[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 25 : ModifyLove24 : He is my boyfriend [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 ม.ค. 60

ModifyLove
24
He is my boyfriend
[Pi Part]

 

          “พาย วันนี้กูจะพามึงไปซื้อของนะ มีเงินรึเปล่า” จีโน่ว่าออกมาหลังจากที่ผมขึ้นมาในรถของมัน มันโทรมาหาผมตั้งแต่ที่ผมกำลังสอนเด็กห้อง6/5อยู่ในคาบสุดท้ายของวันแล้วบอกกับผมว่าจะมารับผมที่โรงเรียนแล้วพาไปซื้อของ

          วันนี้มันลาหยุดน่ะครับ

          “ของอะไร” ผมหันไปถามมันระหว่างที่มันกำลังขับรถผ่านหน้าซินไป ผมเห็นซินมองมาที่ผมด้วย...

          “ของที่เอาไว้บำบัดกับรักษาแขนมึงไง กระดูกมือหักอย่างมึงใส่เฝือกไปด้วยบำบัดไปด้วยอีกสักสี่ถึงหกอาทิตย์ก็ได้ถอดเฝือกแล้ว พอถอดเฝือกเสร็จมึงก็ต้องล้างแผลอีกวันละครั้ง กูว่ากูจะเทียวไปบ้านมึงว่ะ เดี๋ยวกูล้างแผลให้มึงก่อนมึงไปโรงเรียนเองก็ได้ มึงจะได้ไม่ต้องหอบสังขารไปโรงพยาบาลคนเดียว กูเห็นแล้วกูสงสาร” ไอ้หมอโน่มันว่าออกมาระหว่างที่เลี้ยวรถออกจากโรงเรียน

          “ลำบากมึงเปล่าๆ” ผมว่าพลางเสมองออกไปนอกหน้าต่าง

          “แล้วมึงจะให้กูปล่อยมึงไว้คนเดียวรึไง มึงซุ่มซ่ามจะตาย”

          “กูไม่ได้ซุ่มซ่าม” ผมเถียง

          “กูบอกว่าซุ่มซ่ามก็ซุ่มซ่ามดิวะ มึงจะเถียงกูทำเชี้ยไร” พอมันพูดออกมาแบบนี้ผมเลยหยุดพูดทันที ถ้าปกติผมจะเถียงกลับอยู่หรอกแต่นี่อารมณ์ผมมันไม่ค่อยดีก็เลยไม่ค่อยอยากจะเถียงเพื่อนตัวเองสักเท่าไหร่

          “โดยเฉพาะเวลาที่มึงอกหัก”

          มันว่าต่อพลางหันมามองผมระหว่างที่กำลังติดไฟแดง ผมก็มองหน้ามันกลับแต่จ้องตามันได้ไม่นานผมก็หันหนี มันเลยหันกลับไปขับรถต่อเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว

          “จำไม่ได้รึไงว่ามึงซุ่มซ่ามจนเกือบถูกรถชนมาแล้วรอบนึง”

          “เออกูจำได้น่า” ผมบอกปัดออกไปพลางมองออกไปนอกหน้าต่างข้างทางอีกครั้ง

          จริงๆเรื่องที่มันว่าก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับมันเป็นเรื่องที่เปิดขึ้นตอนม.6ที่แฟนบอกเลิกผม ผู้หญิงคนที่คบกับผมเพราะผลประโยชน์ที่ผมเคยเปรยให้ซินฟังนั่นแหละ วันนั้นที่บอกเลิกกันผมก็แค่เดินเหม่อลอยไปกลางถนนจนจีโน่ที่มันเดินตามหลังมาต้องกระชากตัวผมให้เข้าไปหามันเพื่อหลบรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเท่านั้นเอง

