[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 9 : ModifyLove08 : You make my heart trembled [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    22 ก.ย. 59


ModifyLove
08
You make my heart trembled
[Pi Part]



“ขอเวลาคิดแป๊บนึง” ผมตอบซินออกไปพลางหันกลับไปเอาคางวางไว้บนหมอนก่อนที่จะนึกคิดไปด้วย ให้ซินมาอยู่ที่นี่เหรอ ที่ซินพูดมาทั้งหมดมันก็ถูกอยู่แหละ เขาจะได้ไม่ต้องไปๆมาๆระหว่างบ้านผมกับบ้านเขาด้วย มันอันตราย

“แล้วนายจะอยู่นานแค่ไหน” ผมหันไปถามเขาพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างผมไว้เพราะผมรู้สึกหนาวขึ้นมาน่ะสิ

“จนกว่าผมจะติดมหา’ลัยที่พ่อแม่อยากให้เข้าอ่ะ”

“เฮ้ย! งั้นก็อยู่ที่นี่จนจบม.6เลยอ่ะดิ มันไม่ไอ้นี่ไปหน่อยเหรอ” ผมพูดออกมาทันทีด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดประโยคต่อไปออกมาซินก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ไม่ได้อ่อครู ผมอยู่บ้านคนเดียวก็เหงาด้วย มาอยู่กับครูเนี่ยแหละจะได้ติวทั้งวันทั้งคืนไปเลย” ซินว่าขึ้นมาพลางหันไปทำงานต่อ ปล่อยให้ผมนั่งคิดอยู่คนเดียวว่าจะเอายังไงต่อ

“เออก็ได้” ผมว่าขึ้นก่อนที่จะหยิบปึกกระดาษเอกสารที่วางอยู่ข้างตัวมาทำงานต่อแล้วฟังเพลงที่เปิดคลอไปด้วย

“พรุ่งนี้ครูมีสอนม.ไหนบ้าง” อยู่ดีๆซินก็เปิดประเด็นเรื่องใหม่ขึ้นมาให้ผมได้นึกคิด พรุ่งนี้เหรอ.. วันนี้วันอังคารพรุ่งนี้ก็วันพุธ วันพุธสอนแค่ม.ปลายอย่างเดียวนะรู้สึก เดี๋ยวๆผมน่ะสอนแค่ม.6อย่างเดียว ม.อื่นก็ไม่ได้สอนหนิจะคิดมากทำไม

“ครูสอนแค่ม.6อย่างเดียว”

“งั้นพรุ่งนี้ครูก็ไม่ต้องไปโรงเรียนหรอก พรุ่งนี้เรียนครึ่งวันแค่สามวิชาเอง เพราะเดี๋ยวนักเรียนก็ต้องไปเรียนร.ด.กัน ครูไม่ต้องไปสอนหรอกพักผ่อนอยู่บ้านนั่นแหละ ผมก็จะได้ช่วยครูทำงานนี้ให้หมดแล้วจะได้เริ่มเรียนพิเศษสักที” ซินว่าขึ้นมาพลางวางกระดาษปึกที่เขากำลังทำอยู่ไว้ข้างๆแล้วหยิบมาอีกปึกนึงแล้วเอามาทำต่อ งั้นก็แสดงว่าปึกนั้นซินก็ทำเสร็จแล้วน่ะสิ ทำเร็วชะมัด

“นี่ ครูก็ไม่อยากจะลางานมากหรอกนะ ไม่สบายแค่นี้ทำไมครูต้องหยุดงานด้วย.. แค่กๆ!” พูดไม่ทันขาดคำผมก็ไอออกมาทันที แต่ไอทีนี้ไอไม่หยุดเลยด้วยสิ ผมเลยต้องลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าขวดน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมากระดกดื่มให้หายไอ

“นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ พักผ่อนไปเถอะเดี๋ยวผมโทรบอกน้าพิมเอง” พูดจบซินก็หันกลับไปทำงานต่อ ผมเลยค่อยๆหมุนตัวไปย่อนขาลงพื้นที่ข้างเตียงแล้วค่อยๆลุกขึ้น

