[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 21 : ModifyLove20 : You are so cruel [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ธ.ค. 59

ModifyLove
20
You are so cruel
[Pi Part]

 

          “นายคบกับตะวันอยู่รึเปล่า”

          “ห้ะ!? แค่กๆ! มาถามอะไรตอนนี้เนี่ยครู ผมสำลักน้ำลายเลยเห็นไหม” เบลล์ไอออกมาพลางทุบอกตัวเองไปด้วยก่อนที่จะหันมามองผมที่กำลังยืนล้างจานด้วยฟองสบู่ ส่วนเด็กนั่นก็ล้างน้ำเปล่าแล้วคอยเช็ดให้แห้ง

          “แล้วจะให้ครูถามตอนไหน ที่เรียกมาล้างจานด้วยก็เพราะจะมาคุยเรื่องนี้แหละ” ผมเลยย้อนถามไปในมือก็ล้างจานไปด้วย เบลล์นิ่งไปสักพักเหมือนกับกำลังทบทวนความคิดของตัวเองอยู่ข้างใน

          “ยังอ่ะครู ยังไม่ได้คบหรอก”

          “แล้วจะขอน้องเขาคบไหม” ผมถามต่อ

          “ว่าจะขอวันนี้” พูดจบเบลล์ก็คอตกทันที ผมหันไปมองหน้าเบลล์ก่อนที่สายตาจะมองเลยไปยังซินที่กำลังยืนกินน้ำอยู่ในห้องครัวห่างจากผมกับเบลล์ที่กำลังยืนล้างจานอยู่ไม่มาก ดูก็รู้ว่าจะมาฟังว่าผมกับเบลล์คุยอะไรกัน

          “อยากรู้ก็มาฟังใกล้ๆมาเซอิน” ผมเอ่ยออกไปโดยที่หมายความอย่างที่พูดจริงๆ ไม่ได้ประชดหรืออะไร ซินเขามองมาอย่างชั่งใจก่อนที่จะเดินเข้ามายืนพิงซิงค์ล้างจานมองผมกับเพื่อนของตัวเองไว้

          “นายกับตะวันคุยกันมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ” ผมถามต่อในมือก็ล้างจานใบสุดท้ายแล้วส่งไปให้คนที่ผมกำลังถามอยู่

          “ประมาณสองเดือนกว่าแล้วครับ”

          “ดีเนอะ เพื่อนจะมีแฟนแล้ว” อยู่ๆคนที่ไม่ช่วยอะไรก็เอ่ยขึ้นมาพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมด ทำเอาเบลล์ที่เช็ดจานใบสุดท้ายเสร็จหันไปมองหน้าคนพูดทันที

          “มีแฟนห่าไร น้องเขาจะรับรักฉันรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย” เบลล์ว่าขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          “เชื่อดิว่าน้องเขารับรัก แต่ก็อย่างว่านะอย่าตั้งความหวังไว้มากล่ะถ้าผิดหวังขึ้นมาก็จะเสียใจมาก ทางที่ดีโสดไว้ โสดเป็นเพื่อนฉันก่อน ถ้าฉันมีแล้วนายก็ค่อยมี” แล้วซินก็ว่าพลางตบบ่าเพื่อนตัวเองเบาๆราวกับให้กำลังใจ

          “เออ” เบลล์ตอบกลับมาแค่นั้นก่อนที่จะหันไปมองซิงค์ล้างจานพลางยืนนิ่งคิดมากอยู่คนเดียว ผมกับซินเลยมองหน้ากันก่อนที่ผมจะพยักพเยิดให้ซินอกไปจากห้องครัว

          “ครูพาย แต่นี่เพื่อนผม...”

