จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 16 : องค์หญิงสี่และพี่ชายทั้งสาม100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 223 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

     ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างมีสีเขียวตัดกับสีขาวของหิมะเช่นเดียวดอกไม้งามต่างๆก็เริ่มออกดอกมาให้ชมมีเพียงดอกเหมยที่ร่วงโรย เป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิแล้ว 

       

        วันนี้เป็นวันที่ฟ้าเปิดและก็เป็นเรื่องหน้ายินดีของชาวไร่หรือเป็นเรื่องดีของเด็กๆที่จะได้ออกมาวิ่งเล่นแต่ไม่ใช่วันที่ดีของเสวี่ยเหมยฮวาเลยเพราะนางถูกเสด็จพี่ทั้งสามกระชากลากถูให้มานั่งและเล่าเรื่องราวระหว่างนางกับหลงเหวินอิ๋น


      "เจ้าเล่ามาว่าเจ้าไปสนิทกับเหวินอิ๋นได้ยังไง"


        องค์ชายรัชทายาทที่ว่าเย็นชาเป็นที่สุดเกิดอาการนั่งไม่ติดเพราะเห็นน้องน้อยอันเป็นที่รักยืนคุยกับรองแม่ทัพอย่างสนิทสนม


        "แล้วทำไมต้องไปคุยกับรองแม่ทัพด้วย เจ้ามีพี่ชายตั้งสามคนคุยกับพวกพี่ก็ได้ทำไมต้องไปคุยกับมัน"


         องค์ชายไท่อี้เจ้าสำอางเอ่ยถามขึ้นทันทีที่พี่ใหญ่ของเขาพูดจบและแน่ว่าต้องตามมาด้วยองค์ชายไท่ซาน

   

       "เจ้าเป็นสตรีถึงยังไม่ปักปิ่นก็ตามแต่เจ้าไม่ควรเข้าใกล้บุรุษผู้อื่นนอกจากพวกพี่และเสด็จพ่อ"


       เสวี่ยเหมยฮวาได้ฟังคำของพี่ชายก็เกิดอาการเอือมระอาในความหวงน้องสาวของบรรดาเสด็จพี่ของนาง มันต้องเป็นอันเกิดเรื่องอย่างนี้ทุกทีเมื่อใดที่น้องถูกคุยกับบุรุษแม้แต่ทหารเวรในวังหลวงก็ตาม


      "เสด็จพี่พระองค์จะทรงห้ามหม่อมให้ไม่คุยกับผู้อื่นไม่ได้นะเพคะ"


       "ทำไมไม่ได้พี่เป็นพี่เจ้า!"ทั้งสามต่างเอ่ยพร้อมกัน


        เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นไร้สาระที่สุด กี่ครั้งๆที่พวกเสด็จพี่คอยห้ามนางนู้นนี้ในเรื่องไร้สาระต้องเอาเหตุผลความเ็นพี่มาห้ามนางตลอด 


       "หม่อมฉันกับท่านพี่เหวินอิ๋นเป็นเพียงสหาย"


       "เจ้าเรียกท่านรองแม่ทัพว่าท่านพี่งั้นหรือ!"องค์รัชทายาทหนุ่มถามเสียงเข้ม


       "ใช่เพคะ"นางตอบหน้าซื่อ


       "เจ้าเรียกหงเหวินอิ๋นว่าท่านพี่?"องค์ชายไท่หยางถามซ้ำ


         "แล้วอย่างไรเพคะ"


      นางนั่งงงกับปฏิกิริยาของบรรดาพี่ชายที่อึ้งและดูตกใจที่นางเรียกหงเหวินอิ๋นว่าท่านพี่


        "เจ้าจะเรียกผู้ว่าท่านพี่ไม่ได้นอกจากเสด็จพี่ทั้งสามของเจ้า!"


