จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 19 : สหายรัก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

"ถึงแล้วเจ้าคะคุณหนู"

สามสหายสนิทต่างวัยที่ได้ยินเสียงกำนัลจึงหยุดการสนทนา หลันอี้ลงก้าวเท้าลงมาจากเกี้ยวเป็นคนแรกเมื่อเท้าเล็กสัมผัสพื้นยืนได้มั่นคง ใบหน้าเล็กน่ารักจึงเงยหน้าขึ้นไปมองประตูทางเข้าวังหลังที่ถูกแกะสลักงดงามและประณีต เสาสีแดงทั้งสองข้างถูกสลักเป็นรูปดอกได้งามหลากสีสันและสายพันธุ์และรูปหงส์สีทองพันรอบเสาใหญ่หน้าหงส์งดงามแง้นหน้าขึ้นมอง มังกรทององอาจที่กำลังคำรามราวกับข่มขวัญผู้มาเยือนว่านี้เป็นแดนตนอย่าคิดได้ทำเรื่องอกุศล

"โห! แค่ประตูเข้าก็งดงามไร้ที่ติ"หลันอี้ตะโกนขึ้นหันไปหาสองสหาย เจี้ยนเปาที่ก้าวลงเกี้ยวต่อจากหลันอี้รีบเข้ามาตะครุบปากสหายี้โวยวายของนาง ยกนิ้วขึ้นชี้หน้านางพร้อมเอ่ยขู่ 


"หลันอี้! เจ้าอย่าเสียงดังอยากโดนประหารหรือไร"หลันอี้ที่ได้ฟังความที่เจี้ยนเปาว่าจึงตกใจเบิกตากว้างยกมือพัลวัน เจี้ยนเปาเห็นท่าทีของสหายรักจึงพอใจแต่ยังไม่วายขู่นางทิ้งท้ายไว้


"ถ้าโดนประหารข้าไม่ช่วยเจ้าหรอกนะ"


"เจี้ยนเปาเจ้าอย่าแกล้งนางสิ"ซิ่งฮวาเ่ยขีดพร้อมเอื้อมมือไปจับมือสหายทั้งสองเ้าเข้าสู่วังหลัง สามดรุณีน้อยพากันเดินตามนางกำนัลที่นำทางไปสู่ตำหนักเหมยฮวา


"ถึงแล้วเจ้าค่ะ"


สามสหายที่ถูกนำตัวมาที่ห้องโถงกว้างที่ประดับตกแต่งเรียบง่ายที่ตกแต่งเน้นไปทางสีชมพู สีขาวและสีทอง แต่ก็ยังคงความหรูหราแบบฉบับวังหลัง หลันอี้และเจี้ยนเปาที่ไม่เคยเข้าวังมาก่อนจึงหันหน้ามองไปรอบๆด้วยความสนใจแต่ก็ละความสนใจไปเมื่อมีนางกำนัลนำชาและขนมกุ้ยฮวา นางกำนัลทั้งล้าถอยไปออกจากห้องโถงจึงมีเพียงแต่พวกนางทั้งสาม  เจี้ยนเปาที่เห็นว่าไม่มีคนแล้วจึงไม่รีรอที่จะยกขึ้นมาจิบเช่นเดียวกับหลันอี้ที่รีบหยิบขนมกุ้นฮวาใส่ปาก โดยมีซิ่งฮวามองดูสหายรุ่นน้องเงียบๆ


"ขนมนี้มีรสชาติอร่อยและมีกลิ่นของดอกกุ้ยฮวาอ่อนๆชวนให้สดชื่นแถมมีลวดลายงดงามมากด้วย"หลันอี้เอ่ยปากชมพร้อมกับหยิบบนมกุ้ยฮวาใส่ปาก


"ชามีกลิ่นหอมและเลิศรสแต่ข้าไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน"เจี้ยนเปายกขึ้นจิบ


