[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 43 : ModifyLove42 : Idiot [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 เม.ย. 60

ModifyLove
42
Idiot
[Pi Part]

“พี่นุ ผมลืมของไว้ที่ห้องหมวดอ่ะ เดี๋ยวผมไปเอาของก่อนนะ” ผมหันไปหาพี่นุทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าลืมกุญแจรอมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไว้ที่ห้องหมวดคณิตศาสตร์ ผมเลยวิ่งฝ่าฝนขึ้นอาคารไปเมื่อพี่เขาพยักหน้ารับ

“ครูพิภัช..”

เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากข้างหลังในขณะที่ผมกำลังวิ่งขึ้นไปที่ห้องหมวด ผมละไม่แปลกใจเลยว่าเป็นเสียงของใคร ผมค่อยๆชะลอความเร็วลงจนหยุดยืนอยู่กับที่ก่อนจะหันหลังกลับไปมองคินที่กำลังยืนมองผมอยู่ตั้งแต่แรก

“ซ้อมรับปริญญาเหนื่อยไหมครับ” คินยืนถามผมอยู่ห่างๆไม่ได้เข้ามาใกล้เหมือนอย่างเคย พลางมองผมด้วยสายตาอาวรณ์ไปด้วย

“ไม่เหนื่อย” ผมตอบออกไปเสียงห้วน

“ผมเป็นห่ว...”

“ขอบใจที่เป็นห่วง ครูไปก่อนนะ” ว่าแล้วผมก็หันกลับไปตั้งใจเดินไปที่ห้องหมวดเหมือนเดิม จริงๆตอนแรกผมก็ไม่คิดที่จะตัดเยื่อใย เย็นชาใส่เขาอะไรขนาดนั้นหรอก แต่เพราะก่อนหน้านี้ผมทำตัวตามปกติคินเขากลับเข้ามาตอแยผมหนักกว่าเดิม ผมเลยต้องใช้วิธีนี้

“อ้าวพาย ซ้อมรับปริญญาเสร็จแล้วเหรอ แล้วนุล่ะ” พอผมเปิดประตูเข้าไปพี่ในหมวดต่างพากันทักผมทันทีระหว่างที่เดินไปยังโต๊ะของตัวเอง

“พี่นุอยู่ข้างล่างน่ะครับ พอดีผมขึ้นมาเอากุญแจรถ แล้ววันนี้พวกพี่สอนแทนผมกับพี่นุเป็นไงบ้างอ่ะเด็กๆดื้อกันไหม” ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงมีชีวิตชีวาพลางเอี้ยวตัวเข้าไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะ

“เด็กศิลป์-ฝรั่งเศสที่นายเป็นที่ปรึกษาให้น่ะดื้อมากโดยเฉพาะพวกหลังห้อง ยังไงถ้านายเสร็จภารกิจจากการรับปริญญาแล้วพี่ก็ฝากดุหน่อยนะ โดยเฉพาะเด็กที่มีรอยสักอยู่ตรงต้นคอน่ะ ดื้อก็ดื้อ บอกอะไรก็ไม่ฟัง”

“อ่า ครับพี่ งั้นผมไปก่อนนะพี่นุรออยู่” ว่าจบผมก็รีบเดินออกจากห้องทันที ไอ้เด็กพวกนี้...ช่วงที่ผมไม่อยู่นี่คงจะแผลงฤทธิ์กันน่าดู เพราะปกติแล้วเด็กพวกนี้ไม่เคยดื้อกันเลยน่ะสิ...

โดยเฉพาะ

..คิน..

“อ้าวพี่นุ พี่ลืมของเหรอ” ผมเลิกคิ้วสูงพลางถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะผมยังไม่ทันจะลงจากอาคารก็เจอพี่นุเดินอยู่ ดูเหมือนจะตรงไปที่ห้องหมวดด้วย

“ใช่ เดินไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ”

“จริงๆพี่โทรมาบอกผมก็ได้นะ ผมจะได้หยิบให้ จะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมาหลายรอบ” ผมบ่นอุบพลางเดินตีคู่พี่เขาไปที่ห้องหมวดคณิต

“นายหาไม่เจอหรอก” พี่เขาว่ายั่วแหย่ออกมาพลางส่งยิ้มยียวนมาให้

“มั่นใจขนาดนั้นเชียว”

Rrrrrrrr.

