง ไม่ใช่ผมหรอกครับ ปล่อยผมแล้วมะรืนนี้ ผมจะไปเชียงใหม่กับคุณตามคำสั่งนะครับ"แทฮยองค่อยๆลดมือจองกุกลงไปอย่างช้าๆแล้วปลดพันธณาการตัวเองจากมืออีกข้างแล้วเว้นระยะห่างระหว่างจองกุกกับตัวเองเอาไว้

"ไม่เลย...แท แทฮยองอย่าพูดแบบนี้"

you make me beginnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnnn

เสียงรินโทนของโทรศัพท์ของคนที่กำลังพูดอยู่ดังขึ้น จองกุกจึงทำหน้าอย่างขัดใจก่อนจะเอาขึ้นมาเพื่อจะกดตัดสายแต่ก็ไม่สามารถทำได้เมื่อเห็นว่าใครโทรมาซึ่งการกระทำนั้นอยู่นสายตาของแทฮยองทั้งหมด

'แม่'

"ฮัลโหลครับ"จองกุกตัดสินใจกดรับ

"..."แทฮยองนิ่งเงียบและกำลังคิดและตัดสินใจ

"ผมไม่ว่างครับ"จองกุกตอบในสาย

"..."

"แม่จะพูดอะไรกับเค้าก็แล้วแต่ แต่ผมไม่มีทางไปแน่นอน"

"..."

ติ้ด

จองกุกกดวางสายไปก่อนเงยหน้าขึ้นมามองแทฮยองที่ยังคงยืนอยู่

"..."แทฮยองยืนนิ่งก่อนจะก้มหน้าลงแล้วค่อยๆจะหันหลังไป

"อย่าทำแบบนี้เลยนะแท"!!! แทฮยองหยุดชะงักเมื่อได้ยิน และอีกฝ่ายก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้

"เพราะตลอดสองปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ แทไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ"จองกุกพูดก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือแทฮยองมาอีกครั้ง รอบนี้แทฮยองหันมามองหน้าจองกุกตรงๆสบตากับคนที่ตัวสูงกว่า เมื่อเห็นว่าแทฮยองเริ่มตอบรับเค้าจองกุกจึงเอื้อมมือไปด้านหลังรั้งตัวแทฮยองเข้ามา

"เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะแท จองกุกรักแทนะ"จองกุกบอก ใบหน้าของทั้งสองคนเริ่มใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆแทฮยองยังคงนิ่งก็จริงแต่จองกุกกำลังเข้าใกล้แทฮยองมากขึ้นด้วยความรู้สึกที่เออล้นออกมา

'เหมือนเดิมงั้น...'

"..."

'ต้องกลับไปเจ็บเหมือนเดิมงั้นเหรอ'

ผลัก!!!

"แท!?"แทฮยองผลักจองกุกออกแล้วเดินหายกลับเข้าไปในห้องทันที จองกุกก็พยายามวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ทันแทฮยองชิงล็อกประตูทันซะก่อน

"แท!! เปิดประตูก่อน แท!!"จองกุกพยายามเรียกแทฮยองซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็คนข้างในเจ้าของชื่อกลับไม่ได้โต้ตอบไปเลยแม้แต่น้อย จนจองกุกเลิกเรียกแล้วเสียงของเค้าก็เงียบไป แทฮยองตัดสินใจทิ้งตัวพิงกับประตูก่อนที่น้ำตาที่พยายามเก็บเอาไว้จะรินไหลออกมาในที่สุด

"ไม่นะแทฮยอง ฮึก นายต้องเข้มแข็ง ฮึก นายจะยอมให้ตัวเองอ่อนแอไม่ได้ ฮึก"แทฮยองได้แต่บอกตัวเองอยู่แบบนั้นบอกให้ตัวเองเข้มแข็งยืนขึ้นมาให้ได้ด้วยตัวเอง มือบางเลื่อนมากอดตัวเองเอาไว้หวังว่าจะอุ่นขึ้น ในตอนนี้แทฮยองรู้สึกหนาวเหลือเกิน ไม่ต่างกับคนที่อยู่ข้างนอกประตูที่ยังไม่ไปไหนแม้จะไม่ได้ยินเสียงของแทฮยองเพราะประตูกั้นไว้ก็ตาม

"เฮ้อ ..."จองกุกถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ท่าทางของเค้าเองก็ได้แต่ต้องยอมเดินออกมาจากประตูที่ขว้างกั้นระหว่างเค้ากับหัวใจของเค้าข้างในแล้วเดินออกไป บางทีการปล่อยคงเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว ในตอนนี้