"ดอกกุ้ยฮวาที่ใส่ในขนมมาจากเมืองกุ้ยหลินที่ขึิ้นชื่อในการปลูกกุ้ยฮวาและชาที่เจ้าจิบนั้นคือชามะลิที่ใส่ดอกเก็กฮวยลงไปเพราะช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ข้าจึงผสมชาที่ดื่มดีที่สุดสองฤดูมารวมกันน่ะ"เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมก้าวเดินขึ้นไปนั่งบนแท่นพระที่นั่ง 


"ถวายพระพรเพคะองค์หญิง"


"ไม่ต้องมากพิธี"


เสวี่ยเหมยฮวาลอบมองคนทั้งสองที่พึ่งใกล้ชิดกับนางครั้งแรกและขบขันในใจเพราะทั้งสองนั่งเกร็งจนนางกลัวว่าจะเป็นตะคริวเสียก่อน 


"พวกเจ้ากลัวเราหรือ เราเหมือนปีศาจร้ายหรือไร"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยถาม


"หม่อมฉันมิบังอาจคิดเช่นนั้นเพคะองค์หญิง"เจี้ยนเปาและหลันอี้ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงลุกขึ้นมาและย่อกายลงกล่าวพร้อมกัน เสวี่ยเหมยฮวาที่เห็นคนตรงหน้าทั้งสองกลัวนางจนตัวสั่นก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้นัยน์ตาประกายสนุก


"พวกเจ้าโกหกเปิ่นกง"เสวี่ยเหมยฮวาแกล้งกล่าวเสียงแข็ง


"หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ"


ทั้งสองหมอบลงกับพื้นหวาดกลัวจนกล่าวเสียงสั่นเสวี่ยเหมยฮวาเห็นเช่นนั้นจึงกลั้นขำไม่ไหวระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หลันอี้และเจี้ยนเปาที่ได้ยินเสียงหัวเราะจึงทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นมาภาพที่ทั้งสองเห็นคือองค์หญิงผู้งดงามกุมท้องและปิดปากหัวเราะไม่สงวนท่าทีของสตรีวังหลัง


หลันอี้และเจี้ยนหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง พร้อมหันไปมองซิ่งฮวาที่ยกชาขึ้นจิบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น องค์หญิงคนงามที่หัวเราะจนพอใจแล้วจึงหันมาสนใจพวกนาง เท้าเล็กก้าวเข้ามาหาพวกนางอย่างเป็นมิตร มือเล็กขาวราวกับหยกเนื้อดีเอื้อมจับไหล่พวกนางทั้งสองและระบายยิ้มออกมาจนเห็นฟัน 


"สหายรักคนใหม่ของเรา เจ้าอย่างุนงงไปเมื่อกี้เพียงเป็นการเหย้ากันฉันท์เพื่อนน่ะ"นางกล่าวอย่างอารมณ์ดี


"สหาย?"พวกนางกล่าวพร้อมกัน


"ใช่ สหายรัก"เสวี่ยเหมยฮวาพยักหน้า


"องค์หญิงทรงแหย่หม่อมฉันเล่นแล้ว คนอย่างหม่อมฉันทั้งสองหรือจะเป็นสหายกับพระองค์ที่เป็นถึงองค์หญิงขั้นหนึ่ง"เจี้ยนเปากล่าวเสียงนิ่งและไม่เข้าใจในเจตนาของคนตรงหน้า 


"องค์หญิงขั้นหนึ่ง ขั้นสองแล้วเป็นกระไรเล่า"


"แต่หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดานะเพคะ"หลันอี้เอ่ย


"ฟังนะ ข้าจะคบใครเป็นสหายไม่เกี่ยวกับสถานะหรือฐานันดร์แต่มันอยู่ที่ใจข้าผู้นี้และข้าจะคบกับเจ้าเป็นสหาย แล้วเจ้าเล่าจะคบกับข้าเป็นสหายหรือไม่"เสวี่ยเหมยฮวากล่าวอย่างจริงใจและจริงจัง


