[BTS] OS/SF ALLJIN | TAEJIN | KOOKJIN

ตอนที่ 2 : SF | ซอกจิน กินไม่ง่าย [KookJin]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 ม.ค. 63

Pairing : KOOKJIN

AU! Footballer *มีคำหยาบนะคะ

 

จอนจองกุกไม่เคยเจอเรื่องน่าขันขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต! ตั้งแต่ค้าแข้งในเค-ลีกคลาสสิกมานานเกือบสี่ปี เจอเพื่อนร่วมทีมมาทุกรูปแบบ แต่คู่หูจอมซุ่มซ่ามอย่างรุ่นพี่ซอกจินกับรุ่นพี่นัมจุม แต่งแต้มสีสันให้ชีวิตเขาแทบไม่เหลือเค้าเดิม – จากที่เคยเป็นลูกคุณหนู เคร่งครัด มุ่งมั่นจนมีสีหน้าเพียงอารมณ์เดียว พอเหลือบไปเห็นท่าทางเปิ่น ๆ ของซอกจิน หลายครั้ง มาดคุณชายถูกกระเทาะเปลือกกลายเป็นเด็กนักเรียนสักคนที่หัวเราะโปกฮาไปกับเพื่อนหัวโจก

คิมซอกจินอายุมากกว่าจองกุกถึงห้าปี เป็นชายหนุ่มวัยปลายยี่สิบที่มีรูปร่างสูงโปร่ง นัยน์ตากลมใส หัวไหล่กว้างดูแข็งแรง ด้วยรูปลักษณ์สมชายชาตรี ทำให้จองกุกคาดไม่ถึงว่าตัวตนที่แท้จริงของซอกจินจะ 'เด็กน้อยหอยสังข์' มาก รุ่นพี่คนดังกล่าวทั้งขี้กลัว ขี้ตกใจ บางครั้งดูเหมือนจะติดขี้แยหน่อย ๆ

จองกุก 'เอ็นดู' ซอกจินมาตั้งแต่เข้าร่วมเป็นนักฟุตบอลทีมเอฟซีโซลเมื่อสองฤดูกาลที่แล้ว รุ่นพี่คนนั้นแม้จะหัวแข็ง อายุเยอะ แต่ก็มีทักษะ ความมุ่งมั่นเปี่ยมล้น

ซึ่งนั่นไม่ใช่จุดขายของนายทวารเฝ้าเสาประตูที่ทำให้จองกุกรู้สึกสะดุด

จุดขายคือความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย-โชคลาภของซอกจินกับรุ่นพี่ชาวอิลซานในทีมอย่างคิมนัมจุนต่างหาก...

ก่อนปิดซีซั่นด้วยการรั้งอันดับสามในตารางเค-ลีก... เปิดซีซั่นใหม่คราวนี้ โค้ชรื้อทีมเก่า วางแผนปรับโครงสร้างทีมใหม่ ผู้เล่นระดับเก๋า ๆ หลายตำแหน่งแขวนสตั๊ดไปบ้าง ถูกขายบ้าง ถูกยืมตัวไปเล่นให้สโมสรอื่นบ้าง หนึ่งในตำแหน่งเหล่านั้น มีผู้รักษาประตูต้องแย่งชิงพื้นที่ในทีมตัวจริง

ผู้รักษาประตูดาวรุ่งสองคนโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการฝึกซ้อม ส่วนมือหนึ่งมาตลอดสามซีซั่นอย่างซอกจิน รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ บ้าง นัมจุนผู้หวังดีจึงบนบานอะไรแผลง ๆ ชนิดไม่ไว้หน้าความสามารถเพื่อนซี้เลยสักนิด

นัมจุนกราบไหว้ขอพร…หากซอกจินติดรายชื่อผู้เล่นตัวจริง จะเดินทางไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมที่เกาะผู่โถวซาน ประเทศจีน กอปรกับท้าให้รุ่นพี่หัวไหล่กว้างแต่งตัวเป็นสาวเชียร์เบียร์ในงานเลี้ยงเปิดซีซั่นใหม่

เพราะเหตุนี้แหละ เมื่อโค้ชประกาศชื่อผู้เล่นตัวจริงกลางแคมป์ฝึก…

'คิมซอกจิน' ถูกขานเรียก ผู้รักษาประตูร่างโปร่งมีท่าทีดีใจระคนกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด หน้านี่หดเหลือสองนิ้วเอง!

 

.

.

.

 

ท่ามกลางเสียงอึกทึกโห่ฮาของชายฉกรรจ์เกือบสี่สิบนาย (ผู้หญิงมาร่วมงานเลี้ยงบ้างประปราย) พฤติการณ์ที่พวกเขารอคอยอย่างใจจดใจจ่อคือสาวเชียร์เบียร์กิตติมศักดิ์ที่นัมจุนอุตส่าห์ลงทุนไปลากคอออกมาจากห้องน้ำชาย ชายถึกในชุดผู้หญิงย่างกรายออกมาให้เพื่อนร่วมทีมได้ยลโฉม

ผู้รักษาประตูมือเก๋าในคราบกี่เพ้าสีแดงเดินมาหยุดยืนอยู่กลางผับ นักฟุตบอลที่กำลังเม้าธ์แตก ชนแก้ว อวดกล้าม หยุดการกระทำทั้งหมดลง หันมองคิมซอกจินเป็นสายตาเดียว

ที่คาดไว้คือภาพชวนสยดสยอง แต่ความเป็นจริงกลับไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าตัดส่วนสูงกับมัดกล้ามออกไป คิมซอกจินจะเป็นผู้หญิงที่สะสวยเอาการ ใบหน้ารูปไข่เรียวเล็ก ริมฝีปากอิ่มเป็นกระจับถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูเรื่อ ๆ ดวงตากลมโตถูกวาดล้อมกรอบด้วยอายไลเนอร์สีดำ วิกผมยาวกับฟองน้ำเสริมอึ๋มถูกบังคับให้สวมใส่เพื่อความสมจริง...

จอนจองกุกกัดริมฝีปาก เหงื่อแตกพลั่ก

อันตรายมาก ผิวสีน้ำนมดูยั่วยวลชะมัด สเปคเลย!

“โอ้โห ไม่เลวเลยว่ะพี่ซอกจิน ทำน้องผมจ้องตาค้างเลยอ่า" คิมแทฮยองกองหลังตัวกลางเอ่ยแซวผู้เล่นกองหลังตัวริมเส้นอย่างจอนจองกุกที่นั่งอยู่เคียงข้างกัน

คนถูกแหย่ขมุบขมิบปากบ่น เอื้อมมือไปหยิบถั่วลิสงแกล้มเหล้ามาปาใส่เขาหนึ่งกำมือ

“เฮ้ย ไอ้กระต่าย ถั่วคลุกเกลือนะโว้ย ปามาได้ไง ถ้ากูหมดหล่อ กูจะส่งบิลไปเก็บเงินที่หม่อมแม่มึง!”

“ก็พี่พูดพล่ามไร้สาระอ่ะ"

มาดคุณชายหลุดขนาดนี้ส่อพิรุธเหมือนกันแฮะ แทฮยองเห็นว่ารุ่นน้องแกล้งขึ้น เลยกระถดตัวพอให้มีช่องว่างเหลือสำหรับอีกคน เขาตบเบาะว่าง ๆ พร้อมเรียกสาวเชียร์เบียร์ปลอมมานั่งด้วยกัน

จองกุกกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เหยียดตัวตรงแน่ว

กระเทยยักษ์แม้จะรู้สึกกระดากอาย แต่ก็ยอมทิ้งตัวลงนั่งขั้นกลางระหว่างแทฮยองกับจองกุก ชุดกี่เพ้าพอดีตัวถูกรั้งขึ้นมาจนเห็นขาอ่อน

'ขาไม่มีขนเลยซักเส้น!' จองกุกสบถในใจ ขณะที่แทฮยองผลิยิ้มเจ้าเล่ห์ ยังคงเล่นสนุกไม่เลิก "ซอกจินนี่ รินเบียร์ให้ป๋ากุกหน่อยสิคะ ป๋าเค้ากระเป๋าตุงนะ"

ดวงตากลมแป๋วของคนถูกแกล้ง เหลือกมองบน ก่อนจะกวาดสายตากลับมาถลึงจ้องแทฮยองอย่างคาดโทษ พวงแก้มป่องของสาวเชียร์เบียร์เทียมเมื่อได้ยินคำสั่งน่าอาย เกิดสีแดงขึ้นเป็นริ้ว

ถ้าไม่ติดคำสบถสาบานอะไรนี่ น่องเหล็กของซอกจินยันก้านคอไอ้สองตัวที่นั่งข้าง ๆ ไม่ออมแรงแน่!

ไม่รอให้สถานการณ์กระอักกระอ่วนไปมากกว่านั้น จองกุกกระเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นั่งทันที ไม่ใช่อะไร ตอนนี้แทนที่กระเป๋าจะตุง กลับกลายเป็นลูกชายเขาเสียมากกว่า

นี่มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นมาวะ ทำไมเขามีอารมณ์ร่วมกับรุ่นพี่ร่างยักษ์แบบนี้ได้!

พอหลุดพ้นสถานการณ์ปลุกปั่นนั้นสำเร็จ เด็กหนุ่มร่างหนารีบมุดตัวเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้ทั้งแทฮยอง ทั้งซอกจินนั่งงงเป็นไก่ตาแตก

 

:

 

หลังจากเจ้าลูกชายเคารพธงชาติซ้ำหลายเพลง จองกุกนั่งนิ่งค้างอยู่บนโถส้วม คิดทบทวนว่าชีวิตเขามีข้อผิดพลาดอะไรหรือเปล่า... เขาอายุยี่สิบสอง ควงสาวสวยมาแล้วตั้งสี่ชีวิต ทำไมเขาต้องมาตื่นเต้นกับอีแค่สาวเทียมร่างถึกอย่างซอกจินด้วย?

เพราะหน้าตาน่ารักหรอ...

หรือเพราะผิวสีน้ำนมนั่น...

เมา! เขาต้องเมาแน่ ๆ!

ยิ่งคิดยิ่งออกทะเล จองกุกเลยกระเด้งตัวลุกออกจากห้องน้ำ เดินตรงไปกระซวกน้ำตรงอ่างล้างหน้า แล้วตบแก้มตัวเองหลายทีเพื่อเรียกสติ

หรือเพราะไอ้พี่แทฮยองมันแซวไม่รู้เรื่องวะ?

ว้อยยย!" เมื่อหาทางออกไม่พบ จองกุกฟาดมือระบายอารมณ์บนกระจกเสียงดังปัก

 

:

 

หลังจบงานเลี้ยงฉลองเปิดฤดูกาลใหม่ กองหลังริมเส้นและผู้รักษาประตูทีมเอฟซีโซล รักษาระยะห่างกันอย่างมีพิรุธ โดยเฉพาะรุ่นน้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคิมซอกจินโดยตรง

แม้สถานการณ์ในแผงหลังของทีมจะอยู่ในช่วงปางตาย แต่ฟอร์มทีมยังไม่ได้ตกต่ำอะไรนัก แม้จะมีบางช่วงของเกม ส่งบอลขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง แต่นัดเปิดสนามผ่านพ้นมาได้ด้วยดี

ตารางการฝึกซ้อมดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่จะมีวันหนึ่งของสัปดาห์ที่จองกุกผลุบโผล่ราวกับโจรย่องเบา สุดสัปดาห์หลังจากกรำศึกในลีกมาอย่างหนัก วันจันทร์จึงมีการว่ายน้ำฟื้นฟูกล้ามเนื้อ วันนั้นแหละเป็นวันที่จองกุกมีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ ทั้งช่วงนี้ยังขยันคั่วสาวไม่เลือกหน้า กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมในวงการลูกหนัง

เพราะออกเที่ยวหนัก มึนตึงกับผู้รักษาประตู ข่าวคราวในแคมป์ฝึกของเอฟซีโซลจึงไม่สู้ดีนัก

นัดสอง สาม สี่ ยังไม่ส่งผลทันตา แต่เพราะขาดการสื่อสารกันมาระยะหนึ่ง ผลลัพธ์จึงออกในนัดที่ห้าและหก นัดห้าแม้จะยันผลเสมอเอาไว้ได้ แต่ซอกจินรักษาคลีนชีต (แข่งโดยไม่เสียประตูเลย) เอาไว้ไม่ได้

ผู้รักษาประตูมือเก๋ามีความเชื่อว่าหากเขาเสียประตูในเกม เกมถัดมา เขาต้องเปลี่ยนยูนิฟอร์มใหม่ทั้งชุดเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

แล้วก็เป็นไปตามคาด นัดที่หกนี่เละเป็นโจ๊ก คู่ต่อสู้ถล่มไป ๓ ต่อ ๐

กองหน้าปืนด้าน กองหลังดันมารั่วอีก ต่อให้โกลมือเหนียวเป็นตุ๊กแกก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความปราชัยได้

กองหลังโดยเฉพาะจองกุก ถือเป็นตัวจี๊ดในเรื่องเกมบุก แต่เขาดันเอาแต่บุกเพลินจนเสียตำแหน่งอยู่หลายจังหวะ ศูนย์หน้าของอีกฝ่ายจึงตัดบอล ทะลวงเข้ามาหาประตูได้อย่างง่ายดายพอพลาดติด ๆ กันหลายลูก โค้ชถึงกับงัดเทคนิค 'ไดร์เป่าผม' ออกมาใช้

ยุทธการไดร์เป่าผม คือ การด่ากราดเพื่อกระตุ้นลูกทีมให้มีสมาธิจดจ่อกับเกมมากขึ้น แต่ไม่ใช่ในกรณีของซอกจิน เขาแก่แล้ว ยิ่งถูกดุ เขายิ่งเจ็บใจและรู้สึกหงุดหงิด เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า หากมีโอกาส เขาต้องจับจองกุกมาชำแหละให้ได้ว่าหัวสมองเกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมา ขืนเล่นฟอร์มนี้ต่อไป เขาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองแน่

ไอ้เรื่องลงทุนแต่งหญิงก็ขายหน้าเปล่า ๆ น่ะเซ่!

