[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 36 : ModifyLove35 : Keep a secret [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

ModifyLove
35
Keep a secret
[Sein Part]

          “ภาคินเหรอ ไม่รู้สิ น่าจะรู้จักแหละแต่แค่จำไม่ได้” ผมตอบคำถามพี่พายออกไปพลางมองคนอายุมากที่กำลังนั่งทำหน้ายุ่งใส่ผมอยู่ ดูท่าจะอารมณ์ไม่ค่อยดีแฮะ

“ถามทำไมเหรอพี่”

“ก็เด็กนั่นมันกวนตีนพี่น่ะสิ อาทิตย์ที่แล้วพี่แค่ไปทักว่าสักเท่านั้นเองหลังจากนั้นก็กวนพี่มาตลอด น่ารำคาญฉิบหาย” เด็กคนนี้ทำพี่พายพูดคำหยาบออกมาได้แสดงว่าไม่ธรรมดา น่าจะแสบอยู่พอตัว

“หนักกว่าผมสมัยก่อนใช่ไหมเนี่ย พี่ถึงอารมณ์เสียขนาดนี้”

“เออดิ พอๆเลิกพูดถึงเด็กนั่นก่อน แล้วนี่นายปิดเทอมแล้วใช่ไหม” ผมมองพี่พายที่กำลังหยิบผลไม้เข้าปากไปด้วยทำงานไปด้วย ดูท่าพี่เขาก็คงจะงานเยอะ เพราะที่นู้นเพิ่งเปิดเทอมนี่เนอะ

“ใช่ ปิดแล้วล่ะ อีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้นปีสามแล้ว รออีกนิดนะพี่ใกล้จะได้เจอกันแล้ว” ผมว่าออกไปยิ้มๆให้คนที่อยู่ทางนู้นได้สบายใจ พี่เขาก็เงยหน้าจากกองงานขึ้นมามองหน้าผมก่อนที่จะยิ้มตอบกลับมานิดๆแล้วเอ่ยออกมาบ้าง

“จะรอนะ”

“อ้ะ? Miguel!” พี่พายว่าขึ้นมาพลางมองเลยผมไปยังเด็กตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างหลัง มิเกลหันมามองตามเสียงเรียกก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้ามา ดีที่โต๊ะกินข้าวที่ผมเอาโน๊ตบุ๊ควางไว้แล้วคุยกับพี่พายมันสูงกว่ามิเกล ไม่งั้นพี่พายก็คงจะได้เห็นหน้ามิเกลไปแล้วนี่พี่เขาเห็นแค่ตั้งแต่ดวงตาขึ้นไปยังไม่เห็นหน้าทั้งใบ ผมยังไม่ค่อยอยากจะให้พี่พายได้เห็นหน้าลูกหรอก

“How are you making out? (เป็นไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า?)” พี่พายว่าออกมาเสียงเล็กเสียงน้อยพลางยื่นหน้าเข้ามาคุยกับมิเกล แหม่ทีผมล่ะก็ไม่เห็นจะทำท่าทางอย่างนี้ใส่บ้างเลย สองมาตรฐานชัดๆ

“I’m very well, and how about you? (ผมสบายดี แล้วคุณล่ะ?)” มิเกลว่าออกมาเสียงใส

“I’m good. Have you eaten yet? (พี่สบายดี กินข้าวแล้วรึยัง?)”

“กินแล้ว” ผมชิงตอบออกไปทำเอาพี่พายถึงกับช้อนตาขึ้นมามองค้อนผมทันที ผมเลยเลิกคิ้วสูงเชิงถามว่ามีอะไรรึเปล่า ก่อนที่จะหันไปกระซิบกับมิเกลไม่ให้พี่พายได้ยิน

“ไปดูหนังก่อนไป พ่อจะคุยกับแม่”

มิเกลพยักหน้าให้ผมทีหนึ่งก่อนเดินออกไป ผมมองตามลูกที่กำลังเดินกลับไปนั่งดูทีวีต่อก่อนที่จะหันกลับไปมองคนที่อยู่ในจอเหมือนเดิม พี่พายกำลังทำหน้ามุ่ยอยู่ครับ ไม่พอใจแน่ๆที่ผมพูดแทรกไปแบบนั้น

