จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 23 : อิสระของเสวี่ยเหมยฮวา3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    8 ต.ค. 62

หลังจากที่ทั้งสี่เดินออกจากร้านเครื่องประดับเพื่อสมทบกับพี่ชายทั้งสองของเจี้ยนเปาที่รั้งรออสู่หน้าร้าน เจี้ยนเปาเมื่อเห็นว่าเดินห่างออกมาจากร้านพอควรแล้วจึงเอ่ยปากถามเสวี่ยเหมยฮวาอย่างสงสัย

"ฮวาเอ๋อร์เหตุใดเจ้าถึงซื้อเครื่องประดับนั้นเล่า"

"ข้าอยากได้น่ะ ถ้าเจ้าดูดีๆเจ้าจะเห็นลายละเอียดที่ซับซ้อนแต่ทำออกมาประณีตและงดงามมาก ของทั้งสองชิ้นนี้ไม่ใช่หาได้ยากแค่แคว้นเราแต่ที่ที่มันจากมาก็หาได้ยากเช่นกันเพราะคนที่จะมีแบบนั้นได้ต้องเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของที่นั้น"นางตอบอย่างมั่นใจว่าของชิ้นนี้ที่มามันไม่ธรรมดา คนที่ไม่มีความรู้อาจจะคิดว่าของนี้เป็นของปลอมที่ทำมาแล้วแอบอ้างว่าเป็นของสยามแต่ไม่ใช่นางแน่ที่จะถูกหลอกเพราะก่อนที่นางจะตายจากโลกนั้นพ่อกับแม่นางเป็นคนฝังหัวนางเรื่องเครื่องประดับโบราณต่างๆเพื่อสานต่อกิจการครอบครัวที่ทำเกี่ยวกับการสะสมและรับซื้อของโบราณที่ทำมารุ่นต่อรุ่น แต่น่าอนิจาที่ลูกสาวคนเล็กต้องประสบอุบัติเหตุ

"เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่ามันจะเป็นของเชื้อพระวงศ์"หลันอี้ถามอย่างโง่งมในเรื่องเครื่องประดับถ้าให้เทียบนิสัยนางกับสหายทั้งสามว่าผู้ใดมีความเป็นสตรีน้อยที่สุด ร้อยทั้งร้อยคงตอบว่านางที่ไม่มีความเป็นสตรีและไม่มีความสามารถด้านใดเลย คงมีแต่การร่ายรำนี้แหละที่พอเชิดหน้าเชิดตาตนเองได้

"ข้าเคยเห็นของพวกนี้มามากตอนที่สยามส่งของบรรณาการมาถวายเสด็จพ่อน่ะ"

"นี่ พวกเจ้าจะพูดจาโจ่งแจ้งกันไปแล้วนะ ถ้าผู้ใดมาได้ยินเข้าคงความแตกเป็นแน่"ซิ่งฮวาเอ่ยดุเมื่อบรรดาน้องๆพูดคุยกันเสียงดังโดยไม่สนคนรอบข้างที่เดินสวนไปมาจะได้ยินเรื่องไม่ควรเข้า

"พี่หญิงซิ่งเอ๋อร์ ท่านอย่ากังวลไปเลยไม่มีใครสนใจเราหรอก ใช่ไหมฮวาเอ๋อร์"หลันอี้หันไปหาพรรคพวกและนางก็ไม่ผิดหวังเมื่อองค์หญิงจอมแสบหันมาพยักหน้าเห็นด้วย

"ฮวาเอ๋อร์เพื่อนรักเจ้าบอกข้ามาสิว่าอยากไปที่ใดอีกข้าคนนี้จะพาเจ้าไปเอง เอ๋...หรือที่จะมีบุรุษรูปงามกันดี"หลันอี้หันมาชักชวนเสวี่ยเหมยฮวาไปเที่ยวเล่นอีกครั้ง เมื่อคนอื่นๆได้ยินคำพูดของสตรีน้อยตรงหน้าต่างตกตะลึงและคนที่เดือดร้อนมากที่สุดคงไม่พ้นสองพี่น้องคู่แฝดที่ห่วงสวัสดิภาพของตนและความความปลอดภัยของหญิงสาวทั้งสี่

