[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 33 : ModifyLove32 : Don't give up now [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    4 มี.ค. 60

ModifyLove
32
Don’t give up now
[Pi Part]

 

หกเดือนผ่านไป

          “พี่พาย พี่กินข้าวยัง” เสียงของซินดึงขึ้นมาให้ผมได้ละสายตาจากงานที่โรงเรียนหันไปมองหน้าเขาที่กำลังนั่งยิ้มให้ผมอยู่

          “พี่กินแล้ว แล้วซินล่ะกินข้าวกลางวันรึยัง” ผมถามกลับไปพลางวางปากกาลงแล้วนั่งมองหน้าซินอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่คิดจะละสายตาไปไหน พอผมพูดจบซินเข้าก็ยกห่อเบอร์เกอร์ให้ผมดูก่อนที่จะแกะห่อแล้วนั่งกินไปด้วยคุยกับผมไปด้วย

          “กินแต่เบอร์เกอร์อยู่นั่นแหละ หัดกินอย่างอื่นซะบ้างสิเดี๋ยวก็ขาดสารอาหารพอดี กินแต่ของเดิมๆ” ผมบ่นออกไปพลางเท้าคางมองคนอายุน้อยกว่าไปด้วย ซินเขายิ้มกรุ้มกริ่มให้ผมก่อนจะนั่งกินต่อทำยังกะหูทวนลมจนผมต้องพูดขึ้นมาอีก

          “ฟังอยู่รึเปล่าน่ะ”

          “ฟังครับแม่” ซินตอบผมอย่างทันควัน

          “งั้นพรุ่งนี้ผมจะซื้ออย่างอื่นมากินละกัน”

          “อื้ม คิดได้ก็ดี” ผมตอบออกไปแล้วนั่งมองเขาต่อ

          ผมมองเลยไปยังวิวข้างหลังของเขาที่สว่างจัดจ้าน ผิดกับผมที่มองออกไปนอกบ้านกลับมืดมิดเงียบสงัด ถึงแม้ว่าผมกับซินจะติดต่อกันอยู่ทุกวันจนเหมือนซินอยู่กับผมตลอดเวลา แต่พอผมได้มองเห็นท้องฟ้าคนละสีที่ปรากฏอยู่บนหน้าเจอโน๊ตบุ๊คเมื่อไหร่มันกลับตอกย้ำผมอยู่ตลอดเวลาว่าซินไม่ได้อยู่ใกล้ผมเลยสักนิด และมันยิ่งทำให้ผมเป็นห่วง...

          “ไปอยู่นู้นได้ไปเซ็กส์มีอะไรกับใครไหม” ผมว่าออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ผิดกับซินที่แทบจะสำลักเบอร์เกอร์จนจะติดคอตาย

          “จะบ้าเหรอพี่ผมคบกับพี่อยู่นะ จะให้ผมไปมีอะไรกับคนอื่นได้ไง เอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ยว่าผมจะไปมีอะไรกับคนอื่น” หลังจากที่หายสำลักซินก็ใส่ผมมาเป็นชุดราวกับกำลังดุผมอยู่

          “ไม่ได้บ้าสักหน่อยที่พี่ถามน่ะเพราะเป็นห่วง เวลาจะทำกับใครอ่ะใส่ถุงยางด้วยจะได้ไม่ติดโรค” ผมว่าพลางมองซินที่กำลังขมวดคิ้วใส่ผมอยู่

          “พี่คิดว่าผมจะไปมีอะไรกับคนอื่นจริงๆเหรอถึงพูดแบบนี้”

          “ก็ไม่ได้อยากจะคิดหรอกแต่มันก็อดไม่ได้จริงๆเพราะสังคมฝรั่งเขาเป็นกันแบบนั้นนายก็รู้ พี่ก็ไม่ได้ชอบหรอกถ้านายจะไปมีเซ็กส์กับคนอื่น รู้สึกเสียใจด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆพี่ก็ให้ แต่อย่างที่บอกแหละถ้าจะทำก็ป้องกันซะ เข้าใจนะ” ผมว่าความในใจออกไปให้ซินฟัง

