[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 26 : ModifyLove25 : Quarrel with my friend [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ม.ค. 60

ModifyLove
25
Quarrel with my friend
[Sein Part]

 

          “พี่ก็มีเพื่อนเป็นหมอออร์โธฯตอนนี้มันยังเรียนไม่จบเลย หมอออร์โธฯเขาเรียนกันสิบปีไม่ใช่รึไง” ครูอนุชาว่าออกมาพลางมองหน้าแฟนครูพายอย่างเอาเรื่อง

          ถามว่าเชื่อไหมที่ครูพายกับผู้ชายคนนี้คบกัน ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกแต่พอเห็นจูบกันดูดดื่มซะขนาดนั้นก็คงต้องเชื่อแหละ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่เชื่อทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ผมว่ามันแปลกๆอยู่

          “ยังไงวะไอ้โน่ หกปีที่ผ่านมาที่กูไม่เห็นหน้าเห็นตามึงเลยมึงไปเรียนเป็นหมอเถื่อนมาใช่ไหม ถ้ามือกูไม่หายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบวะ!” ครูพายที่นั่งอยู่บนเตียงโวนวายออกมาเสียงดังก่อนที่จะใช้มือข้างที่ไม่เป็นอะไรทุบตีเพื่อนตัวเองไปด้วย

          “เฮ้ยใจเย็น กูมีคำอธิบายที่ดีน่าเลิกตีกูได้แล้ว!” แฟนครูว่าออกมาก่อนที่ครูจะหยุดตีแล้วหันไปฟังแฟนตัวเองดีๆ

          “พอดีบ้านมีตังค์น่ะครับ พ่อแม่ก็เลยส่งไปเรียนที่ต่างประเทศ มีอะไรข้องใจอีกไหมครับ” แฟนครูพายหันไปตอบครูอนุชาเสียงเรียบ พอครูเขาส่ายหน้า คนเป็นหมอเลยหันกลับไปมองหน้าครูพายต่อ

          “แค่นี้?”

          “เออ ก็แค่นี้” แฟนครูว่าออกมาอย่างหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรที่จะอธิบายได้มากกวานี้ทำเอาครูพายที่ได้ยินคำตอบแล้วถึงกับหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที

          “มึงแม่ง...”

          “อะไรงอนเหรอวะ ขี้งอนขึ้นนะมึง” แฟนครูเขาว่าออกมาพลางยกมือขึ้นดึงแก้มครูพายทั้งสองข้างแล้วยืดออกด้วยความหมั่นเขี้ยว เห็นแค่นี้ผมยังอยากเข้าไปดึงแก้มครูด้วยเลย คนอะไรไม่รู้น่ารักชะมัด

          แต่ว่านะ... ทำไมผมต้องมายืนมองภาพบาดตาตรงหน้านี้ด้วยวะ

          ผมละสายตาจากทั้งสองคนไปมองตู้เสื้อผ้าของครูพายที่เปิดทิ้งไว้อยู่ ตู้เสื้อผ้าของผมกับครูพายจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งแบ่งๆกันใช้แต่ตอนนี้ข้าวของของผมมันกลับลงไปอยู่ในกล่องลังที่พื้นข้างตู้เสื้อผ้าจนผมต้องขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย

          “ครูตั้งใจจะทำอะไรครับ” ผมหันไปถามครูพายเสียงเข้มพลางสบตาครูเขาไว้ทำให้ครูพายต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมบ้างพลางดึงหน้าใส่ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ครูยิ้มอยู่แท้ๆ

          “อ่อ ของของคุณน่ะเหรอ ว่าจะเอาไปไว้หน้าบ้านให้รถขยะตอนเช้ามาเก็บไปน่ะ แต่คุณมาแล้วก็ดีเหมือนกันผมจะได้คืนให้เจ้าของ” ครูว่าออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

          “นี่ครู!!”

          ผลัก!