     องค์ชายไท่หยางกล่าวเสียงเข้มและทำหน้าจริงจัง เมื่อเสวี่ยเหมยฮวาได้ยินเช่นนั้นคิ้วงามขมวดเป็นปมอ้าปากจะกล่าวแต่คิดได้ว่าจะพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ นางจึงยืนขึ้น


       "ทูลลาเพคะองค์ชายทั้งสาม"


       กว่าทั้งสามจะได้สติเมื่อเห็นอาการของน้องน้อยที่เรียกว่าโกรธ ร่างน้อยของเสวี่ยเหมยฮวาก็ลับสายตาไปเสียแล้ว


      "เสด็จพี่หม่อมฉันว่าเราไม่ทำเกินไปหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายไท่ซานเอ่ยขึ้น


     "ครั้งนี้ดูว่าน้องจะโกธรพวกเราด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ"ไท่หยางเอ่ยสมทบ


      "ข้ารู้ว่าครั้งนี้เราอาจทำเกินไปแต่เจ้าไม่เห็นสายตาของท่านรองแม่ทัพหรือ สายตานั้นแทบจะกลืนกินน้องเราอยู่แล้วเชียว"


     ไท่หยางเอ่ยเสียงเครียด ตั้งแต่เกิดมาไม่มีปัญหาไหนเลยที่เขาจะจัดการไม่ได้และมีอยู่ปัญหาที่เขาจัดการได้ยากก็มีแต่เรื่องน้องสาวเขานี้แหละเพราะเจ้าตัวช่างดื้อดึงจนทำให้เขาอยากจะ.......หอมให้แก้มช้ำเลยจริงเชียว



     


    เสวี่ยเหมยฮวาเดินหน้าตาบึ้งตึงเดินมาที่ศาลาสระบัว ก้นงามกระแทกตัวแรงอย่างไม่รักษากริยาแลไม่สนใจสายตาของนางกำนัลคนสนิทที่จดจ้องมาอย่างตำหนิ 


     "พี่จี้อิงจะว่าข้าหรือ พี่ว่าข้าไม่ได้นะที่ข้าหน้าตาบึ้งตึงและเดินไม่รักษากริยาอย่างนี้เพราะท่านพี่ทั้งสาม พี่ต้องไปว่านู้น คนนู้น"


    ปากงามบ่นงุบหงิบและยืนปากไปทางไท่ซานที่กำลังเดินมา เมื่อเห็นว่าเขาเดินมาใกล้จึงหันหน้าเชิดหนีอย่างน้อยใจ 


    ไท่ซานที่เห็นอากัปกิริยาของน้องสาวตนที่จึงได้แต่ส่ายหน้าหน่าย ช่างดื้อรั้นและเอาแต่ใจ เฮ้อ เรื่องจะโทษใครได้เป็นเพราะเขาแหละที่ตามใจ 


     มือแกร่งยกขึ้นส่งสัญญาณให้บรรดานางกำนัลที่ติดตามล้าถอยไป เมื่อเขาเห็นว่าไกลพอที่จะไม่ได้ยินเสียงสนทนาระหว่างเขาและเสวี่ยเหมยฮวาจึงเอ่ยออกมา


    "คอน่ะเชิดขึ้นขนาดนั้นระวังคอเค็ดนะ"


   ดวงตาคู่งามหันควับทันทีที่เขาเอ่ย เสวี่ยเหมยฮวาจ้องมองที่ไท่ซานอย่างแง่งอน 

 

     "เหมย"


     "เพคะเสด็จพี่"นางกล่าวเสียงแข็ง


     "อย่าประชด" 


     "แล้วเรียกคนไหนล่ะ ฮวาเอ๋อร์น้องรักหรือเหมยที่คอยสร้างแต่เรื่องปวดหัวให้ภีม" 


      "ภีมจะคุยกับเหมยที่น่ารักกว่านี้และไม่ใช้คนขี้งอนด้วย" 


      "งั้นคงไม่มีเหมยที่ภีมว่านะไปหาที่อื่นเถอะ" 


      "โกธรอะไร"


       "........" 


       "เหมย"


        ไท่ซานหรือภีมถอนหายใจ ดวงตาคู่คมจ้องมองที่น้องสาวหรือเพื่อนของตน


 'เป็นเขาตลอดที่ต้องมารองรับอารมณ์นางให้พี่ๆ' 


   ไท่ซานคิดในใจพร้อมสาวเท้าไปใกล้นางมือหนาวางบนกระหม่อมของเสวี่ยเหมยฮวาพร้อมโยกไปมา


     "อย่าโกธรพี่ๆไปเลยน่า พวกพี่เป็นห่วงและรักเหมยนะ"