"แท ตอนนี้อาจจะไม่อยากเจอผม แต่ผมจะไม่มีทางปล่อยแทไปอีกแน่"จองกุกพูดทิ้งท้ายเอาไว้หน้าห้องก่อนจะเดินหายไปจากตึกเอเจนซี่แห่งนี้แต่ในเมื่อเค้ามีโอกาสได้เจอกับแทฮยองแล้ว เค้าไม่มีทางอยู่เฉยให้ทุกอย่างมาพรากพวกเค้าออกจากกันอีกเด็ดขาด

ในขณะเดียวกัน ณ บริษัทสำนักงานใหญ่JK.Group

"เฮ้อให้ตายสิ!! ไอ้ลูกคนนี้นิ! ไม่เชื่อฟังแม่มันบ้างเล้ย!!"หญิงสาววัยกลางคนกำลังบ่นถึงลูกชายของตัวเองที่ไม่ยอมฟังคำสั่งของเธอ คนที่นั่งอยู่ในห้องรับรองของบริษัทสุดหรูนี้อีกคนที่นั่งฟังอยู่ก็ต้องหดหู่ใจตามไปด้วย หญิงสาววัยกลางคนสังเกตเห็นจึงเดินมาจับไหล่ของหนุ่มร่างเล็กน่ารักทันที

"ไม่ต้องห่วงนะลูกหนูจีมิน ยังไงวันนี้เจ้าจองกุกก็ต้องมารับหนูจีมินไปทานข้าวแน่นอน"หญิงวัยกลางคนคนนั้นบอกหนุ่มน้อยน่ารักที่นั่งสลดอยู่

"ถ้าหากคุณจองกุกเค้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะฮะ คุณน้า เดี๋ยวจีิมินกลับเองก็ได้"จีมินตอบคนที่ตอนนี้มีสถานะเป็นน้าของตัวเองหรือว่าที่แม่เขย

"โธ่หนูจีมิน ทำไมเรียกกันห่างเหินแบบนี้ล่ะจ้ะ ทำไมไม่เรียกจองกุกว่าพี่หล่ะลูก แล้วหนูก็เรียกน้าว่าแม่ได้แล้วนะจ้ะ เพราะยังไงครอบครัวของเราทั้งคู่ก็ต้องปรองดองกันอยู่ดี"แม่ของจองกุกบอกจีมินที่นั่งอยู่ให้ยิ้มออกมาแห้งๆเหมือนกับปลอบใจตัวเอง

ก็อกๆ

เอี้ยดดดด

"ขออนุญาติครับ คุณหญิงจอน"ทั้งสองคนหันไปมองที่ประตูซึ่งมีคนที่เป็นเลขาของเจ้าของบริษัทนี้เดินเข้ามาเมื่อเห็น คุณหญิงจอนก็รีบเดินเข้าไปไต่ถามทันที

"นี่มันอะไรกันมินยุนกิ! แล้วคุณจองกุกเจ้านายของเธอไปไหน!?"คุณหญิงจอนถามถึงลูกชายของตัวเองกับเลขาจอมเย็นชาทันที ยุนกิกระพริบตาสองสามทีก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่นั่งรอฟังคำตอบของเค้าอย่างกังวล

"..."ยุนกิไม่ได้โฟกัสที่คุณหญิงจอนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยแต่กลับมองแววตาที่กำลังอยากรู้คำตอบของจีมินด้านหลัง

"?"อะไรน่ะ มองเราทำไม

"ว่าไงมินยุนกิ! ประธานจองกุกไปไหน!"

"คุณจองกุกบอกผมว่าวันนี้จะไม่เข้าออฟฟิศแล้วครับ คุณหญิง"ทันทีที่ยุนกิตอบคนตัวเล็กด้านหลังที่เบิกตาโตขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าคู่หมั่นคู่หมายของตัวเองจะไม่กลับเข้ามา คุณหญิงจอนจึงจิกปากอย่างโมโหก่อนจะเดินไปยืนมองที่หน้าต่าง จีมินก็อยู่ในความวิตกกังวลอย่างและไม่เข้าใจกำมือเสื้อยาวๆของตัวเองแน่นและแววตาที่กังวลนั่นกลับอยู่ในสายตาของยุนกิทั้งหมด

"ให้ตายสิไอ้ลูกชายตัวดี! ทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนเด็กๆไม่มีผิด!"คุณหญิงจอนสถบออกมาก่อนหันไปมองที่ว่าที่ลูกสะใภ้ที่มีสีหน้ากังวลและแววตาร้อนรนจึงเริ่มเดินกลับเข้าไปหาทันที