หลังจากฟังโค้ชเดี่ยวไมโครโฟนร่วม ๆ สองชั่วโมง ในที่สุด ผู้จัดการทีมร่างใหญ่ที่เห็นลูกทีมทำหน้ามึนตึบกันเต็มที่แล้ว อนุญาตให้แยกย้ายกลับบ้านได้

จองกุกรีบปรี่เข้าไปในห้องอาบน้ำ หากแต่รุ่นพี่ร่างโปร่งมาดึงแขน ลากเขาเข้าไปในห้องยิมเสียก่อน

แผงหลังสองตำแหน่งยืนจดจ้องกันอยู่กลางห้อง ต่างฝ่ายต่างเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ราวกับกำลังเล่นสงครามประสาท แน่ล่ะ คุณชายอย่างจอนจองกุกไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรนัก เขาสังเกตเครื่องหน้าผู้รักษาประตูมือหนึบด้วยความอดทน ในขณะที่อีกฝ่าย หน้าม่วงหน้าเขียวตะโกนออกมาว่า

“จองกุก นายเป็นเชี่ยอะไรของนายเนี่ย ตั้งแต่เปิดซีซั่นมา ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจอย่างนั้นหรอ ทำไมนายถึงไม่ยอมมองหน้า ไม่ยอมคุยกับฉัน"

คนถูกถามนิ่งเงียบ ช้อนนัยน์ตาสีน้ำตาลขึ้นจ้องมองอีกฝ่าย

ยังคงเงียบ จนซอกจินชาร์จเข้าหาอย่างน่าตกใจ ร่างโย่ง ๆ แบบนั้น ดวงตาดุคมแบบนั้น อย่างกับเสือโคร่งขย้ำคอเหยื่อแน่ะ...

คนหรือเปล่าวะ? จองกุกถามตัวเองพลางยกมือขึ้นลูบหน้าอกเรียกขวัญกระเจิง

“กุกกี้" รุ่นพี่ในคราบเสือยังคงรุกไล่ไม่ลดละ "นายมีอะไรก็บอกฉันสิ ไม่ชอบวิธีการเล่นของฉันหรือว่าอะไร ไม่ใช่ทำสงครามประสาทกับฉันแบบนี้ ฉันตรัสรู้ไม่ได้หรอกนะว่านายต้องการอะไร"

“...”

“...”

ห้องเงียบไปหลายชั่วอึดใจ ความอึดอัดถาโถมเข้ามาในชั้นบรรยากาศเหมือนเวลาเห็นลาวาร้อน ค่อย ๆ ไหลเอื่อยมาสัมผัสเท้าแต่หาทางหนีทีไล่ไม่เจอ

“เฮ้ยยย" คนเลือดร้อนทนไม่ไหว ตะโกนลั่นห้อง "ถ้านายยังไม่ง้างปาก ฉันต่อยตาแตกจริง ๆ ด้วย"

ความเงียบยังคงเป็นคำตอบ ซอกจินเลยไม่มีทางเลือก ง้างกำปั้นด้านขวาเตรียมปล่อยหมัด

กำปั้นที่ออกฮุกไปถูกจองกุกรับเอาไว้ได้ เห็นตัวเล็กกว่าแบบนี้แต่แรงเยอะไม่ใช่เล่น จองกุกดึงโกลร่างสูงเข้ามาประชิดตัว ในโมงยามอันแสนบ้าคลั่ง ริมฝีปากนุ่มบดเบียดอยู่บนริมฝีปากสั่นระรักของคิมซอกจิน

จองกุกชำแรกลิ้นเข้าไปถ่ายทอดอารมณ์ลึกซึ้งในโพรงปากของอีกฝ่าย ตอนแรกซอกจินมีอาการคล้อยตามดีอยู่หรอก หากแต่พอประคองสติได้ เขารีบผลักรุ่นน้องจนเซถลาไปด้านหลัง บวกกับต่อยหนัก ๆ เข้าให้บนใบหน้าหล่อเหลา

กร่นด่าอีกประโยคเป็นของแถมว่า...

“ไอ้เด็กเปรต ทำเชี่ยอะไรเนี่ย!”

ก่อนจะผลุนผลันออกจากห้องยิมไป

 

.

.

.

 

จากเหตุการณ์ปากประกบปาก กระทั่งโกลร่างสูงมานอนมองเพดานสีขาวในคอนโดฯ ตัวเองตาค้าง เขาไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่ทบทวนพฤติกรรมเหมือนพวกเมากาวของรุ่นน้องในห้องยิม วิเคราะห์เป็นขั้นเป็นตอน ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมานั่งเกาหัวยุ่ง ๆ อย่างหงุดหงิด

บางมุม หน้าตาหวานอย่างกับผู้หญิง ดวงตากลมเหมือนลูกกระต่าย เตี้ยกว่าเขาแม้จะนิดหน่อยก็เถอะ แต่ไอ้เด็กเตี้ยนั่นทำอีท่าไหนถึงดึงเขาลงไปจูบได้?

 

คำถามแกนหลักไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น

คำถามหลักคือ จอนจองกุกจูบเขาทำไม?

ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ครุ่นคิดหาคำตอบพลางพลิกซ้ายพลิกขวา เอาหมอนอิงมากอดแน่น ๆ ยังคงมืดแปดด้าน คนขี้หงุดหงิดดีดตัวขึ้นนั่งเป็นรอบที่สอง

“ไม่ไหวแล้วโว้ย! ไอ้เด็กบ้า หล่อตายห่าแล้ว ไอ้หน้าเหยื่อตกปลา!”

สรรเสริญเป็นภาษาดอกไม้จบ พลันลุกขึ้นจากโซฟา หยิบกุญแจจักรยานยนต์ ก่อนพุ่งตัวออกจากห้องชุดไปแบบเร็วจี๋

ไม่ถึงสิบห้านาที ร่างโย่งของผู้รักษาประตูมือหนึบมาหยุดยืนอยู่หน้าคอนโดมิเนียมย่านกังนัมที่เขา นัมจุน แทฮยองมาเล่นเกมวินนิ่งปะมือกับเจ้าของห้องอยู่หลายครั้ง ซอกจินหย่อนสะโพกพิงไว้บนเบาะนั่งของพาหนะ ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ้องหน้าจอสีดำที่ยังไม่ได้รับการปลดล็อกใดใดทั้งสิ้น

เขากำลังลังเล...

จะโทร.เรียกดีไหม?

หรือกลับไปนอนเคว้งต่อที่บ้านดี

ยังไม่ทันตัดสินใจ ร่างหนาของคนที่เขาเพิ่งนึกถึงวิ่งออกมาจากอาคารที่พักอาศัย ดูเหมือนไม่ใช่เขาคนเดียวแล้วล่ะที่นอนไม่หลับ จอนจองกุกหัวยุ่งกระเซิงออกมาข้างนอกด้วยสภาพไม่ต่างกัน

เสื้อยืดปอน ๆ กางเกงขาสามส่วนกับรองเท้าแตะหนีบ ในมือกำกุญแจรถออกมาด้วยสภาพเร่งรีบ อาการหนักกว่าเขาเสียด้วยซ้ำมั้ง กระเป๋าตังค์ไม่มี โทรศัพท์มือถือไม่พก…

ซอกจินคลี่ยิ้ม มองรุ่นน้องในทีมที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านเขาไปแบบหน้าตาเฉย เคราะห์ดีที่เซนส์แรง จองกุกชะงัก เหลียวกลับมามองรุ่นพี่ที่ได้แต่ส่งยิ้มเฝื่อน ๆ พร้อมโบกมือทักเล็กน้อย “หวัดดี"

“เฮ้ยพี่ซอกจิน! มาทำอะไรที่นี่ครับ"

“เอ่อ...” ถามตรง ๆ คนหุนหันกลับแล่นไม่ไปเหมือนกันแฮะ "คือว่า...”

ฝ่ายป้อนคำถามรอคอยคำตอบช่วงจังหวะนั้นเอง ซอกจินมีโอกาสได้เห็นใบหน้าจองกุกเต็มสองตา รอยกำปั้นที่เขาฝากไว้บนแก้มซ้าย ช้ำเลือดช้ำหนองดูน่ากลัว เห็นแล้วซอกจินอดยื่นมือไปสัมผัสรอยช้ำไม่ได้

“เจ็บมากไหม"

ดวงตาพราวระยับช้อนมองคนถาม สายตาเหมือนกระต่ายกำลังอ้อนเจ้าของอย่างไรอย่างนั้น ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าจองกุก เป็นเหตุให้คนเผลอทำพฤติกรรมแปลก ๆ สะดุ้ง รีบหดมือกลับมาซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงนอน

คราวนี้ จองกุกยิ้มกว้างกว่าเก่า เขามองดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายด้วยวี่แววเอ็นดู "สรุปพี่มาทำอะไรที่นี่ครับ ทำไมไม่นอน ดูซิ ขอบตาคล้ำหมดหล่อกันพอดี"

“ไม่รู้ดิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" ตอบปัดพร้อมไพล่ให้เป็นภาระของอีกคน "ว่าแต่นายเถอะ กำลังจะออกไปไหน"

คนถูกสวนกลับชะงักไปสามวินาที ก่อนยอมรับตรงไปตรงมาว่า "กำลังออกไปหาพี่นั่นแหละ"

“ป...ไปหาฉัน?”

“อื้อ จะไปขอโทษที่ทำให้ตกใจ แต่ผมไม่เสียใจหรอกนะ เพราะผมตั้งใจทำแบบนั้นจริง ๆ"

ตอนแรกซอกจินงงเมื่อได้ฟังคำตอบดังกล่าว แต่พอลองประมวลผลใหม่ ก็รู้ว่าน้องชายพูดจาจักจี้หูอีกแล้ว กำปั้นเหมือนใบตาลถูกง้างขึ้นเตรียมชก

จองกุกรู้ฤทธิ์หมัดของอีกฝ่ายดี รีบยกมือขึ้นห้ามปราม "เดี๋ยว ฮยอง ใจเย็นก่อน"

“เย็นได้ไงเล่า นายชอบพูดจาให้ฉันขนหัวลุกอ่ะ สรุปนายเป็นอะไรกันแน่ ไอ้อาการแปลก ๆ เนี่ย แล้วสองเดือนที่ผ่านมา นายเมินฉันทำไม"

 

เป็นอีกครั้งที่ผู้ร้ายถูกสอบสวน ขบเม้มริมฝีปาก

 

ผู้รักษาประตูร่างโปร่งใกล้กระฟัดกระเฟียดพอเห็นว่าการสอบสวนไม่เป็นผล เขาหันหลังเตรียมขึ้นมอเตอร์ไซค์ หากแต่จองกุกรวบรวมความกล้า โพล่งออกมาหยุดคู่สนทนาด้วยสุ้มเสียงหนักแน่น "ผมว่าผมชอบฮยองนะ"

เสี้ยวหน้าคนหันไปหยิบหมวกกันน็อค เหลียวกลับมามองเจ้าของคำพูด“ห้ะ!!”

“ตั้งแต่แต่งตัวเป็นสาวเชียร์เบียร์ พอเห็นหน้าฮยองทีไรลูกชายผมตื่นขึ้นมาเคารพธงชาติทุกทีเลยอ่ะ ทุกวันจันทร์ที่ต้องเทรนว่ายน้ำก็เหมือนกัน ผมน่ารังเกียจมากใช่ไหมครับ"

“...”

“ก็เพราะรู้สึกแบบนี้ ผมเลยไม่กล้าเข้าใกล้ฮยองไง ผมทนตัวเองไม่ไหวแล้วที่ต้องรู้สึกแบบนี้"

คนฟังขมุบขมิบปากเหมือนอยากพ่นคำบ่นอะไรออกมายาว ๆ แต่เพราะรู้ว่าพล่ามไปไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ซอกจินเลยกลั้วหัวเราะ ยกมือขึ้นตบบ่าหนาแผ่วเบา

“คิดมากน่ากุกกี้ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว หัวโบราณไปได้"

“พี่รับได้หรอ?”

“...” คนถูกสวนถามกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

จองกุก...น้องปล่อยหมัดเร็วไปไหม พี่ตั้งตัวไม่ทัน

“พี่ไม่กลัวเวลามีเพศที่สามมาคลอเคลียอย่างงั้นหรอ?”

“เอ่อ...ก็ไม่เชิง มันไม่น่ากลัวหรอก แค่เกร็ง ๆ นิดหน่อย... แต่นายยังเดตกับผู้หญิงอยู่ไม่ใช่หรอ"

หึ เป็นเสียงที่เด็กหนุ่มร่างหนาพ่นออกมา "เพราะอยากรู้ว่าตัวเองแมนทั้งแท่งรึเปล่า เลยหาเรื่องเดตไง"

“แล้วเป็นไง ยังใจเต้นกับผู้หญิงอยู่ใช่ป่ะล่ะ?" ที่ถามเพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพบั้นท้ายของตัวเองอยู่ลึก ๆ

“อื้อ พี่ไอยูโคตรน่ารักเลย ผิวขาว หน้าตาจิ้มลิ้มด้วย"

“นั่นไง เพราะฉะนั้น นายไม่ใช่เกย์หรอก" ซอกจินตบบ่ารุ่นน้องหนัก ๆ "นายแค่หน้ามืดชั่วคราว"

จบประโยคกึ่งขำขัน จองกุกจ้องหน้าซอกจินจนชายหนุ่มรุ่นพี่กลืนน้ำลายเป็นรอบที่ร้อยของวัน สีหน้าฝ่ายตรงข้ามขึงขังจนเขาขนหัวลุก

“สงสัยจะหน้ามืดยาวไปหน่อย เพราะจูบเมื่อบ่าย ผมรู้สึกดีนะครับ"

จอน-จอง-กุก!” ทำไมต้องรื้อฟื้นเรื่องน่ากลัวขึ้นมาด้วยห้ะ?