“ทำหน้าแบบนั้นทำไมพี่” ผมว่าออกไปยิ้มๆ

“ก็คุยกับน้องอยู่ ทำไมต้องมาขัด” พี่พายบ่นอุบ

“น้องที่ไหนหลานต่างหาก หลานผมก็เหมือนกันกับหลานพี่นั่นแหละ ไม่ต้องมาทำเหมือนตัวเองเป็นวัยรุ่นหรอกน่า มิเกลกับพี่น่ะเป็นพ่อลูกกันได้เลย” ผมว่าออกไปตามที่ผมคิด แต่พี่พายกับทำหน้าไม่ชอบใจก่อนที่จะเมินผมแล้วหันกลับไปทำงานต่อ

“งอนผมเหรอ”

“ใครบอก”

“แล้วทำไมเมินผมล่ะ”

“ขี้เกียจคุยด้วย” พี่พายว่าออกมางอนๆให้ผมได้ยิ้มตาม มีไม่กี่ครั้งหรอกที่พี่เขาจะงอนใส่ผม งอนทีก็น่ารักไม่ได้งี่เง่าเหมือนพวกเด็กๆที่เขางอนกัน ผมชอบด้วยซ้ำที่พี่เขางอนผม

“ถ้าผมกลับไปแล้วเดี๋ยวผมซื้อเบย์แม็กซ์ให้ หายงอนผมนะ”

“ซื้อด้วยเงินของตัวเองล่ะอย่าใช้เงินพ่อแม่ แล้วก็ถ้าจะซื้อพี่ขอของแท้ด้วย” พอได้ยินคำว่าเบย์แม็กซ์นี่หูพึ่งขึ้นมาทันที สงสัยจะชอบจริงๆอย่างที่ว่านั่นแหละ ขนาดตอนที่ไม่ได้คุยกันแล้วผมเอาเบย์แม็กซ์ไปคืนดีพี่เขา พี่เขายังหายโกรธเลย

“รับทราบครับภรรยา” ผมว่าออกไปยิ้มๆก่อนจะมองคนแก่กว่าที่กำลังหน้าแดงหลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนเรื่องคุยกับผม เชื่อไหมว่าถ้าผมอยู่ข้างๆพี่เขาผมอาจจะโดทนทุบไปแล้ว

ดิ๊งด่อง!

“แป๊บนึงนะซิน”

พี่พายว่าออกมาพลางมองไปยังหน้าบ้านตัวเองก่อนที่จะขมวดคิ้วนิดๆแล้วเดินออกไปดูข้างนอก ไม่ได้คิดที่จะระแวงหรอกว่าพี่เขาจะนอกใจแต่เป็นห่วงมากกว่า แต่อย่างว่าแหละผมก็ทำอะไรไม่ได้เพราะผมมันก็แค่คนในจอจะให้ออกไปดูด้วยมันก็ยังไงอยู่

ผมรออยู่นานเลยแหละกว่าพี่เขาจะกลับมานั่งลงที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คอีกที ผมมองจ้องไปยังหน้าหวานที่กำลังทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่

“ใครมาเหรอพี่” พี่เขาช้อนตาขึ้นมามองผมหลังจากที่ผมพูดจบก่อนที่จะพูดออกมาเสียงแข็งให้ผมได้ฟัง

“ภาคินน่ะสิ”

“ไอ้เด็กนั่นน่ะเหรอ มันรู้ได้ไงว่าบ้านพี่อยู่ที่นี่” ผมถึงกับขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำตอบ แบบนี้มันไม่ธรรมดาแล้ว ถึงกับรู้ที่อยู่กันเลยนะนั่น

“ก็นั่นน่ะสิที่พี่สงสัย” พี่เขามองหน้าผมนิ่งๆพลางขมวดคิ้วไปด้วยให้ผมได้มองตอบแล้วความเงียบก็เข้าปกคลุม ผมกับพี่พายจู่ๆต่างคนต่างก็ไม่พูด ต่างเงียบใส่กัน จนผมต้องละสายตาออกจากจอสักพักแล้วกลับมามองพี่เขาเหมือนเดิม

