จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 15 : เตรียมที่จะเอาใจพ่อตา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

     ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาใกล้ร่างพระมารดาของพระองค์ย่อพระวรกายนั่งลงข้างฮองไทเฮา มือแกร่งเอื้อมมาจับไหล่บอบบางของฮองไทเฮา

      "เสด็จแม่ถ้าเสด็จพ่อทรงรู้ว่าพระองค์ทรงกรรณแสงจะเสียพระทัยได้นะพ่ะย่ะค่ะ"

    หยางเฟยหลงเอ่ยปลอบพระมารดาอย่างสงสาร

     "หลงเอ๋อร์ แม่เป็นภรรยาที่ไม่ดีเลยทำให้สวามีต้องทุกข์พระทัยและเสียพระทัยอยู่ร่ำไปแต่ฝ่าบาทก็ยังทรงรักและให้ความเมตตาแก่แม่เสมอ"

     ฮองไทเฮาทรงกล่าวอย่างทุกข์ตรอม ตั้งแต่อดีตฮองเต้จากไปได้ร่วมห้าเดือนไม่มีวันไหนเลยที่ฮองไทเฮาจะไม่ทรงกรรณแสง


      "เสด็จแม่พระองค์ทรงเป็นภรรยาที่ดีเสมอ เสด็จพ่อเคยตรัสกับลูกว่า 'ถึงแม้พ่อจะมีสนมมากมายในฐานะฮองเต้แต่ในฐานะบุรุษพ่อมีแม่เจ้าเป็นสตรีในใจและคู่ชีวิตแค่คนเดียว' เสด็จพ่อรักเสด็จแม่มากนะพ่ะย่ะค่ะ ลูกเชื่อว่าพระองค์ทรงมีความสุขที่มีเสด็จแม่เคียงพระวรกาย" 


    หยางเฟยหลงกล่าวจบใบหน้าที่ยังคงความงามเงยหน้ามองหน้าบุตรชาย ใบหน้าที่เคยหม่นหมองและเศร้ากลายเป็นใบหน้าที่มีแต่ความสดใสและความสุข


     "จริงหรือ ฝ่าบาททรงตรัสเช่นนั้นหรือ"


     "จริงพ่ะย่ะค่ะ"


       ใบหน้านวลเปร่งปรั่งขึ้นทันตาผินใบหน้าไปกล่าวกับป้ายวิณญานของอดีตฮองเต้พร้อมกล่าว


       "ฝ่าบาทหม่อมฉันจะบำเพ็ญเพียรสะสมกุศลเพื่อชาติหน้าจะได้ครองรักกับพระองค์และชดเชยความรักที่พระองค์ทรงมอบให้หม่อมฉัน"


       เมื่อฮองไทเฮาพูดจบสายลมพัดผ่านร่างพระนางไปอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน พระนางสูดลมหายใจกลิ่นหอมสดชื่นประจำพระวรกายของอดีตฮองเต้ พระนางรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นพระสวามีของพระนางใบหน้างามระบายยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าวอย่างแผ่วเบา


       "อิงเอ๋อร์ รอวันที่จะพบพระองค์นะเพคะ"




                                                                          

ห้องทรงงาน


     ร่างองอาจนั่งทอดมองสายตาตรงไปยังต้นเหมยที่ออกดอกแดงฉาดริมหน้าต่าง พลางคิดถึงนางนวลนางที่ใจหมายปอง

  

        "ปานนี้เจ้าจะทำอะไรอยู่ฮวาเอ๋อร์ เจ้าจะคิดถึงพี่ดังเช่นพี่คิดถึงเจ้าหรือไม่" 


     พระพักตร์หล่อเหลาระบายยิ้มออกมาลบคราบฮองเต้ผู้เย็นชาจนเสียสิ้น 


      "คิดถึงตอนที่เจ้าเรียกพี่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน รอยยิ้มงามที่ส่งมาให้พี่อย่างจริงใจ ดวงตาที่เคยจ้องมาที่พี่บัดนี้หันไปมองผู้หรือไม่"

  

       "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ มีสารน์เชิญไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันขึ้นครองราชย์พ่ะย่ะค่ะ


     "ของใคร"

 

     "ฮองเต้จิ่นลี่ แคว้นจิ่นพ่ะย่ะค่ะ"


      ฮองเต้หนุ่มทะลึ่งตัวขึ้นมาจากแท่นที่นั่งทำเอากงกงเฒ่าใจหายกลัวพระวรกายล่ำค่าจะเป็นอะไรไป


        "กงกงจัดผ้าแพรหมื่นพับ เครื่องประดับสิบหีบ ม้าพันธ์ุดีห้าสิบตัว ของนำเข้าสิบอย่าง อย่างละสามสิบหีบ สมุนไพรล่ำค่าของแคว้นเราสิบหีบ เตรียมการแสดงที่ดีที่สุดทั้งของชายและหญิงสองชุด สุราชั้นเลิศ ห้าร้อยไห กำหนดเดินทางอีกสิบห้าวัน"