"หลันอี้ เจ้าเป็นสตรีกล้าพูดคำเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรแล้วเจ้ายังจะกล้าชวนเสวี่ยเหมยฮวาไปอีก เจ้าอยากตายหรือไร"เจิ้นอิงบุรุษผู้นุ่มนวลเอ่ยเสียงเข้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โกรธจนอยากจะเอาร่างบางตรงหน้าที่กอดแขนดรุณีสูงศักดิ์ไปขังไม่ให้พบเจอผู้คนและลงโทษไม่ให้ทำใจกล้าเอ่ยชวนองค์หญิงไปดูบุรุษ นางช่างหาเรื่องตายจริงๆ!

"เหตุใดข้าจะกล่าวเช่นนี้ไม่ได้เจ้าคะ ข้ากับฮวาเอ๋อร์อยู่ในวัยที่ต้องหาคู่ครองในการแต่งงานได้แล้ว"อ้า...นางช่างใจกล้าเสียจริงเสวี่ยฮวาได้แต่คิดในใจและสะกิดเพื่อนให้เลิกปากกล้าท้าอำนาจมืดในตัวบัณฑิตย์หนุ่มตรงหน้าเสียจริงเพราะพ่อคุณโกรธจนแทบจะจับเพื่อนนางกินอยู่แล้ว

"นี่ อี้เอ๋อร์พี่เจิ้นก็พูดถูกนะ"เจี้ยนเปาที่เงียบอยู่นานเอ่ยช่วยเพื่อนทันทีที่เสวี่ยเหมยฮวาหันมาขอความช่วยเหลือ

"เจี้ยนเปา!"เจี้ยนเปาที่โดนเพื่อนตวาดจึงหันไปหาซิ่งฮวาเพื่อขอความช่วยเหลืออีกที ซิ่งฮวาได้แต่ส่ายหน้าเพราะใครต่างที่สนิทกับหลันอี้ต่างก็รู้ว่าเมื่อใดนางโกรธหรือนางรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ความยุติธรรมขึ้นมาต่อให้มังกรมาฉุด พยัคฆ์มาลากก็ไม่สามารถทำให้นางใจเย็นลงได้ จนต้องเดือดร้อนเจิ้นอิงทุกครั้งไปที่จะเป็นคนมาปลอบนางแต่ครั้งนี้คงไม่มีใครทำให้นางใจเย็นได้เมื่อคนที่ทำให้นางโกรธเป็นเจิ้นอิง

"เอ่อ..เจิ้นอิงเจ้าก็อยากไปว่าน้องเลยนางยังเด็กไม่รู้ความอะไรมากหรอก ส่วนหลันอี้เจ้าก็อย่าเถียงพี่เขาเจ้าเป็นสตรีนะอย่าได้พูดอะไรไม่งาม"เจิ้งไคที่ตอนนี้ดำรงเป็นผู้อาวุโสได้เอ่ยไกล่เกลี่ยให้ทั้งสอง

"เด็กเหรอ หึ! คงเป็นเด็กไร้ยางอายนะสิไม่ว่า ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะไปดูบุรุษคนไหนแต่ต้องเจ้าไม่มีสิทธิ์ชวนองค์หญิงไปทำเรื่องแบบนั้น"เจิ้นอิงผู้ไม่เคยว่าใครมาก่อนเอ่ยว่าเด็กน้อยตรงหน้า คนที่พูดบริภาษได้ฟังคำนั้นก็ได้แต่กัดปากกลั้นน้ำตาจนตาคู่งามแดงเถือก