          ถ้าตอนนั้นจีโน่ไม่กระชากผมหลบรถล่ะก็ผมอาจจะตายไปแล้วก็ได้

          “ว่าแต่มึงเถอะ วันนี้เป็นยังไงบ้างกับไอ้เด็กนั่นน่ะ” อยู่ๆจีโน่มันก็เปลี่ยนเรื่องทำเอาผมถึงกับสะอึกทันทีที่เข้าเรื่องของซิน อุตส่าห์ไม่นึกถึงแล้วแท้ๆ มันจะมาพูดให้ผมนึกถึงเขาทำไมวะ

          “อย่าพูดถึงมัน”

          “ทำไมวะ พูดงี้แสดงว่าเจอกันแล้วล่ะสิ” แล้วด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปี เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.ต้น พอมันเห็นผมพูดแบบนี้มันเลยรู้หมดว่าผมต้องมาแนวไหน

          “กูบอกว่าอย่าพูดถึงมันไง พูดไม่รู้เรื่องรึไงวะ มึงมีหูไว้ทำเหี้ยไรกูพูดแล้วมึงไม่ฟังกูเนี่ย!” พอผมใส่อารมณ์กับมันแล้วพลางหันไปมองหน้ามันอย่างเอาจริงจนมันถึงกับหุบปากทันที

          “เออโทษ ถึงแล้ว” เงียบไปนานเลยครับกว่าที่มันจะพูดประโยคนี้ออกมา

          พอรถจอดสนิทผมก็ลงจากรถทันทีโดยที่มีมันลงตามมาติดๆด้วย ผมกับมันพากันเดินเข้าไปในห้างที่เต็มไปด้วยผู้คน เท่าที่ดูนะ ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนที่ผมสอนเนี่ยแหละที่มาเดินกันซะเต็มห้าง

          “พาย เด็กโรงเรียนมึงทั้งนั้นเลยว่ะ” จีโน่มันเดินเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับสะกิดยิกๆจนผมรู้สึกเริ่มรำคาญเลยตอบปัดออกไป

          “เออ”

          “มึงเป็นเหี้ยไรอีกเนี่ยถามคำตอบคำ! เดือนนี้เมนส์ไม่มารึไงอารมณ์ขึ้นๆลงๆเหมือนแม่กูเลย!” จีโน่มันเลยพูดใส่อารมณ์กับผมบ้างที่ผมทำตัวไม่ค่อยสบอารมณ์กับมัน แล้วคำพูดของมันทำเอาคนรอบข้างหันมามองกันให้พรึ่บโดยเฉพาะประโยคที่มันบอกว่าเมนส์ผมไม่มาเนี่ยแหละ มันพูดออกมาแบบนี้คนอื่นเขาจะมองผมเป็นยังไงล่ะเนี่ย

          “เหี้ยโน่ กูเป็นผู้ชาย มึงไปไกลๆตีนกูเลยนะแล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือน” ผมสบถด่ามันออกไปก่อนที่จะรีบเป็นฝ่ายเดินหนีมันออกมาเอง อยู่กับมันแล้วผมล่ะปวดหัว

          “พายรอกูด้วยดิ”

          มันว่าออกมาพลางรีบเดินตามผมมาติดๆ ถามว่ามันฟังผมไหมบอกได้เลยว่าไม่ เอาเข้าจริงก็มีแต่เพื่อนนั่นแหละครับที่ไล่ให้มันไปไหนแล้วมันก็ไม่ไป มันก็ยังยืนอยู่ที่เดิมข้างๆผม มิหนำซ้ำพอเดินหนีมันก็ยังเดินตามมาอีก

          ชีวิตนี้คงมีแต่เพื่อนอย่างจีโน่กับพ่อแม่นั่นแหละที่รักผมจริง

          “โห่ไรวะ แค่นี้งอนกูอ่อเดี๋ยวกูซื้อไอติมให้แดก มึงจะแดกแล้วหายงอนกูไหม” มันเดินข้างๆผมพลางกอดคอผมไปด้วย จีโน่มันสูงกว่าผมนิดหน่อยครับ ย้ำว่านิดหน่อยนะ มากกว่าผมแค่หนึ่งเซนเอง

          “หาย”

