[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 7 : ModifyLove06 : I am a bolster [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 ก.ย. 59


ModifyLove
06
I am a bolster
[Pi Part]



“ซิน ตื่นได้แล้ว ต้องไปโรงเรียนแล้วนะ” ผมยืนกอดอกมองนักเรียนตัวโตที่ยังนอนอยู่บนเตียงของผมอยู่ไม่ยอมลุกไปอาบน้ำ

วันนี้วันจันทร์แล้วครับ เมื่อวานวันอาทิตย์กว่าผมกับซินจะพากันตื่นพากันลุกออกจากเตียงได้ก็ปาไปเกือบเที่ยง แล้วไหนยังจะต้องรีบนอนเพราะต้องตื่นไปโรงเรียนอีก เพราะฉะนั้นงานเมื่อวานที่ผมทำกับซินแทบจะไม่ได้ลดลงเลยสักนิด

“ซิน! ครูบอกให้ตื่นได้แล้ว!” แล้วผมก็หยิบหมอนข้างขึ้นมาฝาดใส่คนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วพูดต่อ “ครูต้องไปกินข้าวเช้าที่โรงเรียนนะ เดี๋ยวไปไม่ทันหรอก เจ็ดโมงแล้วเนี่ย”

“งั้นระหว่างที่ผมอาบน้ำครูก็ไปทำกับข้าวรอสิ” ซินลืมตาขึ้นมามองผมก่อนที่จะยันตัวแล้วลุกขึ้นนั่ง

“ครูทำกับข้าวไม่เป็น ทำเป็นแต่มาม่า” ผมตอบออกไปเสียงเรียบพลางมองหน้าซินที่กำลังทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ผมทันทีที่ได้ยินคำว่ามาม่าออกมาจากปากของผม แน่นอนล่ะครับว่าเมื่อวานทั้งวันก็กินกันแต่มาม่า ไม่ได้กินอะไรอย่างอื่นเป็นพิเศษเลย

“โอเค งั้นผมไปอาบน้ำแล้วนะ ฝากดูแลแครอทด้วยนะครู” ซินหันมาบอกผมแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ผมเลยก้มมองแครอทที่กำลังยืนมองหน้าผมอยู่

“ขอผูกเนคไทให้เสร็จก่อนละกัน เดี๋ยวมาเล่นด้วย” ผมว่าออกไปกับหมาตัวเล็กแล้วหันไปที่หน้ากระจกก่อนจะมองเงาตัวเองที่สะท้อนออกมาแล้วผูกเนคไทไปด้วย

“มานี่มา” พอผูกเสร็จผมเลยก้มตัวลงไปอุ้มแครอทขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องลงไปข้างล่างทันที ผมทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางวางแครอทลงบนตัก ผมเล่นกับแครอทไปได้สักพักซินก็เดินลงบันไดมา

“แล้วแครอทจะเอายังไง” ผมถามขึ้นมาทันทีที่ซินเดินเข้ามาหาผมแล้วสะพายกระเป๋านักเรียนของตัวเองไว้ ซินทำท่านึกสักพักก่อนที่จะตอบออกมาเสียงเรียบ

“เอาไปฝากไว้กับน้าพิมก่อนละกัน ผมฝากแครอทไว้กับครูนะเดี๋ยวผมขับรถเอง ซ้อนท้ายแล้วมันไม่ถนัดน่ะ” ว่าแล้วก็เดินหยิบกุญแจรถผมออกไปจากตัวบ้านแล้วเดินตรงไปที่รถให้ผมได้แต่อุ้มแครอทพลางใส่แจ็คเก็ตและสะพายกระเป๋าแล้วเดินตามไป ผมล็อคกุญแจบ้านก่อนที่จะเดินไปหาซินที่จอดรถใส่หมวกกันน็อครออยู่หน้าบ้าน

“พี่พาย อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงของตะวันดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมอง ก็เห็นตะวันนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์เตรียมตัวกำลังจะไปโรงเรียน

“อรุณสวัสดิ์ เราจะไปโรงเรียนแล้วใช่ไหม ขับรถดีๆล่ะตะวัน” ผมว่าพลางขยับตัวขึ้นไปซ้อนท้ายซินไว้แล้วอุ้มแครอทไว้