ื       "ทำไมกำหนดเดินทางเร็วแท้พ่ะย่ะค่ะ กว่างานจะมีขึ้นก็อีกสองเดือน"


       "อย่าถามมากน่า กงกงจัดของตามที่เจิ้นบอกแล้วก็เรียกช่างหลวงมาด้วย อ้อช่างทอผ้าด้วย"


         "พ่ะย่ะค่ะ"


        ร่างของกงกงเฒ่าหันหลังกลับเร่งฝีเท้าไปที่พระคลังโดยเร่งให้ทันกำหนดการที่ตะมีขึ้นอีกสิบห้าวัน ปล่อยให้ฮองเต้หนุ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่พระองค์เดียว 


        "ฮวาเอ๋อร์อีกยี่สิบวันเราก็จะได้เจอกันแล้ว"


      เวลาผ่านไปไม่นานเสียงฝีเท้าสองคู่เก้าเข้ามาใกล้ประตูห้องทรงงาน เมื่อได้รับอนุญาต ร่างของสตรีและบุรุษผู้หนึ่งย่อกายถวายพระพร หยางเฟยหลงเห็นท่าทีที่เชื่องช้าของทั้งสองก็รำคาญตา 


     "พวกเจ้าเดินให้เร็วกว่านี้ไม่ได้หรืออย่างไร"


     ทั้งสองที่ได้ยินเสียงจึงรีบก้าวเท้าเร่งเข้าใกล้พระวรกายสูงที่ประทับบนพระที่นั่ง 


      "ฝ่าบาทพระองค์ทรงเรียกกระหม่อมทั้งสองมามีอะไรให้รับใช้พ่ะย่ะค่ะ"


       "เจิ้นอยากให้พวกเจ้าทั้งสองทำตามรูปแบบนี้"


      มือแกร่งส่งแผ่นกระดาษทั้งสองแผ่นให้กงกงเฒ่า เขาจึงนำมันให้ช่างหลวงและช่างทอผ้า


     "มีคำถามอะไรหรือไม่"


      "หม่อมฉันมีคำถามเพคะฝ่าบาท"


       "ว่ามา"


       "หม่อมฉันเป็นช่างทอผ้าและตัดเย็บแต่มิอาจที่จะทำชุดตามดังพระประสงค์ของพระองค์ได้เพคะ"


       "ทำไม"


       "หม่อมฉันมิอาจรู้ขนาดของเสื้อที่ตัดเย็บเพคะ"


        "เช่นนั้นหรือ เรารู้เพียงว่าผู้รับเป็นเพียงองค์หญิงที่อายุมีอายุได้สิบห้าย่างสิบหกหนาว ที่เหลือเป็นหน้าที่เจ้าที่จะทำอย่างไร"


        "เพคะฝ่าบาท"


       ช่างทอผ้าที่ได้รับคำตอบจากเจ้าเหนือหัวก็อดที่จะหน้าซีดไม่ได้ นางจะตัดเย็บอย่างไรดีให้เข้ากับข้อมูลที่พระองค์ทรงบอก ใครว่าทำงานในวังเป็นเรื่องดี ถ้าทำพลาดก็อาจหัวหลุดจากบ่าได้ตลอดเวลา

        

       "เพคะหม่อมฉันจะรีบเร่งมือ"


        "ทูลลาพ่ะย่ะค่ะ/เพคะฝ่าบาท"


       สองร่างบุรุษและสตรีล่าถอยไปเมื่อก้าวเท้าพ้นประตูธรณีพระตำหนักขององค์เหนือหัว ช่างหลวงวัยกลางคนยกมือสางตบลงที่บ่าของสตรีอันเป็นภรรยาและช่างทอผ้า


     "น้องหญิงพี่ทำได้เพียงให้กำลังใจแล้ว"


      "ท่านพี่ข้า.."


          ใบหน้าของสตรีวัยกลางคนหันมามองสามีพลางน้ำตาคลอ เหตุใดฮองเต้ต้องเลือกนางด้วย สามีเพียงมองสายตาของภรรยาก็เข้าใจทันทีแต่ทำได้เพียงประคองร่างของภรรยาเดินไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาเฉิงกงกงพลางส่ายหน้าเวทนาในชะตาทั้งสองที่ต้องแบกภาระที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าออกรบเสียอีก





      ทางด้านฝั่งแคว้นจิ่นก็ไม่ยอมน้อยหน้าผู้ใดในเรื่องงานเลี้ยงเพราะฮองเฮาเฟิ่งเฟยผู้เป็นแม่งานในครั้งนี้เป็นผู้ชื่นชอบงานรื่นเริงต่างๆ ทำให้เป็นที่ไว้วางพระทัยขององค์ฮองเต้ในการจัดงานลี้ยงเสมอมา 


