[Shot Fic]รีไวล์จิ้มกับใครก็อร่อย[Ereri&Eruri]

ตอนที่ 2 : จิ้มที่ 2 : Promise [ereri]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    8 ก.ย. 62

B
E
R
L
I
N
 



PROMISE



ถ้าได้ให้คำสัญญากับใครแล้ว จงทำมันให้สำเร็จ เพราะเมื่อนั้นคนฟังเขาจะเชื่อว่าสักวันมันจะเกิดขึ้นแม้ว่าสุดท้ายมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นจริงเลยก็ตาม
          "คุณว่าเราจะชนะไททันได้ไหมครับ?" เอเลนถามขึ้น พวกเขากำลังนั่งอยู่บนกำแพงที่สูงราว 50 เมตร เราทำแต่เพียงจับจ้องโลกกว้างภายนอกกำแพงที่หวังว่าสักวันเราจะเอื่อมมือถึง
          "ชั้นจะไปรู้หรอ..." รีไวล์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะเขาไม่คิดว่ามันจะมีวันนั้น เขาเผื่อใจไว้นานแล้ว
          "นั่นสิครับ..."
          "..."
          "แต่ผมเชื่อนะ" สายตาคมที่ตอนแรกจับจ้องเพียงทิวทัศน์ข้างหน้าหันกลับมามองคนข้างกายที่พูดจาประหลาด เอเลนก็หันมามองเขาเช่นกันก่อนจะพูดต่อ
          "อะไรก็เกิดขึ้นได้ใช่ไหมครับ แม้ความหวังจะริบหรี่แต่ก็ใช่ว่าอีก 1% ที่เหลือมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นนะครับ" ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ และเชื่อแบบนั้นและก็จะรอให้ถึงวันนั้นด้วย
          "เพราะงั้นถ้าถึงวันนั้นคุณจะต้องแต่งงานกับผมนะครับ ห้ามมีข้อแม้!" เอเลนทำหน้าดุเหมือนเด็กๆจนเขาขำพรืดที่ถูกมัดมือชก
          "หึๆ อะไรของแก" รีไวล์ยิ้มขำเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นยังคงปรากฎอยู่แม้กระทั่งตอนที่ฝ่ามือเล็กของเขาถูกกอบกุมด้วยฝ่ามือใหญ่ของอีกคน
          "คนนี้ผมจองแล้ว ไม่ยกให้ใครเด็ดขาด" เอเลนพูดขณะที่ลากนิ้วชี้ของตนเป็นวงกลมรอบๆนิ้วนางข้างซ้ายของคนตัวเล็ก เพื่อเป็นตัวแทนแหวนที่พวกเราไม่มีอากาสสวมใส่ให้แก่กัน ถึงกระนั้นก็ได้ผูกใจของเราไว้ให้นึกถึงคำสัญญานั้นแล้ว
          "ตามใจแกแล้วกัน" ร่างเล็กตอบตกลงโดยอ้อม เขาไม่ยอมพูดหรอกว่าจะแต่งงานกับอีกฝ่าย มันน่าอายจะตาย ถึงวันนั้นแล้วค่อยว่ากันแล้วกัน เอเลน เยเกอร์
เขาไม่เคยเชื่อว่าโลกมันจะสงบได้จริงๆหรอกแม้ว่าจะไม่มีไททันแล้วก็ตาม แต่ถ้านั่นเป็นความเชื่อของเอเลนแล้วล่ะก็...เขาจะลองเชื่อมันดูสักครั้งแล้วกัน

          "ผมจะต้องไปแล้ว"
          "ดูแลตัวเองดีๆล่ะ"
          "คุณก็ด้วยนะครับ" พวกเขาบอกลากันเมื่อต้องเข้าสู่สมรภูมิรบอีกครั้ง เราจำเป็นต้องแยกจากกันเพราะพวกเราต่างมีหน้าที่ที่ต้องจัดการ เขาเป็นห่วงเอเลนเพราะเจ้าตัวจะต้องไปเป็นกองหน้าที่ฝ่าฝูงไททันแล้วมนุษย์ที่เป็นศัตรูของพวกเรา มันไม่ง่ายเลยที่จะรอดกลับมาได้...
          จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเดินจากไปเขาอยากจะรั้งเอาไว้แล้วกอดร่างสูงไว้แน่นๆ เขาไม่มีสิทธิที่จะให้เอเลนไม่ไป แต่เขาก็อยากจะกอดเอเลนเอาไว้เพราะเขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเป็นกอดสุดท้าย แม้กระนั่นก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ด้วยสถานะที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรับรู้ ทำให้เขาได้แต่บอกให้อีกฝ่ายดูแลตัวเองในฐานะหัวหน้า แม้ว่าความรู้ของเขามันจะไปเกิดกว่านั้นมามากแล้ว สุดท้ายร่างเล็กจำใจต้องหันกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