“งานของพี่ พี่ทำใกล้เสร็จรึยัง” ตะวันว่าพลางมองมายังผมที่กำลังใส่หมวกกันน็อคอยู่ ผมเลยส่ายหน้าให้ตะวันเบาๆแทนคำตอบก่อนที่ตะวันจะพูดต่อ

“เดี๋ยวตอนเย็นผมมาช่วยนะ”

“ขอบใจมาก เราไปโรงเรียนได้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะสายเอานะ” สิ้นสุดประโยคผมตะวันก็พยักหน้าให้เบาๆก่อนที่จะขับรถออกไป “นายก็ไปได้แล้ว จอดรอพ่อตัดริบบิ้นรึไง”

“พูดกับผมให้มันเพราะๆเหมือนกับที่พูดกับตะวันไม่ได้รึไง” ซินพูดขึ้นมาเสียงเรียบพลางขับรถออกไปตามที่ผมบอก

“ทำไม ก็ครูจะพูดแบบนี้กับนายแล้วมันทำไม ครูพูดไม่ได้เหรอ” ผมว่าพลางขยับเข้าไปหาคนที่กำลังขับรถอยู่ แต่พอสิ้นสุดคำพูดของผม บทสนทนาก็จบลงทันที ไม่มีใครพูดอะไรต่อจนกระทั้งถึงโรงเรียน

“อ้าวนี่ แครอท” ผมว่าพลางยื่นแครอทให้คนข้างๆที่กำลังเดินไปที่อาคาร แต่ผมไม่ได้จะไปที่อาคารไง ผมจะไปโรงอาหารของโรงเรียนเพื่อกินข้าวเช้า แล้วซินก็รับแครอทไปจากผมโดยที่ไม่พูดอะไรต่อ

“นี่ อย่าลืมไปกินข้าวเช้าด้วยล่ะ” ผมว่าระหว่างที่ซินเดินออกไป เขาไม่ได้หันกลับมามองผมเลยสักนิดระหว่างที่ผมกำลังพูดด้วย

เป็นอะไรของเขาวะ..

ผมคิดในใจก่อนที่จะเดินเข้าโรงอาหารไป ผมเดินไปซื้อข้าวเสร็จก็เดินกลับมานั่งกินข้าวที่โต๊ะคนเดียว กินไปเรื่อยๆใกล้จะจนหมดเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามผมก็เลื่อนออกแล้วตามด้วยร่างที่คุ้นเคยนั่งลงตรงข้ามผม

“รอพี่หน่อยได้ไหม พี่ไม่มีเพื่อนนั่งกินข้าวด้วยน่ะ” พี่นุว่าขึ้นพลางส่งยิ้มให้ผมก่อนที่ผมจะมองข้าวในจานตัวเองแล้วพยักหน้าให้คนตรงข้ามเบาๆ

“ได้ครับลุง” ผมว่าพลางส่งยิ้มให้คนตรงข้ามก่อนที่จะค่อยๆกินข้าวในจานของตัวเองช้าๆเพื่อรอคนตรงข้ามที่กำลังจัดการกับอาหารตรงหน้าตัวเอง

“บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่าพี่ เรียกแต่ลุงอยู่นั่นแหละ ถ้ายังเรียกไม่เลิกอยู่แบบนี้คงต้องสั่งสอนสักหน่อยแล้วล่ะมั้ง อยากโดนว้ากเหมือนตอนอยู่มหา’ลัยไหมครับน้อง” ว่าจบพี่นุก็ยื่นมือเข้ามาพลักหัวผมก่อนที่จะชักมือกลับไปกินข้าวต่อ

ใช่แล้วครับ ตอนผมอยู่ปี1พี่นุก็อยู่ปี3 พี่เขาก็เป็นพี่ว้ากพอดี เป็นพี่ว้ากอย่างเดียวน่ะผมจะไม่ว่าอะไรหรอก แต่นี่ดันมาเป็นเฮดว้ากซะด้วย เวลามีกิจกรรมอะไรล่ะก็ผมล่ะโดนหนักสุด ในฐานะที่เป็นสายรหัสของพี่เขา