“อย่างที่บอก ถ้าพี่ไม่ชอบใจ อยู่ห่าง ๆ ผมไว้น่าจะดีกว่า"

“ไม่โว้ย อยู่แบบไม่คุยกัน ทีมก็ล่มจมกันพอดีเสะ ฉันไม่อยากเปลี่ยนยูนิฟอร์มบ่อย ๆ หรอกนะ อีกอย่าง ถ้านัมจุนมันเกิดทำอะไรพิศดารขึ้นมา คนซวยคือฉันไม่ใช่เรอะ ไหนจะโค้ชอีก ไอ้ยุทธการไดร์เป่าผมอะไรนั่น ขอเถอะ ปวดสมองชิบหาย นายจะรู้สึกยังไงกับฉัน ฉันไม่รังเกียจทั้งนั้น ดังนั้น คุยกันแบบเดิม เข้าใจไหม"

“แล้วถ้าผมเผลอจูบหรือสกินชิพพี่เหมือนวันนี้อีกล่ะ"

เลิกพูดถึงเรื่องวันนี้สักทีได้ไหม?

“ฉันก็ต่อยนายไง แลกกัน ดีป๊ะ"

“เหอะ งั้นลาก่อน"

มือเรียวใหญ่คว้าชายเสื้อจองกุกเอาไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังก้าวเท้าหนี "หลอกเล่นน่า ไว้เกิดขึ้นจริง ค่อยคิดทีหลัง"

ประโยคที่ผู้รักษาประตูแก้ผ้าเอาหน้ารอด ส่งผลให้เด็กหนุ่มจุดยิ้มเจ้าเล่ห์… เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ซอกจินรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด

“ยิ้มไร เจ้าเตี้ย?”

“เปล๊า" คุณชายกองหลังประจำเอฟซีโซลไหวหัวไหล่ ก่อนเขย่งจุ๊บแก้มคนไม่ทันระวังตัว ซ้ำยังกระถดถอยหนีไปอีกหลายก้าว ซอกจินขนหัวตั้ง ชี้นิ้วใส่รุ่นน้องอย่างคาดโทษ

“อย่ามารุ่มร่ามกับฉันนะว้อย"

“ก็พี่น่ารักอ่ะ" จองกุกยิ้ม "ดึกมากแล้ว รีบกลับไปนอนเหอะ พรุ่งนี้ซ้อมเรื่องจุดบกพร่องในเกมที่ผ่านมา หึ โดนอัดเละเป็นโจ๊กไปสามศูนย์ โค้ชจวกยับอีกรอบแน่"

“เพราะใครเล่า ทำเท่บุกไปซะแดนหน้า พอถูกพลิกกลับก็เสียตำแหน่ง ปิดไม่ทัน" เอาสิครับ เพราะถูกทำเรื่องน่าอาย ซอกจินฟาดงวงฟาดงาไม่ยั้งเหมือนกัน

“แต่นัดนั้นมือกาวก็เสียสมาธิ วิ่งไปปัดลูกมุมไม่ทันเหมือนกันนะครับ"

ซอกจินกำหมัดแน่น

เห็นท่าทีหัวเสียดังกล่าว จองกุกคลี่ยิ้มขบขัน 'เป็นพี่ใหญ่ของทีมตัวจริงเสียเปล่า ยั่วง่ายเหมือนกันแฮะ' ขืนทำสงครามน้ำลายกันต่อไป มีหวังพรุ่งนี้ไปซ้อมในสภาพซอมบี้แน่ รุ่นน้องร่างหนากลั้วหัวเราะ ยกมือขึ้นสะบัดไล่พี่ชายตัวโตให้ขึ้นไปนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์

“กลับบ้านไปนอนได้แล้วครับ หรือต้องรอให้จุ๊บเหม่งราตรีสวัสดิ์อีกซักรอบ"

ดั่งคำขู่ รุ่นพี่ร่างโย่งรีบคว้าหมวกกันน็อคแล้ว‘แจกกล้วย’ ให้เด็กหนุ่มทันที จองกุกหัวเราะหึ ในขณะที่ซอกจินสตาร์ทเครื่องยนต์ เคลื่อนรถไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองจองกุกที่อมยิ้ม ยกมือขึ้นโบกลาหย่อย ๆ

ระหว่างที่พามอเตอร์ไซค์พุ่งฉิวไปบนถนนโล่งว่าง ซอกจินหน้าหงิก สบถด่าออกมายาวเหยียดราวกับร้องเพลงแร๊ปใส่อารมณ์ เขาจวกตั้งแต่นัมจุนคนเพี้ยน กระทั่งไอ้คุณชายที่เพิ่งปากว่ามือถึงกับเขาเมื่อสักครู่

 

:

 

“เฮ้ยไอ้กระต่าย ทำไมวันนี้เมียนายงอแงจังวะ"

ประโยคหยาบคายจากกองหลังที่เล่นคู่กัน ทำเอาจองกุกเงยหน้าผละจากนิตยสารรถยนต์ขึ้นมอง 'คิมแทฮยอง' ที่ยักคิ้วข้างเดียวมาให้

“พูดมากน่า เดี๋ยวพี่ซอกจินมาได้ยินก็เขวี้ยงบอลใส่เหม่งเหมือนคราวที่แล้วอีกหรอก ไม่เข็ด?”

 

ตั้งแต่เคลียร์ความรู้สึกในคืนวันก่อน จองกุกกับซอกจินตัวติดกันเหมือนปาท่องโก๋... ติดหนึบจนเพื่อนร่วมทีมพากันล้อเลียนว่า กองหลังตัวริมเส้นกับผู้รักษาประตูเป็นสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน แน่ล่ะ จองกุกยิ้มรับคำเย้าแหย่นั้น หากแต่ซอกจินเขวี้ยงอะไรก็ตามแต่ที่อยู่ใกล้มือใกล้เท้าใส่พวกปากหอยปากปู... แม่นเสียยิ่งกว่ามือปืนทีมชาติเสียอีก

“ก็ดูพี่เขาทำดิ ทำอย่างกะพวกขาดประจำเดือน" แทฮยองเอ่ยอย่างปลงอนิจจัง พยักพเยิดปลายคางไปทางผู้รักษาประตูที่ฝึกเด้งบอลกับกำแพงแล้วพุ่งตัวไปรับลูก

ฝึกแรก ๆ ก็มีสมาธิดีอยู่หรอก แต่หลังจากได้รับโทรศัพท์ปริศนา ซอกจินโมโห ขว้างลูกบอลจนกำแพงแทบทะลุ

ปัง!

ปัง!

ปัง!

ปัง!

“ดูพี่แกดิ ทีเล็งหัวกูกะพี่นัมจุนนี่แม่นชิบหาย ตอนนี้ ทำบ้าอะไรของเขาวะ"

จองกุกไม่ตอบ พลิกหน้านิตยสารที่อ่านค้างไว้อย่างไม่แยแส กิริยาเคร่งขรึม ไม่ต่อปากต่อคำทำเอาแทฮยองเลิกหัวคิ้วสงสัย "มึงไม่เป็นห่วงพี่ซอกจินบ้างหรอ ไปดูเขาหน่อยดิ"

ปัง! คราวนี้ไม่ใช่เสียงบอลกระทบกำแพง เป็นเสียงนิตยสารถูกปิดแรง ๆ จากแบ็กซ้ายตัวจี๊ดต่างหาก จองกุกเหลือกตามองแทฮยองด้วยสีหน้าเอือมระอา "ถ้าเป็นห่วง พี่ก็ไปดูเองดิ"

“เอ๊า แต่นั่นเมียมึงไม่ใช่หรอ"

จบประโยค นิตยสารที่ถูกปิดเมื่อสักครู่ ถูกฟาดลงบนก้นดังเพี้ยะ แทฮยองสะดุ้ง กุมก้อนเนื้อกลม ๆ เอาไว้ทั้งสองข้าง

“กุกกี้ นี่มึงเป็นโรคติดต่อจากพี่ซอกจินมารึไง ฟาดเอา ๆ เนี่ย"

“ก็พี่เล่นไม่เลิกนี่หว่า แทนที่ซ้อมเสร็จจะกลับบ้านไปพักผ่อน มาพูดพล่ามอะไรอยู่ก็ไม่รู้ อีกอย่าง ที่พี่ซอกจินหงุดหงิด เพราะเขามีถ่ายแบบคร๊าบ ไม่ได้ขาดประจำเดือนอย่างที่พี่พูดมั่ว"

"อ้าว รู้แล้วอมพะนำเลยนะมึง แล้วนี่...รอพี่ซอกจิน?”

แทนการตอบคำถาม จองกุกยักคิ้วซ้ายยิก ๆ

แทฮยองส่ายหน้าเอือมระอา – สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันจริง ๆ นั่นแหละ – ใครเทรนเสร็จก่อน จะรออีกคนไปดินเนอร์ด้วยกัน วันนี้เป็นอีกวันที่รุ่นน้องนั่งรอผู้รักษาประตูที่นับวันจะยิ่งเนื้อหอม

ซอกจินเป็นนักฟุตบอลหน้าตาหล่อเหลาอยู่แล้ว กอปรกับสรีระสูงยาวเข่าดี หัวไหล่กว้าง ทำให้สาวแท้สาวเทียมรุมกรี๊ดกันทั้งกรุง ผลิตภัณฑ์กับนิตยสารหลายฉบับแข่งกันจีบให้ไปถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์...

แน่นอน คนเอาแต่ใจเลือดร้อนอย่างซอกจินบ่นกระปอดกระแปด บอกว่าไม่ใช่อาชีพเขา ร้อนไปถึงผู้จัดการส่วนตัว เข้าไปตบ ลากหัวคนดื้อรั้นออกจากสนามฝึกโทษฐานงอแงไม่เข้าเรื่อง

 

“เออ ๆ งั้นกูไม่กวนล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน"

จองกุกผงกหัวรับคำ "ครับ พรุ่งนี้เจอกัน"

ลับร่างเพรียวลมของแทฮยองไป เด็กหนุ่มเหลือบมองผู้รักษาประตูที่ยังคงหัวเสียฝึกซ้อมอยู่กลางสนาม วันนี้คงรับมือยากพอสมควรล่ะ เพราะเท่าที่ฟังซอกจินระบายความอัดอั้นตันใจมา ถ่ายแบบคราวนี้มีนางแบบมาประกบด้วย เวลาถูกสาวสวยมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ ซอกจินมักทำตัวแข็งทื่อ พูดจาไม่ได้ศัพท์

นั่งรออยู่ไม่กี่ชั่วอึดใจ ผู้จัดการส่วนตัวกิตติมศักดิ์ที่ได้รับการไหว้วานจากผู้จัดการตัวจริงเสียจริงมาอีกที เดินไปตามซอกจินมาอาบน้ำ เตรียมตัวเดินทางไปที่สตูดิโอ

 

ถนนในกรุงโซลตอนสองทุ่มกว่า ๆ โล่งว่างจนซอกจินเกิดอาการขุ่นเคือง จองกุกที่กำลังขับรถเคลื่อนไปตามเส้นทางมืดสลัว ตบบ่าให้อีกฝ่ายเอนตัวลงนอน พร้อมบอกให้เขางีบหลับสักตื่น

รุ่นพี่ตีมือเรียวหนาด้วยสีหน้าพาล ๆ

จองกุกกลั้วหัวเราะ ชำเลืองมองเด็กตัวเขื่องที่นั่งกอดอก ทำหน้ามุ่ย

เด็กจริง ๆ เลยให้ตายสิ!

แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่าสองปี เขารู้แล้วว่าจะรับมือกับรุ่นพี่โยเยเอาแต่ใจได้อย่างไร แค่เอ่ยปากชวนรับประทานเนื้อย่างหลังถ่ายแบบ เด็กโข่งจุดยิ้มขึ้นเล็กน้อย ยิ่งจองกุกทำตัวป๋า บอกจะเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารมื้อนั้นเอง อารมณ์ของซอกจินพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

ไม่นานนัก รถคันใหญ่เลี้ยวเข้าไปในสตูดิโอ นั่งทำใจกันอยู่สักพัก ชายหนุ่มทั้งสองพากันเดินเข้าไปในตัวอาคาร

ตั้งแต่เข้าไปแจ้งเจตจำนงกับประชาสัมพันธ์ เดินขึ้นลิฟต์ ผ่านสตูดิโอหมายเลขนั้นหมายเลขนี้ ทักทายพนักงานจากกองบรรณาธิการหลายยี่ห้อหนังสือ จองกุกสังเกตเห็นว่าซอกจินเนื้อหอมมาก... มาดบูด ๆ น่าค้นหาเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้รักษาประตูมือหนึ่งจากทีมเอฟซีโซล มัดใจ 'นูน่า' ได้อยู่หมัด

หลายครั้งหญิงแท้หญิงเทียมเข้ามาแทะโลม จองกุกเองใช่จะงี่เง่า หึงจนหน้ามืดตามัว กลับกัน เขาทำตัวเป็นไม้กันหมาเพราะเห็นรุ่นพี่ออกอาการอึดอัด

ใครจะไปรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ถูกพลิกกลับราวกับคลื่นสึนามิที่ไม่ได้รับสัญญาณเตือนภัย

จากซอกจินที่ถูกห้อมล้อมเกาะแกะ กลายเป็นเขาบ้างแล้วที่กำลังตกที่นั่งลำบาก

ขณะนักฟุตบอลสองคนตั้งท่าจะก้าวเดินเข้าไปในสตูดิโอหมายเลขแปด สตูดิโอเบอร์ข้างเคียงกลับมีนักร้องสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคู่ควงเก่า รีบวิ่งออกมาดักรอจองกุกไว้ก่อนจะก้าวผ่านธรณีประตูไป

ไอยูที่กองหลังตัวจี๊ดเคยเอ่ยปากชมว่า 'โคตรน่ารัก'

จองกุกตัวแข็งเป็นท่อนไม้ เหล่ตามองรุ่นพี่ตัวโตที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน ไม่ยอมหลีกหนีไปไหน

สีหน้านิ่ง ๆ นั้นอ่านไม่ออก จองกุกรู้สึกเป็นกังวล ฝ่ายนักร้องสาวก็ไม่ได้สังเกตสีหน้าคู่ควงเก่าเลยแม้แต่น้อย

“โห กุกกี้ ดีใจจังที่ได้เจอกันอีก นึกว่าจะหายหน้าหายตาไปซะแล้ว ช่วงนี้ฝึกหนักหรอ?” หญิงสาวร่างบอบบางฉีกยิ้มอ่อนหวาน ถามด้วยสีหน้ายินดีจริง ๆ ที่ได้พบกัน

“อ...อื้อ ก็นิดหน่อยครับ"

“แล้วกุกกี้มาทำอะไรที่นี่ มีถ่ายแบบหรอ"

“เปล่าครับ มาเป็นเพื่อน...” พูดยังไม่ทันจบประโยค พลันเหลือบมอง 'ภรรยา' ที่เพื่อนร่วมทีมอุปโลกน์ให้

ภรรยาหน้านิ่งจนสามีเสียวสันหลังวาบ!

“อ๋อ คุณคิมซอกจิน โกลหัวไหล่กว้างที่สาว ๆ กำลังตามกรี๊ด เธอมาเป็นเพื่อนพี่เขาหรอ ดีจังน้า คุณซอกจินคะ...คุณรู้ไหมว่ารุ่นน้องที่ค่ายฉันกรี๊ดกร๊าดคุณเป็นพิเศษเลย"

คนถูกชมไม่ได้ตอบว่ากระไร เพียงแต่ยิ้มรับตามมรรยาท

 

“เอ้อ คุณซอกจิน ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ฉันขอยืมตัวกุกกี้แป๊บนึงได้ไหมคะ"

“ห...เห?” คนถูกจู่โจมไม่ทันตั้งตัว ทำหน้าเหลอหลา เหลือบมองผู้รักษาประตูมาดเหี้ยมที นักร้องสาวตาแป๋วที กำลังจะตอบปฏิเสธอยู่แล้ว เผอิญโกลร่างโปร่งผลักหัวไหล่เขาไปหาไอยูเสียก่อน

“เชิญตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมต้องไปแต่งหน้าแต่งตัวก่อน"

พูดจบ พลันเดินหายเข้าไปในสตูดิโอหมายเลขแปด จองกุกได้แต่ยืนเกาหัวแกรก ๆ อยู่หน้าประตูห้อง มึนงงในคราวแรก แต่รู้สึกหงุดหงิดในคราวต่อมา

“เป็นบ้าอะไรอีกวะ ผีเข้าผีออกจริง" บ่นมึมมำอยู่คนเดียว ก่อนเสหน้าไปทางไอยูพลางยิ้มมุมปาก “จะชวนผมไปไหนหรอครับ?”

“ชวนไปกินติม เผอิญเหนื่อย ๆ เลยอยากได้ของหวานน่ะ ไหน ๆ จองกุกก็ว่างอยู่ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม"

คนเพิ่งถูกทิ้งไว้กลางทางพยักหน้ารับ เดินตามนักร้องสาวไปโดยไม่มีอาการอิดออด ทั้งสองหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อใกล้สตูดิโอ ก่อนกลับมาอีกทีก็พบว่าซอกจินเริ่มถ่ายแบบไปบ้างแล้ว

เห็นงอแงไม่อยากมา แต่ถึงเวลาทำงานจริง ๆ ตั้งอกตั้งใจใช่ย่อย

จองกุกอมยิ้ม กุมขวดกาแฟที่ซื้อมาฝากนายแบบจำเป็น พร้อมมองดูการถ่ายแบบเบื้องหน้าอย่างเพลินตา ซอกจินใส่สูทปลดกระดุมอวดซิกแพ็ค แตกต่างจากซอกจินสวมชุมวอร์ม วิ่งเก้งก้างทดสอบความฟิตในแคมป์ฝึกอยู่มากโข โพสต์ท่าถ่ายแบบกับหญิงสาวชาวตะวันตกอีกเพียงไม่กี่ซ็อต สตาฟฟ์เริ่มประกาศยกกองพร้อมขอบอกขอบใจซอกจินเป็นการใหญ่

นายแบบเหยียดยิ้ม เดินมุ่งตรงมาทางจองกุกที่ทำหน้าที่เฝ้ากระเป๋าสัมภาระอยู่ตรงท้ายห้อง หนุ่มรุ่นน้องยื่นกาแฟให้อย่างหวังดี กลัวซอกจินจะกระหาย หากแต่รุ่นพี่ยอดยี้งี่เง่าเมินหน้าไปทางอื่น เขาเอาแต่รูดซิปหยิบนู่นหยิบนี่ในกระเป๋า ไม่ไยดีความอาทรของจองกุกเลยสักนิด

อุปทานไปเองหรือเปล่าไม่ทราบ เหมือนกำลังถูกไม่พอใจอย่างไรไม่รู้

เด็กหนุ่มหน้ากระต่ายมุ่นหัวคิ้ว วางขวดเครื่องดื่มลงบนเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ

อุตส่าห์เล่นท่าใหญ่ขนาดนี้แล้ว ซอกจินยังไม่ยอมเหลียวมามอง... เป็นอะไรกันแน่ฟะ? หรือเมนส์จะไม่มาตามที่แทฮยองดักเดาไว้จริง ๆ จองกุกพรูลมหายใจ ลองฮึดสู้ดูอีกครั้ง

เขาเดินเข้าไปใกล้ ตีบ่ารุ่นพี่แผ่วเบา "ไงครับ สรุปเราไปกินเนื้อย่างร้านไหนดี"

คนถูกถามทำเป็นง่วนอยู่กับการจัดเก็บสัมภาระ ตอบด้วยสุ้มเสียงเนือย ๆ ราวกระซิบ "กลับบ้านกันเถอะ วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย"

โอเค ชัดเจน! เขากำลังถูกไอ้รุ่นพี่นี่งอนด้วยข้อหาอะไรก็ไม่รู้

 

.

.

.

 

วันรุ่งขึ้น บรรยากาศในสนามฝึกอึมครึมเหมือนสภาพจิตใจของจอนจองกุกในยามนี้นี่แหละ นอกจากจะไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดกระทงไหนแล้ว ห่าฝนเม็ดใหญ่ยังตกเสียพื้นสนามชื้นแฉะ เวลาเสียบบอลทีก็ล้มลุกคลุกคลานไม่เหลือมาดคุณชาย หน้าดินนี่ไม่อ่อนยวบเป็นหลุม ก็ถูกขุดขึ้นมาเป็นกระตั๊ก เหมือนเล่นฟุตบอลท่ามกลางบ่อทรายดูดอย่างไรอย่างนั้น...

เมื่อทนสภาพอากาศไม่ไหว โค้ชยอมโบกธงชาว ยุติการซ้อมเพราะไม่อยากเห็นลูกทีมได้รับบาดเจ็บ

นักกีฬากำลังทยอยเข้าไปอาบน้ำ สรรเสริญพระเจ้าที่อุตส่าห์ชี้ทางสว่างให้โค้ชจอมเฮี้ยบ... ทุกสุดสัปดาห์มีโปรแกรมการแข่งขันอยู่แล้ว ใครอยากเสี่ยงหาเรื่องเจ็บตัวกันล่ะ พวกเขาทุ่มเทในการเป็นนักเตะอาชีพ ย่อมมีความกระหายจะแสดงฝีเท้าในเกมการแข่งขัน

 

หลังจากต่อแถวเรียงคิวกันเข้าห้องน้ำ ห้องแต่งตัวควันขโมงไปด้วยกระไอจากน้ำร้อน จองกุกผู้กำลังละเมียดดึงเครื่องใช้ส่วนตัวออกมาจัดเรียง หันไปมองซอกจินที่ยังอยู่ในชุดยูนิฟอร์มฝึกซ้อม รุ่นพี่นั่งกอดอกอยู่บนม้านั่ง เอนแผ่นหลังเบียดชิดกำแพงแล้วหลับตาพริ้ม...

ยามหลับใหล คิ้วเรียวยังขมวดเป็นปมแน่น

คร่ำเครียดอะไรนักหนา!

จองกุกไล่มองเนื้อตัวเปื้อนโคลน ก่อนจะมองลงไปยังเรียวขาเปลือยเปล่าปราศจากถุงเท้าและรองเท้า

เด็กหนุ่มผลิยิ้มขบขัน เขารู้จักรุ่นพี่ตัวเขื่องดี วันไหนฝนตก ถุงเท้าเปียกชุ่ม จะรู้สึกหงุดหงิดโสโครกเป็นพิเศษ ฉะนั้น เข้าห้องแต่งตัวทีไร อาภรณ์ท่อนล่างสุด มักถูกปลดเปลื้องเป็นขั้นแรกเสมอ

โดยยึดมั่นในสัญชาตญาณ จองกุกเดินไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าซอกจิน สำรวจเครื่องหน้าน่าเอ็นดูอยู่สักพัก ก็ตัดสินใจยื่นมือไปอังหน้าผาก – ตากฝน ผมเปียก สีหน้าคร่ำเคร่ง คุณชายจอนเกรงว่าซอกจินจะเป็นไข้...

ยืนชั่งใจวัดไข้ระหว่างหน้าผากตัวเองกับหน้าผากซอกจินอยู่ครู่หนึ่ง พลันได้รับคำตอบว่าตัวไม่ร้อน หน้าผากออกจะเหนียว ๆ เย็น ๆ จากละอองฝนเสียด้วยซ้ำ

พอเห็นว่าซอกจินแข็งแรงดี จองกุกตัดสินใจเคลื่อนมือออกห่าง ทว่าดวงตาที่หลับพริ้มเบิกโพลงขึ้น!

จากที่ค่อย ๆ เคลื่อนมือเก็บ กลายเป็นรีบหดมือแนบลำตัวอย่างรู้สึกขลาดเขลา ชายหนุ่มสองคนประสานสายตากัน

ซอกจินที่ไม่ได้เอะอะโวยวายตามนิสัย ทำเอาจองกุกเหงื่อแตกพลั่ก "เอ่อ... เลิกซ้อมแล้วไปกินเนื้อย่างกันไหมครับ"

คนถูกชวนส่ายศีรษะแทบจะทันที

ก็ว่าอย่างนั้นแหละ คนหัวรั้นงอนไม่เข้าเรื่องต้องปฏิเสธเขาเป็นธรรมดา แต่ประโยคที่ประตูมือหนึบโพล่งออกมา ส่งผลให้จองกุกเบิ่งตาโต

 

เดี๋ยวนะ เขาได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า?

 

จองกุกยกนิ้วชี้พร้อมเปรยถามอีกครั้งว่า "วัน มอร์ ไทม์ ขออีกรอบได้ไหมครับ ได้ยินไม่ค่อยถนัด"

ซอกจินถอนหายใจ จ้องลึกลงในดวงตากลมใสนั้นแล้วเอ่ยด้วยโทนเสียงดังฟังชัดว่า "ซื้อของเข้าไปทำกินในห้องฉันกันไหม วันนี้ ฉันอยากเล่นเกม ดูหนัง กินป๊อบคอร์น"

ชวนเข้าห้อง! นี่น้องกุกฝันไปหรือเปล่า?

 

:

 

สองชั่วโมงในห้องชุดขนาดใหญ่ คุณชายจอนกับคิมซอกจินจับจองที่นั่งตรงพื้นพรมหน้าจอโทรทัศน์ เล่นเกม 'เดสทินี่' ยิงกันเลือดสาด ฉากกราฟฟิกเบื้องหน้าตื่นเต้นระทึกขวัญ หากแต่คนชวนมาเล่นเกม เอาแต่ถอนหายใจดังเฮือกจนรุ่นน้องได้แต่เหลือบมองเสี้ยวหน้าซอกจินยิ้ม ๆ

ซอกจินอยากทำอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่กล้าขยับตัว

ท่าทางอึดอัดยุกยิกทำเอาจองกุกหมั่นไส้ อยากรอดูว่าคุณเด็กโข่งจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไป

ผู้รักษาประตูร่างโปร่งเริ่มฮึดฮัด หันซ้ายหันขวาจนคนถือจอยสติ๊กผู้เล่นสอง รีบกดหยุดเกม มุ่นหัวคิ้วถามว่า

“เป็นอะไร ปวดขี้หรอครับ?”

“บ้าหรอวะ ถ้าฉันปวดขี้จะมานั่งอั้นไว้ทำไม วิ่งแจ้นไปนานแล้ว"

“แล้วเป็นอะไร ทำหน้าอย่างกะมีคนเสกหนังควายเข้าท้อง"

“ฉัน...”

