ตอนที่ 24 : Chapter 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    22 เม.ย. 62

"เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว จากนี้คือการสอบสวน หวังว่าจะเข้าใจกันนะคะ"ฉันพูดกับโจรสาวผมสีชมพูเข้มจนเกือบแดง ใบหน้านวลเนียน หน้าตาไม่สวยเลิศเลอแต่ไม่ได้ขี้เหร่ 

"ข้อแรก คุณชื่ออะไรเหรอคะ"ฉันชื่อแฟ้มไว้ในอ้อมแขน มือถือปากกาเตรียมจดข้อมูล

"คิดเหรอว่าฉันจะบอก เหอะ โคโนฮะไม่มีนินจาจนต้องใช้เด็กแล้วเหรอ"เสียงแหลมสวนตอบมา

"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร คุณ ชิอิ ซาซามิยะ ฉันก็แค่ถามไปงั้นๆแหละค่ะ งั้นข้อต่อไป คุณเป็นใครและมาจากไหนคะ"คนตรงหน้าขบเคี้ยวเขี้ยวฟันโกรธ แต่ก็ตอบเหมือนเดิมว่าไม่บอกจนเริ่มรำคาญ

"เฮ้อ สถานะของคุณตอนนี้ไม่มีสิทธิ์มาเงียบหรอกนะคะ...คุณรักครอบครัวตัวเองรึเปล่าคะ"ซาซามิยะเงียบเหมือนกับลองเชิง ฉันแสยะยิ้มกว้าง ดวงตาที่ไร้อารมณ์มองคู่สนทนาอย่างโรคจิต

"ถ้าคุณยังไม่ตอบ เดี๋ยวซากายะคุงก็ไม่ได้ตายดีหรอก จะตอบได้รึยังคะ"ซาซามิยะสะอึก ปากกำลังจะถามกลับแต่นิ้วเล็กฉวยเอามือแตะปากอิ่มของตัวเองไว้ก่อน พร้อมกับทำเสียงจุ๊ๆ

"อึก ฉันชื่อ ชิอิ ซาซามิยะ มีน้องชายหนึ่งคนชื่อ ชิอิ ซากายะ พ่อแม่ตายตั้งแต่สองขวบ พอโตเลยตระเวนฝึกกับผู้รู้ เพื่อแก้แค้นนินจาที่ฆ่าพ่อแม่ฉัน วันหนึ่งฉันเจอกับเด็กชายคนนึง หน้าตาดูดีตั้งแต่เด็ก เลยเกิดรักใคร่ สืบดูจึงรู้ว่านินจาคนนั้นอยู่โคโนฮะ แล้วคนคนนั้นก็แอบชอบเธออยู่ มันทำให้ฉันเกลียดเธอ เป้าหมายไม่ใช่หมู่บ้าน แต่เป็นเธอต่างหาก!!!"โอ้โหเฮะ บอกมาหมดเลย 

"อืม ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ คือการแก้แค้นค่ะ!!!"เมงุส่งแฟ้มให้กับผู้ช่วยคนหนึ่งที่เข็นรถบรรจุอุปกรณ์หลายๆอย่างมาให้

เพี๊ยะ เพี๊ยะ 

มือของเมงุตบไปที่แก้มซาซามิยะอย่างแรง ใบหน้าขาวเป็นสีแดงชํ้า เลือดไหลออกมาจากขอบปากและจมูก 

"นี่สำหรับที่คุณกล้าเหยียบเข้าบ้านฉัน"ตบจนเลือดท่วมปาก ยังเป็นความผิดแค่เข้าบ้าน แล้วที่เธอทำร้ายครอบครัวคนตรงหน้า จะโดนยังไง

เมงุหยิบคุไนมาสามอัน แล้วแทงเข้าเนื้อส่วนแขนขวาจนทะลุถึงเก้าอี้ที่ซาซามิยะนั่งอยู่

"อ่ะ อ๊า-"ปากกำลังจะอ้าร้อง ก็ถูกมัดจนแน่นด้วยผ้าหนาๆ

"รู้รึเปล่าคะ ร่างกายของมนุษย์มีหลายกลไก หนึ่งในนั้นคือการกรีดร้องเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด มีหลักการที่สามารถช่วยให้ระบายความเจ็บปวดหายออกจากร่างกายเล็กน้อย แต่คุณนั้น ฉันไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้นได้ค่ะ"