"เพคะ องค์หญิง"ทั้งสองกล่าวพร้อมกันและระบายยิ้มออกมาเสวี่ยเหมยฮวาดีใจจึงดึงนางทั้งสองเข้ามากอดแต่ก็ดันสหายใหม่ทั้งสองออกพร้อมกล่าวจริงจัง


"พวกเจ้าห้ามเรียกข้าว่าองค์หญิงเด็ดขาดและห้ามพูดคำราชาศัพท์ด้วยตอนอยู่ด้วยกัน"


"อืม"ทั้งสองพยักหน้าเจี้ยนเปาก็เอ่ยถามขึ้น


"แต่จะให้เราเรียกว่าอะไรล่ะ"เจี้ยนเปาก็เอ่ยถามขึ้น


"ฮวาเอ๋อร์ เรียกข้าว่าฮวาเอ๋อร์ข้าก็จะเรียกพวกเจ้าว่าอี้เอ๋อร์และเปาเอ๋อร์"นางกล่าวพร้อมมองทั้งสองสลับกัน


"ได้ฮวาเอ๋อร์"หลันอี้และเจี้ยนเปาเอ่ยพร้อมกันทั้งสามมองหน้ากันไปมาและระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทั้งสามจับจูงกันไปนั่งและคุยสนทนากันหนึ่งชั่วยามไม่แม้กระทั้งจับถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ ซิ่งฮวาที่นั่งมองอยู่นานจนทนไม่ไหวจึงยืนขึ้นและเดินเข้าไปหา


"น้องหญิงที่รักทั้งสามของข้าพวกเจ้าไม่หิวกันหรือไร"ซิ่งฮวาถามด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนฉบับคุณหนูผู้เรียบร้อย


"หิวเจ้าค่ะ"ทั้งสามหันมาเอ่ยพร้อมกัน


"เปาเอ๋อร์ บ้านเจ้าทำร้านซาลาเปาใช่หรือไม่"เสวี่ยเหมยเอ่ยถาม


"ใช่ ทำไมหรือ"เจี้ยนเปาถามอย่างสงสัย


"ฮวาเอ๋อร์เจ้าคงไม่คิดที่จะ"ซิ่งฮวาเอ่ยขึ้นท่าทางหวาดระแวง


"คิดกระไรหรือเจ้าค่ะ"นางหันมาถามย้อนกลับพร้อมตีหน้าซื่อ






บนรถม้าคันงามที่ขับเคลื่อนไปตามถนนที่ขนาบข้างด้วยตึกราบ้านช่องจนกระทั้งมาหยุดตรงหน้าร้านซาลาเปาที่ขึ้นชื่อว่ารสชาติอร่อยล่ำลึก รถม้าคันใหญ่ที่งดงามและหรูหราเรียกคนสนใจจากคนทั้งร้านและผู้คนบริเวณรอบได้เป็นอย่างดีเพราะมีเพียงรถม้าไม่กี่คันที่จะมาจากตรงร้านซาลาเปาขนาดกลางที่มีชื่อเสียงเฉพาะชาวบ้านและชนชั้นกลางเป็นไปได้ยากที่จะมีพวกขุนนางชั้นสูงรู้จัก


ร่างดรุณีน้อยทั้งสี่กล่าวลงมาที่ละคนทั้งสี่ใส่ชุดต่างกันแต่เป็นเนื้อผ้าไหมอย่างดีที่ส่วนใหญ่จะเป็นคุณหนูในห้องหอสวมใส่กันและเครื่องประดับที่มีไม่กี่ชิ้นแต่ก็มีราคาสูง ซิ่งฮวาสวมใส่สีม่วงอ่อนสีประจำ หลันอี้สวมใส่สีเขียวที่ชื่นชอบ เจี้ยนเปาสวมใส่สีฟ้าที่ถูกใจและเสวี่ยเหมยฮวาสวมใส่สีชมพูอ่อนที่โปรดปราดเป็นที่สุด 


ทั้งสี่เดินกล่าวไปพร้อมกันเดินตรงเข้าไปร้านซาลาเปาของเจี้ยนเปา โดยมีผู้คนจับจ้องสนใจว่าเป็นใครและตะลึงในความงามของคนทั้งสี่ เถ้าแก่ร้านซาลาเปารีบเดินเข้าหายกมือคนทั้งสี่จนเจี้ยนเปาต้องรีบไปจับมือ


"เคารพคุณหนูทั้งสี่ ข้าน้อย.."