จองกุกรอฟังคำตอบ

โดยคาดไม่ถึง หนุ่มตัวสูงกว่าวางจอยสติ๊ก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จองกุกหมายจะทาบริมฝีปากลงบนริมฝีปากเรียวบางนั้น

จมูกชิดจมูก

จองกุกหลับตา รอรับสัมผัสจากคนตรงหน้า

ราวกับมีมือล่องหนมาตบเหม่งซอกจินจนผู้ใหญ่ขี้ขลาดรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ส่งผลให้เด็กหนุ่มที่รอจุมพิตวาบหวาม มุ่นหัวคิ้วเมื่อไม่ได้รับสัมผัสที่รอคอย

กองหลังประจำทีมเอฟซีโซลเปิดเปลือกตา เห็นซอกจินนั่งก้มหน้า พวงแก้มเปื้อนสีชมพูเรื่อ ๆ เห็นภาพดังกล่าวแล้ว จองกุกคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนเอื้อมมือไปตบบ่ารุ่นพี่สองสามที

“เป็นอะไรครับ ทำตัวไม่สมเป็นพี่ซอกจินเลยนะ มีอะไรไม่สบายใจก็พูดออกมาสิ"

ใบหน้าเรียวสะบัดไปมาจนเส้นผมกระจาย "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไร"

“ก็ลองพูดมาสิ เผื่อผมจะเข้าใจแล้วช่วยอธิบายให้ฟัง"

“ฉัน...” ดวงตาหลุบต่ำ ออกอาการสับสน "ฉันเองก็ไม่รู้ว่ะ เมื่อวานตอนฉันเห็นนายเดินออกไปกับคุณไอยู ฉันรู้สึกโกรธไม่ค่อยพอใจ ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกอย่างนั้น"

หึง เป็นคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวสมองของจองกุก หากแต่มันถูกเตะโด่งออกไปโดยไว อย่างซอกจินน่ะนะจะมาหึงคนอย่างเขา เจอกันที แยกเขี้ยวใส่อย่างนี้ ก่อนจากกัน ชูนิ้วกลางใส่เวลาเขาโอ้โลมอย่างนี้

ฝันหวานไปเถอะ!

“แล้วยังไงครับ ผีเข้าหรอถึงคิดอยากจูบผมน่ะ"

นายทวารมือหนึ่งของทีมยักหัวไหล่ "คงงั้นมั้ง เมื่อคืนฉันคิดวกไปวนมาจนนอนไม่หลบ ฉันแม่ง...อยากเตะไอ้แทฮยองกับนายชะมัดเลย แทฮยองชอบพูดจาหมา ๆ ส่วนนายก็เป่าหูฉันจนฟุ้งซ่าน ทำอะไรไม่ถูกแล้วเนี่ย"

“อะไร ผมไปพูดให้พี่ฟุ้งซ่านตั้งแต่เมื่อไหร่"

“ก็ตอนที่นายบอกว่า ตั้งแต่ฉันแต่งตัวเป็นสาวเชียร์เบียร์ พอเห็นหน้าฉันทีไร ลูกชายนายตื่นขึ้นมาเคารพธงชาติทุกทีเลยไง แทนที่จะรู้สึกขนลุก ฉันกลับยังไปเที่ยวเล่นกับนาย ยังไปเล่นเกมที่คอนโดฯ นาย ฉันอยากอยู่ใกล้ ๆ นาย นายว่ามันแปลกป๊ะล่ะ"

อยากอยู่ใกล้ ๆ...

จองกุกชูนิ้วชี้ขึ้นมาพร้อมแผดเสียงลั่น "วัน มอร์ ไทม์ ขออีกครั้งเถอะ วันนี้หูผมไม่ค่อยดี"

“แคะขี้หูซะ เรื่องอย่างนี้พูดกันครั้งเดียวพอ!" บอกปัด แถมพวงแก้มขึ้นสีจาง ๆ จากความกระดากอาย "ฉันนอนไม่หลับ เลยอยากทำให้ตัวเองมั่นใจในความรู้สึกว่าฉันเป็นอะไรกันแน่ เลยอยากลองจูบนายดูซักครั้ง"

ห้องทั้งห้องเงียบสนิท หัวใจจองกุกเต้นแรงราวกับเพิ่งไปวิ่งมาสักครึ่งโลก ที่คิมซอกจินพูดประโยคยาว ๆ นี่ เหมือนมีแนวโน้มว่าจะรู้สึกดีกับเขา... เขาเข้าข้างตัวเองอีกแล้วหรือเปล่า?

“ฉันจูบนายได้ใช่ปะ"

จองกุกคลี่ยิ้ม พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

ซอกจินเม้มริมฝีปาก เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้รุ่นน้องร่างหนา แต่ก็รีบสะบัดหน้าหนีเหมือนคนทำใจไม่ได้ จองกุกรู้สึกเวทนาเลยโวยขึ้นมาว่า 'ลีลาชะมัด' ก่อนจะคว้าท้ายทอยลงมารับจุมพิตจากเขาเสียเอง

สัมผัสเนือยเนิบแต่หวามไหว ทำเอาผู้ใหญ่โตแต่ตัวหัวใจพองโตระคนเต้นเร่า... มันเต้นเร่าชัดเจนกว่าหัวใจของจองกุกเมื่อสักครู่นี้เสียอีก

พอทั้งคู่ละริมฝีปากออกจากกัน จองกุกฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วพลางพูดแหย่กวนประสาทว่า "ตื่นเต้นหรอครับนายทวาร หัวใจเต้นแรงเชียว"

คนถูกเย้าหยอกไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นคุณชายมีอิทธิพลมาจากไหน เขายกมือเหมือนใบตาลขึ้นโบกหัวจองกุกแรง ๆ อย่างหมั่นไส้ "พูดมากน่า ติดโรคมาจากแทฮยองรึไง"

จองกุกที่เพิ่งถูกประทุสร้าย คลำหัวตัวเองป้อย ๆ "เฮ้ ผมเป็นเจ้าชายแห่งปูซานนะ ทำอะไรเกรงใจหม่อมแม่ผมบ้าง"

“ก็นายพูดจาไม่น่าฟังนี่หว่า"

“ไม่น่าฟังตรงไหน หรือที่พูดไม่เป็นความจริง ใจฮยองไม่เต้นรึไง?”

เพราะเป็นความจริง ซอกจินจึงได้แต่เคี้ยวริมฝีปากเถียงไม่ออก พอเห็นอีกฝ่ายเงียบ ลำแขนแข็งแกร่งจัดแจงล็อกคอรุ่นพี่ให้มาอยู่ในอ้อมกอด

“สรุป คุณทวารชอบผมใช่ไหมครับ"

เงียบกริบ

“ตอบมาเร็ว ๆ ดิ๊"

“ก...ก็ เออ เออ..."

“อะไรคือเออ ชอบหรือไม่ชอบ"

ใช้เวลาอยู่นาน กว่าจะได้ยินเสียงแหบพร่าขานรับว่า "ชอบ"

สิ้นคำสารภาพ จองกุกรัดคอซอกจินแน่นขึ้นจนหน้าคนในวงแขนเขียวปั้ด กระนั้น คนดีใจกลับไม่ยอมผ่อนแรงเลยสักนิด "ดีมาก ในเมื่อพี่ชอบผม ผมชอบพี่ เรามาคบกันดีกว่าเนอะ"

“...”

“เฮ้ ว่าไงล่ะ มาคบกันไหมครับ"

“...”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป จองกุกก้มลงมองคู่สนทนา ปรากฏว่านายทวารหน้าเขียวปี๋เป็นลมหมดสติคาอ้อมแขนเขาไปแล้ว ซวยล่ะ! หายใจไม่ออกดันไม่โวยวายเลยสักแอะ!

 

:

 

หลังจากคู่รักป้ายแดงรับรักกันไปแบบงง ๆ จองกุกชัดเจนต่อความรู้สึกตัวเอง ผิดกับซอกจินที่แอบต่อต้านและรักษาภาพพจน์ หลายครั้งที่จองกุกเอื้อมมือไปกุมมือ 'แฟน' เอาไว้ แต่ผู้รักษาประตูกลับสะบัดมือหนี แค่จะโอบรอบคออย่างที่ชอบทำกันเป็นประจำ ยังเอี้ยวตัวหลบ... ผิดธรรมชาติจนเพื่อนร่วมทีมล้อเลียนกลายเป็นเรื่องโจ๊กประจำแคมป์ฝึก

ไอ้น้อยใจก็รู้สึกน้อยใจอยู่หรอก แต่ความหมั่นไส้คนขี้เก๊กมีมากกว่า จองกุกเริ่มทำสงครามประสาท ไม่ยอมพูด หมางเมินจนซอกจินคนเงอะงะเป็นฝ่ายทำตัวไม่ถูกบ้าง

พอโดนหมางเมินนานวันเข้า ซอกจินเริ่มธาตุไฟแตก ระเบิดอารมณ์เอากับการฝึกซ้อม

จองกุกลอบหัวเราะเจ้าเล่ห์ เพิ่มการปั่นหัวโดยการทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นแบบเดิม แตกต่างตรงที่ไม่ยอมพูด ไม่ยอมคุย ไม่ยอมตอบคำถาม หลีกเลี่ยงการสบตาเนี่ยแหละ ซอกจินยิ่งทำจมูกบาน หายใจฟึดฟัด

ไปดินเนอร์ เท่ากับ ต่างคนต่างก้มหน้ากิน

ขับรถไปส่งคอนโดฯ เท่ากับ ฟังเพลง-ผล็อยหลับ

ตอนแรก นายทวารมือหนึบรู้สึกหงุดหงิดหัวเสีย แต่เพราะเป็นคนมีทิฐิสูงเลยเล่นไปตามเกมของจองกุก ทางด้านนัมจุนและแทฮยองเจ้าเก่าเจ้าเดิม พูดจาพาให้ชีพจรบนฝ่าเท้าซอกจินกระตุกอยู่เนือง ๆ แต่เพราะไม่อยากชักศึกรอบบ้าน เลยแอบไประบายความอัดอั้นเอากับน็อคบอร์ดทดสอบการตอบสนอง

เหอะ! ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าไอ้เด็กกระต่ายมันต้องการจะทำอะไร อยากดัดนิสัยเขาล่ะสิ ฝันไปเถอะ

เมื่อสบถสาบานว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้จองกุกโดยเด็ดขาด ซอกจินตอบสนองสงครามประสาทด้วยสงครามประสาท เขาไปรับประทานเนื้อย่างตามคำเชื้อเชิญของเด็กหนุ่ม แต่ไม่ยอมควักเงินจ่ายเลยสักแดง แถมขากลับยังหน้าด้านหน้าทนขึ้นไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถทั้ง ๆ ที่เจ้าของไม่ได้เชื้อเชิญ

เคราะห์ดีที่ทะเลาะกันคราวนี้ไม่ส่งผลกระทบใดใดต่อรูปเกม หากบาดหมางจนทีมล่มจมเหมือนคราวที่แล้ว โค้ชคงไม่จบลงแค่ยุทธการไดร์เป่าผม แต่คงพ่นไฟใส่แผงหลังมอดไหม้เป็นจุล เพราะสุดสัปดาห์ที่จะถึง พวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของซูวอน บลูวิงส์ ทีมคู่ปรับตลอดกาล

และเมื่อผล ๑:๐ ชนะมาได้อย่างน่าพึงพอใจ โค้ชถึงกับแหกกฎการคุมอาหาร พาลูกทีมไปปาร์ตี้ด้วยตัวเอง

พัคจีมินศูนย์หน้าร่างเล็กที่ทำประตูได้ กับคิมซอกจิน นายทวารที่รักษาคลีนชีตได้ถูกสรรเสริญเป็นพิเศษ...พิเศษขนาดที่ว่า ทุกคนดาหน้าเข้าไปชนแก้วกับพวกเขาไม่มีขาด

แก้วน้ำสีอำพันชนกับแก้วโคล่า ซอกจินดื่ม 'คลีน ๆ' จนเพื่อนรุ่นน้องพากันโห่แซว ซ้ำยังเปลี่ยนแก้วน้ำอัดลมเป็นแก้วแอลกอฮอล์อย่างถือวิสาสะ ตอนแรก จองกุกช่วยห้ามปรามแบบขำ ๆ ไม่ได้จริงจังอะไรนัก แต่พอ 'ภรรยา' ดื่มไปสองแก้ว แถมออกอาการเมาหนัก จองกุกเริ่มเป็นกังวล ช่วยดื่มแทนก็แล้ว แกล้งเททิ้งใต้โต๊ะก็แล้ว ไอ้กัปตันทีมไม่น่านับถืออย่างมินยุนกิยังมอมเหล้าซอกจินต่ออีก

ถ้าไม่ติดว่าเป็นรุ่นพี่ จองกุกกระโดดถีบขาคู่แน่ๆ

คนคออ่อนโดนเป็นแก้วที่สี่เริ่มออกอาการป้อแป้ ส่วนที่เหนือความคาดหมาย คือ คุณทวารนี่เมาแล้วแอบลามก! ทั้งเรื้อนทั้งเลื้อย เผลอเป็นไม่ได้ หันไปไซ้คอกองกลางร่างหนาอย่างคิมจงอินหน้าตาเฉย

คุณชายจอนกระเด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา เอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อแล้วตบแก้มซอกจินเป็นการเรียกสติ

หนุ่มรุ่นพี่ปัดมือแข็งแรง พลางหัวเราะร่วนราวกับคนสติวิปลาส

จองกุกพยายามสู้รบกับคนเมา ก่อนจะถูกจู่โจมด้วยการโอบลำแขนทั้งสองข้างไว้รอบคอ ไม่เพียงเท่านั้น ยังซุกใบหน้าลงบนสันกรามแล้วเป่าลมหายใจอุ่น ๆ รดข้างแก้มอีก

เด็กหนุ่มหน้าเหวอ เพราะลูกชายตื่นอีกแล้ว!

