[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 28 : ModifyLove27 : You two look good together [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ม.ค. 60

ModifyLove
27
You two look good together
[Sein Part]

 

          “บ้านละแปดคนครับจับกลุ่มกันเลย ชายอยู่กับชาย หญิงอยู่กับหญิง กระเทยก็อยู่กับชายนะครับ ใครจับกลุ่มก่อนได้กุญแจบ้านก่อนได้อาบน้ำก่อน ใครจับกลุ่มทีหลังไม่ได้เลือกบ้าน เวลาอาบน้ำน้อยนะครับ” พี่ออฟที่ทะเลาะกันกับแม็กซ์ก่อนหน้านี้เอ่ยผ่านไมค์ให้พวกผมได้รีบจับกลุ่มกัน

          “เฮ้ยแม็กซ์ จับกลุ่มครบยังวะ” เบลล์ที่ยืนอยู่ข้างๆผมรีบเดินเข้าไปหาแม็กซ์ทันทีที่เห็นว่าแม็กซ์กำลังยืนอยู่กับเพื่อนห้องสี่อีกสามคน

          “ยัง เพิ่งจับได้แค่สี่คนเอง แล้วนายอ่ะเบลล์”

          “เหลือสี่คนเหมือนกัน นอนบ้านเดียวกันเลยดีไหม” เบลล์เสนอขึ้นมาให้ผมกับซันได้มองหน้ากัน ก่อนที่ผมจะเอ่ยออกไปกับคนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆผมมองหน้าผมอยู่

          “พวกนั้นก็นิสัยดีเหมือนกัน เป็นเพื่อนกับพวกฉันมาตั้งแต่ม.ต้น” ผมอธิบายออกไปให้ซันได้พยักหน้าตอบรับ ก่อนที่ไม้จะยื่นมือเข้ามาโอบไหล่เพื่อนที่ตัวเล็กที่สุดไว้พร้อมทำหน้าไม่สบอารมณ์ราวกับว่าหวงซันที่ไปคุยกับผม ให้ผมได้มองแล้วอมยิ้มตาม

          “ฉันไม่แย่งของๆเพื่อนหรอกน่าไม้ ซันก็เพื่อนฉันเหมือนกันนายไม่ต้องหวงหรอก” ผมหันไปเอ่ยกับทั้งสองคนให้ทั้งสองได้หันขวับมาที่ผมพร้อมกับเบิกตากว้างทันที

          “นายรู้” ซันพึมพำออกมา

          “แค่ดูก็รู้แล้ว” ผมตอบกลับไปเสียงเรียบพลางมองหน้าของทั้งสองคนที่ยังตกใจไม่หาย

          “แต่เบลล์ยังไม่รู้เลยนะ” ไม้ว่าออกมาบ้างให้ผมได้หันไปมองเบลล์ที่กำลังยืนคุยกับแม็กซ์อยู่ไม่ไกล ผมไหวไหล่เบาๆก่อนที่จะกอดอกแล้วหันไปมองเพื่อนตัวเองทั้งสองคนที่กำลังยืนมองผมอยู่อย่างไม่ละสายตา

          “ก็นั่นเบลล์ แต่นี่เซอิน” ว่าจบผมก็ยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองก่อนที่จะพากันเงียบทันทีที่เบลล์เดินเข้ามาหา

          “เอาของไปเก็บที่บ้านกันเถอะ” เบลล์ว่ากับพวกผมก่อนที่จะเดินไปเอากุญแจบ้านกับพี่ออฟ หลังจากนั้นค่อยพากันลงไปเอากระเป๋าแล้วเดินไปยังบ้านพักกัน

          “บ้านแต่ละบ้านเป็นชื่อของดอกไม้หนิ” หนึ่งในเพื่อนห้องสี่ที่รวมกลุ่มกันกับแม็กซ์เอ่ยขึ้นมาระหว่างที่กำลังเดินไปให้เบลล์ได้หันขวับไปมองทันที

          “ชื่อดอกไม้?”