          พอมันถามจบผมก็ตอบกลับไปอย่างไม่ต้องหยุดคิด จีโน่มันรู้หมดแหละว่าผมชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร อันไหนของโปรดผม ซึ่งผมก็รู้เหมือนกันว่ามันชอบอะไรบ้าง

          “นั่นไงร้านไอติมอยู่นั่น กูซื้อแบบโคนให้มึงจะแดกไหม หรือเป็นคนเรื่องมากไปแดกที่สเวนเซ่นส์” มันว่าออกมาพลางลากผมไปที่ร้านไอติมเล็กๆให้ผมได้มองไปที่ร้านนั่นก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อสบตาเข้ากับใครบางคนที่กำลังยืนมองผมอยู่

          “เออกูว่ากูขอเรื่องมากสักวัน” ว่าแล้วผมก็หมุนตัวกลับตั้งท่าจะเดินออกจากร้านไอติมร้านนั้นทันที

          “อ้าวครูพาย มาเที่ยวเหรอครับ” แล้วเสียงของซินที่เรียกผมไว้ก็ทำเอาผมถึงกับกว้าขาเดินไม่ออก ทำไมเขายังพูดเหมือนปกติได้อยู่ล่ะ... ทำยังกับว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ

          ผมค่อยๆหันกลับไปมองหน้าซินที่กำลังยืนยิ้มให้ผมอยู่ ก่อนที่จะละสายตาไปมองเด็กๆอีกสามคนที่เดินถือไอติมโคนเข้ามาสมทบทีหลัง

          “มากับแฟนเหรอครับ”

          ซินเอ่ยถามต่อพลางมองไอ้จีโน่ที่ยืนกอดคอผมอยู่ตั้งแต่ต้น ถ้าเขาถามมาอย่างเดียวผมจะปฏิเสธออกไปอยู่หรอกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่พอเห็นรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันของเขาที่ส่งมาให้ คำพูดที่ซินเคยว่าผมเป็นเกย์มันก็ผุดขึ้นมาในหัวก่อนที่จะตอกย้ำลงไปในใจว่าหลังจากนั้นเขาได้ทำอะไรไว้กับผมบ้าง

          “ใช่ แฟนครูเองแหละ” ผมตอบรับออกไปพลางจับท่อนแขนของจีโน่ที่กำลังพาดคอผมอยู่ให้มาโอบเอวผมแทน จีโน่มันทำหน้าตาเลิ่กลักก่อนที่จะหันมามองผม ผมเลยขยับหน้าเข้าไปหอมแก้มมันทีนึงแล้วกระซิบบอกมันเบาๆ

          “กูขอ”

          ผมว่าไปแค่นั้นก่อนที่จะผละออก จีโน่มันเลยปรับสีหน้าให้ราบเรียบดังเดิมแล้วกระชับมือดึงเอวผมเข้าไปใกล้ตัวมันมากขึ้นก่อนที่จะหันไปมองเด็กๆที่กำลังยืนมองตาค้างกันอยู่

          “งะ...งั้นครูก็เป็นเกย์น่ะสิ” ซันที่ดูเหมือนจะได้สติเป็นคนแรกเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

          “ก็ต้องเป็นสิไม่งั้นครูคงไม่ชอบผู้ชายหรอก จริงไหม”

          ประโยคแรกผมคุยกับซันพลางยิ้มไปด้วย ก่อนที่ประโยคสุดท้ายผมจะละสายตาจากซันไปมองที่ซินแล้วดึงหน้าใส่ เด็กๆที่ยืนอยู่ข้างๆซินเลยพากันหันไปมองซินกันให้พรึ่บเมื่อเห็นผมมองซินด้วยสีหน้าแบบนั้น

          “ครูพายนี่หาแฟนเก่งเหมือนกันนะครับ ทั้งๆที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยังโสดอยู่แท้ๆ มีเสน่ห์จังเลยครับครู” แล้วซินก็ว่าต่อออกมาด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชันพลางส่งสายตาเย่อหยิ่งมาให้

