[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 27 : ModifyLove26 : You smile [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    22 ม.ค. 60

ModifyLove
26
You smile
[Pi Part]

 

          หลังจากที่เด็กๆลงไปข้างล่างแล้วผมกับพี่นุเลยพากันตรวจดูของบนรถว่ามีอะไรตกหล่นรึเปล่า พอตรวจเสร็จเลยพากันลงไปข้างล่างแล้วบอกให้นักเรียนพากันขนของสัมภาระไปที่ล็อบบี้ก่อนที่จะให้ขึ้นไปยังห้องประชุมที่อยู่ข้างบน

          เอาจริงที่ผมมาคุมเด็กเข้าค่ายนี่แขนผมก็ยังไม่หายหรอก ยังใส่เฝือกอยู่เลย ไอ้โน่มันบอกว่าอย่างผมใส่เฝือกประมาณสี่ถึงหกอาทิตย์เดี๋ยวก็ถอดแล้ว นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่สองอาทิตย์เองผมรู้สึกว่าอยากถอดเฝือกแล้วว่ะ โคตรน่ารำคาญเลยแหละ ไม่น่าไปต่อยกำแพงให้เจ็บตัวเลยจริงๆ

          เออจริงสิ พี่นุรู้แล้วนะว่าผมกับโน่มันไม่ได้เป็นอะไรกัน หลังจากที่เด็กๆกลับไปกันแล้วผมก็เลยอธิบายให้พี่เขาฟังเพราะยังไงพี่เขาก็ต้องการคำอธิบายอยู่แล้วว่าทำไมผมถึงไปคบกับผู้ชายได้ แต่พอรู้แล้วพี่เขาก็ตกใจนะที่ก่อนหน้านี้เห็นผมกับโน่จูบกันจริงๆ พอบอกไปว่าเล่นกับแบบนี้อยู่แล้วพี่เขาก็ไม่เชื่อซะงั้น

          อย่างว่าแหละ มีใครที่ไหนบ้างเล่นกันแบบนี้

          นอกจากเรื่องที่ผมกับจีโน่เป็นแค่เพื่อนกันพี่นุก็รู้อีกเรื่องหนึ่งด้วยว่าผมน่ะชอบซิน ถามว่ารู้ได้ไง มันก็สืบสาวราวเรื่องมาจากเรื่องของผมกับจีโน่นั่นแหละ ผมเลยต้องบอกออกไปเพราะพี่เขาอยากรู้คำตอบจริงๆ

          “พี่กันต์ พี่กล้วย พี่ออฟ พี่ฮิว สวัสดีครับ” ผมเอ่ยชื่อพี่ๆวิทยากรที่จะมาดำเนินกิจกรรมให้กับเด็กๆทีละคนก่อนที่จะสวัสดีทีเดียวพร้อมกันไปเลย ถ้าถามว่าผมรู้จักได้ยังไงน่ะเหรอ ก็พี่ๆพวกนี้น่ะเป็นเพื่อนของพี่นุยังไงล่ะครับ ได้ยินมาว่าตอนที่พวกพี่ๆเขาอยู่ปีสอง พี่กล้วยก็เป็นหัวหน้าฝ่ายนันทนาการ พอขึ้นปี3ก็มาเป็นพี่ว้ากแทน บางทีผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคนเรามันจะเปลี่ยนบุคคลิกกันได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอวะ จากพี่สันมาเป็นพี่ว้ากเนี่ย

          แต่สำหรับพี่นุล่ะก็ผมไม่สงสัยหรอกเพราะพี่เขาไม่เคยเป็นพี่สัน พี่เขาเป็นพี่ว้ากเลย

          “เอ้าพายทำไมแขนเป็นงั้น ไปโดนอะไรมาล่ะ” พี่กันต์ว่าออกมาพลางพยักพเยิดมาทางแทนผมที่ใส่เฝือกอยู่แต่ไม่ได้ใส่สายคล้องแขนที่คอยพยุงแขนผมไว้หรอก มันทำอะไรไม่ถนัด ถ้าโน่มันอยู่มันคงบังคับให้ผมใส่แล้วล่ะ