          “ออกไปก่อน”

          พอผมพูดออกไปเสียงเรียบซินเลยยอมออกไปจากห้องครัวตามที่ผมบอก ผมละสายตาจากซินที่ยืนรออยู่หน้าห้องครัวที่กำลังยืนมองผมกับเบลล์อยู่ห่างๆมามองคนข้างๆที่กำลังคิดมากเรื่องตะวันอยู่

          “เบลล์ จริงๆแล้วครูก็ไม่ได้อยากจะสนับสนุนให้พวกนายสองคนคบกันหรอกนะ เพราะครูก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าตะวันตอบตกลงคบกับนายแล้วตะวันจะบอกพ่อแม่รึเปล่า อีกอย่างนึงคือพ่อแม่ของตะวันจะรับได้ไหมนั่นก็อีกเรื่อง แต่ครูมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นจะบอกนายหน่อย ในฐานะที่นายเป็นพี่ม.6แล้ว” ผมว่ายาวพลางมองหน้าลูกศิษย์ตัวเองที่ยังขมวดคิ้วแน่นมองผมด้วยสายตาสงสัย

          “บอกอะไรครับ”

          “ถ้าตะวันตอบตกลงคบกับนายแล้ว นายอย่าเพิ่งไปมีเซ็กส์ด้วยล่ะ”

          พอผมพูดจบเบลล์ถึงกับทำหน้าเอ๋อใส่ผมทันที เอ๋ออย่างเดียวไม่พอดูท่าเขาจะช็อคด้วย หรือผมไม่ควรจะพูดประโยคนี้ออกไป เบลล์เขายังไม่ทันที่จะได้คิดเรื่องนี้รึเปล่า นี่ผมไปจุดประเด็นเรื่องนี้ให้กับเขารึเปล่าเนี่ย

          “ครูรู้ได้ไงว่าผมจะทำ นี่ไงผมพกมาพอดีเลย” ว่าพลางล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกล่องถุงยางออกมาชูให้ผมดูจนผมต้องรีบคว้ามาไว้ในมือแล้วเก็บลงกระเป๋ากางเกงตัวเองแทน ที่แท้ก็คิดล่วงหน้าไว้แล้ว ดีแล้วล่ะที่ผมพูดออกไปไม่งั้นตะวันเสร็จไอ้เด็กแสบนี่แน่ๆ

          “ไม่ต้องทำเลย โตกว่านี้ก่อนแล้วค่อยทำครูจะไม่ว่า” ว่าแล้วผมก็ยกมือตัวเองขึ้นตบหัวเบลล์ด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่เบลล์จะหันมามองผมแล้วย่นจมูกใส่

          “แล้วก็ไม่ต้องสดนะ เดี๋ยวน้องติดเอดส์”

          “รู้แล้วน่าครู ผมก็ลังเลอยู่หรอกว่าจะทำดีรึเปล่า ผมจะบอกครูหน่อยละกันว่าผมกับไม้อ่ะไม่ได้ส่ำส่อนแบบเซอินสักหน่อย พวกผมทำเฉพาะกับคนที่คบคนที่รักด้วยนั่นแหละ มีแค่เซอินคนเดียวอ่ะครูที่เอาไม่เลือกหน้า” แล้วคำพูดของเบลล์ทำเอาผมถึงกับสะอึกทันที

          นั่นสิ เซอินขึ้นชื่อว่าเป็นเพลย์บอยมาตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่เข้ามาสอนที่นี่ด้วยซ้ำ กี่คนแล้วล่ะที่ผ่านมือเขาไป อีกอย่างนึงเขากับผมมันไม่ได้ป้องกันไง!

          ผมหันไปมองหน้าเซอินทันทีที่ความคิดในหัวของผมมันคิดเลยไปไกล ทำไมผมเพิ่งจะมาคิดเรื่องพวกนี้เอาตอนนี้วะเนี่ย! จะติดโรคอะไรบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

          “พี่เบลล์ แม่ให้มาถามว่าจะอาบน้ำเลยรึเปล่า” แล้วเสียงตะวันก็ดังขึ้นมาให้ผมกับเบลล์ได้หันไปมอง ผมมองไปที่ตะวันที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าซินที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูมองพวกผมสองคนกำลังคุยกันอยู่

          “อะ..อ่า พี่อาบเลยก็ได้” เบลล์ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเชิงมีพิรุธจนตะวันสังเกตได้

          “มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับพี่เบลล์ พี่พาย”