“เหอะ! ไม่อยากโดนแล้วครับพี่ คนอะไรไม่รู้โหดชะมัดยาด” แล้วผมก็ยื่นหน้าเข้าไปจงใจพูดกระแทกเสียงใส่พี่มันเต็มๆตามด้วยเสียงบ่นอุบให้พี่มันได้หัวเราะ

“อยากมีพี่เป็นพี่ในสายรหัสเองหนิ ทำใจหน่อยละกัน” พี่นุว่าขึ้นมาพลางตักข้าวทำสุดท้ายเข้าปากไป

“รู้แล้วล่ะน่า แต่ผมตามพี่มาที่นี่ก็กะว่าเวลามีอะไรก็จะใช้พี่นั่นแหละ ไม่ต้องห่วง” ผมเอ่ยออกไปพลางส่งยิ้มให้กับคนนั่งอยู่ตรงข้ามกับผมที่กำลังกินน้ำเปล่าตามหลังจากที่กินข้าวเสร็จ

“ขอบใจนะหลานรัก เอาจานพี่ไปเก็บที” ว่าเสร็จก็เลื่อนจานของพี่เขามาให้ผมเก็บ ผมที่กำลังจะอ้าปากเถียงก็ต้องหุบลงทันทีที่พี่นุพูดแทรกขึ้นมา

“เดี๋ยวตอนกลางวันเลี้ยงข้าว”

“พูดอะไรกับคนอื่นไว้ ตัวเองก็จำให้ได้ด้วยนะ” สิ้นสุดคำพูดผมก็ลุกขึ้นเดินไปเก็บจานแล้วเดินมาหาคนที่กำลังนั่งรออยู่ พี่นุลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นอาคารไปที่ห้องคณิตพร้อมๆกับผม เอาของไปเก็บน่ะครับ

“พาย นายจะลงไปข้างล่างเลยรึเปล่าหรือว่าจะรอให้เรียกแถวก่อนค่อยลงไปข้างล่าง” พี่นุเดินเข้ามาหาผมที่โต๊ะแล้วเอ่ยถาม ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบออกไป

“ไม่รู้สิ แล้วพี่อ่ะจะลงไปเลยรึเปล่า”

“แหม่ เห็นยืนคิดซะนานก็นึกว่าจะคิดออก พี่ว่าพี่ก็กะจะลงไปเลยนั่นแหละ ลงไปดูเด็กๆด้วย” พี่นุว่าขึ้นมาพลางกอดอกมองผมก่อนที่ผมจะพูดต่อ

“งั้นผมลงไปพร้อมกับพี่เลยก็ได้” ผมว่าพลางเดินนำพี่นุเดินออกไปจากห้องหมวดก่อนที่จะหันไปหาพี่นุที่กำลังเดินเข้ามาหาผม

“ว่าแต่นายน่ะ เมื่อไหร่จะคืนหมวกกันน็อคสำรองของพี่สักทีล่ะ” พี่นุพูดขึ้นมาระหว่างที่เดินขึ้นมาตีคู่กับผมแล้วยกมือขึ้นมาวางไว้บนหัวผมเบาๆ

“หมวกกันน็อค? อ๋อ เดี๋ยวดูก่อนนะพี่ ผมคืนให้ภายในอาทิตย์นี้แหละ ขอดูสถาณการณ์ก่อนนะ” ผมว่าพลางเดินลงบันไดไปข้างล่างแล้วหันไปมองหน้าพี่เขาที่กำลังมองผมอยู่ก่อนแล้ว

“นายเอาไปให้ใครใส่”

“ให้เซอินน่ะครับ ท่านผู้อำนวยการให้ผมกับเซอินช่วยกันเคียร์งานเอกสารที่ท่านให้มาให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ เซอินเลยไปทำงานที่บ้านผมน่ะ เมื่อวันศุกร์ผมเลยยืมหมวกกันน็อคของพี่ไปก่อน พี่ต้องใช้รึเปล่า” แล้วผมก็อธิบายออกไปให้พี่นุได้ฟัง เวลาคุยกับคนอื่นเรียกซินว่าเซอินดีกว่า เรียกซินแล้วมันฟังดูแปลกๆถ้าต้องเรียกต่อหน้าคนอื่น