เนื่องจากไม่อยากเสียภาพพจน์กลางงาน จองกุกถูลู่ถูกังยักษ์ปักหลั่นให้ออกจากผับไปด้วยกัน พอออกจากงานได้ปุ๊บ จองกุกรีบลากซอกจินขึ้นไปนั่งบนรถคันใหญ่ พาขับกลับคอนโดฯ ตัวเอง

ที่รีบไม่ใช่เพราะอะไร จองกุกต้องเข้าห้องน้ำโดยด่วน แค่มองหน้ายังสะกิดอารมณ์ แล้วที่มาคลอเคลีย ไม่ตบะแตก ให้มันรู้ไปเถอะ...

ด้วยสรีระอันแตกต่าง (เล็กน้อย) – ถึงจองกุกจะตัวหนากว่า แต่ซอกจินตัวสูงโย่งกว่า – กว่าเด็กหนุ่มจะแบกรุ่นพี่ที่เมามายไม่รู้เรื่องขึ้นมายังชั้นสิบเจ็ดได้ เล่นเอาคุณชายมาดขรึมเกือบหมดสภาพ เหงื่อหลายเม็ดผุดพรายท่วมใบหน้าจนเจ้าของห้องรีบถีบภรรยาให้ออกห่าง วิ่งหนีไปเข้าห้องน้ำ...

ชำระทั้งคราบไคล ปลดเปลื้องทั้งอารมณ์ จองกุกเดินกลับออกมาด้วยชุดนอนสบายตัว เขาพบซอกจินนอนแอ้งแม้งคาทางเข้าห้อง สภาพน่าเวทนาผิดกับภาพถ่ายบนปกนิตยสารเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

จองกุกเท้าสะเอว มองชายร่างโปร่งด้วยรอยยิ้ม เด็กหนุ่มเจ้าของห้องเดินไปพลิกศพที่นอนคว่ำให้นอนหงาย นั่งพิจารณารูปหน้าเรียวยาว จมูกโด่งราวสันเขื่อนอย่างเก็บรายละเอียด

อา... ใบหน้านี้แหละที่ทำให้เขาหลงใหล สาวเชียร์เบียร์เทียมที่แค่ติดขนตาปลอมก็ดูน่ารักมากแล้วในสายตาเขา

จองกุกสลัดความคิดไร้สาระออกจากหัว เอื้อมมือไปกึ่งลากกึ่งพยุงซอกจินให้เข้าห้องนอนไปด้วยกัน

นักฟุตบอลเน้นรับประทานคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ต้องทำเวทเทรนนิ่งสัปดาห์ละสอง-สามหน พลังงานจองกุกจึงมีเหลือเฟือ แค่อึดใจเดียว ร่างทั้งร่างของซอกจินได้ย้ายนิวาสถานจากพื้นหน้าห้องมานอนบนเตียงขนาดคิงไซส์

เจ้าของคอนโดฯ ผ่อนลมหายใจ ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างร่างไร้สติ ส่งผลให้ฟูกบริเวณนั้นอ่อนยวบลง

ใบหน้าไม่หือไม่อือ ไม่ดื้อรั้น มองดูเพลินตาดีอยู่หรอก แต่พอตื่นขึ้นมาฟาดงวงฟาดงากับเขา โอ้โห กวนประสาทจนเขาล่ะอยากเคาะกะโหลกรุ่นพี่แรง ๆ

เพราะความรู้สึกท่วมท้นจากงานเลี้ยงเปิดซีซั่น มือของจองกุกยื่นออกไปหมายจะลูบพวงแก้มคนที่เขาทั้งชอบทั้งเอ็นดู หากแต่ผิวยังไม่ทันได้สัมผัสผิว... ซอกจินกระเด้งตัวพรวดขึ้นนั่ง...

ของเหลวสีชมพูพุ่งออกมาสาดใส่ชุดนอนจองกุก คนถูกยิงกระสุนไม่ทันตั้งตัวอ้าปากเหวอ

ฮื่อ ที่นอนหมอนมุ้งกู!”

เด็กหนุ่มแผดเสียงลั่นห้อง

เขาขอถอนคำพูดตอนนี้แหละ ไม่หือไม่อือ ไม้ดื้นรั้นแล้วน่ารัก ไม่จริงเลยสักนิด ขนาดเมาไม่ได้สติยังเล่นงานเขาเสียอ่วม คอยดูเถอะ พรุ่งนี้คิดบัญชีทบต้นทบดอกแน่!

 

:

 

ลำแสงลอดผ่านเข้ามาทางมู่ลี่ ระคายสายตาจนคนปิดเปลือกตาต้องกะพริบปรือปรอยไล่หยาดน้ำที่ขังอยู่ปลายหาตางถี่ ๆ ซอกจินคำรามในลำคอเพราะรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งสรรพางค์

งานเลี้ยงเพียงงานเดียว ทำให้เขาปวดกระดูกยิ่งกว่าฝึกซ้อมทั้งสัปดาห์เสียอีก บ่นในใจพลางเดินโซซัดโซเซออกจากเตียงด้วยอาการง่วงงุน

เนื่องจากคุ้นเคยกับคอนโดฯ เจ้าชายแห่งปูซานเป็นอย่างดี ซอกจินดุ่มเดินไปนั่งบนโถส้วมในห้องน้ำ พอดีกับที่ศูนย์หน้าร่างยักษ์...คิมนัมจุนผู้เป็นเพื่อนซี้ ทักแชทในแอพพลิเคชั่นสีเหลืองราวกับมียานทิพย์ว่าเขาตื่นแล้ว

 

Namjoon: ไงมึง ถูกแฟนเด็กหิ้วกลับบ้าน โดนทำมิดีมิร้ายอ๊ะเปล่า

 

Seokjin: อย่าปากมอมแต่เช้าได้แมะ ฉันเพิ่งตื่น ช่วยพิมพ์อะไรที่มันน่าจรรโลงใจหน่อย

 

Namjoon: เอ้า ก็เห็นคุณแฟนรีบลากตัวกลับบ้านตั้งแต่งานยังไม่เลิก กูก็ต้องเช็กสภาพหน่อยสิวะ แล้วสรุปเป็นยังไง แฟนเด็กทำการบ้านดีรึเปล่า?

 

Seokjin: ทำการบ้านพ่องสิ ถ้ามึงไม่ยอมหยุด เจอกันปากเจ่อกว่านี้แน่!

Seokjin: ตอนนี้นั่งขี้อยู่ ไม่เห็นมีอะไรอย่างที่มึงล้อเลย

 

Namjoon: เออ ก็พูดไปงั้นแหละ ใครเค้าจะไปเอามึงลงวะ เมาปลิ้นชิบหาย อ้อแอ้พูดจาไม่รู้เรื่อง แถมยังไล่ไซ้คอคนอื่นเขาไปทั่ว เห็นแล้วสยองสัด...

 

Seokjin: มึงอย่ามาอำ กูไปทำอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

 

Numjoon sent Video Clip

 

ซอกจินมุ่นหัวคิ้วก่อนเปิดวิดิโอที่นัมจุนส่งมาให้ผ่านแอพพลิเคชั่นแชท ปรากฏภาพเขาดื่มจนเมามาย หัวเราะร่วน แถมยังสกินชิพใส่เพื่อนร่วมทีม แม้กระทั่งพวกสต๊าฟฟ์โค้ชก็ไม่เว้น หนักสุด ๆ คือตอนเขาเดินไปตบเหม่งโค้ชผมน้อยจอมเฮี้ยบ แล้ววิจารณ์เรื่องแทคติกเกมเสียยับ

ฉิบหายแล้ว! วันจันทร์เขาไม่ตายดีแน่!

 

Seokjin: นัมจุ๊นนน! ดูแล้วโคตรเกลียดตัวเองเลยอ่ะ

 

Namjoon: ก็เอออ่ะดิ มึงเล่นทั้งโค้ช ทั้งแฟนเด็กมึงซะน่วมเลย ระวังตัวเอาไว้เห๊อะ ศพแน่!

 

นิ้วเรียวกำลังพิมพ์ข้อความสรรเสริญในคำอวยพรกลับไป ทว่าเสียงเคาะประตูหน้าห้องพลันดังขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับ

“ค...ครับ?”

ไม่มีเสียงตอบรับ

“ว่าไง" โพล่งถามอีกรอบ แต่กลับชะงักกึกเพราะคิดได้ว่าเขากับแฟนเด็ก...เอ๊ย เขากับไอ้รุ่นน้องหน้ากระต่ายยังทำสงครามเย็นกันอยู่นี่หว่า พอใคร่ครวญถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดด้วย ผู้รักษาประตูมือเก๋าค่อย ๆ จัดการธุระในห้องน้ำอย่างอ้อยอิ่ง เขาเดินออกจากห้องด้วยความเร็วเท่าเต่าคลาน... รู้สึกละอายแก่ใจที่ต้องเผชิญหน้าคนที่นัมจุนบอกว่า โดนเขาเล่นงานเสียน่วม

พ้นธรณีประตูห้องนอนแล้ว จองกุกไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่น ซอกจินรู้ถนัดว่าคุณชายไปขลุกตัวอยู่ในครัวแน่ ๆ

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดคอ มุ่งตรงไปหาเจ้าของห้อง...

แล้วก็จริง ๆ จอนจองกุกภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม ยกอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัลมาวางเรียงไว้บนโต๊ะอาหารอย่างมีระดับ

ชายหนุ่มทั้งสองชำเลืองตามองกัน ก่อนรีบเบือนหน้าไปทางอื่น ซอกจินยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กลางห้อง เห็นแล้วเจ้าบ้านทนไม่ไหว ยอมปริปากทักออกมาก่อน

“นั่งสิครับ ไม่หิวรึไง"

คนถูกถามพยักหน้า เดินไปทิ้งตัวลงนั่งหลังโต๊ะอาหารประหนึ่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตโปรแกรมเอาไว้

นั่งแล้วก็ยังทำตัวไม่ถูก ได้แต่หยิบครัวซองกับมีดทาแยมมาคุ้ยแคะแกะเกาจนจองกุกกลั้วหัวเราะ

“ขูดหาหวยหรอ กินสิครับ หรือว่าต้องทาให้"

คนแก่สภาพเจี๋ยมเจี้ยมรีบส่ายหัว ควักแยมบลูเบอร์รี่ออกมาทาบาง ๆ

“เมื่อคืนนายทวารทำผมแสบมากนะครับ ทั้งอ้วกทั้งนอนดิ้นเอาแขนฟาดหน้าผม ไหนลองบอกมาซิว่าผมควรจัดการกับนายทวารยังไง?"

“จองกุก...”

“อย่ามาทำหน้าอ้อน เดี๋ยวลูกชายผมสะดุ้ง"

“ไอ้เด็กเปรต ทำไมต้องพูดจาลามกแต่เช้าด้วยฮะ?"

“พูดไม่เพราะ ตบปากตัวเองหนึ่งที"

“จองกุก!”

“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนู้นอย่างนี้เลย คดีเก่ายังไม่ทันสะสางเลยนะครับ ตบปากตัวเองก่อน"

เพราะเห็นว่าคนตรงหน้าลำบากเพราะตัวเองหรอกนะ แถมยังมีน้ำใจปรุงอาหารเช้าให้กินอีก ซอกจินเลยยอมลดทิฐิ ตบปากตัวเองตามคำสั่ง

เด็กหนุ่มลอบยิ้ม...

 

พอเห็นรุ่นพี่เหลือบตาขึ้นมอง เลยแกล้งปั้นหน้านิ่ง "ยกเว้นเรื่องเมาแล้วเรื้อน ผมไม่ติดใจเรื่องอื่นหรอก"

“โหยจองกุก ฉันก็ไม่ได้อยากดื่มซักหน่อย เพราะรู้ว่าตัวเองเมาแล้วเสียภาพพจน์ ใช่ว่าฉันอยากเป็นอย่างงี้ที่ไหน"

สุภาษิตที่ว่า 'อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา' คงจะจริง

แต่เมาแล้วเปลืองตัวนี่ก็ไม่ไหวนะ!

“ครับ ๆ งั้นเดี๋ยววันจันทร์ ผมไปไล่เตะพี่ยุนกิให้ โทษฐานมอมพี่จนคึก"

“ไม่ต้องอ่ะ ช่วยไปเก็บโค้ชก่อนที่โค้ชจะมาเก็บฉันดีกว่า"

จองกุกกลั้วหัวเราะ "เล่นของสูงไปนะครับ เอาเป็นว่า ผมจะขุดหลุมฝังศพให้พี่แล้วกัน"

“โห่ อย่างงี้ไม่รักกันจริงนี่หว่า"

คำว่า 'รัก' ทำเอาบรรยากาศที่เคยครื้นเครงสะดุดลงเฉียบพลัน คดีเก่าและชนวนก่อให้เกิดสงครามประสาท เกิดขึ้นเพราะคำ ๆ นี้นี่แหละ

จองกุกจ้องหน้ารุ่นพี่ที่มีศักดิ์เป็นคนรักเขม็ง "คิมซอกจิน ผมขอถามพี่ตามตรงนะ พี่รังเกียจผมหรอ"

“ใช่ที่ไหนเล่า! ถ้าฉันรังเกียจนาย ฉันไม่ไปไหนมาไหนกับนายหรอก ที่ไม่ยอมให้จับมือโอบไหล่ เพราะกลัวขี้ปากไอ้นัมจุนกับไอ้แทฮยองต่างหาก สองคนนั้นน่ากลัว แถมฉันยังกลัวความสัมพันธ์ของเราไม่เป็นที่ยอมรับด้วย นายดูอย่างจัสติน ฟาชานูเป็นตัวอย่างดิ สุดท้ายเขาก็ฆ่าตัวตายเพราะวงการนี้ รับเรื่องเพศทางเลือกไม่ได้ ฉันไม่อยากทำลายอนาคตของพวกเรา ยิ่งอนาคตนาย หม่อมแม่ของนาย..."