"ไม่เป็นไรนะลูกจีมินเดี๋ยวแม่จะไปส่งหนูที่บ้านเองนะส่วนเรื่องเจ้าจองกุกแม่จะจัดการเอง ไม่ต้องกังวลนะจ้ะ"มือของหญิงวัยกลางคนวางลงบนใบเล็กๆของหนุ่มน้อยที่เงยหน้าสบตาคุณหญิงจอนก่อนจะพยักหน้าและยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นดังนั้นคุณหญิงจอนก็เดินออกจากห้องทันที ก่อนที่ีจีมินจะค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่หุบลงพร้อมกับก้มหน้าลงไม่มองทางและออกเดินไป

ปึก!!

"!?"ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาเมื่อชนเข้ากับแผงอกแกร่งของคนที่ใส่ชุดสูทรสบตากับคนใส่แว่นหน้าขาวด้านบน ก่อนที่ทั้งสองคนจะถอยออกจากกันตามสัญชาตญาณ

"ขอโทษนะ เอ่อ นาย..."

"เรียกว่าผมว่ายุนกิเถอะครับ อย่างที่คุณจีมินรู้ผมเป็นเลขาของคุณจองกุก"ยุนกิเอ่ยแนะนำตัวเองกับจีมินที่เหมือนจะตัวเองไม่ได้ จีิมินทำหน้าเป็นสัญญาณว่าเค้าใจก่อนจะค่อยลอบมองอีกคนไปมายุนกิก็ตวัดตามองตามร่างเล็กที่คอยลอบมองเค้าแล้วก็ยิ้มออกมา

"แต่ยุนกิขาวจังนะ เหมือนน้ำตาลเลยอ่ะ"จีมินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่ได้สังเกตยุนกิ ทำให้ยุนกิได้แต่นึกยิ้มอยู่ในใจเพียงแต่ไม่สามารถแสดงอาการออกไปได้

"แล้วยุนกิต้องทำงานต่อเหรอ?"จีิมินเอ่ยถามคนตรงหน้าที่เหมือนกับว่ารอส่งเค้าออกไปอยู่

"ครับ คุณจองกุกให้ผมกลับมาจัดเตรียมเรื่องงานมะรืนนี้"ยุนกิตอบจีิมินก็ทำหน้าสงสัยทันทีแต่ก็ลังเลที่จะถามออกไปแววตาของมนุษย์ที่ไม่เคยโกหกกลับบอกหมดทุกอย่างว่าจีมินกำลังคิดอะไร

"คุณจองกุกต้องไปจัดการงานเรื่องงานที่เชียงใหม่ครับ"ยุนกิตอบจีมินตึงพยักหน้าอย่างเข้าใจในทันทีและมีแววตาที่ตกลงเมื่อรู้ว่าอีกคนจะต้องไปทำงานที่อื่นในมะรืนนี้

"แล้วเอ่อ...เค้าจะไปนานแค่ไหนเหรอ"จีิมินเอ่ยถามพร้อมกับกำมือเอาไว้ข้างหน้าจนอีกคนสังเกตเห็นมือเล็กๆที่กุมเอาไว้อย่างกังวล

"ก็คงสักพักครับ จนกว่าเรื่องงานที่เราตกลงไว้จะเรียบร้อย"ยุนกิพูดจีมินก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆก่อนจะมองไปทางอื่น

"เรื่องงานที่เชียงใหม่ เรื่องงานที่ตกลงไว้...ยุนกิให้คำตอบอะไรที่ชัดๆกับเราไม่ได้เนอะ นั้นสินะมันคงเป็นงานของยุนกินิหน่า"จีิมินแสดงแววตาน้อยใจออกมา ยุนกิที่เห็นแบบนั้นก็เดินเข้ามาใกล้ๆกับปาร์คจีมินจนอีกคนต้องเงยหน้าขึ้นมามองแววตาที่เย็นชาและนิ่งที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นขอบดำนั่น

"คุณจีมินมีสิทธิ์จะรู้ครับ แต่มันไม่ใช่จากผม"ยุนกิบอกเสียงนิ่งและนุ่มจีมินก็มองอย่างตกใจที่ยุนกิพูดแบบนี้

"ทำไมล่ะ ทำไมยุนกิบอกเราไม่ได้"จีมินเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจและเข้าประชิดอีกคนทันทีแววตาที่ใสซื่อย์และสงสัยกำลังทอดมองที่ยุนกิ ยุนกิดึงสติของตัวเองและถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวก่อนจะพูดในสิ่งที่ต้องการบอก

