[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 34 : ModifyLove33 : Miguel [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

ModifyLove
33
Miguel
[Sein Part]

 

          “มิเกล มาหาพ่อมา” ผมเอ่ยออกไปเป็นภาษาอังกฤษพลางกวักมือเรียกเด็กอายุเจ็ดขวบที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ เด็กผู้ชายตัวเล็กผมสีน้ำตาลประกายทองเหมือนผมหันมามองแล้วรีบลุกวิ่งเข้ามาหาผมทันทีที่ผมเรียก

          “ครับพ่อ”

          “ไปนอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนนะ” ผมดึงเด็กตัวเล็กขึ้นมานั่งตักแล้วยื่นมือเข้าไปลูบหัวเบาๆเชิงเอ็นดู ก่อนที่มิเกลจะพยักหน้าให้ผมเบาๆแล้วค่อยลงจากตักผมวิ่งเข้าห้องน้ำไปให้ผมได้เดินตามเข้าไปดู

          เด็กคนนี้ชื่อ มิเกล ครับ อายุเจ็ดขวบ พ่อแม่เด็กคนนี้เสียไปเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทางรถยนต์เลยทำให้เด็กคนนี้กลายเป็นเด็กกำพร้า ผมเลยอาสารับเด็กคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรมของผมเอง ถามว่าเกี่ยวข้องกันทางเครือญาติไหม ก็เกี่ยวนะครับเกี่ยวตรงที่ผมเป็นมีศักดิ์เป็นอาของเด็กคนนี้ ว่าง่ายๆผมก็เป็นน้องชายของพ่อเด็กคนนี้แหละครับ

          “พ่อดูสิ” เสียงเล็กดังขึ้นมาให้ผมที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ได้หันไปมอง มิเกลกำลังเล่นฟองสบู่อยู่ในอ่างน้ำน่ะ

          “ให้พ่ออาบเป็นเพื่อนไหม”

          “โอเค!” พอเด็กคนนั้นตอบตกลง ผมเลยจัดการถอดเสื้อผ้าออกหมด แล้วลงไปนั่งในอ่างอาบน้ำเป็นเพื่อนมิเกล

          ตอนแรกที่ผมจะรับเด็กคนนี้มาเลี้ยง พ่อแม่ผมก็ไม่อนุญาตหรอก เพราะถ้าเราจะดูแลใครสักคนก็ต้องมีค่าใช้จ่าย แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงมิเกล ลำพังเงินค่าอาหารที่มหา’ลัยพ่อแม่ก็ไม่ค่อยจะได้ให้ผมหรอก ว่างๆหลังจากเลิกเรียนผมต้องไปช่วยงานพ่อเอาเวลาที่ทำงานไปแลกเป็นเงิน แล้วค่อยเอามาใช้เวลาไปมหา’ลัย อันนั้นคือเมื่อตอนปีหนึ่ง

          แต่พอปีสองผมรับมิเกลมาเลี้ยง แค่เงินที่ผมทำงานกับพ่อมันไม่พอที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้น่ะสิ ผมเลยต้องทำงานเพิ่ม ตอนบ่ายสามผมก็ต้องไปรับมิเกลที่โรงเรียนแล้วฝากไว้กับแม่ หลังจากนั้นค่อยไปทำงานกับพ่อแล้วค่อยออกไปทำงานตอนกลางคืนต่อ ถามว่างานกลางคืนคืออะไร

          นักดนตรีไงครับ

          ผมเป็นมือกลองให้กับวงดนตรีที่ร้านอาหารตอนกลางคืนน่ะครับ ผมก็ตีกลองเป็นอยู่แล้วตีเป็นตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ม.ต้น พอต้องการหางานทำผมเลยใช้ความสามารถตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ซะเลย ก็ได้เงินดีอยู่ พอที่จะเลี้ยงมิกเกลได้อยู่น่ะนะ

          “พ่อครับ แม่อยู่ที่ไหนเหรอ” มิเกลมองหน้าผมพลางถามเสียงอ่อน ก็ก่อนหน้านี้ผมบอกมิเกลไปน่ะสิว่ามีเด็กคนนี้มีแม่เหมือนกัน ที่ถามน่ะคงเพราะไม่อยากจะสูญเสียใครไปอีก ผมเลยได้แต่ยิ้มให้น้อยๆแล้วลูบหัวเด็กตัวเล็กเบาๆ