เงุหยิบมีดสั้นมาเล่มหนึ่ง ค่อยๆตัดผ่าแขนขวาของซาซามิยะตามช่องว่างระหว่างคุไน นํ้าตาของสาววัยรุ่นไหลออกมาเรื่อย แต่เมงุกลัวเธอเสียเลือดตาย เลยเจาะเตรียมถุงเลือดให้เรียบร้อย 

"นี่สำหรับที่คุณทำให้น้องๆของฉันต้องมีเลือดไหลออกมา"ว่าแล้ว เมงุแกะมัดของซาซามิยะ

"นี่คือโอกาสสุดท้ายของคุณ ถ้าคุณฆ่าฉันได้ คุณจะรอดและซากาตะคุงจะปลอดภัย"เมงุกล่าวเสียงดัง ซาซามิยะไม่ปล่อยเสียเเวลาพุ่งใส่เมงุอย่างบ้าคลั่ง หากแต่เมงุสามารถหลบได้ทุกครั้ง ด้วยความลนหรือไม่มีสมาธิทำให้เมงุปาคุไนติดลวดไปทั่วบริเวณได้สบายๆ

"คุณแพ้แล้วล่ะค่ะ"เมงุว่าก่อนตัดลวดเส้นหนึ่ง จากนั้นลวดจากคุไนก็มัดตัวของซาซามิยะ รวมทั้งคอด้วย

"รู้รึเปล่า ว่าตอนที่น้องๆของฉันหายไป มันน่ากลัวนะ เธอรักคนคนนั้นถึงอยากฆ่าฉัน แต่ฉันก็รักน้องกระนั้นฉันเลยจะฆ่าเธอ ถือว่าเจ๊ากันล่ะนะ"เมงุพูดหลางประสานอินพลาง

"คาถาไฟ เพลิงนกฟินิกซ์..."ไฟเริ่มลามไปลามลวด ลวดที่มัดซาซามิยะเป็นสีแดง แผดเผาร่างกาย นํ้าตาหยดแล้วหยดเล่าไหลเป็นสาย โดยมีเด็กสาวตรงหน้ายิ้มมองผลงานอย่างถูกใจ

"คุณไม่ตายหรอกนะ"ไฟเริ่มเบาลง แต่ความร้อนยังอยู่ แม้แต่ออกเสียงอื้ออึงซาซามิยะยังไม่สามารถทำได้ แต่คนอื่นที่อยู่ด้วยก็หาสนไม่ ในเมื่อกล้ายุ่งกับตระกูลที่เปรียบเสมือนสมบัติของโคโนฮะ โดนแค่นั้นถือว่าโชคดีแล้ว 

"คุณทำร้ายอิทาจิกับซาสึเกะแค่ไหน คุณต้องได้รับความเจ็บปวดคืนเป็นร้อยเท่า เข้าใจรึเปล่า"มือของเมงุลูบๆที่แก้มของซาซามิยะ แล้วออกแรงตบไปอีกหลายที แล้วปิดตบด้วยการต่อยหมัดที่อัดแน่นด้วยจักระไปที่ท้องน้อย จนเลือดของซาซามิยะพุ่งออกมาจากทั้งร่างกาย  

"ความผิดสุดท้ายของคุณ จะได้รับการชดใช้แล้ว"แววตาไร้แสงเปล่งประกายอีกครั้ง หากแต่ไม่เห็นรอยยิ้มของเมงุที่เหยียดอย่างสมเพช

เมงุตัดลวดออกให้ซาซามิยะ แล้วลากเธอไปที่กล่องสีใสข้างในมีนํ้าใส่นํ้าแข็งอยู่ครึ่งหนึ่ง เมงุเปิดกล่องพร้อมแกะมัดให้ซาซามิยะ

