[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 18 : ModifyLove17 : Don't take my hand [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

ModifyLove
17
Don’t take my hand
[Sein Part]

 

          “พี่พาย มันลื่นอ่ะผมจับไม่อยู่” ผมว่าออกไปทันทีที่ครูพายปอกลูกตาลชิ้นแรกจากทั้งหมดที่ผมซื้อมาใส่จาน ครูพายเขาเหลือบมองผมทันทีพร้อมกับสายตาที่บ่งบอกว่าครูเขากำลังก่นด่าผมอยู่ในใจ

          “หยิบไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน อุตส่าห์ปอกให้ขนาดนี้แล้ว” ว่าจบครูเขาก็หันไปปอกลูกตาลต่อให้ผมได้นั่งมองคนที่มัดหน้าม้าเปิดเถิก เอ้ยไม่ใช่ เปิดหน้าผากเนียนที่ผมไม่เคยเห็นได้นั่งมองโดยที่ไม่อาจละสายตาไปได้

          มัดจุกแล้วก็น่ารักดีนี่หว่า

          ไม่รู้หรอกนะว่ามัดเองรึเปล่าแต่มองแล้วก็น่ารักดี ครูพายนี่ตื่นกี่โมงผมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเมื่อเช้าพอผมตื่นแล้วไปปลุกครู ครูก็ไล่ผม ผมเลยทำตามที่ครูบอกอย่างง่ายดาย ตอนแรกก็กะว่าจะตื่นไปดูแหละว่ามีใครตื่นกันบ้างรึยังแต่พอเดินออกจากห้องมาผมก็ไม่เจอใครเลย ผมเลยจะกลับเข้าไปในห้องหาครูพายอีกทีก็มีรถกระบะสีน้ำเงินขับเข้ามาพร้อมกับพ่อของครูพาย

          พ่อครูพายเลยชวนผมออกไปข้างนอกบ้านด้วยกัน ว่าง่ายๆก็ไปขายลูกชิ้นนั่นแหละ ไม่ให้ผมอาบน้ำด้วย พ่อครูพายบอกผมว่ากลับบ้านมาแล้วค่อยอาบผมก็เลยทำตามอย่างว่าง่ายเพราะถ้าจะให้ผมอาบน้ำแล้วพ่อครูพายที่กลับมาเอาของเพิ่มให้มานั่งรอมันก็ไม่ใช่ เพราะแม่ครูพายเขาขายของอยู่คนเดียว

          ก็ตามนั้นนั่นแหละครับผมก็ไปช่วยเรียกลูกค้าเพราะผมทำอะไรไม่เป็น ส่วนใหญ่ก็จะได้แต่ลูกค้าผู้หญิงเพราะเห็นว่าผมเป็นลูกครึ่งล่ะมั้งเลยพากันสนใจใหญ่

          “เออพี่ หน้าผากกับโหนกแก้มไปโดนอะไรมาอ่ะ เขียวเป็นจ้ำๆเลย ผมลืมถาม” ผมเอ่ยทักออกไปพลางพยักพเยิดไปทางรอยเขียวที่อยู่บนหน้าเนียนของคนที่กำลังนั่งปอกลูกตาลอยู่ ครูละสายตาจากลูกตาลขึ้นมามองผมก่อนที่จะนั่งนิ่งคิดอะไรคนเดียวอยู่สักพักก็ค่อยตอบออกมา “สงสัยคงเป็นเพราะเมื่อคืน”

          “เมื่อคืนทำไมอ่ะ”

          “ล้ม”

          “แล้วล้มได้ยังไง”

          “สะดุดเท้าหมาตัวที่กำลังถามอยู่” คนมัดจุกตอบพร้อมด่าผมด้วยน้ำเสียงเชิงหงุดหงิดนิดหน่อยที่ผมถามมากพลางส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้อีก แต่ผมไม่รู้ไงว่าที่ครูส่งสายตาแบบนั้นมาให้มันเป็นเพราะผมถามมากหรือว่าเพราะผมเป็นต้นเหตุให้ครูต้องเจ็บตัว

          “ผมไม่รู้เรื่องนะ”

          “เออ หลับอยู่ก็คงจะรู้หรอก” พอสิ้นเสียงของครูพาย พี่เมฆที่นั่งอยู่ข้างๆผมฟังบทสนทนาอยู่นานก็เอื้อมมือออกไปหยิบยาหม่องที่อยู่ข้างเสาแล้วยื่นมาให้ผม

          “ทาให้พี่พายเขาหน่อยสิพี่เซอิน” ว่าไม่พอยังจะยัดยาหม่องมาใส่ในมือของผมอีกเมื่อผมไม่ยอมรับไว้