“อย่างเงียบดิซิน ไม่ไว้ใจพี่เหรอ”

จากตอนแรกที่พี่เขาขมวดคิ้วอยู่แล้ว หลังจากที่พูดคำนั้นออกมาพี่เขากลับขมวดคิ้วหนักกว่าเก่าอีก ยอมรับครับว่ามีแว๊บหนึ่งที่ผมคิดขึ้นมาแต่พอดูแล้วพี่เขาก็ไม่น่าจะใช่อย่างที่ผมคิด

“เปล่าครับ ผมแค่กำลังคิดเฉยๆว่าเด็กนั่นมันรู้จักบ้านพี่ได้ยังไง” ผมแก้ตัวออกไป พี่พายก็ยังคงมองมาที่ผมนิ่งๆอยู่สักพักหลังจากนั้นก็ค่อยพยักหน้าตอบรับเบาๆแล้วชวนคุยต่อ


“พ่อ เป็นอะไรรึเปล่าครับ” มิเกลว่าขึ้นมาเสียงอ่อนเมื่อเห็นผมกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่ ผมละสายตาจากจอโน๊ตบุ๊คที่พี่พายวางสายแล้วไปมองที่มิเกลก่อนที่จะส่ายหัวปฏิเสธเด็กตัวเล็กไปน้อยๆเชิงไม่มีอะไร

“จำได้ว่าวันนี้จะออกไปเดินเล่นข้างนอกกันใช่ไหม” ผมปรับสีหน้าให้ดูดีขึ้นพลางยิ้มให้ลูกไปด้วย

“ใช่ครับ”

พอมิเกลเห็นสีหน้าผมดีขึ้น ลูกก็รีบตอบรับผมพลางยิ้มแย้มออกมาอย่างมีความสุข ผมพยักหน้าให้ลูกเบาๆก่อนที่จะเอาโน๊ตบุ๊คไปเก็บดีๆแล้วพาเดินออกจากบ้านไป

“อ้าวซิน จะพามิเกลออกไปข้างนอกเหรอ” แม่ผมที่กำลังจะเดินเข้าบ้านเอ่ยทักขึ้นมาทันทีที่กำลังจะเดินสวนกัน ดูท่าแม่เพิ่งจะเลิกงาน ก็นี่มันสี่โมงแล้วนี่ เหลือแต่พ่อนั่นแหละที่กลับบ้านทีก็สองสามทุ่ม

“ใช่ครับย่า! พ่อจะพาผมไปเดินเล่นล่ะ!”

“จริงเหรอจ๊ะ งั้นย่าฝากซื้อของมาทำกับข้าวในวันพรุ่งนี้หน่อยสิแล้วอย่ากลับกันดึกนะ อ่ะนี่เงินย่าให้ไปซื้อของ” แม่ว่าพลางก้มลงยื่นเงินให้มิเกลมายี่สิบปอนด์ หลังจากนั้นค่อยยื่นรายการอาหารที่ต้องซื้อมาให้ผม

“ที่เหลือไม่ต้องทอน ถือว่าเป็นค่าขนมของมิเกล” แม่พูดกับผมเสียงเรียบ

“ขอบคุณครับ” ผมว่าออกไปพลางยื่นมือเข้าไปรับรายการอาหาร ก่อนที่จะพามิเกลเดินไปที่โรงรถ มือเล็กที่จับชายเสื้อผมอยู่กระตุกเบาๆให้ผมได้หันไปมองก่อนจะยื่นเงินที่แม่เพิ่งจะให้เจ้าตัวเมื่อกี้มาให้ผม

“ให้พ่อเก็บไว้ เดี๋ยวผมทำหาย” ผมยิ้มบางให้เด็กตัวเล็กก่อนที่จะรับมาเก็บไว้ที่ตัวเองอย่างที่มิเกลว่า ก่อนที่จะมองไปยังรถสองคนที่กำลังจอดอยู่แล้วเอ่ยถามลูกออกไปเพื่อขอความคิดเห็น