          “ทำอะไรก็เกรงใจผู้ใหญ่หน่อยสิครับน้อง แฟนพี่เป็นครูไม่ใช่เพื่อนน้องจะเข้ามาต่อยแบบนี้ได้ไง” ผมที่กำลังจะพุ่งเข้าไปง้างกำปั้นขึ้นจะต่อยครูก็ต้องเซถอยหลังกลับเพราะแรงผลักจากแฟนของครูพายรวมถึงแรงกระชากจากไม้กับเบลล์ด้วย

          “กลับบ้านไปได้แล้วเซอิน” ครูอนุชาที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะเดินเข้ามาในห้องของครูพายแล้วกอดอกมองผมด้วยสายตาขุ่นเคืองเชิงไม่พอใจผมที่จะพุ่งเข้าไปต่อยครูพายเขาแบบนั้น

          “แล้วก็เก็บของของนายกลับไปด้วย” ครูอนุชายังคงพูดต่อให้ผมได้หันไปมองตาขวางใส่ก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากห้องครูพายเขาไปโดยที่ไม่ได้ทำตามที่ครูอนุชาเขาบอกให้เก็บของเลยสักนิด

          “ขอโทษที่มารบกวนนะครับครูพิภัช พวกผมคงต้องขอตัวกลับก่อน” ผมได้ยินเสียงเบลล์ดังมาแว่วๆก่อนที่เพื่อนของผมจะเดินตามผมออกมาโดยที่ไม้มันถือกล่องลังข้าวของของผมติดมือมาด้วย

          ผมเดินออกมาหน้าบ้านก่อนที่จะตรงไปยังมอเตอร์ไซค์ของเบลล์ที่จอดอยู่ข้างล่างพลางนั่งรอเพื่อนๆบนมอเตอร์ไซค์อย่างไม่สบอารมณ์ พอทั้งสามคนมาถึงก็เอาแต่พากันเงียบไม่พูดอะไรแล้วขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ขับตามผมมา

          “เซอิน... นายมีปัญหาอะไรกับครูพิภัชเขาวะ” ระหว่างทางที่ผมกำลังขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านของผม เบลล์ก็เอ่ยถามผมขึ้นมาทำเอาผมชะงักไปนิด

          “ไม่มีอะไร”

          “จะไม่มีอะไรได้ไงก็เห็นๆกันอยู่ว่านายกับครูเขามีปัญหากัน ครูเขาพูดจาห่างเหินกับนายซะขนาดนั้น ตอนเจอกันครั้งแรกครูเขาก็ไม่ได้พูดห่างเหินกับนายแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แล้ววันนี้ที่นายบอกตอนกลางวันว่าจะไปหาครูพายน่ะนายได้คุยกับครูเขารึเปล่า ดูเหมือนนายมีเรื่องจะคุยกับครูเขานะ”

          เบลล์ว่ายาวออกมาในขณะที่ผมจอดรถที่หน้าบ้านหลังใหญ่ตัวเอง แต่สิ่งที่เบลล์ว่าออกมามันทำให้จากตอนแรกที่ผมหงุดหงิดอยู่แล้วมันยิ่งหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ผมเลยเผลอพลั้งปากพูดออกไป

          “เสือก”

          ผมตอบกลับไปพลางลงจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วถอดหมวกกันน็อคที่ครูพายซื้อให้ออก เบลล์ชะงักทันทีที่ผมพูดคำนั้นออกไปก่อนที่เบลล์จะเปลี่ยนสีหน้าจากสงสัยมาเป็นขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะเอ่ยต่อ

          “ทำไมพูดแบบนี้วะ ฉันอุตส่าห์เป็นห่วงนายนะเว้ย”

          “ไม่ยุ่งก็คงไม่ตายหรอก ใช่ไหม” ผมว่าออกไปพลางเลิกคิ้วสูง ไม้กับซันที่นั่งรถมาด้วยกันเข้ามาจอดรถข้างเบลล์ก็ได้ยินบทสนทนาของผมกับเบลล์หมด

