[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 4 : ModifyLove03 : For a while [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ก.ย. 59


ModifyLove
03
For a while
[Sein Part]



ตอนนี้ผมกำลังนั่งมองน้าพิมที่กำลังยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในคาบโฮมรูมของห้องผม ที่ปกติแล้วจะไม่มีใครเข้าแต่ตอนนี้กลับมีผอ.ของโรงเรียนยืนมองหน้าพวกเราอยู่ในห้อง มองอย่างเดียวน่ะผมไม่ว่าหรอก แต่น้าพิมดันจ้องมาที่ผมแบบไม่ละสายตาไปเลยน่ะสิเลยทำให้ผมชักเอะใจแปลกๆ

“เดี๋ยววันนี้ครูจะมาแนะนำครูที่ปรึกษาใหม่ให้กับห้องนี้นะ พวกเธอจะได้มีครูที่ปรึกษาสักที” แล้วน้าพิมก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นมุ่นคิ้วทันทีเมื่อเห็นครูพายเดินเข้ามาในห้อง

“ครูพิภัชจะเข้ามาเป็นครูที่ปรึกษาคนใหม่ให้กับพวกเธอ” สิ้นสุดเสียงของน้าพิม เพื่อนๆในห้องต่างก็พากันร้องเฮขึ้นมาด้วยความดีใจ รวมถึงเบลล์ก็ด้วย ส่วนคนอย่างไอ้ไม้ก็เอาแต่นั่งยิ้ม มีแต่ผมคนเดียวเนี่ยแหละที่ไม่เห็นด้วยสุดๆ

“น้าพิม ทำไมต้องเป็นครูคนนี้ด้วยครับ” และเพราะความสงสัยกับความไม่พอใจของผม ผมเลยเอ่ยถามออกไปตรงๆ

“เพราะว่าครูพิภัชได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆทั้งห้องแล้ว ครูก็เลยให้ครูพิภัชมาเป็นครูที่ปรึกษาให้ เพราะไหนๆพวกเธอก็เรียนอยู่ม.6แล้ว พวกเธอก็ควรที่จะเตรียมตัวเข้ามหา’ลัย แล้วให้ครูพิภัชจัดการเรื่องของห้องไป” น้าพิมมองหน้าผมโดยไม่ละสายตาไปไหนราวกับรู้เลยว่าผมไม่พอใจที่จะให้ครูพายที่ทะเลาะกับผมบ่อยๆเข้ามาเป็นครูที่ปรึกษาให้

ไม่รู้ก็โง่แล้วล่ะ ผมออกอาการซะขนาดนั้น

“ผมไม่เห็นด้วย”

“งั้นก็ออกไปคุยกันข้างนอก” สิ้นสุดคำพูดของน้าพิม ผมก็หยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่น้าพิมจะเดินตามผมออกมาด้วยแล้วลากผมเข้าห้องผอ.ไป ห้องผมกับห้องผอ.อยู่ใกล้ๆกันน่ะครับ

“ทำไมน้าพิมต้องเอาครูคนนี้มาด้วยล่ะครับ!” ผมเปิดประเด็นขึ้นมาทันทีที่เข้ามาในห้องได้

“น้าก็บอกไปแล้วไงในห้องเมื่อกี้เธอไม่ได้ฟังเหรอ” แล้วน้าก็นั่งลงบนโซฟารับแขกที่ตั้งอยู่ในห้องผู้อำนวยการ ก่อนที่ผมจะหย่อนตัวลงนั่งตามแล้วกอดอกมองหน้าด้วยความไม่พอใจ

“แค่น้าไม่ให้ผมมีอะไรกับคนอื่นในห้องพยาบาลมันก็มากพอแล้วนะครับ แล้วนี่ยังจะให้ครูนั่นมาเป็นครูที่ปรึกษาอีกเหรอ ผมไม่เห็นด้วยหรอก ผมไม่ยอมน้าพิมด้วย”

