จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 17 : การประชันความระหว่างหญิงงามสิบปีและหญิงงามร้อยปี 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    23 ก.พ. 62








ดรุณีน้อยยี่สิบคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานแบ่งเป็นสองแถวแถวละสิบคนและบรรดานักเรียนที่ไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นนางรำนั่งอยู่ทางขวา ทุกคนต่างใส่ชุดแบบเดียวกันคือชุดผ้าไหมสีชมพูปักดอกเหมยกุ้ยสีแดงและขาว โดยมีผีเสื้อน้อยบินอยู่รอบๆโดยดอกเหมยกุ้ยสีแดงสื่อถึงเสน่ห์ของหญิงสาวชวนให้ลุ่มลง สีขาวหมายถึงจิตใจที่บริสุทธิ์ของพวกนางและผีเสื้อหมายถึงบุรุษที่อยู่รอบๆพวกนางเพราะความงาม ผมสวยถูกเก็บขึ้นและปักปิ่นเงินรูปดอกเหมยกุ้ย ข้อมือเล็กแต่ละคนสวมใส่กำไลหยกเนื้องาม


ทุกคนรอคอยการเสด็จขององค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาอย่างตื่นเต้นโดยเฉพาะหลันอี้ที่คอยชะเง้อมองไปทางซุ้มที่อยู่ตรงหน้าจนอาจารย์หญิงต้องมาดุให้สงวนท่าที นางจึงสงบลงบ้าง


ไม่ปล่อยให้เวลาเดินไปเสียเปล่าก็ได้ยินเสียงของนางกำนัลประกาศขึ้น

"องค์หญิงสี่ เสด็จแล้ว"

สิ้นเสียงนางกำนัลก็ปรากฏร่างบางในชุดสีชมพูที่ไล่จากสีอ่อนมาสีเข้มที่ชายกระโปรง ปักดิ้นสีเงินลายดอกเหมยประจำกายผมดำเงางามรวบขึ้นศีรษะและที่เหลือก็ปล่อยให้คลอเคลียหลังบาง ประดับด้วยปิ่นทองสลักรูปเหมยฝังพลอยสีชมพูแซมแดงและผีเสื้อที่ถูกแกะอย่างปราณีตที่พร้อมจะโบยบินตลอดเวลา ข้อมือบางถูกสวมด้วยกำไลหยกจักรพรรดิสีเขียวมรกตรอบด้วยดอกเหมยที่หยางเฟยหลงให้เป็นของขวัญตอนวันเกิดที่สิบของนาง ลมอ่อนพัดกลิ่นหอมจากกายนางให้ฟุ่งไปทั่วลาน ผู้ที่สูดดมต่างรู้สึกหวานล้ำไปถึงจิต

เมื่อนางกล่าวมาอยู่ตรงกลางทั้งหมดจึงคุกเข่าถวายพระพร เสวี่ยเหมยฮวาจึงโบกมือเป็นพิธี พวกนางจึงลุกขึ้นอย่างสงบเสงี่ยม

"พวกเจ้าคงรู้แล้วว่าที่เปิ่นกงมาครั้งนี้เพราะอะไร หวังว่าคงไม่ทำให้เปิ่นกงผิดหวัง"เสียงหวานกล่าวเสียงปกติแต่ทำให้ใครหลายคนในที่นี้เกร็งและตื่นเต้นจนยืนแทบไม่ไหว

เมื่อนางกล่าวจบจึงยกมือส่งสัญญาณให้นักดนตรีที่อยู่ข้างซ้ายของนางให้เริ่มเล่น เสียงดนตรีที่ขับขานทำนองอันไพเราะและเสียงหวานชวนให้หลงของนักร้องทำให้บรรดานักเรียนที่อยู่ทางด้านขวาของนางเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีและนางรำยี่สิบคนที่เริ่มออกลวดลายท่าทางกันอย่างเต็มที่