"จะ...ทำอะไร"เสียงแหบแห้งจนน่ากลัวถาม หากแต่อีกคนยังเงียบต่อไม่คิดจะเอ่ยตอบ

"เอ้า ลงไปเลยค่ะ"ยังไม่ทันได้กรีดร้อง แผ่นหลังก็ถูกยกขึ้นแล้วโยนใส่กล่องใส ความรู้สึกตั้งแต่หัวจรดเท้าแข็งชา ขยับไม่ได้ หน้าซีดปากสั่น เมงุเมินแล้วปิดกล่องนั้นไม่ให้ความเย็นออก ดวงตาที่ดำหม่นไร้แววตาเหม่อมองคนที่กำลังพยายามดิ้นออกมาจากกล่อง นัยตาสีชมพูมองอย่างอาฆาตแค้น แต่เมงุก็หาสนไม่ 

"อ้อ จริงสิ ลืมบอกเรื่องซากาตะคุงไปเลย ว่าเผลอฆ่าไปแล้วน่ะ ช่างมันละกันนะคะ"ว่าแล้ว ฉันก็เดินออกจากห้องทรมานทันที ต้องรีบไปหาอิจจี้กับซัสคุงแล้ว ช่วงนี้อีกสักห้าปีก็ต้องแอบส่องสักหน่อย หมายถึงส่องการดูแลนารุคุงนะ อย่าพึ่งคิดไปไกล 

"อืม...อิทาจิกับซัสคุงน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลสินะ"ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด แล้วเดินลั้ลลาแบบชิลๆ ระหว่างทางก็ซื้อขนมไปด้วย

"อา ถึงซะที เหนื่อยชะมัด"หลังจากเดินมาแบบนาน(โคตร) ในที่สุดฉันก็มาถึงโรงพยาบาลแล้ว 

ก๊อก ก๊อก 

ฉันเดินเข้า ข้างในที่อิทาจิอยู่บนเตียง เจ้าตัวกำลังนอนหลับ ฉันไปนิ้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้าออก แล้วจับแก้มอิทาจิเบาๆ

"พี่ขอโทษ พี่ผิดเองที่ดูแลพวกนายไม่ได้ ต่อไปพี่จะทำให้ดีกว่านี้ รีบๆตื่นมาหาพี่เร็วๆนะ จุ๊บ"หลังจากกล่าวคนเดียวเงียบๆ ฉันก็จุ๊บแก้มใสของอีกคนไปทีนึง 

"พี่ไปดูซาสึเกะก่อนนะ"ฉันหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป ไม่ทันสังเกตเด็กชายที่ตนคิดว่าหลับอยู่ตื่นนานแล้ว

"พี่ครับ เพื่อพี่กับซาสึเกะแล้ว ผมต้องเก่งกว่านี้ ผมอยากแบ่งเบาภาระให้พี่นะ"มือซีดของอิทาจิลูบแก้มตัวเองป้อยๆ ยังติดใจสัมผัสนุ่มนิ่มของริมฝีปากของพี่สาวตน

"ซาสึเกะ นารูโตะ พี่จะปกป้องพวกนายได้รึเปล่านะ พี่อ่อนแอเกินไป แต่พี่จะไม่ให้ใครมาแตะต้องน้องๆของฉันเด็ดขาด แล้วเจอกันนะ น้องรัก"ฉ

เมงุเดินเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย รู้ตัวอีกทีก็มาถึงทะเลสาปที่ตนเคยมา เมงุหย่อนตัวนั่งบนขอนไม้เก่าๆที่อยู่ริมสระ ตามองดอกไม้สีสันสวยงาม มันไม่เหมาะกับเธอสักนิด

จะว่าไปแล้ว ฉันยังไม่ได้เก็บบ้านเลยหนิ อา ช่างเถอะ เดี๋ยวก็มีคนไปเก็บ 

คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย หยดนํ้าตาก็ไหลออกมาจากตาคู่งาม 

"ฉันทำกรรมอะไรไว้กัน ทำไมต้องเป็นแบบนี้"ขอแค่ห้านาทีเท่านั้น ขอแค่นี้ แล้วฉันจะเป็นคนแข็งแกร่งอย่างที่ทุกคนคาดหวัง ใช่ แบบที่ทุกคนคาดหวัง 