“ซินเธอโตแล้วนะ เลิกทำตัวเป็นเด็กๆได้แล้วหัดเป็นคนมีเหตุผลหน่อยสิ เรื่องที่น้าห้ามเธอน่ะมันก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไง มันเป็นกฎของโรงเรียนนะซิน แล้วก็อีกอย่างที่น้าให้ครูพิภัชเข้ามาเป็นครูที่ปรึกษาให้เพราะน้าเป็นห่วงอนาคตของพวกเธอไงน้าถึงทำแบบนี้” น้าพิมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเชิงเป็นห่วงแล้วสบตาผม

“ไม่... ไม่เอาครูคนนี้” ผมว่าออกไปเสียงแข็งพลางสบตาน้าพิมกลับ

“...ซิน น้าต้องทำยังไงเธอถึงจะยอม” แล้วน้าก็เอ่ยออกมาเสียงอ่อน ผมหันไปมองน้าพิมพลางสบตาเธอก่อนที่จะหันหนีแล้วนั่งคิดอยู่สักพัก

“ให้พ่อกับแม่ของผมมาอยู่เมืองไทยสิ ให้พ่อกับแม่ผมมาอยู่กับผม ผมถึงจะยอม”

แล้วพอผมได้คำตอบผมก็พูดออกไปอย่างไม่มีความลังเล พ่อแม่ผมทำงานอยู่ที่อังกฤษไปตั้งแต่ผมอยู่ป.6หลังจากนั้นก็ไม่กลับมาหาหรือมาเยี่ยมผมเลยสักครั้งจนถึงตอนนี้

ผมเกลียดพ่อแม่ก็ตรงนี้แหละ ที่ทิ้งผมกับพี่สาวให้อยู่ที่ไทยแค่สองคน

ตอนนี้พี่สาวผมมันเรียนมหา’ลัยต้องไปพักอยู่ที่คอนโดที่พ่อแม่ส่งเงินมาให้ซื้ออยู่แล้วพี่สาวผมก็กลับบ้านแค่อาทิตย์ละครั้ง เลยกลายเป็นว่าผมต้องอยู่บ้านคนเดียวไม่มีใครอยู่ด้วยเลยสักคน จะมีก็แต่หมาหนึ่งตัวที่ผมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา

“ซินเธอก็รู้ว่าพ่อแม่ของเธอติดงานอยู่ที่อังกฤษ พ่อแม่ของเธอมาไม่ได้หรอก” ใช่ เพราะผมรู้ไงผมเลยบอกน้าออกไปพ่อแม่ผมไม่ยอมมาเพราะเรื่องแค่นี้หรอก ยังไงงานก็สำคัญกว่าลูกอยู่แล้ว

แล้วน้าพิมก็เงียบไปสักพักเมื่อเห็นผมมองหน้าเธอแล้วไม่พูดอะไรก่อนที่น้าจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง

“เธอกลับไปเข้าเรียนไป ถึงเวลาเรียนแล้วล่ะ”

ผมมองหน้าน้าพิมสักพักก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปพลางยกมือขึ้นเสยผมยาวของผมขึ้นแล้วขยี้หัวด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่ผมจะย่างกายเข้าไปในห้องแล้วนั่งลงที่นั่งของผมแล้วตามมาด้วยเสียงของเบลล์ที่ดังขึ้นมาทันที

“เป็นไงบ้างวะเซอิน นายคงไม่ไล่ครูพิภัชออกนะ ครูคนนี้พวกเราชอบมากเลยนะเว้ยพวกเราไม่อยากให้ครูเขาไปเหรอก” เบลล์มันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้อง

“นายชอบครูเขาเหรอ” ผมย่นคิ้วถามพลางมองด้วยท่าทางไม่พอใจแต่ยังไม่ทันที่เบลล์จะได้เอ่ยปากพูด ไม้มันก็แทรกขึ้นมาก่อน “เพื่อนทั้งห้องชอบครูเขาหมดแหละ ยกเว้นนายคนเดียว”

