จ้าวเสวี่ยเหมยฮวา หญิงงามพลิกแผ่นดิน (ซีรี่ย์ 4 เทพ ตอนหงส์ทองพลิกแผ่นดิน)

ตอนที่ 12 : ถึงเวลาเอาคืน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    29 ต.ค. 61



    






   ยามโฉ่ว (เท่ากับเวลา 01.00 น. จนถึง 02.59 น. ) ในขณะที่วังหลวงทุกชีวิตในวังหลวงต่างหลับใหลมีหนึ่งชีวิตที่เคลื่อนไหวบนหลังคาตำหนักของบรรดาสนมอย่างเงียบเชียบ จุดหมายของมันคือตำหนักเฟิ่งเฟย

   

       ร่างบางของนางกำนัลเพ่ยหนิงวิ่งเข้ามารายงานของการมาของคนสำคัญให้ฮองเฮาคนงามทราบ พระนางพยักพระพักตร์เป็นนัยว่าเข้ามาได้ เมื่อบุรุษชุดดำกล่าวเข้ามามันเห็นอดีตโฉมสะคราญนั่งยังเก้าอี้ตัวใหญ่ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่ามันรีบคุกเข่าถวามพระพรและกล่าวคำรายงาน


         "ถวายพระพรฮองเฮา กระหม่อมหัวหน้าเงาพ่ะย่ะค่ะ"เฟิ่งเฟยฮองเฮาเพียงพยักพระพักตร์รับเพื่อรีบกล่าวในการมาในครั้งนี้ของบุรุษหัวหน้าเงา


          "เรื่องที่เราให้สืบเป็นอย่างไรบ้าง"เฟิ่งเฟยฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ 


          "พ่ะย่ะค่ะ"หัวหน้าเงากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมหยิบม้วนกระดาษที่เหน็บอยู่ข้างเอวส่งให้เพ่ยหนิงถวายฮองเฮา ฮองเฮาคนงามไม่รีรอรีบหยิลขึ้นมาคลี่อ่าน


            "เป็นอย่างที่เราสงสัยอำมาตย์ซูจิ้นเค่อสมคบคิดกับเสนาบดีกรมขุนนางเซี่ยเจิ้งป๋อในการรับสินบนสอบจงหงวนที่ผ่านมาให้รับลูกชายมันเข้ามาที่ราชสำนัก แต่ยังไม่พอที่จะทอนรากทอนโคนตระกูลซูได้"คิ้วมลขมวดกันจนเป็นปม จนเพ่ยหนิงเป็นห่วงพระวรกายตั้งแต่เนื่องจากที่องค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาทำร้ายองค์หญิงเยว่อิงฮองเฮาคนงามก็เคร่งเครียดที่จะเอาคืนสองแม่ลูกนั้นที่มาใส่ร้ายพระธิดาพระนาง ทำให้พระนางมีความคิดที่จะทอนรากโคนตระกูลซูเพื่อให้ซูกุ้ยเฟยไม่มีที่พึ่งพิงอีก


        "เจ้าไปสืบมาอีกว่าใครเกี่ยวข้องกับการโกงของซูจิ้นเค่อบาง คนอย่างจิ้งจอกเฒ่าซูจิ้นเค่อไม่ยอมให้ใครสาวถึงตัวมันได้หรอกเราต้องตัดมือแขนขามันก่อนให้มันไม่มีพวกที่นี้เราจะกำจัดตระกูลซูออกไปจากแผ่นจินแคว้นจิ่นย่อมเป็นเรื่องง่าย"เฟิ่งเฟยฮองเฮากล่าวอย่างเครียดแค้น 


             ซูจิ่นเค่อคือคนที่ขวางทางความรักนางและฮองเต้เพื่อจะให้ลูกมันเป็นฮองเฮาเป่าพระกรรณฮองเต้พระองค์ก่อนแต่ก็ไม่สำเร็จแต่มันยังคงทะเยอทะยานจนลูกมันได้เป็นกุ้ยเฟย พ่อมันเป็นอย่างไรลูกเป็นอย่างนั้นเสียจริง



