ตอนที่ 4 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    1 ก.ย. 61

หลังจากเริ่มการทดสอบมาได้ไม่นาน ตอนนี้ตัวเธอกำลังโดนสะกดรอยตามมา โดยคน 2 คน ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็น เจ้าเซนจูกับไอ้ฮิวงะนั่นแน่ๆ 

หลังจากกระโดดต้นไม้มาประมาณ 500 เมตรแล้ว เมงุก็หยุดลงที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วตะโกนเสียงดัง โดยไม่กลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน

"ออกมากันได้แล้ว!!!!"เมื่อตะโกนเสร็จจึงหันหลังไปเผชิญหน้ากับเจ้าพวกที่แอบตามา แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด เซนจูกับฮิวงะจริงๆด้วยแหะ

"จะตามไปถึงเมื่อไหร่กัน พวกนายน่ะ"หลังจากที่ตะโกนไป ก็มีหนึ่งคนเดินออกจากต้นไม้มา ซึ่งก็คือ หนุ่มน้อยเซนจูนั่นเอง

"พวก งั้นเหรอ"หนุ่มเซนจูกล่าวออกมาอย่างสงสัย ตัวเขาเดินมาคนเดียวนี่ จะมีคนอื่นไปได้อย่างไร

"ยังจะไม่ออกมาอีกงั้นเหรอ"เมงุกล่าวอีกครั้ง และในที่สุดก็ออกมาสักที

"ห้ะ นี่นายก็ตามยัยนี่มางั้นเหรอ คนฮิวงะนี่ ไม่รู้จักคิดเองแผนเองเลยนะ"มิกะพูดออกมาอย่างหัวเสีย เขาอุตส่าคิดแผนนี้ตั้งนาน แต่กลับถูกคนอื่นลอกแผนเนี่ยนะ

"ใครตามนายมิทราบ ฉันก็คิดแผนนี้เองเหมือนกัน"ฝั่งฮิวงะก็อารมณ์เสียเช่นกัน ที่ถูกหาว่าไม่มีความคิด แต่ก่อนจะทะเลาะไปมากกว่านี้ เซนจูหนุ่มก็โดนกับดักของตัวเองไปจังๆ...

"อะ เห้ยยยยยยย ใครทำกับดักไว้ตรงนี้เนี่ยยยยย"กับดักของเซนจูที่โดนตัวเอง คือ ตาข่ายที่มียันต์ระเบิดติดไว้รอบๆ หากผู้ที่ติดกับดักใช้คาถานินจา หรือขยับตัวแม้แต่น้อย ได้ตายก่อนวัยอันควรแน่ 

"ก็นายเองไม่ใช่รึไง ที่ทำกับดักไว้ โดนกับดักตัวเองนี่โง่จริง"ไม่วายยังโดนมุสะซำ้เติมไปอีกหนึ่งดอก

"อ้าว แล้วยัยเด็กอุจิวะนั่นหายไปไหนแล้วล่ะ หืมมม มะ มะ ไม่จริงงงงง"สงสัยกันสินะว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เมงุเธอเบื่อมาฟังคนทะเลาะกันนี่นา เธอเลยเดินออกมา ก่อนออกไปแน่นอนว่าไม่พลาดโอกาสแอบหยิบคัมภีร์ดินของมุสะมาด้วยจากนั้นก็เดินทางไปที่ซึนะงาคุเระทันที

ด้านเมงุ 

"ดวงอาทิตย์กำลังจะตกสินะ หาที่พักก่อนละกัน"เมงุเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาที่หยุดพักอาศัย แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับต้นไม้ต้นนึงที่มีกิ้งก้านใบแผ่ไปทั่ว และที่สำคัญ ต้นใหญ่มาก 

"นอนบนต้นไม้ละกัน"เมงุตัดสินใจนอนบนต้นไม้ ต้นไม้สามารถพรางตัวได้ และที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะมีสัตว์ป่ามาทำร้ายตอนนอน เมงุเดินขึ้นต้นไม้โดยใช้จักระ แต่ก็เกือบเซตกหลายรอบอยู่ ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่วิ่งล่ะ ก็เธอไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดนั้นนี่ ได้แค่นี้ก็บุญหัวแล้ว 

วันต่อมา

วันที่สองของการเดินทางก็มาถึง แต่ก่อนไปขอหาอาหารหน่อยละกัน เดินไปทางซึนะงาคุเระประมาณ 2 กิโลเมตร ก็เจอกับแหล่งแม่นำ้ที่มีปลากินได้เยอะมาก เมงุจับปลามา 3 ตัว และมาย่างกิน เธอไม่ได้กินเยอะหรอกนะ อย่าลืมล่ะ ว่าเมื่อวานเธอไม่ได้กินข้าวเย็น กองทัพต้องเดินด้วยท้องแม่บอกไว้

ก็เหมือนวันแรก เมงุเดินทางไปแล้ว นานแล้วนานเล่าจนเย็น คราวนี้เธอต้องหาที่อยู่ใหม่ 