          “อ่อ พอดีครูกับแฟนของครูเป็นเพื่อนกันมาก่อนน่ะ ก็เลยรู้ดีว่าสันดานที่แท้จริงของคนบางคนมันเป็นยังไง ใช่ไหมโน่”

          เพื่อไม่ให้เด็กๆทั้งสามที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องเครียดหรือตกใจว่าผมหลอกด่าใครรึเปล่า ผมเลยหันไปหาโน่ให้มันได้เออออตามไปด้วย มันก็เลยพยักหน้าให้ก่อนที่จะฝังจมูกได้รูปของมันลงมาบนแก้มของผมบ้างเหมือนก่อนหน้านี้

          พวกผมหอมแก้มกันแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกครับ จูบปากกันก็เคยทำกันมาแล้ว

          ตอนนั้นจะจบม.6น่ะครับแล้วด้วยความที่ไม่อยากลืมกัน ทั้งกลุ่มมีกันอยู่ห้าคนก็เลยหาทางทำยังไงก็ได้ให้เพื่อนไม่ลืม แล้วผมที่กำลังนั่งคิดอยู่กับเพื่อนๆในกลุ่มอยู่ดีๆโน่มันก็คว้าคอผมไปจูบเลย เพราะฉะนั้นผมไม่ได้เต็มใจเลยครับโน่มันเล่นทีเผลอ แล้วพอโน่มันจะไปจูบกับเพื่อนในกลุ่มอีกสามคนเพื่อนๆก็รีบปฏิเสธทันที ก็เลยมีแต่ผมกับโน่นั่นแหละที่จูบปากกัน คนอื่นเขาไม่ยอมทำด้วย มันบอกว่าแค่เห็นพวกผมจูบปากกันมันก็จำไปจนตายแล้ว

          เพราะฉะนั้นจูบแรกที่ผมเสียให้กับผู้ชายก็คือไอ้จีโน่ที่กำลังโอบเอวผมอยู่เนี่ยแหละครับ

          “งั้นเดี๋ยวครูไปหาอะไรกินกับแฟนครูก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้ในคาบล่ะ” ผมว่าไปแค่นั้นก่อนที่จะโบกมือลาเด็กๆแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

          ซินเขามองผมไม่วางตาเลยล่ะ ตอนที่ผมบอกว่าผมเป็นแฟนกับจีโน่ผมแอบเห็นแววตาของซินเขากระตุกไปวูบหนึ่งด้วย แต่พอเขากระพริบตาแววตาเขาก็กลับมาเป็นเย่อหยิ่งเหมือนเดิม

          “มึงไหวไหมเนี่ย” จีโน่มันว่าออกมาพลางละมือจากเอวผมขึ้นมาเขย่าหัวผมเบาๆก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเท้าแขนไว้กับไหล่ผม

          “กูจะไม่ไหวเพราะมึงเขย่าหัวกูนั่นแหละแล้วก็ไม่ต้องมาเท้า กูหนัก สูงเท่ากูแล้วยังจะอุตส่าห์ยกแขนขึ้นมาเท้าอีก รอให้มึงสูงกว่ากูก่อนนะแล้วก็จะให้เท้า” ผมบ่นมันออกไปพลางเงยหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ๆเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา พอเห็นซินทำหน้ากับผมแบบนั้นแล้วอยากจะร้องไห้ขึ้นมาซะงั้นให้ตาย

          “บ่นกูไปด้วยร้องไห้ไปด้วยเนี่ยนะ มึงเลือกเอาสักอย่างเหอะว่าจะทำอะไรก่อนอะไรหลัง” แล้วมันก็ยกมือขึ้นมาเขกหัวผมเบาๆก่อนที่จะลดแขนลงไว้ข้างตัวมันเหมือนเดิม ผมไม่ตอบอะไรมันก่อนที่จะเดินไปตามทางเรื่อยๆ

          “แล้วนี่มึงจะยังแดกไอติมอยู่ไหม” จีโน่ว่าออกมาเมื่อเห็นว่าผมสงบสติอารมณ์ไม่ได้สักที

          “แดก”

          “งั้นก็หยุดร้อง ถ้าไม่หยุดเดี๋ยวกูก็ไม่เลี้ยงซะหรอก” เพราะคำพูดของโน่เลยทำให้ผมต้องหยุดร้องไห้ทันที จริงๆก็ไม่อยากจะไปเสียน้ำตาให้กับเด็กไม่เอาไหนอย่างซินหรอก แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงได้เสียใจมากขนาดนี้

          ผมรักเขามากเกินไปแล้วใช่ไหม?

