[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 23 : ModifyLove22 : But you don’t like me [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ม.ค. 60

ModifyLove
22
But you don’t like me
[Pi Part]

 

          “...กูชอบมึง...” ผมเอ่ยคำสารภาพออกไปกับซิน เขาชะงักทันทีที่เจอคำนี้เข้าไป ซินจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่เชื่อหูของตัวเองว่าผมพูดแบบนั้นออกไปจริงๆ

          ตอนนี้ผมรู้ตัวแล้วล่ะว่าผมชอบเขา แล้วตอนวันกีฬาสีหลังจากที่กลับมาถึงบ้านแล้วผมขึ้นไปถอดคอนแทคเลนส์ข้างบน พอถอดเสร็จแล้วกำลังจะลงมาผมได้ยินตะวันคุยเรื่องของผมกับซินเขาพอดี ได้ยินตั้งแต่ต้นเลยแล้วระหว่างนั้นผมเลยเข้าไปแทรกบทสนทนาของทั้งสองไว้ เผื่อตะวันพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ซินก็รู้กันพอดีว่าผมชอบเขา

          หลังจากนั้นผมเลยคิดว่าผมจะตัดใจจากเขา เลยพยายามทำตัวห่างเหิน ไม่ค่อยคุยด้วยทั้งๆที่ซินเขาชวนคุยตลอด ไม่ใช่เพราะกฎของโรงเรียนหรอกที่ไม่ให้ครูกับนักเรียนเป็นแฟนกัน แต่เป็นเพราะซินเขาไม่ได้รู้สึกอย่างที่ผมรู้สึกกับเขาเท่านั้นเอง

          “...”

          ผมหันหน้าหนีเขาทันทีที่เขายังคงจ้องหน้ามาไม่เลิก ข้อมือก็พยายามบิดออกจากพันธนาการที่ตรึงข้อมือผมไว้ไม่ให้ผมขยับไปไหนไม่ได้ มือหนาของคนบนร่างผมเลื่อนเข้ามาล็อคคางผมให้หันไปมองหน้าเขา

          “แต่ผมไม่ได้ชอบครู”

          โลกทั้งโลกของผมมันเหมือนหยุดหมุนทันทีที่ซินเขาพูดคำนี้ออกมา รู้อยู่แล้วล่ะว่าคำตอบมันคืออะไรแต่พอมาได้ยินจากปากของเขาผมถึงกับไปไม่เป็น

          “กูรู้” ผมหันหน้าหนีเขาก่อนที่จะตอบออกไป ในใจนี่อยากจะอยู่คนเดียวชะมัด

          “...” ซินเขาเงียบไม่พูดอะไรก่อนที่ร่างกายของเขาจะขยับเข้ามาถี่ๆให้ผมได้บิดเร้าร่างกายด้วยความเสียวซ่าน

          “หยุดเดี๋ยวนี้!” ผมหันไปสั่งเขาเสียงแข็งในขณะที่เขายังคงขยับแก่นกายใส่ผมอยู่อย่างตามใจตัวเอง ซินมองหน้าผมนิ่งๆราวกับไม่ได้ยินคำพูดของผม

          เสียงของผมมันไปไม่ถึงเขาใช่ไหม...

          “เซอิน แม็กเวลล์... ถ้ามึงยังไม่หยุด กูจะถือว่ามึงไม่ใช่ลูกศิษย์กู มึงจะไม่ใช่คนที่กูรู้จักอีกต่อไป”

          ผมพูดออกไปเสียงเย็นพลางมองหน้าเขาด้วยสีหน้าเอาจริง แล้วประโยคที่ผมพูดออกไปผมก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆ ในเมื่อผมบอกเหตุผลออกไปกับเขาแล้ว ทำไมเขายังทรมานผมอยู่

          “จะโกรธ? หึ...ผมทำเรื่องแบบนี้ลงไปก็ไม่เห็นครูจะโกรธผมเลยหนิ อีกอย่างนึงนะ...คนที่ตัวเองชอบมามีเซ็กส์กับตัวเองฟรีๆแบบนี้ ครูไม่รู้สึกดีรึไง”

          !!!