          จริงๆพี่เมฆมีศักดิ์เป็นพี่ผมนะถ้านับกันจากอายุเลย พี่เมฆอยู่ตั้งปี3 ผมอยู่แค่ม.6 แต่ที่พี่เมฆเรียกผมว่าพี่เพราะครูพายอ้างไว้ไงว่าผมเป็นน้องรหัสเขา ผมว่าผมก็เป็นคนตัวใหญ่แล้วนะแต่พอมาเจอพี่เมฆผมนี่ดับเลย ได้ยินมาจากครูพายด้วยแหละว่าพี่เขาเป็นนักบาสของมหา’ลัย ถึงว่าตัวสูงสักร้อยเก้าสิบได้มั้ง

          “เรียกมันว่าน้องเถอะ มันเป็นน้องของหลานของหลานรหัสอีกที ตอนนี้มันอยู่ปี2” แล้วครูพายก็พูดแก้ออกมาอย่างไหลลื่นเมื่อเห็นหลานตัวเองเรียกผมว่าพี่ ทำเอาผมชะงักไปนิดก่อนที่จะพยักหน้าให้พี่เมฆเออออไปกับครูพายด้วย

          “ก็ไม่บอกตั้งแต่แรกนะพี่ว่าเซอินอยู่ปี2”

          “มันดูแก่” พอสิ้นสุดคำพูดครูพายพี่เมฆก็หัวเราะหึออกมาจากลำคอก่อนที่จะให้ศอกสะกิดผมเบาๆพลางพยักพเยิดไปที่ครูพายอีกที ผมเลยพยักหน้าให้เชิงรับรู้ก่อนที่จะขยับเข้าไปใกล้ๆคนปากร้ายแล้วเปิดฝายาหม่องออกมา

          “ไม่ต้อง ทาเองได้” คนตัวเล็กกว่าหันขวับมามองผมทันทีพลางทำตาขุ่นๆใส่ผมอีก

          และสายตานั้นมันทำให้ผมอยากท้าทาย

          “โอ๊ย! เจ็บ! พี่บอกว่าไม่ต้องไง!” ครูตวาดใส่ผมทันทีที่ผมทายาหมองลงบนหน้าผากเนียนแล้วเผลอกดแรงไปหน่อยด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวเลยทำให้ครูวางลูกตาลในมือลงแล้วจ่อมีดมาทางผมแทน

          “พี่พาย แค่นี้เล่นมีดเลยเหรอ” ผมเอ่ยออกไปพลางชักมือออกจากหน้าผากคนถือมีดทันที

          “เออสิ บอกแล้วไงว่าทาเองได้!”

          “ขอโทษๆ ผมไม่แกล้งแล้ว มา เดี๋ยวผมทาให้ดีๆ” ผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเชิงออดอ้อนก่อนที่จะก้มมองหน้าอีกคนเป็นเชิงง้อ ครูพายมองหน้าผมสักพักก่อนที่จะคลายหัวคิ้วออกแล้วหันกลับไปทะเลาะกับลูกตาลต่อ

          ถ้าเงียบผมก็ถือว่าครูอนุญาตละกัน

          ผมค่อยๆก้มต่ำลงไปอีกเพื่อมองให้เห็นชัดๆว่ารอยช้ำเขียวอยู่ตรงไหนก่อนที่จะยื่นมือเข้าไปทายาให้อย่างเบามือ ระหว่างทาผมก็มองสีหน้าครูไปด้วย ครูดูจะชะงักไปนิดก่อนที่จะหยุดปลอกลูกตาลแล้วนั่งนิ่งๆให้ผมทายาต่อจนเสร็จ

          “เสร็จแล้วครับ ทำไมพี่หยุดปลอกลูกตาลล่ะ เคลิ้มที่ผมทายาให้เหรอ” ผมเลยได้โอกาสเอ่ยหยอกล้อออกไปด้วยความสนุก ก่อนที่ครูพายจะหันมามองผม

          “เคลิ้มบ้าอะไรล่ะ แขนนายบังต่างหาก” ว่าจบก็หันไปปอกลูกตาลในมือต่อจนเสร็จแล้วลุกหนีผมให้ผมได้แต่นั่งมองครูอยู่ที่เดิม พลางหยิบลูกตาลที่ครูปอกไว้ให้เหลือแต่ประเคนเข้าปากเอามาใส่ปากตัวเอง

          “ชอบกวนพี่พายแบบนี้ประจำเลยเหรอ” อยู่ๆพี่เมฆก็โพลงถามขึ้นมาพลางมองหน้าผมที่กำลังเคี้ยวลูกตาลที่ครูพายชอบก่อนที่จะพยักหน้าให้คนข้างๆเบาๆ

          “ทำไมเหรอครับ”