          “นายเป็นอะไรของนายน่ะเซอิน”

          “ฉันแค่ไม่อยากให้ใครยื่นมือเข้ามาช่วย เรื่องของฉันฉันจัดการเองได้”

          “โอเค ได้ ฉันจะไม่สนใจเรื่องของนายอีกแล้ว แต่บอกให้รู้หน่อยละกัน ถ้าฉันไม่ห่วงไม่สนใจอะไรเลยฉันก็ไม่คิดจะเตือนนายหรอก ถึงมันจะเป็นเรื่องของนายก็จริง แต่ฉันก็ไม่อยากเห็นนายอมทุกข์อยู่คนเดียวป่าววะ เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายกำลังลำบากใจ” เบลล์ว่าออกมาพลางมองผมด้วยสายตาผิดหวังในตัวผม

          “คนเขาอุตส่าห์เตือนเพราะความหวังดี ถ้าไม่อยากได้ก็บอก คราวหลังฉันจะได้ไม่ต้องไปยุ่งไม่ต้องไปใส่ใจเรื่องของนายให้เสียเวลา” มันว่าออกมาเสียงแข็งพลางขมวดคิ้วแน่น ไม้กับซันก็พลอยมองผมด้วยสายตาผิดหวังไปด้วย

          “ความหวังดีจากเพื่อน...ให้แล้วไม่รู้จักเอา”

          เบลล์ว่าออกมาเป็นประโยคสุดท้ายกับผมก่อนที่จะขับรถออกไป ไม้ก็เลยวางกล่องลังที่เอามาจากบ้านของครูพายลงบนพื้นก่อนที่จะขับรถตามเบลล์ไปบ้าง ทิ้งให้ผมมองเพื่อนตัวเองอยู่หน้าบ้านคนเดียว

          แล้วไงวะ... ผมผิดเหรอ?

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

          ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนครับ ข้างๆผมก็คือเบลล์นั่นแหละแต่ที่แปลกจากเดิมไปคือผมกับมันไม่ได้คุยกันเหมือนอย่างเคย ถึงแม้จะไม่ได้แยกโต๊ะกันนั่งแต่ผมกับมันก็ต่างคนต่างเรียน เวลากินข้าวก็กินด้วยกันเหมือนเดิมนั่นแหละแค่ไม่ได้คุยกันเท่านั้นเอง

          ส่วนไม้กับซันน่ะเหรอ คนกลางน่ะครับ ถึงแม้จะดูเอียงๆไปทางเบลล์หน่อยก็เถอะ

          “ซัน วันนี้ฉันกลับก่อนนะ” ผมว่าออกมาพลางหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นก่อนที่จะลุกยืนเต็มความสูงของตัวเอง ซันที่นั่งอยู่คนเดียวเลยพยักหน้าให้ผมเบาๆ ไม้กับเบลล์เพิ่งจะลุกไปเข้าห้องน้ำกันเมื่อกี้น่ะครับ

          “กลับดีๆนะ” ผมพยักหน้าตอบรับซันไปแค่นั้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปเมื่อเลิกเรียนมาหลายชั่วโมงแล้ว

          ผมเดินลงจากอาคารเรียนไป พลางเดินไปที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็กนักเรียนก่อนที่จะเดินไปที่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของผมเอง ผมหยิบหมวกกันน็อคสีขาวที่ครูพายซื้อให้ขึ้นมาใส่ก่อนที่จะขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์แล้วขับออกจากโรงเรียนไป

          ทั้งๆที่ผมกับครูพายก็โกรธกัน ไม่คุยกัน แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่กล้าทิ้งของที่ครูพายซื้อให้สักทีทั้งๆที่คิดจะทิ้งอยู่หลายหนแล้ว