“ครูจะไปไหนอ่ะ”

“เข้าห้องน้ำ” ผมว่าพลางค่อยๆเกาะผนังเดินไปที่ห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงไหนจู่ๆซินก็เข้ามาประคองผมเฉย ผมเลยหันไปมองด้วยความงุนงงก่อนที่ซินจะหันมามองผมบ้าง

“เดี๋ยวผมช่วย”

ซินพูดขึ้นมาแค่นี้ก่อนที่จะประคองผมเข้าห้องน้ำไป พอมาอยู่ใกล้ๆซินโดนซินสัมผัสตัวทำไมมันรู้สึกดีจังเลยวะ รู้สึกว่าอยากจะอยู่ข้างๆเขายังไงยังงั้นแหละ แล้วพอซินหันมามองหน้าผมตอบขณะที่ผมกำลังมองของอยู่ ผมก็รีบหันหนีแล้วยกมือขึ้นดันเขาออกจากห้องน้ำทันที

“ออกไปได้แล้ว” พอซินเห็นอย่างนั้นเขาก็หันหลังเดินกลับออกจากห้องน้ำไปโดยที่ไม่ลืมปิดประตูให้ด้วย พอในห้องน้ำเหลือแต่ผม ผมเลยหันไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ ผมเดินออกจากห้องน้ำไปก็ยังเห็นซินยังคงนอนทำงานอยู่บนเตียงเหมือนเดิม

“ซิน หยุดพักไปกินข้าวก่อนไหม จะบ่ายสองแล้ว” ผมว่าพลางนั่งลงบนเตียงมองคนที่หันมามองผมหลังจากที่ผมพูดจบ

“เอางั้นก็ได้ครู แล้วครูอยากกินไรเดี๋ยวผมออกไปซื้อมาให้” ซินยันตัวขึ้นนั่งหันมาหาผมพลางสบตาผมไว้ ผมเผลอสบตาซินอยู่ไม่นานก็ต้องหลบตาหนี ดวงตาของซินผมจ้องนานไม่ได้เหมือนแต่ก่อนซะแล้วสิ เป็นเพราะอะไรวะเนี่ย

“มาม่าก็ได้มั้ง ครูอยากกินอะไรร้อนๆจะได้ไม่ต้องออกไปซื้อด้วย ซินเบื่อรึยัง”

“ครูกินอะไรผมก็กินได้หมดอ่ะ ดีเหมือนกันผมขี้เกียจออกไปข้างนอกด้วยแดดร้อนจะตายชัก งั้นครูรอบนห้องนะเดี๋ยวผมลงไปทำให้” ว่าจบซินก็เดินมายกถ้วยสองถ้วยที่ใส่โจ๊กกินกันก่อนหน้านี้ ถือเดินออกจากห้องผมไป

ให้อยู่แต่ในห้องเหรอ มันอุดอู้จะตายไม่อยู่หรอก

พอซินออกจากห้องไปได้ไม่นานผมก็เดินออกจากห้องลงไปข้างล่างเงียบๆแล้วเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น ก่อนที่จะเปิดทีวีดู แล้วเพราะเสียงจากทีวีเนี่ยแหละครับซินเลยเดินมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วเห็นผม

“ครูพาย ผมบอกว่าให้รออยู่ข้างบนไง”

“น่าๆ อยู่ในห้องแล้วมันปวดหัว อยากดูทีวีด้วย” ผมว่าพลางนั่งดูทีวีต่อ ซินก็ยืนมองผมอยู่ที่เดิมก่อนที่จะเดินไปรอบๆห้องนั่งเล่นแล้วหยิบกรอบรูปอันหนึ่งที่ตั้งอยู่บนชั้นหนังสือสำหรับการเรียนและการสอนคณิตที่ตั้งอยู่ข้างทีวีขึ้นมาดู