“เซอิน? ทำงานบ้านนาย? ค้างคืนเหรอ?” แล้วพี่นุก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมเลยพยักหน้าให้พี่เขาเบาๆแทนคำตอบ

“นี่ พี่มีเรื่องจะบอกนายให้นายระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” ว่าแล้วพี่นุก็เลื่อนมือที่วางอยู่บนหัวลงมาวางไว้บนไหล่ผมทั้งสองข้างพลางบีบไว้แน่นก่อนที่จะขยับตัวเข้ามาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆผมแล้วกระซิบข้างหู

“เซอินน่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายเพลย์บอย มีเรื่องอย่างว่ากับผู้หญิงนับไม่ท้วน เปลี่ยนผู้หญิงควงไม่ซ้ำหน้า พี่ว่านายอยู่ในห่างจากเซอินหน่อยก็ดี เพื่อตัวของนายนะ” พี่นุว่าขึ้นมาเสียงเย็นก่อนที่ประโยคสุดท้ายจะผละออกมาแล้วก็ใช้นิ้วจิ้มเข้ามาที่กลางอกของผม

“แล้วพี่มาบอกผมทำไมล่ะ ผมไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย” แล้วผมก็ทำหน้างุนงงใส่พี่เขาแล้วถามกลับ พี่มันมองหน้าผมก่อนที่จะส่ายหัวกับประโยคที่ผมพูดออกมาแล้วว่าต่อ

“นายนี่ ไม่รู้เลยรึไงว่าตัวเองบอบบางยังกะผู้หญิง แถมถอดแว่นออกมายังจะสวยกว่าผู้หญิงบางคนอีก แล้วนายก็มาถามพี่กลับเนี่ยนะว่าพี่จะมาบอกนายทำไม ทำไมนายเป็นเด็กแบบนี้ห้ะ เดี๋ยวก็โดนจับไปขายหรอก” ประโยคหลังพี่นุว่าขึ้นมาด้วยความติดตลกก่อนที่จะขยี้หัวผมเบาๆแล้วเดินนำไปที่สนามบาส

“ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อยนะพี่ ผมอายุยี่สิบห้าแล้วนะผมโตแล้ว แล้วก็อีกอย่างนึงพี่บอกว่าผมบอบบางใช่ไหม เห็นอย่างงี้ผมก็มีกล้าม มีซิกแพคเหมือนกันนะ” ผมว่าขึ้นแล้วรีบเดินตามพี่นุไปติดๆ

“เหรอ ไหนล่ะ” แล้วพี่นุก็หยุดเดินแล้วกอดอกมองผมด้วยสายตาหยอกเย้า

“นี่ไง” ผมว่าพลางชี้ไปที่หน้าท้องของตัวเองก่อนที่พี่นุจะเลิกคิ้วสูงแล้วหัวเราะออกมา “โถ่พาย ทำยังกะว่าพี่เห็นทะลุเสื้อนายได้อย่างนั้นล่ะ” ว่าจบพี่นุก็ส่ายหัวเบาๆ

“โอ๊ะ! ครูพิภัชอยู่นี่เอง” ผมได้ยินเสียงเด็กนักเรียนดังขึ้นมาจากข้างหลังให้ผมได้หันไปมองก็เห็นเด็กนักเรียนห้องม.6/5ที่ผมเป็นที่ปรึกษาอยู่กำลังวิ่งเข้ามาหาผม รู้สึกว่าน่าจะเป็นเพื่อนของซินนะ..

“ครูครับ ผมขอถามไรหน่อยดิ” แล้วเพื่อนของซินก็เอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเดินเข้ามาหาผม ผมเลยหันไปคุยกับเด็กนักเรียนที่เดินเข้ามาดีๆพลางเลิกคิ้วสูง

“ว่าไง”

“เมื่อเช้าผมเห็นเซอินมาพร้อมกับครูอ่ะ บ้านครูอยู่ใกล้กับเซอินเหรอ” เพื่อนของซินเอ่ยถามผมขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมมองหน้าเด็กคนนั้นสักพักก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปมองยังเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆที่เดินมาพร้อมกันเมื่อกี้