          วันนั้นที่ผมจะเข้าไปต่อยครูพายแล้วเพื่อนๆกับแฟนครูเขาห้ามผมไว้ หลังจากนั้นผมกับครูพายก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ถึงผมจะอยากเข้าไปขอโทษ เข้าไปขอให้ครูเขากลับมาก็เถอะ แต่พอผมเห็นแฟนครูเขามาส่งครูที่โรงเรียนทุกเช้าแบบนี้ก็ทำผมอารมณ์เสียขึ้นมาซะงั้น

          ไม่ใช่แค่ตอนเช้าหรอกที่มาส่ง ตอนเย็นก็มารับครูเขาเหมือนกัน อย่างวันนี้ก็เหมือนกันตอนที่ผมขับรถออกมาจากโรงเรียนผมก็เห็นรถเก๋งของแฟนครูเขาขับเข้ามาในโรงเรียนพอดี

          นึกถึงแล้วก็หงุดหงิด...ไปซื้อของที่ห้างเตรียมไปเข้าค่ายสายในวันพรุ่งนี้ดีกว่า

 

@ห้าง P

          “ต้องซื้ออะไรไปบ้างวะเนี่ย...” ผมพึมพำกับตัวเองพลางย่างกายไปตามห้างก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดเข้าไปในไลน์ดูข้อความที่ครูพายส่งเข้ามาในไลน์กลุ่มสายศิลป์-คำนวณว่าของที่ต้องเตรียมไปเข้าค่ายมีอะไรบ้าง

          ครูพายนั่นแหละครับไม่ใช่ใครคนอื่นหรอก เพราะว่าครูเขากลับไปเป็นที่ปรึกษาให้ห้องสี่เหมือนเดิมแล้วค่ายนี้มีแค่ห้องสี่กับห้องผมที่ได้ไปค่ายด้วยกัน ครูพายเขาก็ต้องไปด้วยในฐานะของครูที่ปรึกษาของห้องสี่

          ตั้งแต่ครูพายไป...ผมก็กลายเป็นคนไม่เอาถ่านเหมือนเดิม

          ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ทำตัวแบบนี้มันเป็นเพราะอยากให้ครูพายเขาหันมาสนใจผมรึเปล่า หรือเป็นเพราะไม่มีใครคอยคุมคอยบังคับผมก็เลยทำตัวโหลยโท่ยเหมือนเดิม

          อยู่ม.6แล้วแท้ๆ แต่กลับทำตัวเหมือนเด็กๆที่แค่อยากจะให้คนๆนึงมาสนใจ

          งี่เง่าชะมัด...

          “พี่เซอิน สวัสดีครับ” เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาให้ผมต้องเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามองทางต้นเสียงที่เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าผมแล้วยกมือไหว้ผมไว้

          “อืม ไม่ได้เจอกันนานเลยนะตะวัน” ผมรับไหว้น้องเขาก่อนที่จะเอ่ยทักทายออกไป ตะวันคือคนๆเดียวที่ยังคงคุยกับผมอยู่ ถ้านับจากคนรอบข้างตะวันอย่างครูพายกับเบลล์น่ะนะ

          “มาซื้อของเหรอครับ เห็นพี่เบลล์บอกอยู่ว่าพรุ่งนี้ต้องไปเข้าค่ายกัน” ตะวันว่าออกมาพลางมองซ้ายมองขวาไปด้วย ราวกับกำลังมองหาอะไรสักอย่าง

          “อ่าใช่ แล้วนี่นายมาคนเดียวเหรอ” ผมถามกลับไปเสียงเรียบ

          “ผมกับพี่เบลล์นัดมาเจอกันที่นี่น่ะครับ พี่เขานัดให้มาเจอกันที่ร้านนี้คิดว่าคงใกล้จะถึงแล้วล่ะ” ตะวันว่าออกมาพลางชี้ไปยังร้านเสื้อผ้าที่ผมกับตะวันเดินมาเจอกันที่ครึ่งทางพอดี

          “พี่พายกับพี่จีโน่ก็จะมาด้วย” แล้วประโยคต่อมาที่ตะวันพูดก็ทำเอาผมถึงกับชะงักทันที

          ครูพายกับแฟนครูเขาน่ะเหรอ...

