จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 18 : ความอับอายของซูเจิ้นซี 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    4 มี.ค. 62

"อ่า เช่นนั้นหรือ งั้นเปิ่นกงจะแสดงให้เจ้าดูว่าเป็นข่าวโคมลอยหรือไม่"เสวี่ยเหมยฮวากล่าวเสร็จจึงถอยหลังไปเก้าหนึ่ง

ดวงตานางจับจ้องไปที่ซูเจิ้นซีที่ส่งสายสายตาท้าทาย มือบางยกขึ้นอ้อมไปด้านหลังเพื่อกระตุกสายผ้าปิดหน้า ผ้าผืนบางค่อยๆออกจากใบหน้างาม เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่เรียวสวย ตาหงส์เชิดขึ้นนัยน์ตาคู่งามสีดำสนิทดังยามราตรีมีประกายดังดวงดาว ขนตาเรียงตัวสวยราวกับขนนกยูงที่กำลังแผ่ขน เหนือขึ้นไปคือคิ้วงามที่ไม่บางและไม่หนาเรียวตรงที่พาดอยู่บนหน้าผากนูน ถัดมาคือจมูกโด่งที่รั้นขึ้นเล็กน้อยส่งเสริมให้เจ้าของดูทรนง เรียวปากบางที่ได้รูปกระจับสีชมพูอ่อนธรรมชาติเช่นเดียวแก้มนวลผ่องที่มีชมพูดังทาชาด ทุกอย่างล้วนอยู่บนใบหน้างามถูกจัดวางราวกับเง็กเซียนฮองเต้จับวางด้วยพระองค์เอง 


ใครที่ต่างเห็นใบหน้านี้ต่างก็พร้อมใจกันเรียกว่า'ใบหน้าที่สวรรค์ประทาน' เป็นใบหน้าที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันที่จะมีและเป็นใบหน้ามงคล เสวี่ยฮวาจึงถูกเรียกว่า 'ธิดาสวรรค์' ที่ถูกเรียกเช่นนี้ไม่ใช่เพราะว่านางมีแค่ใบหน้างามแต่เพราะมีความสามารถที่เป็นหนึ่งไม่ว่าจะศาสตร์หรือศิลป์ สติปัญญาที่เป็นเลิศ อัจฉริยะด้านดนตรี จิตใจที่ใฝ่ในธรรมะ ใจที่เมตตาต่อผู้น้อยทั้งหลาย กริยามารยาทเป็นเลิศอีกทั้งเป็นถึงองค์หญิงขั้นหนึ่งที่เกิดจากโอรสสวรรค์และพระมารดาของแผ่นดิน 


ซูเจิ้นซีและผู้ที่อยู่รอบๆต่างอ้าปากค้างกับความงามของเสวี่ยเหมยฮวา ผู้คนต่างตกตะลึงและหลงใหลกับความงามตรงหน้าทำให้ทั่วบริเวณเงียบสงบได้ยินเพียงเสียงนกและจิ้งหลีดเป็นเพลงขับกล่อมชั้นดี ยิ่งได้กลิ่นดอกเหมยจางๆจากกายนางคงเรียกสติได้ยาก คิดได้เช่นนั้นเสวี่ยเหมยฮวาจึงพยักหน้าให้จี้อิง นางกำนัลคำสนิทจึงหยิบฆ้องขึ้นมาตีที่หนึ่งส่งเสียงดังไปทั่วลานกว้างทำให้ผู้คนได้สติ


"ซูเจิ้นซีตะลึงจนอ้าปากค้างเชียว"เสียงหวานเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยัน


ซูเจิ้นซีที่ถูกเสวี่ยเหมยฮวาล้อใบหน้าก็ขึ้นสีเพราะโกรธและอับอายใจก็โทษเยว่อิงที่หลอกลวงตนว่าองค์หญิงสี่เป็นคนอัปลักษณ์ไร้ความงาม คนอัปลักษณ์อะไรงดงามดังเทพเซียนเล่า