"เจิ้นอิง/พี่เจิ้น!"เจิ้งไคและเจี้ยนเปาตวาดพี่น้องร่วมสายเลือดของพวกเขาอย่างโกรธเคืองแต่คนถูกตวาดก็ไม่สะทกสะท้านอะไร หลันอี้มองกริยาคนตรงหน้าอย่างน้อยใจและโกรธ โกรธที่ว่านางได้เจ็บแสบ นางทนให้ใครต่อใครว่าก็ได้ ทนให้ใครมองว่านางโง่ก็ได้ ใครจะด่านางเท่าไหร่ก็ได้เพราะคนพวกนั้นไม่ได้สำคัญกับนางเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่กับบุรุษผู้นนี้ที่นางมอบใจให้ตั้งแต่เด็ก บุรุษที่นางรักและเทิดทูนมาตลอด น้อยใจที่เขาไม่เคยห่วงและปกป้องนางเลย ตั้งแต่มีเพียงเจิ้งไคที่มาห่วงนางตอนบาดเจ็บ นางถูกรังแกก็มีแต่เจิ้งไคที่ปกป้อง

"ใช่ ข้าเป็นคนไร้ยางอาย เป็นคนที่โง่งมจนไม่น่าให้อภัยเลยด้วย"หลันอี้ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด นางกล่าวเพียงเท่านั้นก็วิ่งหนีหายไปท่ามกลางผู้คนที่สัญจรกันมากมาย เจิ้งไคที่เห็นคนที่เขาเอ็นดูดังน้องสาวนี้หายไป

"หลันอี้ หยุดนะ!"เจิ้นอิงตะโกนออกไป ร่างสูงใหญ่เบียดเสียดไล่ตามร่างน้อยไปทิ้งอีกสี่คนไว้ด้านหลัง

"เราต้องตามไปไหม"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยถามด้วยความงุนงงเพราะนางมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดเร็วแล้วไปเร็วพอๆกับคนต้นเรื่อง

"หึ ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวก็หายเคืองกัน"เจี้ยนเปาเอ่ยราวเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นคือเรื่องปกติเรื่องแบบนี้คือเรื่องปกติของทั้งคู่แต่จะสลับบทกันเล็กน้อยที่เจิ้นอิงเป็นคนวิ่งตามและหลันอี้วิ่งหนี

"เราไปวัดกันต่อนะ ข้าอยากไป"เมื่อคนอื่นเห็นเป็นปกตินางก็คิดว่าปกติ ไม่เห็นต้องคิดให้ยุ่งยากเอาเวลาอันมีค่าไปเที่ยวให้อิ่มหน่ำเสียดีกว่า

ยังไม่ทันได้ขยับไปไหนเสียงผู้คนที่เสียงดังกลับเงียบสนิทแล้วแหวกทางออกเป็นสองฝั่ง ดึงความสนใจทั้งสี่ให้มาสนใจเสวี่ยเหมยฮวาชะโงกหน้าออกไปดูว่าเกิดกระไรขึ้นแต่ก็โดนขวางโดยทหารหน้าดุ

"นี้ๆ ท่านป้าเขามีกระไรกันหรือถึงต้องแยกเป็นสองฝั่ง"นางสะกิดหญิงแก่ที่อยู่ข้างๆโดยเลือกลักษณะแบบป้าข้างบ้าน

"วันนี้มีราชอาคันตุกะจากต่างแคว้นมา เห็นว่ามาร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติย์น่ะ"หญิงชราไม่ได้หันมาตอบนาง แต่ส่งสายตาชะเง้อมองขบวนยาวที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยโดยมีสายตาชาวบ้านมองดูอย่างตื่นเต้น

"มีใครมาบ้างหรือป้า"นางถามต่อ

"มากมายเลยนังหนูแต่ขบวนที่มาน่ะ ตอนนี้มีมาจากแคว้นวหลิงนำโดยอ๋องปู้เย่เลยหน่า"