          “อยู่ต่างประเทศครับ อยากเห็นหน้าไหมเดี๋ยวอาบน้ำเสร็จพ่อจะเอาให้ดู”

          “อยากเห็นครับ แม่อยู่ประเทศอะไรเหรอ” มิเกลพยักหน้าแล้วว่าต่อ

          “โอเค งั้นรีบอาบน้ำนะ แล้วไปดูรูปแม่กันเถอะ” ผมว่าแล้วก็พามิเกลอาบน้ำให้เสร็จก่อนจะอุ้มเด็กตัวน้อยออกจากอ่างแล้วสอนให้ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง นานๆทีผมถึงจะได้มาดูแลมิเกลด้วยตัวเอง เพราะแต่ละวันหลังจากที่ผมทำงานที่ร้านเสร็จกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืน พอแปดโมงเช้าก็ต้องลุกไปดูแลมิเกล พามิเกลไปส่งที่โรงเรียนแล้วตัวเองก็ค่อยไปเรียนที่มหา’ลัย

          แต่อาทิตย์นี้ร้านปิด ผมก็เลยขอลาหยุดทำงานกับพ่อสักวันหนึ่งแล้วมาใช้ชีวิตอยู่กับมิเกลสักวันอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องห่วงอะไร

          “พ่อ”

          “ครับ?”

          “รูปแม่ล่ะ” มิเกลยืนมองผมนิ่งๆพลางถามตาแป๋วให้ผมได้ยื่นมือเข้าไปอุ้มขึ้นมาแล้วพาเดินเข้าไปในห้องนอนของผม ผมเงยหน้าขึ้นเพื่อมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนังที่บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่ง ปกติตอนนี้ผมยังทำงานอยู่เลย พอมาอยู่กับมิเกลแล้วรู้สึกเวลาช้าลงยังไงก็ไม่รู้ แต่ที่สำคัญคือตอนนี้พี่พายเขาคงจะหลับอยู่เพราะที่ไทยก็คงจะประมาณตีหนึ่งตีสอง

          ผมน่ะไม่คิดที่จะบอกพี่พายหรอกว่ารับเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ไว้เซอร์ไพรส์พี่เขาหลังจากที่เรียนจบแล้วกลับไปที่ไทยจะดีกว่า ผมไม่คิดที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หรอกต่อให้พ่อแม่บังคับก็ตาม ยังไงผมก็จะพามิเกลหนีกลับไทยให้ได้

          “ตอนแรกพ่อว่าพ่อจะคอลวีดิโอกับแม่แล้วให้มิเกลแอบดูนะ แต่แม่คงหลับไปแล้วล่ะ ไว้วันหลังละกันเนอะ วันนี้ดูแต่รูปไปก่อนละกัน” ว่าจบผมถือโน๊ตบุ๊คไปที่เตียงแล้วนอนคว่ำลงพลางคว้าเด็กตัวเล็กมานอนข้างๆ ก่อนจะเปิดโน๊ตบุ๊คขึ้นมาแล้วนั่งไล่หารูปพี่พายให้ลูกดู ไปเรื่อยๆ

          “ผู้ชายเหรอ”

          “อ่า...ใช่ แม่เขาเป็นผู้ชายน่ะ”

          ผมลืมไปซะสนิทเลยว่าลูกยังเด็กอยู่ ยังไม่โตพอที่จะรับรู้ถึงเรื่องพวกนี้ อีกอย่างคือชีวิตที่เขาเติบโตมาพ่อแม่ของมิเกลก็เป็นคู่รักชายหญิงแท้ๆ ไม่ใช่คู่รักชายชายอย่างผม พอมิเกลถามผมอย่างนั้นผมถึงกับลุ้นทันทีว่ามิเกลจะมีท่าทียังไงเมื่อต้องรู้ว่าแม่ใหม่ของตัวเองเป็นผู้ชาย

          “แม่น่ารักดีนะครับ” มิเกลว่าออกมาแบบนั้นพลางหันมายิ้มแป้นให้ผม

          “...จริงเหรอ” ผมว่าพลางเลิกคิ้วสูง

          “ครับ”