          “ผมไม่ทำหรอกเชื่อใจผมสิ พี่ก็เหมือนกันผมไม่ให้พี่ทำกับคนอื่นหรอก ผมหวง” ซินว่าออกมาเสียงแข็งด้วยสีหน้าจริงจังจนผมรู้สึกเขินขึ้นมาทันควัน

          “เออน่าไม่มีเวลาที่ไหนไปทำหรอก ปีนี้พี่ลงไปดูม.4เด็กดื้อกว่าพวกนายอีก งานที่หมวดก็เยอะปิดเทอมนี้ก็ต้องเตรียมสอนเวลาจะนอนไม่ค่อยจะมี พี่จะเอาเวลาไหนไปหมกมุ่นกับเรื่องพวกนั้นกันล่ะ” ผมบ่นให้เขาฟังไป

          ยังดีที่เดือนนี้เป็นเดือนตุลาเด็กๆก็ปิดเทอมพอดีทำให้ได้คุยกับซินขึ้นเยอะหน่อย ไม่เหมือนแรกๆที่เปิดเทอมผมนี่งานรัดตัวจนหาเวลาว่างให้ตัวเองแทบจะไม่ได้ เรื่องคุยกับซินนี่แทบไม่ต้องพูดถึง คุยแค่ก่อนผมจะนอนเท่านั้นแหละ

          “ก็ดีแล้ว....แป๊บนึงนะพี่ ah yes It’s up to you. You pick (อ่า ใช่ แล้วแต่เธอ เธอเลือกเลย)” ซินบอกผมแค่นั้นก่อนจะเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเขาแล้วพูดภาษาอังกฤษออกไปให้ผมได้หันไปทำงานต่อรอให้เขาพูดกับคนทางนู้นให้เสร็จก่อน

          “Who are you talking to? (นายกำลังคุยกับใครอยู่เหรอ?)” ผมได้ยินเสียงของผู้หญิงพูดขึ้นมาให้ผมได้เหลือบตามองไปยังจอโน๊ตบุ๊คที่กำลังปรากฎภาพของซินกำลังเหลือบมองผมอยู่เช่นกัน ก่อนที่เขาจะส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้แล้วตอบออกไป

          “My boyfriend (แฟนของฉันเอง)”

          “Boyfreind!? (แฟนเหรอ!?)”

          “Yes (ใช่)”

          “จะไปบอกเขาทำไมล่ะ เดี๋ยวเพื่อนก็เลิกคบหรอก” ผมเท้าคางมองซินผ่านหน้าจอพลางขมวดคิ้วไปด้วย

          “ก็ผมพูดความจริง พี่เป็นแฟนผมนี่” ซินเขายิ้มออกมาเหมือนทุกทีที่เขาพูดอะไรหวานๆเลี่ยนๆใส่ แต่ครั้งนี้รอยยิ้มของเขาทำให้ผมรู้สึกต่างออกไป ถามว่ารู้สึกยังไง...มันให้ความรู้สึกเหมือนว่าผมเป็นของเขาจริงๆอย่างที่เขาพูด และนั่นทำให้ผมได้มั่นใจว่าเขาไม่ได้มีใครคนอื่นเลยนอกจากผมแค่คนเดียว

          “เออ รู้แล้วล่ะน่า” ผมว่าออกไปแก้เขินก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อเชิงไม่สนใจ

          “May I look at your boyfriend? (ฉันขอดูแฟนของนายหน่อยได้ไหม?)”