    "ไม่ได้โกธรขนาดนั้นหรอก แค่อย่างให้เสด็จพี่มีเหตุผลบ้างไม่ใช่เอะอะห้ามให้ไปคุยกับคนอื่น"


    "อยากให้พี่ๆสำนึกผิดเหรอ"


     "ใช่ ต้องเจอเหมยงอนบ้างถึงสำนึกผิด"


     "เฮ้อคิดอะไรเป็นเด็กไปได้"


    "ทำไม หึๆๆ มานี้นะเด็กดีมาให้พี่เหมยกอดหน่อยสิ มามะ"


      เสวี่ยเหมยฮวายิ้มร้ายพร้อมยกมือขึ้นทำท่าจะกอดร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ต้องไปกอดกับเสาแทนเพราะองค์ชายสามไวตัวทัน ลุกหลบมาได้ก่อนที่นางจะถึงตัว


     "หึๆๆ คิดว่าจะหนีพี่เหมยคนนี้ไปได้เหรอจ๊ะ"


      "อย่าเข้ามานะ เหมยรู้ว่าภีมบ้าจี้นิ คิดจะแกล้งกันหรือไง"


       "ใครแกล้งแค่อยากกอดเอง มามะคนดี"


        หลังจากพูดจบเสวี่ยเหมยฮวาก็กระโจนไปหาไท่ซานทันทีทำให้เกิดสงครามเล็กๆบนศาลา นางกำนัลที่แอบมองอยู่ก็ยกยิ้มขึ้นเอ็นดูในความน่ารักของพี่น้องทั้งสอง แต่ใครจะรู้ถึงความทรมานของไท่ซานที่โดนนิ้วพิฆาตของนางจี้จุดอ่อนตนจนน้ำหูน้ำตาเล็ดไปหมด 


     "พอ..ฮ่า ฮ่า ฮ่า..โอเคๆภีมยอมแล้ว"


     "ฮ่าๆๆครั้งนี้ฉันชนะ"


      ร่างสูงส่ายหน้าเอือมๆในความขี้แกล้งและทะเล้นของเสวี่ยเหมยฮวา

    

     "เหมย"


      "หืม"


        ร่างบางหันหน้าไปหาต้นเสียงและเอียงคออย่างสงสัยในท่าทีขององค์ชายสามที่เปลี่ยนไป 


        "จะจัดการยังไงต่อ ตอนนี้มันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะ"


       "อีกไม่นานเกินรอมันจะทำเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นแน่เราอย่าพึ่งเหยียบหญ้าให้งูตื่นเลย"


       "ภีมและเสด็จพี่เชื่อในการตัดสินใจของเหมยนะ"


       "ขอบคุณนะภีม ถ้าไม่มีภีมอยู่เหมยคงแย่แน่ถ้าอยู่ที่นี้คนเดียว"


       ว่าแล้วแขนเรียวก็ยกมือขึ้นไปโอบรอบเอวสอบขององค์ชายสาม นัยน์ตาเผยแววเศร้าเหม่อมองฟ้าพาใจลอยให้คิดถึงอดีตที่เคยผ่านมา อดีตที่มีสุข อดีตที่เศร้าเคล้ากันไปหมด 


      องค์ชายสามก้มมองหน้าสาวน้อยที่เป็นทั้งน้องสาวและเพื่อนสาวสายตารักใคร่ คนนอกอาจมองเป็นความรู้สึกที่พี่มีต่อน้องแต่มันลึกซึ้งกว่าที่พี่มีให้น้องเสียอีก ภีมยกมือขึ้นลูบหัวเสวี่ยเหมยฮวาอย่างอ่อนโยน พลางคิดไปถึงวันที่นางต้องแต่งออกไปให้กับคนอื่นพลานปวดใจ 

    

      ถ้าเขาเลือกได้เขาขอเกิดเป็นคนธรรมดาที่มีฐานะมากพอที่จะเคียงคู่กับองค์หญิงที่งามพร้อมทั้งกายใจในฐานะคู่ชีวิตไม่ใช่พี่ชายแบบนี้


       "ภีม ภีมคิดถึงพ่อแม่ไหมที่อยู่ฝั่งนู้นเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ"


      "เหมยคิดถึงคนฝั้งนู้นเหรอ"


      "อืม! เหมยคิดถึงทุกคน"

 

     "คิดอะไรอยู่"


