[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 6 : ModifyLove05 : Call me ‘Sin’ [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 ก.ย. 59


ModifyLove
05
Call me ‘Sin’
[Sein Part]



ตอนนี้ผมกับครูและน้องข้างบ้านครูกำลังนั่งกินมาม่าข้าวเที่ยงบวกกับข้าวเย็นไปด้วย ดูการ์ตูนที่ครูบอกชอบนักชอบหนาไปด้วย ไอ้ตอนที่พี่ชายของตัวเอกตายมันก็หน้าเศร้าอยู่หรอก แต่บอกเลยว่าแค่นั้นมันไม่ได้ทำให้ผมเศร้าเลยสักนิด

จะมีก็แต่ครูพายที่นั่งข้างๆผมเนี่ยแหละที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เวลาที่ดูไอ้ตัวสีขาวๆทำอะไรน่ารักๆ จริงๆมันก็ไม่ได้น่ารักอะไรมากหรอก กะอีแค่ตัวขาวๆเข้าไปกอดเด็กหัวตั้งนั่น แล้วผมก็นั่งดูมาเรื่อยๆ

“อ้าวเซอิน ร้องไห้เหรอ” เสียงของครูพายดังขึ้นมาทันทีเลยทำให้ผมรีบเช็ดน้ำตาก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆที่กำลังส่งยิ้มเย้ยมาให้

“ไม่ได้ร้อง แค่เหงื่อออกจากตา” ผมตอบออกไปเสียงเรียบ

“เหอะ เหงื่อมันออกจากตาได้ด้วยเหรอ อย่ามาแหลเลย เห็นๆกันอยู่” แถมยังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าอีก โอเค ผมยอมรับก็ได้ มันก็ซึ้งอยู่หรอกเรื่องนี้

“แล้วครูจะทำโทษอะไรล่ะ” ผมหันไปมองอีกคนที่กำลังดูการ์ตูนอยู่ แต่พอครูไม่ตอบสักทีผมเลยหันกลับไปดูต่อ จนจบเรื่องอ่ะครับครูเขาถึงหันมาหาผมแล้วบอกบทลงโทษ

“เอาหม้อกับชามไปล้าง” ว่าแล้วก็ยกชามสามใบซ้อนกันแล้ววางลงในหม้อที่วางเปล่า พวกเราสามคนกินมันจนหมดเลยครับน้ำนี่ไม่เหลือเลยสักหยด เป็นเพราะครูทำอร่อยหรือว่าเพราะหิวกันมากก็ไม่รู้ แต่ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังนะเพราะว่าไม่ได้กินอะไรกันเลยตั้งแต่เช้า ไอ้ผมน่ะตั้งแต่เช้า แต่น้องข้างบ้านครูเนี่ยน่าจะแค่ข้าวเที่ยงอย่างเดียว

ผมก็ยกหม้อเข้าไปในครัวโดยที่ไม่ได้เถียงหรือต่อปากต่อคำอะไรก่อนที่จะล้างจานตามที่ครูสั่ง ระหว่างล้างไปด้วยผมก็เหลือบมองครูพายกับตะวันไปด้วย อยู่ๆภาพที่ผมเห็นเมื่อวานหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วกะว่าจะเดินออกมาเอาชุดก็แว๊บเข้ามาในหัวของผมทันที

ผมว่าตะวันตั้งใจจะจูบกับครูแน่ๆ แต่พอตอนนั้นที่ครูหันไปมองตะวัน ครูเขาก็ตกใจนะ หน้าซีดเลยล่ะ

“ล้างให้สะอาดล่ะ” แล้วเสียงคุ้นหูของใครบางคนก็เอ่ยขึ้นมาจากข้างหลังของผมให้ผมที่กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที ผมหันไปมองครูพายหน้าตื่นทันทีที่สิ้นเสียง