          “เฮ้ยซิน ไม่เอานะบอกเขาไปว่าไม่ให้ดู” ผมรีบตะโกนอัดใส่หูฟังซินแทรกเข้าไปทันทีที่ซินกำลังจะอ้าปากพูดอนุญาตให้เพื่อนทางนู้นเข้ามามุงดู

          “Yes, no problem (ได้เลย ไม่มีปัญหา)”

          “Wow! He’s so cute! (ว้าว! เขาน่ารักจัง!)” สิ้นสุดคำพูดอนุญาตของซิน เพื่อนผู้หญิงหลายคนรีบพุงพรวดเข้ามามุงดู แล้วสาวๆต่างก็พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันจนผมถึงกับหน้าแดง

          “ซิน!” พอทำอะไรไม่ถูกผมรีบตะคอกใส่เขาให้เขาทำอะไรสักอย่าง แต่เขากลับนั่งเฉยเลิกคิ้วมองผมราวกับกำลังถามผมว่า ‘มีอะไรเหรอ’

          “เอาเพื่อนนายกลับไปเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่พี่จะกดวางสายใส่นาย” ผมว่าออกไปเสียงเข้ม

          “ไม่เอาน่าพี่พาย ให้เพื่อนๆได้ดูหน้าพี่หน่อยเถอะพวกเขาสงสัยมาตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกแล้วว่าแฟนผมหน้าตาเป็นยังไง” ซินว่าด้วยน้ำเสียงมีความสุข

          “แล้วเขารู้ได้ไงว่านายมีแฟนแล้ว”

          “ก็เปิดเทอมวันแรกก็มีคนมาจีบเลยน่ะสิ ผมเลยปฏิเสธไปว่ามีคนรักแล้ว สงสัยคงจะลือกันไปเรื่อยๆจนเขารู้กันทั้งมหา’ลัยแล้วล่ะมั้ง หลังจากนั้นเลยไม่ค่อยมีใครมาจีบผมอีกเลย” ซินเล่าออกมาอย่างหน้าตาเฉยทั้งๆที่เวลามีเรื่องอะไรเขาจะบอกผมตลอดทั้งแต่ที่เปิดเทอม แต่เรื่องนี้เขากลับไม่บอก แต่ช่างเถอะประเด็นที่ผมสนใจมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น

          “ไม่ค่อย...? งั้นแสดงว่าก็ยังมีอยู่น่ะสิ” ผมทวนคำพูดของเขาอีกที

          “ใช่ ประมาณสองสามคน ผมไม่เคยบอกพี่เหรอ”

          “บอกก็เหี้ยและ ถ้ามึงเคยบอกกูมาก่อนกูคงไม่มานั่งทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกงี้หรอก!” ผมเผลอพูดคำหยาบใส่ซินออกไป มันหงุดหงิดว่ะ มีคนมาจีบแฟนตัวเองแบบนี้ รู้ว่าเป็นลูกครึ่งยุโรป-เอเชีย แต่ไม่คิดหนิว่าฝรั่งเขาจะนิยมของแบบนั้นกัน

          “โหยพี่อย่าโมโหดิ ไหนบอกจะคบกันแบบผู้ใหญ่ไงแค่มีคนมาจีบผมแค่นี้พี่ก็โวยวายแล้วเหรอ ผมรู้น่าว่าพี่รักผมพี่คบกับผมอยู่ ผมไม่ไปเล่นกับผู้หญิงพวกนั้นหรอก เชื่อใจผมดิ” ซินว่าออกมายิ้มๆเชิงอยากให้ผมใจเย็นๆแล้วฟังเขาอธิบาย

          “เออรู้แล้ว ไม่โมโหก็ได้” ผมว่าปัดออกไปพลางหันหนีไปทำงานต่อ

          “He upset? (เขาไม่พอใจเหรอ?)” เพื่อนซินว่าขึ้นมาอีกหลังจากที่คงสังเกตเห็นว่าผมหงุดหงิดเรื่องอะไรสักอย่าง ซินเลยรีบหันไปพูดกับเพื่อนทันที