แล้วผมก็หันไปมองหน้าไม้ที่กำลังเท้าคางมองผมอยู่ “ฉันว่านายลองเปิดใจให้ครูเขาหน่อยก็ดี เพราะครูเขาก็ไม่ได้แย่อะไร”

“ฉันไม่ทำอะไรทั้งนั้น ก็ฉันไม่ชอบครูคนนี้ แล้วจะทำไม” ผมว่าออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่ครูสอนวิชาแรกจะเดินเข้าห้องมาแล้วเริ่มสอนทันที


หลังเลิกเรียน

“เซอิน เลิกเรียนแล้วไปเที่ยวกัน” เบลล์มันเดินเข้ามากอดคอผมขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้องตามด้วยไม้ที่เดินรั้งท้าย แล้วเดินลงไปข้างล่างแต่ก็ต้องหยุดชะงักแล้วมองครูพายที่กำลังคุยอยู่กับเด็กห้อง4ที่ครูเขาเคยเป็นครูที่ปรึกษามาก่อน

ผมยืนมองอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจเดินผ่านไป แต่ยังไม่ทันที่จะได้พ้นครูพายก็เรียกชื่อผมซะก่อน

“เซอิน แม็กเวลล์”

และพอครูเรียกผมเลยหยุดชะงักกึกไม่หันไปมองแล้วรอว่าครูจะพูดอะไรต่อ ที่จะหันไปมองก็มีแต่เบลล์กับไม้นั่นแหละครับ “ท่านผู้อำนวยการเรียกให้นายไปพบท่านน่ะ”

น้าพิมเหรอ..

แล้วพอผมได้ยินแบบนั้นผมเลยหันหลังกลับแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องผอ.ทันที แต่ก็ยังไม่วายที่ครูพายจะเดินตามผมมาด้วยให้ผมได้หันไปมองด้วยความแปลกใจแล้วเอ่ยออกไปเสียงแข็ง

“ครูมาทำไม”

“ท่านผู้อำนวยการเรียกให้ครูไปพบพร้อมกันกับนาย” คนตัวเล็กกว่าตอบผมแล้วเดินตามหลังผมมาอยู่ห่างๆ ผมเลยหันกลับแล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินเข้าไปในห้อง

“มีอะไรรึเปล่าครับน้าพิม” ผมพูดพร้อมนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับน้าที่นั่งรออยู่แล้ว ก่อนที่ครูพายจะเดินตามเข้ามาแล้วยืนอยู่ข้างโซฟาจนน้าพิมต้องผายมือให้ครูเขานั่งลงข้างผม

“พ่อแม่ของเธอตกลงกับน้าว่าจะกลับมาเมืองไทยมาอยู่กับเธอก็ต่อเมื่อเธอสอบติดมหา’ลัยที่พ่อแม่อยากจะให้เข้า” แล้วน้าก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที

“มหา’ลัยอะไรครับ”

“มหา’ลัยxxx”

แล้วพอน้าพูดขึ้นมาผมถึงกับถอดใจทันที ก็มันเป็นมหา’ลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยน่ะสิ ใครเข้าได้นี่ถือว่าสุดยอดแล้วล่ะ ไอ้ผมมันก็เก่งแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นแหละนอกนั้นผมก็ไม่รู้เรื่อง แล้วจะให้ผมสอบเข้าเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ

“น้ารู้ว่ามันยากสำหรับเธอที่เธอได้แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว น้าก็เลยเรียกครูพิภัชมาด้วย” แล้วน้าพิมก็หันไปมองครูพายที่กำลังนั่งมองน้าอยู่ก่อนแล้ว

“ครูพิภัชช่วยสอนพิเศษให้กับเด็กคนนี้หน่อยได้ไหมคะ ขอแค่วิชาคณิตศาสตร์วิชาเดียวก็พอค่ะ” คำพูดของน้าพิมที่เอ่ยออกมาทำเอาผมกับครูพายเบิกตากว้างแล้วเผลอหันไปมองหน้ากันอย่างอัตโนมัติ

“ไม่มีทาง”

“ไม่ดีกว่าครับ”