          “สังเกตดูสิ ถ้าเป็นบ้านผู้หญิงก็จะออกแนวผู้หญิงหน่อยอย่างบ้านนั้นที่น้ำห้องห้าเดินเข้าไปไง บ้านซ่อนกลิ่น ถ้าผู้ชายก็นู้น บ้านรักเร่” เพื่อนห้องสี่ว่าออกมาพลางชี้ไปยังหัวหน้าห้องของห้องผมที่กำลังขนของเข้าบ้าน ก่อนที่เบลล์จะตาลุกวาวขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าบ้านแต่ละบ้านมีชื่อเป็นของตัวเอง

          “งั้นบ้านเราก็...” ซันพูดออกมายังไม่ทันจบ เบลล์ที่รีบวิ่งไปที่บ้านก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนด้วยความดีใจ จะอะไรล่ะนอกจาก...

          “ตะวัน! บ้านชื่อตะวัน!”

          นั่นแหละ ชื่อแฟนมันไง

          “สมใจอยากเลยล่ะสิ” ผมเดินเข้าไปหามันที่กำลังไขประตูบ้านอยู่ก่อนที่มันจะรีบพยักหน้าให้ผมรัวๆแล้วรีบเดินเข้าไปในบ้านเมื่อไขกุญแจได้

          “ตะวันจ๋า พี่เบลล์มาแล้วนะ” ว่าจบมันก็รีบเดินเข้าไปในบ้านทิ้งให้พวกผมอีกเจ็ดคนยืนเบ้หน้าไม่ชอบใจกับน้ำเสียงชวนขนลุกของมันอยู่หน้าบ้านโดยที่ไม่คิดจะเข้าไปจนกระทั้งมันหันมาดึงแขนผมให้เข้าไปนั่นแหละเพื่อนๆที่เหลือถึงได้เดินตามเข้ามา

          “เดี๋ยวพวกฉันนอนข้างล่างนะ พวกนายสี่คนนอนข้างบนไปเลย” แม็กซ์ว่าออกมาก่อนที่เพื่อนห้องสี่จะพากันเดินเข้าห้องนอนข้างล่างไป พวกผมสี่คนที่เหลือเลยต้องนอนข้างบนไปอย่างช่วยไม่ได้ พวกผมเดินขึ้นไปห้องข้างบนก่อนที่จะไขกุญแจห้องAเข้าไปข้างในเพื่อเก็บของและจับจองที่กันว่าใครจะนอนตรงไหน

          “ฉันนอนตรงนี้เอง” ผมเข้าไปในห้องเป็นคนที่สองหลังจากที่เปิดประตูเข้าไปได้ พอเห็นสภาพห้องนอนแล้วผมรีบบอกเพื่อนทันทีทันใด ผมเลือกนอนเตียงที่จะอยู่ปลายเท้าของเพื่อนนะเพราะตั้งแต่ที่เลิกเรียนกับครูพายไปแล้วไม่ได้นอนด้วยกันน่ะผมเป็นคนชอบนอนคนเดียวไปเลย

          สภาพห้องคือมีฟูกสามหลังเรียงติดกันอย่างเป็นระเบียบชิดกับกำแพงห้องมีผ้าเช็ดตัวสีขาววางไว้ให้อยู่บนฟูก ส่วนที่ที่ผมนอนก็จะอยู่ปลายฟูกของเพื่อนๆทั้งสามคน ปลายฟูกผมก็จะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งให้ได้ส่องกระจกกัน ส่วนกำแพงห้องอีกฝั่งก็จะมีโทรทัศน์ตั้งไว้ข้างๆคือตู้เสื้อผ้า

          “เฮ้ย ตรงนี้เป็นหน้าต่างรึเปล่าวะ” เบลล์กระโดดขึ้นฟูกไปชี้ผ้าม่านที่ปิดไว้อยู่บนหัวเตียงให้พวกผมได้มองตาม

          “น่าจะใช่นะ ลองเปิดดูสิ” ซันว่าออกไปให้เบลล์ได้เปิดผ้าม่านดู พอได้เห็นสภาพกระจกกับวิวที่มองเห็นเท่านั้นแหละเบลล์ถึงกับหน้าซีดพร้อมกับสบถขึ้นมาทันที

          “ฉิบหายแล้ว...”