ผมที่กำลังมองหน้าพี่นุอยู่ก็ต้องละสายตาจากคนตัวใหญ่ไปที่โทรศัพท์ตัวเองทันที ซินโทรมานี่ โทรมาตอนนี้เขามีอะไรรึเปล่านะ ผมกำลังจะกดรับโทรศัพท์พี่นุก็สะกิดให้ผมหันไปมอง พี่เขาพยักพเยิดไปที่ห้องคณิตก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน เหลือแต่ผมที่ยืนเอาโทรศัพท์แนบหูตัวเองอยู่หน้าห้องคณิตอยู่คนเดียว

“ว่าไงซิน โทรมาตอนนี้มีอะไรรึเปล่า”

“พี่จะเอาแบบนี้ใช่ไหม” น้ำเสียงที่ดังออกมาและลักษณะของคำพูดดูเหมือนว่าคนทางนู้นจะกำลังอารมณ์ไม่ดี ผมที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปก็เลยถามกลับไปอย่างใจเย็น

“นายกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะซิน พี่ไปทำอะไรให้นายไม่พอใจรึเปล่า ใจเย็นๆแล้วค่อยๆคุยกันเถอะนะ” ผมว่าออกไปเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฝนตกลงมาพอดี

“พี่ยังไม่เลิกยุ่งกับไอ้เด็กนั่นอีกเหรอ ไหนพี่บอกว่าพี่จะเลิกยุ่งแล้วไง” ซินเขาว่าออกมาเชิงมีน้ำโห

“พี่ก็เลิกยุ่งกับคินแล้วไง นายไม่พอใจอะไรอีกล่ะซินพี่ก็ทำตามที่พี่พูดทุกอย่างแล้วนะ นายไม่เชื่อใจพี่เหรอ” ผมว่าออกไปเสียงอ่อน แต่คนทางนู้นกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“ถ้าผมเชื่อ ผมคงไม่โทรมาหาพี่แบบนี้หรอก”

“ไหนบอกว่าจะเชื่อใจกันและกันไง พี่ก็อุตส่าห์เชื่อใจนายมาตลอด แล้วนี่นายไปรู้อะไรมาจากไหนอีกล่ะว่าพี่ยุ่งกับคินทั้งๆที่มันไม่เป็นความจริง” ผมตัดพ้อออกไปก่อนจะถามถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องมาหัวร้อนใส่ผม

“ผมมีสายของผม” ซินว่ามาเท่านั้น ทำให้ภาพเพื่อนๆของซินที่พักหลังๆนี้มาหมกอยู่กับผมแทบตลอดเวลา

“นี่ไม่เชื่อใจกันถึงขั้นส่งเพื่อนตัวเองมาสอดแนมกันเลยเหรอ นายเห็นพี่เป็นตัวอะไรน่ะซิน ที่ผ่านมานายไม่เคยเชื่อใจพี่จริงๆเลยใช่ไหม!”

          คราวนี้เป็นผมบ้างที่หัวร้อนใส่เขา ผมลองมานึกถึงสิ่งที่เขาทำกับผมแล้วมันทั้งโมโหมันทั้งเสียใจ ซินเขาไม่เคยไว้ใจผมเลย มีแต่ผมที่ไว้ใจเขามาตลอด เขาเห็นความเชื่อใจของผมเป็นอะไร ทำไมเขาถึงไม่เห็นค่าอะไรเลย

“ถ้าเชื่อจริงผมก็คงไม่ส่งไปหรอก!” เขาว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบราวกับเขาไม่แคร์ว่าตอนนี้ผมจะรู้สึกยังไงที่โดนเขาทำลายความรู้สึกไปแล้ว

“ก็พี่ไม่ได้ยุ่งกับคินแล้วจริงๆ! ทำไมนายไม่เชื่อพี่ล่ะซิน พี่เป็นแฟนซินนะ ทำไมซินถึงไปเชื่อคนอื่นล่ะ!”