          “No, he just jealous me (เปล่าหรอก เขาแค่หึงฉันน่ะ)” ไอ้เด็กนี่ ได้ทีก็เอาใหญ่เลยนะ

          ผมนั่งทำงานต่อโดยไม่คิดที่จะสนใจซินอีก และเขาก็ทำงานต่อโดนที่เปิดโน๊ตบุ๊คค้างไว้ให้ผมได้เห็นว่าเขาทำอะไรบ้าง เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงผมเหลือบมองนาฬิกาที่อยู่มุมล่างขวาของจอโน็ตบุ๊คถึงได้รู้ว่าที่ไทยห้าทุ่มแล้ว

          “ซิน”

          “ครับพี่” ซินละสายตาจากงานมามองผมทันทีที่ผมเรียกเขา

          “ที่นู้นกี่โมงแล้วล่ะ ไทยห้าทุ่มแล้ว” ผมว่าพลางอ้าปากหาวหวอดๆให้เขาได้หัวเราะหึแล้วส่งยิ้มมาให้เชิงเอ็นดูผม ผมอายุมากกว่าแท้ๆแต่เขากลับมองผมด้วยสายตาแบบนั้นเฉย

          “สี่โมงเย็นแล้วครับ พี่จะนอนยังล่ะมันดึกแล้วนะที่นู้นอ่ะ” ซินว่าเสียงเรียบก่อนจะจิ้มมาที่จอโน๊ตบุ๊ค ดูก็รู้ว่าเขาจิ้มไปที่แก้มผมเขาทำแบบนี้ประจำเวลาที่ผมจะเข้านอน ไม่แปลกครับที่ที่นู้นจะสี่โมงเย็นเพราะปลายเดือนตุลาเมื่อไหร่ที่อังกฤษจะช้ากว่าไทยอยู่หนึ่งชั่วโมงกลายเป็นว่าเวลารวมแล้วไทยกับนู้นห่างกันถึงเจ็ดชั่วโมง

          “งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนละกัน”

          “ผมจะรอนะ”

          “อืม” ผมว่าออกไปแค่นั้นแล้วถอดหูฟังลุกไปอาบน้ำทันที

          ระหว่างที่อาบน้ำไปด้วยในหัวผมก็นึกถึงแต่เรื่องของซินไปด้วย เผลอนิดเดียวผมเอาน้ำราดหัวตัวเองเฉย เลยทำให้ผมต้องสระผมตัวเองทั้งๆที่ดึกแล้วกว่าจะเป่าผมให้แห้งอีก ผมว่าได้นอนเที่ยงคืนชัวร์ๆ ผมอาบน้ำเสร็จก็จัดการแต่งตัวใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วถือไดร์เป่าผมไปนั่งอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คเหมือนเดิม

          “เอ้าพี่มาสระผมอะไรตอนนี้ มันดึกแล้วไม่ใช่เหรอจะสระทำไมอ่ะ” แล้วซินก็บ่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงไดร์เป่าผมที่ผมกำลังเป่าให้แห้งอยู่ ผมถอดแว่นออกพลางมองไปยังคนพูดก่อนที่จะตอบคำถามออกไป

          “ลืมน่ะ”

          “โห่ ตอบง่ายเนอะ รีบๆเป่าซะแล้วเป่าให้แห้งด้วยเดี๋ยวตัวเองจะไม่สบายเอา” ซินหันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับผมทันที

          “รู้แล้วล่ะน่า โตแล้วดูแลตัวเองได้ไม่ต้องมาห่วงให้มากหรอก” ผมว่าออกไปหน้านิ่งๆก่อนจะยิ้มให้เขาไปทีหลังทำเอาซินถึงกับชะงักแล้วหน้าแดงขึ้นมาอย่างทันควันก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้ให้ผมได้เลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยก่อนจะถามออกไป

          “เขินอะไร หน้าแดงไปถึงหูแล้ว”