“ถ้าจำไม่ผิดเธอชื่อเบลล์ ส่วนเธอก็พฤกษ์ใช่ไหม พวกเธอเป็นเพื่อนของเซอินสินะ”

“ครูจำพวกผมได้ด้วยเหรอ” แล้วคนที่ถามผมเรียกว่าเบลล์ก็เอ่ยขึ้นมา พูดอย่างนี้แสดงว่าผมเดาถูก แล้วพอเบลล์ถามจบผมเลยพยักหน้าให้เบลล์เบาๆ

“ครูพิภัชอ่ะ ตอบคำถามผมก่อนสิ ทำไมครูกับเซอินถึงมาโรงเรียนพร้อมกันล่ะ”

“ก็ผอ.ให้เซอินมาช่วยครูทำงาน เซอินก็เลยค้างคืนที่บ้านครูเท่านั้นเอง พวกเธอจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ” ผมเลิกคิ้วสูงแล้วเอ่ยถามต่อ

“ก็ปกติพวกผมไม่ค่อยเห็นเซอินไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นนี่นา นอกจากจะเป็นพวกผม แต่ถ้าเป็นผู้หญิงล่ะก็พวกผมจะไม่แปลกใจเลย ผมก็เลยสงสัยไงว่าทำไมเซอินถึงมากับครู” ผมมองหน้าเบลล์ก่อนที่จะหันไปมองหน้าพฤกษ์ที่กำลังพยักหน้าเห็นด้วยกับที่เบลล์พูดอยู่ข้างๆ

“ขอบคุณมากนะครับที่ตอบคำถามพวกผม ไปเข้าแถวก่อนนะครับครู ครูพิภัชก็ไปเฝ้าที่แถวด้วยนะ” เบลล์ว่าขึ้นมาก่อนที่จะเดินออกไป แต่ยังไม่ทันที่จะได้หันหลังกลับผมก็เรียกไว้ก่อน

“เธอชื่อเล่นชื่ออะไรล่ะ ครูจำได้แต่ชื่อจริงครูอยากรู้ชื่อเล่นของเธอ” ผมหันไปพูดกับพฤกษ์ที่กำลังยืนมองหน้าผมอยู่

“ครูลองทายดูสิ หน้าอย่างมันจะชื่ออะไร ชื่อเล่นมันเดาง่ายมากเลยครู” แต่ยังไม่ทันได้เปิดปากบอกชื่อเล่นกับผม เบลล์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาซะก่อน

“เดาง่ายเหรอ.. ชื่อจริงชื่อพฤกษ์ ชื่อเล่นก็คงจะเป็น ป่า?” ผมว่าพลางมองหน้าพฤกษ์ แต่เบลล์เนี่ยขำพรืดออกมาเลยครับ

“พฤกษ์บ้านใครแปลว่าป่าห้ะ พาย” แล้วพี่นุที่ยืนอยู่ข้างๆก็เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่นานตั้งแต่เริ่มบทสนทนากัน ผมหันไปมองเคืองๆก่อนที่จะหันกลับไปเดาชื่อต่อ

“งั้นป่าไม้”

“พี่ก็พูดไปแล้วหนิว่าพฤกษ์ไม่ได้แปลว่าป่า นายก็ยังจะทายว่าเป็นป่าอีกเนอะ” พี่นุว่าขึ้นมาด้วยเสียงเอือมระอาก่อนที่จะผลักหัวผมเบาๆทีหนึ่ง

“งั้นก็คงจะเป็นต้นไม้ ชื่อต้นไม้ใช่ไหม” ผมชี้หน้าเด็กนักเรียนที่ผมกำลังทายชื่อเล่นอยู่ แล้วต้นไม้ก็พยักหน้าให้ผมเบาๆพลางทำหน้านิ่งเรียบใส่ผม

“โอเค ครูจะจำไว้” แล้วผมก็ยิ้มให้ต้นไม้ก่อน เห็นเด็กทำหน้านิ่งใส่ไม่รู้มีเรื่องอะไรไม่ถูกใจรึเปล่า ที่ยิ้มไว้ก่อนก็เผื่อเด็กจะไม่ได้คิดอะไรแล้วยิ้มตอบผมบ้าง แล้วก็จริงอย่างที่ผมคิด พอผมยิ้มให้ต้นไม้เขาก็คลี่ยิ้มให้ผมบางๆก่อนที่จะมีเสียงแทรกขึ้นมาอีก