          “ป่าวหรอกไม่มีอะไร เอาพี่เขาไปอาบน้ำนอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า งั้นเดี๋ยวพี่กับเซอินก็ขอตัวกลับก่อนนะ ฝากบอกแม่ด้วยล่ะ” ผมว่าออกไปพลางดันหลังลูกศิษย์ตัวโตของผมให้ไปหาน้องชายข้างบ้านผม แต่ก่อนที่จะถึงตัวตะวันผมก็กระชากคอเสื้อของเบลล์ลงมากระซิบใกล้ๆ

          ‘ถ้าครูรู้ว่นายมีอะไรกับน้องนายตายแน่...เบลล์’

          พอได้ยินแบบนั้นไอ้เด็กแสบก็พยักหน้าให้ผมเบาๆเชิงรับรู้ด้วยสีหน้าลำบากใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหาตะวั ให้ผมได้ลากซินกลับบ้านของผมเอง

          “ครูคุยอะไรกับเบลล์” พอเข้ามาในบ้านได้ซินก็เอ่ยถามผมทันที ผมที่กำลังจะเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำก็ถึงกับหยุดชะงักแล้วหันไปมองเขาทันที ก่อนที่จะไหวไหล่ให้เขาเบาๆเชิงไม่มีอะไรก่อนที่จะหันหลังแล้วทำท่าจะเดินขึ้นบันไดไป แต่ซินเขาอยากรู้จริงๆไง

          “ครูบอกผมมาก่อนดิ” ว่าอย่างเดียวไม่พอเขายังยื่นมือเข้ามาคว้าต้นแขนผมให้หยุดเดินอีกด้วย

          คิ้วผมกระตุกทันทีกับการกระทำของเขา ผมหันไปมองหน้าเขาช้าๆก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของคนข้างล่าง แต่ไม่เป็นผลครับสะบัดยังไงมือเขาก็ยังคงจับท่อนแขนผมไว้เหมือนเดิม

          “ก็แค่คุยเกี่ยวกับนิสัยของตะวันเท่านั้นเอง นายจะอยากรู้ไปทำไม”

          “แต่เห็นเบลล์พูดถึงผมด้วย”

          “ก็แค่ยกตัวอย่าง”

          “ยกตัวอย่างอะระ...โอ้ย!ครู!!” ซินร้องโอยขึ้นมาทันทีที่ผมกัดเข้าที่มือของเขาแล้วยกขาถีบปิดท้าย ซินรีบถอยกรูดพลางเงยหน้ามองผมด้วยสายตาขุ่นเคืองทันที

          “ถามมากอยู่ได้” ผมว่ากลับไปแค่นั้นก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดต่อทิ้งให้เขายืนมองผมแล้วบ่นพึมพำอยู่ที่ตีนบันไดคนเดียว ผมจับใจความได้แค่ว่า

          ‘ครูแม่งโหดชะมัด’

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

          “พาย มีวันไหนบ้างที่นายเลิกสอนเร็ว” เสียงของพี่นุดังขึ้นมาให้ผมที่กำลังนั่งตรวจงานอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองต้องเงยหน้ามองลุงรหัสสุดหล่อของผม

          “ถามทำไมครับ” ผมย้อนถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

          “น่า ตอบพี่มาเถอะ” พี่นุว่าพลางกอดอกมองผมแล้วส่งยิ้มหล่อมาให้ ผมว่าถ้าผมเป็นผู้หญิงผมคงจะละลายไปแล้วล่ะมาเจอยิ้มแบบนี้เข้าให้ แต่ผมไม่ใช่ไง ผมเป็นผู้ชาย แล้วผมก็รู้ด้วยว่านิสัยลุงรหัสผมมันเป็นยังไง นิสัยตอนว้ากน้องเป็นยังไงนิสัยจริงๆก็เป็นอย่างนั้น

          “วันนี้ครับ ทำไมเหรอ”

          “นายไปซื้อของเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ วันนี้ เดี๋ยวนี้เลย หลังจากที่นายตรวจงานเสร็จ” ว่าแล้วพี่นุเขาก็ไปเลื่อนเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับผมแล้วเอามือเท้าคางมองผมไว้