การแบกรับความคาดหวังมันแสนจะเหนื่อย ทั้งเหนื่อยทั้งท้อ ของตอบแทน ของพรรนั้นมันมีด้วยรึไง ถึงมี ก็ไม่ต้องการ สิ่งที่ต้องการคือชีวิตที่สงบสุข ไม่มีสงคราม ไม่มีการต่อสู้ อยากอยู่เงียบๆกับน้องๆ แต่มันยากจัง นามสกุล อุจิวะ ไม่เคยมีคำว่าสงบสุข แต่ถึงยังงั้น เธอเศร้าเหลือเกิน คนที่เธอรักทุกคนล้วนอยู่ในอันตรายทั้งสิ้น หรือเธอควรตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่ยุ่งกับใคร จะได้ไม่มีใครมาเจ็บปวดพราะเธออีก

"ห้านาทีแล้ว ฉันกลับมาแล้ว เมงุที่ทุกคนคาดหวัง ตัวตนที่ไม่ใช่ฉัน"เฮ้อ ง่วงจัง...

"นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้อยู่คนเดียว"หลายปีแล้วสินะ ที่ไม่ได้มาที่นี่ ไม่นานก็พล่อยหลับไป

อยากจะบ้าตาย 
หลังจากกลับมาที่บ้านแล้ว วันต่อมาอิทาจิก็อุ้มซาสึเกะออกมาจากโรงพยาบาลหน้าตาเฉย เจ้าตัวบอกว่าหมอให้กลับได้แล้ว ไม่รอช้าเลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมอุ้มน้องรักวิ่งมาบ้านด้วยความเร็วแสง เมงุขอรํ่าไห้แปปค่ะ

"เอ่อ อิจจี้จ้ะ ถึงน้องจะบอกว่าหมอให้ออกได้แล้ว แต่ไม่ได้หมายว่าน้องจะกระชากสายนํ้าเกลือแล้ววิ่งออกมาแบบไม่รอรับยานะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอาให้เองแล้วกัน รออยู่ที่บ้านห้ามซนเด็ดขาดนะจ้ะ"

ถามจริงดิ เด็กที่ไหนมันจะบ้าบิ่นได้ขนาดนี้ อนาคตอิทาจิคงดื้อไม่หยอก เหอะๆ พี่สาวอับอายเหลือเกิน แถมพอไปถึงยังหูชาจากการเทศนาโดยมีหมอร่วมกับท่านรุ่นสามที่พอเหมาะพอเจาะราวกับนัดกันมา

ทีแบบนี้ละสามัคคีกันเหลือเกิ๊นนน 

"อิจจี้ น้องก่อปัญหาให้พี่เลยนะ มานี่มาให้กดหน่อยสิ"ฉันไถลตัวไปนอนบนตักนุ่มนิ่ม สองมือกอดเอวน้องชายเอาไว้ ส่วนซาสึเกะรายนั้นอิจจี้ส่งนอนแล้วล่ะ ไม่สนอะไรทั้งนั้น เมงุอยากง่วงงง

"ขอโทษนะครับ ผมแค่เป็นห่วงพี่..."หน้าตาหล่อเหลาหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นดังนั้นเลยกุมมือเล็กเอาไว้ 

"อิทาจิ น้องไม่ต้องห่วงพี่หรอกนะ เพื่อนายกับซาสึเกะแล้ว พี่คนนี้ต่อให้ตายก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายน้องๆของพี่แน่นอน อิทาจิ เชื่อใจพี่เถอะนะ"ตาของอิทาจิมีนํ้าตาคลอเบ้าแต่เจ้าตัวกลั้นเอาไว้ มือของอีกคนจับมือตอบ

"ครับ ผมเชื่อใจพี่นะครับ แต่ว่า ผมเองก็จะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้องพี่กับซาสึเกะแน่นอน ผมจะไม่ให้พี่ต้องรับภาระคนเดียวหรอกนะ ผมเอง ก็รักพี่นะครับ"ได้ยินแบบนั้น หวใจฉันก็ดีใจเหลือล้น มือคว้าที่หัวแล้วกดลงมาใกล้ๆ 

จุ๊บ 

"น้องของพี่นี่โตขึ้นแล้วสินะ พี่ดีใจนะ น้องต้องโตขึ้นอย่างสง่างามแน่นอน"อิทาจิยิ้มรับตอบ แล้วลูบหัวฉันกล่อมนอน 


