จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 4 : พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 563 ครั้ง
    28 ต.ค. 61









ตำหนักเหมยฮวา


"องค์หญิงเพคะ องค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาเพคะทรงอยู่ไหนเพคะ รีบลงมาเถิด เดี๋ยวฮองเฮาทรงทราบจะทรงพิโรธได้นะเพคะ องค์หญิง"


เสียงของจี้อิงนางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาพระธิดาฮองเฮาและฮองเต้จิ่นลี่ในวัยห้าพรรษา ร้องเรียกอยู่นานจึงไม่เห็นวี่แววเจ้านายน้อยของตน บรรดานางกำนัลขันทีวิ่งวุ่นหาร่างเล็กอยู่ที่อุทยานหลวง เขตเหมยฮวา ที่มีต้นเหมยสีแดง ชมพู ขาว บานสะพรั่งเต็มอุทยานหลวง จึงเปลี่ยนไปดูอุทยานเขตอื่นแทน ร่างน้อยของเจ้าตัววุ่นที่ทำให้บรรดานางกำนัลและขันทีตามหาเสียให้วุ่น นั่งหัวเราะร่าอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งคนของตนบนต้นดอกเหมยแดง 


"ฮิๆฮ่าๆๆ ตามหาข้าไม่เจอหรอก พี่จี้อิง "


ร่างเล็กอย่างเด็กนั่งแคว่งขาสบายอารมณ์อยู่ เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามีคนรู้เหตุณ์การณ์ตั้งแต่ตอนที่นางวิ่งหนีนางกำนัลมา ปีนต้นไม้เช่นลิงไร้ซึ้งความเป็นกุลสตรีเสียอย่างนั้น


"เด็กน้อย เจ้าแกล้งนางกำนัลเสียอย่างนั้น ไม่กลัวนางไปฟ้องพระมารดาหรืออย่างไร"


เสียงทุ้มอย่างคนพึ่งแตกหนุ่มกล่าวทักร่างน้อยที่อยู่บนต้นไม้ องค์หญิงน้อยเมื่อได้ยินเสียง สะดุ้งตกใจเกือบตกต้นไม้จนคนที่แอบดูกลั้นขำแทบไม่ไหว เมื่อร่างเล็กตั้งหลักมั่นคงแล้วใบหน้าที่ฉายความงามแต่เด็กจึงหันหาต้นเสียงที่เกือบทำให้ตนตกจากต้นไม้ เมื่อหันหาต้นเสียงนั้นไม่เจอเสวี่ยเหมยฮวาจึงตะโกนโต้ตอบกลับไป 


"ใช่ ข้ากลัวพระมารดา ขอบคุณท่านคนแปลกหน้าที่หว่งใยในตัวข้าตั้งแต่แรกพบ โปรดแสดงตัวให้ข้าพบผู้หวังดีเถิด"


ร่างน้อยพูดเสียงดังพร้อมมุมปากงามยกยิ้มคล้ายขอบคุณ สายตาจงใจบอกว่าเขาสอดมือไปยุ่งเรื่องของนาง คนฟังคำขอบคุณจากองค์หญิงตัวแสบ ลมแทบออกหูเมื่อโดนแม่คุณตัวน้อยจิกกัดกันด้วยวาจาภาษาดอกไม้


"ข้าอยู่ตรงนี้อย่างไรเล่า องค์หญิง"


ร่างสง่างามสมเป็นเลือดขัตติยะก้าวเท้าออกมาจากต้นเหมย พร้อมเงยหน้ามองเสวี่ยเหมยฮวา เมื่อองค์หญิงสี่เห็นคนที่มายุ่งเรื่องของตนชุดลายมังกรห้าเล็บซึ่งน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์สักแคว้นหนึ่งที่มาร่วมงานเรียกฉลองของเสด็จแม่ เชื้อพระวงศ์แล้วอย่างไรเมื่อมายุ่งเรื่องของเหมยต้องเจอดี