          “ว้าว! ฉันชอบอ่ะต้น”

          “ฉันลงไปนอนข้างล่างนะ...!” ว่าจบมันก็รีบคว้าสัมภาระที่มันอุตส่าห์แบกขึ้นมาถึงข้างบนแล้วทำท่าจะวิ่งออกจากห้องไปให้ผมได้คว้าตัวไว้ไม่ให้มันหนี

          “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ ฉันกับนายอุตส่าห์คืนดีกันนอนด้วยกันดิเบลล์” ผมว่าออกไปพลางมองหน้ามัน ก่อนที่มันจะหันมามองผมด้วยสายตาหวาดกลัว มันไม่ได้กลัวผมหรอก มันกลัวผีมากกว่า

          “โห่เซอิน ฉันไม่นอนหรอกถ้ากระจกจะแตกร้าวอย่างกะในหนังสยองขวัญ แล้ววิวที่เห็นจะเป็นบ้านร้างแบบนี้ ฉันไม่ย้ายบ้านก็บุญแล้ว!”

          “บ้านนี้ชื่อบ้านตะวันนะ นายคิดที่จะย้ายเหรอ”

          “กะ...ก็แค่คิดนั่นแหละ ไม่ได้จะย้ายจริงๆสักหน่อย”

          “งั้นคือนนี้ก็นอนนี่แหละ นอนกับพวกฉันไงมันไม่มีอะไรหรอกน่า” ไม้มันว่าออกมาก่อนที่จะลากเบลล์ลงฟูกนอนแล้ววางกระเป๋าสัมภาระไว้ที่ปลายเท้ามัน

          “งั้นเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำล้างแป้งออกจากหัวก่อนละกัน” ผมว่าออกไปให้เพื่อนทั้งสามคนได้ยินก่อนที่จะหอบข้าวของอาบน้ำเข้าห้องน้ำไปด้วย แน่นอนครับว่าผมก็โดนแป้งเหมือนกันกับครูพายนั่นแหละ แต่ครูเขาเล่นซะหัวขาวเลย

          ใช้เวลาไม่นานผมก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จหลังจากนั้นค่อยเรียกให้เพื่อนไปอาบน้ำต่อแล้วเดินลงไปชั้นล่างเพื่อไปหาน้ำกิน

          “โอ้ย มดกัด...” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนที่ก้มตัวลงไปวางขวดน้ำลงบนโต๊ะกับเก้าอี้นั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่าง แล้วค่อยถอดเสื้อออกเพื่อหาสัตว์ตัวเล็กที่มันกัดผม

          ครืด...

          “เอ่อ...” ทันทีที่เสียงประตูกระจกเปิดออกผมรีบหันไปมองยังต้นเสียงทันทีก็เห็นครูพายกำลังอ้ำๆอึ้งๆอยู่หน้าประตูให้ผมได้เลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย

          “มีอะไรรึเปล่าครับ” ผมหันไปมองครูเขาดีๆก่อนที่จะเดินเข้าไปหา

          “ผมฝากให้ซันเพื่อนของคุณด้วย” แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปใกล้ๆครูเขากลับโยนขวดยามาให้ผมก่อนที่จะพูดทิ้งท้ายไว้แล้วเดินออกไปทันที ให้ผมได้มองตามไปพลางเลื่อนสายตาไปมองแขนข้างซ้ายของครูที่ยังใส่เฝือกอยู่ อยู่ๆก็มีความคิดนึงแทรกขึ้นมาให้หัวของผม

          ไม่ใช่ว่าครูเขาไปต่อยกำแพงเพราะผมหักอกครูเขาหรอกเหรอ เพราะหลังจากวันนั้นครูเขาก็หายไปเป็นอาทิตย์เลยนั่นเพราะครูเขาหายไปรักษาตัวรึเปล่า ผมว่าที่แฟนครูเขาบอกก่อนหน้านี้มันทะแม่งๆอยู่ แกล้งบอกเลิกครูเขาเลยไปต่อยกำแพงเนี่ยนะ

          มันแค่แกล้งกันจริงๆเหรอ

 

วันกลับจากค่าย

          “เพื่อนมากันครบรึยัง” ครูพายพูดขึ้นมาระหว่างที่กวาดตามองเด็กนักเรียนบนรถบัสไปด้วย เข้าค่ายเสร็จแล้วก็ต้องกลับล่ะหลับจะอยู่ทำไม รู้สึกอยากกลับบ้านเหมือนกัน

          “ครูพิภัช ซันหายอ่ะค่ะ” หนึ่งในเพื่อนผู้หญิงห้องผมเอ่ยขึ้นมาเมื่อมองไปรอบๆแล้วขาดเพื่อนไปคนหนึ่ง

