[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 29 : ModifyLove28 : Can you be my boyfriend? [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 ก.พ. 60

ModifyLove
28
Can you be my boyfriend?
[Pi Part]

 

สิบสี่กุมภาพันธ์

          “พาย รองธิติเรียกพบ” เสียงของพี่นุดังขึ้นมาทันทีที่ผมก้าวขาเข้าไปในห้องหมวดคณิต เดี๋ยวนะเมื่อกี้พี่นุบอกว่ารองธิติเหรอ นั่นฝ่ายปกครองไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องเรียนพบผมด้วยล่ะ

          “รู้รึเปล่าว่าเด็กห้องนายแอบสูบบุหรี่ในโรงเรียน” แล้วในขณะที่ผมกำลังยืนคิดหาคำตอบด้วยตัวเองอยู่ พี่นุก็เอ่ยแทรกขึ้นมาให้ผมได้หายสงสัย

          “ห้องไหนครับ ห้องสี่หรือห้องห้า” ผมถามออกไปทันที ถ้าห้องสี่น่ะผมรู้อยู่ว่าใครสูบแต่ปัญหาอยู่ที่ห้องห้าน่ะผมไม่รู้

          “ลงไปที่ห้องปกครองเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ” พอพี่นุว่าออกมาแบบทำเอาผมถึงกับคิดหนักทันที ผมพยักหน้าให้พี่เขาเบาๆก่อนที่จะเดินไปวางของอุปกรณ์การสอนที่โต๊ะของตัวเองแล้วเดินออกจากห้องหมวดไป

          “เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน” แล้วพี่นุก็เข้ามาเดินข้างๆผมให้ผมได้หันมองก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับกลับไปเบาๆแล้วเดินเงียบไปตลอดทาง ใครมันจะไปพูดออกกันล่ะถ้าไปถึงห้องปกครองแล้วผมจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้

          “เอาน่า ไม่ต้องเครียดหรอก” พอมาถึงหน้าห้องปกครองพี่นุก็เอ่ยปลอบผมออกมาเสียงอ่อนพลางวางมือไว้บนบ่าผมพร้อมกับบีบเบาๆให้ผมได้ผ่อนคลายหายเกร็ง

          “ก่อนผมเข้าไปพี่บอกผมก่อนได้ไหมว่าเป็นเด็กห้องสี่หรือห้องห้า” ผมร้องขอพี่เขาออกไปเพราะดูจากที่พี่เขาบอกแล้วพี่เขาต้องรู้แน่ๆว่าห้องไหน ไม่งั้นคงไม่บอกหรอกว่าเป็นเด็กห้องผมน่ะ แต่พี่นุเขาก็ยังใจแข็งไม่ยอมบอกผมอยู่ดีครับ พี่ครับเอาแต่สายหัวแล้วดันให้ผมเข้าไปในห้องก่อนที่จะรีบชิงปิดประตูทันที ทำเอาผมถึงกับมองด้วยความงุนงงก่อนที่จะหันไปมองรองธิติที่กำลังนั่งรอผมอยู่ในห้อง

          เห็นเขาว่ากันว่าห้องปกครองแอร์เย็นมาก ก่อนหน้านี้ผมก็เข้ามาบ่อยพอสมควรอยู่หรอกแต่ไม่เคยได้รู้สึกถึงคำว่าหนาวเลย เพิ่งจะมารู้สึกจริงๆก็วันนี้เนี่ยแหละ ทำยังกะตัวเองทำความผิดมายังงั้นแหละ

          “เข้ามานั่งก่อนสิพาย” เสียงเยียบเย็นของรองดังขึ้นมาให้ผมถึงกับขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ก่อนที่จะเดินไปนั่งเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงข้ามกับรอง

          “เอ่อ...มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับรอง” ผมเอ่ยออกไปเสียงสั่น

          “เด็กห้องนายสูบบุหรี่ในโรงเรียนนะ ไม่รู้เรื่องเลยเหรอ” รองว่าพลางจ้องหน้าผมไปด้วย

          “ห้องไหนครับ ห้องสี่หรือห้องห้า”

          “ดูเอา เด็กอยู่ข้างหลังนาย” แล้วรองก็พยักพเยิดไปทางข้างหลังผมให้ผมได้รีบหันมองตามก่อนที่จะชะงักทันที

          “Happy birthday to you!, Happy birthday to you. Happy birthday Happy birthday. Happy birthday to you. สุขสันต์วันเกิดนะพาย!”