“นี่ผมพูดไปหลายรอบแล้วนะพี่ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ก็ผมไม่เชื่อใจพี่ไง” เขาว่าออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร มันพูดอะไรไม่ออกราวกลับมีก้อนอะไรมาจุกไว้ตรงลำคอ ทำฝืนกลืนมันลงไปช้าๆพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดก่อนจะเอ่ยโต้ตอบเขากลับไปบ้าง

“นายจะเอายังไงในเมื่อนายไม่เชื่อใจพี่แล้ว เลิกกันไปเลยดีไหม ถ้ามันไม่เชื่อใจกันดีนัก” ผมประชดออกไปเสียงสั่นตามนิสัยของผม ถ้าซินเขารู้จักผมดีซินเขาจะรู้ว่าผมพูดประชดเพราะผมกำลังโมโหอยู่

“โอเค ผมเข้าใจแล้ว”

          เขาเงียบไปสักพักก่อนที่จะเอ่ยประโยคนี่ออกมาแล้วตัดสายไป ผมที่เป็นคนฟังกลับรู้สึกชาไปทั้งตัวเมื่อเจอกับคำตอบของเขา ผมรีบกดโทรศัพท์โทรหาซินเขาทันที แต่ซินเขาปิดเครื่อง ผมได้แต่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ทำไมเขาไม่รับโทรศัพท์ล่ะ!!?

“ไอ้เวรเอ้ย!!”

มืออันสั่นเทาของผมขวางโทรศัพท์ตัวเองทิ้งทันทีหลังจากที่สบถออกไป เขาหมายความว่าไงน่ะ โอเค? เข้าใจ? เขาเข้าใจอะไรของเขา เข้าใจว่าจะเลิกกับผมน่ะเหรอ ไม่จริงน่า! คบกันมาถึงขนาดนี้แล้วจู่ๆเขาก็หาเรื่องจะเลิกกับผมเหรอ งั้นแสดงว่าที่ผ่านมาเขาก็คงจะมีใครอีกคนอยู่แล้วน่ะสิ

แต่มันก็สมเหตุสมผลดีกับการที่ช่วงหลังๆมานี้เขาหายไปไม่ยอมติดต่ออะไรกับผมเลยสักนิด!!

“พาย!! อยากมือแตกอีกรึไง!!!” พี่นุว่าออกมาเสียงดังพลางดึงแขนผมไว้ไม่ให้ผมเผลอปล่อยหมัดใส่กำแพงอาคารเรียนเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

“พี่ก็ดูซินมันทำกับผมดิ มันไม่เคยเชื่อใจผมเลยอ่ะ แล้วเมื่อกี้ผมประชดบอกเลิกมันไป มันกลับตอบกลับมาว่า ‘โอเค ผมเข้าใจแล้ว’ มันเข้าใจเหี้ยอะไรของมัน! ถ้ามันเป็นแฟนผมจริงๆมันก็ควรจะรู้ดิพี่ว่าผมประชดมันอ่ะ!!”

          ผมว่าออกไปเสียงดังพลางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของคนตัวใหญ่ น้ำตาก็ค่อยๆเอ่อคลอเบ้าตาทั้งสองข้างจนมองเห็นภาพตรงหน้าเบลอไปหมด

“พาย นายใจเย็นๆก่อน เชื่อในตัวเด็กมันสิ...”

“มีอะไรให้เชื่ออีกอ่ะพี่ ขนาดผมเชื่อใจมัน มันยังทำลายความเชื่อใจของผมโดยการไม่เชื่อใจผมเลย แล้วพี่จะให้ผมเชื่ออะไรในตัวมันอีก!!”

สิ้นสุดคำพูดของผม ผมก็เดินออกจากที่ตรงนั้นทันที เพราะเด็กๆที่อยู่ในห้องเรียนต่างพากันมุงดูผมกับพี่นุกันใหญ่จนหลังจากที่ผมเดินออกมาพี่นุต้องเอ่ยปากไล่ให้เด็กๆเลิกสนใจ

จากตอนแรกที่ไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้ น้ำตาผมก็ค่อยๆเริ่มไหลเอ่อล้นขอบตาออกมาอย่างมากมาย ผมกำกุญแจรถไว้ในมืออย่างแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาวิ่งฝ่าฝนไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง

ตุบ!!