ชั้นหนังสือนี้เป็นชั้นหนังสือใหญ่ครับมีทั้งหมดห้าชั้น สี่ชั้นล่างผมจะเอาไว้เก็บหนังสือ แล้วชั้นบนสุดผมก็เอาไว้วางพวกกรอบรูปหรือไม่ก็พวกของตกแต่งที่คนอื่นให้มา

“ครู ตอนครูเรียนอยู่มัธยมครูเรียนอยู่โรงเรียนอะไรเหรอ” แล้วซินก็เดินเข้ามาหาผมพร้อมถือกรอบรูปมาด้วย ผมยื่นมือเข้าไปรับกรอบรูปที่ซินถือมาดูบ้าง

“อ๋อ ก็โรงเรียนXXX ที่เลยโรงเรียนนายไปอีกอ่ะ โรงเรียนเดียวกับตะวันนั่นแหละ” ผมว่าพลางส่งกรอบรูปไปให้ซินดูเหมือนเดิม

“งั้นครูก็เป็นรุ่นพี่ของตะวันอ่ะดิ” ซินว่าพลางยืนมองกรอบรูปต่อก่อนที่จะละสายตาจากกรอบรูปมามองที่ผม

“รุ่นลุงมั้ง ถามมาได้ แต่ถึงจะจบจากโรงเรียนเดียวกันครูก็ไม่เคยได้เจอกับตะวันหรอก เพราะพอตะวันเข้าม.1ครูก็เรียนจบมหา’ลัยแล้ว” ซินรับฟังผมพูดพลางพยักหน้ารับไปด้วย

“แล้วนี่มายืนดูรูปครูทำไม ไม่ไปทำมาม่าล่ะ” ผมว่าทันทีที่เห็นซินเอาแต่ยืนดูรูปตอนเด็กๆของผมไม่ยอมไปไหนสักที แล้วพอผมว่าออกไปซินก็เลยวางกรอบรูปลงที่เดิมแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นเข้าไปในครัว

ซินออกไปปุ๊บ ผมก็หันกลับไปดูทีวีต่อเหมือนเดิม แต่ดูทีวีในวันธรรมดามันก็ไม่มีอะไรดูแฮะ ผมเลยเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คมาต่อเข้ากับทีวีแล้วเปิดหาหนังออนไลน์ดู เห็นผมอย่างนี้ผมก็เป็นคนชอบดูหนังนะ นอกจากดูการ์ตูนอ่ะ

“เสร็จแล้วครู”

ซินเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับหม้อต้มมาม่ามาทั้งหม้อก่อนที่จะวางมันลงบนโต๊ะ ผมหันไปมองซินก่อนที่จะหันกลับไปเลือกหนังต่อ

“ไม่ใส่ถ้วยแยกมาล่ะ ครูไม่สบาย”

“แค่นี้ผมไม่ติดหรอกครู ผมขี้เกียจล้างด้วย กินหม้อเดียวกันนั่นแหละ” ซินว่าพลางนั่งลงแล้วเริ่มตักเส้นมาม่าเข้าปากโดยที่ไม่รอผม ผมเลือกหนังที่อยากดูเสร็จผมก็เดินกลับมานั่งข้างๆซิน

“ครูพาย ไม่กินเหรอ” แล้วซินที่กำลังนั่งกินอยู่ก็หันมามองผมที่เอาแต่นั่งดูหนังไม่ยอมกินมาม่าที่เขาทำมาให้กิน

“รอนายกินให้อิ่มก่อนแล้วครูจะได้กินทีหลัง นายจะได้ไม่ติดไข้จากครู” พอซินได้ยินอย่างนั้นเขาก็ขมวดคิ้วทันทีก่อนที่เขาจะหันกลับไปตักมาม่าใส่ช้อนแล้วหันกลับมาเอาช้อนของเขาจ่อปากผม

“หึ” ผมครางปฏิเสธไป ผมไม่ยอมอ้าปากเด็ดขาด

“เร็วๆ” แล้วซินก็หันมาประจันหน้ากับผมพลางสบตาผมอยู่นาน จนผมต้องเป็นฝ่ายหลบตาก่อนทุกที แล้วพอผมหลบตาแล้วหันหน้าหนีซิน เขาเลยถือวิสาสะยื่นมือเข้ามาจับแก้มผมให้หันมาแล้วพยายามทำให้ผมอ้าปากเพื่อที่จะได้ป้อนมาม่าผมให้ได้