          “เหรอ... งั้นพี่ไปก่อนละกัน กลัวว่าจะมีเรื่องกันอีกเหมือนคราวที่แล้ว” ผมว่าออกไปพลางก้าวขาจเดินผ่านตะวันไป แต่ตะวันดันเรียกผมไว้ก่อน

          “พี่เซอิน”

          “ว่าไง” ผมหันกลับไปพลางมองหน้าน้องเขาด้วยสายตาราบเรียบ ตะวันมองหน้าผมสักพักราวกับกำลังคิดอยู่ว่าเรื่องที่จะพูดกับผมออกไปมันสมควรไหมเพราะดูจากสีหน้าแล้วดูกังวลใช่ย่อย “มีอะไรก็ว่ามาเถอะ พี่ไม่ว่าอะไรนายหรอก”

          “คือ...ผมจะบอกว่า พี่เบลล์เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะครับที่ต้องมาทะเลาะกับพี่ พี่เบลล์เขาเสียใจมากเลยล่ะที่วันนี้พี่พูดใส่พี่เขาแบบนั้น เพราะพี่เบลล์เขาเป็นห่วงพี่เซอินน่ะครับก็เลยดูเหมือนไปก้าวก่ายชีวิตพี่มากเกินไป ถ้ายังไง...ผมขอโทษแทนพี่เบลล์ด้วยนะครับ” ตะวันว่าออกมาพลางจ้องตาผมด้วยแววตาสั่นไหว

          “ผมขออะไรอย่างได้ไหม”

          “...ขออะไรล่ะ...” ผมว่าออกไปพลางมองน้องเขาด้วยสายตาราบเรียบ

          “ผมขอให้พี่เซอินกับพี่เบลล์กลับมาดีกันเหมือนเดิมได้ไหม” ตะวันว่าออกมาแค่นั้นพลางจ้องตาผมอย่างไม่คิดจะละสายตาไปไหนจนกว่าผมจะตอบตกลงน้องเขา

          “ทำอะไรอยู่น่ะตะวัน” แล้วเสียงคุ้นเคยของใครบางคนก็ทำให้ผมต้องละสายตาจากน้องเขาไปมองทางด้านหลังให้ได้เห็นเบลล์ที่กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่ชอบใจนักที่ผมกำลังยืนคุยกับแฟนของตัวเอง

          “งั้นพี่ไปก่อนนะ” ผมบอกตะวันกลับไปแค่นั้นก่อนที่จะเดินออกไป

          “เดี๋ยวก่อนพี่เซอิน พี่ยังไม่ได้ตอบตกลงผมเลยนะ!” ตะวันว่าออกมาหลังจากที่ผมเลือกเดินออกมาแล้ว ผมเดินไปตามทางโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรอีก

          จะให้ผมกับเบลล์กลับมาดีกันเหมือนเดิมน่ะเหรอ...

 

วันต่อมา

          ผมกับเพื่อนในห้องกำลังยืนมองรถบัสพัดลมที่มีกระดาษติดไว้ว่าคันที่ห้า ซึ่งพวกผมม.6/5ต้องนั่งคันที่ห้า ก่อนที่จะละสายตาไปมองรถบัสของห้องสี่ ก็เป็นพัดลมเหมือนกันแฮะ แต่พอหันไปมองรถบัสที่ไม่ใช่สายศิลป์-คำนวณแล้วกลับเป็นรถแอร์

          ทำไมสายผมถึงเป็นพัดลมวะ

          “เอ้า ขึ้นรถกันได้แล้วเด็กๆ” เสียงครูอนุชาดังขึ้นมาให้พวกผมทั้งห้องได้หันไปมองก่อนที่จะรีบปรี่เข้าไปหาครูเขาใหญ่