“คิดว่าผมกลัวหรือไง เหอะ ใครกันแน่ที่หัวโบราณ ตอนแรกด่าผมซะลั่นคอนโดฯ พี่ต่างหากล่ะที่เป็นแบบนั้น"

ซอกจินก้มหัวน้อมรับคำตำหนิจากจองกุก

เห็นท่าทางของรุ่นพี่เลือดร้อนสลดลง คุณชายผู้วางมาดตรงกันข้าม ลุกขึ้นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าซอกจินที่กะพริบตามองเขาปริบ ๆ จองกุกยกมือขึ้นทาบข้างแก้มรุ่นพี่แล้วผลิยิ้มอ่อนโยน "ช่างมัน ใครจะรู้ไม่รู้ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป เราเป็นของเราแบบนี้แหละดีแล้ว ทำตัวเป็นธรรมชาติหน่อยสิครับ ยิ่งเกร็งมาก เจ้าพวกนั้นยิ่งระแคะระคาย เข้าใจรึเปล่า?”

“อื้อ"

ตาแป๋ว ๆ แถมยังเชื่อฟังคำสั่ง เล่นเอาจองกุกอดใจไม่ไหว โน้มตัวลงไปจูบปลายจมูก ไล้เคลื่อนลงมาจรดเรียวปากของคนใต้ร่าง แนบชิดบดคลึงก่อนจะทอดถอนสัมผัสออก

“ไม่ไหวแล้วอ่ะ ลูกชายกระดก ช่วยผมหน่อยได้ป่ะ"

น้ำเสียงกระเส่าติดสำเนียงอ้อน ๆ ทำเอาคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ผงะด้วยความตกใจ“ช...ช่วย...ช่วยยังไงวะ?”

“หันก้นให้ผมไง"

“เด็กเปรต มึงจะเป็นสามีจริง ๆ อ่ะหรอ! ของอย่างงี้ใครเผลอคนนั้นโดนเว้ย ฉันไม่ยอมโดนกดหรอก เสียชื่อแบดบอยหน้าปกแมกกาซีนหมด"

“มันไม่เหลือตั้งแต่พี่อ้วกใส่ผมเมื่อคืนแล้วเว้ย มานี่ อย่าลีลา" รวบรัดตัดความจบ จองกุกรีบคว้าข้อมือพร้อมฉุดกระชากซอกจินให้เข้าห้องนอนไปด้วยกัน

คนตัวสูงกว่าขืนไว้สุดฤทธิ์ - ตัวก็เตี้ย ทำไมแรงเยอะนักวะ อาหารห้ามื้อ กินอะไรเข้าไปบ้างเนี่ย – เมื่อขืนตัวไม่ไหว โกลมือหนึบเสียหลักหน้าคะมำไถลไปตามพื้น พอยื่นมือไปเกาะขอบประตู หวังเหนี่ยวรั้งไม่ให้ตัวเองต้องไปนอนรอความตาย คุณชายจอนดั๊น...เกี่ยวขา เหวี่ยงและทุ่มเขาลงบนฟูกด้วยทักษะเทควันโด

“จองกุกมึงมันเด็กขี้โกง ไปเรียนเทควันโดมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”

“พูดจาไม่เพราะ เดี๋ยวโดนดีอีก" พูดจบไอ้คนแรงเยอะก็จัดแจงถอดเสื้อของซอกจินด้วยความเร่งรีบ คนถูกจู่โจมผวา ปัดไม้ปัดมือจนจองกุกคว้าแขนเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง

“เฮ้ย ไม่อาววววววว" ซอกจินคร่ำครวญ เนื่องจากพอถูกพลิกให้นอนคว่ำหน้าลง กางเกงบ็อกเซอร์ถูกปลดเปลื้องอย่างรวดเร็ว

สภาพตอนนี้ของนายทวารมือหนึ่ง เหลือเพียงเสื้อยืดที่เลิกขึ้นเหนือหน้าอก กับบ็อกเซอร์ที่หมิ่นเหม่จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่อยู่บริเวณข้อเท้า

คนได้แต้มเหยียดยิ้ม ก้มลงกระซิบข้างใบหู "เคยได้ยินป่ะพี่ซอกจิน มีคนบอกผมว่า ความสูงไม่ใช่ปัญหาในแนวราบ มันช่วยไม่ได้นะที่กองหลังตัวปะทะอย่างผม จะมีแรงมากกว่าโกลที่เฝ้าเสาตลอดเก้าสิบนาทีอย่างพี่"

ใช่ซี่ แผงหลังสี่ตัวต้องคอยไล่บี้ ตัดเกมคู่แข่ง ไอ้สี่ตัวนี้ทั้งเทรนกล้ามเนื้อ ทั้งเสริมสร้างความอึดมาอย่างหนักหน่วง ผิดกับผู้รักษาประตูที่ต้องคอยควบคุมอาหาร ห้ามกินจนน้ำหนักตัวเกิน เพราะอาจส่งผลให้ขาดความคล่องตัว และระบบยืดหยุ่นเสียหาย

พละกำลังกับความยืดหยุ่น...สู้กันได้ที่ไหน สรุปตูต้องเป็นเมียตามที่นัมจุนกับแทฮยองปรามาสเอาไว้อย่างนั้นหรอวะ?

 

.

.

.

 

“วันอาทิตย์หายหัวไปทั้งวันเลยนะพวกมึง แอบหนีไปตุ๋ยกันมาหรือไง โทร.หาแล้วปิดเครื่องทั้งคู่เลย"

นัมจุนทัก ส่งผลให้จองกุกกับซอกจินที่นั่งจิบกาแฟ รอคอยการฝึกว่ายน้ำอยู่บนอัฒจันทร์แทบสำลักเครื่องดื่มลงไปในคอหอย คนถูก 'ตุ๋ย' ตัวจริงไอโขลกจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ สร้างรอยยิ้มให้แทฮยองจอมเจ้าเล่ห์ที่เอาแต่หัวเราะร่า แต่ยังไม่วายโดนจองกุกที่ลูบหลังซอกจินหรี่ตาดุ ๆ ใส่

“แหม่ พูดความจริงไม่ได้เลยนะ ทำตาขวางใส่กูตลอด ไอ้พวกหวงเมียก็เงี้ย"

“เมียแก่ด้วย"

คราวนี้ อเมริกาโน่ร้อนถูกสาดไปข้าง ๆ ฝ่าเท้าคนปากเปราะ โชคดีที่แทฮยองไหวตัวทัน กระโดดหลบ แม้ละอองเครื่องดื่มจะทำให้เขาถึงกับแผดเสียง ก่อนชี้หน้าด่าจองกุก "ไอ้คุณชาย มันร้อนนะว้อยยย"

“ก็พี่ชอบกวนประสาทอ่ะ" เด็กหนุ่มฉีกยิ้ม ปรายหางตามองอาการสำลักของซอกจินที่เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว "ว่าแต่ พวกพี่โทร.หาผมมีเรื่องอะไรครับ ถ้าโทร.มาเรื่องไร้สาระ ผมสาดอีกแก้วแน่ คราวนี้สาดหัวนะไม่ใช่เท้า"

“เออ ๆ กูแค่จะโทร.ไปบอกว่า อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เปลี่ยนตารางซ้อมใหม่หมด ไม่รู้มีหมาตัวไหนไปประณามว่าแทคติกโค้ชเชี่ย โค้ชเลยรื้อตารางซ้อมทั้งแผงเลย โฉดกว่าเดิมอีก"

ประกาศจบ ใบหน้าซอกจินพลันเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด จองกุกจากที่เคยลูบหลังเพราะอีกฝ่ายสำลัก ตอนนี้ เลื่อนมาลูบหัวไหล่เพราะใคร่อยากปลอบโยน ส่วนคนปาระเบิดไว้กลางบทสนทนาหัวเราะปากกว้าง "กูไม่กวนแล้วดีกว่า วันนี้ยังเป็นว่ายน้ำนั่นแหละ แต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เปลี่ยนยกเครื่อง อย่าลืมไปเช็กที่บอร์ดประกาศล่ะ"

พูดจบ มือปาระเบิดก็หายแวบเข้าไปในห้องผลัดเสื้อ

ซอกจินรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะเป็นคนไปก่อคดีอุกฉกรรจ์เอาไว้

ตบหัวรุ่นพี่ รุ่นพี่ยังไล่เตะ นี่หัวคุณครูผู้ฝึกสอนเลยนะ

จองกุกคลี่ยิ้ม กุมหัวไหล่คนรักพร้อมบีบมันแน่น ๆ "อย่าเครียดดิครับ โค้ชไม่ใช่คนไร้เหตุผลเหมือนพี่นัมจุนกับพี่แทฮยองซักหน่อย ตบหัวแค่นี้โค้ชไม่โกรธหรอก"

ปรากฏว่าจริงดังน้ำคำของจองกุก โค้ชจอมเฮี้ยบหัวเหม่งไม่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยตลอดทั้งสัปดาห์ กระนั้น คนทำผิดยังอดรู้สึกละเหี่ยใจไม่ได้ - คงเป็นเวรเป็นกรรมที่สั่งสมมา... เกมการแข่งขันในวันเสาร์จึงดูเหมือนวิบากกรรมที่ซอกจินต้องชำระล้าง โกลมือหนึบหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะฝนตกปรอย ถุงเท้าเปียก ซ้ำทีม 'อุลซาน ฮยอนแด' ยังวางแผนปะทะหนักจนกรรมการเป่าหยุดเกมหลายต่อหลายครั้ง

อารมณ์ค้างไม่ปะติดปะต่อทำให้ซอกจินรู้สึกหัวเสีย

ปี๊ดดดดด

สัญญาณนกหวีดดังแทรกผ่านหยาดฝนที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสเตเดี้ยม จางโฮซอกตำแหน่งกองกลางริมเส้นเข้าสกัดบอลพลาด กลายเป็นเหตุให้อุลซาน ฮยอนแดได้ลูกจุดโทษนอกกรอบระยะหวังผล

เหมือนเกมการแข่งขันทั่วไปที่พอผู้เล่นตั้งกำแพงเสร็จ กรรมการส่งสัญญาณแล้วจึงเตะลูกโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ ผู้เล่นทั้งสองทีมก่อเหตุชุลมุน ยื้อแย่งบอลกันสุดฤทธิ์

ขณะลูกบอลถูกเปิดยาวไปใกล้ผู้รักษาประตู ซอกจินเอาแต่จดจ้องลูกหนังที่อยากบินผ่านเขาไปทะลวงตาข่าย เขางอเข่า ตั้งท่าจะสปริงตัวขึ้นรับ หากแต่... ลูกบอลที่กำลังลอยลิ่วมา ถูกเขย่าจนภาพกลายเป็นทัศนวิสัยพร่าเบลอ ชายผ้าสีน้ำเงินแวบเข้ามาตรงปลายหางตา ตามด้วยเสียงของแข็งกระทบของแข็งใกล้กกหู ก่อนภาพลูกบอลลอยเคว้งกลางอากาศจะถูกฉาบทับด้วยสีดำสนิท!

 

:

 

การฟาวล์-การปะทะผู้เล่นต่อผู้เล่นเกิดขึ้นบ่อยครั้งในสนาม มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่จอนจองกุกเห็นผู้เล่นถูกเสียบสกัดจนขาหัก ถูกย่ำเปิดปุ่มยั่วโมโห เขาเองเคยถูกเล่นตุกติกโดยคู่แข่งเอามืดฟาดหน้า บ้างก็จงใจใช้เท้าย่ำโคนขา แต่นี่คือครั้งแรกที่เขาเห็นยักษ์ปักหลั่นอย่างคิมซอกจินหลับกลางอากาศ

อันที่จริง ตอนอยู่ในสนาม เขาไม่เห็นเหตุการณ์พรั่งพรึงนั่นเลยสักนิด เขาได้ยินแต่เสียงห่าฝนและเสียงกรรมการเป่านกหวีดยาวเกือบสิบวินาที

เนื่องจากฝนตกหนักส่งผลให้การมองเห็นแย่มาก เขาพยายามหรี่ตามองต้นเหตุของการหยุดเกม ปรากฏว่า คิมแทฮยองวิ่งหน้าตื่นมาหาเขาแล้วตะโกนโหวกเหวก

“เฮ้ย แฟนแก่มึงถูกศอกแจบอมซัดหมดสติไปเลยว่ะ"

สิ้นคำประกาศ เพื่อนร่วมทีมหลายตำแหน่งกรูกันเข้าไปดูอาการคนเจ็บ

ผู้รักษาประตูในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้านอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสนาม เสื้อผู้เล่นสีแดงกับสีน้ำเงินรุมล้อมคนนอนหลับใหลไม่ได้สติ นานเกือบสิบนาทีกว่าแพทย์สนามกับสตาฟฟ์โค้ชประจำทีมจะเข้ามาตรวจสอบ ลงเปล แล้วหิ้วร่างปวกเปียกของผู้เล่นคนสำคัญออกจากสนามแข่งขันไป

จองกุกอยากตามออกไปในเสี้ยววินาทีนั้นเลย หากแต่ทำไม่ได้เพราะเหลือบไปเห็นใบหน้าถมึงทึงของแทฮยอง เลยต้องทนอยู่ในสนามต่อราว ๆ ยี่สิบนาทีอย่างไม่มีทางเลือก

สิ้นเสียงสัญญาณจบเกมด้วยสกอร์ ๒:๒ จองกุกวิ่งแจ้นเข้าไปในอุโมงค์นักกีฬาราวกับเจ้าหนูลมกรด เขาปรี่ไปถามอาการคนเจ็บกับแพทย์สนาม เดินไปดูภาพสโลว์โมชั่นกับทีมงานถ่ายทอดสด คอยทำตัวป้วนเปี้ยนด้วยการเร่งโค้ชและเพื่อนร่วมทีมให้รีบจัดการธุระส่วนตัว แล้วออกเดินทางจากสเตเดี้ยมไปเยี่ยมซอกจินที่โรงพยาบาล

อาการลนลานสร้างความประหลาดใจให้คนทั้งสโมสร...