          “ซันไม่สบายน่ะ ครูอนุชาพาไปโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” ครูเขาตอบกลับเพื่อนผมไปก่อนที่จะนับจำนวนสมาชิกเด็กทั้งหมดอีกครั้ง จริงอย่างที่ครูเขาว่าแหละครับ ซันไม่สบายหนักจนครูอนุชาต้องขับรถส่วนตัวของวิทยากรไปที่โรงพยาบาล ซันน่ะอาการไม่ดีตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแล้ว ไม่งั้นครูพายเขาคงไม่เอายามาให้ถึงบ้านพักหรอก

          “โอเค ครบหมด”

          “ครูพิภัช! รถบัสห้องสี่เสีย!” อยู่ๆแม็กซ์ก็รีบวิ่งหน้าตั้งขึ้นรถบัสห้องห้ามาเพื่อมาบอกกับครูพายด้วนท่าทีร้อนรนให้ห้องห้าทุกคนได้หันไปมองกันเป็นตาเดียว

          “รถเสีย?”

          “ใช่ครับ ครูลงมาดูดิ” สิ้นสุดคำพูดของแม็กซ์ครูพายก็เดินลงไปดูรถบัสห้องสี่ทันที ผ่านไปสักพักใหญ่ครูพายถึงเดินกลับขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังที่นั่งบนรถบัสห้องผม

          “เดี๋ยวเราจะให้ห้องสี่นั่งไปกับเราด้วยนะ เบาะไหนนั่งสามได้ก็นั่งกันเลยเข้าใจรึเปล่า มีน้ำใจให้เพื่อนหน่อยรถบัสห้องเพื่อนเสีย ไปไหนไม่ได้จริงๆ” ครูพายว่าออกมาเสียงอ่อนให้พวกผมห้องผมได้ยิน

          “ได้ครับครู ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เพื่อนผมตอบกลับมาก่อนที่ครูพายจะกวักมือเรียกให้เพื่อนห้องสี่เดินขึ้นรถบัสมาหาที่นั่งกัน อัดกันเข้าไป แล้วระหว่างที่เพื่อนๆพากันหาที่นั่งกัน ผมก็ลุกขึ้นจะเดินไปหาไม้กับเบลล์แต่ด้วยความที่ว่าเพื่อนห้องสี่รีบหาที่นั่งกัน เผลอแป๊บเดียวรู้ตัวอีกทีที่ก็เต็มหมดแล้ว

          ทำไงล่ะครับทีนี้ เหลือแต่ที่นั่งของครูพายนั่นแหละครับที่ยังว่างอยู่ แต่จะให้ผมอยู่ๆไปนั่งมันก็ยังไงอยู่หรอก ผมเลยได้แต่ยืนมองที่ว่างตรงนั้นแล้วรอครูพายที่กำลังคุยอยู่กับครูที่เหลือว่าจะกลับกันยังไง เพราะรถบัสหนึ่งคันอัดเด็กเข้าไปเกือบตั้งเก้าสิบคน ถ้าจะให้ครูมานั่งด้วย ผมแนะนำนะ

          หลังคารถเลยครับ

          “พวกพี่จะเหมาแท็กซี่กลับกันใช่ไหม แล้วน้องๆอ่ะ” ผมได้ยินเสียงครูพายดังขึ้นมาจากข้างล่าง

          “งั้นเดี๋ยวพวกหนูก็เหมาแท็กซี่กลับกันก็ได้ แล้วพี่พายดูแลเด็กคนเดียวได้ไหมให้สายฟ้าอยู่ช่วยไหมพี่ เพราะพี่นุก็พาเด็กไปโรงพยาบาลแล้ว” หนึ่งในครูนักฝึกสอนผู้หญิงเอ่ยขึ้นมา

          “ไม่รู้ว่าจะมีที่เหลือรึเปล่าน่ะสิ สายฟ้าขึ้นมาดูกับพี่มา” เอาแล้วไงที่นั่งมันเหลืออยู่แค่นี้ถ้าครูสายฟ้าขึ้นมานั่งด้วยมันจะนั่งได้เหรอแค่ผมกับครูพายนั่งกันมันก็เต็มแล้วด้วย ผมยิ่งตัวใหญ่ๆอยู่