แล้วผมกับครูพายก็ปฏิเสธออกมาแทบจะพร้อมกัน ทำให้น้าพิมที่กำลังมองอยู่ถึงกับถอนหายใจออกมา

“ซิน เธอมีโอกาสที่จะได้ติวแล้วสอบเข้ามหา’ลัยแล้วนะเธอยังจะปฏิเสธอยู่อีกเหรอ ครูพิภัชก็เหมือนกันค่ะ ทำไมครูถึงปฏิเสธที่จะติวสอบให้กับเด็กคนนี้ล่ะคะ”

“เพราะเป็นครูคนนี้ไงผมถึงไม่เรียน”

“เพราะเด็กคนนี้เขาดื้อกับผมน่ะสิครับ ขอโทษนะครับ แต่ว่าคนแบบนี้ผมสอนเขาไปเขาก็ไม่รับในสิ่งที่ผมสอนหรอกครับ” แล้วคนที่นั่งอยู่ข้างๆผมก็พูดออกมาตรงๆให้ผมได้หันไปมองอย่างเคืองๆ

“ซิน..” แล้วน้าพิมก็หันมามองผมเชิงขอร้องแทน

“ไม่เรียนเด็ดขาด..” ผมตอบกลับไปเสียงแข็ง ก่อนที่จะหันไปมองหน้าคนที่นั่งข้างๆที่กำลังมองผมอยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ผมกับครูพายนั่งมองหน้ากันอยู่นานราวกับว่าไม่มีใครยอมใครเด็ดขาด

“ถ้าเธอไม่ยอมเรียนเธอก็ต้องช่วยครูพิภัชเอาเอกสารนี้ไปไว้ที่บ้านของครูพิภัช แล้วช่วยครูพิภัชจัดการเอกสารนี้ให้หมดภายในอาทิตย์หน้า” ว่าจบน้าพิมก็เลื่อนกล่องลังขนาดกลางสองกล่องมาให้ผมกับครูพายที่กำลังนั่งอยู่

“เอกสารอะไรเหรอครับ” แล้วครูพายที่กำลังมองเอกสารด้วยความงุนงงก็เอ่ยถามน้าพิมออกมา

“เอกสารที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนของห้องม.6/5ทั้งหมดค่ะ นี่คือสิ่งที่ครูพิภัชจะต้องจัดการ ส่งดิฉันภายในอาทิตย์หน้านะคะ” สิ้นสุดคำพูดของน้าพิมทำเอาคนตัวเล็กกว่ากลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกทันทีพลางเปิดกล่องดูก็เจอเอกสารถูกบรรจุไว้เต็มกล่องทั้งสองใบ

“แล้วทำไมต้องให้ผมช่วยด้วย”

ผมก็เอ่ยถามออกไป เพราะว่าผมยังไม่ยอมให้ครูเขามาเป็นครูที่ปรึกษาให้เลย แล้วนี่จะให้ผมไปเรียนพิเศษกับครูเขาอีก แล้วพอผมไม่ยอมเรียนก็ให้ผมมาช่วยครูเขาเอาเอกสารไปไว้บ้านครูเขา แม่งไม่มีเหตุผลสุดๆเลยว่ะ

“ทำตามที่น้าบอกเธอไม่ต้องถามมาก แล้วก็ไปส่งครูพิภัชให้ถึงบ้านและก็ช่วยครูเขาเคลียร์เอกสารให้หมดภายในอาทิตย์หน้าตามที่น้าบอกด้วย ไม่งั้นเธอจะไม่ได้เจอพ่อแม่เธออีกตลอดไป” แล้วน้าก็เอ่ยขึ้นมาเสียงแข็งพลางขมวดคิ้วมองผม แล้วครูที่นั่งอยู่ข้างๆผมก็หันมามองผมน้อยๆก่อนที่จะหันกลับทันทีที่เห็นผมมองตอบ