"นั่นน่ะเหรอที่เจ้านั่นบอกมา ควรค่าที่จะมาเข้าร่วมกับพวกเรานะ คิดว่าไง"เสียงปริศนาถามคู่สนทนาที่ยืนข้างๆตน

"แล้วแต่เถอะ ฉันไม่สน ไม่ว่ามันะเข้าหรือไม่เข้า ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" พร้อมๆกับคู่สนทนาที่เดินไปไกล

"รออักสักนิด คงต้องเอาเข้ามาให้ได้ หึหึ" ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะจิตๆในความมืด โดยมีคนคนนึงขนหัวลุกกับเสียงนั้น 

"อิจจี้ พี่ทำดังโงะให้มั้ยจ้ะ ดูน้องหิวๆนะ"หลังจากนอนไปนานพสมควร ก็ควรค่าแก่การตื่น ลุกได้สักพักก็เห็นอิทาจิท้องร้องพอดี แต่ด้วยความที่ยังไม่ถึงเวลาอาหารเลยต้องหาของว่างไปก่อน 

"ขอรบกวนด้วยนะครับ"ฉันเริ่มทำทัน แต่จะทำแค่อย่างเดียวก็เสียเวลา เลยทำอย่างด้วย ฉันเริ่มผสมแป้งสำหรับดังโงะ แล้วค่อยๆนวดแป้งจนเหนียวนุ่มจึงต้มก้อนแป้ง ในส่วนของซอสจนก็เคี่ยวกันเสร็จพอดี ฉันเตรียมทำอย่างต่อไป มันเป็นโมจิชาเขียว ของโปรดฉันเลยล่ะ แต่ต้องเป็นชาเขียวแท้เท่านั้น ผสมแป้งโมจิลงกระทะแล้วใช้ไม้คนด้วยความเร็ว พอแป้งโมจิได้แล้ว เตรียมตัวปั้นแป้งต่อ เสร็จไปสองเมนู ของหวานอันสุดท้ายฉันกะจะให้รุ่นพี่ที่ไม่ได้พบกันนาน รุ่นพี่คาชิคุง 

"คิดถึงจัง..."ไม่เจกันนานเลยกะจะทำ ซากุระโมจิไปเยี่ยม รู้สึกช่วงนี้จะดีขึ้นแล้วจากเหตุการณ์ที่คุณซาคุโมะเสีย จริงสิ ทำมันจูไปไหว้หลุมศพคุณซาคุโมะด้วยดีกว่า 



"สวัสดีค่ะรุ่นพี่ ฉันมาเยี่ยมน่ะค่ะ"รุ่นพี่หน้าเหวอนิดๆ ก่อนจะพูดว่าตามสบาย

"นึกว่าเธอจะลืมฉันไปแล้วซะอีกนะเมงุ"เสียงทุ้มกล่าวออกมาอย่างแง่งอน

"อ๊า ขอโทษค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่น่ะค่ะ ไม่โกรธกันใช่มั้ยคะ"ฉันเหลือบตามองอีกฝ่ายทีนึง รุ่นพี่เงียบสักพักก่อนจะตอบกลับมา "เฮ้อ ไม่โกรธหรอก"

"วันนี้ฉันเอาของมาฝากน่ะค่ะ นี่ค่ะ ซากุระโมจิ เป็นแบบโดเมียวจิ รุ่นพี่ทานรึเปล่าคะ"ฉันถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ไม่รู้ว่ารุ่นพี่ตรงหน้าจะทานของหวานรึเปล่า

"กินสิ ขอบคุณนะ"รุ่นดึงหน้ากากที่มักปิดหน้าอยู่ตลอด ใบหน้าหล่อเหลาทำเอาเธอตะลึง อีกสิ่งที่แปลกตาเธอที่สุดคงไม่พ้นเนตรวงแหวนที่อยู่ด้านซ้าย

"เนตรวงแหวนนั่น...ของคุณโอบิโตะเหรอคะ"ฉันสันนิฐาน ข่าวที่ว่าเพื่อนๆของรุ่นพี่ตายหมดแล้ว คงจะจริงสินะ 