      มือแกร่งปัดเส้นผมที่บังหน้านางทุกเสียงที่กล่าวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน 


      "คิดว่าถ้าตอนนี้เหมยอยู่ที่นั้นคงจะอายุสามสิบกว่า อาจจะมีแฟนหรือมีลูกแล้วก็ได้แต่ดูตอนนี้สิเหมยเป็นเด็กอายุสิบห้าอยู่เลย"


      "แต่เหมยเป็นเด็กอายุสิบห้าที่ให้โอกาสหลายคนเลยนะ เหมยสร้างโรงเรียนให้เด็กเหมยสร้างอาชีพให้ผู้ใหญ่ นั้นอาจเป็นเหตุผลที่เหมยย้อนมาที่นี้"


     เสียงทุ้มกล่าวพร้อมก้มมองหน้าเด็กน้อยของเขา 


     "ภีมพูดมามีเหตุผลนะฮ่าๆ ถ้าไม่มีภีมเหมยคงแย่แน่เพราะภีมเป็นพี่ชายและเพื่อนที่ดีที่สุดและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปด้วย"


      ร่างบางเอ่ยพร้อมเงยหน้ามามองพี่ชายที่แสนดีของตน ใบหน้างามยิ้มหวานส่งให้คนตรงหน้าภีมที่ได้ฟังคำก็ยิ้มตอบนางหน้าชื่นแม้ฝืนยิ้มก็ตามแต่

     

      'ภีมเป็นพี่ชายและเพื่อนที่ดีที่สุดและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปด้วย. คำนี้ฟังแล้วปวดใจดีแหะ ไม่ว่าอยู่สถานะอะไรขอแค่เขาได้อยู่เคียงข้างนางก็พออง์ชายสามคิด


       "องค์หญิงเพคะจวนถึงเวลาที่พระองค์ไปต้องไปดูการฝึกซ้อมรำแล้วเพคะ"


        จี้อิงเดินเข้ามาและเอ่ยเสียงเบาเพื่อไปเป็นการกวนเวลาของสองพระองค์เมื่อกล่าวเสร็จจึงล่าถอยไป


       "เจ้าไปดูการฝึกซ้อมเถอะ"


        "แต่.."นางกำลังเอ่ยขึ้นแต่ต้องหยุดเพราะนิ้วเรียวขององค์ชายไท่ซานยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากนางและส่ายหน้าเล็กน้อย


      "งานนี้สำคัญกับเจ้ามานะ พิสูจน์ให้คนเห็นว่าเจ้าเป็นองค์หญิงที่เพียบพร้อมมีดีทั้งสติ ปัญญาและรูปลักษณ์"ร่างหนาเอ่ยเสียงทุ้มอย่างอ่อนโยนยกมือหนาลูบหน้านาง


        "เพคะ เสด็จพี่ต้องเป็นกำลังใจให้หม่อมฉันนะเพคะ"มือเรียวยกขึ้นมาจับมือหนาที่กำลังลูบหน้านางอยู่


         "พวกพี่อยู่เคียงข้างเจ้าและเป็นกำลังใจให้เสมอ" ไท่ซานกล่าวพร้อมระบายยิ้มน้อยๆ


          "ขอบพระทัยเพคะ" เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยเสียงหวานเมื่อกล่าวเสร็จนางจึงลุกขึ้นทำท่าเดินออกไปแต่หันกลับมาทำในสิ่งที่องค์ชายไท่ซานไม่คาดคิด


           "จุ๊บ" 


      ริมฝีปากบางได้รูปประทับลงที่แก้มขององค์ชายไท่ซาน ไท่ซานที่โดนกระทำเช่นนั้นจึงนิ่งอึ้งในสิ่งที่นางกระทำลงไป มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าตนเองตรงตำแหน่งที่โดนนางหอมมุมปากยกยิ้มเล็กน้อยสายตาเป็นประกายสุข ไม่รู้ว่าเวลาที่เขายกมือลูบใบหน้าตนเองนั้นนานเท่าไหร่แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เกิดข่าวลือแปลกๆออกไปว่า องค์ชายสามจิตวิปลาสนั่งจับพระพักตร์ตนเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ศาลากลางสระบัว 


     