          “มีความสุขมากๆนะครับพี่พาย” นักศึกษาฝึกงานชายคนเดียวในหมวดที่กำลังถือเค้กอยู่พูดกับผมให้ผมได้พยักหน้าตอบรับแล้วส่งยิ้มให้ ผมค่อยๆลุกขึ้นยืนพลางมองพี่ๆน้องๆในหมวดที่กำลังบอกให้ผมอธิษฐานแล้วเป่าเทียนก่อนที่จะมองไปยังทุกคนที่กำลังตบมือด้วยความดีใจ

          “ปีนี้ก็ยี่สิบหกแล้วนะพาย พี่ว่านายหาแฟนได้แล้วมั้ง” พี่นุ่นในหมวดคณิตศาสตร์เอ่ยขึ้นมาให้ผมได้หันไปมองก่อนที่จะเบ้ปากให้ไปที “ไม่เอาอ่ะพี่ อยู่แบบนี้คนเดียวสบายกว่าเยอะ”

          “จ้ะ เอาเถอะ อายุเท่านี้แล้วระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ” พี่นุ่นว่าให้ผมได้ฟังก่อนที่จะพยักหน้าเชิงรับรู้แล้วพูดคุยกันต่อเรื่อยๆ ก่อนที่รองธิติจะเข้ามาขัดจังหวะ

          “พาย ปีหน้ามาอยู่ฝ่ายปกครองไหม” รองธิติว่าขึ้นมาพลางส่งยิ้มให้ผม ผิดกับตอนแรกที่ทำเสียงเย็นใส่ แหม่ ถ้าไม่บอกว่าแกล้งทำผมก็เชื่อเลยนะรองเขาเอาจริง

          “ฝ่ายปกครองเหรอครับ ผมว่า...ผมขอเก็บไปคิดก่อนละกันนะครับ” ผมเอ่ยออกไปเสียงอ่อนพลางมองหน้ารองธิติไปด้วยก่อนที่พี่ๆในหมวดจะพากันแบ่งเค้กกินกันให้ทุกคนที่อยู่ในห้องปกครองได้กินกันรวมถึงรองธิติด้วย พอกินกันเสร็จเรียบร้อยทุกคนก็พากันทยอยออกไปจนเหลือแต่ผมกับรองที่ต้องคุยอะไรนิดๆหน่อยๆ

          แล้วระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ผมเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายห้องห้าสองคนที่เคยขอให้ผมไปเล่นบาสด้วยกำลังหอบกระเป๋าวิ่งลุกลี้ลุกลนผ่านห้องปกครองไปยังหน้าโรงเรียน ผมเลยละสายตาไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ในห้อง ก่อนที่จะขออนุญาตรองแล้วเดินออกจากห้องไปเพราะคิดว่ามันแปลกๆที่เห็นเด็กม.6วิ่งออกจากโรงเรียนในตอนนี้

          “ไอ้ข้าว! ไอ้เติ้ล! เลิกเรียนแล้วเหรอ” แล้วประจวบเหมาะกับตอนที่ข้าวและเติ้ลเด็กห้องสี่ห้องที่ผมเป็นที่ปรึกษาให้นี่แหละครับกำลังจะวิ่งตามสองคนนั้นไป แต่พอเด็กทั้งสองคนได้ยินเสียงผมถึงกับหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองพร้อมกับส่งยิ้มให้ผมทันที

          “ตอนแรกก็ว่าจะเลิกล่ะครับ แต่ตอนนี้ไม่เลิกแล้วดีกว่า” ข้าวมันตอบแทนเพื่อนที่กำลังยืนส่งยิ้มให้ผมอยู่

          “เออก็ดี แล้วก็โทรตามภูกับวินด้วยนะอย่าคิดว่าครูไม่เห็น พอขึ้นไปเรียนกันแล้วก็ถ่ายรูปส่งไลน์มาให้ครูดูด้วยว่าเรียนกันจริงๆ” ผมกอดอกสั่งเด็กๆที่กำลังคิดจะโดดเรียนกันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่เด็กๆจะพากันวิ่งขึ้นไปบนอาคารแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเด็กห้องห้าทันที