"ท่านพ่อ ข้าเอง"เจี้ยนเปาพูดพลางถอดผ้าปิดหน้าออก เถ้าแก่จือเห็นชุดที่บุตรสาวสวมใส่


"เปาเอ๋อร์เจ้าไปขโมยชุดใครใส่บอกพ่อมานะ"เถ้าแก่จือเห็นชุดที่บุตรสาวสวมใส่จึงเอ่ยถามเสียงเข้มสีหน้าไม่พอใจ 


"ท่านพ่อของสหายข้า นางให้ข้ายืมใส่ไม่เชื่อถามอี้เอ๋อร์เลย"เจี้ยนเปาเอ่ยบอกพร้อมทำหน้าตาออดอ้อน 


"ใช่เจ้าค่ะท่านอา ฮวาเอ๋อร์ให้พวกเรายืมใส่"หลันอี้ตอบและถอดผ้าปิดหน้าออก


"ฮวาเอ๋อร์ ใครกัน"เถ้าแก่จือพูดพร้อมหันไปมองสหายของบุตรสาวอีกสองคนที่ตนไม่เคยเห็นหน้า


"เคารพเจ้าค่ะเถ้าแก่จือ"เสวี่ยเหมยฮวาและซิ่งฮวาเอ่ยพร้อมกันและค่อมกายเคารพบิดาของเจี้ยนเปา ยังไม่ทันเถ้าแก่จือได้กล่าวอะไรเสียงผู้มาใหม่คือหญิงวัยกลางคนที่เดินออกมาจากครัว


"อ้อ สหายใหม่ของเปาเอ๋อร์หรือ แม่คือท่านแม่ของเปาเอ๋อร์เอง"นางเอ่ยอย่างใจดี เจี้ยนเปาที่เห็นมารดาตนจึงวิ่งเข้าไปกอดและหอมแก้มมารดาตน เถ้าแก่จือหันไปมองภรรยาแวบนึงแล้วหันกลับมามองสหายของลูก


"อี้เอ๋อร์เจ้าพาสหายไปโซนรับแขกของจวนด้านหลังนะ ดูท่าคงอีกนานแน่ถ้ารอเจ้าแสบ ดูสิกอดภรรยาพ่อเป็นลูกลิงเชียว"เถ้าแก่จือเอ่ยบอกหลันอี้และหันหยอกเหย้าบุตรสาวจนนางหันมาทำแก้มพองลมแล้วหันไปฟ้องมารดาเรียกเสียงหัวเราะจากบิดาและสหายได้อย่างดี


"ไปกันเถอะพี่หญิง ฮวาเอ๋อร์ ถ้าจะรอเจี้ยนเปาคงนานเพราะท่านน้าหญิงพึ่งกลับจากเยี่ยมญาติที่แคว้นเหมยมาน่ะ"หลันอี้กล่าวพร้อมเดินนำไป


"เจี้ยนเปาเป็นคนจากแคว้นเหมยหรือ"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยถามอย่างสนใจ


"ใช่ ข้ากลับนางมาจากแคว้นเหมยทั้งคู่พึ่งมาอยู่แคว้นเพียงปีครึ่งเอง"


"งั้นหรือ"


"ถึงแล้ว"


ทั้งสามมาหยุดอยู่หน้าจวนไม้เนื้อดีที่เรียบง่ายแต่ก็อบอุ่น หลันอี้เดินนำไปยังโถงรับแขกที่เป็นโต๊ะกลมขนาดกลางวางไว้และมีเบาะรองนั่งว่างไว้แปดที่ 