          “ซื้ออะไรครับ ผมไมต้องเอาผมไปด้วย” ผมถามต่อในมือก็ตรวจงานของเด็กๆไปด้วย

          “วันพฤหัสกับศุกร์นี้มีกีฬาสี นายรู้ใช่ไหม” พอพี่นุพูดมาอย่างนั้นผมเลยพยักหน้าให้เบาๆ ใช่ครับวันนี้วันอังคารแล้วอีกไม่กี่วันก็วันงานกีฬาสี เด็กม.6ไม่ค่อยทำอะไรกันหรอกครับเพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหา’ลัยกัน

          “แล้วที่นี่เขามีฟุตซอลให้ครูผู้ชายแต่ล่ะสีมาแข่งกัน ปีนี้มีห้าสีนายกับพี่อยู่สีเดียวกันใช่ไหม สีแดงน่ะ” ว่าพลางมองหน้าผมไปด้วยอย่างไม่ละสายตาก่อนที่จะส่งยิ้มกริ่มมาให้ราวกับคิดอะไรไว้ในใจอยู่

          “พี่จะให้ผมลงแข่งฟุตซอลกับพี่?”

          “แสนรู้ดีหนิ สมแล้วที่เป็นหลานรหัสพี่ แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว” ว่าอย่างเดียวไม่พอ พี่นุยังยื่นมือเข้ามาขยี้หัวผมซะจนเสียทรงไปหมด จนผมต้องปัดมือพี่เขาออกทันที

          “ผมไม่ใช่หมานะมาว่าผมแสนรู้น่ะ แล้วก็แค่แข่งฟุตซอลไม่ใช่รึไง ทำไมต้องชวนผมไปซื้อของกับพี่ด้วยล่ะ พี่จะไปซื้ออะไรเหรอ” พอได้ทีผมเลยยิงคำถามใส่พี่นุไม่ยั้ง จนคนตรงหน้าผมต้องยกมือขึ้นเชิงห้ามไว้ให้ผมหยุดพูด

          “น่า ไปถึงแล้วนายจะรู้เอง ตรวจงานต่อไปเถอะ” ว่าแล้วพี่นุก็พยักพเยิดมาทางกองสมุดที่ผมต้องตรวจให้เสร็จเพื่อที่พรุ่งนี้เด็กๆจะได้มีสมุดเรียนกัน จริงๆแล้วก็ไม่ใช่การบ้านหรอกครับ แค่งานที่สั่งในคาบเรียนแล้วให้ส่งท้ายชั่วโมง ใครมันจะไปบ้าสั่งการบ้านให้กับเด็กม.6ที่ต้องไปต่อมหา’ลัยกันล่ะ

          ผมเหลือบมองกองสมุดที่ยังไม่ได้ตรวจอีกประมาณห้าถึงหกเล่มก่อนที่จะมองไปยังลุงรหัสที่เท้าคางมองงานที่ผมตรวจอยู่อย่างไม่คิดจะช่วย

          ก็นะ... งานใครงานมันนี่หว่า ทำๆไปเถอะ

 

@ห้างP

          “ครูพายวันนี้ผมไปเที่ยวกับเพื่อน ผมขอยืมมอเตอร์ไซค์ครูไปนะ” เสียงของซินดังออกมาจากโทรศัพท์ในขณะที่ผมกับพี่นุกำลังเดินลงจากรถยนต์ของพี่เขาที่พี่เขาเป็นคนขับมาเพื่อที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้าง

          “เออ แล้วก็ขับกลับบ้านไปเลยนะ” ผมตอบกลับไปห้วนๆพลางมองตอบพี่นุที่กำลังเดินอยู่ข้างๆไปด้วย

          “เอ้า แล้วครูจะกลับบ้านไงอ่ะ”