 

@บ้าน

          “พาย ไอ้กล่องนี่มึงจะให้กูเอาไปวางไว้ไหนวะ” โน่ถามขึ้นมาระหว่างที่ผมกำลังเก็บเสื้อผ้าของซินที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของผมลงกล่องลังใบที่สอง

          ตั้งแต่ตอนที่ผมเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดผมก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย กลับมาอีกทีก็วันอาทิตย์เมื่อวานนี้ วันจันทร์มาก็แวะไปโรงพยาบาลตอนเช้าแล้วตอนกลางวันก็ต้องไปสอนที่โรงเรียนต่อ ผมเลยไม่มีโอกาสได้มาขนข้าวของส่วนตัวของซินออกจากบ้าน ไหนๆวันนี้ก็มีโน่มาช่วยเก็บของแล้วผมก็เลยถือโอกาสใช้มันไปในตัวเลยละกัน

          “โยนไว้หน้าบ้าน เดี๋ยวรถขยะก็มาเก็บเอง” ผมตะโกนบอกมันที่เดินออกจากห้องนอนผมโดยที่ไม่รอให้ผมตอบเลย

          ดีนะที่ผมเลือกต่อยกำแพงด้วยมือซ้ายถ้าผมต่อยมือขวานี่มีหวังชีวิตผมจบสิ้นแน่ ตอนนี้เหลือแขนที่ใช้งานได้แค่ข้างเดียวบอกตรงๆว่ามันโคตรจะลำบากสุดๆเลย

          “เห้ยพาย!” จู่ๆจีโน่ก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องผมพร้อมกับกล่องลังที่มันถือออกไปตอนแรก ผมมองกล่องลังในมือมันพลางมุ่นคิ้วด้วยความสงสัย

          “ทำไมมึงไม่เอาไปทิ้งวะ”

          “ทิ้งเหี้ยไรล่ะ เด็กที่เจอกันที่ห้างมันจะบุกบ้านมึงอยู่แล้ว มึงลงไปเคลียร์เลย” ว่าอย่างเดียวไม่พอจีโน่มันยังชี้ลงไปข้างล่างประกอบด้วย ผมเงียบชั่งใจอยู่ครู่นึงก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป

          “กี่คน”

          “สี่คน ผู้ใหญ่อีกหนึ่ง” ว่าแล้วมันก็วางกล่องลังไว้บนพื้นข้างตู้เสื้อผ้าก่อนที่จะกอดอกมองผมที่กำลังนั่งเก็บของใส่ลังอยู่ไปด้วย เด็กๆมากันสี่คนน่ะไม่แปลกใจ แต่ผู้ใหญ่อีกหนึ่งคนนี่ใครกัน

          Rrrrrrrr.

          “ครับพี่นุ” ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสายก่อนที่จะกรอกเสียงลงโทรศัพท์ทันทีที่รู้ว่าใครโทรมา

          “เมื่อกี้พี่เห็นคนเดินขึ้นไปบนบ้าน นั่นเพื่อนนายเหรอ นายอยู่ข้างบนใช่ไหมลงมาเปิดประตูให้พี่เข้าไปหน่อยสิ” พี่นุตอบผมกลับมาทันทีที่ผมรับสาย แล้วคำพูดของพี่นุก็ทำให้ผมต้องหันขวับไปมองเพื่อนตัวเองทันที