"พี่หญิง ฮวาเอ๋อร์ มานั่งนี้มา"หลันอี้เป็นคนหย่อนตัวคนแรกตามด้วยเสวี่ยเหมยฮวาและซิ่งฮวา นั่งรอไม่นานเจี้ยนเปาก็เดินเข้ามาพร้อมชา


"ขอโทษที พอดีท่านแม่พึ่งกลับมาข้าเลยอยู่คุยกับท่านนานไปหน่อย"เจี้ยนเปาพูดพร้อมรินชาให้สหายทั้งสาม


"เปาเอ๋อร์"หลันอี้เรียก


"หืม"


"พี่เจิ้นไม่อยู่หรือ"


"อ้อ อยู่สิคงอยู่ในห้องสมุดน่ะ ทำไมหรือ"


"เห็นทุกทีถ้าเจ้ากลับมาพี่เจิ้นต้องรีบไปรับตั้งแต่หน้าร้านครั้งนี้ไม่เห็นเลยแปลกใจ"หลันอี้กล่าวพร้อมยกชาจิบแก้มนวลแดงระเรื่อ


"พี่เจิ้นคือใครหรือ"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยถาม


"พี่ชายข้าน่ะ นี้ฮวาเอ๋อร์เจ้าไม่เอาผ้าออกหรือ"เจี้ยนเปาถามและคำตอบที่ได้คือ


"ไม่อ่ะ ที่ข้าปิดเพราะกลัวความงามข้าจะทำให้เจ้าตกหลุมรักน่ะสิ"นางเอ่ยอย่างหยอกเอินจนเจี้ยนเปาอดหมั่นไส้ไม่ได้


"เจ้าไม่เหลือคราบองค์หญิงสี่เมื่อเช้าเลยตอนนี้เหลือเพียงฮวาเอ๋อร์จอมเจ้าเล่ห์"เจี้ยนเปาเอ่ยว่าแต่ผลที่ได้รับคือตาหยีที่ให้ผ้าปิดอยู่ก็รู้ว่าองค์หญิงคนงามยิ้มรับคำด่านางหน้าซื่อตาใส


"น้องรักเจ้ากลับแล้วหรือเหตุใดไม่บอกพี่คนนี้"เสียงทุ้มนุ่มส่งเสียงมาแต่ไกลจนคนทั้งห้องต้องหันไปมอง ปรากฏหนุ่มบัณทิตหน้าใสที่ยืนพิงอยู่ตรงขอบประตูพร้อมโบกพัดเล่มงามไปมา


"พี่เจิ้น พี่ท่านทำตัวให้ข้าอายสหายนะ"เจี้ยนเปาปรายตามองคนเป็นพี่ด้วยหางตาเพียงครู่ก็หันมาสนใจถ้วยชาตรงหน้า ทิ้งให้พี่ชายตะลึงและอับอายที่ตนกระทำกริยาไปเมื่อครู่ เมื่อได้สติจึงกวาดสายตาไปรอบๆจึงค้นพบว่าไม่ได้มีเพียงน้องสาวและหลันอี้ แต่มีดรุณีน้อยกริยาสง่างามนั่งหลังตรงหันมามองตนทั้งคู่ เจิ้นอิงใบหน้าขึ้นสีด้วยความอับอายจึงกระแอมสองที เดินตัวตรงมาหาน้องสาวพร้อมนั่งลงข้างๆ


"พี่เจิ้นนี้คือสหายของข้า  เสวี่ยเหมยฮวา ฮวาเอ๋อร์ นี้พี่เจิ้น พี่ชายคนรองของข้า"เจี้ยนเปาเอ่ยแนะนำสหายให้รู้จัก


"เคารพพี่เจิ้นเจ้าค่ะ"เสวี่ยเหมยฮวาลุกขึ้นมือสองมือจับกันและค่อมตัวลง เดือดร้อนชายหนุ่มคนเดียวในห้องต้องรีบลุกขึ้น