ร่างของผมร่วงลงพื้นทันทีที่ชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ผมค่อยๆเงยหน้ามองคนที่ยังยืนอยู่ทั้งๆที่แว่นของผมหล่นลงพื้นไปแล้ว ผมเลยมองคนตรงหน้าได้ไม่ชัดเท่าไหร่

“ครูพิภัช ผมขอโทษนะครับ” เสียงของคินดังขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะถอยออกไปหนึ่งก้าวแล้วก้มลงเก็บแว่นของผมขึ้นมา

“ผมเหยียบแว่นครู แว่นหักเลย...”

          คินว่าออกมาเสียงอ่อนเชิงรู้สึกผิด ผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม คำพูดทั้งหมดที่คินว่าออกมามันกลับไม่เข้าหัวผมเลยสักนิด ผมนั่งอยู่อย่างนั้นไม่คิดจะลุกไปไหนพลางยกมือขึ้นเสยผมตัวเองขึ้น ปล่อยให้สายฝนที่กระหน่ำลงมาได้ชะล้างน้ำตาของผมไปด้วย

“ฮึก...” ผมเม้มปากแน่นทันทีเมื่อตัวเองเริ่มร้องไห้จนมีเสียงออกมา

คินยังคงยืนมองผมนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมไม่จากไปไหน ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วนั่งยองๆลงต่อหน้าผม เขายื่นมือเข้ามาปาดน้ำตาผมออกก่อนจะถือวิสาสะลูบหน้าผมไปด้วย

“ทำไมซินต้องทำแบบนี้กับพี่ด้วย” ผมว่าออกมาคนเดียวเสียงสั่นพลางสะอื้นหนักกว่าเดิมไปด้วย

พอคินได้ยินประโยคนั้นออกมาเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง มือที่ลูบแก้มผมอยู่เมื่อกี้เลยผละออกจากหน้าผมไปพร้อมกับคินที่ขยับเข้ามาหาผมมากขึ้น เขาโอบกอดผมไว้ในขณะที่ผมกำลังร้องไห้ออกมา

“เกลียดที่สุดเลย... ทำไมไม่เชื่อใจกัน”

          ผมระบายออกไปพลางหลับตาแน่น เด็กมันก็ยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยผมเบาๆไม่คิดที่จะพูดอะไรออกมาสักคำ คินปล่อยให้ผมได้ระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมาโดยที่มีคินคอยกอดผมไว้ตลอดเวลา

“ลุกขึ้นเถอะครู เดี๋ยวผมพาไปส่งที่บ้าน”

คินว่าออกมาหลังจากที่ตัวเองเอากุญแจรถผมไปแล้ว เขาค่อยๆประคองผมให้ลุกขึ้นก่อนจะพาเดินไปที่รถแล้วสวมหมวกกันน็อคให้ผมแล้วตัวเองก็ขึ้นไปนั่งเป็นคนขับก่อนจะให้ผมนั่งซ้อนท้ายเขาแล้วพาขับออกจากโรงเรียนไป

ระหว่างทางที่ผมนั่งซ้อนท้ายออกจากโรงเรียนเพื่อให้คินไปส่งที่บ้าน ผมนั่งเอาหัวพิงหลังเขาอยู่ตลอดเวลา มือตัวเองก็ปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้กอดเขาไว้ จนคนข้างหน้าผมดึงมือผมเข้าไปกอดเอวเขาไว้แล้วจับมือผมอย่างนั้นไว้ไม่ยอมปล่อย

“ไม่เจ็บบ้างเหรอ” ผมเปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้นหลังจากนั้นค่อยเอ่ยออกมาหลังจากที่คินจอดมอเตอร์ไซค์หน้าบ้านผมเพื่อจะลงไปเปิดประตูบ้าง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันมาขอกุญแจผมก็เอ่ยถามออกมาซะก่อน

“เจ็บอะไรล่ะครู”

“เจ็บที่ต้องแอบรักใครสักคนข้างเดียวโดยที่เขาคนนั้นไม่เคยสนใจ ไม่เคยใส่ใจกับนายเลย นายไม่รู้สึกเสียใจหรือรู้สึกท้อบ้างเหรอ” ผมว่าออกมาเสียงสั่นทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด

ผมเลิกคิดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆนั่นแหละ ในเมื่อซินเขาตอบกลับมาแบบนั้น

