จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 3 : กำเนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 476 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

รัชศกที่ 10 รัชสมัยของฮองเต้จิ่นลี่


(ฤดูร้อน)
ดวงจันทร์เด่นฟ้า ดาราล้อมเดือน ลมโชยพลิ้วไหว แมกไม้เคลื่อนตาม ราวกับจะเกิดสิ่งดีๆขึ้นในไม่ช้า

      "ตามหมอหลวง เร็วเข้ากุ้ยเฟยทรงจะคลอดแล้วแล้ว เร็ว" เสียงอี้อิงนางกำนัลประจำกายกุ้ยเฟยคนงามดังสนั่นไปทั่วตำหนัก หลังจากนายสาวของตนเริ่มปวดพระครรภ์  พอสิ้นเสียงบรรดานางกำนัลและขันทีต่างวิ่งวุ่นไปทำหน้าที่ของตน และไปแจ้งข่าวสำคัญให้เจ้าชีวิตได้ทราบ

ตำหนักเฟิ่งเฟย
            

             "ฝ่าบาทพะยะค่ะ คนของตำหนักกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้าทูลเรื่องสำคัญพะยะค่ะ" เสียง กวี้กงกง มหาขันทีคนสนิทของ ฮองเต้จิ่นลี่ ดังอยู่หน้าห้องบรรทมของฮองเฮา ในใจเต็มไปด้วยความกังวลที่มารบกวนเวลาของมังกรทองที่กำลังตระกรองกอดฮองเฮารัก


ห้องบรรทม

             "ฝ่าบาทเพคะ "เสียงหวานของฮองเฮาเจ้าตำหนัก ดังปลุกพระสวามีที่แสร้งไม่ได้ยินเสียงของกวี้กงกง 


             "ตื่นบรรทมก่อนเพคะ คนของกุ้ยเฟยมาแจ้งข่าวยามดึกต้องมีเรื่องอะไรแน่เพคะ ฝ่าบาทเพคะ!!" 

เสียงหวานแข็งขึ้นเมื่อคนที่บรรทมอยู่ไม่มีปฏิกิริยากับเสียงของตน ฮองเต้รูปงามลืมตามองฮองเฮาคนงามของตนอย่างจำยอม


              "เฮ้อ ก็ได้พี่ตื่นแล้วน้องหญิง ถ้าไมใช่เรื่องสำคัญนะ ข้าจะสั่งโบยให้หมดทั้งตำหนักเชียว" 


             ฮองเต้จิ่นลี่พูดพลางกล่าวขายาวลงจากแท่นบรรทม เฟิ่งเฟยฮองเฮานำร่างที่มีน้ำมีนวลขึ้นหลังจากตั้งครรภ์ที่3 ของตนลงมาจัดเสื้อผ้าของพระสวามีให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาจัดของตน


        "น้องหญิงจะไปไหน"ฮองเต้จิ่นลี่เอ่ยปากถามเมื่อเห็นเมียรักของตนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่


        "น้องจะไปพร้อมพระองค์เพคะ"ฮองเฮาเฟิ่งเฟยตอบพร้อมกับผูกปมเชือกให้แน่น


        "น้องหญิงไม่ต้องตามพี่ไปหรอก พักเถอะ ตอนนี้ยิ่งครรภ์อ่อนควรพักผ่อนให้มาก เดี๋ยวลูกจะหงุดหงิดเอาได้นะ"


         ฮองเต้หนุ่มรีบห้าม ก่อนที่ฮองเฮาคนรักจะออกไปตากอากาศหนาวข้างนอกห้องบรรทม ฮองเฮาสาวได้ยินดังนั้นจึงหน้ามู่เมื่อสวามีรักขัดพระทัยนาง


          "ในเมื่อไม่อยากให้หม่อมฉันไปด้วย งั้นหม่อมฉันนอนก็ได้เพคะ แต่ตอนที่หม่อมฉันนอนไม่ชอบให้ผู้ใด! มากรบกวน ขอประทานอภัยถ้าหม่อมฉันจะปิดตำหนัก!" สรรพนามแทนตนได้เปลี่ยนไปด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจและสั่นเครือ ทำให้คนรักเมียและลูกยิ่งชีพผวาไปกอดร่างงามที่กำลังสะอื้นไห้ด้วยรักพร้อมตรัสปลอบอย่างเอาใจ