"อ๋องปู้เย่คือใครเหรอท่านป้า"นางยังคงเซ้าซี้ถามต่อจนหญิงแก่หันมาค้อน

"นังหนูเอ็งก็หน้าตาสะสวยหน่า ไม่น่าปิดหูปิดตาตัวเองเลย" พุธหนอ พองหนอ องค์หญิงหนอ คนแก่หนอ เฮ้อค่อยยังชั่ว เสวี่ยเหมยฮวาที่โดนหญิงชราแซะเข้าคิ้วก็กระตุกยิกๆ นางโดนหลอกด่าว่าโง่อ่า..เกิดมาเป็นองค์หญิงไม่เคยโดนใครเอ่ยอย่างนี้กับนางเลย

"ท่านป้าว่าจาช่างคมคายจริง แล้วท่านอ๋องน่ะคือใครกันบอกข้ามาเถิดนะ"เสวี่ยเหมยยังคงกัดฟันยิ้มหวานให้ทั้งที่ใจอยากจะสวนกลับแต่ก็ต้องรักษาอาการไว้

"มาๆข้าจะบอกให้อ๋องปู้เย่เป็นพระอนุชาของฮองเต้แคว้นหลิง  แถมยังหนุ่มแน่น พระปรีช้างหนือก็รอบด้าน ที่สำคัญไม่มีพระชายาด้วยหน่า นี่นังหนูเอ็งลองเดินผ่านหูผ่านตาอ๋องท่านซี เผื่อจะได้เป็นอนุท่าน"หญิงแก่บอกเล่าให้นางฟังอย่างใจดีแถมยังบอกลู่ทางสบายให้นางด้วย 


"อ่ะ นั่นๆนังหนูคนที่ขี่ม้าน่ะคือท่านอ๋องปู้เย่"หญิงชราชี้มือชี้ไม้ให้นางดู เสวี่ยเหมยฮวาละสายตาจากหญิงเฒ่าขึ้นมาสนใจบุรุษที่อยู่บนหลังม้าสีขาวสง่างาม ใบหน้าคมดังชายชาตรีแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่น ตาเชิดดังเหยี่ยว จมูกโด่งเหมาะกับใบหน้า ปากบางได้รูปกระจับจนสตรียังอายยกยิ้มน้อยๆ เพียงเหลือบมองสตรีน้อยใหญ่ข้างทางก็ชวนให้พวกนางลมแทบจับเพราะความหล่อ 


"ไม่เห็นหล่อเลย พี่สองข้ายังหล่อกว่าอีกท่านป้า"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยบอกด้วยท่าทางเบื่อหน่าย 


"เอะ นังหนูสายตาเอ็งนี้คงไม่ดีสิท่า อ๋องปู้เย้นี้รูปงามมากเลยหน่า!"หญิงชราบอกออกมาเสียงดังจนเรียกสายตาคนรอบข้างให้หันมามองนางแน่นอนมันก็เรียกสายตาคนบนหลังม้าได้ด้วย 


หลี่ปู้เย่ที่ได้ยินเสียงหญิงแก่จริงหันมามองต้นเสียงทำให้เขาได้เห็นสตรีน้อยนางหนึ่งที่โดดเด่นกว่าใครทั้งรูปร่าง หน้าตา กริยาที่ดูธรรมดาแต่ยังคงงดงาม เสียงหวานเพียงแค่เอ่ยพูดก็เหมือนดังขับร้อง เรียวปากบางขยับขึ้นลงชวนให้หน้ามอง ตากลมกระพริบไปมาดังผีเสื้อโผบิน 


อ่า บุตรสาวใครหนอ นางช่างงดงามดังเทพธิดาเสียจริง  หลี่ปู้เย่ที่เอาจ้องนางจนสายตาทั้งคู่ประสานราวกับมีมนต์ในสายตาคู่นั้นใจของเขาเต้นเร็วราวกับกลองรบ 