          “มือลื่นไปต่อยกำแพงน่ะครับ” ผมตอบออกไปก่อนที่จะยิ้มให้พวกพี่ๆที่อีกสามปีข้างหน้าก็จะเหยียบเลขสามสิบทั้งสี่คน

          “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน แก่ขึ้นนะครับเนี่ย”

          “พาย นายเคยยืนอยู่ดีๆแล้ววูบลงไปนอนกับพื้นแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยไหม” พี่ฮิวว่าออกมาพลางส่งยิ้มอ่อนโยนที่ผิดกับประโยคข้างต้นมาให้ผม

          “ไม่เคยครับ อยากลองเหมือนกันนะแต่ว่าไม่เอาดีกว่าผมเกรงใจเวลางานของพวกพี่” ผมว่าออกไปเสียงนุ่มก่อนที่จะรีบเปิดประตูห้องประชุมแล้วเดินเข้าไปข้างในเพื่อดูความเรียบร้อยทันที จะอยู่ทำไมล่ะครับ อยู่ให้พวกพี่ๆเขาสอยเอาน่ะสิ

          เทอมสองนี้มีนักศึกษาฝึกสอนมาสอนที่โรงเรียนด้วยน่ะครับ ผู้หญิงห้าคนผู้ชายอีกหนึ่งคนที่มาฝึกสอนที่นี่ ผมเลยมอบหน้าที่ให้น้องนักศึกษาฝึกสอนดูแลเด็กๆไปเลยในตัว ก็ดีเหมือนกันแหละ ผมกับพี่นุจะได้ทำงานได้น้อยลงหน่อยเพราะค่ายนี้มีครูมากันแค่สิบคน นักศึกษาฝึกสอนก็ปาไปแล้วหก มีผมกับพี่นุและพี่ๆในหมวดมากันอีกรวมกันเป็นสี่คน มากันแค่นี้ก็คิดว่าน่าจะเอาอยู่อยู่หรอกกับเด็กแปดสิบกว่าคน

          หลังจากที่ผมเข้ามาในห้องประชุมแล้ว พวกพี่ๆทั้งห้าคนที่อายุเกือบจะแตะเลขสามสิบกันก็พากันเดินเข้ามาก่อนที่พี่นุจะแนะนำวิทยากรทั้งสี่คนให้เด็กๆได้รู้จัก รวมถึงนัดแนะพิธีเปิดที่กำลังจะเปิดขึ้นในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้า โดยที่มีรองผอ.เป็นคนเปิด

          หลังจากที่พิธีเปิดเสร็จแล้วรองผอ.ก็ไปที่ค่ายสายศิลป์ภาษาต่อ ค่ายนี้กับค่ายสายศิลป์ภาษาอยู่ไม่ไกลกันมากหรอกครับเดินทางไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว พอรองผอ.เดินออกจากห้องปุ๊บพี่ๆทั้งสี่คนก็จัดการทันทีเลยครับ

          จัดการที่ว่า...

          “เอ้า เงียบ!” มาแล้วไง ผมล่ะโคตรจะเกลียดมุขนี้ของพี่กล้วยเลยจริงๆ

          “พวกคุณมาเข้าค่ายไม่ได้มาคุย พ่อแม่ส่งพวกคุณมาคุยกันเหรอ” พี่กล้วยว่าออกมาพลางยืนเอามือไขว่หลังแล้วกวาดตามองเด็กๆทุกคนที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นทำหน้าไม่พอใจอยู่ ดูก็รู้ว่ากำลังจะถูกด่ากัน

          “พี่พาย นี่วิทยากรมาให้ความสนุกจริงๆเหรอ ไม่ต่างอะไรกับพี่ว้ากที่กำลังว้ากเด็กปี1เลยนะ” เสียงทุ้มต่ำของนักศึกษาฝึกสอนชายคนเดียวที่อยู่ในห้องนี้ว่าขึ้นมาหลังจากน้องเขาขยับเข้ามาหาผมแล้วกระซิบข้างหูผมไปด้วย