          “ก็พี่เท่หนิ ทำหน้านิ่งๆแล้วอยู่ดีๆก็ยิ้มให้ผมไม่เขินก็ไม่ใช่คนแล้ว อย่าไปทำแบบนี้ให้ใครดูเด็ดขาด ให้ผมดูแค่คนเดียวพอ เข้าใจนะพี่” ซินว่ายาวให้ผมได้กรอกตาไปมากับความคิดของคนอายุน้อยกว่า

          “เออเข้าใจแล้ว”

          “มีแฟนอายุมากกว่านี่ดีจริงๆ” จู่ๆเขาก็เปลี่ยนเรื่อง

          “ดีตรงไหน”

          “ไม่บอก”

          “แล้วมึงจะพูดให้กูอยากรู้ทำไมวะห้ะ” ผมถึงกับหยาบคายใส่ทันทีเมื่อเจอเด็กมันกวนตีน แต่ดูเหมือนเด็กมันจะไม่สะทกสะท้านเพราะเอาแต่นั่งเท้าคางมองผมไปด้วยนั่งยิ้มไปด้วยราวกับมีความสุขที่เห็นผมอารมณ์เสียใส่

          “โรคจิตนะมึงเนี่ย ชอบทำให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย” ผมปิดไดร์เป่าผมหลังจากที่ผมแห้งสนิท แล้วขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆกล้องเพื่อมองหัวตัวเองแล้วจัดทรงผมให้เข้าที่พลางด่าคนทางนู้นไปด้วย

          “แต่ทำให้พี่อารมณ์ดีได้นี่”

          “มึงหรือกู”

          “ผมก็ได้” เขารีบกลับคำทันทีที่เห็นผมยังพูดพยาบใส่อยู่ แต่เอาจริงๆผมแค่แกล้งเขาเล่นๆเท่านั้นแหละ ไม่ได้โมโหหรือโกรธอะไรจริงๆจังๆหรอก ผมนั่งเท้าคางมองเขาอยู่อย่างนั้นสักพัก กระทั้งซินทำงานจนเสร็จแล้วหันมามองที่ผมที่ยังคงนั่งมองเขอยู่ไม่ยอมไปนอน

          “พี่มันดึกแล้ว ที่ไทยเที่ยงคืนแล้วมั้งเนี่ย พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอไปนอนได้แล้วไป” ซินว่าออกมาพลางเก็บของทำงานใส่กระเป๋าสำภาระของตัวเองพลางเหลือบมองผมเป็นระยะ

          “อืม รู้แล้วแต่อยากอยู่กับนายก่อน” ผมว่าออกไปเสียงอ่อน ดวงตาก็หรี่เล็กลงมองคนตรงหน้าไปด้วย

          “ผมจะกลับบ้านแล้วเนี่ย พี่เข้านอนไปเลยนะ” ซินว่าออกมายิ้มๆก่อนที่จะพูดต่อซึ่งเป็นประโยคที่เขาจะพูดทุกครั้งหลังจากที่จะส่งผมเข้านอน

          “I love you”

          “Me too”

 

หนึ่งปีผ่านไป

          “พาย นายมาเป็นครูฝ่ายปกครองเดี๋ยวนี้เลยนะ” จู่ๆพี่นุก็เดินตามผมที่กำลังหอบเอกสารงานของหมวดคณิตไปที่ห้องวิชาการแล้วพูดประโยคนี้ขึ้นมากับผมทันที ช่วยก็ไม่ช่วยแล้วยังจะมาบังคับกันอีก!