“เบลล์ ไม้ ทำไรอยู่วะ ไม่เข้าแถวรึไง” เสียงคุ้นหูที่ผมได้ยินมาตลอดเสาร์อาทิตย์นี้ดังขึ้นมาพร้อมกับปรากฎกายให้ได้เห็น

เซอินเดินเข้ามาหาเพื่อนของเขาทั้งสองคนก่อนที่จะชะงักทันทีที่เห็นผมยืนอยู่ด้วย ผมมองไปยังเซอินที่เพิ่งเดินเข้ามา สบตาได้แค่แป๊บเดียวเขาก็หลบตาผมก่อนที่จะหันไปคุยกับเพื่อนทั้งสองของเขา

“ไปเข้าแถวกันได้แล้ว” ว่าจบซินก็ลากเพื่อนทั้งสองคนเดินไปที่สนามบาสเพื่อเข้าแถวในตอนเช้า ผมได้แต่มองตามทั้งสามคนที่เดินออกไป แต่มองไปที่ซินเป็นพิเศษ

“โกรธอะไรกูรึเปล่าวะ..” ผมพึมพำออกมาเบาๆพลางมองซินไปจนลับสายตา

“เมื่อกี้นายว่าไงนะ” พี่นุเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผมขยับปากพูดอยู่คนเดียว ผมเลยหันไปมองหน้าพี่เขาพลางส่ายหน้าให้เบาๆ

“ไปเฝ้าแถวกันเถอะครับ”



หลังเลิกเรียน

ผมเก็บของทั้งหมดลงกระเป๋าทันทีที่ได้เวลากลับบ้านของผม ต้องรีบไปทำงานให้เสร็จครับ ส่งภายในอาทิตย์นี้หนินา เก็บของเสร็จผมเลยรีบเดินออกไปจากห้องพักครูแล้วกำลังจะตรงไปที่ลานจอดรถ แต่นึกขึ้นได้ก่อนว่าต้องไปหาใครบางคน

จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะเดินไปที่จอดรถก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ห้องม.6/5ทันที เซอินจะอยู่ไหมนะ.. แล้วพอผมไปถึงห้องก็ต้องพบแต่ความว่างเปล่า ผมยืนเกาหัวพลางครุ่นคิดอยู่นานสองนาน

“ครูพิภัช” เสียงของใครบางคนดังขึ้นให้ผมได้หันไปมอง

“อ้าวต้นไม้ ยังไม่กลับอีกเหรอ เย็นมากแล้วนะ” ผมว่าพลางมองเด็กที่กำลังเดินเข้ามาหาผมก่อนที่จะเอ่ยปากพูดออกมา

“กำลังจะกลับครับ ผมมาเอากระเป๋า” ว่าแล้วต้นไม้ก็เดินเข้าไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะหลังห้อง ก่อนที่จะเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาหาผม

“ผมเห็นเซอินยืนอยู่ตรงรถครู” ต้นไม้ว่าขึ้นมาพลางเดินออกจากห้องก่อนที่จะหันกลับมาแล้วยกมือไหว้ผมพลางเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “ผมไปก่อนนะ สวัสดีครับ”

“อ่า..”

          ผมมองตามต้นไม้ที่เดินออกไปก่อนที่จะหันกลับมามองสภาพห้องเรียนของเด็กที่เต็มไปด้วยขยะ โต๊ะก็ไม่จัด เก้าอี้ก็ไม่ยกขึ้น หน้าต่างห้องก็ไม่ปิดอีก ผมเดินไปยังบอร์ดที่ติดอยู่หน้าห้อง รายชื่อเวรทำความสะอาดประจำวันก็มีหนิแล้วทำไมถึงไม่ทำกัน

ผมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะครูก่อนที่จะเดินเข้าไปยกเก้าอี้ทุกตัวขึ้นพลางจัดโต๊ะไปด้วย ผมมองไปยังโต๊ะเรียนสามตัวที่เรียงติดกันผิดแปลกจากโต๊ะอื่นอยู่สักพัก ก่อนที่จะจับโต๊ะอีกตัวนึงแยกออกจากกัน ผมรู้ว่าโต๊ะนี้เป็นของใคร ก็ของต้นไม้ไง

พอจัดโต๊ะเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อย ผมก็เดินไปหยิบไม้กวาดที่อยู่หลังห้องออกมาแล้วกวาดทั่วห้อง

“คะ..ครูพิภัช!?” เสียงของผู้หญิงบางคนดังขึ้นมาจากหน้าห้องให้ผมได้หันไปมอง

“น้ำ? ยังไม่กลับอีกเหรอมันเย็นมากแล้วนะ” ผมเอ่ยขึ้นมาทันทีที่เห็นเด็กห้องผมยังไม่กลับบ้านกันสักทีทั้งที่มันเย็นมากแล้ว น้ำมองผมด้วยความตกใจก่อนที่จะรีบเดินเข้ามาแย่งไม้กวาดไปจากมือของผม

“ครูพิภัชมาทำแบบนี้ทำไมคะ ไม่ใช่หน้าที่ครูสักหน่อย เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ” ว่าแล้วน้ำก็เริ่มกวาดพื้นห้องต่อจากผมทันที

“แต่วันนี้มันไม่ใช่เวรของน้ำหนิ” ผมว่าขึ้นมาก่อนที่จะเดินไปหยิบไม้กวาดอีกด้ามมาช่วยน้ำกวาดอีกแรง น้ำเงียบไปสักพักก่อนตอบออกมา

“เพราะหนูเป็นหัวหน้าห้องไง” น้ำตอบออกมาเสียงอ่อนพลางกวาดห้องต่อเรื่อยๆ

“เพื่อนที่ห้องไม่ทำเวรกันเหรอ เดี๋ยวพรุ่งนี้ครูจะจัดการให้” ผมว่าแล้วก็กวาดไปจนทั่วห้องก่อนที่จะโกยขยะลงถังจนหมดแล้วเดินไปปิดหน้าต่างห้อง

“เฮ้อ.. เสร็จสักที เหมือนกรรมตามสนองเลยแฮะ” ผมพึมพำขึ้นมาหลังจากที่ปิดหน้าต่างห้องจนครบหมดทุกบาน

“ทำไมเหรอคะ เมื่อก่อนตอนเด็กๆครูไม่ยอมทำเวรห้องเหรอ” แล้วน้ำก็เอ่ยขึ้นมาพลางสะพายกระเป๋านักเรียนแล้วเดินมาที่ผมที่กำลังยืนสะพายกระเป๋าอยู่หน้าห้อง

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วขยะนี่ต้องเอาลงไปทิ้งข้างล่างรึเปล่า” ผมว่าพลางพยักพเยิดไปยังถังขยะที่อยู่หลังห้อง

“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณลุงภารโรงก็มาเก็บ ครูกลับบ้านไปได้แล้วพรุ่งนี้ครูก็ไม่ต้องมาแย่งหนูทำเวรอีกนะ หนูกลับบ้านก่อนนะคะครู สวัสดีค่ะ” น้ำว่าพลางรีบเดินออกจากห้องไป

พอผมเห็นน้ำเดินออกไปแล้วผมเลยเดินไปที่จอดรถบ้างก็เห็นซินยังยืนอยู่ตรงรถผมอย่างที่ต้นไม้บอกก่อนหน้านี้ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆหาคนที่กำลังยืนใส่หูฟังแล้วฟังเพลงอยู่ก่อนที่ผมจะเอ่ยออกไป

“ซิน”

“...” เงียบครับ ยังเงียบอยู่ ที่เงียบเนี่ยไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ได้ยินหรือว่าเงียบเพราะไม่อยากสนใจผมกันแน่ แล้วพอซินยังคงเงียบยืนหลับตาฟังเพลงอยู่ผมก็เลยเขาไปสะกิดเขาแล้วพูดอีกที

“ซิน”