          “พวกพี่ๆเขาเคยเป็นพี่ว้ากมาก่อนน่ะ” ผมตอบกลับไปก่อนที่จะส่งยิ้มให้กับคนข้างๆผมที่กำลังมองไปทางพี่กล้วยอย่างไม่ละสายตา ผมกับครูหรือนักศึกษาฝึกสอนคนอื่นๆเข้ามานั่งกันท้ายห้องประชุมกันน่ะครับ ข้างหน้าให้เป็นของเด็กๆไปแล้วข้างหลังครูจะยึดเอง

          “อ้าว พี่เขาเป็นพี่ว้ากแล้วทำไมพี่พายกับพี่นุถึงเอาพวกพี่เขามาเป็นวิทยากรอ่ะ ไม่ได้หวังที่จะฝึกเด็กพวกนี้ใช่ไหม ไหนบอกว่าค่ายนี้ผ่อนคลายไง” น้องเขาตอบผมกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับว่าตัวเองเป็นเด็กนักเรียนที่กำลังโดนว่าอยู่ยังไงยังงั้น

          “คอยดูสิ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอกสายฟ้า” ผมตอบน้องเขาไปก่อนที่จะมองไปยังพี่ๆทั้งสี่คนเหมือนเดิม พอสายฟ้าเห็นผมตอบออกไปอย่างนั้นก็เลยมองตามผมไปด้วย

          “คุณ! ลุกขึ้นมา!” พี่ออฟว่าออกไปพลางชี้ไปยังแม็กซ์ หัวหน้าห้องของเด็กห้องสี่ที่กำลังนั่งขมวดคิ้วแน่นราวกับไม่ชอบใจ แม็กซ์เงยหน้าขึ้นมองพี่ออฟก่อนที่จะหยัดตัวลุกขึ้นยืนแล้วหันไปหาพี่ออฟ แม็กซ์ก้มหน้ามองพี่เขาที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าตัวเองราวกับต้องการจะท้าทาย

          แต่...ถ้าคุณได้มาเห็นภาพที่ผมเห็น ณ ตอนนี้คุณจะคิดได้อย่างเดียวเลยคือ...

          “หลักกิโลเมตรกับเสาไฟฟ้านี่หว่า...”

          เสียงของพี่นุที่นั่งอยู่ข้างๆผมอีกข้างเอ่ยขึ้นมาพลางกอดอกยิ้มมุมปากมองเพื่อนตัวเองไปด้วย เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่าใครที่มาเห็นภาพนี้ต่างก็คิดแบบนี้กันทั้งนั้น ก็เข้าใจนะว่าผู้ชายแต่ละคนมันก็มีความสูงที่ต่างกัน อย่างพี่ออฟนี่เตี้ยกว่าผมอีกพี่เขาสูงสักร้อยหกสิบต้นๆได้ แต่แม็กซ์น่ะสิถ้าให้เดาก็คงจะร้อยแปดสิบอัพ ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่าไอ้เด็กพวกนี้มันจะสูงกันไปถึงไหน

          “เมื่อกี้คุณว่าอะไรของคุณนะ!” พี่ออฟว่าออกมาพลางจ้องตาแม็กซ์ไปด้วย

          “เป็นเหี้ยอะไรกันนักกันหนา นี่กูมาค่ายสายหรือมาโดนว้ากกันแน่วะ” แม็กซ์ตอบออกไปอย่างไม่กลัวอะไร ระหว่างที่พูดแม็กซ์ก็จงใจกระแทกเสียงใส่หน้าพี่ออฟไปด้วย

          “คุณไม่มีสิทธิ์พูดถ้าพวกผมยังไม่ได้สั่ง!”

          “คุณก็ไม่มีสิทธิ์ว้ากพวกผมเหมือนกัน เงินที่พวกคุณได้กันก็มาจากพวกผมทั้งนั้นนั่นแหละ!”