"อ่าๆ ไม่ต้องเกรงใจกัน วันหลังไม่ต้องอย่างนี้อีกคนกันเอง"เจิ้นอิงลุกขึ้นทำความเคารพคืนแล้วบอกให้นั่งลง


"เจ้าค่ะ"นางตอบรับพร้อมกันแล้วนั่งสงบเสงี่ยมตามเดิม


"เปาน้อยวันนี้พี่รู้มาว่าเจ้าได้ไปคัดเลือกนางรำที่จะแสดงในวันฉลองสิริราชสมบัติย์ใช่หรือไม่"เจิ้นอิงถามน้องสาว


"ใช่เจ้าค่ะ ข้า หลันอี้และพี่หญิงซิ่งฮวา ถูกเลือกให้รำในการแสดงนี้ด้วย"เจี้ยนเปาเล่าอย่างภูมิใจ


"เล่าให้พี่ฟังหน่อยได้หรือไม่"


"เจ้าค่ะแถมวันนี้ยังมีเรื่องตลกให้ฟังด้วย"เจี้ยนเปาที่ตอบตกลงทันที จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่คัดเลือกให้พี่ชายฟังทั้งหมดแต่ก็คงไม่พ้นเรื่องซูเจิ้นซีอยู่ดีโดยมีหลันอี้คอยผสมโรงด้วย ซิ่งฮวาและเสวี่ยเหมยฮวาที่นั่งฟังอยู่เงียบก็อดหัวเราะด้วยไม่ได้เพราะบ้างเรื่องก็ถูกใส่สีตีไข่จนคนฟังรู้สึกเหมือนกระทำเอง เจิ้นอิงที่ได้ฟังก็อดโมโหไม่ได้แต่ยังไม่พูดอะไรก็ถูกขัดโดยบิดา มารดาที่ยกอาหารมาพร้อมเสี่ยวเอ๋อร์ที่ยกอาหารหลากสีสันมาวางบนโต๊ะ


"เด็กๆ มาทานข้าวกันก่อน"เสียงอ่อนโยนตามฉบับมารดาของฮูหยินจือเอ่ยขึ้นให้ทั้งห้าหยุดพูดคุยแล้วมาทานอารหาร


"เจ้าอิง  เจ้าเจิ้งไคไปไหนเล่า"เสียงของผู้เป็นประมุขตระกูลจือเอ่ยถามบุตรชายคนรอง


"คงอยู่ที่ลานกว้างหลังจวนน่ะขอรับท่านพ่ออีกเดี๋ยวคงมา"เจิ้นอิงกล่าวจบก็มีเสียงเลื่อนประตูไม้ออกปรากฏชายหนุ่มที่ถอดแบบเจิ้นอิงมาทุกระเบียบนิ้วแต่ต่างตรงใส่เสื้อสีเข้มและผิวคล่ำเพราะตากแดด


"ขออภัยท่านพ่อ ท่านแม่ที่ข้ามาช้า"เสียงทุ่มเข้มตามฉบับชายชาติทหารเอ่ยขึ้นเมื่อได้รับอนุญาติจึงเดินเข้าไปนั่งข้างน้องชายฝาแฝด


"ไคเอ๋อร์ ลูกพึ่งมาคงไม่รู้ว่าเปาน้อยของเราะาสหายมาด้วย"ฮูหยินจือกล่าวพร้อมแนะนำนางทั้งสองที่ละคน ตาคมกวาดมองสหายของน้องสาว แต่ก็หยุดชะงักอย่างตะลึงหญิงสาวนั้นถึงมีผ้าปิดหน้าอยู่มองเพียงครู่เดียวเขาก็รู้ว่าคือองค์หญิงสี่พระขนิษฐาของผู้บังคับบัญชาการของเขา จ้าวไท่ซาน คนที่ถูกจ้องเงยหน้าขึ้นสบตาเป็นเชิงอย่าได้ริเปิดปากพูด