          ผมยกขาขึ้นถีบเขาออกอย่างสุดแรงจนตัวเขากลิ้งตกจากเตียงไป ผมเลยเงยหน้าขึ้นพยายามแก้มัดข้อมือตัวเองเพื่อที่จะหนีออกไปให้ได้ แต่เขาเร็วกว่า...

          เพียะ!

          ฝ่ามือหนาของคนที่ตกเตียงไปแล้วกลับขึ้นมาฝาดลงมาที่ข้างแก้มผมอย่างเต็มแรงจนผมถึงกับหน้าหัน ผมเลยนอนนิ่งไป ครั้งแรกเขาก็ต่อย... ครั้งที่สองเขาก็ตบ... นี่เขาไม่ได้เห็นว่าผมเป็นครูในสายตาของเขาแล้วใช่ไหม...

          “กล้าดียังไงมาถีบผม” เขาว่าออกมาพลางสอดแก่นกายเข้ามาใหม่อีกรอบให้ผมได้จิกเล็บลงมือตัวเองเพื่อระบายความเจ็บปวด “อุตส่าห์ลดตัวลงมามีอะไรด้วยแท้ๆ แล้วยังจะทำแบบนี้กับผมอีก”

          อึก..

          “...กูให้ง่ายไปใช่ไหม...” ผมเอ่ยออกไปด้วยเสียงสั่นเครือ

          “หืม?”

          “กูให้มึงง่ายไปใช่ไหม มึงเลยไม่เคยเห็นค่าของกู!”

          ผมมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่หลากอารมณ์ มีทั้งอารมณ์โกรธ อารมณ์เสียใจปะปนกันไปหมดจนตอนนี้ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไหนก่อนดี

          “ค่าของครูเหรอ มีอยู่แล้วล่ะ แล้วครูก็มีความหมายกับผมมากด้วย” ซินว่าออกมาเสียงเรียบพลางจ้องหน้าผมตอบ นั่นทำให้ผมรู้สึกใจกระตุกแปลกๆ

          ผมมีความหมายกับเขา?

          “ครูคือคนที่จะทำให้ผมได้เจอกับพ่อแม่อีกครั้งไงผมถึงยอมมาอยู่กับครู ถ้าผมไม่คิดที่อยากจะเจอพ่อแม่แล้วผมก็ไม่จำเป็นจะต้องมาอยู่กับครูก็ได้ ถ้าถามว่ารักครูไหม ผมก็รัก แต่รักในฐานะคนที่มีประโยชน์กับผมเท่านั้นแหละ” คำพูดที่ซินพูดออกมาทำเอาผมชะงักไปทันที

          นั่นสินะ... ความรักที่แท้จริงจะไม่หวังผลสิ่งใดตอบแทน...มันไม่มีอยู่บนโลกนี้หรอกนอกจากพ่อแม่น่ะ...

          “แล้วก็อีกอย่าง...” ซินเขาหยุดขยับแล้วโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูผมจนริมฝีปากเขาสัมผัสกับใบหูของผมอย่างแผ่วเบา

          “ผมไม่ได้เป็นเกย์ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย ที่ผมมามีอะไรกับครูผมก็แค่อยากจะลองดูเท่านั้นเอง...”

          “อึก...”

          สิ้นสุดประโยคนั้นเขาก็ขยับกายใส่ผมอย่างไม่ยั้งแรงจนทั้งเขาและผมปลดปล่อยออกมา แล้วระหว่างที่เขามีอะไรด้วยผมก็ไม่ปริปากพูดหรือส่งเสียงร้องครางออกไปให้เขาได้ยินเลยสักนิด

          “...” ผมนอนนิ่งอยู่บนเตียงขณะที่ซินขยับเข้ามาแก้มัดให้แล้วถอยแก่นกายออกจากตัวผม

          “อย่าลืมไปกินข้าวกลางวันด้วยล่ะ”

          ซินพูดออกมาพลางจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะปรายตามองมาทางผม ผมพลิกตัวนอนหันหน้าเข้ากำแพงหันหลังใส่เขาอย่างไม่คิดจะลุกไปไหนจนเขาเลิกสนใจในตัวผมแล้วเดินออกจากห้องไปโดยล็อกประตูไว้ให้

          หึ กินข้าวกลางวันงั้นเหรอ...