“จะกินดีๆหรือจะกินด้วยน้ำตา” ซินว่าขึ้นมาแล้วยิ่งบีบแก้มผมแรงขึ้นไปอีก เจ็บจนน้ำตาเล็ดเลยครับ

“อะไรวะ แค่ไม่กินแค่นี้ทำไมต้องรุนแรงกันด้ว..!” ผมยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคเลยครับ ซินก็ยัดช้อนเข้ามาในปากผมทันทีเมื่อได้โอกาส พอผมยอมกินซินก็เลยดึงช้อนออกแล้วหันกลับไปกินมาม่าต่อโดยที่ไม่สนใจผมเลยว่าผมจะเจ็บแค่ไหน

ตุบ!

ผมปล่อยหมัดใส่หลังคนที่กำลังกินมาม่าอยู่ทันที ซินหันมามองหน้าผมพลางขมวดคิ้วแน่นแต่ก็ต้องคลายหัวคิ้วออกทันทีที่เขาเห็นหน้าผม ผมยอมรับครับว่าโคตรจะเจ็บเลยที่ซินบีบแก้มผมบังคับให้ผมกินมาม่าเนี่ย
“ครูพาย แก้มครูเป็นรอยนิ้วผมเลยอ่ะ ขอโทษครับ”

ว่าแล้วซินก็ขยับเข้ามาหาผมพลางยื่นมือเข้ามาลูบแก้มผมเบาๆ ลูบไปได้แค่นิดเดียวผมก็ปัดมือเขาออกทันทีด้วยความโกรธ แต่ถ้าถามว่าโกรธมากไหม ก็ไม่ได้โกรธมากมายอะไรขนาดนั้นหรอก แทบจะไม่ได้รู้สึกโกรธเลยด้วยซ้ำก็แค่เคืองนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง

“ครูพาย ผมขอโทษ”

“เออ” ผมตอบกลับไปทันควัน ก่อนที่จะหันไปดูหนังไม่สนใจซินต่อ

“ครูพายครับ ผมขอโทษจริงๆนะ” แล้วซินก็ยังคงพูดต่อเมื่อเห็นผมทำท่าทีเฉยเมยใส่เขา ผมเหลือบมองซินที่กำลังนั่งมองหน้าผมไม่ยอมละสายตาไปไหนอยู่สักพักก่อนที่ผมจะเอ่ยออกไปบ้าง

“ก็รู้แล้วไง พูดครั้งเดียวก็ได้ยินแล้ว ไม่ได้หูตึงสักหน่อย นายจะพูดซ้ำอีกทำไมวะ” ผมแกล้งทำเป็นอารมณ์เสียใส่ทันทีที่เขายังตื้อไม่เลิก

“ก็ครูตอบมาแค่เออ ผมก็ไม่รู้ดิว่าครูให้อภัยผมจริงๆรึเปล่า” ซินว่าขึ้นมาเสียงอ่อนก่อนที่จะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองไปด้วย

“ให้อภัยแล้วไง เลิกถามได้แล้วครูจะดูหนัง” ว่าจบผมก็ทำเป็นดูหนังต่อ หลังจากที่ผมพูดจบไปแล้วซินก็มองหน้าผมอยู่สักพักเชิงไม่เชื่อว่าผมให้อภัยจริงๆ แต่แล้วเขาก็หันกลับไปที่หม้อมาม่าต่อ

“ขอโทษนะครู” เอาอีกและ คำนี้อีกแล้วนะ ผมหันไปมองหน้าซินทันทีแล้วกำลังจะอ้าปากด่าแต่หม้อมาม่าที่ซินเป็นคนทำก็ถูกยื่นมาข้างหน้าผมก่อน เลยทำให้ผมต้องกลืนคำด่าลงคอไป แล้วเปลี่ยนเป็นคำถามแทน

“อะไร เอามาให้ทำไม” ผมว่าพลางรับหม้อมาม่ามาจากซิน

“ผมกินอิ่มแล้ว” ซินว่าพลางสบตาผมอยู่นาน ผมเลยหลุบตาลงมองที่หม้อมาม่าก่อนที่จะเริ่มกินบ้างเพื่อที่จะได้หลบสายตาจากซินที่ชอบสบตาผมอยู่บ่อยๆ

...สบตาทีไรผมใจสั่นทุกที...