“เชิญครูพิภัชกลับไปเคลียร์เอกสารนี้ได้เลยค่ะ เธอก็ช่วยครูพิภัชถือเอกสารไปด้วยล่ะ ส่งให้ถึงบ้านแล้วน้าจะส่งคนไปจับตาดูเธอตลอดเวลาว่าเธอทำตามที่น้าบอกบ้างรึเปล่า ถ้าเธอไม่ทำตามที่น้าบอกล่ะก็เธอโดนแน่” พอน้าพูดจบครูพายก็พยายามจะถือกล่องสองกล่องด้วยตัวเอง ผมเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแต่ถูกน้าพิมดุเอาเลยจำเป็นต้องช่วยครูเขาถืออีกกล่องหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องไป

“ซิน นายมีโอกาสที่จะได้อยู่กับพ่อแม่แล้วนะ น้าว่าคว้ามันมาไว้หน่อยถ้าเธอยังอยากเจอพ่อแม่เธออยู่” น้าพิมว่าขึ้นระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้อง ผมเหลือบมองหน้าด้วยหางตาอย่างชั่งใจก่อนที่จะหันกลับไปเดินต่อ

“พ่อแม่ของนายไม่ได้อยู่กับนายหรอกเหรอ” แล้วครูพิภัชก็พูดขึ้นมาระหว่างที่กำลังเดินนำผมอยู่

“ก็ได้ยินไปแล้วหนิ” ผมตอบออกไปห้วนๆเพราะอารมณ์ผมยังไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ที่ต้องมาคุยมาช่วยครูพายเขา

“ครูถามนายดีๆแล้วนะ” แล้วตัวเล็กที่กำลังเดินนำผมอยู่ก็เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบแล้วเดินเข้าไปในห้องคณิตให้ผมได้เดินตาม ก่อนที่ครูพายจะวางกล่องลังลงบนพื้นแล้วเก็บของเตรียมกลับบ้าน

“นี่ผมต้องไปส่งครูจริงๆเหรอเนี่ย” แล้วผมก็บ่นออกมาทันทีที่เดินเข้ามาถึงโต๊ะครูพาย

“ไม่ต้องไปส่งครูก็ได้ ถ้านายอยากโดนผอ.ว่า” พูดมาแบบนี้มันขู่กันชัดๆเลยหนิหว่า

แล้วครูพายก็เงยหน้าขึ้นมองผมพลางใส่แจ็คเก็ตแล้วสะพายกระเป๋าเป้ หลังจากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะของครูอนุชาที่ไม่มีใครนั่งอยู่ก่อนที่จะก้มๆเงยๆเขียนอะไรสักอย่างอยู่บนโต๊ะแล้ววางไว้พลางหันไปหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาหนึ่งใบแล้วเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าผมแล้วสวมหมวกกันน็อคให้ผม

ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นมุ่นคิ้วงุนงงแล้วยืนนิ่งให้อีกคนใส่หมวกกันน็อคให้

ผมมองหน้าคนตัวเล็กกว่าที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับสายล็อคหมวกกันน็อคจนอีกคนตีหน้ายุ่งไปหมด พอเสียงล็อคหมวกกันน็อคดังขึ้น ครูพายก็เงยหน้าขึ้นมองผมที่กำลังยืนถือกล่องลังมองครูเขาอยู่ด้วยสายตางุนงงก่อนที่จะถอยออกมาพลางหันกลับไปถือกล่องลังที่ตัวเองวางไว้บนโต๊ะขึ้นมา หลังจากนั้นก็ลาครูในหมวดคณิตที่กำลังนั่งมองเราทั้งสองคนด้วยสายตาตกใจและมึนงง

ก็แน่ล่ะสิ ผมที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยยอมใคร ไม่เคยให้ใครเข้ามายุ่งด้วย ดันมายืนให้ครูที่เจอหน้ากับผมทีไรก็กัดกันตลอดใส่หมวกกันน็อคให้อยู่ ไม่ตกใจก็แปลกแล้วล่ะครับแล้วไหนจะผมที่ยังไม่ขัดขืนอีก คือตอนแรกก็กะว่าจะขัดขืนแหละแต่พอได้มองหน้าครูเขาใกล้ๆผมกลับละสายตาไปจากครูไม่ได้ซะงั้น