          “เหี้ยเอ้ย!!”

          ผมสบถออกมาเสียงดัง มือข้างซ้ายก็เผลอปล่อยหมัดเข้าหากำแพงอย่างแรงจนความเจ็บปวดแล่นเข้ามาตั้งแต่นิ้วมือไปยังต้นแขน ผมค่อยๆลดมืออันสั่นเทาของผมลงพลางมองกำแพงที่มีเลือดของผมติดอยู่นิดหน่อย

          ผมซบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ก่อนที่จะปลดปล่อยความเสียใจที่อัดอั้นไว้ตั้งแต่เมื่อกี้ออกมาทั้งหมด ผมร้องไห้ไปนานเท่าไหร่ไม่รู้แต่ที่รู้ๆคือผมร้องไห้จนเผลอหลับไปเอง

 

          เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นมาให้ผมต้องค่อยๆลืมตาขึ้นพลางมองไปรอบๆเพื่อหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ผมค่อยๆลุกขึ้นก่อนที่จะยื่นแขนข้างซ้ายเข้าไปหยิบกางเกงขึ้นมา

          “โอ๊ย!..” ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาในความรู้สึกของผมให้ผมต้องรีบปล่อยกางเกงนั่นลงก่อนที่จะมองไปยังมือของตัวเองอีกทีอย่างชัดเจน ตอนนี้มือของผมบวมเป่งจนผมต้องขมวดคิ้วมองมันด้วยความแปลกใจ

          เป็นอะไรวะ...

          ผมมองอยู่สักพักจนเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่วางสายไปตอนผมปล่อยกางเกงลง ผมเลยใช้มืออีกข้างหยิบกางเกงขึ้นมาล้วงหาโทรศัพท์แล้วกดรับ

          “ครับพี่นุ” ผมกรอกเสียงลงโทรศัพท์อย่างเหนื่อยอ่อน

          “ตอนนี้นายอยู่ไหนทำไมคาบบ่ายนายถึงไม่เข้าสอนเลยล่ะ เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงพี่นุดังออกมาตามสายให้ผมได้คิดตามว่าจะหาอะไรมาแก้ตัวดี

          “ผมไม่สบายนิดหน่อยน่ะครับก็เลยไปโรงพยาบาล ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้โทรบอกพี่ล่วงหน้า” ผมว่าในสิ่งที่ผมจะทำต่อไปในอนาคตให้พี่นุได้ฟังในรูปแบบของอดีต ถ้าไม่บอกแบบนั้นจะให้ผมบอกว่าอะไรล่ะ โดนซินเอาจนร้องไห้แล้วเผลอหลับไปงั้นเหรอ ไม่มีทางเด็ดขาด

          “งั้นเหรอ แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่าพรุ่งนี้จะลางานไหม”

          “ต้องดูก่อนน่ะครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะพี่ผมอยากพักผ่อนแล้ว” ผมเลยพูดตัดบทออกไปให้พี่นุได้วางสาย พอวางสายไปแล้วผมเลยกดโทรศัพท์โทรหาตะวันต่อ

          “ตะวัน ตอนนี้เราอยู่ไหน”

          “โรงเรียนครับกำลังจะขับรถกลับบ้าน พี่พายมีอะไรรึเปล่า” ตะวันถามกลับมา

          “เรามารับพี่ที่โรงเรียนหน่อยสิ รีบๆมานะ พี่อยากให้เราพาพี่ไปที่ที่นึงก่อนกลับบ้าน”

          “ได้ครับ งั้นอีกห้านาทีนะครับ” ผมตอบรับกลับไปก่อนที่จะกดวางสายแล้วหยิบเสื้อผ้ามาใส่โดยที่ใช้มือข้างขวาได้แค่ข้างเดียว ตอนนี้ผมใช้มือข้างซ้ายไม่ได้เลยครับ คงต้องไปหาหมออย่างที่คิดไว้จริงๆนั่นแหละ

          พอจัดการใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยผมก็เดินออกจากห้องพยาบาลออกไปแล้วเดินไปยังหน้าโรงเรียนเพื่อรอตะวัน ตอนนี้ไม่คิดที่จะแวะขึ้นไปเก็บของที่ห้องหมวดหรือแวะไปดูรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองทั้งนั้นแหละครับ เอาไว้ที่โรงเรียนเนี่ยแหละ จะหายก็หาย ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรแล้ว

          “พี่พาย”

          ผมนั่งอยู่สักพักตะวันก็ขับรถเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้าผมให้ผมได้เงยหน้ามองก่อนที่จะรับหมวกกันน็อคมาจากน้องเขาแล้วขอให้ใส่ให้ ตอนแรกตะวันก็แปลกใจอยู่หรอกที่ผมไม่ใส่เอง แต่พอผมชูมือให้ดูตะวันก็ร้อนรนจนแทบจะไม่มีสติพอผมซ้อนท้ายน้องเขาได้ตะวันก็ขับไปโรงพยาบาลเองโดยที่ผมไม่ได้เอ่ยปากขอเลยสักคำ

          “ช่วงนี้เรากลับบ้านดึกนะ” ผมว่าออกไปพลางซบหน้าลงบนไหล่กว้างของตะวันก่อนที่จะหลับตาลงแล้วรอฟังคำตอบของตะวันที่เขาจะพูดตอบกลับมา เพราะว่าช่วงสองสามวันมานี้ตะวันกว่าจะถึงบ้านก็ตั้งสามทุ่ม อย่างตอนที่ผมนั่งรอตะวันให้มารับอยู่หน้าโรงเรียนก็ตั้งสองทุ่มครึ่งแล้ว

          “งานกีฬาสีน่ะครับ ม.5เป็นสตาฟก็เลยต้องกลับบ้านดึกหน่อย”

          “อืม” ผมตอบกลับไปแค่นั้นก่อนที่จะเอื้อมมือทั้งสองข้างของตัวเองไปกอดเอวน้องเขาไว้หลวมๆให้ตะวันต้องเหลือบมองอยู่เป็นระยะด้วยความแปลกใจ มีซะที่ไหนล่ะที่ผมจะกอดน้องเขาเพราะตั้งแต่รู้จักกันมาผมกับตะวันยังไม่เคยกอดกันเลยสักครั้ง

          “พี่พาย... มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่าครับ” แล้วตะวันก็เอ่ยถามออกมาระหว่างทางที่ใกล้จะถึงโรงพยาบาล ผมเงยหน้าขึ้นจากการซบหลังของคนอายุน้อยกว่าอยู่หลายปีก่อนที่จะตอบออกไป

          “นิดหน่อยน่ะ” ระหว่างที่ผมตอบออกไปตะวันก็เลี้ยวเข้าโรงพยาบาลและขับเข้าไปจอดที่หน้าห้องฉุกเฉิน ผมลงจากมอเตอร์ไซค์แล้วเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะทำการตรวจอาการของผม

          สรุปได้ว่ากระดูกฝ่ามือผมหักครับ

          หักเพราะผมต่อยกำแพงแรงไปหน่อยนั่นแหละ ถ้าถามว่าตอนนี้ปวดมากไหมก็ปวดอยู่ในครับ ปวดพอทนได้ แต่ที่ทนไม่ได้คือใจผมต่างหากเพราะซินนั่นแหละผมเลยรู้สึกเหมือนจะขาดใจยังไงยังงั้น

          แม่งโคตรจะเจ็บเลยว่ะ ตอนนี้ใจผมอ่อนแอสุดๆแล้วล่ะ พูดออกมาได้ไงว่าเข้ามาอยู่กับผมเพราะผลประโยชน์ งั้นผมก็จะไปจากเขาอย่างที่ผมพูดไว้ก่อนหน้านี้เองให้มันรู้กันไปเลยว่าต่อให้ไม่มีเขาผมก็อยู่ได้

          ก็แค่คนที่ชอบ...ไม่ใช่อากาศสักหน่อยที่ไม่มีแล้วจะขาดใจตาย

 

วันรุ่งขึ้น

          “ทำไมถึงมาหากูด้วยสภาพแบบนี้”