       "เจ้าไปได้แล้ว"หัวหน้าเงาทูลลาเสร็จจึงรีบหายตามไปเพื่อไปทำหน้าที่มัน


      "ฮองเฮาเพคะ เรื่ององค์หญิงเสวี่ยเหมยฮวาทำไมพระองค์ไม่เล่นงานซูกุ้ยเฟยตั้งแต่แรก"เพ่ยหนิงเอ่ยถามอย่างสงสัย


       "เพ่ยหนิง ถ้าเราเริ่มเล่นแต่แรกก็คงไม่มีคำว่ามรสุมชีวิตซูกุ้ยเฟยสิ เพ่ยหนิงเอยจำไว้เราสามารถทำให้ชีวิตคนอื่นจบสิ้นได้โดยที่มือไม่เปื้อนเลือดเลยและข้าจะทำเช่นนั้น"พระนางตอบอย่างมีนัยและยิ้มร้ายทำให้เพ่ยหนิงหวาดหวั่นในรอยยิ้มนั้นขนาดนางที่รับใช้มานานยังคงไม่คุ้นชิน เฟิ่งเฟยฮองเฮานางพญาหงทองสำแรงฤทธิ์เสียแล้ว



ยาม เฉิน (เท่ากับเวลา 07.00 น. จนถึง 08.59 น.)


      ดวงตะวันขึ้นมาเหนือฟ้าเฉิดฉายแสงออกไปวันนี้เหมือนดังทุกวันที่บรรดาสนมต่างต้องมาเข้าเฝ้าฮองเฮาอย่างไม่เต็มใจ ขบวนสาวงามตั้งแถวอยู่หน้าตำหนักเฟิ่งเฟยเพื่อรอฮองเฮาผู้เป็นใหญ่ ระหว่างรอก็อดที่จะพูดคุยกันตามภาษาพี่หญิงน้องหญิงไม่ได้


    "น้องหญิงวันนี้หน้าเจ้าซีดมากนะไม่สบายหรือ"หวังเจาอี๋เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง


     "งั้นหรือเพคะพี่หญิง เมื่อคืนน้องคงพักผ่อนไม่เพียงพอ"ฮุ่ยเจาหรงเอ่ยตอบพลางทำหน้าเพลีย บรรดานางสนมที่ได้ยินคำตอบนางต่างหมั่นไส้และริษยานานๆทีที่ฝ่าบาททรงจุดโคมมาวังหลังนอกจากตำหนักฮองเฮา


       "พวกเจ้าเลิกพูดคุยกันเถิด อีกสักเดี๋ยวฮองเฮาก็เสด็จแล้ว"เสียงหวานของอี้เต๋อเฟยเอ่ยขัดขึ้นทำให้พวกนางปิดปากและยืนประจำตำแหน่ง หลังจากนั้นรอไม่นานเสียงกงกงประจำตำหนักก็ประกาศเสียงดังถึงการมาของฮองเฮา


    "ฮองเฮา เสด็จจจจจจ"


     "ถวายพระพรเพคะฮองเฮา"พวกนางย่อกายถวายพระพรฮองเฮาทันทีเมื่อร่างามประจำที่ เมื่อได้รับอนุญาตให้นั่งลงพวกนางจึงไม่รีรอ



    "น้องหญิงฮุ่ยวันนี้เจ้ามาด้วยรึ พี่หญิงคนนี้นึกว่าเจ้าจะมาไม่ไหวเสียแล้ว"ฮองเฮาเอ่ยปากขึ้นถามฮุ่ยเจาหรงอย่างตรงประเด็น


      "ทูลฮองเฮา เป็นอย่างที่ฮองเฮากล่าวเมื่อยามอรุณหม่อมฉันเพลียจนตื่นไม่ไหวแต่มิอาจละหน้าที่ไปได้แม้จะได้รับอนุญาตแล้วก็ตามเพคะ"ฮุ่ยเจาหรงกล่าวอย่างน้อมนอบแต่ยังแฝงไปด้วยความโอ้อวด เฟิ่งเฟยฮองเฮาได้ฟังคำก็อดที่จะสงสารนางไม่ได้อีกไม่นานฮุ่ยเจาหรงคนงามต้องลาลับจากวังหลวงเป็นแน่