ด้วยอุปนิสัย 'ขี้เผือก' เป็นทุนเดิมของนัมจุนอยู่แล้ว ศูนย์หน้าร่างใหญ่เลยตั้งประเด็นถามจองกุกกลางรถบัสนักกีฬาว่า “ถามจริงเหอะ มึงกับไอ้ยักษ์ถึกนั่นมีอะไรกันรึเปล่า เห็นเป็นห่วงกันจัง"

คำถามเจ้าปัญหา ทำเอาจองกุกน้ำท่วมปาก

หากไม่ติดอาการกระมิดกระเมี้ยนกอปรกับความกังวลใจของซอกจิน คนแมน ๆ อย่างเขายอมรับตามตรงไปนานแล้ว แต่นี่...ถ้าตอบตามความจริง...เกิดพี่ยักษ์ถึกนั่นรู้เข้า เขาคงโดนซัดคอหักตาย!

เมื่อไม่รู้จะจัดการปัญหายุ่งยากใจอย่างไรดี จองกุกเลือกเม้มริมฝีปาก ไม่ตอบอะไรเลย คงเป็นหนทางที่ดีที่สุด

กระนั้น คนขี้เผือกยังอุตสาหะคะยั้นคะยอต่อ

“อะไรยังไง? ตอบมา ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ นะพวกมึงอ่ะ เดี๋ยวก็หายไปด้วยกันนาน ๆ เดี๋ยวก็ปิดมือถือหนี แล้วไอ้สีหน้าจะเป็นจะตายเมื่อกี้นี้อีก หมายความว่ายังไงวะ"

“ฮยองงงง...” ท่าทางเอาเรื่องของจองกุก ส่งผลให้ศูนย์หน้าอายุมากว่าอดรนทนไม่ไหว โบกหัวคนตาโปนไปทีหนึ่ง "ตอบกูมาคำเดียว พวกมึงได้เสียกันแล้วใช่ป่ะ"

“โหย ฮยองคร๊าบบบ...” ประท้วงลากเสียงยาว ก่อนจะพยักหน้าจนผมกระเด้งเป็นลอนคลื่น "ผมชอบพี่ซอกจิน"

“กูไม่ได้ถามว่ามึงชอบมันหรือเปล่า กูถามว่าพวกมึงได้เสียกันรึยัง ทำไมมึงเข้าใจยากอย่างงี้วะไอ้คุณชาย"

“ฮยองครับ ช่วยไม่ยุ่งซักเรื่องได้ไหม"

คำพูดปีนเกลียวถูกสำเร็จโทษด้วยการตบเหม่งแรง ๆ จนจองกุกหน้าเสย เพื่อนร่วมทีมที่ลอบฟังบทสนทนากลั้นหัวเราะเป็นทิวแถบ

นัมจุนกอดอก ยังคงใช้อากัปกิริยาเคร่งขรึมสอบปากคำผู้ร้ายปากแข็งต่อไป "สรุปมึงจะตอบหรือไม่ตอบ เอาดี ๆ ไอ้กุกกี้"

“ก็...เออ..."

ฝ่ามือของนัมจุนง้างขึ้นหมายจะลงไม้ลงมือเป็นรอบที่สาม หากแต่จองกุกรีบยกมือขึ้นปราม "เดี๋ยวดิ ยังตอบไม่จบเลย คือผมอ่ะชอบพี่ซอกจิน แต่เขาบอกว่าเขาไม่ได้รังเกียจ แต่ก็ไม่ได้สมยอม แล้วเมื่อวันก่อนเลยลองจู้ฮุกกรูกันไปครั้งนึง แค่นี้ชัดเจนพอยัง"

“ยังว่ะ"

“อย่าบอกนะว่าพี่จะไปเค้นเอาคำตอบจากพี่ซอกจินอีกอ่ะ อย่านะครับ กว่าเขาจะยอมคุยกับผม ผมเกือบเป็นบ้าตายแน่ะ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องไปคาดคั้นเอาคำตอบจากเขาหรอก ผมขอร้อง"

“โหย ไอ้พ่อพระ! สรุปไอ้ขี้ขลาดนั่นมันรักมึง แต่มันไม่กล้ายอมรับว่ามันชอบไม้ป่าเดียวกัน อย่างงี้ใช่ป่ะ?”

นั่นแหละ!

เอ๊ย ไม่ใช่!!

 

คนถูกปั่นหัวเพราะบทสรุปโผงผางตรงประเด็น ทำเอาจองกุกเกือบพุ่งร่างไปบีบคอนัมจุนคนปากมอม "ฮยอง พวกผมไม่ใช่เกย์นะ เพราะเป็นเขาผมถึงชอบ อีกอย่าง ฮยองนั่นแหละที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้"

“กูไปทำอะไรมึงวะ?”

“ก็ไอ้ไหว้พระแก้บนอะไรของฮยองนั่นแหละ ที่ฮยองให้เขาแต่งเป็นสาวเชียร์เบียร์อ่ะ ผมโคตรชอบเลย"

“มึงชอบไอ้กระเทยถึกนั่นอ่ะนะ!”

ไม่ใช่เสียงนัมจุน แต่เป็นเสียงกัปตันทีมมินยุนกิ, ผู้รักษาประตูสำรองชาวจีนอย่างจางอี้ชิง, และกองกลางตัวเขื่องอย่างคิมจงอิน บอกให้รู้ว่าบทสนทนาระหว่างพวกเขา ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย

คำเปรียบเปรยติดแง่ลบ ส่งผลให้จองกุกหัวเราะในลำคอ ถ้าซอกจินอยู่ตรงนี้ด้วย คงลุกขึ้นไปอัพเปอร์คัต - ต่อยเสยปลายคาง - ใส่เพื่อนสามคนนี้แน่ ๆ

จองกุกยิ้มกว้าง "ฮื่อ กระเทยถึกนั่นแหละ"

“โหยจองกุก รสนิยมมึงแปลกมากเลยว่ะ แต่เอาเห๊อะ" กัปตันทีมผิวขาวซีดชะแง้ตัวจากเบาะหน้ามาตบบ่าเขาเบา ๆ "จะรักจะชอบกัน พวกมึงไม่เห็นต้องปิดบังเลยนี่หว่า พวกกูไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้นนะเว้ย ถ้าพวกมึงอายที่จะเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องทำกับทีมเลย พวกกูไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลกหรือน่ารังเกียจอะไร อย่าฝืนธรรมชาติเลยว่ะ... ยังไงก็ทีมเดียวกัน"

จากคำพูดนั้น ส่งผลให้คนทั้งคันรถโห่ฮา ล้อเลียนว่าวันนี้กัปตันทีมพูดดีไม่เหมาะกับอุปนิสัยเถื่อน ๆ เลยสักนิด

แม้จะรู้สึกขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก แต่จองกุกกลับรู้สึกตื้นตัน อบอุ่นและขอบคุณ หวังแต่ว่า...พอซอกจินตื่นขึ้นมา จะไม่ตบเขาจนน่วมอีกคนหรอกนะ

 

:

 

ปรากฏว่าเขาคิดผิดถนัด! 'กระเทยถึก' ของเพื่อนร่วมทีม ฟื้นขึ้นมาก็เอาฤกษ์เอาชัยโดยการโบกหน้าผากเขาเสียจนหน้าหงาย กะอีแค่ตื่นขึ้นมาเห็นเขานอนกอดก่ายอยู่บนเตียงเดียวกัน แถมยังก้มลงจุ๊บเหม่งต้อนรับการกลับมาจากห้วงนิทรา ซัดเขาเสียหน้าผากแดงเป็นปื้นเชียว...

ขี้ตืดชะมัด!

กร่นด่าในใจก่อนแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา ซุกแก้มลงบนแผงอกกว้าง ทว่าอีกฝ่ายยังคงดิ้นรน ไม่ยอมให้ 'หมีโคอาล่า' อย่างเขารุกล้ำอาณาเขต แต่ช่วยไม่ได้นะครับ เผอิญผมแรงเยอะกว่า แถมมือยังหนึบกว่าผู้รักษาประตูแบบพี่ด้วย ฉะนั้นแค่คว้าหมับเข้าที่สองแขนแนบลำตัว คนไข้ก็หนีไปไหนไม่พ้น ได้แต่คำรามฟึดฟัดอย่างหัวเสีย

“จองกุก ฉันหนักนะ"

ยังคงไม่คลายอ้อมกอด

“จองกุก ปล่อยเด๊ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นนะโว้ย ไม่อายเขาหรอ หมีควายสองตัวนอนกอดกันอย่างงี้"

สิ้นคำโวยวาย คนหน้าด้านเงยหน้าขึ้นมองโกลรูปหล่อฉับพลัน "ผมไม่อาย พี่อายหรอ"

ดวงตาหม่นหมองยามรอคำตอบ ทำให้คนถูกถามถอนหายใจหนักหน่วง "จองกุก เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วไม่ใช่หรอ"

“ฮื่อ ผมเข้าใจ แต่ผมโลภมาก อยากได้แค่นี้...พี่ให้ผมไม่ได้หรอ"

คนถูกถามนิ่งเงียบแล้วส่ายศีรษะอย่างยอมจำนน "ให้แค่สามสิบวินาที ปัญหาไม่ใช่ว่าฉันเป็นเพศอะไร ต่อให้ฉันเป็นผู้หญิง มานอนกอดกันแบบนี้ ฉันก็อายเหมือนกันนั่นแหละ"

“สามสิบวินาทีก็ยังดี"

ไฉนใครจะรู้ว่าภายในสามสิบวินาทีนั้น ผู้เล่นในสโมสรดาหน้ากันเข้ามาเยี่ยมไข้ผู้รักษาประตูมือฉมัง พอเห็นภาพเพื่อนสองคนนอนกอดก่ายกันบนเตียงผู้ป่วย การมาเยี่ยมไข้แปรเปลี่ยนเป็นงานเลี้ยงมงคลสมรสทันที

ทุกคนหยอกล้อ ผิวปากเป็นทำนองเพลงเวดดิ้ง มาร์ช ทำเอาคนป่วยชี้หน้าด่ากราด

นัมจุนคนขี้เผือกปัดมือพี่ชายคนสนิทลง "อย่ามาทำแอ๊บหน่อยเลย พวกกูรู้หมดแล้วว่ามึงกะไอ้จองกุกเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ"

“ไอ้...”

“ไม่ต้องอายหรอก กูกระเทาะแฟนเด็กมึงจนหมดเปลือกแล้ว"

'อ้าว ไอ้พี่นัมจุน โยนขี้มาให้น้องเฉยเลย' จองกุกทำหน้าเจื่อน ยิ้มใจดีสู้เสือให้ดวงตาคมกริบของคนเป็นภรรยาที่ตวัดค้อนเขาด้วยรังสีอำมหิต

 

“ในฐานะที่กูเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้กับความรักของพวกมึง" พูดพลางหยิบกระดาษเอสี่ขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนในทีมเป็นสักขีพยาน "จบซีซั่นแล้ว กูขอมอบหน้าที่ให้จองกุกพาซอกจินเมียรักไปไหว้เจ้าแม่ที่เกาะผู่โถวซานแทนกูก็แล้วกัน ถือซะว่าเป็นฮันนีมูนทริป เอ้านี่ อี-ทิกเก็ต กูจ่ายให้เรียบร้อยแล้ว"

คนได้รับสมญานามว่า 'เมียรัก' เหลือกตามองเพดาน อยากตบทั้งไอ้หมีโคอาล่าที่นอนคลอเคลียอยู่ข้าง ๆ ทั้งไอ้ศูนย์หน้าปากห้อยที่หาเรื่องพวกเขาไม่หยุดหย่อน บางที เขาควรตบกะโหลกตัวเองให้สลบเหมือดไปอีกสักรอบ จะได้ไม่ต้องมาเผชิญสภาวะน่าขายหน้านี่!

 

End ---------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติม:

ตำแหน่งนักฟุตบอล (11คน):ปกติผู้เล่นทีมฟุตบอลจะแบ่งทีมออกเป็น ๓ แถว คือ กองหน้า กองกลาง และกองหลัง

1.กองหน้า (Forward / Striker) -เล่นอยู่แถวหน้าสุดของทีม หน้าที่หลักคือหาจังหวะในการยิงประตูฝ่ายตรงข้าม โดยมีผู้เล่นกองกลางคอยป้อนลูกให้

2. กองกลาง (Midfielder) -ตำแหน่งกึ่งกลางในสนามระหว่างกองหน้ากับกองหลัง มีหน้าที่ครองบอล และป้อนให้สู่ดาวยิงในตำแหน่งกองหน้า

3.กองหลัง (Defender) -มีหน้าที่ป้องกันการบุกของคู่ต่อสู้ โดยกองหลังจะยืนอยู่ถัดจากกองกลาง และอยู่ก่อนหน้าผู้รักษาประตู

4.ผู้รักษาประตู(Goalkeeper)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 ฟลอร์ราตรี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 12:04
    น่ารักและก็ตลกมากเลยค่ะ5555555 ซอกจินดื้อรันสุด
    #5
    0
  2. #2 DkkyZMm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 12:12

    กรี้ด น่ารักมาเลยยย
    #2
    0