       ร่างบางเดินเข้ามายังบริเวณเขตวังหลวงชั้นนอกอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนที่นางได้คิดริเริ่มทำและได้ผลตอบรับดีอย่างมากจากประชาชนที่ไม่สามารถจ้างอาจารย์มาสอนลูกตนได้ เมื่อมีคนที่ชอบต้องมีคนที่ไม่ชอบเป็นธรรมดาพวกคนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นพวกขุนนางและคหบดีที่ไม่ชอบใจอย่างมาก เมื่อนางได้ดึงอาจารย์ที่เก่งด้านต่างๆให้มาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ จึงต้องจำใจให้ลูกตนมาเรียนร่วมกับพวกคนธรรมดา 


       เสวี่ยเหมยฮวาย่างเท้าไปยังลานกว้างที่มีบรรดาดรุณีน้อยที่ฝึกซ้อมระบำประจำแคว้นอยู่ อาจารย์หญิงวัยกลางคนเมื่อเห็นร่างงามจึงสั่งให้ทุกคนหยุดและหันมาถวายพระพรนาง


"ถวายพระพรเพคะ องค์หญิงสี่"


"อืม ตามสบาย"ร้างน้อยรับคำและโบกมือเรียวพอเป็นพิธี เมื่อได้ยินดังนั้นบรรดาคุณหนูและเด็กสาวชาวบ้านต่างหันมาซ้อมระบำต่อ


"องค์หญิงทรงเสด็จมาที่นี้มีกระไรให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ"อาจารย์หญิงคนเดิมเอ่ยถามนาง


"เปิ่นกงเพียงแค่อยากรู้ความคืบหน้า"เสียงหวานเอ่ยเรียบนิ่งทิ้งคราบองค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาจอมซน


"เพคะ ตอนนี้เหลือเด็กสาวเพียงยี่สิบคนจากสี่สิบคน แต่ละคนฝีมือเกือบเทียบเท่ากัน แต่คนที่ฝีมือด้านระบำเป็นเลิศมีเพียงสี่นางเพคะ"อาจารย์หญิงเอ่ยรายงาน


"ใคร"


"มี่จวง ลู่เสียน ซิ่งฮวา เจี้ยนเปาเพคะ"


"ใครคือเจี้ยนเปา"คิ้วเรียวยกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม


"จือเจี้ยนเปาเด็กสาวชาวบ้านธรรมดาเพคะ พ่อนางเปิดร้านขายซาลาเปาเล็กๆที่ตลาดแต่รสชาติเป็นเลิศเลยเพคะ" เรียวปากงามยกยิ้มเล็กน้อยอย่างสงวนท่าที แววตาวาววับราวกับมีเรื่ิองสนุก


"ไปแจ้งพวกนางว่าจะมีการคัดเลือกสิบคนสุดท้ายในอีกครึ่งชั่วยาม"เสียงหวานเอ่ยเพียงเท่านั้นจึงหันหลังไปทิ้งให้อาจารย์หญิงปาดเหงื่ออยู่ตรงนั้นเพียงครู่เมื่อรู้สึกตัวจึงหันไปแจ้งข่าวแก่ศิษย์ตนและให้อาจารย์ผู้ช่วยคนอื่นเตรียมตัวในการคัดเลือกครั้งนี้


"พวกเจ้ารีบฝึกซ้อมโดยเร็วอีกเพียงครึ่งชั่วยามองค์หญิงสี่จะมาคัดตัวนางรำด้วยพระองค์เอง"


บรรดาดรุณีน้อยทั้งหลายได้ยินดังนั้นจึงพากันฝึกซ้อมและจัดองค์ทรงเครื่องให้พร้อมจะคัดเลือกที่ห้องสบายอารมณ์หรือห้องน้ำที่องค์สี่เป็นคนจัดเตรียมตอนแรกแม้จะแปลกและเขินอายกันเองแต่ตอนนี้ก็ชินแล้วดีเสียอีกเพราะจะได้มีคนดูเครื่องแต่งกายให้เพราะไม่อนุญาติให้สาวใช้ประจำกายให้มารับใช้ได้


"นี้เปาเอ๋อร์เจ้าตื่นเต้นหรือไม่"หลันอี้ถามสหายรักของตน


"ตื่นเต้นสินี้เป็นครั้งแรกด้วยที่ข้าจะได้เข้าเฝ้าเชื้อพระวงศ์ของแคว้นจิ่นเลยนะ"