"เสด็จอาเพคะ เหตุใดถึงหยุดขบวนเพคะ"เสียงหวานที่อยู่ในรถม้าหลังงามเอ่ยเรียกทำให้หลี่ปู้เย่ได้สติ


"ไม่มีกระไรหรอก"เขาเอ่ยตอบหลานสาว แล้วจึงควบม้าไปข้างหน้าช้าๆแต่สง่างาม หือ กลิ่นหอมของดอกเหมยมาจากไหนกันนี้ไม่ใช้หน้าหนาวนิ  กลิ่นหอมหวานติดที่ปลายจมูกแกร่ง


"นี้นังหนู ข้าว่าเอ็งได้เป็นอนุในท่านอ๋องเป็นแน่ ฮ่าๆๆ"หญิงชราคนเดิมเอ่ยหยอกเหย้า เสวี่ยเหมยฮวาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยจึงหันหน้าหนีไปสนใจขบวนต่อไปที่ห่างออกไปต่อท้ายขบวนแคว้นหลิง 


"อยากรู้ไหมว่าขบวนต่อไปเป็นของแคว้นใด"เสียงเข้มเอ่ยถามใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงลมหายใจเป่ารดหูนาง เสียงนี้ ....เสียงที่นางเฝ้าคิดถึงมาตลอดสี่ปี ลมหายใจที่ทำให้นางแทบจะละลายกลายเป็นน้ำ ไออุ่นจากร่างแกร่างที่นางถวิลหามาตลอด


 เสวี่ยเหมยฮวาตกใจจึงหันหลังกลับไปทำให้แก้มนวลเฉียดกับริมฝีปากหนา ใบหน้างามอยู่ตรงอกแกร่งนิ่งไม่ไหวติง 


"เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าขบวนต่อไปเป็นของแคว้นใด"เขาถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแกมหยอกเหย้า เสวี่ยเหมยฮวายังคงนิ่งหน้านวลแดงก่ำเหมือนลูกผิงกั๋วนางเขินเขาจนไม่กล้าที่จะสบตา 


"อยากรู้เจ้าค่ะ"นางเอ่ยตอบเสียงเบาดังสตรีขี้อายนิสัยเช่นนี้หาแทบไม่ได้จากตัวนางแต่บุรุษผู้นี้กลับทำให้นางต้องเขินอายร่ำไป  หยางเฟยหลงที่เห็นกริยาของนางจึงยกยิ้มน้อยๆอย่างชอบใจ


"ของแคว้นหลงที่นำของขวัญมากมายมาถวายแก่ฮองเต้จิ่นลี่ซึ่งเป็นพระบิดาของว่าที่ฮองเฮาของฮองเต้เฟยหลง"เขาเอ่ยตอบนางอย่างใจดีแต่ก็ยังหยอกเหย้าให้นางเขินอาย


"ฮองเฮาของฮองเต้แคว้นเฟยหลงงั้นหรือ ใครกันเจ้าคะ"นางตอบกลับทิ้งคราบสตรีขี้อายเมื่อครู่ไป


"องค์หญิงสี่กระมัง"


"เอ๋ ข้ารู้มาว่านางมีคนที่มีใจให้อยู่หน่า"เมื่อได้ฟังคำนางใบหน้าคมที่เมื่อครู่ยังอ่อนโยนตอนนี้มืดครึ้มดังมีเมฆฝนก่อตัวเหนือศีรษะเขา 


"ผู้ใดกัน"เขาเอ่ยเสียงอย่างหงุดหงิด


"ผู้ใดหรือก็คือ.."เสวี่ยเหมยฮวากำลังเอ่ยตอบแต่ก็ถูกขัดโดยหญิงชราคนเดิมที่เห็นว่าหญิงสาวข้างกายนางเงียบไปนานจึงหันกลับมาสนใจกลับพบไอ้หนุ่มหน้านิ่งที่ยืนอยู่ข้างสตรีน้อย