          คนใส่เสื้อกาวน์หมอเอ่ยขึ้นมากับผมระหว่างที่ผมกำลังนั่งอยู่บนเตียงของคนไข้หลังจากที่เจ้าตัวสั่งให้พยาบาลออกไปจากห้องให้หมด ทั้งห้องเลยเหลืออยู่แค่หมอกับผมสองคน ส่วนตะวันผมไล่ให้กลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับ

          “บอกไปแล้ว คิดถึงมึงไงกูเลยมาหา”

          ผมตอบออกไปด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ในใจนี่โคตรจะปวดกับแผลผ่าตัดที่ผมต้องผ่าตัดเพื่อรักษามือผมให้หายเลยจริงๆ ขนาดกินยาแก้ปวดเข้าไปแล้วผมยังปวดมืออยู่เลย ไม่น่าทำอะไรโง่ๆลงไปเลยจริงๆ

          “อย่ามากวนตีนกูนะพาย มึงเป็นเหี้ยไรทำไมต้องต่อยกำแพง ลำบากกูไหมที่ต้องมารักษามึง” เพื่อนผมที่เป็นหมอมันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังแล้วจะไม่ค่อยรื่นหูสักหน่อย

          “ก็แค่เครียดนิดหน่อย...” พอเห็นสีหน้าจริงจังพร้อมกับสายตาที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงแล้วผมถึงกลับใจอ่อนยวบลงทันที

          “เครียดเหี้ยไร เอาหมอจิตเวชไหมกูจะได้เรียกมาให้” แล้วเพื่อนผมมันก็ทำท่าจะเดินออกไปจากห้องจริงๆจนผมต้องเอ่ยห้ามไว้

          “ไม่ต้องเลยเหี้ยโน่ กูไม่ได้เครียดอะไรมากขนาดนั้น” จีโน่เพื่อนผมที่เป็นหมอมันเลยหันกลับมาก่อนที่จะเดินตรงเข้ามาหาผมแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างเตียงพลางสบตาที่อยู่หลังกรอบแว่นของผม

          “เล่ามา”

          “ไม่ต้องก็ได้มั้งกู.... เออไอ้สัตว์กูเล่าก็ได้”

          ผมถึงกับกลับเป็นคำพูดทันทีที่จีโน่มันจับแขนผมที่เพิ่งไปผ่าตัดมาแล้วทำท่าจะกระแทกมือผมลงกับโต๊ะหัวเตียงให้ผมได้นึกเสียวเล่นๆ พอผมพูดออกไปอย่างนั้นจีโน่เลยปล่อยแขนผมแล้วหันมานั่งฟังดีๆให้ผมได้เล่าเรื่องที่ผมไม่สบายใจให้ฟัง ผมเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นที่รู้จักกับซินมาจนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้มันฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

          นึกถึงเรื่องนี้แล้วอยากจะร้องไห้ชะมัด

          “มึงมันโง่”

          “ไม่ต้องตอกย้ำ เท่านี้กูก็เจ็บพอแล้ว”

          “ไปรักเด็กมัธยมที่ห่างกับมึงเกือบสิบปีเนี่ยนะ มึงเอาสมองส่วนไหนของส้นตีนไปรักวะ กูถามมึงหน่อย” จีโน่มันว่าออกมาด้วยสีหน้าจริงจังก่อนที่จะมองหน้าผมพลางขมวดคิ้วแน่น จะเครียดอะไรนักหนาวะผมต่างหากที่ต้องเครียด ผมชอบซินไม่ใช่มันชอบซินสักหน่อย

          “จะรักใครสักคนมันต้องใช้สมองด้วยเหรอวะ...”

          ผมพึมพำออกไปหวังว่าจะพูดให้ตัวเองได้ยินแค่คนเดียว แต่เพื่อนหูดีของผมมันกลับได้ยินในสิ่งที่ผมพูดออกไปด้วย

          “เออว่ะ เรื่องพวกนี้มันต้องใช้ความรู้สึก คนอย่างกูคงไม่เข้าใจความรู้สึกพวกนี้หรอก” ว่าแล้วมันก็จ้องหน้าผมอย่างไม่ละสายตาไปไหนจนผมต้องเป็นฝ่ายเลิกคิ้วสูงมองมันด้วยความสงสัยเพราะมันทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง

          “เพราะกูไม่เคยรักใครนอกจากมึง”

          “...มึงเป็นเกย์เหรอ มึงถึงรักกู ขนลุกสัตว์” ผมเงียบไปนานหลังจากที่มันเอ่ยคำนั้นออกมา ก่อนที่จะพูดประโยคข้างต้นออกไปให้มันได้เหวอแดก

          “เกย์พ่อมึงสิ!! กูหมายถึงรักแบบเพื่อนเว้ย! มึงเป็นเพื่อนแท้ของกูกูก็ต้องรักมึงดิวะ มึงต่างหากที่เป็นเกย์ที่ไปรักเด็กม.ปลายอะไรนั่น!” แล้วมันก็วกกลับมาเรื่องเดิมให้ผมได้ทำหน้าเอือมระอาใส่ ตอนแรกอุตส่าห์เปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นแล้วนะแต่มันก็ยังอุตส่าห์กลับมาคุยกันเรื่องเก่าอีก

          “เออช่างแม่งเหอะ กูไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น” ผมว่าตัดบทออกไป

          “แล้วมึงจะเอาไงต่อล่ะ อยู่นี่มึงก็ต้องรักษาตัวประมาณสี่ถึงห้าวัน แล้วถ้ากลับไปมึงจะทำไงต่อ จะยังคุยดีหรือสอนพิเศษเด็กมันเหมือนเดิมไหม” มันเคยฟังผมพูดบ้างไหมวะ จำได้ว่าบอกไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่รึไงที่ว่าบอกให้หยุดพูดถึงเรื่องนี้

          “กูยังไม่ได้คิดเลย...”

          “มึงควรคิดได้แล้วนะ แล้วนี่มึงมีเงินจ่ายค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่าพยาบาลรึเปล่าเนี่ย” อยู่ๆมันก็เปลี่ยนเรื่องเองโดยที่ผมไม่ต้องบอกมันอีกครั้งเพราะมันเห็นสายตาที่ไม่สบอารมณ์ของผมเข้าให้

          “มีดิ กูทำงานก่อนมึงตั้งสามปี ทำไมกูจะไม่มีเงินเก็บ หรือมึงจะออกค่ารักษาให้กู”

          “ไม่ มึงมีเงินมึงก็จ่ายเอง กูไปตรวจคนไข้คนอื่นก่อน อยู่กับมึงกูเสียเวลาฉิบหายว่างๆกูจะมาเยี่ยมละกัน” ว่าจบมันก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของมันก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปทิ้งให้ผมนั่งมองเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมอยู่บนเตียงในห้องคนเดียว

          ก็จริงอย่างที่จีโน่ว่า ผมควรคิดได้แล้วว่าผมจะทำยังไงต่อ จะให้ผมทำตัวกับเขาเหมือนเดิมราวกับว่าเรื่องเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ ผมจำได้หมดกับทุกสิ่งที่เขาทำกับผม พูดจาเยียดหยาม ตบต่อยทำอย่างกับผมไม่ใช่ครู

          แล้วจะให้ผมคอยดูแลเขาเหมือนเดิมน่ะเหรอ หึ...

          ...ฝันไปเถอะ ผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้น...







ThaRat
          สุขสันต์วันปีใหม่น้าาา รัตน์ลงตอนนี้ให้เป็นของขวัญวันปีใหม่ให้นักอ่านทุกคนละกันเนอะ ตอนนี้มาม่านิดหน่อยนะ อาจจะขัดใจนิดนึง แต่อย่างน้อยก็ทำให้ครูพายได้เจอกับเพื่อนสมัยมัธยมแหละเนอะ มีตัวละครเพิ่มมาอีกหนึ่งคนแล้วววว บอกเลยว่าหมอโน่นี่มีบทบาทนะจ๊ะ

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #68 2222548 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 10:25
    ทำไมซินทำไงว่ะ ซินยังไม่รู้ใจตัวเองเหรอ หึ แล้วซินจะเสียใจทีหลัง
    ครูพาย สู้ๆๆ ค่ะ
    #68
    0
  2. #11 Wapitch (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 20:32
    ซินเ-้ยอะ ครูพายเลิกชอบซินเถอะ
    #11
    0