"อาจารย์หญิง ฝากพวกนางด้วย"เสวี่ยเหมยฮวาที่รู้สึกสะใจและสงสารหญิงงามล่มแคว้นจิ่นตรงหน้า หลังจากนางจากไปเหล่าสาวน้อยต่างหัวเราะซูเจิ้นซีที่หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ


"พวกเจ้าหัวเราะกะไรกัน จะไปไหนก็ไปเลย"ซูเจิ้นซีทั้งโกรธและอับอาย มู่จวงและลู่เสียนที่เห็นสหายสนิทหงุดหงิดจึงชักชวนให้ำปซื้อเครื่องประดับข้างนอกเพราะอาจารย์หญิงปล่อยให้กลับบ้านได้


"เจิ้นซีเจ้าอย่าหงุดหงิดไป เดี๋ยวมีรอยย่นบนหน้านะ"มู่จวงกล่าว


"ใช่ ข้าว่าเราไปซื้อเครื่องประดับหรือผ้าไหมใส่ไปงานฉลองขึ้นครองราชย์ดีกว่า"ลู่เสียนเสริม


"โอ้! แดนเซียน หญิงงามเมื่อครู่ที่เราช่างงดงามเสียงจริง"หลันอี้กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน


"ใช่ พี่หญิงบอกแล้วว่าองค์หญิงงดงามที่สุดในใต้หล้า ถ้าพระองค์ไม่ปิดหน้าและผู้คนทั่วไปเห็นตำแหน่งหญิงงามปีนี้คงเป็นของพระองค์โดยแท้"ซิ่งฮวาเอ่ยเสริมอย่างนุ่มนวล


"นี่! พวกเจ้าเยาะเย้ยข้าหรือ"ซูเจิ่นซีที่ได้ยินดังนั้นหันมาซูเจิ่นซีที่ได้ยินดังนั้นหันมาตวาด


"ผู้ใดกันที่เยาะเย้ยเจ้า"หลันอี้ตอบกวน


"น้องหญิงพี่ว่าเราไปเตรียมตัวเข้าวังหลังกันดีกว่า"ซิ่งฮวาเอ่ยขึ้นและจับจูงสหายรุ่นน้องทั้งสอง เพียงก้าวได้สามก้าวเสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของมู่จวงกล่าวขัดทำให้พวกนางหันกลับมามอง


"เตรียมตัวเข้าวังหลัง? ลูกพ่อค้าแบบพวกเจ้าเนี่ยนะเข้าวังหลังแค่มีโอกาสมาถึงวังหน้าก็เป็นบุญแก่วงศ์ตระกูลเจ้าแล้ว หลันอี้ เจี้ยนเปา"มู่จวงดูถูก


"วังหลังนั้นกฎระเบียบมากมายเข้าไปก็ได้แต่ขายขี้หน้า"ลู่เสียนยิ้มเยาะมือบางพูดพร้อมกอดอกและปรายตา


"ที่สำคัญวังหลังไม่ใช่ชุมชนแออัดดังหมู่บ้านเจ้าที่พวกสามัญจะเข้าจะออกเมื่อไหร่ก็ได้นะ วังหลังน่ะเป็นที่อยู่ของเชื้อพระวงศ์ทั้งสิ้นพวกสามัญเข้าไปรั้งแต่ทำให้เหล่าพระองค์ท่านรำคาญ"มู่จวงยังคงเอ่ยทับถม


"เอ..แต่ใครเชิญเจ้าเขาวังหลังกันนะ"ซูเจิ้นซีเอ่ยถาม


"องค์หญิงสี่"เจี้ยนเปาตอบเสียงนิ่ง


"อ้อ องค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวางั้นหรือพระองค์ทรงคิดกะไรอยู่นะถึงให้พวกเจ้าเข้าไป"ลู่เสียนเอ่ย