"เพราะคุณจีิมินคือคู่หมั่นของคุณจองกุกครับ คุณสมควรที่จะรู้จากคุณจองกุกซะมากกว่า"ยุนกิบอกทำให้จีมินมีแววตาที่เศร้าลงอีกครั้งและหัวเราะอย่าสถบความในใจ ก่อนจะเริ่มมีน้ำตาใสๆอาบทั่วล้นดวงตาของตัวเอง

"คู่หมั่นงั้นเหรอ ยุนกิไม่เห็นเหรอว่าคุณจองกุกไม่เคยไปส่งเราเลย ทุกครั้งที่เรามาที่นี่คุณจองกุกก็ให้ยุนกิไปส่งเรา เหตุผลก็เหมือนเดิมว่าคือไม่ว่าง...แถมเค้ายัง...อึก ไม่เคยเห็นว่าเราเป็นคนที่เค้าต้องแต่งงานด้วยสักนิด"น้ำตาใสๆไหลอาบแก้มขอตัวเองมือบางๆจึงยกเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆก้มหน้าลงอย่างไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาจนทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ

"ฮึก ฮือ"
มือบางๆจึงยกเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆก้มหน้าลงอย่างไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาจนทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ

"...."

"ฮึก เนี่ยขนาดเรารู้สึกแย่ขนาดนี้ ฮึก เค้าก็ไม่รับรู้หรอก ฮึก อึก..."จีิมินที่กำลังร้องไห้อยู่กลับหยุดสะอื้นทันทีเมื่อมีมือหนาที่กำลังยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวขอบดำมาให้ อีกคนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองมองยุนกิที่มีแววตาที่เบาลงแล้วเอ่ยบอกกับจีมิน

"เช็ดน้ำตาเถอะครับ คุณจีมิน"ยุนกิเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนที่นุ่มมากกว่าเดิม มือบางค่อยๆรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาแล้วเช็ดน้ำตาให้กับตัวเองให้หมด ยุนกิก็มองจีิมินอยู่นิ่งๆที่อีกคนกำลังเช็ดน้ำตาของตัวเองอยู่ออกไปจนหมดพร้อมกับสั่งน้ำมูกไปหนึ่งทีจนมินยุนกิต้องแอบยิ้มอยู่ในใจ

"ขอบคุณมากนะยุนกิ เอ่อ เราสั่งน้ำมูกไปแล้วอ่ะงั้นเดี๋ยวเราเอาไปซักให้นะ"จีิมินเอ่ยบอกพร้อมกับมองผ้าเช็ดหน้าของยุนกิในมือตัวเอง

"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณจีิมินรับเอาไว้เถอะครับ แล้วก็...รีบลงไปหาคุณผู้หญิงด้านล่างดีกว่านะครับ"พอยุนกิพูดจีมินก็นึกออกว่าให้ผู้ใหญ่ที่จะไปส่งตนรออยู่ด้านล่างด้วยความร้อนรน

"จริงด้วย!!! งั้นเราไปก่อนนะ"จีมินพูดก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปก็หันกลับมามองที่ยุนกิซะก่อน

"ยุนกิ"จีิมินเรียกคนในห้องที่มองตามส่งตัวเองอยู่

"ครับ?"ยุนกิขานรับ มองที่จีมินที่กำลังมองมาที่ตนอยู่

"ขอบคุณมากนะ ที่รับฟังเรา"จีิมินบอกก่อนจะหายไปพร้อมกับประตูบานใหญ่ที่ปิดลงเหลือเพียงหนุ่มร่างสูงตัวขาวที่ยืนอยู่ในห้อง

"ผมรับฟังคุณได้เสมอครับ คุณจีมิน..."



ณ ห้องประธานบริษัทเอเจนซี่

"อย่างที่ผมบอกนะคุณแทฮยอง คุณต้องไปเชียงใหม่กับคุณจองกุกมะรืนนี้"ตอนนี้แทฮยอง นัมจุนและเลขาจินกลับเข้ามาอยู่ในห้องของประธานอีกครั้ง

"แต่ผมต้องการถอนตัวออกจากงานนี้"แทฮยองพูดทำให้นัมจุนทำหน้าสงสัยขึ้นมาทันทีพร้อมกับเลขาจินที่ตกใจไม่แพ้กัน

"ทำไมล่ะคุณแทฮยองในเมื่อเราคุยกันแล้วว่าคุณจะดูแลงานนี้?"นัมจุนเอ่ยถามด้วยความร้อนรนและสงสัย แทฮยองจึงขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบออกไป

"งานนี้เสี่ยงเกินไป ผมคิดว่าให้คนอื่นมาทำน่าจะดีกว่า"แทฮยองบอกและหลบตานัมจุนส่วนเลขาจินก็ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปใหญ่ไม่ต่างกับประธานนัมจุน

"ผมจะส่งใครมาดูแลได้อีก!? ในเมื่อคุณคือAEมือหนึ่งของเรา ผมก็บอกคุณแล้วว่าคุณจองกุกเค้ามาตรฐานสูงแค่ไหน ผมไม่มีทางเสี่ยงเอาคนอื่นนอกจากคุณมาทำงานนี้เด็ดขาด!!"นัมจุนเริ่มขึ้นเสียงจนเลขาจินตกใจแต่แทฮยองยังนิ่งอยู่เหมือนเดิมเพียงแต่แววตาเริ่มจดจ่อกับนัมจุนแล้ว

"ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ให้คุณถอนตัวเด็ดขาด คุณจองกุกคือลูกค้ารายใหญ่ที่เราต้องคว้าเอาไว้ให้ได้เพราะฉะนั้นคนที่ผมจะส่งมาในเกมนี้มีแค่คนเดียวเท่านั้นคือคุณ คุณแทฮยอง"นัมจุนเริ่มสงบสติก่อนจะเอ่ยบอกด้วยความใจเย็น ในฐานะประธานหรือเจ้านายเค้าจะมาอารมณ์ร้อนให้ลูกน้องเห็นไม่ได้เด็ดขาด

"..."แต่แทฮยองเลือกจะนิ่งเงียบไม่ตอบและหลบสายตาไป เลขาจินจึงเดินไปยืนอยู่ข้างๆแทฮยองด้วยความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน

"คุณแทฮยองครับ ผมเองก็เห็นด้วยกับท่านประธานนะครับเพราะคุณจองกุกเค้าเองก็เจาะจงในห้องประชุมแล้วว่าต้องเป็นคุณ"จินเข้ามาช่วยพูดแทฮยองเงยหน้าขึ้นมามองจินก่อนหันหน้าไปทางนัมจุนที่กำลังนั่งรอปฏิกิริยาของเค้าอยู่

"เฮ้อ...ผมไม่รู้เหตุผลจริงๆของคุณหรอกนะคุณแทฮยองแต่ผมจำเป็น"นัมจุนพูดก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษใบยาวๆให้กับแทฮยอง แทฮยองส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะรับมันมามองพิจารณารายละเอียด

"ไฟท์หกโมงมะรืนนี้"แทฮยองอ่านแล้วเงยหน้าขึ้นมามองนัมจุน

"คุณจองกุกทิ้งเอาไว้ให้ก่อนเข้าจะกลับไปในวันนี้"นัมจุนบอกคลายข้อสงสัยให้กับแทฮยอง แทฮยองพอได้ยินก็กำตั๋วเครื่องบินแน่นก่อนจะพยักหน้ายอมรับ

"ก็ได้ ผมไม่ถอนตัวและผมจะจัดการงานนี้ให้ดีและเร็วที่สุด"แทฮยองพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปออกไปจากห้องประธานทันทีจึงเหลือเพียงเลขาจินกับประธานนัมจุนเท่านั้น

"ความจริงที่ท่านประธานไม่ยอมเปลี่ยนAEเพราะมีเหตุผลอื่นรึเปล่าครับ?"จินเดินกลับไปอยู่ข้างๆนัมจุนเหมือนเดิม

"นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่คุณแทฮยองก็เป็นตัวท๊อปของเราและเป็นตัวท๊อปของวงการนีิ้ ผมรู้ว่าคุณแทฮยองก็รู้ดีว่าคุณจองกุกเป็นลูกค้าที่สำคัญแค่ไหนแต่ในเมื่อลูกค้าต้องการ...ผมก็ขัดอะไรไม่ได้"นัมจุนบอกออกมาพร้อมกับหยิบแฟ้มงานของที่จองกุกทิ้งเอาไว้ขึ้นมาดู จินจึงมองลงตามก็ต้องตกใจที่ได้เห็น

"นี่มัน..."พอจินเห็นแล้วก็ตกใจและนัมจุนก็ตอบออกไปว่า

"อืม นี่คือเหตุที่แท้จริงที่ผมไม่สามารถเปลี่ยนเอาคุณแทฮยองออกจากชะตาของตัวเองได้"นัมจุนพูดกับจินก่อนที่ทั้งสองคนจะมองรูปที่อยู่ภายในแฟ้มที่สร้างความตกใจให้กับทั้งสองคน