“โถ่ครู ผมตกใจหมด” ผมพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก่อนที่จะค่อยๆขยับมาด้านข้างเพื่อให้ตัวเองเห็นได้ถนัดขึ้น ก็แน่นอนล่ะไปยืนอยู่หลังผมก็ต้องเขย่งขึ้น เพราะครูสูงแค่ปลายจมูกของผมเอง

“คิดเรื่องอะไรอยู่ล่ะ เรื่องพ่อแม่เหรอ กลัวเข้ามหา’ลัยแล้วกลัวไม่ได้เจอพ่อแม่รึไง” ครูพูดขึ้นมาระหว่างที่เอาผลไม้เข้าปากแล้วยืนพิงเคาท์เตอร์ล้างจานไว้

“ก็ประมาณนั้น กินบ้างดิครู” โกหกครับ จริงๆก็คิดเรื่องครูนั่นแหละ ผมพูดก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปแล้วอ้าปากให้ครูป้อนองุ่นพวงสีเขียวที่ครูกำลังถืออยู่ในมือ ครูมองผมก่อนที่จะเด็ดองุ่นเม็ดที่เล็กที่สุดเท่าที่ผมเห็นแล้วยื่นมือเข้ามาป้อนองุ่นใส่ปากผมก่อนที่จะเดินออกไป

“เฮ้ยครู ทำไมเม็ดเล็กจังอ่ะ ขอกินอีกดิ”

“ล้างจานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมากิน ยังมีอีกเยอะ” ครูหันมาตอบก่อนที่จะชี้ไปยังห้องนั่งเล่นแล้วหันกลับหายเข้าไปในห้องนั้น ผมเลยรีบล้างจานให้เสร็จก่อนที่จะตามครูเขาไปติดๆ

“ไหนองุ่นอ่ะครู” ผมร้องท้วงทันทีที่เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้วไม่เจอองุ่นสักพวง

“ครูกินหมดแล้ว” ครูเงยหน้าขึ้นมามองผมจากที่ครูเขากำลังนั่งดูทีวีอยู่ข้างๆตะวัน

“แล้วไหนครูบอกว่ามีเยอะ”

“ครูโกหกไง” แล้วครูเขาก็ตอบออกมาหน้าตาเฉยว่าโกหก ทำเอาผมถึงกับมุ่นคิ้วทันที ผมมองหน้าครูไม่ละสายตาก่อนที่ครูจะเลิกคิ้วสูงแล้วส่งยิ้มให้

“นั่งดูหนังด้วยกันก่อนสิ” ว่าจบครูก็พยักพเยิดไปยังเบาะรองนั่งที่วางอยู่บนพื้น ผมมองตามก่อนที่จะชี้ไปยังเบาะแล้วเลิกคิ้วสูงเชิงถามว่า ‘ให้ผมนั่งเหรอ’ แล้วครูก็พยักหน้าให้ผมทันที

แม่ง...คนอื่นนั่งโซฟาแล้วให้กูนั่งพื้นเนี่ยนะ

Rrrrrrrr.

เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นมาทำให้ผมต้องล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วมองเบอร์ที่โทรเข้ามา พอรู้ว่าเป็นใครผมเลยเดินออกไปจากบ้านแล้วกดรับสาย

“มีอะไร” ผมกรอกเสียงลงโทรศัพท์ทันทีที่กดรับ

“ทำไมเมื่อวานไม่กลับบ้าน ถ้าเมื่อวานฉันไม่กลับบ้านแครอทจะอยู่ยังไง ใครจะให้อาหาร คราวหลังจะไปไหนนายก็เอาแครอทไปด้วยสิถ้านายจะไม่อยู่บ้านน่ะ” เสียงพี่สาวผมเอ่ยขึ้นมาทันที แครอทที่ว่าก็หมาพันธุ์ชิวาวาของผมเองแหละครับ

“เออน่า วันนี้เดี๋ยวกลับ” ผมบอกปัดก่อนหันไปมองครูที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน

“แล้วนี่ไปทำอะไรอยู่ที่ไหน”

“อยู่บ้านครู ช่วยครูทำงานตามที่น้าพิมสั่ง” ผมตอบออกไปพลางเด็ดใบไม้ที่อยู่เหนือหัวของผมจากต้นไม้ที่อยู่ในบ้านของครูเอามาเล่น ฉีกไปฉีกมาจนเหลือแต่ก้านแล้วโยนทิ้งไปเด็ดมาอีกใบนึง

“ครูคนไหน ฉันล่ะอยากเห็นหน้าจริงๆนายถึงยอมช่วยเนี่ย”

“ครูที่ปรึกษา น้าพิมให้ช่วยเพราะผมต้องเรียนพิเศษกับครูเขาเพื่อที่ผมจะได้สอบเข้ามหาลัยXXXให้ได้ตามที่พ่อกับแม่บอก ผมกับพี่จะได้อยู่กับพ่อแม่อีกครั้ง” ผมอธิบายออกไปเพราะคิดว่าน้าพิมน่าจะยังไม่ได้บอกพี่สาวผม

“จริงเหรอ ถ้านายเข้ามหา’ลัยนั่นได้ พ่อแม่จะกลับมาเหรอ!” เสียงของพี่สาวผมดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าจะได้อยู่กับพ่อแม่อีกครั้ง

“หน้าอย่างผมเคยโกหกพี่ไหมล่ะ”

“โกหกตลอด งั้นเดี๋ยวฉันช่วยติวให้นายด้วยอีกคน กลับบ้านมาเดี๋ยวนี้เลย” แล้วพี่สาวผมก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ

“ไม่ ไม่ต้องมาช่วยผมเลย พี่ไปเรียนให้มันรอดก่อนเถอะ อยากกลับเมื่อไหร่เดี๋ยวผมกลับเอง แค่นี้นะ” ผมว่าพลางรีบกดตัดสายทิ้งทันที พอวางสายเสร็จผมเลยเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วเดินไปนั่งตรงเบาะข้างล่างแล้วนั่งดูหนังเงียบๆจนจบเรื่อง

“เซอิน วันนี้นายจะกลับบ้านรึเปล่า” แล้วเสียงของครูพายที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ดังขึ้นมาหลังจากที่หนังจบ

“ครูเหลืองานอีกเยอะไหมล่ะ” ผมหันไปถามคนที่นั่งอยู่สูงกว่าผมก่อนที่ครูจะหันไปมองกล่องลังที่วางอยู่ข้างโซฟา “เหลือกล่องนึงกับอีกสองปึก”

“งั้นเดี๋ยวผมกลับไปเอาของที่บ้านแล้วกลับมาช่วยครู แล้วก็นอนค้างที่นี่เลย ผมจะช่วยครูจนกว่าจะเสร็จอ่ะเดี๋ยวผมเอาเสื้อผ้าและก็ชุดนักเรียนมาเผื่อวันจันทร์ด้วย” ผมว่าพลางลุกขึ้นยืน

“แล้วจะไปยังไง”

“ผมยืมมอเตอร์ไซค์ครูได้ไหมล่ะ” ผมว่าพลางชี้ไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในบ้าน ครูมองผมนิ่งๆก่อนที่จะหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟาแล้วโยนให้ผมก่อนที่จะพยักปลายคางไปที่มอเตอร์ไซค์

“งั้นเดี๋ยวผมรีบไปรีบมานะ”

“อย่ารีบมากจนเกิดอุบัติเหตุล่ะ ครูไม่อยากไปเยี่ยมนายที่โรงพยาบาล” ครูว่าขึ้นมายิ้มๆก่อนที่จะย้ายตัวเองลงมานั่งบนเบาะแล้วทำงานต่อ

“เป็นห่วงเหรอ” แล้วผมก็แกล้งพูดออกไปขณะที่กำลังจะเดินออกจากบ้านให้ครูได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร

“เป็นห่วงสิ นายเป็นเด็กนักเรียนของครูจะไม่ให้ครูห่วงได้ไง” ครูก็พูดออกมาก่อนที่จะไล่ให้ผมรีบไป ผมเลยรีบออกไปตามที่ครูบอก บ้านครูกับบ้านผมห่างกันไม่มากหรอกครับ ขับไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

นึกถึงตอนแรกๆที่ได้เจอกับครูแล้วผมตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่าจะทำให้ครูพายลาออกจากโรงเรียนนี้ให้ได้ แต่ดูตอนนี้สิ ผมกลับมาขลุกอยู่กับครูคอยช่วยงานครูให้เสร็จเพื่อที่ครูจะได้ติวสอบเข้ามหา’ลัยให้ผม นึกแล้วก็ตลกแฮะ ทั้งผมและพี่สาวต่างก็อยากจะอยู่กับพ่อแม่ด้วยกันทั้งคู่แหละครับ ให้ผมทำอะไรผมก็ยอม

ผมขับมอเตอร์ไซค์มาไม่นานก็จอดอยู่หน้าบ้าน ผมเลยลงไปเปิดประตูแล้วกลับมาเอารถของครูเข้าไปในบ้านก่อนที่จะก้าวขาเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่

“เฮ้ย.. ซิน! เข้าบ้านแล้วทำไมไม่ถอดหมวกกันน็อค! ฉันตกใจหมด!” พี่สาวผมโวยวายขึ้นมาทันทีที่ผมเข้าบ้านมาแล้วไม่ถอดหมวกกันน็อคออก ผมไม่สนใจหรอกครับ ผมนั่งลงแล้วเปิดกระจกหมวกกันน็อคออกแล้วเรียกหมาของผม

“แครอท มานี่มา” แล้วพอหมาของผมได้ยินเสียงของผมปุ๊บมันก็รีบวิ่งเข้ามาหาผมทันที ผมอุ้มแครอทขึ้นมาก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนบ้านแล้วตรงไปที่ห้องนอนของผมโดยที่ไม่สนใจเสียงของพี่สาวที่ก่นด่าผมตามหลังมา

ผมวางแครอทลงบนเตียงระหว่างที่ผมก็เดินไปหยิบกระเป๋าเป้มาวางลงบนเตียงแล้วค้นตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อผ้าที่คิดว่าน่าจะจำเป็นกับผมมาใส่กระเป๋าให้หมด รวมถึงชุดนักเรียนของผมด้วย

เอาแครอทไปบ้านครูด้วยครูพายจะว่าป่าววะ แต่ถ้าไม่เอาไปก็ไม่รู้จะอยู่กับใครเพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่สาวผมก็กลับไปที่คอนโดแล้ว เอาไปละกันเนอะ หวังว่าครูจะเข้าใจ

“พี่ราเชล ผมไปก่อนนะ จัดการบ้านให้เรียบร้อยก่อนไปด้วย” ผมว่าขึ้นหลังจากที่เดินออกมาจากห้องแล้วอุ้มแครอทไปด้วย

“นี่! นายจะทิ้งบ้านไปแบบนี้เลยเหรอซิน!” แล้วจะอยู่ฟังพี่บ่นทำไมล่ะครับ ผมหยิบแจ็คเก็ตออกมาใส่แล้วสะพายกระเป๋าตาม หลังจากนั้นค่อยอุ้มแครอทที่ยืนมองผมอยู่ข้างรถขึ้นมาแล้วเอาใส่ไว้ในแจ็คเก็ตของผมให้โผล่ออกมาแต่หัว

พอจัดการอะไรเสร็จหมดเรียบร้อย ผมเลยขับรถออกจากบ้านไป ระหว่างขับไปด้วยผมก็มองแครอทเป็นระยะไปด้วยว่ายังอยู่ดีรึเปล่า ตัวยิ่งเล็กๆอยู่ ขับไปได้ไม่นานผมก็มาถึงหน้าบ้านครูผมเลยบีบแตรให้ใครสักคนออกมาเปิดประตูให้