          “เดี๋ยวมานะ พี่ว่ามันเริ่มจะเลยเถิดแล้วล่ะ” พี่นุว่าออกมาก่อนที่จะลุกออกไปแล้วเดินไปหาแม็กซ์ที่กำลังกำมือแน่นพร้อมที่จะต่อยกับพี่ออฟได้ทุกเมื่อ

          “แม็กซ์ นั่งลงได้แล้ว” ผมได้ยินเสียงพี่นุบอกกับแม็กซ์ก่อนที่พี่เขาจะละสายตาไปมองที่พี่ออฟเชิงสื่อสารกันทางสายตา ยืนจ้องตากันไม่นานพี่ออฟก็เดินไปที่หน้าเวทีแล้วยืนข้างเพื่อนอีกสามคนที่กำลังยืนมองอยู่ก่อนหน้านี้

          “ผมจะให้เวลาพวกคุณห้าวินาทีในการจับคู่กับเพื่อนในห้องนี้ หาเพื่อนที่อยู่ที่ใกล้ที่สุด หญิงคู่หญิง ชายคู่ชาย ถ้าใครไม่มีคู่คนๆนั้นจะโดนทำโทษ” พี่กล้วยว่าออกมาหน้าตายสายตาพี่เขาก็กวาดมองเด็กๆไปด้วย พี่เขารู้ครับว่ายอดเด็กที่มาค่ายนี้มีกี่คน ค่ายนี้มากันแปดสิบเจ็ดคน แล้วมีหนึ่งในนั้นที่จะไม่มีคู่ ผมก็จะรอดูเหมือนกันว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร

          “ห้า!”

          “สี่!”

          “เห้ยเธอ มาคู่กับเรา”

          “คู่กันนะ” เสียงของเด็กนักเรียนแปดสิบกว่าชีวิตที่อยู่ในห้องประชุมดังขึ้นมาทันทีที่พี่กล้วยเริ่มนับถอยหลัง

          “สาม!”

          “ถ้าได้คู่แล้วนั่งลงเลยครับ!” พี่ฮิวตะโกนแทรกเสียงเด็กๆที่กำลังหาคู่กันด้วยความโกลาหล คนที่ได้คู่แล้วก็พานั่งลงกันให้พรึ่บจนเหลือสามคนสุดท้าย ให้ผมได้ขมวดคิ้วมอง

          “สอง!”

          “หนึ่ง!”

          พรึ่บ!

          ซินที่กำลังยืนมองเบลล์อยู่รีบคว้าแขนเบลล์ให้นั่งลงทันทีที่พี่กล้วยนับเวลาใกล้จะหมด ก็พี่เขาบอกให้หาคนที่ใกล้ที่สุดแหละเนอะ จะให้ใครคนนึงเดินเข้าไปหาแม็กซ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้องประชุมมันก็ยังไงอยู่

          อีกอย่างก็ดีแล้วที่สองคนนั้นคู่กัน ถึงแม้ว่าผมจะได้ยินมาว่าสองคนนั้นทะเลาะกันก็เถอะ พอมาค่ายนี้แล้วเดี๋ยวก็ดีกันเองนั่นแหละ ยังไงสองคนนั้นก็เป็นเพื่อนแท้กันอยู่แล้ว โกรธกันไม่นานหรอก

          “เหลืออีกหนึ่งคน” พี่กล้วยว่าออกมาผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางมองไปที่พี่ออฟ พี่ออฟมองตอบพี่กล้วยอยู่สักพักก่อนที่จะส่ายหน้าให้พี่เขาเบาๆแล้วหันกลับไปคุยกับพี่กันต์ต่อ

          “อ่ะ งั้นก็ไปหาครูคนไหนก็ได้มาหนึ่งคน เพื่อมาคู่กับเรา เชิญครับ” พี่กล้วยว่าจบก็ผายมือมาทางโซนครูแต่ละคนที่กำลังนั่งมองเด็กๆอยู่ ผมเห็นแม็กซ์หันมามองทางนี้ก่อนที่เด็กมันจะสบตาเข้ากับผม ไม่พอแค่นั้นยังเดินตรงดิ่งเข้ามาให้ผมรีบหันไปหาสายฟ้าทันที

          “สายฟ้าเดี๋ยวพี่มานะไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง” ผมว่าจบก็รีบลุกขึ้นแล้วตั้งท่าจะเดินออกไป แต่แม็กซ์ไวกว่าผม

          หมับ!