“ไปได้แล้วเซอิน” แล้วเสียงของครูพายก็ดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมองตาม ผมเลยเดินเข้าไปหาครูที่กำลังยืนรอผมอยู่ที่ประตูห้อง แล้วครูเขาไปยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อไหร่วะนั่น

“ครูจบมาจากที่ไหน” พอมผมเดินขึ้นไปตีคู่ผมก็เลยเอ่ยปากถามครูพายออกไป

“มหา’ลัยxxx” ครูพูดโดยที่ไม่หันมามองผมที่ได้ยินคำตอบออกมาแล้วถึงกับอ้าปากค้างทันที

มหา’ลัยนี้มัน... ที่พ่อกับแม่อยากจะให้ผมเข้านี่หว่า! ถึงว่าทำไมน้าพิมถึงอยากให้ผมติวกับครูคนนี้ ตอนแรกก็นึกแค่ว่าครูเขาชอบเถียงผมจนผมเบื่อแล้วยอมไปถึงได้เอาครูคนนี้มาสอน

“พูดจริงเหรอ”

“หน้าอย่างครูล้อเล่นเป็นด้วยเหรอ” แล้วครูก็สวนขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่ต้องรอคิด

“แน่นอน แล้วก็ไม่ใช่ล้อเล่นอย่างเดียว หน้าอย่างครูอ่ะกวนส้นตีนด้วย” ผมว่าพลางชี้ไปที่หน้าอีกคนที่กำลังเดินลงบันไดโดยที่ไม่กลัวว่าคำที่พูดไปมันไม่ควรที่จะพูดกันระหว่างครูกับนักเรียน

พอผมพูดจบครูพายก็หันมามองผมเคืองๆก่อนที่จะยกมือขึ้นมาปิดกระจกหมวกกันน็อคที่ผมใส่อยู่ เท่านั้นยังไม่พอครูพายยังผลักหัวผมไปกระแทกกับผนังอีก ก่อนที่ครูจะรีบเดินลงบันไดหนีผมไป

“เฮ้ย! แน่จริงตัวต่อตัวเลยดิวะ” ผมตะโกนตามหลังพลางรีบเดินเข้าไปหาอีกคนที่กำลังสตาร์ทมอเตอร์ไซค์อยู่ก่อนที่ครูจะใส่หมวกกันน็อคให้ตัวเองบ้าง

“บ่นอะไร ขึ้นมาได้แล้ว” แล้วครูก็ว่าขึ้นมาเชิงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก่อนที่จะยกกล่องลังมาวางไว้บนที่วางเท้าแล้วหันมาหาผมที่กำลังยืนมองอยู่

“ครูแน่ใจนะว่าจะขับ”

“แน่ใจ ทำไมล่ะ”

“ก็ครูตัวเล็กกว่าผมครูจะบังคับรถได้เหรอ ผมกลัวตายกลายเป็นผีตายโหงอยู่หน้าโรงเรียนก่อนที่จะได้เจอพ่อแม่” ผมว่าสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจออกมา

“ไม่เชื่อมือครูรึไง ตัวใหญ่กว่านี้ก็เคยให้ซ้อนมาแล้ว” ครูว่าพลางขมวดคิ้วมองผม

“ตัวใหญ่กว่านี้ก็ผู้ชายน่ะสิ” ผมว่าพลางขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายแล้วเอากล่องลังที่ผมถืออยู่วางไว้บนตักตัวเอง ก่อนที่ครูจะขับรถออกจากโรงเรียนไป

“เออสิเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่กว่านายก็คงเป็นผู้หญิงมั้ง” แล้วครูก็ว่าผมเชิงประชดประชันก่อนที่ผมจะยิ้มเผล่ออกมาแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆคนตัวเล็กกว่าแล้วพูดข้างหูอีกคน

“แฟนครูเหรอ”