          “รองครับ งั้นผมไปดูเด็กๆก่อนนะครับ” ผมกลับเข้าไปในห้องปกครองอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยลากับรองธิติ

          “งั้นก็เก็บเรื่องนี้ไปคิดดูอีกทีแล้วกัน ถือว่าทำเพื่อตัวเด็กนะ”

          “ครับผม”

          ว่าจบผมก็เดินออกมาจากห้องปกครองแล้วตั้งท่าตรงไปยังโรงอาหารทันที ไม่ได้ตั้งใจจะไปดูเด็กที่ห้องหรอกครับ ยังไงก็อยู่ม.6แล้ว เด็กพวกนั้นน่ะคิดเองได้แล้วล่ะไม่ต้องไปดูแลมากหรอกเดี๋ยวจะหาว่าไปจู้จี้อีก เด็กสมัยนี้เขาไม่ค่อยชอบให้ใครมาจู้จี้ชี้นิ้วสั่งหรอก และนั่นก็ไม่ใช่นิสัยผมเหมือนกัน

          ...มั้งนะ...

          พอผมจัดการซื้อข้าวกลางวันเสร็จผมก็เดินไปนั่งยังโต๊ะอาหารที่มีให้เลือกมากมายแล้วจัดการลงมือกินข้าวทันที คงไม่มีใครลงมากินข้าวกันตอนนี้หรอก เพราะตอนนี้มันก็ตอนบ่ายแล้วจะมีร้านอาหารแค่บางร้านเท่านั้นแหละที่เปิดไว้ให้ครูได้มาพักกินข้าวกลางวันเหมือนผม

          เออจริงสิลืมบอกเลย มือผมที่เคยกระดูกหักน่ะหายแล้วนะ ไอ้โน่มันบอกว่าอย่างผมน่ะถือว่าหายเร็วอยู่เพราะกระดูกคนเรากว่าจะติดกันได้ใช้เวลาประมาณสี่ถึงหกเดือน ทั้งๆที่อายุผมก็ไม่ได้ถือว่าเป็นวัยรุ่นแล้วด้วยแต่ผมใช้ไปแค่สี่เดือนเอง เพราะฉะนั้นถือว่าหายเร็วอยู่หรอก คงเป็นเพราะไอ้โน่มันดูแลดีด้วยล่ะมั้งเลยหายเร็วขนาดนี้

          ระหว่างที่ผมกำลังนั่งกินข้าวอยู่ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งเล่นไปด้วยก่อนที่จะเปิดเช็คไลน์ดูว่าข้าวกับเติ้ลตามเพื่อนแล้วส่งรูปมาให้ผมดูรึยัง เติ้ลมันส่งลงในกลุ่มสายเลย กลุ่มที่เอาไว้ประชาสัมพันธ์ระหว่างห้องสี่และห้องห้าตอนไปเข้าค่ายน่ะครับ

          ผมกดเข้าไปดูในแชทก่อนที่จะขมวดคิ้วหนักทันที นิ้วของผมจอสัมผัสลงไปที่หน้าจอ กดดูรูปใหญ่ให้แน่ใจอีกทีว่าผมไม่ได้ตาฝาด

          “เชี้ย!!!”

          ผมลุกขึ้นพรวดทิ้งกับข้าวที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะอาหารแล้วถือโทรศัพท์วิ่งขึ้นไปยังอาคารทันที จะอะไรล่ะครับ ก็รูปที่ข้าวมันส่งมาให้คือรูปที่ต้นไม้กับแม็กซ์กำลังกระชากคอกันและพร้อมที่จะซัดกันแล้วน่ะสิ! ผมรีบตรงไปยังห้องม.6/5ทันทีหลังจากที่ดูในรูปแล้วมันคือห้องนั้น พอผมวิ่งเข้าไปใกล้ห้องนั้นมากเท่าไหร่ สภาพภายนอกห้องก็เป็นตัวบอกได้ชัดเจนเลยว่าเด็กพวกนั้นอัดกันอยู่ในห้องแถมยังพากันปกปิดอีกด้วยว่าทำอะไรกันอยู่ข้างใน

          “เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมเปิดประตูเข้าไปข้างในห้องม.6/5ทันที ก่อนที่จะเพ่งมองไปยังกลางห้องมองต้นไม้กับแม็กซ์ที่กำลังยืนถือเค้กวันเกิดก้อนใหญ่อยู่

          ปั้ง!