          “ครูมาคู่กับผม” แม็กซ์รีบคว้าต้นแขนข้างขวาที่ผมไม่ได้ใส่เฝือกไว้ ไม่รู้ว่าไอ้เด็กนี่จงใจคว้าแขนผมข้างนี้รึเปล่าถ้าเกิดว่าจงใจไอ้เด็กนี่จะเจ้าเล่ห์มากเลยนะ

          ทำไมน่ะเหรอ

          เพราะแขนอีกข้างที่แม็กซ์ไม่ได้จับผมใส่เฝือกอยู่ นั่นก็หมายความว่าถ้าผมจะใช้มือข้างที่เหลือขัดขืนเขามันก็เป็นไปไม่ได้เลย ใครมันจะบ้าเอาแขนข้างที่ตัวเองเจ็บอยู่ไปทุบคนอื่นกันล่ะ

          “แม็กซ์ ครูจะไปเข้าห้องน้ำ” ผมว่าออกไปพลางยื้อตัวเองไว้ไม่ให้เดินตามเขาไป แต่แรงเด็กมันเยอะกว่าผมอยู่แล้วต่อให้ขัดขืนยังไงมันก็เปล่าประโยชน์

          “ครูอย่ามาตอแหล จะหนีผมก็บอกมาเหอะไหนบอกว่าเป็นทั้งครูทั้งพ่อแม่ไง เล่นกับผมหน่อยดิแม่” สิ้นสุดคำพูดของไอ้เด็กนี่ผมกับแม็กซ์ก็เดินมาถึงที่ที่แม็กซ์ยืนอยู่ก่อนหน้านี้ จะหนีก็คงหนีไม่ได้แล้วล่ะครับเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว

          กับเด็กคนนี้พูดเล่นกันได้ผมไม่ถือ เพราะยังไงก็สนิทกว่าเด็กคนอื่นๆอยู่แล้ว

          “เรียกพ่อก็ได้ป่าววะถ้าจะเรียกแบบนั้น” ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของแม็กซ์ก่อนที่จะมองหน้าเด็กที่กำลังยืนส่งยิ้มระรื่นมาให้ผมอยู่ก่อนที่จะดึงแขนผมให้นั่งลงหันหน้าเข้าหาเขา

          “ได้คู่กันครบทุกคนแล้วนะ มาเล่นเกมกัน แล้วต่อจากนี้ไปคนที่พวกเราจับคู่ด้วยคือบัดดี้ของเรานะ ตลอดสามวันนี้เวลาไปไหนก็พาบัดดี้ไปด้วยล่ะ ยกเว้นเราที่คู่กับครูพายเพราะครูเขาต้องทำงานคงคู่นายไปตลอดไม่ได้ หลังจากนี้ก็ไปเกาะกลุ่มเพื่อนเขาเอาล่ะหรือว่าจะไปคู่กับพี่ออฟ” พี่กล้วยว่ายาวออกมาก่อนที่จะหันไปถามแม็กซ์พลางชี้ไปที่พี่ออฟให้ทั้งสองคนที่มีเรื่องกันก่อนหน้านี้ได้เบ้หน้าทันที

          “ผมขออยู่คนเดียวดีกว่าครับ” แม็กซ์ว่าออกไปเสียงขุ่นก่อนที่จะหันกลับมาที่ผมหลังจากที่ตกลงกับพี่กล้วยได้แล้วว่าจะไปเกาะกลุ่มเพื่อนเอา

          “เอ้า หันหน้าเข้าหากันคู่ใครคู่มันนะครับ เดี๋ยวพี่จะพาเล่นเกมเองไอ้ที่ว้ากไปเมื่อกี้แค่เล่นๆกันนะครับอย่างคิดมากล่ะ” พี่ฮิวว่าเสริมออกมาพลางส่งยิ้มให้เด็กผู้หญิงที่ได้มองต่างขัดเขินไปตามๆกัน ก็พวกพี่สี่คนนี้เล่นหน้าตาดีกันทุกคนเลยหนิครับ หลังจากนั้นพี่ๆทั้งสี่คนก็พากันเล่นเกมสร้างความสนุกสนานไปเรื่อยๆจนมาถึงเกมๆหนึ่งที่ต้องมีคนบางคนเลอะ