          “ทำไมอ่ะพี่ เหงาเหรอที่เป็นครูฝ่ายปกครองอ่ะ พี่กบ พี่นัท น้องเกาลัดเขาก็เป็นครูฝ่ายปกครองเหมือนกันนี่ สนิทๆกับพี่ทั้งนั้นแล้วจะเอาผมไปเป็นครูฝ่ายปกครองอีกทำไม” ว่าแล้วผมก็วางงานทั้งหมดไว้บนโต๊ะที่พี่ๆในหมวดไหว้วานให้ผมมาส่งแทน

          “รองธิติเขาสั่งมา”

          ผมหยุดยืนนิ่งมองหน้าพี่นุด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงไป เพราะยังไงตั้งแต่ที่ซินไม่อยู่ผมก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เป็นครูฝ่ายปกครองเพิ่มภาระหน้าที่ให้ตัวเองเข้าไปหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกเพราะยังไงปีนี้ซินเขาก็ไม่ว่างทั้งปี ไม่ได้ติดต่อกันเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เขาบอกว่าปีหลังๆก่อนจะจบน่ะงานเยอะไม่ค่อยได้มาคุยกับผมหรอก ได้แต่บอกให้ผมอดทนอีกนิดนึงเพราะเขาใกล้จะเรียนจบแล้ว

          ใกล้บ้าใกล้บออะไร ตอนนี้เขาเรียนอยู่ปีสอง อีกตั้งสองปีกว่าเขาจะเรียนจบ แล้วให้ผมอดทนอีกนิดเนี่ยนะ คนเคยคุยกันทุกวันแต่ตอนนี้กลับไม่ค่อยได้คุยยังไงมันก็ไม่ชินหรอก ต่อให้เป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์อะไรยังไงมันก็ต้องรู้สึกบ้างแหละ

          “เอ้อพาย พี่มีเรื่องจะถาม พี่ว่าจะชวนนายตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วแต่ดูเหมือนนายจะไม่ค่อยว่าง ปีนี้พี่เลยจะมาชวนนายใหม่อีกครั้งหนึ่ง” หลังจากที่ผมเดินออกจากห้องวิชาการปุ๊บพี่เขาก็เข้ามากอดคอผม ซึ่งเรียกสายตาจากเด็กผู้หญิงหลายๆคนที่กำลังนั่งอยู่หน้าห้องวิชาการให้ได้หันมามองกันเป็นตาเดียวจนผมต้องรีบปัดมือพี่เขาออก

          “เรื่องอะไรครับ”

          “ไปเรียนต่อโทกันไหม ไหนๆนายก็ว่างไม่ค่อยได้ติดต่อกับเซอินอยู่แล้ว หาเรื่องให้ตัวเองทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวพี่ออกให้ก่อนพี่ไม่มีเพื่อนไปเรียนด้วย ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ”

          “พี่นุ! ที่ผมตอบตกลงยอมเป็นครูฝ่ายปกครองเพราะหาอะไรทำอยู่หรอก แล้วนี่ยังจะชวนผมมาเรียนต่อป.โทเป็นเพื่อนพี่อีกเหรอ” ผมหันไปพูดเสียงดังใส่พี่เขาทันทีอย่างลืมตัว

          “เรื่องฝ่ายปกครองน่ะมันเป็นหน้าที่ที่นายต้องทำอยู่แล้ว เพราะรองเขามอบหมายมาให้เจาะจงเฉพาะนายคนเดียว ปีที่เซอินจะจบม.6รองเขาก็ชวนนายอยู่นี่ สามปีแล้วนะที่นายไม่ยอมตกลงสักทีน่ะ” พี่เขาว่ายาวออกมา จะให้ผมเถียงก็ไม่ได้เพราะทั้งหมดที่พี่เขาพูดมามันเป็นความจริงทั้งนั้น

          “ส่วนเรื่องป.โทน่ะ เรียนต่อมันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ อายุนายก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะเรียนฆ่าเวลารอเซอินกลับมาไม่ดีกว่าเหรอ” พี่เขาอธิบายเหตุผลให้ผมฟัง แหม่อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ยี่สิบเจ็ดย่างยี่สิบแปดแล้วไงอ่ะ อายุน้อยกว่าพี่นุก็แล้วกัน