“ท้อไหมผมก็ท้อ เจ็บไหมผมก็เจ็บ แต่จะให้ผมยอมแพ้จริงๆผมก็คงไม่ยอม ผมจะทำให้ครูหันมามองผมให้ได้จนกว่าพี่เซอินจะกลับมา ถ้าถึงตอนนั้นแล้วครูยังไม่เปลี่ยนใจ..” คินว่าออกมาเสียงหนักแน่นก่อนจะหยุดคิดในประโยคสุดท้าย

“ผมจะเป็นคนถอยออกไปเอง”

“ไม่กลัวว่าจะเสียเวลาเหรอ ถ้ามัวมารอแต่ครู” ผมถามออกไปอ้อมๆว่าถ้าเป็นคินเขาจะทำยังไง ถ้าเกิดว่าต้องรอใครสักคนแบบลมๆแล้งๆว่าเขาจะกลับมาหาเรารึเปล่า

“ผมไม่กลัวถ้าหากว่าคนๆนั้นคือคนที่ผมรัก” สิ้นสุดคำพูดของคินผมถึงกับปล่อยโฮออกมาทันที

ผมรักซิน

ผมรอซิน

ผมทำทุกอย่างเพื่อเขา

อุตส่าห์อดทนใจแข็งเพื่อรอให้เขากลับมา

เขาไม่ได้เป็นคนที่รอ เขาคงไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง

คนที่อยู่ทางนี้ต้องทนอยู่คนเดียวกับสถานที่เดิมๆที่เคยมีเขาอยู่ด้วยในทุกๆวัน คุณคิดว่าผมจะแบกรับมันไหวเหรอ ยิ่งคบกันได้แค่ไม่กี่เดือนก็ต้องห่างกันไป คิดว่าผมจะกลัวไหมว่าเขาจะนอกใจผมไปมีคนอื่น

ถ้ารู้ว่ามันจะจบแบบนี้ ผมคงไม่เลือกที่จะคบกับเขาต่อหรอก


วันรุ่งขึ้น

“ถ้ารับปริญญาเสร็จแล้ว นายมาเจอกับพี่ที่ใต้อาคารนะ” ผมมองหน้าพี่นุที่อยู่ในชุดครุยด้วยท่าทีเหม่อๆ จนพี่นุต้องเรียกสติผมให้กลับคืนมาแล้วพูดซ้ำอีกรอบผมถึงจะพยักหน้าตอบรับกลับไปเบาๆ

“อย่าเหม่อสิพาย มีสมาธิหน่อย เข้าใจว่าเศร้าแต่ช่วยมีชีวิตชีวานิดนึง นายจะได้ไม่ทำผิดตอนที่รับปริญญา” พี่นุว่าออกมาเสียงแข็ง ผมเงยหน้ามองคนแก่กว่าน้ำตาคลอนิดๆก่อนที่พี่เขาจะดึงตัวผมเข้ามากอดไว้แล้วลูบหลังผมเบาๆเชิงให้กำลังใจ

“พี่...ผมเหนื่อย...” ผมว่าออกไปเสียงอ่อน

“เอาน่า เข้มแข็งอีกนิดนึงเดี๋ยวมันก็จบแล้ว ใส่คอนแทคเลนส์ร้องไห้มันไม่ดีนะ” ว่าแล้วพี่เขาก็ผละออกก่อนจะว่าออกมาเชิงติดตลก ไม่ดีก็บ้าแล้ว ใส่คอนแทคเลนส์ก็ร้องไห้ได้เหอะ

“เงียบไปเลย ผมเป็นคนใส่ผมรู้ว่าต้องดูแลยังไง” ผมว่าเสียงเรียบก่อนจะผลักพี่นุให้เดินออกไปเพื่อเตรียมตัว


หลังจากที่รับปริญญาเสร็จแล้ว ผมเดินสาวเท้ายาวออกมาที่ใต้อาคารก่อนจะยืนอยู่ใต้ต้นไม้เพื่อรอคนที่นัดผมไว้ตรงนี้ ผมกวาดตามองไปรอบๆมองนักศึกษาแต่ละคนที่พากันถ่ายรูปกับเพื่อนบ้าง ครอบครัวบ้าง คนรักบ้าง

คนรักงั้นเหรอ...เหอะ!

“แม่!”