"นังหนู เอะพ่อหนุ่มนี้ใครกัน น้าเอ็งหรือ"เสวี่ยเหมยกลั้นขำแถมไม่อยู่ เมื่อหันไปมองหน้าบุรุษข้างกายจึงหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาตวัดสายตาดุมองร่างน้อยที่หัวเราะแบบเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างกาย


"ข้าเป็นสามีนาง"เขาตอบเสียงนิ่ง เสวี่ยเหมยฮวาที่หัวเราะแทบจะขาดใจตายเมื่อครู่กลับไอออกมาเพราะสำลักน้ำลายตัวเอง


"งั้นหรือ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าเล่าว่ามีสามีอยู่แล้ว ถ้าข้ารู้นะข้าคงไม่ให้เจ่าทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนั้นหรอก"หญิงเฒ่าที่ปล่อยระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้นางแล้วจึงบอกลาทั้งสองเดินอารมณ์ดีออกไป 


ทำเรื่องผิดศีลธรรมกระไรกันยายเฒ่าบ้า ข้ายังไม่แต่งงานเลย เอ๋..ทำไมมันรู้สึกหนาวๆหลังแหะ   นางหันหลังกลับไปมองก็พบสายตาคู่คมที่จ้องจะกินเลือดจะกินเนื้อนาง ทำไมนางต้องรู้สึกกลัวด้วยนะทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด


"เจ้าจะอธิบายยังไงน้องหญิง"จะให้นางอธิบายยังไงเล่า นางยังไม่รู้เรื่องเลย เสวี่ยเหมยฮวาเหลียวหลังกลับไปมองแผ่นหลังของยายแก่เจ้าเล่ห์อย่างเครียดแค้น เมื่อหันกลับมาที่หยางเฟยหลงตากลมคลอไปด้วยน้ำตาอย่างน่าสงสาร 







                                                                          


ช่วง talk talk 


ไรท์อยากรู้มากกกกกว่าตอนที่ไรท์แต่งแบบน้องเหมยกับพี่หลงเขาคุยกันอ่ะ. รีดเดอร์เขินกันมั้ยอ่ะ


ตอนนี้ไรท์พยายามที่จะแต่งให้มันสนุกขึ้นด้วยการเล่นมุกอ่ะไม่รู้ว่าผ่านหรือ ไรท์อย่างรู้ว่ามีบางช่วงไหมอ่ะที่นิยายมันน่าเบื่ออ่ะ. พยายามดึงอะไรให้มันไม่น่าเบื่ออยู่ 


ช่วยคอมเมนท์เป็นกำลังใจด้วยนะเพราะทุกคอมเมนท์คือแรงบัลดาลใจให้ไรท์สามารถคิดอะไรออกมาแต่งได้  นิยายไรท์อาจจะนานนะคะ เพราะไรท์ไม่สามรถแต่งตลอดเวลาได้อ่ะไรท์จะแต่งผลงานที่ออกมาดีสำหรับไรท์จริงๆก็ต่อเมื่อมันมีฟิลทำให้ไรท์อยากแต่งอ่ะแต่ไรท์ไม่ทิ้งขวางแน่ๆ ดูท่านิยายครั้งนี้คงต้องใช้เวลานานมากถึงจะแต่งจบทุกเรื่อง 


ช่วยคอมเมนท์กับกดใจด้วยนะคะ 

รักทุกคนนะคะจากไรท์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

167 ความคิดเห็น

  1. #121 ฺฺBBlack (@llfaiipll) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 17:01

    มาอัพอีกคร้าาาา ค้างๆๆๆ

    #121
    0
  2. #120 Kt-kaewta (@Kt-kaewta) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:05
    สนุกค่ะ รออ่านนะคะ
    #120
    0
  3. #118 อินเลิฟ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 22:08

    ชอบบบบ

    #118
    0
  4. #116 SasiNS (@SasiNS) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 00:02
    งื้อออ มีความหยอดเบาๆ >///< เขินแทนนางงงง
    #116
    1