"มาๆ เริ่มทานกัน"เถ้าแก่จือเอ่ยปากพร้อมหยิบตะเกียบคีบหมูน้ำแดงให้ตนและภรรยา เสวี่ยเหมยฮวายกมือถอดผ้าปิดออก เถ้าจือ ฮูหยินจือ เจิ้นอิงก็ชะงักหยุดมองใบหน้าที่งามดังเทพเซียนนั้น จิ่นไคที่รู้อยู่ว่าเป็นใครก็อดตกตะลึงด้วยไม่ได้ถึงจะเคยเห็นมองสองครั้งเถิด


"เสวี่ยเหมยฮวาถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทน้าขอถามเจ้าหน่อยได้หรือไม่"ฮูหยินจือเอ่ยปากถามอย่างใจกล้า


"ได้เจ้าค่ะ"นางยิ้มรับ


"เปาน้อยเราให้น้าฟังว่าวันนี้มีการคัดเลือกนางรำ น้าได้ยินชื่อจึงสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่มีชื่อเจ้าเล่า"ฮูหยินจือเอ่ยปากถามไปลอบมองกริยาคนตรงหน้าไป คนถูกถามยิ้มรับ


"เป็นฮวาเอ๋อร์เองที่ฝีมือไม่ถึงอาจารย์หญิงจึงไม่เลือก"เสวี่ยเหมยฮวาตอบหน้าระรื่นคนทั้งสี่ที่รู้ตัวตนของนางต่างคิดในใจเป็นเสียงเดียวกันว่า โกหก องค์หญิงสี่หรือฝีมือรำไม่งดงามถ้านางไม่งดงามแล้วจะมีใครเล่าที่รำได้งดงาม


"เป็นเช่นนั้นหรือ ข้าขอถามอีกข้อได้หรือ"ฮูหยินจือเอ่ยปากขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นนางยิ้มรับจึงเอ่ยถามจนคนทั้งสี่ที่ได้ยินทั้งแถบเป็นลมไป


"บิดามารดาเจ้าเป็นผู้ใดหรือ ถึงให้กำเนิดหญิงงามตรงหน้าข้าได้ บิดามารดาเจ้าต้องหน้าตาดีมากแน่และต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาพอๆกับบิดาของซิ่งฮวาแน่"บุตรชายคนโตที่ปกติเป็นคนเงียบครึมไม่แสดงสีหน้าเหลือบมองมารดาอย่างตกตะลึงในความใจกล้าพอๆกับเจี้ยนเปาและหลันอี้ที่อยากจะตักข้าวป้อนท่านแม่  ท่านน้าจนไม่มีเวลาให้พูดเรื่องไร้สาระ แต่คงได้แค่คิดเพราะรู้นิสัยสตรีตรงหน้าดีว่าเป็นคนที่อย่างรู้ต้องรู้ให้สุด


"บิดาฮวาเอ๋อร์เป็นขุนนางที่เคียงข้างบัลลังก์มังกรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนมารดาเป็นคนแคว้นเหมยย้ายมาอยู่แคว้นจิ่นเพราะแต่งให้บิดาเจ้าค่ะ"นางตอบรับเสียงเหมือนเล่าเรื่องบ้านปกติแต่ที่ไม่ปกติคือฐานะต่างหาก ตาหงส์เหลือบไปเห็นเจี้ยนเปา หลันอี้ ซิ่งฮวา จิ่นไคส่งสายตาอย่างไม่เชื่อว่านางจะโกหกออกมาได้หน้าตาเฉย


"เช่นนั้นหรือต้องเป็นคนสนิทของฮองเต้เป็นแน่ เจ้าเคยคุยกับฮองเฮาหรือไม่"ฮูหยินจือกล่าวอย่างตื่นเต้น


"เคยเจ้าค่ะ"


"เช่นนั้นหรือ พระนางงดงามมากเลยใช่หรือไม่"


"งดงามมากเจ้าค่ะ"


"เจ้าเจอพระนางตอนไหนหรือ"