          “ครูมาทำธุระกับครูอนุชา เดี๋ยวให้ครูอนุชาไปส่งที่บ้าน” ผมอธิบายออกไปให้ซินฟังเป็นทอดๆ ไอเด็กนี่เวลาจะบอกอะไรต้องบอกออกมาเป็นขั้นเป็นตอน บอกไปแค่นิดเดียวก็จะถามออกมาเรื่อยๆจนหมดเปลือก ถามมากน่ารำคาญผมเลยอธิบายออกไปให้ฟังทีเดียวเลยดีกว่า

          “อ่อ ไปเดทกันก็ไม่บอก งั้นแค่นี้นะครูเจอกันที่บ้านครับ” ว่าจบซินเขาก็วางสายใส่ผมทันทีโดยที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้ด่า

          “เดทบ้านป้ามึงสิ...” ผมพึมพำเบาๆก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือตัวเองลงกระเป๋ากางเกง

          “เซอินเหรอ” พอผมเก็บโทรศัพท์ลงแล้วหันกลับไปเดินมองทางดีๆที่นุก็เอ่ยถามขึ้นมาทันควัน ผมหันไปมองพี่นุก่อนที่จะพยักหน้าให้เบาๆเชิงตอบว่าใช่

          “นี่นายยังสอนให้เด็กนั่นอยู่อีกเหรอ” ว่าแล้วพี่นุก็ถามผมต่อระหว่างที่ตัวเองก็เดินนำหน้าผมนิดหน่อยไปตามทางในห้าง

          “สอนสิครับ จนกว่าเขาจะติดมหา’ลัยที่พ่อแม่เขาอยากให้เข้านั่นแหละ ผอ.ฝากเขาไว้กับผมแล้ว” ผมว่าออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หน้าที่ผมคือสอนพิเศษให้กับเขา ให้เขาได้ติดมหา’ลัยที่เขาอยากเข้า แต่สิ่งที่เขาทำกับผมมันไม่ใช่ในฐานะของศิษย์กับครูน่ะสิ

          ถ้าถามว่าเรื่องอะไร ก็เรื่องที่เขามามีอะไรกับผมเนี่ยแหละที่ผมไม่ใช่

          “ตอนที่นายอยู่อีกโรงเรียนนึงก่อนที่จะมาที่นี่ นายสอนชั้นไหนนะ” อยู่ๆพี่นุก็ถามขึ้นมาถึงอดีตของผมก่อนที่จะมาสอนที่นี่

          “จบมาปีแรกสอนม.1 ปีที่สองกับที่สามผมสอนม.2” ผมว่ายาวออกไปพลางนึกถึงอดีตไปด้วยในใจ

          “อืม... งั้นปีนี้ก็เป็นม.6ปีแรกที่นายต้องส่งให้ถึงฝั่งสินะ ถึงว่าทำไมนายถึงจริงจังกับมันมากทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ที่พี่ติดต่อกับนายนายถึงดูชิลล์ๆ” พอพี่นุพูดออกมาผมถึงกับหันไปมองพี่เขาตาขวางทันที

          “ผมจริงจังกับเด็กทุกคนนั่นแหละพี่ ไม่ว่าจะสอนม.ไหนก็ตาม ผมโตแล้ว ยี่สิบห้าแล้วครับ” ว่าแล้วผมก็ยกมือขึ้นชี้ตัวเองทำท่าประกอบไปด้วยพร้อมกับทำหน้าเอาเรื่องอีกคน ทำเอาคนที่เดินข้างๆผมถึงกับหัวเราะชอบใจแล้วยกมือขึ้นมาขยี้หัวผมซะจนยุ่งเหยิงไปหมด

          “รู้แล้วครับหลานรหัสของพี่ ต่อให้นายโตแค่ไหนพี่ก็ยังคงเห็นนายเป็นเด็กในสายตาของพี่อยู่ดีนั่นแหละ” คำพูดของพี่นุทำเอาผมถึงกับยื่นปากออกไปอย่างไม่ค่อยชอบใจ