      "ฮองเฮาเพคะ ผ้าจะประดับจะใช้สีทอง สีแดงหรือสีขาวเพคะ สีม่วงทองก็สวยนะเพคะ"


       เสียงของเพ่ยหนิงเอ่ยถามพร้อมโชว์ผ้าหลากสีต่างๆให้องค์ฮองเฮาทอดพระเนตร  


        "อืม เราว่าใช้สีทองและสีแดงแล้วแซมด้วยสีขาว อืม สวยมาก! เพ่ยหนิงประดับรอบๆงานด้วยผ้าพวกนี้เลยนะ อ้อ! ส่วนของคาวจัดการตามนั้นได้เลย ส่วนของหวานเอาอะไรดีนะ" 


       "ยฺเหวียนเซียว(บัวลอย)สูตรของลูกดีไหมเพคะ ลูกเชื่อใครได้ทานต้องชอบมาแน่" เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งเงียบมาตั้งแต่ต้น เสวี่ยเหมยฮวาวางมือจากผ้าที่กำลังปักอยู่ ผินหน้ามาหาพระมารดาส่งยิ้มอย่างออดอ้อน


       "ทำไมต้องเป็นยฺเหวียนเซียวสูตรเจ้าด้วยล่ะ สูตรอื่นก็มีตั้งมากบ้างสูตรอาจจะอร่อยกว่าด้วย"


       ฮองเฮาเฟิ่งเฟยกล่าวเหย้าลูกสาวที่มั้นอกมั้นใจเสียเหลือเกินว่ายฺเหวียนเซียวของตนนั้นมีดีมากแค่ไหน


       "อร่อยกว่าแล้วอย่างไร ต้องแปลกใหม่สิถึงหน้าสนใจเพคะเสด็จแม่ลูกเชื่อว่าคนที่มาเป็นอาคันตุกะของเส็ดจพ่อต้องไม่มีคนไหนเลยที่จะเคยเห็นยฺเหวียนเซียวของลูกและพวกเขาต้องชอบเพคะ"

 

          เฟิ่งเฟยฮองเฮาหมั่นไส้พระธิดาของพระนางเลยทน จึงดีดนิ้วเรียวกลางหน้าผากนูนของเสวี่ยเหมยฮวาเป็นอันทำให้ใบหน้างามของหนูน้อยต้องบูดเบี้ยวแก้มแ่องเรียกเสียงหัวเราะได้จากพระมารดาแม้กระทั้งนางกำนัลก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ 


         "เสด็จแม่เพคะลูกเจ็บนะเพคะ"


        "ขนาดนั้นเชียวหรือ แม่น่าจะดีดให้แรงกว่านี้จริงเชียว"


        "เสด็จแม่"


         "แม่ยอมแพ้แล้ว ไหนบอกข้อดีอย่างอื่นบ้างสินอกจากยกยอยฺเหวียนเซียวของเจ้า"


         พระธิดาองค์งามเงยหน้ามองพระมารดาเมื่อเห็นว่าตนชนะจึงยิ้มกว้างจนเห็นฟันเปลี่ยนท่าทีให้จริงจัง ลอกเลียนแบบผู้เป็นพระบิดา


        "อะแฮ่ม อือ ในช่วงต้นปีเช่นนี้ยังคงมีอากาศที่หนาวแม้จะไม่มากก็ตาม ถ้าพระราชอาคันตุกะได้ทานยฺเหวียนเซียวร้อนๆจะช่วงให้ร่างกายอุ่นขึ้นและควรตัดความเลี่ยนด้วยชาอูหลงเพคะ"


         "เป็นความคิดที่ดี แล้วไหนสิ่งที่แปลกใหม่เล่า"


          "ตอนนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ ลูกเลยคิดว่าจะเป็นแป้งเป็นดอกเหมยตัวแทนแห่งฤดูหนาวและดอกโบตั๋นตัวแทนฤดูใบไม้ผลิเพคะ"


          "อืม เป็นความคิดที่ดีเพ่ยหนิงจัดการตามที่องค์หญิงบอก"


          "เสด็จแม่ลูกมีเรื่องอยากขอเพคะ"


          "ขออะไรหรือฮวาเอ๋อร์"


          "ลูกขอ...."




        



     



                                                                          

     

สุขสันต์วันเด็กย้อนหลังค่ะ555 ขอโทษที่หายไปนานนะคะ สมองมันคิดไม่ออกจริงๆ

ยังไงก็กดให้กำลังใจและคอมเมนท์ให้ชื่นใจหน่อยน้าาาาา


                            รักนะคะ.                               

  



       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #83 SasiNS (@SasiNS) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:41
    รอน้าาา
    #83
    0
  2. #82 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 09:43
    มาต่อเร็วๆนะ
    #82
    0