          “พี่มาคนเดียวใช่ไหม” ผมถามกลับไป

          “พี่น่ะมาคนเดียวแต่เด็กๆน่ะยืนรอนายอยู่หน้าบ้านตั้งนานแล้ว ก่อนที่พี่จะมาถึงซะอีก” พี่นุว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่พอฟังแล้วผมรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ที่ผมปล่อยให้เด็กๆยืนอยู่หน้าบ้านตอนมืดๆแบบนี้

          “แล้วเด็กๆจะมาทำไมกันล่ะครับ” ผมว่าออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยังไม่ทันที่พี่นุจะได้ตอบกลับมาผมก็เปลี่ยนใจจากตอนแรกที่จะให้เด็กๆเข้ามาในบ้าน พอนึกถึงเด็กพวกนั้นขึ้นมาแล้วต้องมาเห็นหน้าซินผมก็แทบไม่อยากให้เข้ามาทันที “ผมว่าพี่ปีนเข้ามาในบ้านผมดีกว่า ผมไม่ว่างลงไปเปิดประตูให้ แล้วก็ไม่ต้องให้พวกเด็กๆเข้ามานะ ไล่เด็กๆกลับไปด้วยมันมืดแล้ว”

          “ให้พี่ปีนเข้าไปเนี่ยนะนายใช้สมองส่วนไหนคิด เฮ้ย! เดี๋ยวเซอินอย่าปีนเข้าบ้านครูเขาแบบนั้นสิ!” ผมได้ยินเสียงพี่นุตะโกนมาตามสายผมเลยรีบหันไปมองจีโน่ทันที

          “มึง!” ผมหันไปบอกโน่พลางชี้ไปที่มัน

          “อะไร!?” พอมันเห็นผมพูดเสียงดังใส่มันเลยทำหน้าตาเลิ่กลักแล้วชี้ไปที่ตัวเองด้วยสีหน้างุนงง

          “ปิดประตูแล้วล็อกเดี๋ยวนี้เลย!!” สิ้นสุดคำพูดผมมันก็รีบเดินไปปิดประตู แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้ล็อคประตูตัวมันกลับล้มลงเพราะแรงเปิดประตูของคนอีกฝั่งที่ใส่แรงมาเต็มที่

          “ไอ้โน่!” พอเห็นมันล้มลงก้นจ้ำเบ้าผมเลยรีบถลาเข้าไปหามันทันที

          “แหม่ ล้มแค่นี้แฟนครูก็ไม่ตายหรอกครับครูพาย ว่าแต่ว่า...คนๆนี้น่ะเป็นแฟนครูจริงๆเหรอ ผมไม่เชื่อหรอกครับ” ซินยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องพลางว่าออกมาด้วยน้ำเสียงกระด้างก่อนที่จะส่งยิ้มยั่วเย้ามาให้เมื่อพูดจบ

          “ให้ผมพิสูจน์ไหมล่ะ” ผมว่าออกไปเสียงเรียบพลางสบตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังจับจ้องมาที่ผมอยู่

          “เชิญครับ” ซินว่าพลางผายมือมาทางผมให้ผมพิสูจน์ให้เขาดู

          ผมเลยก้มลงมองหน้าเพื่อนตัวเองที่กำลังนอนฟังบทสนทนาของผมกับซินอยู่ตั้งแต่ต้น โน่มันมองผมตอบก่อนที่จะเลิกคิ้วสูงเชิงถามว่าผมจะพิสูจน์ยังไงให้เด็กมันดู

          ก็ง่ายๆ...ทำเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนละกัน

          ผมค่อยๆโน้มหน้าลงประกบปากของผมเข้ากับริมฝีปากนุ่มของโน่มัน ก่อนที่จะเปลี่ยนจากประกบไว้เฉยๆเป็นดูดดื่มจนมือของโน่ที่กำลังขยุ้มเสื้อของผมอยู่ในตอนแรกถึงกับเคลิ้มเผลอปล่อยเสื้อผมแล้วกอดคอผมลงมาจูบตอบอย่างเร้าร้อน

          พรึ่บ!