          “ครู! ทำไมห้องอื่นเป็นรถแอร์แล้วทำไมห้องหนูถึงเป็นพัดลมอ่ะ” เพื่อนผู้หญิงในห้องผมรีบเข้าไปถามทันที ครูอนุชามองเพื่อนผมนิ่งๆก่อนที่จะยกยิ้มออกมา

          “ขึ้นรถก่อน เดี๋ยวครูบอก” พอครูพูดมาอย่างนั้นผมกับเพื่อนๆเลยพากันเดินขึ้นรถบัสพัดลมไปด้วยความจำเป็น ผมให้เพื่อนๆขึ้นกันไปก่อนแล้วผมค่อยขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย ผมเดินขึ้นรถไปพลางมองหาที่นั่งที่ยังว่างอยู่ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่เพื่อนคนนึงที่นั่งกับคนอื่นทั้งๆที่ปกติแล้วมันจะนั่งกับผมตลอด

          ...เบลล์ไปนั่งกับไม้...

          พอเห็นอย่างนั้นผมเลยเดินเลยพวกมันสองคนไปนั่งที่นั่งที่ยังว่างอยู่ ผมนั่งลงที่ริมหน้าต่างก่อนที่จะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ฟังเพลงทันที ช่วงนี้ผมฉายเดี่ยวตลอดแหละ

          ครูอนุชาเดินขึ้นรถบัสมาก่อนที่จะเช็คชื่อทุกคนจนหมด พอเห็นว่ามาครบแล้วรถบัสถึงเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนไป ถ้าครูพายยังเป็นครูที่ปรึกษาให้ห้องของผมอยู่ ผมคงจะไปนั่งกับครูพายแต่นี่ครูพายกลับไปเป็นครูที่ปรึกษาให้กับห้องสี่แล้ว ตอนนี้ครูพายก็คงจะไปนั่งรถคันที่สี่แล้วล่ะ

          แต่ผมว่าผมคงคิดผิด

          อยู่ๆผมก็ละสายตาจากข้างทางไปมองยังร่างคุ้นเคยที่เดินขึ้นมาจากข้างล่าง คิดว่าน่าจะไปนั่งอยู่กับคนขับอยู่ก่อนแล้วค่อยขึ้นมานั่งข้างบน ครูพายเดินขึ้นมาพลางกวาดตามองไปรอบๆที่นั่งทั้งหมดที่พวกผมนั่งกันอยู่ก่อนที่สายตาของครูจะมาหยุดอยู่ที่ผมให้ผมได้สบตาครูเขาแค่ครู่เดียว หลังจากนั้นครูพายก็หลบตาผมก่อนที่จะหันกลับไปแล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆครูอนุชาให้ผมได้เบือนหน้ากลับไปมองข้างทางเหมือนเดิม

          ผมนั่งมองข้างทางไปเรื่อยๆจนกระทั้งมีคนเดินเข้ามานั่งข้างๆผมให้ผมได้หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใครผมถึงหันกลับไปมองทางต่อ แต่หันกลับไปได้ไม่นานก็ต้องหันกลับไปมองคนข้างๆอีกครั้งเมื่อเธอยื่นมือเข้ามาสะกิดไหล่ผมแล้วดึงหูฟังผมออก

          “เพื่อนมานั่งข้างๆนายไม่คิดจะใส่ใจเลยรึไง” น้ำหัวหน้าห้องของห้องผมว่าออกมาพลางส่งยิ้มให้ ผมมองหน้าน้ำนิ่งๆก่อนที่จะเลิกคิ้วสูงแล้วเอ่ยปากถามออกไป

          “มีอะไร”

          “นายกับเบลล์ทะเลาะกันใช่ไหม” น้ำพูดออกมาเสียงเรียบพลางมองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจังให้ผมได้ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ทันทีที่จะพูดถึงเบลล์