สี่อาทิตย์ผ่านไป

“ครูพาย ข้อนี้ทำไงอ่ะ” ซินที่นั่งอยู่ข้างๆผมถามขึ้นมาทันทีหลังจากที่ผมบอกให้ทำแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ของม.5 ทั้งๆที่ผมเพิ่งสอนเสร็จไปเมื่อกี้ ซินยังมีหน้าจะมาถามผมอีกนะ

ซินเรียนของม.4จบภายในสี่อาทิตย์ครับ ตอนนี้ก็เริ่มเรียนของม.5มาได้สักพักแล้ว

“ไม่รู้สิ” ผมตอบออกไปพลางตรวจการบ้านเด็กต่อ

“ครูพาย มาสอนผมก่อนดิแล้วค่อยตรวจงานต่อ” แล้วซินก็สะกิดผมไม่ยอมหยุดจนผมไม่เป็นอันทำงานต่อ ผมเลยต้องวางปากกาลงแล้วชะโงกเข้าไปดู “ข้อไหนล่ะ”

“ข้อนี้ครับ” ซินชี้ให้ผมดู ก่อนที่ผมจะเริ่มอธิบายให้เขาฟังว่าต้องทำยังไงกับโจทย์ข้อนี้ ระหว่างที่อธิบายซินก็พยักหน้าทำท่าเข้าใจไปด้วย พอผมอธิบายเสร็จผมเลยปล่อยให้ซินทำเองตามที่เขาเข้าใจ เริ่มจากผิดก่อนจะได้เรียนรู้จากมันว่าต้องทำยังไงถึงจะถูกต้อง

ผมหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าตอนนี้ใกล้จะหกโมงแล้ว เดี๋ยวพอหกโมงตะวันก็จะมาเรียนด้วย

ตะวันเรียนอาทิตย์ล่ะสามวันครับ มีเรียนวันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์น่ะครับ เรียนตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสองทุ่ม เรียนสองชั่วโมงรวดเดียวเลย แล้วตะวันกับซินก็จะเรียนชนกันด้วย

เพราะว่าซินเรียนทุกวัน เรียนตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนถึงสามทุ่มครึ่ง ซินจะเรียนครึ่งแรกสามชั่วโมงแล้วก็หยุดพักหัวสมองสักครึ่งชั่วโมงน่ะครับแล้วค่อยเรียนต่ออีกหนึ่งชั่วโมง ให้ซินได้พักหัวสมองพร้อมกันกับตอนที่ตะวันกลับบ้านไปนั่นแหละครับ

ถ้าให้ซินพักระหว่างที่ตะวันเรียนอยู่สิมีหวังเอาแต่กวนคนอื่นตะวันก็ไม่ได้เรียนกันพอดี อีกอย่างนึงนะถ้าไม่ให้ซินเรียนไปเรื่อยๆโดยที่ไม่พักเลย มีหวังอ้วกแตกแน่ๆ

“เออซิน นายรู้รึยังว่าโรงเรียนจะสอบกลางภาคเมื่อไหร่” ผมว่าขึ้นมาระหว่างที่มองซินแก้โจทย์ข้อแรกเสร็จ

“ไม่รู้ครับ” ซินหันมามองหน้าผมก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“อีกสองอาทิตย์สอบกลางภาค เตรียมตัวบ้างรึยังล่ะ” ผมเอ่ยออกไปเสียงเรียบพลางหลบตาจากซินไปมองที่หนังสือเรียนที่ซินกำลังทำแบบฝึกหัดอยู่ ช่วงนี้ผมสบตาซินไม่ได้จริงๆอย่างที่ผมว่าเลยครับ สบตาแล้วมันรู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล

“หน้าอย่างผมไม่เคยเตรียมตัวสอบหรอกครู”

“งั้นก็หัดเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบได้แล้ว ครูก็รู้ว่านายขี้เกียจ แต่ครูว่านายฝึกอ่านหนังสือล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า ไม่งั้นพออยู่มหา’ลัยแล้วจะลำบากเอา ฝึกอ่านตั้งแต่เนิ่นๆจนติดเป็นนิสัยอ่ะ เชื่อครูครูผ่านมาหมดแล้ว บอกตรงๆนะว่าโคตรจะลำบากเลยเวลาที่ต้องมานั่งอ่านหนังสือไม่ได้หลับไม่ได้นอนก่อนที่จะสอบ” ผมว่าพลางยกมือขึ้นมาลูบผมหน้าม้าตัวเองเบาๆ

“เอางั้นก็ได้ ครูพาย ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” ซินว่าออกมาขณะที่ยังจ้องมองผมไม่เลิก ผมเลยพยักหน้าให้เขาเบาๆแทนคำพูด

“ชื่อเล่นครูที่ชื่อว่า พาย อ่ะครับ มันหมายถึงพายที่เอาไว้กินหรือว่าพายในคณิตศาสตร์”

แหม่ เลือกคำถามมาถามผมเหมือนสมัยที่ผมเข้ามหา’ลัยใหม่ๆเลย เพราะว่าผมเรียนคุรุเอกคณิตศาสตร์ เพื่อนๆก็เลยสงสัยว่าพายในที่นี้คือของกินหรือค่าคงตัวทางคณิตศาสตร์

“พายในคณิตศาสตร์ แม่ครูก็เป็นครูสอนคณิตเหมือนกัน แม่เลยตั้งชื่อนี้ให้ครู” ผมว่าออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชินแล้วล่ะที่มีคนถามแบบนี้

“โอ้โห งั้นแม่ครูก็อยากให้ครูเป็นครูด้วยอ่ะสิ ถึงตั้งชื่อแบบนี้” ซินถามออกมาเรื่อยๆราวกับว่าสนใจชีวิตผมยังไงยังงั้น หรือก็ไม่แน่ ซินเขาอาจจะขี้เกียจทำโจทย์ก็ได้

“ก็อย่างที่นายว่านั่นแหละ ทำแบบฝึกหัดต่อได้แล้วคุยอยู่นั่นแหละ” ผมว่าขึ้นพลางเลื่อนหนังสือมาตรงหน้าของซิน ให้ซินเขาตั้งใจทำแบบฝึกหัดต่อ

“พี่พาย สวัสดีครับ” แล้วเสียงของตะวันก็ดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมอง

“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมเรา” ผมเอ่ยขึ้นมาทันทีที่ตะวันเข้ามานั่งตรงข้ามกับผม

“นิดหน่อยครับพี่” พอตะวันพูดมาแบบนี้ผมเลยให้ตะวันนั่งพักสักแป๊บนึงก่อนที่จะเริ่มเรียนกัน ผมก็สอนตะวันไปเรื่อยๆจนเพลินกระทั้งถึงเวลาเลิกเรียนของตะวัน พอเลิกเรียนปุ๊บตะวันก็ขอตัวกลับบ้านไปก่อนเพราะว่าพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นไปช่วยงานที่โรงเรียนของน้องเขาต่อ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์น่ะครับ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามีกิจกรรมอะไรอีกรึเปล่า

ช่วงนี้ผมกับตะวันไม่ค่อยได้คุยกันไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเหมือนแต่ก่อนเลยครับ เพราะอีคนข้างๆผมเนี่ยแหละ ผมเลยไม่มีเวลาให้ตะวันเลย ผมก็เห็นตะวันเป็นน้องชายคนนึง ช่วงนี้ตะวันก็ดูพูดน้อยลงด้วย จากที่แต่เดิมก็เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว

“เฮ้อ... ตะวัน..” ผมพึมพำขึ้นมาเบาๆหลังจากที่รวบรวมสมุดการบ้านของเด็กห้องม.6/4เข้าไว้ด้วยกัน

“ทำไมครู” เสียงของซินดังขึ้นมาจากทางประตูห้องนั่งเล่นให้ผมได้หันไปมองร่างหนาที่เดินถือน้ำกับขนมเข้ามาในห้อง แต่คำพูดของซินเนี่ยสิทำให้ผมต้องขมวดคิ้วมองเขาทันที

“พูดชื่อตะวัน ไม่ได้พูดชื่อนายสักหน่อยจะขานรับทำไมล่ะ”

“ก็สงสัยว่าเรียกชื่อตะวันทำไม อยู่ดีๆก็เรียกขึ้นมานึกว่าคิดถึงน้องชายข้างบ้าน ผมก็เลยขานรับแทนเพราะน้องเขากลับบ้านไปแล้ว” ซินพูดพลางส่งยิ้มยียวนมาให้ผมก่อนที่หย่อนตัวนั่งลงข้างผม ผมเลยหันหนีไปหยิบกองสมุดของห้องม.6/5ขึ้นมาตรวจอีก

“ครู ผมขอถามไรอย่างได้ป่ะ”

“ถามไรล่ะ”

“ครูเป็นเกย์จริงๆอย่างที่ผมคิดรึเปล่า”

สิ้นสุดคำพูดของซิน ผมหันไปมองหน้าเขาแทบจะทันควันก่อนที่จะขมวดคิ้วกับคำที่เขาเพิ่งพูดออกมา นี่มันหลายครั้งแล้วนะที่เขาชอบบอกว่าผมเป็นเกย์ หรือไม่ก็ชอบบอกว่าแฟนผมเป็นผู้ชาย ทำไมเขาต้องคิดยังไงวะหน้าผมมันเหมือนพวกเกย์มากเลยรึไง

“ทำไมนายถึงคิดอย่างนั้น” ผมเลยเอ่ยถามออกไปตรงๆพลางมองคนที่กำลังนั่งแกะขนมแล้วหยิบใส่ปากอยู่

“ไม่รู้สิ ผมว่าครูเหมือนเกย์รับอ่ะ ตัวเล็กๆผิวเนียนๆขาวๆถอดแว่นมาหน้าตาก็น่ารัก ผมเลยคิดงั้นมั้ง” แล้วคำพูดของซินก็ทำเอาผมถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที

ซินไม่ใช่คนแรกหรอกที่พูดออกมาแบบนี้ แต่เขาเป็นคนแรกที่พูดออกมาแล้วทำให้ผมเขิน

“เพราะงี้ไงครูถึงใส่แว่น” ผมเลยว่าขึ้นมาพลางก้มหน้าทำเป็นตรวจงานต่อ ทั้งๆที่ในหัวก็เอาแต่คิดเรื่องที่ซินพูดถึงผมก่อนหน้านี้วนไปวนมาจนไม่มีสมาธิ

“เออครู ว่าแต่ว่าพ่อแม่ครูอ่ะ ผมสงสัยมาตั้งนานแล้ว” อยู่ดีๆซินก็เปลี่ยนเรื่องเลยทำให้ผมเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือแล้วเอ่ยอธิบายออกไป

“อยู่ต่างจังหวัด ทางภาคอีสาน” ผมตอบกลับไปแค่นั้นแล้วหันไปมองคนที่นั่งอยู่นั่งข้างๆที่กำลังมองมายังผมโดยที่ไม่ละสายตาพร้อมกับวางปากกาในมือลง เพราะว่าดูเหมือนว่าซินจะชวนผมคุยน่ะสิ

“อ้าว คนอีสานแล้วทำไมครูถึงขาวอ่ะ” ซินว่าพลางยื่นถุงขนมมาให้ผม ผมมองอยู่ครู่นึงถึงล้วงมือเข้าไปหยิบขนมใส่ปากตัวเองแล้วพยักหน้าให้เบาๆก่อนที่จะเริ่มอธิบาย