"ตอนข้ายังเด็กเจ้าค่ะ"ทารกที่พึ่งเกิดคงเป็นเด็กกระมั้ง นางคิด


"น้าเคยเข้าเฝ้าพระนางครั้งหนึ่งงดงามจนช่วงตะลึงเลย แต่ก็ไม่ได้พบพระนางอีกเลย"ฮูหยินจือกล่าวรำลึกความหลัง


"ทำไมหรือเจ้าคะ"นางถามอย่างสงสัย


"ตั้งแต่ทรงอภิเษกให้กับฮองเต้แคว้นจิ่นก็ไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าเลยเพราะนานๆทีพระนางจะกลับแคว้นเหมย"พระนางกล่าวเสียงเศร้า


"ท่านน้าเข้าเฝ้าพระนางได้ยังไงหรือ"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยถามอย่างสนใจ


"มีนางกำนัลในวังมาซื้อซาลาเปาของน้าไปถวายพระนางตอนที่พระนางพึ่งได้สิบห้าพรรษามั้ง ตั้งแต่นั้นทุกสามวันต้องมีนางกำนัลมาซื้อซาลาเปาไปถวายจนกระทั้งพระนางจะอภิเษกจึงเสด็จออกมาเพราะอยากดูหน้าคนทำซาลาเปาตอนนั้นร้านน้าเป็นเพียงร้านเล็กๆที่มีแค่สามโต๊ะจนผู้คนรู้ว่าองค์หญิงในวังเสวยซาลาเปาร้านน้าจึงแห่กันมาซื้อจนมีชื่อเสียงในแคว้นเหมยเป็นอย่างมาก"ฮูหยินจือเล่าอย่างสุขใจ เถ้าแก่จือเงียบอยู่นานจึงเอ่ยขึ้น


"ฮวาเอ๋อร์เจ้าคล้ายกับองค์หญิงเฟิ่งเฟยตอนเด็กมากอย่างกับถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันเลย"


"ใช่ จริงด้วย"ฮูหยินจือหันมาจดจ้อง คนทั้งสี้ที่รู้ฐานะนางต่างเอ่ยขึ้นเพื่อลบความคิดเถ้าแก่จือและฮูหยินยือ


"ท่านพ่อ ท่านแม่ท่าคิดถึงความหลังมาจนาสยตาพร่ามัวเชียวข้าไม่เห็นว่าคล้ายตรงไหนเลย"เจี้ยนเปาเอ่ยขัด ผู้อาวุโสทั้งสองจะหันมาแย้งแต่จิ่นไคเอ่ยขึ้นขัด


"ใช่เปาน้อยพูดถูกข้าเคยเห็นฮองเฮาแล้ว ไม่เห็นว่าจะคล้ายกันเลย"ผู้อาวุโสทั้งสองจึงพยักหน้าเห็นด้วยแล้วคิดว่าตนแก่จนมองผิดไป คนทั้งสี่ต่างลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เสวี่ยเหมยฮวาที่เห็นท่าทีจึงหัวเราะออกมาเบาๆอย่างขบขันแน่นอนสิ่งที่ได้รับกลับมาคือวงค้อนงามๆสี่วง นางเห็นจึงทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว









   กดไลค์  คอมเมนท์ ให้กำลังใจด้วยนะคะ

อย่าลืมกด favorite กันนะคะ
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

168 ความคิดเห็น

  1. #100 rm-kim (@rm-kim) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 20:24
    ยังรอนางเอกแก้แค้นอิองค์หญิง3อยู่หมั่นไส้!!!!
    #100
    0
  2. #99 sarochapimwised (@sarochapimwised) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 19:31

    รอตอนต่อไปคับ
    #99
    0
  3. #98 tongta251919 (@tongta251919) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 19:23

    รออ่านตอนต่อไป อยากให้นางเอกเอาคืน นังสองแม่ลูกไวๆๆๆ
    #98
    0
  4. #97 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 16:33
    รอนะคะ
    #97
    0
  5. #95 Thnoonnalu (@Thnoonnalu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 14:43

    จะรออ่านน้า~
    #95
    0