          “ไม่ดีรึไง พี่จะได้คอยเลี้ยงข้าวให้กับนายไงถ้าพี่ยังเห็นนายเป็นเด็กอยู่ แต่ถ้าพี่เห็นนายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเมื่อไหร่พี่จะไม่เลี้ยงข้าวหรือซื้ออะไรก็ตามให้กับนายเลยนะ” ว่าจบผมถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มให้พี่เขาทันที

          ของฟรีเลยนะ มีใครที่ไหนบ้างที่จะไม่เอา

          “อยากเห็นผมเป็นอะไรก็เห็นไปเลยครับ ว่าแต่พี่เถอะเดินมานานแล้วนะ พี่จะไปซื้ออะไรกันแน่” ผมถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยอยู่ออกไปพลางมองหน้าคนหล่อกว่าเป็นไหนๆที่กำลังมองทางแล้วเดินนำผมอยู่

          “ถึงแล้ว”

          “ร้านแว่น?” ผมหยุดยืนมองร้านที่ตัวเองกำลังยืนมองอยู่ก่อนที่จะหันไปถามคนที่พาผมมา พี่นุพยักหน้าให้ผมเบาๆก่อนเดินนำเข้าไปข้างในเลยทำให้ผมต้องเดินตามพี่เขาเข้าไปด้วย

          “จะมาซื้อคอนแทคเลนส์ครับ” พอเข้าไปในร้านได้พี่นุก็ทำการติดต่อกับพนักงานทันที ผมยืนขมวดคิ้วมองพี่เขาอยู่สักพักจนพี่เขาหันมามองหน้าผมก่อนที่จะเลิกคิ้วมองพลางส่งยิ้มหล่อให้แล้วเดินนำผมไปโซนคอนแทคเลนส์ที่พนักงานกำลังเดินนำไป

          พี่เขาก็ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ใช่รึไง พี่เขาจะซื้อไปทำไมวะ

          “นายสั้นเท่าไหร่” พอเดินมาถึงปุ๊บพี่นุก็หันมาถามผมทันที

          “หะ..ห้ะ? ผมเหรอ” ผมว่าพลางชี้ตัวเอง

          “ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร” แหม่...แค่นี้มีกวน ถามนิดถามหน่อยก็ไม่ได้ พอพี่นุตอบกลับมาคำนี้ผมถึงกับทำหน้านิ่งใส่ทันทีก่อนที่พี่เขาจะกระตุกยิ้มยียวนออกมา

          “ตอบมาสิ มีปากไว้พูดไม่ได้เอาไว้กินอย่างเดียวนะอ้วน”

          “สั้นสองร้อยห้าสิบ!” ผมพูดออกไปด้วยเสียงไม่ดังมากแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจในคำพูดของพี่เขา

          พี่นุก็ชอบเรียกผมแบบนี้ประจำถ้านึกอยากจะแกล้งผม ถ้าถามว่าทำไมพี่เขาถึงเรียกผมอย่างนี้น่ะเหรอ เพราะพี่เขาบังเอิญไปเห็นรูปผมตอนขึ้นม.1ในกระเป๋าเงินน่ะครับ ตอนนั้นผมอ้วนมาก พี่เขาเลยเรียกผมว่าอ้วนมาตลอดในช่วงแรกๆ แต่พอล้อมากๆแล้วผมเริ่มไม่เล่นด้วยพี่เขาเลยเลิกเล่นไปเอง แล้วนี่ก็ได้ยินในรอบสามปีเลยครับ

          “หึ ต้องให้เรียกอย่างนี้ถึงจะตอบ” พี่เขาหัวเราะในลำคอก่อนที่จะพึมพำเบาๆกับตัวเองแล้วหันไปคุยกับพนักงานต่อ โดยที่ไม่สนใจผมที่กำลังยืนงงอยู่กับการกระทำของตัวเขาเลย

          “พี่จะซื้อคอนแทคเลนส์ให้ผมเหรอ”

          “ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร”

          “เอาอีกแล้วพูดประโยคนี้รอบที่ร้อยแล้วนะ แล้วพี่จะซื้อให้ผมทำไมอ่ะ ผมไม่เคย...ใส่คอนแทคเลนส์สักหน่อย” ประโยคหลังผมพึมพำกับตัวเองเบาๆจนคนที่ยืนรอพนักงานจัดการกับคอนแทคเลนส์ที่พี่เขาสั่งให้ผมอยู่จับพิรุธผมได้