“ไปคันไหนดีล่ะมิเกล”

“คันนั้น” มิเกลว่าพลางชี้ไปยังรถที่ผมกำลังมองอยู่ก่อนหน้านี้ ผมถึงกับยิ้มขึ้นมาทันทีที่ใจตรงกัน

“งั้นหยิบเสื้อก่อน” ผมว่าออกไปพลางเดินเข้าไปหยิบเสื้อตัวเล็กและตัวใหญ่ที่แขวนอยู่ข้างๆกัน ก่อนที่จะยื่นเสื้อตัวเล็กให้เจ้าของเสื้อใส่ก่อนที่จะใส่ให้ตัวเองบ้าง

“นี่ แม่จะมาบอกว่าให้ขับรถใหญ่ไปนะไม่ต้องขับบิ๊กไบค์ไป มันอันตราย...” แม่เปิดประตูเข้ามาพลางเอ่ยกับผม ผมและมิเกลหันไปมองคนพูดโดยพร้อมเพรียงกัน

“ไปก่อนนะแม่ ผมฝากปิดประตูด้วย” ผมว่าออกไปพลางปิดกระจกหมวกกันน็อคลงแล้วขับออกจากบ้านไปโดยที่ไม่ฟังคำพูดของแม่ที่ตะโกนว่าตามหลังมาเลย ผมยื่นมือเข้าไปดึงมือของเด็กที่อยู่ข้างหลังให้กอดผมไว้แน่นๆ มิเกลก็รู้หน้าที่ครับ กอดผมไว้ซะแน่นเลย

รู้ครับว่ามันอันตราย แต่ก็อยากขับเพราะผมก็ไม่ได้ขับมานานแล้ว ไหนจะขับออกมาเล่นกับลูกอีกเพราะลูกก็ชอบบิ๊กไบค์เหมือนกันกับผม ก็เลยจัดให้ลูกหน่อยเพราะไหนๆก็มีโอกาสออกมาเที่ยวเล่นด้วยกันแล้ว

โอกาสแบบนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆหรอกนะ

ผมขับไปด้วยความเร็วที่ไม่เร็วมาก เพื่อความปลอดภัยด้วยให้ลูกได้ดูข้างทางไปด้วย ขับไปได้ไม่นานก็ถึงสวนสาธารณะที่ผมกับมิเกลตั้งใจจะมากันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ผมจอดรถให้มิเกลได้กระโดดลงไปตามประสาเด็กผู้ชายที่ไม่กลัวจะเจ็บตัวก่อนที่จะตามด้วยผมบ้าง มิเกลถอดหมวกกันน็อคแล้วส่งมาให้ผม

“เร็วๆสิพ่อ!”

“ครับๆ รอแป๊บนึง ขอถอดเสื้อก่อน” มิเกลเร่งผมทันทีเมื่อผมไม่ยอมรับหมวกกันน็อคไปจากเขา

“ไม่ต้องถอดหรอก ใส่ไปแบบนี้แหละเดี๋ยวก็ต้องไปซื้อของให้ย่าอีก” ผมมองมิเกลทันทีพลางเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย พูดงี้แสดงว่าจะอยู่เล่นแค่แป๊บเดียว

“ผมเล่นไม่นานหรอก” แหม่ อย่างกับอ่านใจผมออก น่ากลัวจริงๆเลยเด็กคนนี้ พอมิเกลว่าออกมาอย่างนั้นจะให้ผมทำไงอ่ะครับ ก็ได้แต่ยอมรับความเห็นของลูกไปนั่นแหละ

“ไปกันเถอะ” ว่าแล้วมิเกลก็รีบจูงมือผมเข้าไปที่สวนสาธารณะ

มิเกลมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น ก็แหงล่ะ ผมไม่เคยพาลูกออกมาเดินเล่นแบบนี้เลยหนิตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน อย่าว่าแต่ลูกเลย เอาจริงๆนี่ก็ครั้งแรกแหละที่ผมออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะแบบนี้ เพราะตั้งแต่มาอยู่นี่ผมก็เอาแต่เรียน เรียนให้มันจบๆจะได้รีบกลับไปอยู่กับพี่พาย

ตุบ!