          ลูกตอบมาแค่นั้นก่อนจะเอื้อมมือออกไปกดดูรูปของพี่พายต่อเรื่อยๆโดยที่ไม่ต้องให้ผมพาดู จนไปถึงรูปที่ผมกับพี่พายถ่ายกันไว้เมื่อสมัยที่ผมยังอยู่ม.6 ตอนที่พี่พายตอบตกลงยอมคบกับผม เอาจริงๆสถานะตอนนั้นยังเป็นครูกับนักเรียนอยู่เลย นึกแล้วก็ตลกตัวเองนะเมื่อก่อนไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะมีแฟนเป็นคนที่อายุมากกว่าและที่สำคัญคือเป็นผู้ชายด้วยเนี่ยสิ

          “แม่อายุมากกว่าพ่อเหรอ” มิเกลเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบพลางหันมามองผม

          “ใช่ครับ แม่อายุมากกว่าพ่อตั้งเจ็ดปีแหน่ะ ไหนลองนับดูซิว่าตอนนี้แม่จะอายุเท่าไหร่ เพราะพ่อก็อายุยี่สิบแล้ว” ผมว่าออกไปยิ้มๆให้ลูกได้ยกนิ้วมือขึ้นมานับ

          “ยี่สิบเจ็ด!”

          “ถูกต้อง! มิเกลเก่งมากเลย” ผมรีบปรบมือให้ทันทีเมื่อเด็กตัวเล็กตอบถูก ลูกหันมายิ้มให้ผมอย่างมีความสุขก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆผมพลางพูดด้วยคำพูดไร้เดียงสาของเด็กเจ็ดขวบ

          “พรุ่งนี้พ่อหยุดทำงานแล้วมาอยู่กับผมได้ไหม อยู่กับพ่อแล้วสนุกดี ผมอยากเล่นกับพ่ออีก” ผมมองหน้าลูกอยู่สักพักอย่างครุ่นคิดก่อนจะตอบออกไปให้เด็กตัวเล็กถึงกับแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัด

          “ไม่ได้หรอก ถ้าพ่อไม่ทำงานพ่อจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูกล่ะ”

          “ปู่กับย่าไม่ให้เงินพ่อเหรอ” มิเกลถามผมด้วยความอยากรู้

          “ให้สิ แต่ว่าพ่อต้องไปทำงานกับปู่เพื่อแลกเงินที่จะได้มาไง เงินน่ะไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆหรอกเราต้องทำงาน เอาความสามารถเข้าแลก เข้าใจรึยัง” ผมว่าสอนลูกไปในตัว ก็ไม่คิดหรอกว่าเด็กเจ็ดขวบจะเข้าใจเรื่องพวกนี้แต่คิดว่าบอกไว้ก่อนก็คงจะไม่เสียหาย

          “งั้นเดี๋ยวผมช่วยพ่อทำงาน พ่อจะได้ไม่เหนื่อย”

          “ไม่ต้องช่วยหรอกครับเด็กมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป พอเรียนจบไปแล้วค่อยทำงาน เพราะฉะนั้นลูกต้องตั้งใจเรียนนะ” ผมเอ่ยออกไปยิ้มๆ

          “ก็ได้ครับ” มิเกลว่าออกมาเสียงอ่อน

          “จริงสิ มิเกลอยากเรียนภาษาไทยไว้คุยกับแม่ไหม” หลังจากที่ลูกเงียบไปนานผมเลยเอ่ยชวนหาอะไรให้ลูกทำ เพราะอีกไม่กี่ปีหลังเรียนจบก็ต้องไปอยู่ไทย พอถึงตอนนั้นถ้าไม่ฝึกไว้มิเกลอาจจะใช้ชีวิตลำบากหน่อย

          “ภาษาไทยเหรอ มันเป็นยังไงครับ” ลูกถามด้วยความงุนงง

          “มา เดี๋ยวพ่อสอนเอง”

 