เสียงของเด็กคนหนึ่งติดสำเนียงฝรั่งนิดๆดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมองตามความอยากรู้อยากเห็น ว่าเด็กคนนั้นเรียกใคร ดูท่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะได้สามีฝรั่งเพราะเรียกออกมาทีไม่มีความเป็นสำเนียงไทยเลย

แต่สิ่งที่ผมแปลกใจก็คือ เด็กฝรั่งผู้ชายผมสีน้ำตาลประกายทองสีที่ผมคุ้นเคยกลับยืนมองมาที่ผมก่อนจะเรียกซ้ำอีกครั้งเมื่อผมไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับเขา ผมหันซ้ายหันขวามองทั้งข้างหน้าและข้างหลังเด็กคนนั้นก็ยังคงมาที่ผมอยู่จนผมต้องยกมือขึ้นชี้ตัวเอง เด็กฝรั่งคนนั้นเลยพยักหน้าให้ผมเชิงว่าตัวเขากำลังเรียกผมอยู่ ไม่ใช่ใครคนอื่น

“ไปกันเถอะครับ” ว่าจบเด็กตัวเล็กก็เดินเข้ามาจูงมือผมให้วิ่งตามเขาไป

“เฮ้! อย่าเพิ่งสิเข้าใจผิดแล้ว พี่ไม่ใช่แม่ของน้องนะพี่เป็นผู้ชาย เข้าใจผิดแล้วล่ะ” ผมยังคงฝืนตัวไว้บ้างแต่เด็กคนนี้กลับไม่ฟังที่ผมพูดเลยสักนิด

“ใช่สิ ทำไมจะไม่ใช่”

“เดี๋ยวก่อน เอางี้นะมองหน้าพี่” ผมหยุดวิ่งก่อนจะพลิกตัวเด็กให้หันกลับมามองหน้าผม หลังจากนั้นค่อยทรุดตัวลงต่อหน้าเด็กที่ผมไม่รู้จัก

“เรารู้จักกันด้วยเหรอ” ผมว่าออกไปเสียงอ่อนพลางจ้องเด็กคนนั้นตรงๆ เด็กคนนั้นกลับพยักหน้างึกแล้วส่งยิ้มสดใสมาให้ เด็กคนนี้รู้จักผมตอนไหนอ่ะ ผมว่าผมไม่รู้จักเด็กฝรั่งคนนี้หรอกนะ

“ไปต่อเถอะครับ ทุกคนรออยู่นะ” ว่าจบเด็กฝรั่งก็จูงมือผมให้วิ่งไปที่สนามบอลก่อนจะพาผมเดินไปที่กลางสนามท่ากลางนักศึกษาหลายคนที่กำลังพากันถ่ายรูปอยู่

“แม่รอพ่ออยู่ตรงนี้นะ แป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อก็มาแล้ว”

ว่าจบเด็กฝรั่งก็เดินออกไปทำให้ผมได้ยืนมองตามเด็กคนนั้นไปนิ่งๆ ในหัวก็คิดว่าจะเอายังไงต่อเพราะผมมายืนรอใครก็ไม่รู้อยู่กลางสนามบอล ไหนจะที่นัดกับพี่นุไว้อีกว่าจะยืนรอกันหน้าอาคารแล้วไหงผมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ แต่ที่รู้ๆนะผมบอกเลยว่าเด็กคนนี้พูดไทยเก่งมากๆ

ผมว่าเด็กคนนั้นก็หน้าตาคุ้นๆอยู่นะ เหมือนเคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อนแต่ผมจำไม่ได้

‘They say we are what we are
But we don’t have to be
I’m glad to hate you but I do it in the best way
I’ll be the watcher of the eternal flame
I’ll be the guard dog of all your fever dreams’

ระหว่างที่กำลังยืนคิดอยู่ก็มีเสียงเพลงคุ้นหูกับคนแต่งตัวคอสเพลย์จากเรื่องบิ๊กฮีโร่ซิกซ์เป็นตัวละครต่างๆที่ผมรู้จักดีพากันเดินเข้ามาพานักศึกษาที่กำลังถ่ายรูปกันอยู่ให้เดินออกจากสนามบอลไป ผมที่ทำอะไรไม่ถูกก็กำลังจะเดินออกบ้างแต่ถูกมายืนบังไว้แล้วชี้หน้าผมเชิงไม่ให้ผมยืนอยู่กับที่ก่อนคนๆนั้นจะเดินออกไป

เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้มันแม็กซ์ไม่ใช่เหรอ

ถ้าถามว่าแม็กซ์ไหน แม็กซ์ห้องสี่ที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพวกซินแล้วก็สนิทกับผมมากๆไง

สนิทกับผมขนาดนั้นทำไมผมจะจำไม่ได้ แต่ว่านะ...ผู้ชายถึกๆแบบแม็กซ์มาแต่งตัวคอสเพลย์เป็นเฟรดนี่โคตรตลกเลย ผมว่าอย่างเขาเนี่ยน่าจะคอสเป็นวาซาบิมากกว่านะ

ผมมองไปรอบๆคนอื่นๆอีกสี่สิบกว่าชีวิตที่กำลังเดินเล่นไปกับเสียงเพลง ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมว่าคนที่คอสเพลย์เป็นตัวละครห้าตัวซ้ำๆกันอยู่เนี่ยต้องเป็นเด็กๆที่ผมรู้จักแน่ๆ ผมหันไปมองข้างหลังตัวเองก็เห็นน้ำกำลังเดินตรงมาทางผม แต่พอเห็นผมหันไปหาตัวเองเจ้าตัวก็รีบเปลี่ยนทิศทางการเดินแล้วเอาผมยาวๆมาปิดหน้าทันที

อยากรู้จริงๆว่าเด็กพวกนี้คิดจะทำอะไรกันแน่

แล้วเพลงประกอบจากเรื่องบิ๊กฮีโร่ซิกซ์ก็ค่อยๆจบลง เด็กๆพวกนั้นก็ค่อยๆเดินเข้ามาล้อมผมไว้เป็นวงกลม กะจากสายตาแล้วผมว่าไม่น่าจะใช้สี่สิบกว่าคนหรอก ผมว่าแปดสิบกว่าคนได้ แต่ละคนก็เด็กศิลป์-คำนวณเพื่อนของซินเขาทั้งนั้น

..แล้วทำไมต้องเป็นซินด้วยล่ะ..

ผมกวาดสายตามองเด็กๆที่ล้อมวงเป็นวงใหญ่แล้วก็ยืนยิ้มไปด้วย มีความสุขนะที่ได้เจอเด็กๆในวันรับปริญญาแต่มันก็เศร้านิดๆเพราะตอนนี้ผมไม่มีซินแล้ว

‘It’s a beautiful night, We’re looking for something dumb to do
Hey baby, I think I wanna marry you’

เสียงเพลง Marry You ท่อนแรกดังขึ้นมาให้ผมได้มองไปรอบๆ ผมมองออกไปนอกวงก็เห็นเบย์แม็กซ์สีขาวสะอาดตัวใหญ่กำลังเดินเข้าสนามบอลมา ก่อนที่เด็กๆจะพากันแหวกทางให้เบย์แม็กซ์ตัวใหญ่ตัวนั้นเดินเข้ามาหาผม ตัวการ์ตูนที่ผมชอบมากหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผมก่อนจะเต้นไปตามจังหวะเพลงให้ผมได้หัวเราะออกมา

อะไรมันจะน่ารักขนาดนั้น

“Don’t say no, no, no, no-no Just say yeah, yeah, yeah, yeah-yeah
And we’ll go, go, go, go-go If you’re ready, like I’m ready
It’s a beautiful night, We’re looking for something dumb to do
Hey baby, I think I wanna marry you”

เด็กๆพากันร้องเพลงออกมาพลางยิ้มเขินแทนผม ผมมองไปยังมาสคอตตัวอ้วนข้างหน้าก่อนจะเดินเข้าไปจับแขนทั้งสองข้างของเบย์แม็กซ์ตัวนั้นแล้วพากันเต้นรำไปด้วย

‘Cause it’s a beautiful night, We’re looking for something dumb to do
Hey baby, I think I wanna marry you
Is it the look in your eyes, Or is it this dancing juice?
Who cares baby’

จู่ๆเด็กๆพวกนั้นก็เดินถือป้ายตัวอักษรเดินเข้ามาจากข้างหลังของมาสคอสให้ผมได้ละสายตาไปอ่าน ‘I think I wanna marry you’ พร้อมกับเสียงเพลงที่ร้องประโยคนั้นขึ้นมาทันที แล้วผมก็ต้องหันกลับมามองที่เบย์แม็กซ์อีกรอบเมื่อมาสคอตตัวอ้วนจับไหล่ทั้งสองข้างของผมแล้วดันผมออก ก่อนที่เจ้าตัวจะถอยออกมาสักสองสามก้าวเล็กๆ

เบลล์ ต้นไม้ และซันพากันวิ่งเข้ามาช่วยกันถอดหัวของตัวมาสคอตออกให้ผมได้มองหน้าคนใส่มาสคอตอย่างชัดๆ

“Will you marry me?”