      "เช่นนั้นหรือ ประทานรางวัลแก่ฮุ่ยเจาหรงที่ปฎิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างดีและปรนนิบัติฮองเต้เป็นอย่างดี"หลังกล่าวจบเพ่ยหนิงส่งหีบอันเล็กให้แก่เฟิ่งเฟยฮองเฮา ฮุ่ยเจาหรงลุกขึ้นเดินไปอย่างรู้หน้าที่คุกเข่าเบื้องหน้าผู้เป็นใหญ่แห่งวังหลังมือเรียวงามยืนหีบล้ำค่าส่งให้ฮุ่ยเจาหรง


        "เจ้าเปิดดูเถิดว่าพอใจหรือไม่"


          ฮุ่ยเจาหรงเปิดหีบอย่างตื่นเต้น เมื่อเปิดขึ้นมาภายในถูกบรรจุด้วยปิ่นหยกมันแพะสีขาวนวลล้ำค่าประดับด้วยพลอยสีแดงอย่างวิจิตรงดงาม พระสนมต่างเห็นของล้ำค่าเมื่อฮุ่ยเจาหรงหยิบขึ้นมาชมต่างก็อิจฉาเพราะพวกนางอยู่มานานยังไม่เคยได้รับของพระราชทานจากฮองเฮาที่ล้ำค่าเช่นนี้มาก่อน ฮุ่ยเจาหรงเป็นผู้ใดกันแค่สนมเข้าใหม่ยศเล็กๆแต่เสนอนางเหนือพวกนาง


          "งดงามมากเลยเพคะ ลวดลายวิจิตรงดงามต้องเป็นของล้ำค่ามากเลยเพคะ"ฮุ่ยเจาหรงกล่าวแม้ว่าดวงตาจะจับจ้องที่ปิ่นหยก


     "นี้เป็นหนึ่งในของพระราชทานที่ฝ่าบาททรงพระราชทานมาให้แก่เรา พี่หญิงเห็นว่าเหมาะกับเจ้าจึงให้ไป"เฟิ่งเฟยกล่าว


      "ขอบพระทัยเพคะ"ฮุ่ยเจาหรงค้อมตัวลงแนบพื้นในใจเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาคนงามตรงหน้า ตั้งแต่กำเนิดก็เป็นองค์หญิงที่งดงามพระบิดารักใคร่ น่อมาเมื่อสมรสยังเป็นฮองเฮาเหนือหญิงงามทั่วแคว้น ฮองเต้ทรงรักและโปรดปานเป็นอย่างมากคอยดูเถิดเฟิ่งเฟยฮองเฮาข้าฮุ่ยเจาหรงจะขึ้นแทนที่เจ้า


     เฟิ่งเฟยฮองเฮาที่เห็นดวงตาที่ทะเยอทะยานของนางก็สามารถคาดเดาดวงชะตาภายภาคหน้าของนางได้แล้ว


      หลังจากที่มอบของให้ฮุ่ยเจาหรงเสร็จสิ้นเฟิ่งเฟยฮองเฮาจึงสั่งให้แยกย้ายตำหนักใครตำหนังมัน เมื่อผ่านมาครึ่งชั่วยามเพ่ยหนิงจึงเข้ามาบอกข่าวในวังให้ฮองเฮาทรงทราบ


"เริ่มลงมือแล้วเพคะ"


"เช่นนั้นหรือ ใจนางช่างร้อนเสียจริง"เฟิ่งเฟยฮองเฮาพูดในตาประกายอย่างนึกสนุก








ณ สวนอุทยานดอกเหมย


           ลมหนาวพัดพาดอกเหมยปลิวล่องลอยไปตามสายลมพัดผ่านสองร่างที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางต้นเหมยแดง ร่างสูงเอื้อมมือจับใบหน้านวลของนาง


         "เด็กน้อยไม่พบเจ้ามาเนิ่นนาน เจ้าโตเชียวนี้เลยหรือเจ้า"บุรุษรูปงามกล่าวอย่างน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงหยอกเย้า

          