          “สรุปเอาไง เรียนด้วยกันไหม ถ้าเรียนจะได้ไปสมัครเดือนหน้าเพราะเขารับตั้งแต่พฤศจิกาถึงธันวา นี่ก็ตุลาแล้วจะได้เตรียมเงินไว้ด้วย”

          “เรียนก็ได้ครับ” ผมตอบออกไปโดยที่ไม่คิดจะเก็บกลับไปคิดสักนิด ไม่รู้สิความรู้สึกตอนนี้ผมมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วนๆ

          “งั้นก็เตรียมเอกสารไว้นะ แล้วค่อยไปสมัครด้วยกัน”

          “ได้ครับ”

 

          “ซิน ว่างคุยรึเปล่า” ผมถามออกไปเสียงอ่อน ในใจก็นึกถึงคำตอบที่เขาจะตอบกลับมา หวังว่าเขาจะตอบกลับมาว่า ‘ว่าง’

          “ไม่ครับ พี่มีอะไรรึเปล่า”

          น้ำเสียงของซินดูจะไม่ว่างจริงๆอย่างที่เขาพูด แต่ถึงยังไงมือข้างที่ถือโทรศัพท์ไว้กลับกำแน่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของเขา ผมเม้มปากแน่นพลางคิดในหัวไปด้วยว่าจะบอกเรื่องที่ผมจะเรียนต่อป.โทดีไหม แต่ถ้ามันจะรบกวนเขาผมก็ไม่ค่อยอยากจะบอกเลยได้แต่ปฏิเสธออกไป

          “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ถ้านายไม่ว่างงั้นก็แค่นี้ก่อนละกัน” สิ้นสุดคำพูดผมก็รีบชิงตัดสายเขาไปก่อนทันที ไม่รอให้เขาได้พูดอะไรตอบกลับมา

          “มีอะไรก็บอกเขาไปดีๆดิวะ นิสัยเหมือนผู้หญิงอีกแล้วนะมึงเนี่ย” เสียงของคนข้างๆดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมอง แต่ก็ไม่คิดที่จะโต้ตอบอะไรกลับไปจนคนข้างๆผมถึงกับต้องเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ

          “ขับรถไปเถอะ” ผมว่าเสียงเรียบพลางเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง

          “จะให้กูขับไปไหน มึงโทรให้กูมารับกูว่าไม่ใช่ที่บ้านว่ะ” จีโน่ว่าออกมาเชิงรู้ทันว่าผมคิดอะไรอยู่ สมแล้วที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี

          “TK Tattoo” สิ้นสุดคำพูดของผม โน่มันก็ขับไปที่ร้านสักตามที่ผมบอกราวกับเป็นคนขับรถส่วนตัวให้กับผม ผมนั่งมองข้างทางไปเรื่อยๆในหัวก็คิดไปด้วยว่าจะสักรอยใหม่ไว้ตรงไหนของร่างกายตัวเองดีจรโน่มันพูดแทรกความคิดผมขึ้นมาให้ผมได้หันมอง

          “แล้วคราวนี้มึงจะสักคำว่าอะไรวะ”


“You have come this far,
don’t give up now”
(มาได้ไกลขนาดนี้แล้ว จะยอมแพ้ได้ยังไง)









ThaRat
          งื้อออ สองคนนั้นอยู่ห่างกันแล้วอ่าาา รักกันไว้น้าาา อย่าทะเลาะกันนะขอร้องงงง //ได้ข่าวว่าเป็นคนแต่ง-0- รักกันไว้มากๆ อีกไม่กี่ปีก็จะได้เจอกันแล้ววว แรกๆก็ดูหวานๆอ่ะ มีความอวดแฟน แต่หลังๆครูพายมีความแอบนอยด์
-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #30 Wapitch (@Pokkyz) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 22:08
    รักทางไกลล
    #30
    0