          “เปล่า แค่เห็นว่านายชอบแกล้งพี่เขาน่ะ” ว่าแล้วพี่เมฆก็ขยับตัวเข้าไปหยิบลูกตาลมาเข้าปากแล้วหันมามองผมต่อ “อย่าว่าแต่ผมเลยพี่เมฆ ผมแกล้งพี่พาย พี่เขาก็แกล้งผมกลับเหมือนกัน”

          “อืม ดูแล้วก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้” พี่เมฆพึมพำออกมาเบาๆก่อนที่จะมองไปยังคนถูกนินทาที่กำลังเดินมาทางนี้พลางยกมือขึ้นดึงหนังยางที่มัดหน้าม้าตัวเองออกด้วยแล้วยกมือขึ้นจัดทรงอยู่หน้ากระจก

          “เซอิน พรุ่งนี้ก็จะกลับกรุงเทพฯกันแล้วนะ” ครูพายพูดพลางนั่งลงตรงข้ามผมก่อนที่จะหยิบผลไม้ที่ตัวเองปอกแล้วเอาเข้าปาก ผมหันไปมองหน้าครูที่กำลังทำสีหน้านิ่งเรียบมองผมกลับอยู่ แต่มองได้แค่แป๊บเดียวครูเขาก็หันหนีไปมองอย่างอื่นแทน

          “ทำไมกลับเร็วจัง”

          “ก็พี่ลามาแค่สามวัน กลับไปก็ต้องไปโรงเรียนเตรียมเปิดเทอมสองอีก มีเวลาไม่มากหรอกนะ อีกสองอาทิตย์พี่ก็ต้องทำงานแล้ว” ครูพายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบถึงแม้ว่าสีหน้าจะดูเสียดายก็ตามที่ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ

          “งั้นถ้าพี่ปิดเทอมใหญ่เมื่อไหร่ พี่ชวนผมมาต่างจังหวัดอีกนะ”

          “เออ”

 

สองวันผ่านไป

          “ครูพาย วันนี้ไปงานมอเตอร์โชว์กัน”

          ผมว่าขึ้นมาหลังจากที่นั่งกินข้าวเช้ากันอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านของครูพายหลังจากที่กลับมาจากต่างจังหวัดบ้านเกิดครูเขา

          แล้วตอนนี้ผมก็กำลังชวนครูเขาไปงานมอเตอร์โชว์ที่เบลล์กับไม้มันเคยชวนผมไปก่อนหน้านี้อยู่หลายเดือน เพราะผมและมันอีกสองคนต่างก็ชอบขับบิ๊กไบค์ อีกอย่างพวกผมมันก็ชอบดูแข่งรถมอเตอร์ไซค์ด้วย แถมงานนี้ก็มีมอเตอร์ไซค์ของนักแข่งรถที่พวกเราสามคนชอบมาจัดให้ดูด้วย แล้วมอเตอร์ไซค์นั่นก็เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แข่งในสนามจริงเมื่อปีที่แล้วอีกต่างหาก

          งานนี้ไม่ไปไม่ได้หรอกครับ

          “ไม่ไป”

          แล้วเหมือนจะมีคนใจร้ายมาดับฝันผมทันที ครูพายตอบกลับมาเสียงเรียบก่อนที่จะนั่งกินข้าวต่อไม่สนใจผม ทำเอาผมถึงกับขมวดคิ้วหนักทันทีที่โดนปฏิเสธเสียงแข็ง

          “ทำไมอ่ะ”

          “งานเยอะ”

          “ครูต้องไปดิ”

          “ไปเองไม่ได้รึไง โตเป็นควายแล้วยังจะต้องให้ครูไปเป็นเพื่อนอีก” คนใจร้ายที่มีความปากร้ายบวกเพิ่มเข้าไป ตอบกลับมาอย่างไม่แยแส ผมวางช้อนในมือลงทันทีที่คำพูดของครูมันดูฟังไม่ค่อยเข้าหูสักเท่าไหร่

          “ผมอยากให้ครูไปด้วย ออกไปนอกบ้านบ้างไม่ได้รึไง ครูไม่โดนแดดเผาตายหรอก” แล้วคำพูดปีนเกลียวของผมก็ทำเอาคนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดเล็กๆจากตอนแรกถึงกับกันมามองหน้าผมอย่างเอาเรื่องทันที

          “ไม่ไปก็คือไม่ไปไง”