“อ้ะ ขอโทษครั...!!”

ผมที่กำลังจะเอ่ยปากขอโทษออกไปเพราะคนข้างหน้าเดินเข้ามาชนผม แต่ก็ต้องหยุดชะงักแล้วมองคนตรงหน้าพลางเบิกตากว้าง

“คืนนี้ว่างรึเปล่า...ไปนอนกับผมไหม”

คนแปลกหน้าที่ผมรู้จักดีกดคอผมลงมาแล้วกระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แล้วยังไม่วายถือวิสาสะเลื่อนมือตัวเองเข้ามาลูบแผงอกผมไปด้วย

“พ่อ...!” แล้วเสียงมิเกลที่เอ่ยออกมาเป็นภาษาไทยก็ดึงสติผมกลับให้มาอยู่กับตัว คนแปลกหน้าผมถึงกับชะงักแล้วถอยออกมาทันที

“คนไทยเหรอ...” เขาพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษก่อนจะเงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าตกใจ ผมรู้ครับว่าเขาพูดภาษาไทยไม่ได้ ก็แหงล่ะเกิดที่นี่ โตมาที่นี่คงจะพูดไทยได้หรอก ถึงแม้พ่อแม่ของเขาจะเป็นคนไทยก็เหอะ

ถามว่าทำไมผมถึงรู้จักเขาดีจังน่ะเหรอ ก็เพราะคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผมน่ะคือ พี่เรน น่ะสิ! เรนไหน เรนนักแข่งรถโมโตจีพีระดับโลกที่ใครๆเขาก็รู้จัก

“ขอโทษครับ” พี่เขาว่าออกมาก่อนจะรีบเดินหนี ผมเลยถือวิสาสะเข้าไปคว้าข้อมือไว้ให้อีกคนได้หันมามองด้วยท่าทีตกใจ

“มีอะไรรึเปล่าครับ...” พี่เขาว่าออกมาเสียงอ่อน

“ใช่คุณเรนจริงๆใช่ไหม” ผมเอ่ยออกไปพลางเลิกคิ้วสูง ถึงพี่เขาจะเปลี่ยนสีผมแต่ผมก็มั่นใจว่าเป็นพี่เขาแน่ๆ

“...” พี่เขาไม่ตอบอะไรเพียงแต่เม้มปากแน่น

“ถ้าใช่จริงๆ ผมเป็นแฟนคลับของคุณนะ” ผมว่าออกไปพลางส่งยิ้มให้กับคนที่ยังดูไม่ไว้ใจผมอยู่ ผมเลยหันไปพูดกับมิเกล

“ลูกไปเล่นที่สนามเด็กเล่นก่อนก็ได้ เดี๋ยวพ่อจะตามไปทีหลัง”

“อื้อ” มิเกลพยักหน้าหงึกก่อนที่จะเดินออกไปยังเครื่องเล่น โดยที่ยังคงหันกลับมามองผมอยู่เป็นระยะๆ

“ขอโทษนะครับที่รั้งตัวไว้แต่ว่า...”

“อยากถ่ายรูปด้วยเหรอ หรืออยากได้ลายเซ็นต์” พี่เรนเขามองผมด้วยสีหน้านิ่งเรียบก่อนที่ผมจะปล่อยข้อมือพี่เขาออกเมื่อเห็นพี่เขาทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์

“ก็ทั้งสองอย่างครับ” ผมว่าออกไปตามความเป็นจริง พอได้ฟังคำตอบพี่เรนเลยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะมองหน้าผมให้ผมได้นั่งลงข้างๆพี่เขา

คือก็เข้าใจอยู่หรอกว่าช่วงนี้เขาพักเบรคครึ่งฤดูกาลให้นักแข่งพักสักหนึ่งเดือน เข้าใจว่าที่นี่คืออังกฤษบ้านเกิดพี่ของเขา แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมพี่เขาถึงมาชวนผมไปนอนด้วยแบบนั้นทั้งๆที่พี่เขาก็มีคนรักอยู่แล้ว คนรักพี่เขาก็เป็นผู้ชายเลยไม่แปลกที่พี่เขาจะมาขอผู้ชายด้วยกันมีอะไรด้วย