คิดได้อย่างนั้นร่างเล็กจึงแกล้งด้วยการโดนจากกิ่งดอกเหมยลงมาทับคนที่อยู่เบื้องล่าง คนที่อยู่ด้านล่างก็เกิดอาการตกใจเมื่อเห็นร่างเล็กโดนลงมาจึงอ้าแขนรอรับร่างน้อยของเสวี่ยเหมยฮวา


ฟุ่ป ตุ้บ 


สองร่างล้มลงบนพื้นที่มีกลีบดอกเหมยและหิมะรองรับไว้จึงไม่ได้บาดเจ็บมากนัก คนตัวโตก้มหน้ามองร่างน้อยที่อยู่บนอกเข้าอย่างไม่พอใจจึงจะเอ่ยวาจาตำหนิ แต่เห็นใบหน้างามที่หลับตากลัวอย่างน่าสงสารจึงอดใจอ่อนเสียไม่ได้


"น้องหญิงเจ้าลืมตาเสียเถิด ไม่มีอะไรหน้ากลัวหรอก หรือเจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่"


เสียงเข้มแต่อ่อนโยนเอ่ยถามคนในอ้อมอกเขาอย่างห่วงใยกลัวร่างน้อยจะได้รับบาดเจ็บ


"น้องไม่ได้เจ็บตรงไหนเพคะ" 


เสวี่ยเหมยฮวายังคงตกตะลึงในความกล้าของตนที่กระโดดมาทับคนตรงหน้าได้ ทั้งสองตกอยู่ในความคิดตัวเองโดยไม่มีใครสังเกต สรรพนามแทนตัวที่เปลี่ยนไปเหมือนดวงใจของทั้งสองที่ค่อยๆเริ่มปสานกัน รอวันเป็นดวงเดียว 



"ขอบพระทัยเพคะองค์รัชทายาท"


ร่างเล็กเมื่อลุกขึ้นได้โดยมีมือใหญ่ทั้งสองคอยโอบประคองร่างน้อยอย่างเบามือ และเอ่ยขอบคุณพร้อมเงยใบหน้าเศร้าที่แง่นจนเสีย คนถูกมองกลัวคนตัวเล็กจะคอเคล็ดได้ จะไม่ให้เงยได้อย่างไรเมื่อเด็กน้อยของเขาตัวเท่าเอวเอง 


"ไม่เป็นไรพี่เป็นคนทำให้เจ้าตกใจเอง ย่อมโดนลงโทษจากเจ้า แล้วอีกอย่างเรียกพี่ว่าเสด็จพี่เฟยหลงเถิด พี่ก็จะเรียกเจ้าว่าฮวาเอ๋อร์ได้หรือไม่"


ร่างสูงขององค์รัชทายาทย่อตัวลงคุกเข่ามาให้เท่าเสวี่ยเหมยฮวาพูดพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัวน้อยที่ทำใบหน้าสำนึกผิดจนคนอดที่จะปลอบไม่ได้ 


"หืม...ได้หรือไม่ฮวาเอ๋อร์"


หยางเฟยหลงพูดซ้ำอีกรอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นฮวาเอ๋อร์ของเขาเงียบ นางยังคงไม่ตอบแถมก้มหน้าเสียงจนคางไปชิดอก หยางเฟยหลงจึงก้มหน้าลงพร้อมยื่นหน้าไปใกล้ใบหน้าเสวี่ยเหมยฮวา กลิ่นดอกเหมยหอมเสียจริง หยางเฟยหลงคิด

เมื่อนางเห็นใบหน้าของคนตัวโตยื่นเข้ามาใกล้จึงตกใจใบหน้าแดงกล่ำอย่างขวยเขิน จึงตอบด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักตอบ 


"ดะ..ดะได้เพคะเสด็จพี่เฟยหลง ฮวาเอ๋อร์ขอทูลลาเพคะ"