“เป็นคนอีสานก็ไม่ได้แปลว่าจะดำหมดทุกคนหนิ เผลอๆอาจจะขาวกว่าคนกรุงเทพด้วยซ้ำ”

“อืม.. แล้วทำไมครูลงมาเรียนที่กรุงเทพอ่ะ แถมอยู่บ้านคนเดียวอีกต่างหาก”

“พ่อแม่อยากให้ครูมาเรียนที่นี่เลยให้ครูไปอยู่บ้านญาติตอนที่ครูยังเรียนมัธยมอยู่ พอขึ้นมหา’ลัยครูก็ไปพักอยู่ที่หออยู่หอน่ะมันก็สะดวกดีเวลาไปเรียนแต่ครูไม่ค่อยชอบอยู่หอเท่าไหร่ครูเลยบอกให้พ่อสร้างบ้านให้ที่กรุงเทพ เวลามาหาครูจะได้มีบ้านไว้ต้อนรับ” ผมอธิบายออกไปพลางกินขนมไปด้วย

“แล้วทำไมครูไม่ไปอยู่บ้านญาติล่ะ”

“ครูไม่ชอบอยู่กันหลายๆคน ครูชอบอยู่คนเดียวมากกว่ามันเงียบสงบดี” สิ้นสุดคำพูดผมซินก็ดูนิ่งไปสักพักก่อนที่เอ่ยถามผมออกมาเสียงอ่อน

“แล้วนี่ผมมาอยู่กับครู ผมกวนใจครูบ้างรึเปล่าเนี่ย” ผมหันไปมองหน้าซินที่กำลังรอคำตอบจากผมอยู่ ผมเลยส่ายหน้าให้เบาๆ “ก็ไหนครูบอกชอบอยู่คนเดียว”

ชอบอยู่คนเดียวก็จริง แต่พอมีนายมาอยู่ด้วยมันก็รู้สึกดี อยากจะตอบอย่างนี้ออกไปชะมัดยาด แต่ไม่เอาอ่ะครับฟังแล้วมันดูแปลกๆ ทำยังกะว่าผมรู้สึกกับซินอย่างนั้นแหละ

“บางทีมนุษย์ก็ไม่ต้องการที่จะอยู่คนเดียวตลอดเวลาสักหน่อย” ผมว่าออกไป ก่อนที่จะมีความคิดนึงผุดขึ้นมาในหัวของผมเมื่อเห็นหมวกกันน็อคที่วางไว้ในบ้าน

จริงสิ.. เรายังไม่ได้คืนหมวกกันน็อคให้พี่นุเลยนี่นา ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วด้วย พอคิดได้อย่างนั้นผมก็เลยหันไปมองหน้าซินที่นั่งอยู่ข้างๆผม ซินมองหน้าผมตอบพลางเลิกคิ้วสูงเชิงถามว่ามีอะไรรึเปล่า

“วันนี้ขึ้นนอนได้แล้ว” ผมตัดบททันที พลางหันไปกดรีโมทปิดโทรทัศน์ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนก้มมองคนที่กำลังมองตามผมด้วยความสงสัย

“ไม่เรียนต่อแล้วเหรอครู”

“ถ้าเรียนต่อครูจะบอกให้นายขึ้นนอนไหมล่ะ พรุ่งนี้จะพาไปข้างนอกแต่เช้า ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว” ซินค่อยๆลุกขึ้นยืนโดยที่เอื้อมมือเข้ามาจับข้อมือผมแล้วดึงตัวเองให้ลุกขึ้น โดยที่ไม่บอกผมเลยสักนิดว่าให้ช่วยพยุง เกือบล้มแหนะ

“พรุ่งนี้จะพาไปไหนอ่ะครู” ซินว่าขึ้นมาขณะที่ตัวเองเดินไปปิดประตูบ้านแล้วเดินไปปิดไฟในห้องนั่งเล่นก่อนที่จะเดินตามผมขึ้นมาข้างบน

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เองนั่นแหละ ถามมากอยู่ได้”







ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น