แล้วคนที่ออกมาก็คือตะวันครับ ตะวันออกมาเปิดประตูให้ผมก่อนที่ผมจะขับรถเข้าไปจอดในบ้านแล้วจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย หลังจากนั้นค่อยประคองแครอทที่ยังอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตของผมเข้าไปในบ้านตามตะวันเดินเข้าไป ยัดหัวแครอทเข้าไปด้วยครับ

“ครูพาย ผมเอาหมามาด้วยได้ไหม ที่บ้านไม่มีใครดูแล” แล้วพอเข้ามาในบ้านผมก็เอ่ยถามครูที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยความแปลกใจก่อนที่จะเอ่ยปากพูดกับผม

“ครูพาย?”

“ก็ครูนั่นแหละ”  ผมว่าพลางนั่งลงตรงข้ามอีกคน ขณะที่ตะวันนั่งลงข้างๆครูพาย ผมรู้ว่าทำไมครูถึงทวนซ้ำอีกทีเพราะครูเคยบอกในห้องเรียนไงว่าให้เรียกชื่อจริง แต่นี่ผมเรียกชื่อเล่น ครูเขาก็คงจะไม่ชอบใจหรอก

“เออช่าง แล้วเมื่อกี้บอกว่าอะไรนะ หมาเหรอ” ผิดคาดแฮะ ไม่ว่าเรื่องที่ผมเรียกชื่อเล่นเลย แล้วพอครูมองผมตาไม่กระพริบพอได้ยินว่าหมา ผมเลยไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่พยักหน้าให้เบาๆ

“เอาออกมา” แล้วครูก็พยักพเยิดไปยังท้องของผมที่มันตุงออกมาเพราะแครอท แถมแครอทยังดิ้นขลุกอยู่ข้างในอีก ผมเลยต้องรูดซิบแจ็คเก็ตเผยให้เห็นแครอทกำลังกัดเสื้อของตะวันที่ผมสวมใส่อยู่

“ชิวาวา” ครูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงมีชีวิตชีวาก่อนที่จะแบมือเชิงจะขออุ้มแครอท ผมเลยอุ้มแครอทออกจากตักแล้วยื่นให้ครูพร้อมบอกออกไป

“ชื่อแครอท ตัวเมียครับ”

“ตัวก็ตั้งเบ้อเร่อ แต่เลี้ยงหมาตัวแค่นี้เอง มันขัดๆกันอยู่เนอะแครอท” มีครั้งไหนบ้างไหมเนี่ยที่เวลาคุยกันกับครูแล้วครูไม่แกล้งไม่แขวะผม แล้วแถมยังจะไปทำตัวสนิทสนมกับหมาของผมอีก แล้วแครอทก็เหมือนจะทรยศผมนะ ครูทำอะไรกับมันก็เล่นกับครูหมดเลย

“โห่ครู ก็พี่สาวผมซื้อให้นี่หว่า เอาไว้เป็นเพื่อนผมเวลาที่ผมอยู่บ้านคนเดียว” ผมว่าพลางวางกระเป๋าลงแล้วถอดแจ็ตเก็ตออก แล้วค่อยหันไปมองครูพายที่กำลังเล่นกับแครอท

“พอๆ ทำงานต่อๆ” ครูว่าแล้วส่งแครอทมาให้ผมแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ แล้วครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ ทำงานกันจนถึงตีหนึ่งนู้นครูถึงไล่ให้ตะวันกลับไปนอนที่บ้านแล้วค่อยมาบอกให้ผมขึ้นไปอาบน้ำแล้วเข้านอน