วันรุ่งขึ้น

          “พ่อ!” เสียงเล็กของเด็กเอ่ยออกมาเป็นภาษาไทยให้ผมได้สะดุ้งตื่นพลางหันไปมองยังต้นเสียง เห็นมิเกลกำลังยืนยิ้มให้ผมอยู่ข้างเตียงให้ผมได้ยิ้มตอบกลับไป

          “พูดชัดแล้วนี่ เอาซะพ่อสะดุ้งเลย”

          “สายแล้วนะ พ่อไม่ไปเรียนเหรอ” หลังจากผมว่าจบลูกก็พูดต่อขึ้นมาทันทีให้ผมได้รีบหันไปมองนาฬิกาด้วยความตกใจ ไม่ใช่แค่สายอ่ะครับคือมันเที่ยงแล้วด้วย ถ้าผมไปเรียนพอไปถึงมหา’ลัยก็คงจะเลิกคลาสพอดี

          “ไปเรียนไม่ทันแล้วล่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็คงจะเลิกเรียนแล้ว” ผมว่าพลางขยี้หัวตัวเองเบาๆแล้วหันไปมองลูก จำได้ว่าเมื่อวานหลังจากที่สอนภาษาไทยให้ไม่กี่คำก็พากันเล่นเกมกันจนดึกดื่น จนแม่ผมต้องมาไล่ให้ไปนอนกันทั้งพ่อทั้งลูก แล้วเมื่อคืนมิเกลก็มานอนที่ห้องผมด้วย ปกติเด็กฝรั่งเขาจะสอนให้นอนคนเดียวนี่เนอะ

          ดีแล้วที่มีลูก ผมจะได้มีเพื่อนเล่นเกมไปในตัว

          “แล้วนี่มิเกลตื่นกี่โมงล่ะ” ผมลุกเดินเข้าห้องน้ำโดยที่มีเด็กตัวเล็กเดินอยู่ข้างๆ มิเกลยังคงใส่ชุดนอนอยู่ดูก็รู้ว่ายังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟัน มิเกลเงยหน้ามองผมก่อนจะตอบออกมา

          “ผมตื่นเมื่อกี้ ตื่นปุ๊บก็ปลุกพ่อเลย”

          “สงสัยเมื่อคืนพ่อพาเล่นเกมดึกไปหน่อย ตื่นสายกันทั้งพ่อทั้งลูกเลย” ผมว่าออกไป จู่ๆก็นึกถึงพี่พายขึ้นมากระทันหัน ถ้าเกิดว่าผมพาลูกเล่นเกมจนดึกเหมือนเมื่อคืนล่ะก็พี่พายจะทำยังไงนะ จะไล่ผมกับลูกให้ไปนอน หรือว่าจะเข้ามาเล่นเกมด้วยผมล่ะเดาไม่ออกจริงๆ

          พี่คนนี้น่ะอยู่เหนือการคาดเดาของผมตลอดแหละ

          “แต่ก็สนุกดีนะพ่อ”

          “จริงเหรอ”

          “ครับ วันนี้พ่อไม่ไปเรียนใช่ไหม มาเล่นเกมกันเถอะ” มิเกลว่าพลางกระโดดเหยงๆแล้วจับชายเสื้อผมไปด้วย ให้ผมได้ใจอ่อนแล้วพยักหน้าตกลงรับปากไป

          “แต่ก่อนอื่นต้องล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปกินข้าวกันก่อน ถึงจะเล่นได้โอเคไหม” ผมเลิกคิ้วมองลูก

          “โอเคครับ” มิเกลตอบมาแค่นี้แล้วรีบทำตามที่ผมบอกทันที ผมยืนแปรงฟันมองเด็กตัวเล็กที่กำลังล้างหน้าหลังจากที่แปรงฟันเสร็จแล้ว ก่อนที่ผมจะได้ทำตามลูกบ้างแล้วค่อยพากันแต่งตัว พากันลงไปหาอะไรกินที่ห้องครัว