          “แน่ใจ? พี่ว่าพี่เคยเห็นรูปนายตอนใส่คอนแทคเลนส์อยู่นะ รู้สึกว่าจะใส่ตอนไหนนะ...ตั้งแต่ม.3จนถึงม.6รึเปล่านะถ้าจำไม่ผิด” ว่าจบพี่นุก็ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้พร้อมกับแววตาเจ้าเล่ห์ตามนิสัยของพี่มันที่เป็นคนมีเสน่ห์อยู่แล้วยิ่งทำให้ดูน่าหลงใหลเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

          ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมก็อาจจะละลายไปแล้วก็ได้ถ้าเจอท่าทางของพี่เขา

          “โรคจิต ชอบค้นประวัติคนอื่น” ผมว่าออกไปจงใจให้คนข้างๆได้ยิน

          “ไม่ได้โรคจิตสักหน่อย” พี่นุว่าพลางหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าเงินของตัวเองแล้วจ่ายให้กับพนักงานที่ยื่นถุงพลาสติกมาให้พี่เขา พอรับมาพี่เขาก็ส่งให้ผมเป็นคนถือก่อนที่จะหันไปรับเงินถอนจากพนักงานแล้วเดินออกจากร้านไปให้ผมได้เดินตามต้อยๆอยู่ข้างหลัง

          “พี่ซื้อให้ผมทำไม” ผมเดินตามพี่เขาไปในมือก็เปิดถุงพลาสติกออกเพื่อมองดูสิ่งของที่อยู่ข้างใน น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์สองขวด น้ำเกลือขวดใหญ่อีกหนึ่งขวด กล่องคอนแทคเลนส์อีกสองกล่อง แล้วก็น้ำตาเทียม

          ซื้อมายังกะจะเอามาเผาเล่นอย่างนั้นแหละ

          “ให้นายใส่เล่นฟุตซอลที่โรงเรียน นายจะได้เล่นได้ถนัดๆ” พี่เขาหันมาบอกกับผมก่อนที่จะหันกลับไปเดินต่อ

          พี่นุเขารู้ครับว่าผมชอบเล่นบอลเล่นฟุตซอล แล้วก็รู้อีกด้วยว่าตอนอยู่มัธยมผมเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน แต่อันนี้พี่เขาไม่ได้สืบหรอกครับ เพื่อนผมสมัยที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมยันมหา’ลัยมันยัดเยียดให้ผมลงฟุตบอลในงานกีฬาสีของมหา’ลัยแล้วก็ไปคุยอวดพี่เขาว่าผมเป็นเคยเป็นนักกีฬาของโรงเรียนซะงั้น เพราะงั้นผมเลยไม่รอดถึงผมจะปฏิเสธยังไงผมก็โดนพี่นุเขากดดันให้ลงอยู่ดี ก็พี่เขาเป็นเฮดว๊ากหนิเนอะ รู้ว่าเคยเป็นนักกีฬาแล้วไม่ลงก็เสียชื่อแย่

          “แล้วนายยิงเข้า ทำเหมือนตอนนั้นอีกนะ”

          ทำเหมือนตอนนั้น? อ่อ กระโดดขี่หลังพี่เขาอ่ะนะ?








-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #82 OHMeMEII (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 05:05
    ไม่เข้าใจว่านิยายเขียนดีพล๊อตก็เริสทำไมคะแนนนิยมน้อยจัง ไร้ท์อย่าหมดไฟนะ ขนาดแวนโก๊ะกว่าผลงานเขาจะบรรลือโลกศิลปินก็ตายซะละ แต่อย่างน้อยผลงานของเขาก็ยืนยงนะ เราเอาใจช่วยให้ไร้ท์โชคดีกว่าแวนโก๊ะนะ
    #82
    0
  2. #9 Wapitch (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:38
    กรี้สสสสเอฟศรีครูพายย
    #9
    0