“ครูพาย ครูก็นอนบ้างดิ หลับไม่เป็นเวลาเดี๋ยววันจันทร์ก็ปรับตัวไม่ทันหรอก” ผมว่าพลางเดินอุ้มแครอทลงมาจากชั้นบนหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว

“ครูหลับได้ตลอดเวลาแหละ นายขึ้นไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนเช้าครูค่อยไปนอน” แล้วครูก็ว่าขึ้นมาพลางก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไม่สนใจผม

“ครูก็ขึ้นไปนอนพร้อมผมสิ ไปเร็ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมช่วย เอกสารกล่องนี้ไม่ต้องทำไรมากเดี๋ยวก็เสร็จแล้วเนี่ย ครูมาพักผ่อนก่อนเถอะ” ผมว่าพลางดึงปากกาออกจากมือของครูแล้วดึงแขนครูให้ลุกตาม

“เซอิน...” แล้วครูก็หันมาปรามผมทางสายตา ถามว่าผมเห็นไหม ผมเห็น แล้วหยุดไหม ก็ไม่หยุดหรอกครับ

“เรียกผมว่าซินก็ได้” ผมว่าพลางมองหน้าครูที่มองหน้าผมด้วยสีหน้างุนงง ปนตกใจเล็กน้อย แล้วผมก็ใช้จังหวะที่ครูเผลอเนี่ยแหละกระชากแขนครูให้ลุกขึ้นยืน ตัวครูลอยหวือตามแรงกระชากของผมเลยล่ะครับ ไม่นึกว่าตัวครูจะเบาขนาดนี้ถ้าเทียบกับน้ำหนักของผู้ชายทั่วๆไปน่ะนะ

“นี่ครูหนักเท่าไหร่เนี่ย ตัวเบาชะมัด” ผมว่าพลางดันหลังครูขึ้นไปข้างบน มืออีกข้างก็อุ้มแครอทไว้ไม่ปล่อยไปไหน แล้วก่อนที่ครูจะเปิดประตูห้องครูก็หันมาเถียงกับผมต่อ

“เบาบ้านป้านายสิ ตัวหนักจะตาย”

“หนักบ้านลุงครูอ่ะดิ ผมกระชากแขนแค่ทีเดียวตัวครูยังลอยเลย” ผมเอื้อมเข้าไปเปิดประตูห้องแล้วดันครูเข้าไปข้างในเมื่อเห็นว่าครูไม่ยอมเข้าไปสักที

“อาบน้ำได้แล้วครู เดี๋ยวไม่สบาย” ว่าจบผมก็วางแครอทไว้บนพื้นแล้วหันไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนที่จะโยนให้ครู ครูมองผมอยู่สักพักก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไป

ผมทิ้งตัวลงบนเตียงใหญ่พลางคว้าตุ๊กตาที่อยู่บนหัวเตียงมาเล่น ตุ๊กตาจากเรื่องที่ครูให้ผมดูนั่นแหละครับ ชื่ออะไรสักอย่าง เบย์แม็กซ์มั้งถ้าจำไม่ผิด ผมนอนเล่นอยู่สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออก

“ครู อาบน้ำเสร็จ....” ผมหันไปมองครูทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออกเผยให้เห็นร่างบางของครูเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ตามตัวก็ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่บนแผงอกเปลือยเปล่า เห็นตัวเล็กแบบนี้จริงๆก็แอบมีกล้ามอยู่เหมือนกันแฮะ

“มองอะไร”

แล้วครูก็พูดขึ้นมาพลางเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหันหลังให้ผม ไม่ยักรู้ว่าเวลาครูอาบน้ำก็ใส่แว่นด้วย ผมเคยเห็นครูถอดแว่นแค่ครั้งเดียวเองครับ ตอนที่ผมถอดแว่นให้ครูก่อนที่ครูจะนอน เห็นตอนที่ครูหลับตาอีกด้วย