"อ่า เค้าให้เนตรนี่ตอนที่ไปทำภารกิจน่ะ ตอนนั้นเราเกือบเสียท่า เค้าเลยมาปกป้องฉันไว้ แล้วมอบเนตรให้เพื่อที่จะปกป้องรินได้ ก่อนเค้าจะตาย..."รุ่นพี่ที่ดูขี้เล่นคนนั้น กำลังเศร้าขนาดี้เลยเหรอ

พรึบ 

"อ้ะ"ฉันพุ่งตัวเข้าไปกอดรุ่นพี่เอาไว้ ส่วนรุ่นพี่สะดุ้งนิดๆ ก่อนที่จะโวยวายฉันก็ชิงพูดก่อน

"ฉันน่ะ ไม่อยากให้รุ่นพี่อยู่คนเดียวหรอกนะคะ ฉันจะคอยเป็นเพื่อน เป็นครอบครัวให้รุ่นพี่เอง ได้โปรด ได้โปรดอย่าทำหน้าตาที่เศร้าหมองแบบนั้นเลยนะคะ ฉันคิดว่ารุ่นพี่ที่คอยยิ้มอย่างมีความสุข มันเหมาะกว่าค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว อย่างน้อยก็บอกฉันก็ได้ ถ้ามีอะไรก็มาระบายกับฉันก็ได้ นะคะ"

kakashi

"ฉันน่ะ ไม่อยากให้รุ่นพี่อยู่คนเดียวหรอกนะคะ ฉันจะคอยเป็นเพื่อน เป็นครอบครัวให้รุ่นพี่เอง ได้โปรด ได้โปรดอย่าทำหน้าตาที่เศร้าหมองแบบนั้นเลยนะคะ ฉันคิดว่ารุ่นพี่ที่คอยยิ้มอย่างมีความสุข มันเหมาะกว่าค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว อย่างน้อยก็บอกฉันก็ได้ ถ้ามีอะไรก็มาระบายกับฉันก็ได้ นะคะ" เด็กคนนี้...รู้รึเปล่าว่าผมน่ะรักเธอ รักมานานแล้วด้วย แต่เรายังเด็กเกินไป ทำได้เพียงให้เธอมาปลอบใจเท่านั้น

"อืม ได้สิ ขอบคุณที่คอยช่วยฉันนะ ต่อไป ฉันจะไม่เก็บอะไรไว้คนเดียวอีกแล้ว"เมงุยิ้มกว้าง นํ้าตาของเธอไหลออกมาเรื่อยๆ ทั้งๆที่ยังยิ้มแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้อีก

"อย่าร้องสิ เธอน่ะ ไม่เหมาะกับนํ้ตาหรอกนะ"ผมใช้นิ้มเกลี่ยนํ้าตาให้เธอเบาๆ ก่อนนะแอบหอมแก้มไปฟอดเล็กๆ

"อ่ะ อือ รุ่นพี่ รีบทานซากุระโมจิเถอะค่ะ"เมงุหน้าแดง ก่อนจะเบี่ยงให้ผมทานขนมหวานที่เธอนำมา

"อ่า งับ"รสชาตินุ่มละมุนกระจายเต็มปาก ขนมพอดีคำถูกจับใส่ปากเรื่อยๆจนหมด อร่อยแหะ 

"อืม อร่อยมากเลยนะเนี่ย ครบคุณสมบัติการเป็นภรรยาที่ดีจริงๆน้า ขาดอย่างเดียวเท่านั้นแหละ"ทำงานบ้านก็เก่ง การต่อสู้ก็เก่ง ทำอาหารก็อร่อย แถมยังนิสัยดีมีมารยาท รักเด็ก อ่อนโยนแบบนี้ ยังจะขาดอะไรอีกล่ะ 

"ขาดอะไรงั้นเหรอคะ"เมงุถือคติว่า ถ้าหากครบคุณสมบัติภรรยาที่ดี ก็เป็นคุโนะอิจิที่ดีได้ สิ่งที่ขาดตกบกพร่องก็อยากรู้แล้วนำไปแก้ไข ความอยากรู้นั่นทำให้คาคาชิแอบยิ้มกริ่ม

"อายุน้อยเกินไป รออีกสักสิบปีเธอคงจะมีผู้ชายมาจีบเยอะใช่เล่น" 