"นี่ หลันอี้ เจี้ยนเปาก่อนที่เจ้าจะเข้าวังให้เจิ้นซีสหายข้าสอนมารยาทของคนวังให้ไหมล่ะ นางเคยอยู่วังหลังมาก่อนแถมคุนเคยกับเชื้อพระวงศ์อย่างมาก"มู่จวงพูดพร้อมโอ้อวดเพื่อนตน ซูเจิ้นซีที่ได้ฟังคำของสหายก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจที่โอ้อวดในเรื่องไม่เข้าท่า ใช่ที่นางคุ้นเคยวังหลังเพราะตอนเด็กๆเคยเข้าอยู่บ่อยตอนตามติดมารดาไปแต่ตอนนั้นรางยังอายุได้สามหนาวเท่านั้นเด็กเพียงนั้นใครจะได้เล่า


"มู่จวงก็ชมข้าเกินไปเพียงแค่ติดตามมารดาเพื่อเข้าเฝ้าซูกุ้ยเฟยที่มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆข้าเท่านั้น"ซูเจิ้นซีเอ่ยอย่างถ่อมตน ซิ่งฮวาได้ฟังคำนั้นต่างคิดไปทางเดียวกันว่าพูดเหมือนถ่อมตนแต่ไม่ได้โอ้อวดหรือว่าอานางเป็นถึงกุ้ยเฟย ต่างจากหลันอี้และเจี้ยนเปาที่กำลังตะลึงอยู่ทำให้สามสหายเสียงแหลมต่างยิ้มกะหยิ่ม


"เจี้ยนเปา หลันอี้ ไม่ต้องหว่งเรื่องกฎในวังหลังหรอกเสด็จอาฮองเฮาทรงไม่เคร่งกับพวกเจ้าหรอก"ซิ่งฮวาที่หมดความอดทนเอ่ยขึ้นอย่างจงใจว่าอานางเป็นฮองเฮา พวกเจิ้นซีฟังดังนั้นจึงหงุดหงิดที่ครั้งนี้พวกนางชนะอีกแล้ว


"เสด็จอาฮองเฮา?"เจี้ยนเปาและหลันอี้กล่าวมาพร้อมกัน ซิ่งฮวาที่เห็นหน้างุนงงของพวกนางจึงลากออกมาและทิ้งสามสหายไว้ข้างหลัง






หลังจากแยกกับพวกเจิ้นซีมา พวกนางจึงเดินกันมาทางออกโรงเรียนแล้วพบเข้ากับนางกำนัลวังหลังที่เสวี่ยเหมยฮวาส่งมารับ เหล่านางกำนัลที่เห็นซิ่งฮวาจึงค่อมตัวลงเล็กน้อยเช่นเดียวกับพวกซิ่งฮวา


"องค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาให้พวกข้ามารับ"นางกำนัลที่ดูอาวุโสสุดกล่าวกับพวกนาง แล้วปายมือไปยังเกี้ยวหลังใหญ่ไม่มีลวดลายแต่ก็งดงามแบบเรียบง่าย พวกนางจึงเก้าขึ้นไปทีละคน เมื่ออยู่กันตามลำพังหลันอี้จึงเปิดปากถามอย่างคนอยากรู้ นางเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจึงไม่รู้เกี่ยวกับพวกคนชั้นสูงมากนักตอนอยู่บ้านเก่าแต่พอมาอยู่ที่แคว้นจิ่นทำให้นางได้ใกล้กับพวกชั้นสูงมาก


"พี่หญิงทำไม พวกนางกำนัลถึงพูดกับพี่แบบไม่มีหางเสียงเล่า"


"นางกำนัลในวังหลังส่วนใหญ่ที่รับใช้เชื้อพระวงศ์จะเป็นคุณหนูตระกูลคหบดีไล่มาจนถึงตระกูลใหญ่ เช่นพี่จี้อิงนางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาเป็นถึงลูกคหบผู้ร่ำรวยเชียวนะ"ซิ่งฮวาเอ่ยตอบ


"เช่นนั้นหรือ"หลันอี้ได้ฟังคำตอบจึงอดทึ้งเพียงแค่ตำแหน่งนางกำนัลในวังหลังก็ไม่ธรรมดาเลย