ทั้งยี่สิบนางวาดแขนเรียวไปตามท่าที่พวกนางได้ฝึกซ้อม บทเพลงที่เล่นเกี่ยวกับความเป็นมาของแคว้นจิ่นจึงมีท่วงทำนองที่เศร้า สุข หึกเหิมปนกันไปทำให้แต่ละช่วงจึงมีความอ่อนช้อยหรือเข้มแข็งทำให้เป็นเรื่องยากที่จะรำออกมาให้งดงาม บทเพลงนี้จึงถูกยกย่องให้เป็นบทเพลงที่ปราบเซียนเลยก็ว่าได้

ดวงตาหงส์กวาดสายตามองที่ละคนอย่างละเอียดแต่ละคนร่ายรำได้งามแต่ก็มีจุดบกพร่องอยู่น้อยคนที่ไม่ผิดพลาดและคนเหล่านั้นคือมู่จวง ลู่เสียน ซิ่งฮวาและเจี้ยนเปา นางหยุดสายตาที่เจี้ยนเปาเป็นเวลานานจึงพยักหน้าให้อาจารย์หญิงนำพวกนางที่ร่ายรำผิดพลาดออกที่ละคนจนเหลือเพียงแค่สิบคนกว่่าจะคัดคนออกหมดก็จบเพลงพอดี

เรียวปากบางที่ซ่อนอยู่ในผ้าปิดหน้าผืนงามยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับความสามารถของพวกนางที่ร่ายรำได้ออกมาอย่างงดงาม

"พวกเจ้าแนะนำตัวทีละคน"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ย

"เพคะ"นางทั้งสิบขานรับพร้อมกัน

"หม่อมฉันอี้เหมย ธิดาขุนนางขั้นสองเพคะ"

"หม่อมฉันซูเจิ้นซี ธิดาเสนาบดีสำนักราชเลขานุการเพคะ"

"หม่อมฉันอี้เหนียง ธิดาขุนนางขั้นสองเป็นพี่สาวฝาแฝดของอี้เหมยเพคะ"

"หม่อมฉันซิ่งฮวา ธิดาเสนาบดีสำนักตรวจราชการเพคะ"

"หม่อมฉันมู่จวง ธิดาเสนาบดีกรมขุนนางเพคะ"

"หม่อมฉันลู่เสียน ธิดาเสนาบดีกรมพระคลังเพคะ"

"หม่อมฉันซินเหนียง ธิดาแม่ทัพแดนประจิมเพคะ"

"หม่อมฉันจี้ฮวา ธิดาแม่ทัพแดนทักษิณเพคะ"

"หม่อมฉันหลันอี้ ธิดาพ่อค้าขายหมูเพคะ"

"หม่อมฉันเจี้ยนเปา ธิดาพ่อค้าขายซาลาเปเพคะ"

เมื่อเจี้ยนเปากล่าวจบบรรดาคุณหนูในห้องหอต่างหัวเราะเหยาะและกระซิบกระซาบกัน ทำให้เด็กสาวชาวบ้านต่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากพวกนางเป็นธิดาผู้มีอำนาจจึงต้องเก็บความพอใจไว้

เสวี่ยเหมยฮวาที่ได้ยินเสียงหัวเราะและกระซิบกระซาบจึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก เท้าเล็กก้าวเท้าไปทางต้นเสียงโดยที่พวกนางไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่คุยกัน

"พวกเจ้าหัวเราะอะไรกัน"เสียงหวานเอ่ยออกมาเรียบนิ่งจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าทรงอยู่ในพระอารมณ์อะไร

สาวน้อยที่พูดคุยกันเมื่อครู่ได้ยินเสียงดังกล่าวจึงเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับตาคู่งามที่ฉายแววไม่พอใจ เสวี่ยเหมยฮวาเห็นพวกนางนิ่งและเงียบจึงเอ่ยถามย้ำ

"เปิ่นกงถามว่าหัวเราะเรื่องกระไร พวกเจ้าจะไม่ตอบเปิ่นกงหรือ"นางกวาดสายตาไปยังดวงหน้าที่ตอนนี้ซีดเผือดของคุณหนูในห้องหอจึงมาหยุดที่นางหนึ่ง

"ตอบคำถามเปิ่นกง"นางกล่าวเสียงเข้มแผ่รังสีความกดดันไปรอบๆ

"หม่อมฉัน เอ่ออ"คุณหนูผู้น่าสงสารเอ่ยเสียงสั่น

"ตอบให้ชัดเจนและพูดความจริง"