“แฟนพ่อง! พี่นุเว้ย ครูอนุชา!” ว่าอย่างเดียวไม่พอยังจะเอาศอกเข้ามากระทุ้งที่สีข้างของผมอีก

“ล้อเล่นน่า ล้อเล่น ขับรถไปดีๆดิเดี๋ยวก็คว่ำหรอก” ผมว่าพลางจับแขนเล็กอีกคนไว้ก่อนที่จะปล่อยออกทันทีเมื่ออีกคนชักแขนกลับไปขับรถต่อพลางก่นด่าผมออกมาด้วย

“ที่บ้านไม่สอนรึไงว่าอย่าพูดเรื่องรถคว่ำตอนขับรถอยู่”

“จะสอนได้ไง ผมอยู่บ้านคนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆ”

สิ้นสุดคำพูดของผมครูก็บ่นกลับมาแต่ผมไม่ได้ฟังหรอก ใส่หมวกกันน็อคอยู่เสียงอู้อี้ขนาดนั้นใครจะไปฟังออก แล้วพอขับมาได้สักพักก็เข้ามาอยู่ในซอยที่ผมเคยมาส่งผู้หญิงแล้วกะจะง้าบเธอข้างบ้านครู

ครูพายจอดรถทันทีที่มาถึงหน้าบ้านก่อนที่ผู้ชายคนนึงที่ผมเคยเจอก่อนหน้านี้ที่ถือมะม่วงมาให้ครูเมื่อคราวก่อนก็ยืนอยู่หน้าบ้านพลางรับลูกกุญแจจากครูพายที่โยนให้เมื่อกี้แล้วไขประตูบ้านให้เปิดออกหลังจากนั้นครูก็ขับมอเตอร์ไซค์เข้าไป

“พี่พาย..” แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับดึงกระเป๋าเป้ของครูพายไปสะพาย โดยที่ไม่ได้มองเลยว่าผมที่นั่งซ้อนท้ายครูพายอยู่ ทำยังกะผมไม่มีตัวตนอย่างนั้นแหละ

“ว่า” ครูพายพูดพลางถอดหมวกกันน็อคออกแล้วหันมาไล่ให้ผมลงจากรถ หลังจากนั้นก็ค่อยลงจากรถบ้างแล้วเดินตามผู้ชายคนนั้นที่เข้ามาแย่งกล่องลังจากครูพายแล้วเดินเข้าบ้านไป ทิ้งไว้ให้ผมยืนมองทั้งสองคนอยู่ข้างรถก่อนที่จะเดินถือกล่องลังอีกกล่องเดินตามเข้าบ้านไป

“พี่งานเยอะรึเปล่า ถ้าเยอะผมจะได้บอกให้แม่ทำกับข้าวเลยพี่จะได้ไม่ต้องไปช่วย” เสียงของเด็กผู้ชายคนนั้นเอ่ยก็ดังขึ้นขณะที่ผมก้าวขาเข้าไปในบ้าน ครูพายถอดแจ็คเก็ตออกก่อนที่จะตามด้วยเนคไทแล้วส่ายหน้าให้คนที่สูงกว่าตัวเองนิดหน่อยเบาๆ

“ไม่เยอะหรอก เดี๋ยวพี่ช่วยแม่ทำกับข้าวเอง” ไม่เยอะบ้านครูอ่ะดิ แล้วเอกสารที่มันอยู่ในกล่องสองกล่องนี้มันคืออะไร เยอะขนาดนี้แล้วยังบอกว่างานไม่เยอะอีกเหรอ

“แล้วอะไรอยู่ในกล่องครับ” แล้วพอครูพายปฏิเสธ เด็กผู้ชายก็ก้มลงเปิดกล่องลังทันทีแล้วพอเปิดได้เด็กผู้ชายคนนั้นก็เลิกคิ้วสูงมองครูพายเชิงขอคำตอบ

“ก็งานนั่นแหละ แต่ส่งอาทิตย์หน้า”

