ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [Fic:EXO Kai D.O ]Sorry i'am not hero โทษทีผมไม่ใช่พระเอก

    ลำดับตอนที่ #1 : Sorry i am not hero Chapter:1

    • อัปเดตล่าสุด 2 ส.ค. 57


    Chapter:1

    ในห้องสี่เหลี่ยมอันแสนอับและคับแคมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและหยักใย มีแสงเล็ดลอดเข้ามาเพียงน้อยนิดเท่านั้นเพราะผ้าม่านสีเข้มที่ถูกติดตั้งกับหน้าต่างได้บังแสงให้สะท้อนกลับไปทิศทางอื่นบรรยากาศ เฉกเช่นนี้ช่างดูหน้ากลัวและไม่น่าพิสมัยเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ใครจะไปรู้ว่าในห้องสีเหลี่ยมแคบๆนี้ได้ขังชายหนุ่มผู้น่าสงสารเอาไว้เขา โดยใช้เชือกเป็นเครื่องพันนาการเพื่อป้องกันการหลบหนี เส้นแรกผูกมัดข้อมือเรียวทั้งสองข้างประกบติดกัน ส่วนอีกเส้นใช้มัดสองเท้าให้ประกบติดกันเช่นเดียวกับข้อมือ โดยที่เจ้าของเรือนร่างยังคงไม่ได้สติจากฤทธิ์ยาสลบที่มีใครบางคนนำมาโป๊ะจมูกเขาก่อนหน้าที่จะถูกลักพาตัวมา แต่ดูเหมือนว่าอีกไม่นานฤทธิ์ของมันคงจะหมดแล้วแหละ ................................................................................................................................................................................

    แพขนตาของชายหนุ่มกระพรือเปิดขึ้น ม่านตาที่พร่ามัวเริ่มปรับโฟกัสแสงให้พอเหมาะต่อการมองเห็น และเมื่อตามองเห็นภาพตรงหน้าก็ส่งกระแสประสาทไปยังสมองและเมื่อประมวลภาพได้ก็ต้องตกใจ ...ที่นี้มันที่ไหนกัน...พอรู้ว่าที่ๆตนอยู่ไม่ใช่ที่ๆคุ้นตาของตน มือไม้ก็เริ่มขยับแต่...ทำไม ทำไมขยับไม่ได้...พอสองตาก้มมองที่ข้อมือก็ต้องตกใจอีกครั้งกับสภาพข้อมือและข้อเท้าที่ถูกประกบติดกันด้วยการพันทนาการของเชือกที่ถูกออกแบบมาให้หนาและเหนียวเป็นพิเศษ จนทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เขาเริ่มคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองก่อนหน้านี้

    ...เราออกไปข้างนอกเพราะมีคนโทรตาม...เราไปถึงที่หมายแต่เขาไม่มาตามนัด...เรารอหลายชั่วโมงเขาก็ยังไม่มา...เราออกจากที่นั้นเตรียมขึ้นรถแต่จู่ๆก็มีคนมาล็อคคอแล้วเอาผ้าอะไรไม่รู้มาปิดปากเรา...ใช่แล้ว ใช่แล้ว เราโดนลักพาตัว!!!

    เมื่อคิดได้ว่าตนกำลังตกอยู่ในสถานการณการใดชายหนุ่มจึงตะโกนให้คนช่วย เพียงหวังว่าจะมีใครซักคนเปิดประตูบานนั้นออกมาแกะเชือกให้ตนแล้วพาเขาออกสถานการณเลวร้ายแบบนี้

    ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยครับใครก็ได้...ช่วยด้วยครับได้โปรดเถอะครับใครก็ได้ช่วยผมที...