"หม่อมฉันหัวเราะเยาะที่พวกนางเป็นเพียงลูกพ่อค้าเพคะ"เสียงแหลมสวนขึ้นมาอย่างใจกล้าทำให้ผู้ที่อยู่บริเวณนั้นต่างสวดมนต์ภาวนาให้นางรอด


"เช่นนั้นหรือ"เสวี่ยเหมยฮวาหันไปมองต้นเสียงที่อยู่ในแถวนางรำและเผยรอยยิ้มหวานแต่มันช่างน่าสยดสยองสำหรับผู้มีความผิดเหลือเกิน


"เจ้าคือใครงั้นหรือ"


"หม่อมฉันซูเจิ้นซีเพคะ"นางตอบอย่างมั่นใจพร้อมเชิดหน้าขึ้น


"ซูเจิ้นซีงั้นหรือ ชื่อเจ้าช่างคุ้นยิ่งนัก"นางเอ่ยพลางครุ่นคิด


"หม่อมฉันคือหญิงงามล่มแคว้นจิ่นที่พึ่งได้รับเลือกและเป็นหลานสาวท่านอำมาตย์เพคะ"


"อ๋อเช่นนั้นหรือ หลานสาวของพระสนมกุ้ยเฟยนี้เอง"นางพยักหน้า


'หญิงงามล่มแคว้นจิ่น'เป็นประเพณีที่จะจัดขึ้นทุกสองปี โดยจะเซาะหาหญิงงามทั่วแคว้นให้มาแข่งขันกันและหญิงงามถูกเลือกเป็นหญิงงามล่มแคว้นจิ่นจะได้รับหีบเครื่องประดับเล่อค่าสองหีบ ผ้าไหมชั้นดีอีกสิบม้วนและสมนาคุณมากมาย ตำแหน่งนี้เป็นที่ต้องการของบรรดาหญิงงามทั่วแคว้นเป็นตำแหน่งที่ได้ทั้งทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลอีกทั้งผู้ที่ได้ตำแหน่งนี้ก็ต่างมีสามีที่ดีทุกคนเช่นพระสนมกุ้ยเฟยผู้ที่เคยได้ตำแหน่งนี้และพระองค์ก็ทรงได้สวามีเป็นถึงฮองเต้ 


"ใครๆก็ต่างพูดกันว่าหม่อมฉันงดงามที่สุดในแคว้นจิ่น เป็นหญิงงามที่สิบปีจะมีครั้งเลยนะเพคะ"นางกล่าวอย่างโอ้อวดตัวและทะนงตัวว่าตนเป็นหลานสาวสายตรงของพระสนมซูเยว่หลัน นางนึกหมั่นไส้องค์หญิงตรงหน้าที่ใครๆก็ต่างพูดกันว่างดงามดังเทพธิดา ถ้างดงามจริงคงไปนำผ้ามาปิดหน้าหรอก 


"โอ้เช่นนั้นหรือ หึ ข้าว่าเจ้าคงไม่เคยได้ยินเรื่องหญิงงามที่ร้อยปีจะมีครั้ง"นางยิ้มสมเพชให้สาวน้อยตรงหน้า


"หม่อมฉันได้ยินเพคะ"


"แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้นั้นคือใคร"นางถามกลับ


"เป็นองค์หญิงสี่เสวี่ยเหมยฮวาและองค์หญิงสามเยว่อิงเพคะ คนที่งามที่สุดที่หม่อมฉันยอมรับคงเป็นเพียงองค์หญิงเยว่อิงเพคะ แต่กับพระองค์คงเชื่อได้ว่าเป็นข่าวโคมลอย"นางตอบอย่างกวนโมโหคนตรงหน้า


"อ่า เช่นนั้นหรือ งั้นเปิ่นกงจะแสดงให้เจ้าดูว่าเป็นข่าวโคมลอยหรือไม่"






ตัวอย่างชุดเด็กๆนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

168 ความคิดเห็น

  1. #90 aum sk (@aum-2009) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:41
    เอาค่ะลูกแม่ แสดงให้นางดูค่ะ
    #90
    0
  2. #89 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:33
    รอนะคะ
    #89
    0