          "แฮ่ก...แฮ่ก..." ควันจากดินที่ตลบอบอวนอยู่ในอากาศปิดบังทัศนียภาพให้แคบลง เขายังคงนิ่งสงบแม้จะเห็นเหล่ากองหน้าที่ตายอย่างอนาถตามพื้นที่ผ่านมา เสียงฝีเท้ามหึมาดังสนั่นจนพื้นสะเทือน เขามองเห็นทันทีลิงที่วิ่งอย่างคล่องแคล่วกำลังขว้างหินใส่เหล่าทหารจนตายจากระยะไกลอย่างแม่นยำ
          "ชิ!" เขาเห็นเอเลนที่กำลังนอนหมดสภาพถูกพยุงด้วยทหารที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วย เขารีบควบม้าไปยังจุดนั้นทันที เอเลนยังคงมีสติแม้จะน้อยนิดแต่เมื่อเห็นเขาเจ้าตัวกลับยิ้มออกมาอย่างดีใจ
          "หัวหน้า..." เสียงเบาหวิวเรียกคนที่ตนรัก มันช่างเหนื่อยอ่อนเหลือเกินจนเขาปวดใจ เขารีบลงจากม้าและถามไถ่อาการเอเลนในทันที
          "แกเป็นยังไงบ้าง?" เอเลนไม่ตอบตรงคำถามแต่กลับพูดถึงสงคราม
          "เราใกล้จะชนะแล้วครับ..."
          "เลิกพูดสะทีเถอะน่า!" เขาหงุดหงิดที่เอเลนไม่คิดจนใส่ใจอาการของตัวเองสะเลยว่ามันแย่แค่ไหน
          "ถ้าผมกลายร่างเป็นไททันได้อีกครั้ง เราจะชนะสงครามได้"
          "พอได้แล้ว" เขาพูดอย่างอ่อนใจ อาการของเอเลนเขารู้ดีว่ามันถึงขีดจำกัดแล้ว
          "ไม่ครับหัวหน้า ผมทำได้..."
          "เลิกพูดแบบนั้นสักที!"
          "นะครับ...แล้วผมจะกลับมา..." ร่างเล็กก้มหน้าพยายามที่จะไม่รับรู้ เสียงทุกอย่างแลดูจะเงียบไปเมื่อพวกเขาไม่ได้เอ่ยอะไร เอเลนยังคงจ้องเขาด้วยความแน่วแน่ เหมือนครั้งที่บอกกับเขาว่าโลกมันจะสงบได้ และเขาเกลียดที่จะต้องยอมเชื่อในสิ่งที่ไม่อยากจะเชื่อ
          "แกสัญญาแล้วนะ" เขาเงยหน้าขึ้นมาจ้องตาอีกฝ่ายกลับด้วยความศรัทธาว่ามันจะเกิดขึ้นได้ เขารีบไล่ทุกคนให้ถอยห่ายจากเอเลนเพราะการแปลงร่างเป็นไททันอาจทำอันตรายต่อผู้อยู่โดยรอบได้ ต่อมาเขาก็เฝ้ามองเอเลนจากที่ไกลๆที่พยายามจะเค้นพลังในการกลายร่างเป็นไททัน
          "กร๊ากกกกกกกก!"

          สงครามครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่าร้อยกว่าพัน และทำลายสิ่งปลูกสร้างมากมายจนย่อยยับอัปสูญ แต่ถึงกระนั้นก็คืนความสงบสุขและชัยชนะให้กับมนุษยชาติได้ ก่อเสียงไชโยดังสนั่นลั่นทุกหนทุกแห่ง และเมื่อถึงเมืองก็ยังได้รับคำยินยอสรรเสริญให้กับเหล่าทหารที่ไปกอบกู้ชัยชนะมาได้
          แต่ไม่...เขาไม่ดีใจเลยสักนิด

เอเลน เยเกอร์
เสียชีวิตเมื่อปี
xx19 - xx38

          เขายืนอยู่หน้าหลุมศพของเอเลนที่พึ่งฝังไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ทุกคนต่างกำลังเริศเริงกับชัยชนะของมนุษยชาติจนลืมผู้คนที่เสียชีวิตไปให้กับงานเริศเริงนั้น รอบตัวเขามีหลุมศพเต็มไปหมด แต่ในหลุมนั้นมีศพบ้างไม่มีศพบ้างเพราะบางคนแม้แต่ตัวก็ยังเอากลับมาไม่ได้... เขามองแผ่นหินนั้นอยู่นานก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านตัวเอง
เรื่องระหว่างเราไม่มีหลักฐานใดบอกได้เลยว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง
          มีแต่เพียงกลิ่นกายของเจ้าตัวที่นับวันมันก็ยิ่งจางหายลงไปทุกที...สุดท้ายความรักของเรามันก็เป็นแค่ละครฉากหนึ่งในความทรงจำของเขาเพียงผู้เดียว
          เห็นไหมการตายของแกสุดท้ายเขาก็จะเหมารวมว่าเป็นทหารผู้เสียสละในการกอบกู้อิสระภาพและก็จะหลงลืมชื่อแกไป ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย นั่นแหละเรื่องตลกร้ายของวีรบุรุษ...

          ภายในบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง มีชายร่างเล็กคนหนึ่งนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เฝ้ามองผู้คนที่แต่งตัวสดใสเดินตามท้องถนนกันขวักไขว่ด้วยรอยยิ้ม แตกต่างกับภายในบ้านที่ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ในบ้านหลังมืดๆเพียงลำพัง

คำพูดบางคำเขาพูดให้เราสบายใจ แต่เขาจะไม่กลับมา...



END



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Chxk (@Chxk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 11:54
    ประโยคสุดท้ายเจ็บมาก เขาจะไม่กลับมา น้ำตาคลอเบ้าเลย ;_;
    #5
    0
  2. #3 RIN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:03

    อึก!! พูดอะไรไม่ออกเลย...เศร้าา สงสารหัวหน้ารีไวล์สงสารเอเลน เเต่ก็เข้าใจทั้งคู่นะ พวกเธอทำดีที่สุดแล้วว อ๊ากกกกกก

    เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่เเต่งให้อ่านเน้อออ

    #3
    0