    เขาตะโกนกี่ครั้งสิ่งที่ตามมาก็คือความว่างเปล่า ตาเรียวทั้งสองข้างเริ่มมีน้ำใสเอ่อล้นออกมาเนื่องจากอาการกลัวไม่ว่าใครที่เจอสถานการแบบนี้ก็ต้องกลัวทั้งนั้นแหละ

    ...แก๊ก แก๊ก แก๊ก แอ้ดดด...

    ประตูบานใหญ่เปิดขึ้นชายหนุ่มหยุดร้องให้แล้วจ้องมองประตูอย่างใจจดใจจ่อเพราะคิดว่าเสียงที่เขาตะโกนไปเมื่อครู่มีคนได้ยินแล้วเข้ามาช่วยเขาจริงๆ

    ...สำเร็จมีคนมาช่วยเราแล้ว ขอบคุณพระเจ้านะครับขอบคุณจริงๆ...

    “ คุณครับคุณมาช่วยผมใช่ไหมครับ ขอบคุณนะครับ รบกวนช่วยแก้มัดผมที  ”

    ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกชายหนุ่มดีใจมากด้วยคิดว่าบุคคลที่เข้ามาคือผู้ใจบุญที่จะมาช่วยเขาเขาตะโกนขอความเมตตาทันทีโดยไม่รอให้คนที่มาใหม่ได้พูดอะไร

    “ หยุดแหกปากได้แล้วนายร้องให้ดังแค่ไหนก็ไม่มีใครช่วยนายได้หรอก อ่ออีกอย่างถ้านายอยากให้ฉันช่วยล่ะก็เสียใจด้วยนะเพราะฉันคงไม่คิดจะช่วยศัตรูหรอกนะ ”

    บุคคลที่มาใหม่ตะคอกใส่เขาเสียงดังจนเขาตกใจกลัว ตอนนี้เขารู้แล้วว่าบุคคลคนนี้ไม่ได้เป็นผู้ที่จะมาช่วยเขาแต่คงจะเป็นคนที่ลักพาตัวเขามามากกว่า

    “ นายจับฉันมาทำไม ”

    “ นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอกรู้แค่ว่าฉันเกลียดนายมากมากซะจนอยากจะฆ่านาย ”

    “ นายจะเกลียดฉันทำไมฉันทำอะไรให้นาย ”

    “ อย่ามาตอแหลนายน่าจะรู้ว่าเคยทำอะไรชั่วๆที่ไหนบ้าง ”

    ร่างสูงกระโจนตัวเข้ามาจับต้นแขนเขาแล้วบีบมันอย่างแรงจนเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บแล้วก็เข้ามากระซิบข้างหูด้วยข้อความสบประมาท

     “ อ่อฉันรู้แล้วนายคงทำเรื่องชั่วๆเยอะมากจนจำไม่ได้ล่ะซิ ”

    “ พูดอะไรของนายฉันไม่รู้เรื่อง ”

    “ จำไม่ได้หรอว่าเคยทำอะไรไว้ ได้ฉันจะช่วยให้นายจำได้เร็วขึ้นแล้วกัน ”

    !!!เพี๊ย!!!

    มือหนาตบลงบนใบหน้าสวยอย่างแรงจนเจ้าตัวน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บ

    “ มันเจ็บนะ ”

    “ ฮึ ฮึ ไอ้โง่โดนตบใครเขาก็เจ็บทั้งนั้นแหละ เป็นไงพอจะจำเรื่องชั่วๆที่เคยทำไว้ได้บ้างหรือยังล่ะ ”

    “ ฉันไม่เคยทำอะไรทั้งนั้นขอร้องล่ะปล่อยฉันไปเหอะนายจับผิดคนแล้ว ”

    “ ฉันไม่เคยทำงานพลาดเมื่อกี้นายบอกว่าอยากออกจากที่นี้ใช่มะถ้านายอยากออกไปจากที่นี้มากฉันก็จะให้นายไป ”

    “ จริงหรอขอบใจมากนะ ขอบใจมาก ”

    ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแลดูตื่นเต้นเพราะเขากำลังจะได้เป็นอิสรภาพแล้วแต่รอยยิ้มเมื่อครู่ก็หุบจางลงทันทีเมื่อเสียงเรียบแลดูเย็นชาของคู่สนทนาพูดแทรกเข้ามา

    “ เดี๋ยวฉันยังพูดไม่จบฉันจะปล่อยนายไป.......ต่อเมื่อนายกลายเป็นศพเท่านั้นนะ....... ”

    ชายหนุ่มตกใจมากกับสิ่งที่เขาได้ฟัง เขาทังโกรธทั้งกลัวในเมื่อไม่มีทีท่าว่าจะหนีได้แล้วก็ขอตอบโต้จนถึงที่สุดละกัน

    “ นายมันโรคจิต ”

    “ ใช่ฉันมันโรคจิตฉันบ้ามากกว่าที่นายคิด ”

    พูดจบร่างสูงก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบสิ่งของมีคมขนาดเล็กออกมาแล้วใช้มืออีกข้างจับดวงหน้าของชายหนุ่มไว้

    “  หน้านายนี้มันน่ารักชะมัดเลยนะไม่น่าล่ะสาวๆถึงพากันชอบนักหนาแต่จากวันนี้ไปคงไม่มีใครชมว่านายหล่ออีกแล้วแหละ ”

    “ ทำไมนายจะทำอะไรฉัน ”

    ร่างหนายกของมีคมขึ้นมาให้ตรงพอที่อีกคนจะมองเห็นได้เพื่อบอกใบ้ให้อีกคนรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป ด้วยอารมร์ที่บ้าครั่งจนมองดูไม่เหมือนคนปรกติ ชายหนุ่มตกใจสุดขีดเขาไม่กล้ามองหน้าของคนที่กำลังจะทำร้ายเขาอีกต่อไปแล้ว กลัวคือคำเดียวที่อยู่ในสมองเขาตอนนี้

    “ ไม่ต้องกลัวไปหรอกฉันไม่ปล่อยให้นายเจ็บปวดนานหรอกเพราะเดี๋ยวนายก็ตายแล้ว ”

    มือหนายกขึ้นสูงเตรียมจะใช้มีดพกอันแหลมคมนั้นกรีดเข้าไปบนใบหน้าของชายหนุ่มเขาออกแรงกดมันลงมาอย่างรวดเร็ว

    “ไม่...ไม่...ไม่นะ ไม่ไม่ไม่อย่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    ///…OK คัทครับ…///

    เสียงโทรโข่งดังขึ้นทุกอย่างหยุดลงมีดพกที่กำลังพุ่งเข้ามาบนหน้าชายหนุ่มหยุดชะงักตรงหน้าเขาไม่ถึงคืบ ซักพักก็มีช่างแต่งหน้าช่างทำผมกรูเข้ามาหาพวกเขาทั้งสอง เพื่อเติมเครื่องสำอางจนหน้าตาของพวกเขากลับมาดูดีเหมือนเดิมแล้วก็ปรีกตัวออกจากห้องไป

    “ฉันขอโทษนะคยองซูเจ็บมากไหมเมื่อกี้ฉันบีบแขนนายแรงไปหรือเปล่า ”

    ร่างสูงที่เมื่อครู่ยังทำตัวดุร้ายกับคยองซูอยู่เลยกลับเปลี่ยนไปอย่างน่าใจหายถ้าหากไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นนักแสดงคนอื่นคงคิดว่าเขาเป็นพวกบ้าที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแน่ๆ

    “ ไม่เป็นไรหรอกจงอิน มือนายเบาจะตายฉันไม่เจ็บเลย ”

    “ นายอย่ามาโกหกน่าฉันรู้ว่านายเจ็บ ”

    “ เอาน่านิดหน่อยเองฉันทนได้ ”