          สายตาคมกวาดไล่ตั้งแต่เส้นดำเงางาม หน้าผากโหนกนูน ดวงตาหงส์เชิดอย่างเย่อหยิ่งแต่ก็งดงามจับตาไล่มาจมูกน้อยที่เชิดขึ้นเล็กน้อยจบด้วยปากเรียวงามสีชมพูอ่อนอย่างธรรมชาติ เมื่อโดนร่างสูงจ้องเช่นนั้นทำให้ใบหน้างามขึ้นสีแดงอ่อนอย่างเขินอาย


       "วันเวลาผ่านมานาน ให้ฮวาเอ๋อร์ตัวเท่าเดิมเลยก็ไม่ใช่"เรียวปากงามเอ่ยตอบแบบขมุบขมิบ

 

       "จริงอย่างเจ้าว่าวันเวลาผ่านมานานจากเด็กน้อยของพี่ที่ปีนต้นไม้ในวันนั้นกลายเป็นสาวงามล่มเมืองล่มแคว้น"หยางเฟยหลงพูดพลางจ้องไปที่ใบหน้านวลที่มือของเขายังลูบอยู่ที่แก้มนุ่ม

        

         "ปักปิ่นแล้วหรือเจ้าฮวาเอ๋อร์"หยางเฟยหลงเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

          "ยังเพคะ เสด็จพ่อบอกให้รอหลังวันขึ้นปีใหม่ค่อยจัดพิธีปักปิ่น"เสวี่ยเหมยฮวาตอบ

           

           "งั้นหรือเจ้า สัญญากับพี่ได้ไหมว่าพิธีปักปิ่นต้องใช้ปิ่นพี่"หยางเฟยหลงเอ่ยพลางจับใบหน้างามหันมาสบตากับเขา

           

           "ฮวาเอ๋อร์ไม่แน่ใจเพคะว่าเสด็จแม่จะทรงยินยอมยอมหรือไม่ แต่ฮวาเอ๋อร์จะใช้ปิ่นนั้นเพคะเมื่อมีเวลาสำคัญ"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยตอบอย่างรู้สึกผิดแต่ก็ถนอมน้ำใจเขาทำให้หยางเฟยหลงนึกเอ็นดูขึ้นมากกว่าเดิม


         "ครั้งหน้าพี่จะกลับมาที่แคว้นจิ่นอีกพี่จะต้องเห็นเจ้าปักปิ่นที่พี่ให้และกำไลคู่นี้"หยางเฟยหลงหยิบถุงสีทองที่บรรจุกำไลงาช้างสีนวลที่ถูกแกะสลักเป็นรูปหงส์ที่ถูกห้อมล้อมด้วยดอกเหมยงามวิจิตรประดับด้วยพลอยสีแดงหายากถูกสวมใส่ไปที่ข้อมือเล็กของเสวี่ยเหมยฮวาขับให้ผิวนางผุดผ่องมากขึ้น


          "งดงามมากเพคะ"นางจับกำไลขึ้นมาดูใกล้ๆนัยน์ตาเป็นประกายอย่างชอบใจ หยางเฟยหลงเห็นท่าทีของร่างบางจึงยิ้มอย่างสุขใจที่นางชอบ

       

          "เสด็จพี่เพคะ ทั้งกำไลและปิ่นล้วนแกะสลักเป็นรูปหงส์ที่ห้อมล้อมไว้ด้วยดอกเหมยมันหมายความว่าอะไรหรือเพคะ"เสวี่ยเหมยฮวาเอ่ยถาม


        "สักวันหนึ่งพี่จะตอยคำถามเจ้า เจ้าชอบมากหรือไม่"หยางเฟยหลงตอบเป็นนัย


        "ชอบมากเพคะ ขอบพระทัยเพคะ"เสวี่ยเหมยฮวาเงยหน้าขึ้นมามองหยางเฟยหลงทำให้สายตาสองคู่ประสานกัน


        "เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นรักษาสิ่งนี้ให้ดี"หยางเฟยหลงหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาคือป้ายประจำตัวของไท่จื่อเฟยหรือพระชายารัชทายาทแห่งแคว้นหลง มือแกร่งเอื้อมมือเสวี่ยเหมยฮวาขึ้นมาและวางหยกประจำตัวลงบนมือนาง