          วันธรรมดาพ่อแม่ไม่อยู่ ไม่มีใครอยู่บ้านเลยครับ แล้วปัญหาก็คือผมกับมิเกลไม่รู้จะกินอะไรเป็นอาหารกลางวันน่ะสิ ผมก็ทำไม่ค่อยเป็นหรือถ้าให้ทำเป็นก็ทำได้แค่อุ่นอาหารแช่แข็งที่อยู่ในตู้เย็นนั่นแหละ แล้วอย่างมิเกลนี่ไม่ต้องพูดถึง ลูกคงทำไม่เป็นหรอกจริงๆ ตอนนี้ผมคงต้องดูในตู้เย็นก่อนละกันว่ามีอาหารแช่แข็งเหลืออยู่บ้างรึเปล่า

          “ไม่มี...” ผมพึมพำออกมาเบาๆก่อนจะหันไปมองหน้ามิเกลที่กำลังยืนมองผมอยู่ข้างๆพลางเอียงคอมองตอบผมด้วยความสงสัย

          “อะไรเหรอครับ”

          “ไม่มีอาหารแช่แข็งน่ะสิ แล้วกลางวันนี้เราจะกินอะไรกันดี อยู่บ้านกันแค่สองคนด้วย” ผมว่าออกไปพลางดูวัตถุดิบในตู้เย็นว่ามีอะไรบ้าง เผื่อจะได้ทำอาหารที่ผมพอทำเป็นได้บ้าง หมายถึงอาหารไทยน่ะนะ

          “มีไข่แฮะ” ผมเผลอพูดออกมาเป็นภาษาไทยพลางหยิบไข่ออกมาจากตู้เย็นสี่ฟอง ไม่ต้องให้ทายก็น่าจะรู้นะครับว่าผมจะทำอะไรกิน แล้วถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าแม่น่าจะเคยซื้อข้าวสารมาอยู่นะ งั้นผมคงต้องหุงข้าวก่อน

          “พ่อจะทำอะไรกินเหรอ” มิเกลรีบเข้ามาเกาะชายเสื้อผมทันทีเมื่อเห็นว่าผมกำลังจะหุงข้าว

          “เดี๋ยววันนี้พ่อทำอาหารไทยให้กิน”

          “อาหารไทย?” มิเกลถามเสียงใส

          “ใช่ ไข่เจียวน่ะ” พอหุงข้าวเสร็จ ผมเลยยกเก้าอี้มาตั้งไว้ข้างๆโต๊ะทำอาหารให้มิเกลได้ปีนขึ้นมาดูผมทำไปด้วย ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ไปตั้งไว้ห่างๆเตาเพื่อที่จะทอดไข่เจียวให้เด็กตัวเล็กดู

          “พ่อ ภาษาไทยเขาเรียกว่าอะไรเหรอ” คำแรกที่มิเกลพูดออกมาเขาพูดเป็นภาษาไทยครับ ส่วนประโยคหลังค่อยพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ให้ผมที่กำลังตักไข่เจียวใส่จานอยู่ต้องหันไปมองแล้วพูดออกไปชัดๆให้ลูกได้อ่านปากไปด้วย

          “ไข่เจียว”

          “ข่ายเจียว?”

          “ไม่ใช่ๆ เขาเรียกว่า ไข่เจียว” ผมสอนให้ลูกพูดใหม่อีกครั้ง

          “ไข่เจียว?” มิเกลพูดออกมายังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ยังคงติดสำเนียงอังกฤษอยู่นิดนึง ถ้าพี่พายได้ฟังคงจะต้องจับฟัดแน่นอน น่ารักซะขนาดนี้ พี่พายเขาชอบของน่ารักๆอยู่แล้วนี่

          “เก่งมาก” ว่าจบผมยื่นมือเข้าไปลูบหัวมิเกลด้วยความเอ็นดู

          “ผมพูดถูกแล้วใช่ไหม” มิเกลว่าพลางชี้ไปที่ตัวเองให้ผมได้พยักหน้าตอบกลับไปเบาๆ ก่อนที่มิเกลจะคลี่ยิ้มสดใสมาให้ผมแล้วฝึกพูดคำว่าไข่เจียวไปเรื่อยๆระหว่างที่รอข้าวสุก นอกจากคำว่าไข่เจียวผมก็สอนอย่างอื่นด้วย ได้อยู่หลายคำเลยกว่าจะได้กินข้าว

          พอข้าวหุงเสร็จ ผมกับมิเกลก็พากันซัดเข้าไปซะไม่เหลือกับให้กินต่อ ตื่นมาก็กินแต่ข้าวกลางวันเลยหนิเนอะ ผมสอนให้มิเกลรู้จักล้างจานด้วยตัวเอง ก่อนที่จะทำตามคำที่เคยรับปากกับมิเกลไว้

          เล่นเกมไงครับ

 

          “มิเกล! อย่ายิงพ่อสิ!”