“ผมไม่มีปากกาหรอก ได้แต่ถ่ายรูปด้วยอย่างเดียว” พี่เขาว่าออกมาเสียงเรียบด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่

“ดูจากสถานการณ์แล้วไม่ต้องถ่ายก็ได้ครับ” ผมว่าออกมาพลางมองไปยังมิเกล แล้วนั่งนิ่งๆมองลูกเล่นกับเด็กคนอื่นไปด้วย ผมปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอย่างไม่คิดที่จะทำลายสถานการณ์ที่เป็นอยู่

“คุณเคยถูกคนรักนอกใจไหม” จู่ๆพี่เขาก็โพลงถามขึ้นมาให้ผมได้หันไปมองด้วยความแปลกใจ ก่อนที่จะตอบออกไปอย่างไม่ลังเล

“ไม่เคยครับ ผมไม่เคยถูกนอกใจ เพราะคนที่กำลังคบอยู่คือคนรักคนแรกของผม” ผมว่าออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบให้พี่เรนได้เงยหน้ามอง

“งั้นเหรอ... แล้วคนรักของคุณไปมีอะไรกับคนอื่นบ้างรึเปล่า” พี่เรนถามต่อ

“ผมก็ไม่รู้หรอก เพราะจะสามปีแล้วที่ผมต้องห่างจากเขา ผมต้องย้ายมาเรียนต่อที่นี่โดยที่คนรักยังคงทำงานรอผมอยู่ที่นู้น ผมเชื่อใจเขานะ ว่าเขาจะไม่ทำแบบนั้น” ผมอธิบายออกไปให้ฟัง

“เชื่อใจได้จริงๆน่ะเหรอ” คนข้างๆสบตาผม ให้ผมได้เห็นแววตาอันสั่นไหวภายใต้ท่าทีที่แข็งแกร่ง

“ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก แต่เพราะเขาอายุมากกว่าผม ผมเลยคิดว่าเขาน่าจะมีเหตุผลถ้าเขาคิดจะนอกใจจริงๆ อีกอย่างเขาคงไม่เลิกกับผมหรอกเพราะจะสามสิบแล้วนี่ ถ้าเลิกกับผมไปคงหาใหม่ได้ยาก”

ผมว่าออกไปเชิงติดตลก แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ตลกหรอก ยิ่งได้รู้ว่ามีเด็กนักเรียนคอยตามรังควานพี่เขาอยู่ด้วย แต่ผมก็ต้องเชื่อใจพี่เขาล่ะนะ ผมว่าถ้าพี่พายจะเลิกกับผมแล้วไปหาใหม่นี่หาได้ไม่ยากเลยนะ หน้าตาก็น่ารัก มีใครที่ไหนบ้างที่จะไม่คบกับพี่เขา ผมล่ะไม่อยากจะคิด

“ดีจังนะ” พี่เขาว่าขึ้นมาลอยๆก่อนที่จะหันกลับไปมองวิวข้างหน้าต่อ

“ถามแบบนี้ คนรักของคุณทำเหรอ”

“เสียมารยาทจังถามแบบนี้” พี่เขาว่าออกมาเสียงเย็นก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่มีคนโทรเข้ามา พี่เขามองหน้าจอนิ่งๆก่อนที่จะตัดสายไปแล้วกำโทรศัพท์ไว้ในมือพลางนั่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่นาน

“คุณเก็บความลับได้รึเปล่า” ผมหันกลับไปมองทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของคนดัง

“แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะ” ผมถามย้อนกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบแต่ใจนี่เต้นผิดจังหวะไปแล้ว นี่ผมฝันไปรึเปล่า ไอดอลที่ผมชอบมาตั้งแต่เด็กๆเลยนะพี่เขาอ่ะ นี่ผมกำลังนั่งคุยอยู่กับเขาอยู่นะเว้ย แถมพี่เขากำลังจะบอกความลับของตัวเองให้คนอย่างผมฟังอีก บ้าไปแล้ว!