   

      เจี้ยนเปาเอ่ยอย่างตื่นเต้น นางพึ่งเข้าศึกษาที่แห่งนี้เพียงสี่เดือนทำให้ไม่ได้เจอองค์หญิงสี่ที่ทุกๆสองเดือนจะมาตรวจครั้งและต้องมีเหตุให้นางพลาดการเข้าเฝ้าทุกครั้งไป


"ข้าก็ตื่นเต้นมาก องค์หญิงสี่จะงามสมคำล่ำลือหรือเปล่า"หลันอี้ทำหน้าเพ้อฝันนึกภาพเจ้าหญิงคนงาม เจี้ยนเปาที่เห็นท่าทางของเพื่อนก็ส่ายหน้าเอือม


"คำลือที่เจ้าได้ยินนั้นงามขนาดไหนล่ะ พระองค์อาจจะงามน้อยกว่านั้นก็ได้"เจี้ยนเปาเอ่ยอย่างคนไม่เชื่อ


"ที่ข้าได้ยินมาเขาว่างามเท่าเสินเซียน(เทพธิดา)บนสวรรค์ชั้นฟ้างามจนต้องตะลึงเลย มีผู้เฒ่าท่านหนึ่งที่ว่า มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง เลยนะเปาเอ๋อร์"หลันอี้เอ่ยอย่างกระตือรือร้นเสียงหวานยังเจื้อยแจ๋วไม่หยุด


"จริงขนาดนั้นเชียว"


        เจี้ยนเปายังคงไม่เชื่อว่ามีใครจะงามเหนือองค์หญิงใหญ่หรือองค์หญิงเฟิ่งเฟยที่นางเคยได้พบตอนที่อายุห้าหนาวตอนที่พระนางทรงเสด็จมาเยี่ยมพระมารดายังแคว้นเหมย ตั้งแต่ที่นางได้เข้าเฝ้าองค์หญิงใหญ่ครั้งแรกทำให้นางได้รับรู้ว่าหญิงงามล้มเมืองเป็นเช่นไรเกิดทำให้นางเจอสตรีที่ว่างามหนักหนาก็พ่ายให้องค์หญิงเฟิ่งเฟยของนางและนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่นางได้เจอพระนาง


    "อ่ะ นั้นถามพี่หญิงซิ่งฮวาเลยที่ข้าพูดนั้นจริงหรือเปล่า"หลันอี้ยกมือโบกไปมาร้องเรียกซิ่งฮวาที่กำลังเดินออกจากห้องสบายอารมณ์ 


     "มีกระไรรึ อี้เอ๋อร์"ซิ่งฮวาเอ่ยถามด้วยความฉงน


      "พี่หญิงเจ้าคะ อี้เอ๋อร์มีเรื่องจะถาม"หลันอี้ยิ้มอย่างออดอ้อน


     "เรื่องกระไรรึ"


      "องค์เสวี่ยเหมยฮวางดงามหรือไม่เพคะ"


      "งามมาก เกิดมาพี่ว่าฮองเฮางามแล้วนะองค์เสวี่ยเหมยฮวางามกว่าพระมารดาเป็นอย่างมาก"เมื่อได้ยินคำตอบหลันอี้จึงหันไปยักคิ้วให้เจี้ยนเปาเป็นเชิงว่านางพูดความจริง


      "พี่หญิงได้เข้าเฝ้าพระนางแล้วหรือเพคะ"เจี้ยนเปาเอ่ยถาม


     "ได้เข้าเฝ้าแล้วไม่เพียงครั้งเดียวแต่หลายครั้งเลยแต่ว่าพวกเจ้ามาถามพี่เรื่องนี้ทำไม"ซิ่งฮวาเอ่ยถาม


       "เปาเอ๋อร์นางไม่เชื่อคำข้าว่าองค์หญิงสี่นั้นงามเพียงใด นางมีคนงามในใจคนเดียวนั้นคือองค์หญิงใหญ่เฟิ่งเฟยแห่งแคว้นเหมยเท่านั้นเจ้าค่ะ"


     "เปาเอ๋อร์เจ้าไม่รู้หรือว่า...."ซิ่งฮวายังพูดไม่จบประโยคนางก็ถูกขัดโดยสองสหายมู่จวงกับลู่เซียน