Megu

นึกว่าอะไร ที่แท้ก็อายุนี่เอง

"ค่ะ...อีกสิบปีฉันจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้คนที่ฉันรักรักฉันค่ะ!!!"ตั้งปณิธานไว้แล้ว เหลือแค่รอเวลาเท่านั้นนน

"อืม แต่ฉันจะกีดกันผู้ชายทุกคนที่ยุ่งกับเธอล่ะนะ"อะไรนะ รุ่นพี่คาชิคุงพึมพำอะไรคนเดียว

"รุ่นพี่พูดอะไรรึเปล่าคะ พอดีเมื่อกี้ไม่ทันฟัง"อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้น กอดอกไว้กล่าวเสียงเรียบ

"ป่าวนี่ เธอคงหูฝาดไปเอง"เหรอคะ ช่างเถอะ 




ฮั่นแน่ คาคาชิแอบร้ายนะเนี่ยยย ไหนๆใครเรียนอยู่บ้าง เปิดเทอมวันที่เท่าไหร่กันเอ่ยย บ้านใครเย็นบ้าง ไรท์จะไปอยู่ด้วยนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า ร้อนจริงๆ ใครอยากขอตอนพิเศษสามารถคอมเม้นต์เลยนะคะ แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกน้าาาาา ผู้อ่านที่ยังติดตามอยู่ ไรท์อาจมีของตอนพิเศษให้ผู้อ่านที่พิเศษล่ะน้าาา ไรท์ป่าวงกจริงๆนะจ้าาา 





ดังโงะของโปรดเจ้าแมวน่ารัก น่ากดจริงๆ อิอิ





ซากุระโมจิแบบโดเมียวจิ




โมจิชาเขียว แบบแท้ ที่จริงของโปรดไรท์เอง ฮ่า




มันจู น่ากินๆ


*ซากุระโมจิ คือ โมจิแต่งสีชมพูห่อด้วยอังโกะ คลุมหน้าด้วยใบซากุระแช่เกลือ มีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆช่วยผ่อนคลายเหมือนกับสมุนไพร ซากุระมีสองแบบ คือ 

โชเมจิ มีต้นกำเนิดในภูมิภาคคันโต 




อีกแบบคือ โดเมียวจิ มีต้นกำเนิดในภูมิภาคคันไซ



ที่น้องเมงุทำให้เคยบอกไปแล้วว่าทำแบบโดเมียวจินะจ้ะ 


*อังโกะ คือ ถั่วแดงต้มนํ้าตาล 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #158 Parisa009 (@Parisa009) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:11
    ลงเรือไหนดีเนี่ย! เรือนั้นก็ดี เรือนี้ก็โดน โอ๊ยย~ เลือกไม่ถูกเลยยย
    #158
    0
  2. วันที่ 23 เมษายน 2562 / 15:38

    หนูเป็นกัปตันทุกเรือค่ะ! หรือชิปกาอาระดี? เอ๊~ คู่มินาโตะกับเมงุก็ดีน้าา~ แบบรักข้ามรุ่นเป็น*กิ๊ก*กันก็ดี--- ว๊ากกก // โดนตบข้อหาพรากผัวพรากเมียชาวบ้าน555+

    #141
    1
    • #141-1 211048 (@211048) (จากตอนที่ 24)
      23 เมษายน 2562 / 20:23
      เดี๋ยวนะๆ แบบนี้ก็ได้เหรอค้าาาาาา !!!
      #141-1
  3. #125 _ZIN (@_ZIN) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:21

    เรืออิจจี้!
    #125
    1
    • #125-1 211048 (@211048) (จากตอนที่ 24)
      22 เมษายน 2562 / 22:23
      555 รออ่านตอนพิเศษฤดูกาลหน้านะคะ ><
      #125-1
  4. #118 จันทิรารัตน์ (@sunsiara) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 17:13
    เรือคาคาชิค่าาาาาา
    #118
    1
    • #118-1 211048 (@211048) (จากตอนที่ 24)
      5 พฤษภาคม 2562 / 02:53
      เราจะทำลายเรือนั้นเองงงง // หยอกค่ะหยอก
      #118-1
  5. #117 shino13 (@shino13) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 15:35
    รอน้องโตตตตต
    #117
    0
  6. #116 khawfang2447 (@khawfang2447) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 14:51
    มาเเล้วววว
    #116
    0