พูดเสร็จร่างงามจึงรีบเดินสถานการณ์ที่ทำให้นางเขินอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ปล่อยให้คนตัวสูงหัวเราะน้อยๆไล่หลังไป เขินอะไรเหล่ายัยเหมย เสวี่ยเหมยฮวาคิดพลางหันหลังกลับไปมองจึงเห็นเฟยหลงโบกมือให้น้อย จึงหันหน้าหนีก้าวเร็วกว่าเดิน

เมื่อกลับถึงตำหนักใบหน้างามยังคงแดงอยู่แถมยังมีอาการเหม่อมองฟ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนจี้อิงกังวลว่าเป็นอะไร แต่พอได้กลิ่นหอมของดอกเหมยที่หอมเย็นสดชื่นชวนให้ผ่อนคลายจึงรู้องค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวา ทรงมีความสุขอยู่



ตำหนักรับรอง


"องค์หญิงสี่หรือองค์หญิงจ้าวเสวี่ยเหมยฮวา เป็นพระธิดาในฮองเฮาและฮองเต้แคว้นจิ่น มีพระเชษฐาร่วมพระครรภ์สองพระองค์ จากข่าวที่กระหม่อมทราบมาว่าองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาทรงจัดว่าเป็นอัจฉริยะพระองค์หนึ่ง เพียงอายุสองพรรษาสามารถพูดได้อย่างชัดเจน สามพรรษาทรงสามารถอ่านและเขียนอักษรได้ ฝีพระหัตถ์ด้านการเขียนและวาดรูปก็ถือว่างามจนหาตัวจัดได้ยากถ้าเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ปัจจุบันในวัยห้าพรรษาทรงมีความสามารถเล่นกู่เจิงและผีผาอย่างเชี่ยวชาญพ่ะย่ะค่ะ"


เสียงองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาทหยางเฟยหลง อ่านรายงานเรื่องราวชีวิตองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวา เมื่อเห็นองค์รัชทายาทเงียบอยู่นาน องครักษ์หนุ่มลังเลที่จะกล่าวเรื่องอีกหนึ่งเรื่อง สายพระเนตรขององค์รัชทายาทหยางเฟยหลงถอดมององครักษ์หมุ่นจิ้นหลิงเห็นท่าทางอ้ำอึ้งจึงพยักหน้าเป็นเชิงให้พูดต่อๆได้


"เอ่อ..กระหม่อมมีเรื่องที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวา มากราบทูลอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ ตอนประสูติองค์หญิงดอกเหมยบานทั่วเมืองหลวงและกลิ่นหอมดอกเหมยจะขึ้นอยู่กับอารมณ์องค์หญิง อีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงทรงมีกลิ่นกายหอมเช่นดอกเหมยตั้งแต่ประสูติ ชาวบ้านได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้จึงยกย่ององค์หญิงว่าเป็นเทพธิดามาเกิดพ่ะย่ะค่ะ" 


หยางเฟยหลงพอได้ยินดังนั้นจึงฉุดคิดได้ว่าตอนเข้าใกล้เสวี่ยเหมยฮวากลิ่นหอมที่พระองค์ได้กลิ่นมาจากกลายนางนี้เอง ร่างสูงฟังรายงานจากจิ้นหลิงจบจึงเดินไปชำระกายให้สะอาดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองพระพรรษาของฮองเฮา 


ลานราชพิธี


ร่างสูงสวมชุดสีน้ำเงินลายมังกรห้าเล็บคลุมด้วยผ้าคลุมขนสุนัขจิ้งจอกเดินก้าวย่างเข้ามาในส่วนจัดงานพร้อมราชทูตที่ขนของกำนัลมาถวายแด่ฮองเฮาโดยมีขันทีเป็นผู้นำทาง เพียงหยางเฟยหลงปรากฏกาย เสียงที่เคยคึกครื้นพลันเงียบสงบทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา ร่างสง่าสมเป็นรัชทายาทก้าวเดินอย่างมั่นคงโดยไม่สนใจสายตาที่สอดรู้ ตกตะลึงและทอดสะพาน สายตาหนึ่งในนั้นก็คือสายตาขององค์หญิงเยว่อิงในวัยห้าพรรษาที่ตกตะลึงในความรูปงามของร่างใหญ่ 