       "มันคืออะไรหรือเพคะ"เสวี่ยเหมยฮวาหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย


     "ถึงเลาเจ้าจะรู้เอง"หยางเฟยหลงตอบ 


     ทั้งสองต่างใช้เวลาในอุทยานดอกเหมยเนิ่นนานทุกช่วงเวลาผ่านไปอย่างอ้อยอิ่งตลบอบอวลำปด้วยความรักและรอยยิ้มของทั้งสองโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องแต่ต้น 


    ช่วงเวลาแสนสุขนั้นช่างสั้นเมื่อถึงเวลาที่หยางเฟยหลงจะกลับแคว้นเสวี่ยเหมยฮวาจึงอาสามาส่ง


    "ฮวาเอ๋อร์พี่ต้องไปแล้ว"หยางเฟยหลงกล่าวขึ้นอย่างเศร้า

 

     "เสด็จพี่ส่งจะกลับมาเมื่อใดเพคะ"เสวี่ยเหมยฮวากล่าวอย่างอาลัย


   "อย่าได้เศร้าไปเจ้า พี่จะกลับมาเมื่อถึงเวลาพี่จะกลับมา"หยางเฟยหลงกล่าวพร้อมยกมือเช็ดน้ำตาในนางหลังจากนั้นเขาจึงสั่งให้ทุกคนหันไป


   "สัญญานะเพคะ"เสวี่ยเหมยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะร้องไห้


   "สัญญาจากใจ"หยางเฟยหลงยิ้มหวานให้นางหลังตากนั้นจึงก้มใบหน้าหล่อเหลาฝังจมูกโด่งลงที่หน้าผากมน


  "ลาก่อนเพคะ"เสวี่ยเหมยฮวากล่าวลาเมื่อเท้าแกร่งก้าวเหยียบรถม้า


     "รักษาตัวเจ้าและใจพี่ให้ดีนะฮวาเอ๋อร์"ก่อนจากลาหยางเฟยหลงไม่วายกลั่นแกล้งให้นางเขินอาย

 

    เสียงรถม้ากึกก้องไปทั่วบริเวณเป็นเสียงเตือนสติให้เสวี่ยเหมยฮวารู้ว่าหยางเฟยหลงได้จากนางไปแล้ว สายตาคู่งามจดจ้องที่รถม้าจนลาลับจึงหันตัวกลับ




ทางหยางเฟยหลง


    "สั่งให้องครักษ์เงาดูแลนางให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องคราวก่อนอีกเป็นอันขาด"เสียงเข้มสั่งอย่างเด็ดขาดแตกต่างกับที่อยู่กับเสวี่ยเหมยฮวา




         กดถูกใจ คอมเมนต์ให้กำลังใจด้วนะคะ.      




ช่วงไรท์ขอเปิดใจ


การแต่งนิยายตอนนี้เป็นเรื่องที่ยากมากเพราะไรท์ต้องผูกเรื่องและคิดถึงการโกงต่างๆอ่านจะไม่ดีมากแต่ขอให้ทุกคนอ่านอย่างสนุกนะคะ นี้เป็นเรื่องแรกเลยอาจงงบ้างก็ขอโทษด้วยนะคะ 


ถ้ามีคำถามก็ถามกันได้นะคะไรท์อยากตอบ

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

167 ความคิดเห็น

  1. #96 tongta251919 (@tongta251919) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 16:19
    อยากให้พี่หย่างเอาคืนแทนน้องเพราะเสด็จพ่อฮ่องเต้อ่อนมากกกก
    #96
    0
  2. #72 yugyeom102 (@yugyeom102) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 23:49

    สนุกมากค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะมาอัพบ่อยนะค่ะ
    #72
    0
  3. #71 sutisajaritrum (@sutisajaritrum) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 10:33

    รออ่านต่อน่ะค่ะ
    #71
    0
  4. #70 _ncnp1211 (@_ncnp1211) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 07:30
    สนุกมากๆค่ะ สู้ๆนะคะไรท์
    #70
    0
  5. #69 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:59

    สนุกๆๆๆค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    #69
    0
  6. #68 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:42
    ลงต่อเร็วๆนะคะ
    #68
    0