        "โอ๋ๆๆ น้องหญิงพี่แค่กังวลใจไป กลัวน้องและลูกจะเป็นเจ็บป่วยเอาได้ เมื่อเจ้าอยากไปพี่ย่อมให้ไป ลุกขึ้นเสียอย่าได้เศร้าไปเดี๋ยวลูกเราในครรภ์จะพลอยเศร้าไปด้วย " กล่าวปลอบฮองเฮาในอ้อมกอด


          สองร่างผู้ยิ่งใหญ่ในแคว้นก้าวออกจากห้องบรรทมไปส่วนกลาง นางกำนัลของตำหนักกุ้ยเฟยเห็นภาพตรงหน้าก็อดเปรียบเทียบกับเทพบุตรและเทพธิดาไม่ได้ เฮ้ยเหตุใดหนอ ชีวิตของฮองเฮาของช่างน่าอิจฉา เกิดมาในครอบครัวที่ดี และมีคู่ครองที่ดีอีก แต่กุ้ยเฟยของเขานั้นช่างน่าสงสารเคยได้รับความรักจากบุรุษที่นางรักบ้างไหม นางกำนัลสาวคิด เมื่อได้สติว่านางล่าช้ามากมากแล้วมีเรื่องสำคัญต้องกราบทูลเจ้าชีวิตจึงรีบเอ่ยปากอย่างร้อนรน

       "ถวายพระพระฝ่าบาทเพคะ ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ เวลานี้กุ้ยเฟยทรงจะประสูติพระธิดาและพระโอรสเพคะ " 


       นางกำนัลรีบกล่าวจุดประสงค์ตั้งแต่แรกเพื่อให้ฮองเต้รีบเสด็จหากุ้ยเฟยคนงามที่จะมีพระประสูติกาลโดยเร็ว


      "เรื่องสำคัญขนาดนี้เจ้าไม่รีบแจ้งตั้งแต่ต้นเล่า รอข้าทำไหม ไปกวี้กงกง จัดเกี้ยวไปตำหนักหลิวหลัน" ฝ่าบาทพูดอย่างเร่งรีบ ร่างสูงสง่าตั้งตรงกำลังเดินไปหน้าตำหนัก เสียงหวานของเฟิ่งเฟยฮองเฮากล่าวทักขึ้นมาเสียก่อน


     "ฝ่าบาทเพคะให้หม่อมฉันร่วมเสด็จไปด้วยนะเพคะ "ร่างงามพูดพร้อมเงยหน้าเว้าวอนพระสวามีหรือคนรักเมียและลูกมากจะขัดใจได้


      "งั้นน้องหญิงต้องรีบกลับมาผักผ่อน ถามอิดออนเด็ดขาดถ้าพี่ให้กลับ "คนรักเมียตอบพร้อมคว้ามือเล็ก กล่าวไปขึ้นเกี้ยวมังกรไปตำหนักหลิวหลัน

ตำหนักหลิวหลัน

        "ฝ่าบาทเสด็จ ฮองเฮาเสด็จ " เสียงกวี้กงกงกล่าวเสียงดังเมื่อสองเจ้าชีวิตเหยียบเข้าตำหนักหลิวหลัน นางกำนัลและขันทีหมอบตัวถวายพระพรฮองเต้และฮองเฮา


         "ตามสบาย"เมื่อได้ยินดังนั้นร่างหลายร่างก็ลุกขึ้นตัวตรง 


          "กุ้ยเฟยเป็นอย่างไรบ้างคลอดหรือยัง"น้ำเสียงตื่นเต้นจนปิดไม่มิด ทำให้คนใหม่แคลงใจ แต่คนเก่าย่อมเข้าใจดี นี้ไม่ใช่ท่าทีเสแสร้งแต่อย่างไรแม่แผ่นดินคนงามรักเด็กเสียขนาดนั้นย่อมตื่นเต้นที่ราชวงศ์จะมีเชื้อสายใหม่ก่อกำเนิดในขึ้นไม่ช้า


          "ทูลฝ่าบาท ทูลฮองเฮา กุ้ยเฟยทรงเจ็บครรภ์ครึ่งชั่วยามแล้วเพคะ ตอนนี้หมอหลวงเข้าไปยังไม่มีข่าวเลยเพคะ"