ซินว่าออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนทำเอาผมแทบจะละลายในทันที ผมละสายตาจากใบหน้าที่ผมคิดถึงมาตลอดมองไปยังแหวนสีเงินที่ส่องประกายอยู่ข้างในกล่องกำมะหยี่สีดำที่เขากำลังถืออยู่ในมือ ผมพยักหน้าตอบรับไปก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปกอดเขาทั้งน้ำตา

“Yes, I will” ผมกระซิบข้างหูเขาเบาๆก่อนจะกอดแน่นมากกว่าเดิมยิ่งขึ้น

“Idiot! (ไอ้บ้าเอ้ย!)”

          ผมผละออกจากกอดของซินที่เขากอดตอบกลับมาก่อนจะสบถกระแทกใส่หน้าเขาอย่างจังทั้งน้ำตาที่เต็มไปด้วยความดีใจ จนซินถึงกับทำหน้าตกใจขึ้นมาก่อนที่เขาจะค่อยๆคลี่ยิ้มบางออกมาแล้วเดินเข้ามาใกล้ตัวผม

“ด่าผมเก่งจังนะ”

ว่าแล้วเขาก็ก้าวเข้ามาพลางคว้าแขนผมไว้ ก่อนจะดึงตัวผมเข้ามากอดแล้วเชยคางผมขึ้นให้ตัวเองก้มลงมาประกบริมฝีปากเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความที่ว่าไม่ได้จูบกับใครมานานมันทำให้ผมหัวโล่งขึ้นมาทันที ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ท้องก็โหวงเหวงไปหมด จากตอนแรกที่ยังมีพละกำลังอยู่พอเจอจูบของเขาเข้าไปผมถึงกับไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น

จนซินต้องเป็นฝ่ายโอบเอวผมไว้ไม่ให้ผมทรุด เด็กๆที่ล้อมวงอยู่ถึงกับกรี๊ดขึ้นมาทันที ผมทุบอกเขาเบาๆให้เขาหยุดก่อนที่ผมจะผลักออกแต่เขากลับยิ่งกอดผมแน่นมากขึ้นไปอีก

“อื้อ..ซิน!”

          ผมพยายามหันหนีแต่เขาก็ยังเอาแต่จูบไม่สนใจใคร ผมเลยยอมหยุดอยู่นิ่งๆพลางหลับตาลงก่อนจะจูบตอบเขาบ้างจนซินถึงกับหัวเราะผ่านลำคอออกมา ผมลืมตาขึ้นเมื่อซินละปากออกก่อนจะสบตาเข้ากับด้วยตาสีน้ำตาลอ่อนคู่เดิมที่ผมคิดถึงมาตลอด

“แต่งงานกับผมแล้วนะ” ว่าแล้วเขาก็ยื่นกล่องกำมะหยี่สีดำมาให้ผมได้รับไว้

“เออดิวะ








ThaRat
          หู้ยยยย ตอนแรกก็นึกว่าจะได้เลิกกันจริงๆซะแล้วววว ทำไมซินถึงทำแบบเน้ //แกเป็นคนแต่งไม่ใช่เรอะ! แต่ยังไงก็เถอะ ครูพายถูกขอแต่งงานแล้วววว เขินมากมาย 3

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #77 2222548 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 17:06
    แม่ภูมิจายยย เขิลลลลลลลล แผนนี้มีภาคินรวมด้วยเหรอ ถ้ามีแม่ให้อภัย
    #77
    0
  2. #46 Pokkyz (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 12:09
    เขาได้กันแล่ววว
    #46
    0
  3. #45 ss-ying-ss (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 16:07
    เขินอ่า????????
    #45
    0