“แต่วันนี้วันศุกร์” ก็จริงอย่างที่ผู้ชายคนนั้นว่าแหละครับ วันนี้วันศุกร์แล้วไหนจะส่งภายในอาทิตย์หน้าอีก กล่องหนึ่งทำภายในหนึ่งอาทิตย์จะเสร็จรึเปล่าก็ไม่รู้

“งั้นพี่ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบลงมากินข้าวนะ วันนี้พี่ไม่ต้องสอนผมหรอกเดี๋ยวผมช่วยพี่เคลียร์เอกสารเอง” ว่าจบเด็กผู้ชายคนนั้นก็วิ่งผ่านผมออกไปหน้าบ้านก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในบ้านข้างๆ

“วางก่อนสิเซอิน” พอครูพายส่ายหัวให้กับการกระทำของเด็กคนนั้นเสร็จก็หันมาสนใจผมต่อ

“ครูสอนพิเศษให้กับเด็กคนนั้นเหรอ” ผมว่าขึ้นระหว่างที่เดินเข้าไปวางกล่องลงข้างๆอีกกล่องนึง

“อื้ม สอนให้น้องเขาคนเดียวนั่นแหละ จริงๆครูก็ไม่ได้ตั้งใจจะสอนพิเศษให้นักเรียนคนไหนหรอกแต่ตะวันน่ะกรณีพิเศษ นายเรียกตะวันว่าน้องก็ได้ ตะวันเขาอยู่ม.5เป็นน้องนายหนึ่งปี”

“แล้วนี่จะกลับเลยรึเปล่า อยู่กินข้าวก่อนด้วยกันไหม” แล้วครูพายก็เดินกลับมาหาผมพร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว

“ครูสอนพิเศษให้ผมหน่อยได้ไหม ผมอยากเข้ามหา’ลัยนั้นให้ได้” ผมว่าพร้อมรับแก้วน้ำมาจากครูแล้วสบตาอีกคนที่อยู่ภายใต้กรอบแว่น

“นายแน่ใจนะว่าจะเรียน”

“แน่ใจดิ ก็ผมไม่มีทางเลือกแล้ว” ผมตอบออกไปเสียงเรียบพลางมองดวงตากลมโตของอีกคนที่กำลังมองมายังผมด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

“แล้วสรุป จะอยู่ก่อนใช่ไหม” แล้วครูพายก็เลือกที่จะตอบผมแต่กลับเป็นถามผมแทน ผมเลยพยักหน้าให้ครูเบาๆก่อนที่ครูจะพูดต่อ

“งั้นนายก็นั่งรอไปก่อน ครูขอไปอาบน้ำก่อนแป๊บนึง” ว่าจบครูก็ดันผมให้นั่งลงบนโซฟาแล้วหยิบรีโมททีวีมาให้ผมแล้วเปิดทีวีให้ผมนั่งดูรอขณะที่ครูกำลังจะขึ้นบันไดขึ้นไปอาบน้ำ แต่ก่อนที่จะได้ขึ้นไปยังชั้นบนครูก็หันกลับมาพูดกับผมว่า

“เดี๋ยวครูลงมาให้คำตอบ”







ThaRat Talk
          ลงไป3ตอนแล้วนะคะสำหรับนิยายเรื่องนี้ เป็นยังไงกันบ้างสนุกกันบ้างป่าวอ่าาา ถ้าสนุกก็คอมเมนต์มาให้รัตน์ได้อ่านกันหน่อยนะคะ อยากรู้ว่าจะรู้สึกยังไงกันบ้าง
          สำหรับตอนหน้าเราจะมาดูกันว่าครูพายจะตกลงรับเซอินมาเป็นศิษย์เรียนพิเศษอย่างที่เซอินต้องการไหม ต้องติดตามๆ



ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #89 พระจันทร์ตะวันออก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 10:48

    ตะวันนนนนนนน
    #89
    0
  2. #61 2222548 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 18:33
    ดีงามพระรามแปดแอนเก้า น้องตะวันชอบครูพายเหรอ?
    #เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
    #61
    0
  3. #15 FNSzzzz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 22:56
    น่ารักมากเลย มีความซึน ????
    #15
    0