 

 ราชทูตแยกเดินไปส่วนที่ทางวังหลวงจัดไว้ใน ส่วนองค์รัชทายาทหยางเฟยหลงเดินไปส่วนที่ใกล้กับ

ฮองเต้มาที่สุด และตรงข้ามกับที่นั่งของเชื้อพระวงศ์

เมื่อนั้งลงสายตากวาดหาเด็กน้อยของเขาโดยทั่วแต่ไม่เจอจึงถอดสายตากลับ นั้งอยู่พักใหญ่สังเกตถึงสายตาที่จับจ้องเจาตั้งแต่เดินเข้ามา ตาเรียวยาวช้อนมองสายตจึงเห็นเด็กสาววัยพรรษาที่สวมชุดสีฟ้าลายดวงจันทร์  เด็กสาวเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมาจึงเขินอายหลบสายตาคู่นั้น เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายพระเนตรของซูกุ้ยเฟย พระมารดาขององค์หญิงเยว่อิง สายพระเนตรที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนย่อมรับรู้ว่าลูกรักของนางได้ตกหลุมรักองค์รัชทายาทรูปงามเข้าให้แล้ว 


หยางเฟยหลงเห็นท่าทีเช่นนั้นจึงเมินหน้าไปทางอื่นๆ สายตาไปสะดุดร่างเล็กในชุดสีน้ำเงินขาวลายดอกเหมยแดง ใบหน้างามแต่งแต้มเล็กน้อยให้พองาม ทรงผมเป็นมวยครึ่งหนึ่งอีกครึ่งปล่อยสยายเต็มหลังเล็ก เครื่องประดับส่วนใหญ่เป็นลวดลายดอกเหมยทำมาจากเพชรสีแดงที่หายาก เมื่อหยางเฟยหลงพิจารณาร่างน้อยอย่างถี่ถ้วน จึงก้มมองชุดที่ตนใส่ช่างเข้ากับชุดของเสวี่เหมยฮวาเสียจริง ราวกับนัดหมายกันใส่ชุดสีเดียวกันที่มาพร้อมด้วยพระเชษฐาทั้งสามพระองค์ 


ร่างเล็กค่อยเยื้องย่างเดินอย่างสง่างามสมกับเป็นหญิงชาววังช่างแตกต่างตอนที่เขาเจอ

ที่อุทยาทเสียจริง กลิ่นหอมจากตัวนางส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วลานพิธี ทำให้ชายหลายคนเคลิ้มไปกับกลิ่นนั้น หยางเฟยหลงรู้สึกหงุดหงิดสายตาบรรดาผมดำ ผมหงอก ที่จ้องเด็กน้อยของเขา และไอ้ท่าทีที่เคลิ้มกลิ่นจากกายนางอีก ข้าอยากจะตัดจมูก ควักลูกตาพวกมันเสียจริง หยางเฟยหลงคิด


เมื่อนางเดินมาถึงที่ตนเองจึงสังเกตเห็นสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตน สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยาของบรรดาหญิงสาวที่อยู่ในงานอย่างเฉยเมย นางกวาดสายตามองไปรอบเล็กน้อยหวังจะเห็นร่างสูงของเสด็จพี่คนใหม่ของนาง และไม่ผิดหวังนางเห็นหยางเฟยหลงจับจ้องมาทีนาง ถ้างั้นเขาคงเห็นนางตั้งแต่แรกนะสิ เสวี่ยเหมยฮวาส่งยิ้มเล็กน้อยและหันหน้าหนี หลบสายตาที่มองมาอย่างลึกซึ้ง ตัวนางก็ไม่ใช่เด็กที่ไม่ประสีประสา รวมๆแล้วอายุนางก็ยี่สิบสองแล้ว ก่อนที่จะคิดอะไรไปไกลกว่านี้เสียงมหาขันทีกวี้กงกงประกาศ ทำให้บริเวณทั้งหมดเงียบและยืนขึ้นเพื่อถวายพระพรฮองเต้และฮองเฮา 