          “สุขสันต์วันเกิดนะคะ/ครับ ครูพิภัช Happy birthday to you!, Happy birth...” เด็กห้องสี่และห้องห้าแปดสิบกว่าชีวิตที่พากันอัดอยู่ในห้องเล็กๆห้องนึง ต่างพากันดึงพลุกระดาษแบบดึงแล้วร้องเพลงวันเกิดให้ผมฟังไปด้วย

          นี่ผมโดนเล่นอีกแล้วใช่ไหม...

          แล้วระหว่างที่ผมกำลังยืนอึ้งมองพวกเด็กๆอยู่ ต้นไม้กับแม็กซ์ก็ช่วยกันถือเค้กเดินเข้ามาหาผมก่อนที่จะรอจนเพื่อนๆร้องเพลงจบ แล้วยื่นเค้กมาตรงหน้าผม

          ไอ้เด็กพวกนี้...อยากเห็นผมร้องไห้รึไงนะถึงมาเซอร์ไพรส์กันแบบนี้

          พี่ๆในหมวดมาเซอร์ไพรส์ผมแบบนี้ผมยังไม่รู้สึกซึ้งเท่านี้เลย

          “อธิษฐานเลยครับครู” อย่างที่รู้ๆกันว่าคนช่างพูดอย่างแม็กซ์เป็นคนเอ่ยขึ้นมา เพราะคนเงียบๆอย่างต้นไม้น่ะคงไม่พูดอะไรหรอก ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เค้กอีกนิดก่อนที่จะหลับตาอธิษฐานแล้วเป่าเค้ก

          “ครูอธิษฐานว่าไรอ่ะ” เสียงเด็กผู้หญิงเอ่ยขึ้นมา ตอนแรกผมก็ว่าจะไม่ตอบหรอกแต่พอเห็นเด็กทั้งสองกำลังรอฟังอยู่ผมเลยต้องเปิดเผยออกไป

          “อธิษฐานว่า ขอให้พวกเธอทั้งสองห้องสอบติดมหา’ลัยที่ตัวเองอยากเข้า มีชีวิตที่ดีในมหา’ลัย เรียนจบมาแล้วมีงานมีการทำกันทุกคน” พอผมบอกคำตอบออกไปเด็กๆถึงกับชะงักทันที

          “ครู แต่วันนี้วันเกิดครูนะคะ ทำไมครูไม่ขออะไรให้ตัวเองล่ะ”

          “ก่อนหน้านี้ที่พวกเธอจะเซอร์ไพรส์ครูน่ะ ครูในหมวดคณิตเซอร์ไพรส์ครูมารอบนึงแล้วล่ะ รอบนี้ครูไม่รู้จะขออะไรครูเลยขอให้พวกเธอแทน” ผมตอบพลางส่งยิ้มให้เด็กๆที่กำลังยืนน้ำตาซึมกันอยู่

          “ไม่เอาน่าไม่ร้องแค่นี้เองร้องไห้กันทำไม หยุดร้องกันได้แล้ววันนี้วันเกิดครูนะ อย่าทำให้งานกร่อยสิ” ผมมองเด็กผู้หญิงที่ต่างยืนน้ำตาไหลกันเป็นแถบ

          “มานี่มา” ผมว่าพลางอ้าแขนออก เด็กๆทั้งชายหญิงต่างพาเข้ามาสวมกอดผมกันให้พรึ่บ

          “บอกว่าไม่ต้องร้องไง เรื่องแค่นี้เอง” ผมเอ่ยออกไปเสียงสั่น พอเห็นเด็กๆพากันร้องไห้ออกมาแบบนี้น้ำตาผมก็ชักจะไหลตามพวกเด็กๆซะแล้วสิ

          “โห่ครู ไหนบอกว่าไม่ให้ร้องไห้ไง แต่ครูร้องแทนพวกผมแล้วนะ” พอมีเด็กคนนึงพูดขึ้นมา เด็กๆทั้งหลายก็พากันถอยออกมามองผมพลางยิ้มไปด้วย