          “...คุณไม่มีที่นั่งเหรอ...” พอขึ้นมาบนรถได้ครูพายที่เห็นผมยืนอยู่ก็เอ่ยถามทันที

          “ครับ” ผมพยักหน้าตอบไปเบาๆพลางเอ่ยออกไปเสียงอ่อน

          “งั้นคุณนั่งนี่ ส่วนนายก็นั่งกับเด็กนี่ไปละกัน พี่จะไปอยู่ข้างหลังกับพวกแม็กซ์มัน” ครูพายเอ่ยกับผมในประโยคแรก ก่อนที่ประโยคที่สองจะหันไปคุยกับครูสายฟ้าแล้วพยักพเยิดไปทางข้างหลังที่เตรียมดีดกีต้าร์กันแล้ว

          “พี่อ่ะไหวเหรอใส่เฝือกอยู่ไม่ใช่รึไง นั่งสบายๆอยู่ตรงนี้ไม่ดีกว่าเหรอเดี๋ยวข้างหลังผมจัดการเอง” ว่าจบครูสายฟ้าก็ฝ่าดงเด็กนักเรียนที่นั่งกันบนพื้นไปยังหลังสุด เพื่อไปเฮฮาอยู่กับพวกของแม็กซ์

          “นั่งสิ” ครูพายบอกกับผมที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมในขณะที่ครูเขานั่งลงอยู่เบาะในแล้ว ผมเลยทำตามที่ครูเขาบอกอย่างปฏิเสธไม่ได้ พอทุกอย่างได้ที่และลงตัวหมดแล้วครูพายก็จัดการบอกกับครูที่เหลือให้พากันแยกย้ายกันไปก่อนที่รถบัสจะออกตัวแล้วกลับไปที่โรงเรียนกัน

          “...ครูพิภัชครับ...” ระหว่างที่รถกำลังวิ่งอยู่ ลมจากนอกรถได้ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะกับใบหน้าหวานของคนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวผมได้ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเพราะผมหน้าม้าครูเขากระจัดกระเจิงไม่เป็นทรงจนครูเขาต้องยกมือขึ้นไปจับผมอยู่หลายครั้ง

          “อะไร?” ครูตอบเสียงห้วน

          “เอ่อ...ถ้ามันทำให้ครูลำบาก ผมว่าครูเลื่อนหน้าต่างลงมาหน่อยก็ได้” ว่าแล้วผมก็พยักพเยิดไปทางครูให้ครูได้มองหน้าผมตอบทั้งๆที่ตัวเองก็ยังคงขมวดคิ้วแน่น

          “ถ้าเอาลงได้คงเอาลงไปนานแล้ว” ครูเขาพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะหันไปมองข้างทางแทน เออเนอะลืมไป ครูเขาใส่เฝือกอยู่นี่หว่า

          พอคิดได้ผมก็เลยลุกขึ้นยืนแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆครูเพื่อที่จะปิดหน้าต่างลงสักครึ่งนึง ผมเอื้อมมือไปที่ตัวล็อกหน้าต่างทั้งสองแล้วบีบไว้ หวังที่จะให้มันเลื่อนลงมาแต่มันไม่ลงครับ ผมเลยขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนใบหน้าของครูพายชนเข้ากับแผงอกของผมที่อยู่ภายใต้เสื้อค่ายให้ครูได้รีบผละออกทันที

          “เอ่อ ขอโทษครับ” ผมเอ่ยออกไปเสียงอ่อนพลางก้มมองคนผมสีน้ำตาลแดงที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับไม่สนใจผม เห็นอย่างนั้นผมเลยหันกลับไปสนใจหน้าต่างต่อก่อนที่จะรวบรวมแรงอีกครั้งแล้วกดหน้าต่างลงให้ครูเขาสักครึ่งหนึ่ง

          “ขอบใจ” ครูเขาตอบกลับมาในจังหวะที่ผมกำลังขยับกลับไปนั่งยังที่ของตัวเอง ผมมองหน้าครูอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับกลับไปเบาๆ

          “ไม่เป็นไรครับ”

          พอเวลาผ่านไปนานๆเข้า ผมได้ยินเสียงอะไรสักอย่างกระทบกับกระจกดังตุบๆจนผมต้องหันไปมองด้วยความรำคาญก่อนที่จะหยุดนิ่งทันทีเมื่อเห็นว่าต้นเสียงคืออะไร

          “จะมองอีกนานไหมล่ะเซอิน ถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นตื่นขึ้นมาครูเขาอาจจะหัวโนได้นะ”

          แล้วเสียงกระซิบของเพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ดังขึ้นมาให้ผมได้เหลือบมองก่อนที่จะค่อยๆยื่นมือเข้าไปประคองหัวคนผมสีน้ำตาลแดงให้เอนมาทางผมเพื่อไม่ให้หัวครูเขาต้องกระแทกกับกระจก พอจับหัวครูเขาเอนมาได้ผมเลยหันกลับไปนั่งมองวิวจากฝั่งตรงข้ามต่อ แต่นั่งมองได้แป๊บเดียวก็ต้องหันกลับไปมองที่ครูเขาอีกทีเมื่อหัวของครูเอนมาซบกับไหล่ผมพอดี

          อึก...