"วันนี้ นอนที่ไหนดีล่ะเนี่ย หืม ถำ้เหรอ"กล่าวจบก็เดินไปสำรวจถำ้ มันเป็นถำ้ที่ไม่มีอะไรนอกเสียจากซากสัตว์ 

"นอนตรงหน้าถำ้ก็ได้"ตอนแรกเธอกะจะนอนในถำ้ แต่ซากเยอะขนาดนี้ บางอันก็เพิ่งจะตาย กลิ่นเหม็นสุดๆ แต่ทำไงได้ 

วันต่อมา

วันนี้เธอไม่ได้ทานอาหารเช้ามา เนื่องจากกลิ่นของซากสัตว์เมื่อวานมันยังทำให้เธอคลื่นไส้อยู่เลย

ตอนนี้กำลังบ่าย และในที่สุดก็มาถึง!!!! 

สิ่งก่อสร้างที่อยู่เธอตอนนี้ คือหอคอยที่...เล็กมาก มันจุคนได้แค่ 10 เท่านั้น เธอเดินผ่านจูนินที่อยู่หน้าประตูไป เมื่อเปิดประตู จึงพบห้องว่างเปล่า มีแค่กระดาษอยู่กลางห้อง บนกระดาษมีข้อความว่า

          เมื่อถึงจุดจบ คนเรามักจะมีความคิดเป็นของตัวเอง มีการตัดสินใจเองได้ อยู่ที่ว่าจะถูกหรือจะผิด และการตัดสินใจของเรา ก็จะกำหนดอนาคตของเราไว้ด้วย

"หึ สรุปก็คือ ตั้งแต่ตอนนี้ก็ให้ตัดสินใจเองว่างั้นเถอะ" เธอเปิดกระเป๋าขึ้นมา แล้วหยิบกระเป๋านินจาออกมาใส่ที่เอว และหยิบคัมภีร์ทั้งสองอันออกมา จากนั้นก็ขว้างกระเป๋าทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

"หืม คาถาย้ายร่างแบบง่ายๆ แต่ประสานอินเยอะชะมัด"ถึงจะบ่นไป แต่เธอก็จัดวางให้คัมภีร์ที่เปิดแล้ว มาซ้อนทับกันเป็นเครื่องหมายบวก แล้วเริ่มประสานอินอย่างรวดเร็ว บอกก่อน ในคัมภีร์ไม่มีวิธีประสานอินหรอกนะ มันต้องใช้ความรู้รอบตัว 

ปุ้ง

ตอนนี้เธออยู่ใจกลางห้องหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยนินจา ทั้งโจนิน จูนิน คุณครูที่โรงเรียน และโฮคาเงะ

"แล้ว...ถ้าตัดสินใจเลือกแบบนี้ ต้องทำอะไรต่อล่ะค้ะ"เมงุกล่าวออกมาท่ามกลางความอึ้ง ใช้เวลาแค่ 3 วัน ก็มาถึงแล้ว 

"ยัยหนูเมงุ มาเร็วเหมือนเดิมเลยนะ ทำไมถึงเร็วนักล่ะ"โฮคาเงะพูดขึ้นมา

"ก็ตอนเริ่ม มีคนเซนจูกับฮิวงะ พอมาก็ทะเลาะกัน ก็เลยไปหยิบคัมภีร์ดินของคนฮิวงะมา จากนั้นก็เดินออกมา แล้วเดินทางไปเรื่อยๆ จบ"

"เอาเถอะๆ ไปพักก่อนละกัน อีก 2 วันมาที่นี่ วิธีมาก็ประสานอินแบบเดิมนั่นแหละ ที่นี่อยู่ตรงป่าในเขตต้องห้าม ถ้าอยากเดินมาก็ไม่ว่า"โฮคาเงะอธิบายยาวเหยียดให้เมงุฟัง จากนั้นเมงุก็เดินออกมาเพื่อกลับบ้าน

ที่บ้านใหญ่ตระกูลอุจิวะ

"กลับมาแล้วค่ะ"เมื่ออยู่หน้าประตูเมงุก็ตะโกนเพื่อให้คนในบ้านได้รับรู้ 

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจ้ะ ทานข้าวก่อนมั้ย เดี๋ยวแม่ทำให้"มิโกโตะโผล่หน้ามาจากห้องนำ้ ในมือถือตะกร้าผ้าที่กำลังจะนำไปตากไว้ แล้วถามลูกสาวคนสวย 

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูหาทานเองก็ได้ค่ะ คุณแม่พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูตากผ้าให้นะคะ"เมงุไม่รอคำตอบ ฉวยมือหยิบตะกร้าผ้ามาด้วยมือข้างนึง อีกข้างนึงดันหลังผู้เป็นแม่ให้เข้าไปในห้องนั่งเล่น เพื่อที่จะให้มิโกโตะได้พักผ่อน จากนั้นจึงปิดประตูลง