    บทสนทนาหยุดลงแค่นั้นเมื่อมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามาในห้องเขาเป็นคนสั่งให้การแสดงทั้งหมดหยุดลงใช่แล้วเขาคือผู้กำกับ

    “ เป็นไงบ้างสองคู่หูคู่นี้วันนี้รับบทหนักหน่อยนะเก่งมากๆทั้งคู่เลยโดยเฉพาะนาย จงอินวันนี้ทำได้ดีมากนายนี้ร้ายได้เยี่ยมจริงๆรับรองคนดูต้องอยากต่อยนายแน่ๆ555 เออนี้จงอินวันนี้คิวของนายหมดแค่นี้แหละนะกลับได้เลย แต่คยองซูเราต้องอยู่รอถ่ายคิวกับ ชานยอลเขาอีกซักสองสามซีนนะ ”

    ทั้งสองพยักหน้ากลับให้กับชายวัยกลางคนเพื่อบอกว่าพวกเขารับรู้เรื่องราวที่ผู้กำกับบอก และเมื่อผู้กำกับมองเห็นว่านักแสดงเจ้าบทบาททั้งคู่รับรู้สิ่งที่เขาบอกแล้วจึงเดินออกจากห้องไปให้นักแสดงของเขาได้พักเหนื่อย

    “ นายจะกลับเลยหรือปล่าว ”

    “ ก็คงงั้นแหละวันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย ”

    “ ไม่อยู่ให้กำลังใจฉันหน่อยหรอ ”

    “ ไม่เอาน่า นายเก่งอยู่แล้วฉันเชื่อว่านายทำได้ เออถ้าไม่มีอะไรฉันกลับแล้วนะฝากสวัสดี ชานยอลเขาด้วยล่ะ ”

    “ ได้ เดินทางกลับบ้านดีๆล่ะ  ”

    ร่างสูงเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกจัดฉากให้ดูหน้ากลัวห้องนั้นหยิบกระเป๋าเป้คู่ใจบอกลาทุกคนในกองถ่ายแล้วเดินออกจากสตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์แล้วเดินไปตามถนนใหญ่  คิม จงอิน หรือ ไค ที่หลายคนรู้จักกันในฐานะดาวร้ายที่มาแรงที่สุดในวงการมายาเกาหลีตอนนี้ด้วยบทที่เขาเล่นส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกบทตัวร้ายตัวโกง ซึ้งเขาก็ตีบทแตกซะทุกเรื่อง จึงทำให้ประชาชนทั่วเกาหลีไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่

    “ ป้าครับซื้อหนมครกหน่อยครับ ”

    จงอินเดินมาหยุดที่ร้านขายอาหารริมทางร้านหนึ่ง เขาหิวมากวันนี้ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลย รอไม่นานหญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านก็ลุกขึ้นมาจากการก้มหยิบอะไรซักอย่างใต้รถเข็น

    “ เอากี่กระทงจ๊ะ อ้าวววนี้เธอเป็นไอ้คนที่ปล้ำนางเอกในหนังที่ป้าดูเมื่อคืนนิ ไปเลยไปเลยป้าไม่ขาย ”

    “ โถ่ป้าครับมีเหตุผลหน่อยซิมันเป็นการแสดงนะผมทำตามบท ”

    “ ไม่รู้แหละ มาทำร้ายจิตใจนางเอกคนสวยของป้าได้ยังไงป้าก็ไม่ยอมนางเอกเขาอุส่าเก็บซิงไว้ให้พระเอก  ไปเลยไม่ขายโว้ยยยย ”

    “ ครับๆไม่ขายก็ไม่ขายผมไปล่ะ ขอให้ขายดีนะครับ ”

    “ ไม่ต้องมาอวยพรหรอก คนเลวๆอย่างแกอะซักวันจะต้องตกนรกแน่นอน ”