          ทำไมใจเต้นแรงวะ...?

          ผมก้มมองหน้าครูพายที่กำลังหลับอยู่อย่างไม่รู้สึกตัวก่อนที่จะสังเกตใบหน้าอีกคนอย่างถี่ถ้วน ช่วงนี้ครูเขาไม่ค่อยได้นอนรึไงนะใต้ตาคล้าเชียวขนาดใส่แว่นอยู่ผมยังเห็นเลย

          แชะ!

          ผมหันขวับไปมองตามเสียงถ่ายรูปทันที เห็นเพื่อนผู้หญิงอีกครับเดินมาหน้าเบาะผมแล้วถ่ายรูปผมกับครูพายโดยที่ไม่ขออนุญาตเลยสักนิด พอผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ยังไม่หยุดด้วยครับ เพื่อนผมมันถ่ายต่อทุกช็อตทุกการกระทำของผมจนผมต้องเอ่ยปากไล่ให้ไปไกลๆนั่นแหละเพื่อนผมมันถึงไปกันแต่ก็ยังไม่วายมีมาพูดทิ้งท้ายไว้อีก

          “You two look good together (ทั้งสองคนดูเข้ากันได้ดี)”

          หา? ผมกับครูพายเนี่ยนะ?

 

สองอาทิตย์ผ่านไป

          “เฮ้ยนี่ เปิดอ่านไลน์กลุ่มสายกันยัง กลุ่มที่เอาไว้ลอกการบ้านอ่ะ” ซันที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นเอ่ยขึ้นมาพลางมองมาที่พวกผมที่กำลังนั่งดูหนังกันอยู่ในบ้านเบลล์ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์หลังสอบกลางภาคเทอมสองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องพากันผ่อนคลาย

          “ทำไม มีอะไร” ไม้มันหันขวับไปมองแฟนของมันทันที

          “เห็นพวกผู้หญิงห้องเรากับห้องสี่บอกว่าวันที่สิบสี่กุมภาจะเซอร์ไพรส์วันเกิดครูพิภัชกัน” ซันพูดพลางมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ตัวเองไปด้วย

          หลังจากวันที่กลับมาจากค่ายสาย ผมกับครูพายก็เจอกันบ่อยขึ้นอยู่นะ แต่ถ้าถามว่าได้คุยกันบ้างไหม บอกได้เลยว่าขยับเข้าไปใกล้อีกขั้นแล้วครับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับครูพาย

          “สิบสี่กุมภาเหรอ วันวาเลนไทน์พอดีเลยหนิ” เบลล์พูดขึ้นมาพลางนั่งนึกไปด้วย ระหว่างที่ผมก็กำลังนั่งอ่านข้อความที่พวกเพื่อนผู้หญิงในห้องกำลังโต้ตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในหัวผมก็คิดทบทวนเรื่องๆนึงซ้ำไปซ้ำมาจนแน่ใจเลยตัดสินใจพิมพ์ลงกลุ่มไปแทรกบทสนทนาของเพื่อนผู้หญิงหลายคน

          Sein : จะเซอร์ไพรส์วันเกิดครูพายกันใช่ไหม

          Mintt : ใช่แล้ววววว

          Sein : มีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย

          Nam : เรื่องอะไรล่ะ

          Mintt : ว่ามาาาา

          Sein : บอกแล้วอย่าตกใจกันนะ

          Nam : ไม่ตกใจหรอกน่า คนอย่างเซอินมีอะไรให้ตกใจบ้างนอกจากเรื่องที่ไปเอากับผู้หญิงในห้องพยาบาลเกือบทุกวัน แต่พอครูพิภัชเข้ามาจู่ๆนายก็เลิกขาดไม่ทำมันอีกเลย