“เปล่าครับ ครูสักด้วยเหรอ” ผมว่าพลางลุกขึ้นนั่งพลางก้มลงอุ้มแครอทขึ้นมานั่งบนตักผมแล้วมองคนที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ ไม่ใช่เพราะว่าครูหันหลังให้ผมแล้วผมจะเห็นรอยสักหรอกครับ ครูเขาสักที่ไหปลาร้า ผมสังเกตเห็นตอนที่ครูเขาเดินออกมาจากห้องน้ำเมื่อกี้

“ใช่”

“สักว่าอะไรเหรอครับ ผมเห็นเป็นภาษาอังกฤษตัวเขียน แต่ผมเห็นไม่ชัด” ผมมองตามคนที่กำลังหอบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ก่อนที่ครูจะกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งครูเขาหันมาหาผมแล้วเอ่ยปากพูดออกมา

“True love begins when nothing is looked for in return”

“รักแท้จะเกิดขึ้นเมื่อเราไม่หวังผลตอบแทนใดๆจากอีกฝ่าย”

ผมแปลสำนวนภาษาอังกฤษออกมาเป็นภาษาไทยพลางมองหน้าเจ้าของรอยสักนั่นไว้ ครูพยักหน้าให้เบาๆเชิงบอกว่าผมแปลถูกต้องพลางยิ้มให้ผมไปด้วย ก่อนที่ครูจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกที

“ไม่หวังผลตอบแทนใดๆจากอีกฝ่าย..” ผมพึมพำเบาๆพลางลูบหัวแครอทไปด้วย สักพักครูก็เปิดประตูเดินออกมาด้วยสภาพชุดนอนสบายๆแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆผม

“ลงไป ครูจะนอนบนเตียง” ว่าอย่างเดียวไม่พอยังจะโยนหมอนอีกใบลงไปบนพื้นอีก

“อ้าวครู ผมอยากนอนบนเตียง บนพื้นมันแข็งจะตาย” แล้วผมก็โวยวายทันทีที่ครูไม่ยอมให้ผมนอนบนเตียง “ผมรู้ว่าครูไม่ยอมลงไปนอนข้างล่างหรอก นอนด้วยกันดิครูเตียงก็ตั้งกว้าง”

“เออก็ได้”

ครูคิดอยู่สักพักนึงก่อนตอบออกมาแล้วขยับที่ให้ผมนอนบ้าง พอครูขยับปุ๊บผมก็ปล่อยแครอทลงพื้นแล้วทิ้งตัวลงนอนทันที นอนไปสักพักบรรยากาศรอบๆมันเริ่มอึดอัดมากขึ้นเมื่อครูกับผมไม่ยอมเอ่ยปากพูดด้วยกันเลยตั้งแต่นอนลง

“ครูสักตั้งแต่ตอนไหนเหรอ” แล้วผมก็ชวนคุยขึ้นมา ครูเหลือบมองผมด้วยหางตาก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองเพดานห้องเหมือนเดิม

“ม.6”

ครูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผมก็ไม่แปลกใจหรอกเพราะไอ้ไม้กับไอ้เบลล์มันทั้งคู่ก็สักเหมือนกัน สักตอนอยู่ม.4 พวกมันชวนผมสักอยู่แต่ผมไม่ค่อยชอบสักลายเท่าไหร่ ผมเลยปฏิเสธพวกมันไป

“แล้วทำไมครูถึงสักประโยคนี้ล่ะ”

“เอาไว้คอยเตือนสติตัวเองน่ะ ครูไม่อยากเจอประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับพวกชอบหลอกใช้คนอื่นแล้วเอาความรักมาเป็นข้ออ้าง” ครูพูดพลางหันมามองหน้าผม

“ตอนนั้นครูอกหักเหรอ” ผมกลืนน้ำลายลงไปก่อนที่จะเอ่ยถามต่อ เพราะดูจากสีหน้าครูนี่จริงจังมาก ดูแค้นมากด้วย

“ครูโดนแฟนบอกเลิก”

“แฟนครูนี่ผู้ชายป่ะ”

ตุ้บ!