    สองเท้าของรางสูงก้าวออกมาจากร้านขายอาหารร้านนั้นโดยมีเสียงตะโกนด่าของแม่ค้าตามมาอย่างไม่ขาดสาย เขาไม่ได้แคร์กับคำพูดของคุณป้าเจ้าของร้านแต่อย่างใด นี้ไม่ใช่รายแรกหรอกที่ทำกับเขาแบบนี้ เขาคิดว่าการที่คนเกลียดเขามากเท่าไหร่แสดงว่าเขาแสดงได้ดีมากเท่านั้น

    “ ว้ายยยยยพ่อหนุ่มรับอะไรดีจ๊ะ ”

    เสียงแม่ค้าร้านอาหารริมทางคนเดิมดังขึ้นเสียงที่ดูจะปลื้มยินดีปรีดาไม่เหมือนกับเสียงที่พูดกับเขาเมื่อตะกี้เลยไม่ต้องสงสัยว่าใครมาซื้อของ ปาร์ค ชานยอล พระเอกขวัญใจแม่ยก ที่ไปไหนก็มีแต่คนรุมต้อนรับ แตกต่างกับเขาที่ไปไหนก็มีแต่คนขับไล่ จงอินเดินมาหยุดที่สะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่งที่แสนสงบ แสงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้าไปแสงแดดสีแดงจ้าส่องกระทบร่างกายสมส่วนจนสีผิวกลายเป็นสีส้มระเรื่อ จงอินมักจะมาดูพระอาทิตย์ตกดินทีนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส  แสงแดดที่กำลังจะหายจากโลกนี้ไปคงไม่ต่างอะไรกับเขาหรอก  ทั้ง เศร้า หดหู่ และหมดแรง

    “  คยองซู .”

    ปากหนาเผลอเอ่ยชื่อของเพื่อนนักแสดงอย่างแผ่วเบาเหมือนคนกำลังตกอยู่ในภวังค์เขาแอบชอบคยองซูมาตั้งแต่วันแรงที่พบเจอกัน ทั้งหน้ารักและแสนดีขนาดนั้นใครไม่รักก็บ้าแล้ว ยิ่งต้องทำงานด้วยกันบ่อยๆใกล้ชิดกันมากๆ ก็ยิ่งทำให้รู้ว่าเขามีใจให้คยองซูมากแค่ไหน  และทุกอย่างคงไปได้สวยถ้าไม่ติดอยู่ที่คยองซู ((ไม่ได้คิดเหมือนเขา)) เขารู้ดีว่าเจ้าตัวมีใจให้ใคร (((อยากรู้หรอว่าใคร)))ก็จะใครอีกล่ะไอ้พระเอกหน้าหยกคนเดิมนั้นแหละและถ้าจะถามว่าเขารู้ได้ยังไงก็ดูท่าทีที่สองคนนี้แสดงออกเวลาอยู่ด้วยกันไงมันช่างดูเหมาะสมกันเสียเหลือเกินเหมาะสมกันจนใครๆเขาต่างยุ เชียร์ให้คบกันจริงๆแต่สำหรับเขาภาพเหล่านั้นมันทำร้ายให้เขาเจ็บแสบเหมือนโดนมีดแหลมคมปักลงกลางอกเสมอ นี้คือสาเหตุที่เขาไม่อยู่ให้กำลังใจคยองซู ตามที่เจ้าตัวร้องขอก่อนหน้านี้ ใครจะทนเห็นคนที่เรารักไปรักคนอื่นได้ล่ะ ถึงอยากจะเข้าไปปัดป้องแต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ

    ***  อกหัก...ตั่งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลย  ***

     

     

    To be Continue

    ช่วงนี้คือช่วงคุยกันหลังอ่าน

    เป็นไงบ้างล่ะชาวจิ้นชอบเรื่องสไตร์นี้กันไหมเอ่ยถ้าชอบเม้นให้ไรต์หน่อยนะ เพื่อจะเป็นกำลังใจให้จงอินผู้หน้าสงสารไง 

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×