          “ถ้าจะพูดเรื่องนี้ไม่ต้องมาพูดกับฉันก็ได้นะ” ผมว่าออกไปก่อนที่จะหันกลับไปมองข้างทางต่อแต่มือเรียวของเพื่อนที่นั่งข้างๆกลับยื่นเข้ามาดึงหูผมให้ผมหันกลับไปมองที่เธอก่อนที่จะตบหน้าผมโดยที่ยั้งแรงไว้ไปที

          “อย่างี่เง่าสิเซอิน ฉันกับเพื่อนๆในห้องไม่อยากให้นายสองคนทะเลาะกันนะ พวกนายสี่คนอยู่ด้วยกันก็น่ารักดี อย่าแยกกันอยู่อย่าทะเลาะกันเลย จะจบม.6กันแล้วนะจบไปจะได้เจอกันอีกทีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันว่าพวกนายสี่คนใช้เวลาตรงนี้ไปเก็บความทรงจำดีๆร่วมกันดีกว่ามาทะเลาะกันนะ” น้ำว่ายาวออกมาให้ผมได้ฟัง

          “ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกนายทะเลาะกันเพราะอะไร ใครเป็นคนผิด แต่ถ้านายผิดฉันว่าถ้านายเข้าไปขอโทษเบลล์ ฉันเชื่อว่าเบลล์จะยกโทษให้นายแน่นอน” น้ำว่าออกมาแค่นั้นก่อนที่จะลุกเดินออกไปกลับไปนั่งที่ที่ตัวเองนั่งกับเพื่อนอยู่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่ซันจะเดินเข้ามานั่งข้างๆผมแล้วกินขนมไปด้วย

          “เซอิน นายกินไหม” ซันว่าพลางยื่นขนมมาให้ ผมส่ายหน้าให้ซันเบาๆก่อนที่จะใส่หูฟังแล้วหันกลับไปมองข้างทางต่อจนถึงรีสอร์ทที่เป็นสถานที่เข้าค่ายของพวกผม พอรถจอดสนิทครูพายก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเอ่ยปากบอกกับนักเรียนห้องผมทุกคน

          “เด็กๆลงไปข้างล่างกันได้แล้วอย่าลืมของไว้บนรถกันล่ะ ลงไปแล้วก็ได้ตั้งแถวชายหนึ่งหญิงหนึ่งข้างรถบัสก่อนนะ” ครูว่าออกมาพลางลุกมายืนข้างทางเดินเพื่อหลบให้พวกผมได้เดินลงไปข้างล่าง ผมลุกขึ้นยืนตามซันก่อนที่จะเดินตามเพื่อนตัวเล็กที่กำลังจะเดินผ่านครูพายไป ผมมองครูพายตลอดเวลาที่เดินเข้าไปใกล้ๆเรื่อยๆ

          แต่ครูพายไม่ได้มองมาที่ผมเลยสักนิด...

 

      






ThaRat Talk
          วันนี้มาอัพให้แล้วน้าาา พอดีรัตน์ไม่ได้ไปโรงเรียนก็เลยว่างมาอัพให้อ่านกันเนอะ นึกอยากจะไปก็ไปไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ไม่ใช่และ 5555+
          ตอนนี้ครูพายมีบทบาทน้อยสุดอ่ะ ยกให้เป็นตอนระหว่างเพื่อนกับเพื่อนไปละกัน อยากให้เบลล์กับเซอินคืนดีกันอ่ะเนอะ ไม่น่าทะเลาะกันเลยเป็นเพื่อนกันแท้ๆ เพื่อนอุตว่าห์หวังดีจะช่วยแต่เซอินกลับพาลใส่ซะงั้น ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์เลย อย่างงี้ต้องแบน //เดี๋ยวๆนั่นพระเอกของเรื่องนะ แบนไม่ได้หรอก -0-






ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #17 Pokkyz (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 20:06
    ต้องแบนนนต้องแบน!!!!!!!
    #17
    0