"ถวายพระพร ฮองเต้ ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆๆปี

ถวายพระพรฮองเฮา ทรงพระเจริญ พันปี พันๆๆปี"

"ตามสบายเถิด วันนี้วันฉลองพระพรรษาฮองเฮาของเรา มาสนุกกันเถิด"สุรเสียงทรงอำนาจของฮองเต้จิ่นลี่ดังไปทั่วลานพิธี 


"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ"เมื่อได้รับอณุญาตจึงนั่งลงตามตำแหน่งตน 

 

เมื่อพิธีการเริ่มขึ้นโดยการให้แขกในงานได้กล่าวถวายพระพรเริ่มจากบรรดา เชื้อพระวงศ์ 

ร่างงามของพระสนมต่างมาถวายพระพรฮองเฮาด้วยเครื่องประดับเต็มยศราวกับกลัวคนไม่รู่ว่าพวกนางเป็นสนมเสียอย่างนั้น โดยสนมที่มีศักดิ์มากกว่าจะเป็นผู้ถวายพระพร พระสนมผู้นั้นคือ ซูเย่วหลัน ที่มีฐานันดร์เป็นกุ้ยเฟย ร่างอวบอิ่ม ย่างก้าวเช่นสตรีชั้นสูง ย่อกายตนถวายพระพรฮองเฮา 


"ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ พวกหม่อมฉันของให้พระองค์ทรงมีพลานามัยแข็งแรง แกครองวังหลังอย่างสงบเช่นที่เป็นมา เป็นพญาหงส์ทองคู่พญามังกรทองตลอดไปเพคะ"


เสียงที่จงใจบีบให้ดูจริงใจนั้นทำให้พระทัยฮองเฮาคนงาม สะอิดสะเอียนกับงิ้วที่กุ้ยเฟยเป็นคนเล่น แต่ก็ฝืนยิ้มรับของกำนัลจากซูเย่วหลันมา 



"ขอบใจพระสนมทั้งหลาย เราจะทำเช่นที่ทำมาตลอดสิบห้าปี คือการปกครองวังหลังให้สงบเช่นที่เป็นมาตลอดและจะเป็นสงบเช่นนี้ตลอดไป"


เฟิ่งเฟยฮองเฮาตรัสกับบรรดาพระสนมคล้ายสัญญาแต่บรรดาพระสนมได้สดับ ก็บังเกิดอารมณ์ในใจฮองเฮาตรัสเช่นนี้ คล้ายให้พวกนางหยุดคิดที่จะมาที่จะแก่งแย่งชิงตำแหน่งฮองเฮาหรืออย่างไร 

ฮองเฮาคนงามเห็นสีหน้าบรรดาน้องหญิงนอกไส้ของนางอย่างสนุก คนอื่นคิดว่าการไม่มีสนมนั้นดี แต่นางไม่คิดเช่นนั้นการไม่มีบรรดาสนมแค่คิดนางก็เหงา บรรดาน้องหญิงทำให้นางมีงานที่ชอบทำอยู่คือการมาดูงิ้วที่พวกนางใส่ร้ายกันเองและให้นางให้นางได้จิกกัดสะใจเล่น


บรรดาพระสนมล่าถอยไป ลำดับต่อมาคือ องค์ชายและองค์หญิง ซึ่งประกอบไปด้วย องค์รัชทายาท ไท่หยาง องค์ชายสอง ไท่อี้ องค์ชายสาม ไท่ซาน