          “เอาหน้าผากชนกันเร็วแล้วจ้องตากันนะ ใครกระพริบตาก่อนคนนั้นเลอะ”

          พี่กันต์ว่าออกมาพลางชูกระป๋องแป้งในมือให้คนที่อยู่ในเกมอย่างผมได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนที่จะกวาดตามองเด็กๆที่กำลังร้องโห่กันอยู่ ระหว่างนั้นผมเผลอไปสบตากับใครบางคนให้ผมได้ชะงักกึก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่คุ้นเคยกำลังมองมาที่ผมด้วยสีหน้าราบเรียบพร้อมกับสายตาที่ผมอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

          “ครูมาเล่นกัน” แล้วเสียงของแม็กซ์ก็ดึงความสนใจให้ผมหันกลับไปมองที่คู่ของตัวเองเหมือนเดิม

          “ใครใส่แว่นก็ถอดแว่นด้วยนะ เวลาเล่นจะได้ไม่โกงกัน” พี่ฮิวพูดเสริมให้ผมได้ยกมือขึ้นถอดแว่นตัวเองแล้วหันไปมองที่แม็กซ์เหมือนเดิม ตอนนี้สิ่งที่ชัดที่สุดก็คือหน้าของแม็กซ์เนี่ยแหละครับ อย่างอื่นเบลอหมดจนมองอะไรไม่เห็นเลย

          “โห่ครูทำไมครูหน้าตาดีจัง ไม่ใส่คอนแทคเลนส์เวลามาสอนล่ะรับรองสาวๆติดตรึม” แม็กซ์ว่าออกมาพลางชี้หน้าผมด้วยท่าทีอึ้งๆก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นยกนิ้วโป้งให้ในประโยคสุดท้าย

          “มาสอนหนังสือ ไม่ได้มาหาแฟน”

          “พูดงี้ผมไปต่อไม่เป็นเลย” แม็กซ์เบ้หน้าใส่ผมให้ผมได้หัวเราะตามก่อนที่จะหันหน้าไปทางซินอีกครั้งด้วยความอยากรู้ว่าเขากำลังมองมาทางผมรึเปล่า พอหันไปเท่านั้นแหละครับมองอะไรไม่เห็นเลยแต่ดูเหมือนว่าเขาจะมองมาทางผมอยู่นะ ถ้ามองจากทิศทางของใบหน้าเขาน่ะ

          “ครูพิภัชผมอยากเล่นแล้ว”

          “เออๆ ไอ้นี่ก็ย้ำจังเลย”

          ผมว่าพลางหันกลับไปมองหน้าแม็กซ์อีกครั้ง แต่แม็กซ์กลับนั่งนิ่งมองหน้าผมไม่วางตาทั้งๆที่คนอื่นๆเริ่มเอาหัวชนกันเกือบหมดทุกคนแล้ว ผมเลยขมวดคิ้วมองเด็กมันก่อนที่จะยื่นมือเขาไปคว้าคอเสื้อของคนตัวใหญ่กว่าให้ขยับเข้ามาใกล้ๆเพื่อที่จะได้เอาหน้าผากชนกัน

          “เห้ยครู!”