          นี่ผมจะบอกพวกมันดีไหมวะ มีการอ้างถึงครูพายแบบนี้ด้วยชักไม่อยากจะบอกแล้วสิ แต่ทำไงได้ถ้าจะทำแบบนี้ผมก็ต้องให้เพื่อนๆช่วยผม เรื่องนี้ผมทำคนเดียวไม่ได้หรอก

          ผมคิดอยู่นานสองนานจนซันต้องหันมาสะกิดผมเพราะซันเองก็คงอยากรู้ว่าผมอยากให้เพื่อนช่วยเรื่องอะไร อย่างน้อยถ้าผมจะบอกลงในกลุ่มก็มีแค่ซันคนเดียวเนี่ยแหละที่ผมจะได้เห็นสีหน้าว่าจะทำสีหน้ากันยังไงถ้าผมบอกไปแล้ว เพราะยังไงตอนนี้ไม้กับเบลล์ก็ดูหนังอยู่ไม่ได้เปิดดูไลน์สักหน่อย

          Sein : เรื่องที่จะให้ช่วยก็คือ

          Mintt : คืออออ?

          Pink : ?

          Nam : คืออะไรล่ะ ตอบมาเร็วๆสิ

          Sein : ช่วยคิดหน่อยสิจะทำยังไงดี ฉันว่าฉันจะสารภาพรักกับครูพิภัช

          Pink : หาา!!?

          Nam : นี่อย่าบอกนะว่า...

          Sein : ฉันชอบครูพิภัช


      






ThaRat Talk
          วันนี้อนุญาตให้ตัวเองสละเวลาทำงานมาอัพนิยายให้อ่านกันเนอะ ขอโทษนะที่มาอัพให้ช้ามากๆ เพราะเดี๋ยวจะสอบปลายภาคแล้วครูเลยสั่งงานกันเยอะอ่าา พยายามจะแต่งเรื่องนี้ให้จบก่อนขึ้นม. ม.อะไรไม่บอกดีกว่าาา เดี๋ยวหาว่าแก่ เพราะถ้าขึ้นปุ๊บคงไม่มีเวลาแน่ๆ ช่วงปิดเทอมใหญ่จะเร่งแต่งให้จบแล้วจะเอามาให้อ่านกันน้าาา
          เอาจริงๆตอนนี้ก็แต่งมาจากประสบการณ์ของตัวเองตอนไปเข้าค่ายสายอ่ะเนอะ คือตอนแรกรัตน์อุตส่าห์เอาชื่อบ้านซะสวยหรูเลย ยังจำได้ไม่เคยลืม ชื่อบ้านคือ 'โรสแมรี่' ก็อยู่บ้านละแปดคนเนี่ยแหละค่ะ อยู่กับเพื่อนห้องเดียวกันกลุ่มเดียวกันสี่คน ส่วนอีกสี่คนเป็นเพื่อนต่างห้องที่รู้จักกันเพราะเรียนสายเดียวกัน เพื่อนห้องนู้นก็เลือกเลยจ้าว่าจะนอนข้างล่างพวกรัตน์เลยต้องนอนข้างบน สภาพห้องก็เหมือนกับห้องที่เซอินเจออ่ะค่ะ กระจกแตกร้าว แถมข้างบ้านนี่คือบ้านพักร้างที่คิดว่าไม่น่าจะเปิดใช้มานานแล้ว เพราะมองไปฝุ่นเยอะมาก จะให้ลงไปนอนข้างล่างก็คงไม่ได้เพราะรู้อีกทีว่าห้องข้างล่างนู้นอัดกันนอนประมาณห้าหกคนก็เลยยอมนอนไป
          ก็เลยเอาประสบการณ์ตรงนี้มาใส่นิดหน่อย เพราะเห็นว่าเบลล์เป็นคนกลัวผี ก็เลยจัดให้






ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #72 2222548 (@2222548) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 11:56
    กรี๊ด แม่กรี๊ดลั่นบ้านเลยซิน ลูกแม่ทำดี๊ดี ชอบ ใฟ้อภัยแล้ว
    #72
    0
  2. #21 Sweety026 (@Sweety026) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:25
    ครูพายอย่ารับรักง่ายๆนะ หมั่นไส้ซินอ่ะ
    #21
    0
  3. #20 Wapitch (@Pokkyz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:01
    ซินทำดีปลดแบนซิน5555555 ขอให้ไม่นกนะซิ๊นนน
    #20
    0