          หนึ่งในนางกำนัลของตำหนักหลิวหลัน ทูลตอบข้อสงสัยของฮองเฮาคนงาม


           "ประสูติแล้วๆๆเพคะ ฝ่าบาท ฮองเฮา เป็นองค์หญิงเพคะ องค์หญิง" อี้อิงวิ่งกึ่งเดินออกมาจากห้องบรรทมของกุ้ยเฟย พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไรกุ้ยเฟยทรงถวายงานฝ่าบาทมา12ปีไม่เคยตั้งครรภ์ โอ้สวรรคเมตตา์ประทานองค์หญิงน้อยมาให้พระสนมโดยแท้


          "องค์หญิงงั้นหรือองค์หญิง3 อืม.."ฮองเต้จิ่นลี่กล่าวพึมพำในลำคอ อย่างใช้ความคิดพลันสายตาเหลือไปเห็นดวงเดือนที่เด่นกลางนภา ชื่อองค์หญิง...


          "เยว่อิง จันทร์กระจ่างฟ้า!!"เสียงเจ้าแผ่นดินดังขึ้นหลังจากใช้ความคิดอยู่นาน


      "องค์หญิงเยว่อิง ชื่อเพราะมากเพคะวันนี้เป็นวันเพ็ญชื่อช่างคล้องกับวันเกิดนางเสียจริงเพคะฝ่าบาท" ฮองเฮาคนงามกล่าวเสริมเมื่อได้ยินชื่อองค์หญิงสาม 


        "ใช่ไหมน้องหญิง พี่คิดอยู่นานเชียว ฮ่าๆๆ"ตอนนี้พระพักต์ฝ่าบาทเต็มไปด้วยสีหน้าภูมิใจหลังจากเมียรักกล่าวชม เขาควรคิดชื่อลูกในท้องฮองเฮาเลยดีไหมนะ

          "เชิญเสด็จฝ่าบาท ฮองเฮาเสด็จทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยเพคะ"อี้อิงกล่าวเชิญเสด็จเจ้าแผ่นดินทั้งสองทอดพระเนตรองค์หญิง เมื่อเข้าห้องบรรทมมาเต็มไปด้วยกลิ่นกำยานกลบกลิ่นคาวเลือด

           ในห้องมีเปลเด็กตั้งไว้ในนั้นมีชีวิตน้อยๆอาศัยอยู่ ผิวพรรณนางเปล่งปลั่งเหมือนแสงนวลจากดวงจันทร์ นัยตากลมมืดมิดเหมือนยาราตรี ปากได้รูปสีชมพูดูน่าชัง แก้มย่วยใครเห็นต้องอยากฟัด

           "องค์หญิงเยว่อิง ชื่อนี้เหมาะกับนางจริงๆ ความงามดังยามราตรีที่สงบใครได้พบต้องคลายใจ"


         มือใหญ่รับร่างน้อยของลูกไว้ในอ้อมกอดส่งให้ฮองเฮาดูความน่าชังของเจ้าตัวเล็ก นิ้งเรียวบางยืนไม่เคลี่ยแก้มยุ้ยอย่างเอ็นดู


        "จริงเพคะงามเหลือเกิน"ใบหน้างามของฮองเฮาประดับด้วยยิ้มอ่อนโยน


องค์หญิงเย่วอิงสตรีงามเลื่องถือกำเนิด

 

------------------------------------ต่อ-------------------------------


ฤดูหนาว

ตะวันทอแสงจ้า

หิมะโปรยปราย

ลมหนาวพัดผ่าน

ดอกเหมยบานสะพรั่ง

กลิ่นหอมโชยตามลม

ราวกับกล่าวต้อนรับคนพิเศษ


ตำหนักเฟิ่งเฟย


         "โอ๊ยๆๆ เจ็บเหลือเกิน ลูกจ๋าเหตุใดเจ้าช่างคลอดยากขนาดนี้ แม่เจ็บเหลือเกิน"


        เสียงหวานปนเจ็บปวดกล่าวกับลูกน้อยในครรภ์ ที่ช่างดื้อดึงไม่ยามออกจากท้องนางเสียที ร้อนถึงคนรักเมียและลูกยิ่งชีพที่เฝ้าเมียรักอยู่หน้าห้องต้องคอยตะโกนปลอบฮองเฮาคนงามของตน


       "ลูกรักเมื่อใดเจ้าถึงจะยามคลอด แม่เจ้าเจ็บขนาดนี้ ไม่สงสารแม่เจ้าหรือ เพ่ยหนิงเปิดประตูเราจะเข้าไปดูฮองเฮากับลูก"