เมงุตากผ้าไปเรื่อยๆ จนหมดตะกร้า ตัวเธอนั้นไม่ใช่คุณหนู หรือพวกที่เอาแต่ฝึกวิชานินจาจนทำงานบ้านไม่เป็น ถ้าเรื่องงานบ้านละก็ เธอทำได้ทุกอย่าง รวมถึงการจัดดอกไม้ก็ด้วย ถึงจะคนชมว่าจัดได้สวย แต่ตัวเธอนั้นไม่ค่อยสนใจในเรื่องนี้เท่าไหร่นักหรอก

"อืมมม เสร็จแล้วแหะ ไปหาอะไรมาทานดีกว่า"ว่าจบก็เก็บตะกร้า แล้วเดินเข้าห้องครัวไป

"ของหมดแหะ ไปซื้อของดีกว่า"เมงุเดินไปหยิบเงินที่มีไว้สำหรับซื้อของ รายการของที่ซื้อ ซึ่งเดาว่าแม่ของเธอกำลังจะไปซื้อ

"ขอตัดหน้าละกันนะค้ะ คุณแม่ ฮิฮิ"เมงุหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเขียนโน๊ตบอกไว้ว่าจะออกไปซื้อของ

ตอนนี้ก็เย็นแล้ว ที่ตลาดคนก็ยิ่งครึกครื้น

"ปลาซัมมะกับผักแล้วก็ข้าวงั้นเหรอ ซื้อข้าวก่อนละกัน"เมงุเดินไปซื้อข้าว ซื้อผักและเลือกอย่างชำนาญ ก็เธอเคยมาหลายรอบแล้วนี่นา 

"สุดท้ายก็ซื้อปลา หืม นั่นรุ่นพี่คาคาชินี่นา"เมงุกำลังเดินไปร้านปลา ก็พบกับคาคาชิและพ่อของเขาเข้า แถมเธอยังรู้จักพ่อของคาคาชิดีซะด้วย ใครๆก็ต้องรู้จัก เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ อยู่แล้วล่ะ  แต่อีกฝ่ายก็ไม่น่าจะรู้จักเธอหรอก

"สวีสดีค่ะ รุ่นพี่คาคาชิ กับคุณฮาตาเกะด้วยนะค้ะ"้เธอไม่ได้สนิทสนมพอกับคุณซาคุโมะ ถ้าหากเรียกชื่อเลยจะเป็นการเสียมารยาท กับรุ่นพี่คาคาชินี่ยังพอสนิทบ้าง

"สวัสดีจ้ะ เพื่อนเหรอคาคาชิ"คุณซาคุโมะกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนมาก ใจดีจังเลยน้า คุณซาคุโมะเนี่ย

"ป่าวครับ รุ่นน้องน่ะ สวัสดีเมงุ มาซื้อของเหรอ"คาคาชิกล่าวตอบพ่อ แล้วหันมาคุยกับเมงุ

"อ๋อ ค่ะ ไปก่อนนะค้ะ ไม่อยากรบกวนเวลาครอบครัวเท่าไหร่ อีก 2 วันเจอกันนะค้ะ รุ่นพี่"

"อือ แล้วเจอกัน"จากนั้นเมงุก็เดินออกมา แล้วไปซื้อปลาต่อ เมื่อเสร็จก็กลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ก็มืดแล้ว

ด้านคาคาชิ

"พ่อครับ เราก้ไปกันเถอะครับ"คาคาชิเรียกพ่อของเขา

"เดี๋ยวนี้ลูกพูดเยอะขึ้นนะ พ่อดีใจมากๆที่ลูกพูดเยอะๆแบบนี้ได้นะ คาคาชิ เดี๋ยวนี้ถูกเรียกว่า รุ่นพี่ แล้วเหรอ โตขึ้นเยอะเลยน้า 555"

คาคาชิไม่ได้โวยวาย แต่ก้มหน้าซ่อนหน้าที่แดงซ่านของตัวเองไว้ ทำให้พ่อของเขาแปลกใจขึ้นไปอีก

'งั้นเหรอๆ ลูกเราก็โตถึงขนาดคิดเรื่องพวกนี้ได้แล้วงั้นเหรอ หึหึ'ซาคุโมะคิดในใจอย่างขบขัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #14 211048 (@211048) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 05:45
    รอต่อปายยยย
    #14
    0
  2. #12 ็HAKUO (@nug1239900345475) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 13:43
    นางรุ่นเดียวกับชิซุยรึเปล่าคะเเล้วนางคงไม่ได้ฆ่าล้างตระกูลตัวเองเเทนอิทาจังใช่มั้ย
    #12
    2
    • #12-1 211048 (@211048) (จากตอนที่ 4)
      3 กันยายน 2561 / 05:06
      หุหุ รอลุ้นค่ะๆ
      #12-1
    • #12-2 211048 (@211048) (จากตอนที่ 4)
      3 กันยายน 2561 / 05:06
      รอลุ้นค่ะๆ
      #12-2