“โอ้ยครู! ผมแค่พูดเล่นเอง ถีบผมตกเตียงทำไมเนี่ย!” ทันทีที่ผมพูดจบประโยคครูพายที่นอนอยู่ข้างๆก็ยกขาขึ้นถีบผมตกเตียงโดยอัตโนมัติ ผมเลยโวยวายแล้วลุกขึ้นนั่งมองคนที่นอนอยู่บนเตียง

“ให้นอนด้วยก็บุญแล้ว ยังจะมาพูดไม่เข้าหูอีก ถ้ายังอยากนอนบนเตียงก็พูดจาให้มันดีๆ”

“โถ่ ล้อเล่นแค่นี้ก็ไม่ได้” ผมบ่นอุบก่อนที่จะค่อยๆปีนขึ้นเตียงมานอนข้างๆครูเหมือนเดิม แต่คราวนี้จะพูดอะไรคงจะต้องระวังปากหน่อย ไม่งั้นได้ตกเตียงอีกรอบแน่

“เซอิน ทำไมเมื่อก่อนนายถึงไม่ชอบครูล่ะ” แล้วครูก็เอ่ยปากพูดออกมาเมื่อเห็นว่าผมขึ้นมานอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว

“ผมบอกให้เรียกซินไง” ครูมองหน้าผมทันทีที่ผมให้เรียกชื่อเล่นของตัวเอง

“...ซิน... ทำไมนายถึงไม่ชอบครู” ครูเงียบไปพักนึงเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างก่อนที่จะพูดชื่อเล่นผมแล้วเอ่ยออกมา

“ก็ครูเข้ามาขัดผมตอนที่ผมกำลังจะคั่วผู้หญิง ผมเลยหงุดหงิด ก็เลยพาลไม่ชอบครูไปด้วย” ผมพูดออกไปตามความเป็นจริง ก็ไหนๆจะพูดเปิดใจกันแล้วก็พูดไปเลยดิ

“แล้วตอนนี้ยังเกลียดครูอยู่รึเปล่า”

“ไม่นะ พอมารู้จักครูแล้วครูก็นิสัยดี น่าคบด้วย แต่เสียอย่างเดียวปากไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่” สิ้นสุดประโยคผมครูก็ยกขาขึ้นมาจะถีบผมอีกรอบ

“ขอโทษๆ ล้อเล่นครับล้อเล่น”

“เออรู้ นอนได้แล้วตีสองกว่าแล้ว” ว่าแล้วครูก็เอาขาลงแล้วขยับไปที่ปลายเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มก่อนที่จะนอนหันหลังให้ผมแล้วถอดแว่น ปิดไฟนอน

“ฝันดีครับครู” ผมนอนมองแผ่นหลังคนอายุมากกว่าแต่ตัวเล็กกว่าพลางพูดออกไป

“ฝันดี.. ซิน”






ThaRat Talk
          ขอโทษนะคะที่มาอัพให้ช้า ช่วงนี้ติดอ่านหนังสือสอบน่ะค่ะ ขอโทษด้วยยย
          ตอนนี้ความสัมพันธ์ของครูพายกับเซอินก็ขยับเข้ามาก้าวนึงได้แล้วววว แล้วที่เซอินบอกว่าตะวันตั้งใจจะจูบครูพายน่ะ จริงเหรอ หรือว่าเซอินจะมั่ว ติดตามตอนต่อไปกันได้นะคะ



ADD FAV. <Click Pic>


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #63 2222548 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 19:30
    เซอินช ชื่อเล่นชื่อ ซิน ส่วนเราชื่อเล่นชื่อ ซิง มีความคลายกัน รักนิยายเรื่องนี่มากกกกกกกกก
    #สู้ๆน่ะค่ะ
    #63
    0