          “เออน่าช่างเถอะ มากินเค้กกันดีกว่า เอาโต๊ะมาตั้งเร็วเพื่อนถือจนเมื่อยแขนแล้ว” ว่าแล้วผมก็สั่งเด็กๆให้ทำตาม พอจัดการได้ต้นไม้กับแม็กซ์ก็พากันวางเค้กก้อนใหญ่สองชั้นไว้บนโต๊ะเรียน

          “หนักฉิบ” แม็กซ์บ่นออกมาทันทีที่วางเค้กได้ ก่อนที่จะสะบัดข้อมือตัวเองให้หายเมื่อย

          “โง่ไง ปล่อยให้ตัวเองยืนถืออยู่ตั้งนาน” ผมเอ่ยออกไปเชิงหยอกล้อตามประสาครูกับนักเรียนที่สนิทกัน ก่อนที่แม็กซ์จะเบ้หน้าใส่ผมทันทีที่ผมพูดจบ หลังจากนั้นผมและเด็กๆทั้งหลายก็พากันแบ่งเค้กกินกัน ผมก็ยืนมองรอบๆไปด้วยพลางกินเค้กไปด้วยก่อนที่จะรู้สึกแปลกๆเมื่อไม่เห็นใครบางคนอยู่ในห้อง

          ...ซินไม่อยู่ในวันเกิดผมตอนที่เพื่อนๆจัดเซอร์ไพรส์ให้ผมเนี่ยนะ...?

          เมื่อเช้าผมว่าผมก็เห็นซินอยู่นะ

          ตอนนี้ซินหายไปไหนแล้วล่ะ

          แล้วในระหว่างที่ผมกำลังยืนเหม่ออยู่ รู้สึกตัวอีกทีเด็กๆก็พากันทยอยออกจากห้องเรียนจนไม่เหลือสักคน พอผมเดินเข้าไปที่ประตูเด็กๆยังดึงลูกบิดไว้ไม่ให้ผมเปิดออกไปอีกด้วยจนผมถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเด็กพวกนี้จะแกล้งอะไรผมอีกกันแน่

          ...ครืด...ปึง...!

          ผมรีบหันไปมองประตูหน้าห้องทันทีเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูซะเสียงดัง แล้วพอได้เห็นคนที่เดินเข้ามาในห้องผมถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะถอยออกมาจากประตูหลังห้องแล้วหันไปมองคนมาใหม่อย่างอัตโนมัติ

          “สุขสันต์วันเกิดนะครับครูพิภัช” ซินว่าออกมาพลางส่งยิ้มให้ผม แต่ผมไม่สนใจรอยยิ้มนั่นหรอก ที่ผมสนใจน่ะคือตุ๊กตาเบย์แม็กซ์ตัวยักษ์ที่ซินถือมาด้วยต่างหาก!

          “ผมให้ครับ” แล้วพอซินสังเกตได้ว่าผมเอาแต่สนใจตุ๊กตา ซินเลยยื่นมันมาให้ผมได้ยื่นมือออกไปรับทันที ผมรับมันมาไว้ในอ้อมกอดก่อนที่จะสำรวจดูตุ๊กตาตัวนี้อย่างถี่ถ้วนด้วยแววตาเป็นประกาย

          นี่มันของจริงเลยนี่!

          “นะ...นายซื้อมันมาเท่าไหร่” ผมเงยหน้าถามซินที่กำลังยืนมองผมอยู่โดยที่ไม่ละสายตาไปไหน

          “ครูอย่ารู้เลยดีกว่า” ซินว่ามาเท่านั้นก่อนที่จะมองผมด้วยสายตากรุ้มกริ่มและสายตาแบบนั้นทำเอาผมถึงกับเสียวสันหลังวาบ เขามองผมอย่างกะจะกลืนกินผมเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว!

          เพราะการกระทำของซินเลยทำให้ผมถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เซ้นส์ผมมันบอกแล้วว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าการให้ของขวัญธรรมดาๆแน่

          “ครูพิภัชครับ”

          “หือ?” ผมช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวสูงกว่าที่กำลังจ้องมองผมอยู่ตรงหน้าพลางเลิกคิ้วสูง

          “ครูยังโกรธผมเรื่องนั้นอยู่รึเปล่า” ซินว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับสีหน้าเรียบเฉย

          “เรื่องนั้น? ไม่...ครูไม่โกรธแล้ว นายถามทำไม”