          คอเสื้อของผมถูกกระชากออกจากโน่โดยคนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ ผมเงยหน้ามองคนๆนั้นก่อนที่จะหอบหายใจออกมา เจ้าของใบหน้าลูกครึ่งเอเชียกับตะวันตกมองผมพลางขมวดคิ้วแน่นราวกับไม่ชอบใจนักที่ผมทำแบบนั้นลงไป

          “ทำอะไรของนายน่ะพาย” เสียงของพี่นุดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้องให้ผมได้หันไปมอง พี่นุกับเด็กๆกำลังยืนมองผมกับจีโน่กันตาค้างก่อนที่จีโน่มันจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วประคองผมให้ยืนขึ้น

          “พิสูจน์ให้ใครบางคนดูน่ะครับว่าผมกับแฟนผมคบกันจริงๆรึเปล่า เพราะมีคนบางคนเขาไม่เชื่อ” ผมหยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูงของตัวเองข้างๆจีโน่ ก่อนที่ประโยคสุดท้ายจะปรายตามองไปที่ซิน

          “นายคบกับผู้ชาย?” พี่นุทำหน้าตกใจพลางมองผมอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

          “ใช่ครับ นี่จีโน่แฟนผมเอง” ผมว่าออกไปก่อนที่จะยกแขนข้างขวาขึ้นกอดคอเพื่อนตัวเองไว้ จีโน่มันหันมามองผมพลางสบตาผมไว้ก่อนที่จะไล่สายตาลงมาที่ปากของผม

          “ขอแบบเมื่อกี้อีกทีดิ” มันว่าพลางส่งสายตาแพรวพราวมาให้ผม แต่ดูก็รู้ครับว่ามันเล่น คนอย่างโน่น่ะถ้ามันจริงจังกับใครสักคนขึ้นมาเมื่อไหร่มันไม่มามัวแต่เล่นแบบนี้หรอก มันแทบจะไม่ปริปากพูดกับคนที่มันชอบเลยสักนิด

          ถ้าถามว่าไม่กลัวว่าจะมาชอบกันเองเหรอที่มาทำอะไรกันแบบนี้ บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่กลัว เพราะถ้าจะชอบกันเองผมว่าคงชอบตั้งนานแล้วล่ะ อยู่กันมาตั้งสิบกว่าปีแหน่ะ

          “ไว้อยู่กันสองต่อสองดิ ทำต่อหน้าคนอื่นแบบนี้กูก็อายเป็นนะเว้ย” ผมว่าออกไปตามน้ำก่อนที่จะกระชับคอมันเข้ามาใกล้มากขึ้น มันเลยส่งยิ้มยียวนมาให้ก่อนที่จะดันมือผมที่กำลังกอดคอมันอยู่ออกก่อนที่จะพยักพเยิดให้ผมไปนั่งที่เตียง

          ผมทำตามที่มันบอกอย่างว่าง่าย มันเดินเข้ามานั่งข้างๆผมก่อนจะถอดสายคล้องแขนที่คอยพยุงประคองแขนผมไว้ ไม่ให้ขยับเพื่อลดอาการเจ็บปวดจากกระดูกมือหักออก จังหวะนั้นผมเลยหันไปหาเด็กๆกับพี่รหัสที่ยังคงยืนออกันอยู่หน้าประตูห้องนอนผมอย่างไม่คิดจะไปไหน

          “แล้วมาทำอะไรที่นี่ครับพี่นุ”

          “พี่ว่าพี่จะมาดูนายหน่อย เห็นสภาพนายใส่เฝือกตอนสอนที่โรงเรียนแล้วไม่น่าจะทำอะไรได้ถนัดพี่เลยจะมาช่วย แต่ดูเหมือนนายจะมีคนคอยดูแลแล้ว” พี่นุว่าออกมาพลางละสายตาจากผมไปมองที่จีโน่ จีโน่ก็มองพี่เขากลับก่อนที่จะหันกลับมาสนใจเฝือกที่ผมกำลังใส่อยู่