และองค์ชายสี่ ไท่จง องค์ชายห้า ไท่หลิว แถวต่อมาคือ องค์หญิงหนึ่ง จิ้นเหมย องค์หญิงสอง หลินฮวา องค์หญิงสาม เยว่อิง องค์หญิงสี่ เสวี่ยเหมยฮวา 

เดินเรียงแถวตามลำดับอายุเข้ามาที่ประทับของฮองเฮา โดยแต่ละเก้าที่บรรดาองค์ชายและองค์หญิง ถูกจับจ้องโดยสายตาคนในราชพิธี มีข่าวลือมากมายถึงความงามและรูปงามของพระโอรส พระธิดาใน ฮองเต้แคว้นจิ่น เหล่าขุนนางที่เคยเจอมาก่อนจึงไม่ตื่นเต้นเท่า ราชทูตต่างแคว้นและบรรดาฮูหยิน คุณชาย คุณหนู แต่ข่าวลือที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือความงามขององค์หญิงเยว่อิง และ องค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวา 


"วันนี้ได้เห็นรูปโฉมที่แท้จริงแล้วนั้น กล่าวได้เลยว่างามจริงแต่องค์หญิงเสวี่ยฮวานั่นงามเกินกว่าคำเล่าลือ ทั้งๆที่พระธิดาองค์น้อยอยู่ในวัย5พรรษาเพียงเท่านั้นความงามก็เลื่องลือ ถ้าโตจนถึงวัยปักปิ่นจะงามได้ถึงขนาดไหนไม่อยากจะคิด วัยแค่นี้ก็ทำให้บรรดาฮองเต้ องค์ชายอยากครอบครองกันทั่วหล้า 

องค์รัชทายาทแคว้นหลินก็เช่นกัน "


เสียงราชทูตของแคว้นอื่นกล่าวเสียงไม่ค่อยดัง แต่ดังชัดเจนในหัวของหยางเฟยหลง


 ถ้าคิดครอบครองนางได้ก็ลองดู  ข้านี้แหละที่จะยกทัพไปถล่มแคว้นของพวกเจ้าจนไม่เหลือเศษธุรีดินเลย คอยดู !!!

องค์รัชทายาทหนุ่มคิดอย่างมีอารมณ์ สายตาจับจ้องไปที่ร่างน้อยที่อยู่ในอ้อมอกฮองเฮา ความงามของนางได้มาจากพระมารดาอย่างไม่ต้องสงสัย 

 

พิธีการถวายพระพรดำเนินต่อไปจนถึงช่วงการแสดง บรรดานางรำต่างร่ายรำอย่างงดงาม แต่สายตาองค์รัชทายาทอยู่ที่เด็กน้อยของเขาบนตักของไท่หยางที่คีบอาหารใส่ปากน้อยไม่หยุด ไม่ว่าเด็กน้อยของเขางดงามเพียงใด แต่สำหรับเขาก็ยังเป็นแม่แก่นแก้วตัวแสบเสมอ 


สายตากลมโตคล้ายจดจ้องอยู่ที่การแสดง แต่จริงๆแล้วสายตาคู่นั้นกับจดจ้องบุรุษแปลกหน้าที่สง่างามอย่างไม่เคยเจอ  เพียงแค่สบตาชั่วครู่หรือก็ไม่มีเห็นร่างสูงจ้องไปที่ๆหนึ่งจึงหันไปทางสายตาคมจึงเห็นร่างน้อยของเสวี่ยเหมยฮวา เสวี่ยเหมยฮวาอีกแล้วหรือนางเกลียดชื่อนี้เสียจริง เกิดมาหลังจากนางเพียงไม่กี่เดือนก็แย่งความรักของนางไปเสียทั้งหมด เสด็จพ่อคงรักนางมากว่านี้ถ้าไม่มีเสวี่ยเหมยฮวา ตอนนี้มันยังคิดจะแย่งรักแรกของนางไปอีก









                    ถูกใจ คอมเมนต์ด้วยนะคะ.                 