คราวนี้ได้ผลครับ เขาหันมามองหน้าผมก่อนที่จะถอดหูฟังออกแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนที่จะหยิบหมวกกันน็อคที่วางอยู่ในตะกร้าหน้ารถขึ้นมาแล้วใส่ให้ตัวเองก่อนที่จะหยิบอีกใบแล้วยื่นมาให้ผม ผมมองเขาด้วยความงุนงงระหว่างที่ซินขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของผมแล้วแบมือออกมา

“กุญแจรถเหรอ” ผมพูดออกไปพลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจรถออกมาแล้วส่งให้ซิน พอซินรับมาแล้วก็สตาร์ทรถทันทีทำให้ผมต้องรีบใส่หมวกกันน็อคแล้วขึ้นซ้อนท้ายซินไว้

พอผมจัดการกับตัวเองเสร็จซินก็ขับรถออกไปทันที ระหว่างทางซินเขาไม่พูดอะไรกับผมเลยสักคำ จนเป็นผมเองที่ต้องเป็นฝ่ายชวนคุยระหว่างที่ซินกำลังเลี้ยวเข้าไปในซอยบ้านของผม

“ซิน นายเป็นอะไรไปรึเปล่า” ผมว่าขึ้นมาข้างๆหูของเขา แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็คือความเงียบ ผมเลยต้องเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งนึง

“ซิน ได้ยินที่ครูพูดรึเปล่า” ว่าจบเขาก็ยังคงเงียบอยู่ คราวนี้แหละผมเลยคิดเลยว่าผมทำอะไรที่ขัดใจเขาไปบ้างรึเปล่า ..หรือว่าจะเป็นเรื่องเมื่อเช้า ตอนที่เขาบอกให้ผมพูดกับเขาดีๆแต่ผมกลับไปต่อปากต่อคำด้วย ตั้งแต่ตอนนั้นซินก็ไม่พูดอะไรกับผมอีกเลยนี่หว่า

“ซิน.. นายโกรธครูที่ครูพูดไม่เพราะกับนายเหรอ” สิ้นสุดคำพูดของผมซินดูจะชะงักไปนิดนึงก่อนที่จะทำเป็นไม่สนใจผมแล้วขับรถต่อจนถึงหน้าบ้าน

“ครูขอโทษนะ” ผมพูดไว้กับเขาแค่นี้ก่อนที่จะเดินลงรถไปหาตะวันที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน แล้วหยิบกุญแจบ้านออกมาก่อนจะไขเข้าไปข้างในแล้วเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำเลย

วันนี้ก็ดำเนินไปเรื่อยๆเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา จะแปลกไปสักหน่อยก็ตรงที่ซินไม่พูดอะไรกับผมเลยเนี่ยสิ พอจะชวนคุยเขาก็ลุกหนีหรือทำเป็นไม่สนใจบ้างล่ะ ทำเป็นไม่ได้ยินบ้างล่ะ จนผมกลายเป็นคนที่หงุดหงิดซะเองแล้วต้องรีบอาบน้ำเข้านอนเพื่อลืมความหงุดหงิดลงไป กว่าจะหายหงุดหงิดได้ก็ตอนที่ซินที่กำลังนอนอยู่ข้างผมหลับไปก่อนผมแล้ว

พอผมจะหลับตามบ้างก็มีท่อนแขนพาดมายังตัวของผมให้ผมได้หันไปมองยังต้นเหตุ ผมก็เห็นซินกำลังกอดผมอยู่แถมยังเอาหน้ามาซุกเข้ากับคอผมด้วย ผมเลยจะหันไปมองหน้าเขาชัดๆแต่ก็ต้องสะดุ้งเข้ากับลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังรดต้นคอผมอยู่ ทำเอาซะผมขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

ผมหันกลับไปนอนหันหลังใส่เขาเหมือนเดิมแล้วปล่อยให้นอนกอดผมต่อ เขาน่าจะคิดว่าผมเป็นหมอนข้างนั่นแหละถึงได้พาดขามาด้วย

หมอนข้าง... เราเป็นหมอนข้างไง จะหน้าแดงทำไมวะ!







ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #64 2222548 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 20:07
    ซินหนูตั้งใจใช่ไหมลูก
    # สู้ๆน่ะค่ะ
    #64
    0