          “พวกนายล่ะ มาทำอะไรกันที่นี่” พอได้คำตอบจากพี่นุแล้วผมก็หันไปถามเด็กๆต่อ

          “ว่าจะมาเล่นบ้านครูน่ะครับ แล้วก็เป็นห่วงครูด้วยแหละ ครูไปทำอะไรมาทำไมครูถึงใส่เฝือกแบบนั้น” เบลล์ตอบออกมาพลางส่งยิ้มให้ผมก่อนที่จะถามผมต่อ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบก็มีเสียงแทรกขึ้นมาซะก่อน

          “พอดีพี่แกล้งบอกเลิกครูเขาน่ะครับ ครูเขาเลยประชดพี่โดยการมือลื่นไปต่อยกำแพงเข้า กระดูกมือก็เลยหักพี่ก็ต้องมานั่งรักษาให้ครูเขาอีก ไม่น่ามาเป็นครูเลยเนอะทำอะไรไม่รู้จักคิด” ประโยคแรกๆโน่มันหันไปตอบเด็กๆแทนผมครับ แต่ประโยคสุดท้ายมันหันมาเออออกับผมด้วยท่าทียียวนจนผมต้องยกมือข้างขวาขึ้นดันหัวมันด้วยความหมั่นไส้ไปที

          “นายเป็นหมอเหรอ” พี่นุถามโน่ขึ้นมาพลางกอดอกมองหมอเพียงคนเดียวในห้องนี้

          “ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์” โน่มันตอบออกมาพลางจ้องหน้าพี่นุอย่างไม่ละสายตา พอได้ฟังชื่อสาขาแพทย์ของมันแล้วผมละปวดหัวจริงๆ

          “พี่ก็มีเพื่อนเป็นหมอออร์โธฯตอนนี้มันยังเรียนไม่จบเลย หมอออร์โธฯเขาเรียนกันสิบปีไม่ใช่รึไง” พี่นุว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งครึมพร้อมกับสายตาไม่เป็นมิตรนัก

          เดี๋ยวนะ... ที่พี่นุบอกคือแพทย์สาขานี้ต้องเรียนสิบปีถึงจะจบหลักสูตร แต่ไอ้โน่เพื่อนผมมันเรียนหกปี แถมตลอดหกปีที่มันเรียนมหา’ลัยผมก็ไม่เคยเห็นหน้ามันเลย นี่มันไปเรียนเป็นหมอเถื่อนมารึเปล่า แล้วที่ผมผ่าตัดไปจะหายไหมวะ

          เวรล่ะ นี่ผมคิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ยที่ให้มันมารักษา!









ThaRat
          I'm sorry จริงๆรัตน์กะว่าอาทิตย์นี้จะลงให้เยอะๆสักหน่อยเพราะโรงเรียนหยุดภายใน แต่เอาเข้าจริงๆแล้วก็ไม่ได้หยุดอ่ะค่ะ ไปช่วยเพื่อนทำงานกีฬาสีที่ใกล้จะถึงเร็วๆนี้ เลยไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แล้วเสาร์-อาทิตย์ที่ว่าเป็นวันหยุดของใครหลายๆคน รัตน์ก็ไม่ได้หยุดอ่ะค่ะรัตน์ต้องไปเรียนพิเศษง่าาา ไม่มีเวลาจริงๆ
          กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าต้องอัพนิยาย ก็เอาซะเวลาล่วงเลยมานานพอควร เอาจริงๆคือการบ้านก็ยังไม่ได้แตะเลยด้วย แต่ไม่เป็นไร รัตน์ยังไม่มีอารมณ์จะทำ วันนี้เลยมาอัพนิยายให้อ่านกันก่อนเนอะ

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #84 nok338 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 20:09
    ครูพายเอาคืนให้หนักเลย
    #84
    0
  2. #70 2222548 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 10:59
    รู้สักกระวนกระวายใจเรื่อง พายซัน อ่ะ งือ เศร้า
    #70
    0
  3. #16 Pokkyz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 08:50
    #ทีมพายโน่
    #16
    0