"ถ้าอย่างงั้นเรื่องนี้จะจบยังไงก็ต้องแล้วแต่ทั้งสองคนนั้นแล้วล่ะครับ"จินเอ่ยพูดทิ้งเอาไว้ก่อนจะมองรูปนั้นที่อยู่ในแฟ้มอีกครั้งเมื่อมองรูปนี้เค้าถึงได้เข้าใจว่าทำไมคุณ จอง จอนกุก ถึงได้เจาะจงที่ต้องการแทฮยองขนาดนี้


ณ ชั้นบนสุดของตึกสำนักงานใหญ่JK. Group

ร่างสูงเดินกลับเข้ามาที่ห้องทำงานตอนประมาณสามทุ่มแล้วส่วนใหญ่พวกพนักงานที่ยังอยู่ก็ต้องเป็นพวกหัวหน้าแผนกหรือพวกยามและประธานกับเลขาเท่านั้นเพราะบริษัทนี้จะเลิกงานตั้งแต่6โมงแต่มันก็แล้วแต่ว่าหัวหน้าแผนกจะสั่งให้ใครอยู่บ้าง

"เอี้ยดดดดดด ขออนุญาติครับ"เลขายุนกิเข้ามาหาประธานหรือเจ้านายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

"ว่าไง"จองกุกเอ่ยถามเลขาที่เดินเข้ามาภายในห้องทำงานสีดำที่มืดมิดเข้าหาโต๊ะที่อยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่เห็นทิวทัศน์ด้านหลังของเมืองยามค่ำคืนที่ไม่เคยเงียบ แต่กลับกันในห้องนี้กลับมืดสนิทมีแต่ความเย็นชาที่สัมผัสได้จากเจ้าตัว

"ผมจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินที่ใหม่ให้คุณแล้วครับ"ยุนกิวางตั๋วเครื่องบินเอาไว้ให้บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของจองกุก แทนใบเก่าที่เค้าทิ้งเอาไว้ที่บริษัทตึกฝั่งตรงข้าม

"อืม"จองกุกพูดก่อนจะหยิบมันขึ้นมามองดูรายละเอียดว่าเป็นตามที่เค้าต้องการรึเปล่า

"อืม ดีมากขอบใจนายมากยุนกิ"จองกุกพูดก่อนจะวางมันเอาไว้ด้านหน้าตัวเองให้ตัวเองเห็นได้ชัดๆ

"ครับ เอ่อ คุณจองกุกครับผมมีอีกเรื่องที่อยากบอก"จองกุกกระตุกคิ้วเป็นเชิงสงสัยว่าเรื่องอะไรยุนกิจึงเอ่ยบอก ยุนกิจึงเรียบเรียงคำพูดในหัวก่อนจะบอก

"วันนี้คุณผู้หญิงกับคุณจีมินมาที่นี่เมื่อบ่ายครับ"ยุนกิเอ่ยแต่จองกุกก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปสบตาสักเท่าไหร่และตอบทั้งๆที่มือยังเซ็นเอกสารอยู่

"อืมรู้แล้ว วันนี้แม่โทรมา"จองกุกตอบ

"คุณจีิมินถามเรื่องงานของคุณจองกุกครับ"พอได้ยินประโยคถัดมาจองกุกจึงหยุดการกระทำและเงยหน้าขึ้นมาทันที

"แล้วตอบไปว่าไง"จองกุกกดเสียงลงเล็กน้อย ยุนกิที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มสังหรณ์ใจแล้วจึงตอบออกไปว่า

"คุณจีมินถามว่าคุณจองกุกจะไปเชียงใหม่นานแค่ไหนครับ ผมก็เลยตอบว่าคงสักพักจนกว่าเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้จะเรียบร้อยครับ"ยุนกิตอบจองกุกก็พยักหน้าอย่างเข้าใจและเอ่ยบอกกับยุนกิ

"อืมดีแล้ว ถ้าหากมีใครมาถามอีกถ้าไม่ใช่พ่อก็ตอบไปแนวๆนี้"จองกุกออกคำสั่งอีกข้อกับยุนกิจนได้ ยุนกิก็ตอบรับตามหน้าที่

"คุณจองกุกครับ"ยุนกิเอ่ยเรียกเจ้านายอีกครั้ง

"อะไร"

"คุณจีมินเค้า...."ยุนกิเว้นระยะจนจองกุกสงสัยทิ้งปากกาแล้วนั่งพิงกับเก้าอี้ตัวหรูรอคำตอบจากยุนกิ