          “ก็พ่อไม่ยอมหลบผมเองหนิ โดนยิงไปซะ!”

          “เราอยู่ทีมเดียวกันนะมิเกล!” ผมหันไปว่ามิเกลทันทีที่เจ้าลูกตัวน้อยนี้ยังยิงผมอยู่ไม่เลิกทั้งๆที่อยู่ทีมเดียวกัน ถึงว่าเล่นเท่าไหร่ก็ไม่ชนะสักที เพราะมิเกลเอาแต่ยิงผมนี่เอง ให้ตาย

          “อ่าวเหรอ” มิเกลว่าออกมาเสียงอ่อนก่อนที่จะเล่นเกมต่อไปเงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อสักคำ ทำให้ผมต้องหันไปมองเด็กที่กำลังนอนกดจอยแล้วมองไปที่โทรทัศน์ด้วยความสงสัย

          ลูกจะกลัวรึเปล่าที่ผมไปดุใส่แบบนั้น

          “พ่อดูนู้นสิ” มิเกลว่าพลางพยักพเยิดไปทางโทรทัศน์ให้ผมได้หันไปมอง ตามที่เด็กตัวเล็กบอกให้ดู

          ตู้ม!

          GAME OVER

          “เอ๊ะนี่ พ่อบอกว่าอย่ายิงพ่อไงเห็นไหมแพ้เลย ทำไมไม่ยิงพวกซอมบี้ล่ะ” ว่าจบผมละสายตาจากโทรทัศน์แล้วหันไปมองเด็กข้างๆ ผมเห็นมิเกลกำลังกลั้นขำอยู่ก่อนที่จะหัวเราะใส่หน้าผมเต็มๆเมื่อผมหันไปมองที่เจ้าตัว

          “นี่แกล้งพ่อใช่ไหมห้ะ มานี่เลย!”

          “โอ้ยพ่อ! ฮ่าๆๆๆๆ พอแล้วพ่อ ฮ่าๆๆ” ผมลุกขึ้นนั่งแล้วจับเด็กตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักแล้วจั๊กจี้ไปด้วย จนมิเกลต้องดิ้นหนีออกเองให้ผมได้รวบตัวมาไว้บนตักผมอีกครั้ง

          “พ่อ! ผมไม่เอาแล้วนะไม่เอาจั๊กจี้แล้ว!” มิเกลว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเชิงร้องขอ

          “งั้นคราวหลังอย่าแกล้งพ่ออีก” ผมว่าออกไปทีเล่นทีจริงให้เด็กที่นั่งอยู่บนตักไปพยักหน้ารัวเพราะไม่อยากเจอผมแกล้งอีก ผมยิ้มออกไปบางๆก่อนจะจับลูกนอนลงข้างๆเหมือนเดิมแล้วพากันเล่นเกมต่อจนเย็น

          Rrrrrrrr.

          ผมละสายตาจากจอโทรทัศน์ไปมองยังโทรศัพท์ของผมที่ดังขึ้นมา ปรากฎให้เห็นเบอร์คุ้นตาที่ผมเมมไว้ในเครื่อง ผมกดหยุดเกมพลางวางจอยลงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย

          “ครับพี่พาย?”


      






ThaRat Talk
          โอ้ยยย มีอะไรน่ารักกว่าพ่อลูกคู่นี้ไหมเนี่ย น่ารักมากเลยอ่าา ไม่คิดว่าซินจะเป็นคนขี้เล่นขนาดนี้ แถมเลี้ยงลูกเป็นด้วย มีการสอนลูกเล่นเกมอีกเขาถึงว่ากันแหละนะ อย่าปล่อยพ่อไว้กับลูก ถ้าครูพายมาเห็นครูพายจะว่าไงน้อ





ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #31 Wapitch (@Pokkyz) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 09:24
    มีความพ่อของลูกก
    #31
    0