        ฮองเต้ผู้องอาจกำลังจะพังประตูเข้าไป เดือดร้อนถึงลูกชายและกงกงประจำพระวรกายต้องห้ามไม่ให้พระบิดาและเจ้าชีวิตพังประตูห้องบรรทมฮองเฮา 


      "เสด็จพ่อพระทัยเย็นก่อนเถิดพะย่ะค่ะ เข้าไปตอนนี้มีแต่จะทำให้วุ่นวายเสียเปล่า ถ้าเสด็จแม่ทรงโกธรขึ้นมาหม่อมฉันไม่ยอมช่วยง้อนะพะย่ะค่ะ"เสียงองค์ชายรัชยาทวัย10ปี เอ่ยปราบพระบิดาของตน พร้อมคว้าเอวหนาของเสด็จพ่อของตนไว้ 


     "ใช่พะย่ะค่ะ เข้าไปตอนนี้เสด็จแม่พิโรธเสด็จพ่อแน่"เสียงองค์ชายสอง ไท่อี้ วัย 7 ปีกล่าวพลางกอดต้นขาแข็งแกร่งของบิดาไว้แน่น 


         "เสด็จพ่อทรงทราบดีว่าตอนเสด็จแม่พิโรธทรงน่ากลัวเช่นใด ทรงอย่าให้เสด็จแม่พิโรธเลยพะย่ะค่ะ"องค์ชายสาม ไท่ซาน วัย 5 ปี กล่าวเตือนสติพระบิดาให้คำนึกถึงตอนเสด็จแม่คนงามโกรธเคือง


         "ใช่พะย่ะค่ะ องค์ชายทั้งสามตรัสถูกต้อง ฮองเฮาทรงพิโรธขึ้นมา จะเดือนร้อนพระทัยเสียเปล่า เอาเวลานี้ทรงดำริพระนามองค์หญิงน้อยหรือองค์ชายน้อยเสียเถิดพะย่ะค่ะ"


          กวี้กงกงรีบพูดเสริมให้เจ้าแผ่นดินคือสติอีกคน และเหมือนจะได้ผลร่างแกร่งชะงักและปล่อยพระวรกายผ่อนคลายคล้ายบัณฑิตมือใหญ่ไค้วไว้ด้วนหลังเงยหน้ามองฟ้าที่มีหิมะโปรยปรายเล็กน้อย หันไปเห็นดอกเหมยสีแดงชาดบายสะพรั่งในรอบสิบปี ปีล่าสุดที่บานก็ตอนฮองเฮาของตนเข้ามาถวายตัว สีแดงของดอกเหมยตัดกลับชสีขาวของหิมะเกิดทัศนียภาพอันงดงามประจักแก่สายพระเนตรฮองเต้จิ่นลี คิดออกเสียทีว่าลูกข้าจะชื่ออะไร ฮึๆๆ สีพระพักต์ฮองเต้เต็มไปด้วยความภูมิใจมีตั้งชื่อลูกรักได้แต่เพียงครู่เดียวสีพระพักต์ตื่นเต้นฉายชัดของคนเป็นบิดา 



          "เสด็จพ่อๆๆ ฝ่าบาท ฮองเฮา/เสด็จแม่ ประสูติน้องน้อย/องค์หญิงน้อยแล้วพะย่ะค่ะ "เสียงหนุ่มน้อยและน้อยหนุ่มดังขึ้นมาเรียกสติคนทอดอารมณ์ตั้งชื่อลูกด้วยความตื่นเต้นปนยินดีร้องเรียกฮองเต้คนรักเมียและลูกให้เสด็จเข้าห้องบรรทมที่มีเชื้อพระวงศ์คนใหม่ก่อกำเนิด สี่ชีวิตเดินเข้าไปในห้องบรรทมของแม่แผ่นดินพร้อมส่ายหน้าหาองค์หญิงน้อย เมื่อเห็นเป้าหมายที่หาก็เดินกึ่งวิ่งเจ้าไปหาเปลเด็กน้อย เพียงแค่เดินเข้าใกล้กลิ่นดอกเหมยฮวาก็ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆมาจากเปลองค์หญิง


          "กลิ่นหอมคละคลุ้งไปเสียทั้วทั้งห้อง กลิ่นกำยานใหม่หรือกวี้กงกง"สุรเสียงเข้มเอ่ยถามกงกงเก่าแก่พร้อมชะลอฝีเท้าเบาลงเกือบย่องเพื่อไม่ให้รบกวนองค์หญิงน้อย