"เมื่อบ่ายนี้ เค้าร้องไห้นะครับ"จองกุกพอได้ยินจากปากยุนกิก็สงสัยทันทีว่าทำไม

"เรื่อง?"จองกุกเอ่ยถาม เพราะจีมินร้องไห้ทำไมเค้าไม่เข้าใจทั้งๆที่เค้ากับจีมินแทบจะไม่ได้คุยกันเลย

"คุณจีิมินเค้าแค่อยากเจอคุณจองกุกบ้างน่ะครับ"ยุนกิพูดตอบ จะอยากเจอทำไมว่ะก็มาเจอแทบทุกวันแล้วนี่ไง

"และเค้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับคุณจองกุกบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปนะครับ"

"..."ความเงียบเกิดขึ้นอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ยุนกิจะตัดสินใจพูดออกมาอีกครั้งกับเจ้านายที่แสนเย็นชาของเค้า

"เพราะคุณจีมินเป็นคู่หมั่นของคุณจองกุก ผมก็เลยคิดว่าเค้าควรจะรู้จากตัวคุณเองมากกว่าผม"ยุนกิเอ่ยออกมาจองกุกก็เบี่ยงสายตากลับมาองเอกสารเหมือนเดิมเหมือนไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่นัก ยุนกิที่เห็นแบบนั้นจึงขอตัวออกจากห้องทันที พอหันหลังเดินออกมาใบหน้าก็แสดงถึงความเป็นห่วงขึ้นมาถึงบุคคลที่เค้ายกขึ้นมาเป็นบทสนทนาเมื่อครู่

'ไม่รู้หรอกนะว่าคิมแทฮยองคนนั้นเป็นใคร แต่สำหรับตอนนี้คุณจีมินป็นคู่หมั่นของคุณไม่ใช่เหรอว่ะ คุณจองกุก'ยุนกิได้แต่เก็บมาคิดเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้จองกุกเคยสั่งให้ยุนกิไปสืบมาว่า คิม แทฮยอง ทำงานอยู่ที่ไหนซึ่งมันเป็นคำสั่งก่อนที่ปาร์คจีมินจะกลายเป็นคู่หมั่นของจองกุก

ส่วนจองกุกที่อยู่ในห้องหลังจากที่ยุนกิออกไปแล้วเค้าก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องที่ยุนกิพูดมากนัก ในหัวของเค้าตอนนี้มีแต่เรื่องของคิมแทฮยองAEของเอเจนซี่ที่มีความหลังกับเค้าก็เท่านั้น

ยอมรับนะว่าตกใจที่พัคจีมินร้องไห้ออกมา แต่น้ำตาของใครก็ไม่มีค่าเท่ากับแทฮยองในตอนนี้อีกแล้ว มะรืนนี้นี่แหละเค้าจะได้ไปเชียงใหม่กับแทฮยอง

"แท คราวนี้ผมจะไม่มีทางปล่อยแทไปอีกแล้ว"จองกุกพูดทิ้งท้ายเอาไว้ในวันนี้

วันเวลาเพียงแค่วันเดียว ทั้งจอนจองกุกและคิมแทฮยองต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อวันพรุ่งนี้ที่จะต้องเริ่มดูสถานที่และองค์ประกอบต่างๆและเตรียมตัวจัดหานักแสดงเพื่อเสริมให้กับทีมของแทฮยองที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมเบอร์หนึ่งของเอเจนซี่นี้ แต่ไปเชียงใหม่รอบนี้เหมือนทุกครั้งที่หัวหน้าทีมอย่างแทฮยองต้องไปคนเดียว

และเมื่อเวลานั้นมาถึงตอนหกโมงเช้าที่สนามบิน ร่างโปร่งบางเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางในชุดโค้ทสีดำกางเกงขาเดปเสื้อเชิ้ตสีขาว ผมสีน้ำตาลออกทองๆที่ไม่ได้เซ็ตถูกปล่อยให้เป็นหน้าม้าพลิ้วไปกับต่างหูอันใหม่ที่เจ้าตัวมักชอบใส่เป็นประจำ กำลังเดินเข้าไปหาคนร่างสูงตรงหน้าที่เห็นมาตั้งแต่ไกลในชุดเสื้อโค้ทสีดำกางเกงขาเดปแต่เสื้อเชิ้ตสีดำพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้เซ็ตผมมาปล่อยให้ผมสีดำเงาๆนั่นพลิ้วไป ขาทั้งคู่ค่อยๆเดินเข้ามาหากันจนกระทั่งร่างสูงและร่างบางมาหยุดอยู่ตรงหน้ากันและกัน