"แล้วทำไมพี่หญิงถึงเรียกฮองเฮาว่าเสด็จอาล่ะ"เจี้ยนเปาที่เงียบอยู่นานจึงเอ่ยขึ้น


"มันก็ค่อนข้างซับซ้อนนะแต่ถ้าพวกเจ้าอยากรู้พี่ก็จะบอก นับย้อนไปสามรัชกาลฮองเต้มีพระโอรสหนึ่งพระองค์และพระธิดาหนึ่งพระองค์ล้วนประสูติจากฮองเฮาแต่ฮองเฮาทรงรับเลี้ยงองค์ชายน้อยที่เสียแม่ไป พระโอรสเป็นรัชทายาท องค์ชายน้อยเป็นชินอ๋อง พระธิดาเป็นกงจู่ขั้นหนึ่ง องค์หญิงองค์เล็กแต่งเข้าตระกูลอิงคือตระกูลพี่ทำใหนางมีศักดิ์เป็นย่าทวดแท้ๆของพี่ ต่อมาชินอ๋องทรงอภิเษกกับสตรีที่รักทำให้เกิดเป็นท่านหญิงรูปงามที่ถูกตาต้องใจฮองเต้แคว้นเหมยจึงสู่ขอท่านหญิงไปเป็นฮองเฮาและท่านหญิงก็ทรงประสูติพระโอรสมาคือฮองเต้แคว้นเหมยในรัชกาลก่อนและมีพระธิดากับพระโอรสหนึ่ง พระธิดาแต่งให้ตระกูลจ้าวคือฮองเฮาแคว้นจิ่น"ซิ่งฮวาเล่าอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้เจี้ยนเปากับหลันอี้งงเพราะนางเข้าใจความรู้สึกนั้นตอนบิดาเล่าให้ฟังครั้งแรก 


"ขออีกครั้ง"หลันอี้ที่ได้ฟังก็อึ้งกับความสัมพันอันซับซ้อนนี้


"ข้าเข้าใจแล้ว ย่าทวดของพี่หญิงเป็นพี่น้องกับตาของฮองเฮาและปู่ของฮองเต้ในปัจจุบัน ถ้างั้นนับไล่มาจากรุ่นย่าทวดมาถึงรุ่นหลานก็จะมี 

บิดาของพี่หญิงเป็นหลานองค์หญิงคนเล็ก

 ฮองเฮาเป็นหลานชินอ๋อง

ฮองเต้เป็นหลานองค์รัชทายาท 

นับลงมาอีกก็จะเป็นรุ่นเหลนคือ 

มีพี่หญิงซิ่งฮวาเหลนขององค์หญิงพระองค์เล็ก 

องค์ชายไท่หยาง องค์ชายไท่อี้ องค์ชายไท่ซานและองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาเป็นเหลนของชินอ๋องและองค์รัชทายาท"เจี้ยนเปาตอบอย่างมั่นใจ หลันอี้ที่ได้ฟังคำตอบของเจี้ยนเปาจึงหันไปซิ่งฮวาด้วยสีหน้าโง่งม


"หลันอี้วันหลังพี่จะวาดผังให้นะ"นางตอบอย่างอ่อนใจ








     กดใจ คอมเมนท์   ให้กำลังใจด้วยนะคะ. 



ตอนแต่ละตอนด้นสดหมดเลย อาจจะมีข้อผิดพลาดก็ขอโทษด้วยนะคะ เนื้อเรื่องอาจจะดำเนินเร็วบ้างช้าบ้างนะคะ 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

168 ความคิดเห็น

  1. #102 Game (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:49

    งงการเรียกของตัวละคร เรียกพี่หญิงน้อบหญิงทุ้งที่เป็นสามัญชน

    #102
    1
  2. #94 UL001 (@UL001) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:17
    สนุกมากค่ะ รอนะคะ มาต่อๆน๊า
    #94
    0
  3. #93 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 12:09
    อยากให้นางเอกกับพวกพี่ชายสนิทกันมากกว่านี้อ่ะ
    #93
    0
  4. #92 nawa-apo (@nawa-apo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 06:58
    งง ลำดับญาติช่างซับซ้อน
    #92
    0
  5. #91 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 20:53
    รอนะคะ
    #91
    0