“ไม่รู้สิ ถ้าคุณเป็นแฟนคลับผมจริงคุณคงจะไม่ทำร้ายผม ไม่ทำให้ผมเสียหาย แต่ก็นะ...ตั้งแต่เปิดตัวว่าคบกับผู้ชายไปแล้วคงจะไม่มีอะไรให้เสียหายไปมากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง”

“ก็แล้วแต่คุณถ้าคุณอยากจะบอกคุณก็บอก ไม่อยากบอกก็ไม่ต้อง” ผมว่าออกไปพลางไหวไหล่เบาๆ

“ขอไลน์หน่อยสิ จะเอาไว้คุยด้วย” พี่เขาว่าพลางยื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้ผม และที่สำคัญคือเข้าแอพไลน์แล้วเรียบร้อย เหลือแค่ให้ผมได้พิมพ์ไอดีไลน์ลงไปเท่านั้นเอง

“พูดจริงดิ”

ผมว่าออกไปอย่างไม่เชื่อหู ตอนแรกก็คิดว่าเล่นๆซะอีก เพราะคนใกล้ตัวพี่เขาก็มีเยอะแยะทำไมไม่ไปปรึกษา ทำไมต้องมาปรึกษาแฟนคลับอย่างผมทั้งๆที่พี่เขาไม่รู้จักผมเลย

“จริง จะเอาไหมเนี่ยไลน์น่ะ” พี่เขาเร่งผมก่อนที่จะยัดโทรศัพท์ราคาแพงของตัวเองใส่มาในมือของผม ให้ผมได้พิมพ์ลงไปแล้วยื่นกลับไปให้พี่เขา

“เซอินใช่ไหม แล้วจะทักไปนะ” พี่เขาจัดการเพิ่มผมเป็นเพื่อนเข้าไปเรียบร้อยก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ตัวเองใส่กระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม บอกตรงๆว่าตื่นเต้นมาก ไม่เคยตื่นเต้นอะไรเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ

“พ่อ! ไปซื้อของให้ย่ากันเถอะผมไม่อยากเล่นที่นี่แล้ว” แล้วมิเกลก็รีบวิ่งเข้ามาหาผมแล้วคุยกับผมเสียงใส ก่อนที่จะปรายตาไปมองยังพี่เรนที่กำลังนั่งมองเจ้าตัวอยู่พลางเลิกคิ้วสูง

“โอเคๆ งั้นผมไปก่อนนะครับ” ผมว่าก่อนที่จะโค้งให้พี่เรน แล้วเดินจูงมือมิเกลออกมาจากตรงนั้น

“มิเกล นี่พ่อไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” ผมหันไปว่ากับลูกตัวเล็กที่กำลังเดินอยู่ข้างๆผม มิเกลเงยหน้ามองผมก่อนที่จะส่ายหน้าปฏิเสธให้เบาๆ

“จะฝันได้ไงพ่อ เรายังไม่ได้ไปซื้อของให้ย่าเลยนะ”


      






ThaRat Talk
          พ่อยังไม่ได้ซื้อของให้ย่าเลย เพราะฉะนั้นพ่อยังไม่หลับเนอะ -*-
          เซอินได้ไลน์นักแข่งรถที่ตัวเองชอบมาคุยด้วยอ่าาา อะไรมันจะให้ง่ายขนาดนั้นนน เป็นถึงนักแข่งรถระดับโลกเลยนะ คิดพล็อตเรื่องของนักแข่งรถได้แล้วล่ะค่ะ แต่ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ช่วงกลางๆเรื่องมันยังเลือนลางอยู่ ถ้าจบเรื่องนี้แล้วจะคิดอย่างจริงจัง อยากแต่งเกี่ยวกับแข่งรถ -3- ถ้าใครชอบเกี่ยวกับแข่งรถก็ฝากรอติดตามด้วยนะ

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #33 Wapitch (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 08:27
    ภาคินรู้บ้านพี่พายได้ไงง/กรี๊ดแทนเซอินนนนไอดอลที่ชอบมาขอไลน์#%*#-%+#+@*&@+%
    #33
    0