          “อะไร ก็จะเล่นเกมไม่ใช่รึไง” ผมว่าออกไปเสียงเรียบพลางจ้องภาพเบลอๆที่อยู่ตรงหน้า ไกลก็เบลอใกล้เกินไปก็เบลออีก ไม่มีอะไรพอดีเลยในชีวิต

          “ก็จะเล่นนั่นแหละครูแต่ผมยังไม่ได้ตั้งตัวเลย” แม็กซ์ว่าออกมาด้วยเสียงสั่นๆให้ผมได้แปลกใจ

          “จะไปตั้งตัวทำไมล่ะกับไอ้เรื่องแค่นี้” ผมว่าออกไปเสียงเรียบพลางมองแม็กซ์ไปด้วย

          “อ้าวครูพาย มีอะไรจะบอกกับนักเรียนหน่อยไหม” พี่กันต์เดินถือไมโครโฟนเข้ามาหาผมก่อนที่จะยื่นไมค์เข้ามาจ่อปากผมให้ผมได้ปลายตามองแล้วละสายตากลับไปมองยังเด็กนักเรียนเหมือนเดิม

          “หายใจรดหน้าครูอยู่นั่นแหละ หยุดหายใจไปเลยไป”

          “มึงงงง ใกล้กันถึงขนาดหายใจรดหน้ากันเลยเหรอวะ” ผมได้ยินเสียงจากเด็กนักเรียนหญิงที่อยู่ข้างหลังผมคุยกันให้ผมได้ยิน ผมรู้ครับว่าเด็กนักเรียนสองคนนี้ที่คุยกันอยู่ชอบให้ผู้ชายมาได้กันเอง เด็กห้องหกทับสี่ลูกๆผมทำไมผมจะไม่รู้ บางทีไปตรวจในเก๊ะยังเจอหนังสือการ์ตูนชายชายให้ผมได้รีบเก็บคืนทีเดิมยังเจอมาแล้ว

          อย่าว่าแต่ห้องสี่เลยเด็กห้องห้าก็มี ไม่ใช่เมื่อก่อนที่ผมเป็นครูที่ปรึกษาให้หรอกครับ ปัจจุบันเลยแหละ ไปค้นห้องทีมีแต่การ์ตูนชายรักชาย ทำไมผมถึงมีสิทธิ์ไปค้นห้องที่ห้าทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นครูที่ปรึกษาน่ะเหรอ เด็กๆในห้องห้าเขาก็เข้าใจกันหมดและครับว่าผมเลิกเป็นที่ปรึกษาให้กับห้องของพวกเขาแล้ว ยกเว้นแต่น้ำที่เป็นหัวหน้าห้องนั่นแหละที่ยังคงรู้อยู่แล้วไม่บอกใครเพราะผมขอ

          จะให้ผมทิ้งเด็กพวกนั้นได้ยังไงในเมื่อเด็กพวกนั้นต้องแบกรับความหวังจากพ่อแม่ไว้อยู่แล้วผมไม่มีทางทิ้งเด็กพวกนั้นหรอก อีกอย่างคือเด็กพวกนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไรที่ทำให้ผมต้องเป็นคนออกมาดูแลอยู่ห่างๆ คนที่ผิดน่ะคือเพื่อนในห้องต่างหาก คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าเป็นใคร

          “สั่งเล่นได้แล้วมั้งพี่” ผมว่าออกไปพลางมองค้อนใส่พี่กันต์แล้วเลือกที่จะทำเป็นไม่ได้ยินที่เด็กๆพูด

          “โอเคๆ สั่งเล่นเดี๋ยวนี้แหละครับ” พี่กันต์ว่าก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับไปที่หน้าเวทีแล้วสั่งให้หลับตา

          “จะเริ่มแล้วนะ หนึ่ง! สอง! สาม! ลืมตา!” สิ้นสุดเสียงของพี่กันต์ผมก็ลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องกับภาพเบลอๆที่อยู่ใกล้เกินไป จ้องได้ไม่นานคนตัวใหญ่กว่าผมก็กระพริบตาให้ผมได้รีบยกมือขึ้นชี้หน้าแล้วผละออกจากเด็กที่อายุน้อยกว่าแล้วยิ้มเย้ยทันที

          “กากว่ะแม็กซ์” ผมส่งยิ้มให้เด็กมันไปทีก่อนที่จะหยิบแว่นขึ้นมาใส่อีกครั้ง

          “โห่ครู ก็ครูอ่ะ...” อยู่ๆเสียงของแม็กซ์ก็หายไปอย่างกระทันหันให้ผมได้เลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยก่อนที่เด็กมันจะส่ายหัวให้ผมแล้วว่าต่อ