      "ว่าองค์หญิงเยว่อิงต่างหากที่งามที่สุดในแว่นแคว้นนี้"มู่จวงเอ่ยขึ้นดักซิ่งฮวา


      "ใช่ องค์หญิงสี่นั้นก็งามนะเพียงแต่ว่างามน้อยกว่าองค์สามเยว่อิงของข้าเท่านั้น"ลู่เสียนเอ่ยสมทบ


       "มู่จวง ลู่เสียน ที่อาจารย์อบรมมารยาทพวกเจ้าคงไม่เข้าหัวเลยสินะถึงพูดแทรกผู้อื่น"หลันอี้เอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมคน


      "หลันอี้! เจ้าเป็นเพียงลูกพ่อค้าขายหมูกล้าว่าข้ารึ"มู่จวงเอ่ยอย่างลมออกหูที่โดนเด็กสาวชาวบ้านอย่างหลันอี้ว่านาง

  

      "แล้วทำไมข้าต้องไม่กล้าในเมื่อตอนนี้เรามีสถานะเท่าเทียมกันคือเป็นนักเรียนของที่นี้และข้าก็เป็นคนเหมือนกัน เอ...หรือว่าไม่เท่าเทียมที่เจ้าเป็นเพียงแค่สตรีสติไม่สมประกอบ"หลันอี้โต้ตอบกลับอย่างเจ็บแสบจนสามารถทำให้ใบหน้าทั้งสองขึ้นสีเพราะโกธร


      "เจ้าๆ กรี้ด"มู่จวงยกนิ้วชี้หน้าหลันอี้อย่างโมโหและจะเข้ามาทำร้ายแต่ต้องชะงักเมื่อซิ่งฮวาที่อยู่ข้างๆเขยิบมาบังนางไว้


       "ซิ่งฮวาเจ้าเป็นถึงบุตรสาวขุนนางชั้นสูงแต่กลับมาคบเด็กชาวบ้านธรรมดาเนี่ยนะ"ลู่เสียนที่คว้ามือมู่จวงลงและกล่าวหาเรื่องซิ่งฮวา


       "ข้าขอคบกับเด็กสาวชาวบ้านที่นิสัยเหมือนบุตรขุนนาง ดีกว่าคบพวกเจ้าที่เป็นบุตรสาวขุนนางที่ทำกริยาไม่ต่างจากนังเลงข้างถนน!"ซิ่งฮวาเอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง 


      "เจ้า! หึฝากไว้ก่อนเถอะ"ลู่เสียนที่เห็นท่าไม่ดีจึงล่าถอยไปแต่ยังไม่วายหันมาข่มขู่พวกนาง


      "ฮ่าๆๆ พี่หญิงวาจาท่านช่างคมดังมีดเสียงจริง"หลันอี้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อหันไปมองมู่จวงและลู่เสียนที่เดินจากไป


     "หลันอี้หยุดหัวเราะแล้วไปที่ลานกว้างได้แล้วใกล้เวลาที่จะคัดตัวแล้ว"ซิ่งฮวาเอ่ยเตือนเมื่อได้ยินเสียงระฆังที่จะดังก่อนเวลานัดหมายหนึ่งถ้วยชา



     















    กดติดตาม คอมเมนต์ ถูกใจให้ด้วยนะคะ



    มาน้อยแต่มานะ มาให้หายคิดถึงท่านพี่ทั้งสามให้น้องได้อยู่กับพี่บ้าง 555


       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 223 ครั้ง

167 ความคิดเห็น

  1. #109 Maichan (@ryuzaki) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:01
    ตรวจทานคำผิดด้วยนะคะ
    ผิดเยอะเลย
    #109
    1
  2. #101 buummibuummi (@buummibuummi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:41

    นางเอกเอาแต่ใจตัวเอง

    #101
    0
  3. #88 KAGAMI_LIS (@KAGAMI_LIS) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:41

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะเจ้าคะ
    #88
    0
  4. #86 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:36
    นางเอกน่าจะเอาใจพวกพี่ชายบ้างนะ...เขารักและเป็นห่วงขนาดนั้น
    #86
    0
  5. #85 merkan (@merkan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 13:56

    รอออออออ
    #85
    0
  6. #84 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:14

    รอเจ้าค่ะ

    #84
    0