เฮียเฟยหลงแกหวงตั้งแต่วันแรกเลยกันที่เดียว

ยังไงก็คอมเมนต์ กันด้วยนะคะอยากอ่านความคิดเห็นของแต่ละคนที่มีให้กับตัวละครนะคะ



อายุตัวละคร

หยางเฟยหลง 15 ปี

ไท่หยาง. 15 ปี

ไท่อี้ 14 ปี

ไท่ซาน 13 ปี

เสวี่ยเหมยฮวา 5 ปี

เยว่อิง5 ปี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 563 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #168 Nunum Wilawan Sarapun (@noonam1007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 15:54
    ถ้าจำไม่ผิด รัชทายาท ต้องมังกรสี่เล็บนะ ห้าเล็บใส่ได้แต่ฮ่องเต้
    #168
    0
  2. #159 ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 20:34

    ไม่สมเหตุสมผลตรงที่ให้เด็ก 5 ขวบแรดแรงเรื่องผู้ชาย เกินไป

    #159
    0
  3. #151 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 14:17
    เยว่อิงแรดไปป่ะ อายุ 5 ขวบ ไปชอบผู้ชาย
    #151
    0
  4. #143 NutsineeRin (@NutsineeRin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 09:02
    บทที่แล้วตอนเหมยเกิด บอกว่ามีพี่ชายร่วมมารดา 3 คน บทนี้มี 2 คน อีกคนตายแล้วหรอ งง
    #143
    0
  5. #125 น้องพริกหวาน (@2228314) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 23:54
    ชักงง ! ค่ะ พ่อแม่นางเอกเสี่ยฮวา คือฮ่องเต้ พ่อแม่ เย่วอิงคือ ฮ่องเต้ กุ้ยเฟย แล้วรัชทายาทลูกใครล่ะคะ มาชอบมาหวงนางเอก 5 ขวบแล้ว
    #125
    3
    • 8 มิถุนายน 2562 / 00:05
      เรามีสององค์รัชทายาทนะคือหยางเฟยหลง(พระเอก) กับ จ้าวไท่หยางนะ ตอนที่4 องค์รัชทายาทที่ว่าคือพี่หลงแกค่ะ
      ไรท์ขอโทษในมึนก่อนหน้า
      #125-2
    • 8 มิถุนายน 2562 / 00:05
      เฮียแกรักของแกอ่ะนะ
      #125-3
  6. #119 Mui25200511 (@Mui25200511) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 04:04
    เฮียหลงแก่กว่าสิบปีรอน้องไหวไหม ไม่ใช่ มีเมียรอเป็นแถวยาวแล้วนะ. กว่าน้องโต555
    #119
    0
  7. #58 _ncnp1211 (@_ncnp1211) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:32
    ชอบค่ะะะ
    #58
    0
  8. #33 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:44
    องหญิงหนึ่ง ควรเป็น องค์หญิงใหญ่
    องค์หญิงสอง ควรเป็น องค์หญิงรอง นะคะ
    ส่วนอันต่อไปใช้ตามเลขได้ปกติ สาม สี่ ห้า หก ไปจนหมด
    #33
    1
  9. #32 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:42
    เปลี่ยนจากองค์ชายสอง ไปเป็น องค์ชายรอง จะดีกว่านะคะ
    #32
    0
  10. #9 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 08:21
    ขอบคุณค่ะรอนะค่ะไรท์
    #9
    0
  11. วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 01:02
    รออออออออ
    #5
    0
  12. วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 18:12
    รอสนุกดีมากกกก
    #4
    0
  13. #3 pumnalinrat (@pumnalinrat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:54
    งานดี สนุกคะ
    #3
    0
  14. #2 warangkana0144 (@warangkana0144) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 08:50
    รอคะ สนุกดี
    #2
    0