        "ทูลฝ่าบาท เมื่อครู่หมอหลวงกล่าวว่าตอนองค์หญิงน้อยประสูติมิได้มีกลิ่นคาวเลือดแต่เป็นกลิ่นของเหมยฮวาพะย่ะค่ะ"


           กวี้กงกงเอ่ยทูลตอบฮองเต้หนุ่มด้วยความประหลาดใจ เกิดมาหัวดำจนยาวก็มิเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน ถ้าคนอื่นพูดคงไม่เชื่อแต่นี้หมอหลวงเล่า ทูลเรื่องเท็จต่อฝ่าบาทมีแต่ตายเรื่องพวกนี้หมอหลวงมิโกหกดอก โน้มพระวรกายสูงส่งเอื้อมมือไปอุ้มทารกน้อยในเปลมาสู้อ้อมอกของบิดาพร้อมกล่าวว่า


          "งั้นหรือ..เป็นนิมิตหมายที่ดี กวี้กงกงประกาศราชโองการ เทศกาลเหมยฮวาจะจัดขึ้นตอนดอกเหมยบานครั้งแรกของทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่พิเศษเพราะดอกเหมยบานในรอบสิบปีและฮองเฮาเฟิ่งเฟยได้ประสูติองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวา เราจึงจัดเทศกาลนี้ต้อนรับองค์หญิงและดอกเหมยแรกในรอบสิบปี เทศกาลนี้จะจัดเจ็ดวันต่อปี เริ่มตั้งแต่ค่ำคืนนี้เป็นต้นไป"สุรเสียงทรงอำนาจกล่าวขึ้นอย่างปิติดอกเหมยนี้บานตอนลูกน้อยเขาเกิด บรรจบกับกลิ่นกายของลูกสาวตนหอมดอกเหมย ราวกับสวรรค์เห็นดีด้วยกับการเกิดองค์หญิงน้อย


      "กงี้กงกง รับราชโองการพะย่ะค่ะ"หลังจากกวี้กงกงรับราชโองการก็รีบลุกไปป่าวประกาศราชโองการนี้ให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน

 


         องค์ฮองเต้และองค์ชายทั้งสามก้าวเดินไปหามารดาของบุตรในอ้อมกอดพระองค์ เฟิ่งเฟยฮองเฮารอท่าอยู่บนแท่นบรรทมเมื่อเห็นพระสวามีและบรรดาบูกที่รุมล้อมน้องน้อยของตน เมื่อพระสวามีนั้งลงบนแท่นบรรทมร่างงามอ่าแขนรับลูกน้อยมาสู้อ้อมอกเมื่อเห็นทารกน้อยเริ่มงอแงหิวนม เมื่อองค์หญิงน้อยมาเข้าสู้อกอันเต็มไปด้วยน้ำนม จึงอ้าปากงับปทุมงามของมารดาและดูดดึงอย่างหิวโหย สายตาพระมารดามองลูกรักอย่างขบขัน

เมื่อสบมองตาลูกน้อยที่มองเสด็จแม่อย่างขอบคุณที่ให้นมนางกิน


        "คลอดมายังไม่ถึงวันก็รู้ความกับเขาด้วยหรือหืม.."เสียงอ่อนโยนเอ่ยถามบุตรสาวที่ยังคงดูดปทุมของนางอย่างกลัวว่าจะดูดดื่มเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อฮองเฮาเฟิ่งเฟยพิจารณาใบหน้างามของลูกสาวตัวน้อย 


         "ผิวพรรณขาวราวกับหิมะ ผิวนุ่มราวกับปุยเมฆ แก้มแดงระเรื่อ ปากกระจับสีแดงชาด นัยย์ตาประกายจ้าราวกับแสงแดดยามเช้า ขนตางามยาวเรียงตัวสวยรับกับตาคู่งามของนางได้อย่างดี จมูกโด่งรั้นดังนางหงส์ที่ทรนงในศักดิ์ศรี เมื่อเจ้าเติบใหญ่เจ้าคงงามเหนือใครเป็นแน่ลูกหญิง"


            ฮองเฮาเฟิ่งเฟยกล่าวพร้อมมีสมุนที่คอยตอบรับมารดาอย่างพร้อมเพรียงเห็นด้วยกับมารดาทุกประการ น้องน้อยของพวกเขางามเหนือใครในใต้หล้าเป็นแน่ 