          “ช่างมันเถอะครู”

          “ไรวะ” ผมพึมพำมองแม็กซ์ก่อนที่พวกพี่ๆเพื่อนของพี่นุจะเดินเข้ามาหาเด็กนักเรียนพลางเทแป้งใส่มือของเด็กนักเรียนที่เล่นเกมจ้องตาชนะ

          “พาย นายถอดแว่นก่อน” พี่ฮิวมองผมพลางเอ่ยออกมาเสียงเรียบผมเลยได้แต่ทำตามที่พี่เขาพูด พี่เขาถึงเทแป้งให้กับผม

          “พี่ฮิว ขอเยอะๆ” ผมมองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยแป้งก่อนที่จะหันไปมองแม็กซ์ที่กำลังกลืนน้ำลายมองแป้งในมือของผมอยู่ ก่อนที่พี่ฮิวจะเดินออกไปให้ผมได้บอกขอบคุณแล้วหันกลับไปมองที่แม็กซ์ต่อ

          “คนแพ้พร้อมรึยัง ดูเหมือนว่าตอนนี้คนที่ชนะจะพร้อมสุดๆแล้วนะ” พี่กันต์ว่าออกมาพลางกวาดตามองไปรอบๆห้องประชุม แต่ยังไม่ทันที่เด็กๆจะได้ตอบพี่เขาก็สั่งคำสั่งแทรกออกมาให้คนที่ชนะได้เลิกคิ้วสงสัย

          “คนที่ชนะอ่ะเอาแป้งที่อยู่ในมือตัวเองให้กับคนที่แพ้ซิ” ผมทำตามที่พี่กันต์บอกอย่างว่าง่ายก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มของแม็กซ์ผุดขึ้นมาจากใบหน้าหล่อ

          “คนที่แพ้ทาแป้งให้คนที่ชนะเลยครับ!”

          “เชี้...! ไอ้แม็กซ์!!”

          ไม่ทันครับ เด็กมันไวกว่าผมนี่โดนแป้งไปเต็มๆเลย ถึงว่าทำไมพี่ฮิวถึงบอกให้ผมถอดแว่นออกก่อน ไม่น่าขอแป้งเยอะเลยจริงๆ

          “ครูแก่แล้วนะ ดูดิหัวขาวเลยอ่ะ” พอผมก้มหน้าใส่แว่นเสร็จ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีมือของแม็กซ์ก็กำลังโรยแป้งใส่หัวผมอยู่ให้ผมได้รีบปัดมือเด็กมันออกก่อนที่หัวผมมันจะขาวไปมากกว่านี้

          “ไปแล้วเว้ย ไม่เห็นหนุกเลย!” ผมว่าออกไปก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเดินออกไปท่ามกลางเด็กๆที่กำลังโวยวายใส่พี่กันต์กันอยู่

          ระหว่างที่ผมเดินผ่านเด็กๆออกไปยังท้ายห้องประชุม สายตาผมมันก็ปะทะเข้ากับซินพอดีให้ผมกับซินได้สบตากันก่อนที่ซินจะมองหน้าผมแล้วหลุดยิ้มออกมาหลังจากนั้นค่อยหันกลับไปคุยกับเบลล์ต่อ

          อะไรวะ? เขามองหน้าผมแล้วยิ้มเนี่ยนะ?

          โกรธกันอยู่ไม่ใช่รึไง!









ThaRat
          ซินเอ้ยยยย แกยิ้มอัลไลลล ตลกครูพายเหรอที่เห็นครูเขาโดนแกล้ง ครูพายน่ารักล่ะสิ ชอบก็ไม่บอกเขาไปล่ะ //เดี๋ยวๆ มโนไปใหญ่และ

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #71 2222548 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 11:35
    ครูพาย ถ้าซินง้อหาเลยช่ะ ซินแกไปง้อพายเร็วๆเลย ไม่งั้น.....
    #71
    0
  2. #19 jane_rmutp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 15:17
    ต่ออีกๆ กำลังสนุก
    #19
    0