"สวัสดีครับ คุณจองกุก"แทฮยองเป็นฝ่ายทักอีกคนก่อน จองกุกก็ยืนมองนิ่งๆแล้วก็คว้ามืออีกคนมากุมเอาไว้

"เรียกกุกแบบเดิมได้ไหมแท"จองกุกเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม แต่ตอนนี้อาจจะไม่ได้ผลกับอีกคน

"ไม่ได้ครับ ผมคิดว่าเราคงไม่มีเหตุผลที่จะเรียกกันแบบนั้นอีกแล้ว"แทฮยองพูดแล้วดึงมือกลับจนอีกคนอึ้งไป จองกุกได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วคว้ากระเป๋าเดินทางของแทฮยองมาทันที


"เอามาครับคุณจองกุก"แทฮยองทวงคืน และจะคว้ากลับมาแต่จองกุกก็ไม่ยอม

"ปกติผมก็ถือให้แทอยู่แล้ว ตามมา"จองกุกพูดก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างลากแทฮยองให้เดินตามมาทันที

"!! ปล่อยนะ!"แทฮยองพยายามดิ้นแต่จองกุกมีเหรอจะปล่อยยังคงลากแทฮยองอยู่แบบนั้น นับว่าเป็นเรื่องดีที่จองกุกไม่ได้เอากระเป๋าเดินทางมาเพราะเค้ามีพวกเสื้อผ้าหรือของจำเป็นอยู่ที่นั้นอยู่แล้ว

จองกุกลากแทฮยองมาจัดการเรื่องทุกอย่างแม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามหนีจากพันธณาการของเค้าก็ตาม แต่จองกุกก็เอาอยู่และสามารถจัดการจนเสร็จหมดและสามารถพาแทฮยองมานั่งที่นั่งระดับเฟิร์สคลาสตามในตั๋วได้

"แล้วทำไมผมต้องนั่งกับคุณด้วย?"แทฮยองเอ่ยถามอีกคนที่ดันมาให้เค้านั่งริมและตัวเองก็จัดการนั่งลง

"มากันแค่สองคน จะแยกที่ไปทำไม"จองกุกหันมามองหน้าอีกคนแล้วก็พูดแทฮยองก็ได้สถบออกมาอย่างช่วยไม่ได้และก็หันไปมองออกนอกหน้าต่างโดยไม่อยากสนใจจองกุกนัก

"แท"

"อะไรอีกล่ะครับ"แทฮยองจำต้องหันกลับมามองจองกุกที่เรียกตน

"เปล่า...พักเอาแรงเถอะ"จองกุกพูดแล้วก็หันหน้ากลับมาที่เดิม แทฮยองที่เห็นแบบนั้นจึงเลือกจะไม่สนใจและหยิบหนังสือเล่มเล็กที่อยู่ในกระเป๋ามาเพื่ออ่านงานแทน

จองกุกก็ไม่ได้คิดที่จะรบกวนแทฮยอง เพราะเวลาทำงานก็คือเวลาทำงานถ้าแทฮยองอยากจะเตรียมพร้อมเพื่อให้งานอันออกมาดีที่สุด จองกุกก็ไม่คิดจะขัดอุดมการณ์ของอีกคน

ใช่ แทฮยองเป็นคนมุ่งมั่นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้แม้เจ้าตัวจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนที่อยู่ในความทรงจำของเค้าแล้วก็ตามแต่ไม่จะยังไง คิมแทฮยองที่เป็นคนเดียวกับคนที่อยู่ข้างๆเค้าตอนนี้ คือคนที่เค้ารักไม่เปลี่ยนแปลง

"แทฮยอง"ร่างบางหันมามองอีกฝ่ายที่เรียกชื่อของตนเองด้วยแววตาที่หวานอ่อนเหมือนกับว่ากำลังฝันดีไม่มีผิด

"ผมรักแทฮยองนะ"






--------------------------------------------------------------------------
Talking with writer
มันก็ขึ้นชื่อว่าshort fic ก็เอาไปแค่นี้แล้วกันนะ5555 ที่เหลือก็ไปมโนต่อกันเองนะจ้ะ อิอิ มันอาจจะจบแบบค้างๆ แต่ก็ไรท์เริ่มจะคุ้มพล็อตไม่อยู่ล่ะ ก็จบที่เท่านี้คงจะดีกว่า นี่คือBTS เรื่องแรกของเราในนี้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Blackside789 จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น