          เมื่อคนเป็นบิดาของลูกสาวฟังคนภรรยารักจบก็ร้อนรนกลัวลูกรักจะถูกแย่งไปจากอก เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงคิดจะวางแผนให้บรรดาลูกชายคอยเป็นไม้กันผู้ชายคนอื่น มหาบุรุษผู้นักเมียและลูกมากจึงเรียกลูกชายทั้งสามมาปรึกษาไม่ให้ลูกสาวออกไปจากอ้อมอกได้ บรรดาหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่เกาะกลุ่มกันอนู่ในสายตาแม่แผ่นดินทั้งสินทั้งส่ายหัวอ่อนใจในความขี้หวงของพ่อของลูกที่ลูกสาวตัวน้อยคลอดมาไม่ถึงวันก็คิดจะตัดอนาคตลูกเขยเสียแล้ว จึงก้มมองลูกน้อยในอ้อมอก 


            "ลูกรักเจ้าคงลำบากในการเลือกคู่เสียแล้ว"ลูกสาวตัวน้อยเมื่อได้ยินคำมารดาจึงกรี้ดร้องในใจ เหตุใดเสด็จพ่อกับเสด็จพี่ถึงตัดโอกาสเหมยเช่นนี้!



ณ หน้าวังหลวง

          

           กลิ่นหอมของดอกเหมยส่งกลิ่นโชยไปทั่วทั้งเมือง ความงามของดอกเหมยเมื่อตัดกับสีขาวของหิมะช่างงดงามจนละสายตาไปไม่ได้เชียว 


ตึ้งๆๆๆ 


          เสียงกลองเมืองตีเพื่อส่งสัญณาญให้ชาวบ้านหยุดทำสิ่งต่างๆโดยมารวมกันหน้าประตูวัง


              "ประกาศราชโองการ เรามีความปิติอย่างยิ่งที่ดอกเหมยบานในรอบสิบปีและเฟิ่งเฟยฮองเฮาได้ประสูติองค์หญิงสี่หรือองค์เสวี่ยเหมยฮวา ด้วยการนี้จึงเหมาะสมที่จะเทศกาลเหมยฮวาเพื่อเป็นการต้อนรับองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวา เทศกาลนี้จะตั้งแต่ดอกเหมยบานวันแรกไปอีก6วัน รวมทั้งสิ้น7วัน ให้เริ่มเทศกาลตั้งแต่ค่ำคืนนี้เป็นต้นไป จบราชโองการ"


          เสียงกัมปนาลของกวี้กงกงจบลงเหล่าประชาชนพร้อมกันถวายพระพรฮองเต้ ฮองเฮา องค์หญิงน้อย โดยพร้อมเพรียง


   "ทรงพระเจริญฮองเต้จิ่นลี่ ทรงพระเจริญ หมื่นๆปี

ทรงพระเจริญเฟิ่งเฟยฮองเฮา ทรงพระเจริญ พันๆปี

องค์หญิงทรงพระเจริญๆๆ "


       เสียงปลื้มปิติของประชาชนดังไปถึงในวัง ย่อมต้องมีคนยินดีและไม่ยินดีเป็นแน่

 





@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
อันนี้กำเนิดเยว่อิงนะคะ เดี๋ยวนางเอกเราก็จะเกิดแล้ว

ถูกใจ คอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ



@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ในที่สุดนางเอกเราก้กำเนิดแล้วนะคะ

พาทแรกอาจเป็นชีวิตไว้เด็กของนางเอกนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@



1ชั่วยาม =2ชั่วโมง
ฮองเต้จิ่นลี่ขึ้นครองราชย์ตอน18
ฮองเฮาเฟิ่งเฟย ถวายตัวเป็นฮองเฮาตอน16
กุ้ยเฟยถวายตัวตอน16
ปัจจุบัน
ฮองเต้จิ่นลี่28
ฮองเฮา 26
กุ้ยเฟย 28
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 476 ครั้ง

167 ความคิดเห็น

  1. #57 _ncnp1211 (@_ncnp1211) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:32
    ต้องแบบ ลูกรักกับลูกอิจฉาแน่เลยยย
    #57
    0
  2. #31 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:34
    องชายใหญ่ 10ปี. องค์ชายรอง 7ปี องชายสาม 5ปี องหญิงสี่เพิ่งเกิด. ต่อมาองค์หญิง5 เกิดทีหลัง
    #31
    0