          “เปล่า... ผมแค่อยากรู้เฉยๆ...” ซินพูดเสียงอ่อนก่อนที่จะหลบสายตาผมไปมองยังเพื่อนตัวเองที่กำลังพากันยืนมองอยู่ที่ประตูหน้า-หลังทั้งสองบานอยู่นอกห้อง แม้แต่เด็กผู้ชายบางคนยังปีนหน้าต่างมามองผมกับซินที่อยู่ในห้องเลย แถมเด็กผู้หญิงบางคนยังอัดวีดีโออีกด้วย ผมว่ามันชักจะแปลกๆแล้วนะ

          “ครูยังชอบผมอยู่รึเปล่า ผมชอบครูพิภัชนะมาคบกับผมไหม” ซินว่าออกมารวดเดียวไม่ให้ได้ผมได้ตอบคำถามแรก แถมยังยิงคำถามที่สองมาให้ผมได้หน้าแดงขึ้นไปอีก

          คบ? คบกับเขาน่ะเหรอ!?

          “เอ่อ...เมื่อกี้นายว่าไงนะ” ผมทวนคำถามออกไปอีกทีเพื่อความแน่ใจ ไม่แน่ผมอาจจะได้ยินผิดไปก็ได้ เล่นพูดมารวดเดียวขนาดนี้ผมก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะ

          “จะให้ผมพูดซ้ำทำไมนะ...งั้นเอาทีละคำถามละกัน” ซินว่าออกมาพลางยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองด้วยท่าทีเก้อเขิน

          “ครูยังชอบผมอยู่รึเปล่า” แล้วเขาก็พูดออกมาอย่างที่ตัวเองได้พูดไว้

          “ครูขอไม่ตอบ” ผมรีบสวนขึ้นไปทันทีที่ซินพูดจบ เจ้าตัวอึ้งไปครู่เดียวก่อนที่จะเอ่ยต่อ

          “งั้น... ผมชอบครูพิภัชนะมาคบกับผมไหม” ชัดเลย ผมไม่ได้หูฝาด ก่อนหน้านี้ซินพูดแบบนี้จริงๆ แล้วพอได้ยินคำถามที่สองอีกครั้งเล่นเอาผมถึงกับหน้าร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า

          “ตอบตกลงไปเลยครู! แก่ขนาดนี้นอกจากเซอินก็ไม่มีใครเอาครูแล้ว!!”

          เสียงแม็กซ์ดังแทรกขึ้นมาให้ผมได้ทันไปมองด้วยสายตาขุ่นเคือง ก่อนที่จะขยับปากด่าออกไปให้เด็กที่พูดแทรกขึ้นมาได้ส่งยิ้มเย้ยมาให้ เพราะยังไงผมก็ต้องจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้ก่อน ผมถึงจะออกไปจัดการกับแม็กซ์ได้

          “นายอยากคบกับครูเหรอ” ผมหันกลับไปสนใจบทสนทนาของผมกับซินต่อเหมือนเดิม ซินพยักหน้าให้ผมเบาๆก่อนที่จะเม้มปากไว้พลางสบตาผมไปด้วย

          “สอบปลายภาควิชาคณิตทั้งพื้นและเพิ่มให้ได้เต็มสิ”

          “ครูถึงจะตอบตกลง”









ThaRat
          โอ้โหครูพายยากไปไหมอ่ะ โคตรยากเลยจริงๆ คณิตพื้นน่ะยังพอคุยกันได้ แต่คณิตเพิ่มเนี่ยสิอย่ารู้จักกันเลยดีกว่า คือสงสารซิน ไม่มีอะไรจะพูดแล้วนอกจากคำนี้ ใครเรียนวิทย์-คณิต หรือศิลป์-คำนวณมาก็คงรู้อยู่แก่ใจอ่ะเนอะว่าทำข้อสอบให้ได้เต็มมันยากแค่ไหน ไปตายแล้วเกิดใหม่ยังง่ายกว่าสอบเพิ่มให้ได้เต็ม -..-

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #24 thasssanee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:01
    อื้อ....คำตอบครูพาย
    #24
    0
  2. #23 jane_rmutp (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:13
    นี่เรียนวิทย์-คณิตมา รู้เลยว่ายากแค่ไหน ไงก็สู้ๆนะซิน555
    #23
    0
  3. #22 Pokkyz (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:21
    นกแน่นอนเซอินนน55555
    #22
    0