          “เดี๋ยวผมช่วยทำงาน แต่ครูต้องไปกับผมนะ ออกไปเที่ยวแค่วันเดียวเอง รู้น่าว่าอาทิตย์หน้าเปิดเทอมแต่พักผ่อนหน่อยก็ได้นี่ครู เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียนหรอก ผมขี้เกียจไปโรงเรียนกับครูอ่ะ” ผมอ้างออกไป พยายามหาทางให้ครูไปเที่ยวกับผมให้ได้ แน่นอนครับว่าก่อนเปิดเทอมครูพายเขาต้องไปทำงานที่โรงเรียน ซึ่งผมก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวแล้วไม่มีอะไรทำ ผมเลยหอบสังขารตามคนอายุมากกว่าไปด้วย

          “ไม่เคยขอให้ไปโรงเรียนด้วยสักหน่อย ถ้าขี้เกียจไปโรงเรียนก็ไม่ต้องไปจะไปเที่ยวที่ไหนก็ไปสิ ครูไม่เคยห้ามนายเลยนะว่าต้องอยู่แต่บ้านกับโรงเรียนน่ะ”

          ทำไมดื้อด้านจังวะ! อย่างี้ต้องใช้ไม้แข็ง!

 

@Motor Show

          “นั่นเซอินกับครูพิภัชหนิ!” เสียงของเบลล์ดังขึ้นมาหลังจากที่ผมเดินเข้าไปหามันที่กำลังยืนรออยู่

          ใช่ครับครูพายมากับผมด้วย แต่ครูเขาไม่ได้เต็มใจมาหรอก ผมบังคับมาเองแหละ ถ้าถามว่าบังคับยังไง ผมก็แค่เป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ให้ครูเหมือนทุกทีแต่ผมแค่เปลี่ยนเส้นทางจากโรงเรียนมางานนี้เท่านั้นเอง ง่ายๆแต่ก็เจ็บตัว โดนครูทั้งหยิกทั้งตบทั้งต่อยอยู่ตั้งนานจนกว่าครูจะพอใจ หลังจากนั้นครูค่อยโทรไปลากับครูอนุชา แล้วเอาแต่นั่งไม่พูดไม่จามาจนถึงที่นี่เนี่ยแหละครับ

          “ครูพิภัชสวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยครู นี่ครูมางานนี้ด้วยเหรอเนี่ย ครูก็ชอบรถเหมือนกันเหรอ” แล้วเบลล์มันก็ชวนคุยทันทีที่ผมกับครูเดินเข้าไปถึง

          “จริงๆจะไปทำงานที่โรงเรียน แต่โดนหมาลากมาด้วย” ว่าพลางเหล่มามองผมก่อนที่จะละสายตาจากผมไปมองที่คนถามเหมือนเดิม

          “พี่พาย”

          “ตะวัน! มาอยู่ที่นี่ได้ไง ปกติเราก็ไม่ค่อยได้ชอบพวกรถไม่ใช่เหรอ” คนตัวเล็กที่ยืนข้างๆผมอยู่ก่อนหน้านี้รีบเดินเข้าไปหาคนที่เรียกตัวเองว่าพี่ทันทีที่คนเรียกเดินออกมาจากห้องน้ำที่เรากำลังยืนอยู่แถวๆนั้น

          “พี่เบลล์ชวนมาน่ะครับ” ตะวันตอบมาแค่นั้นก่อนที่จะมองไปยังคนชวนที่กำลังยืนยิ้มให้อยู่ ผมใช้ศอกสะกิดเพื่อนตัวเองเบาๆให้มันหันมามองที่ผมแล้วเอ่ยถามออกไป

          “คนนี้เหรอ” ผมถามออกไปพลางกอดอกส่งยิ้มพรายถามเพื่อนตัวเองที่ก่อนหน้านี้บอกนักบอกหนากับผมในกลุ่มไลน์กับไม้ว่าจะพาคนพิเศษของมันมาที่งานนี้ด้วย

          ก็นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ตะวันนี่เอง

          “แล้วเห็นว่าฉันชวนใครมาล่ะ” มันตอบกลับมายิ้มๆก่อนที่จะหันไปหาไม้ที่กำลังยืนคุยอยู่กับซันไม่สนใจผมเลยว่าผมกับครูพายมาถึงแล้ว “ไม้มันก็บอกใช่ไหมว่ามันจะพาคนที่มันกำลังสนใจมาด้วย นั่นไง ซันนั่นแหละ”

          “นี่ฉันมีเพื่อนเป็นเกย์กันรึไงวะ ทำไมแต่ละคนสนใจถึงมีแต่ผู้ชาย ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นผู้หญิงซะอีก” ผมบ่นออกไปก่อนที่จะยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองอย่างหมดอารมณ์ที่ผิดหวังไปนิดหน่อย

          “ว่าแต่นายเถอะ ชวนครูพิภัชมาไม่ใช่รึไง ไม่ใช่ว่านายคิดอะไรกับครูพิภัชเหรอ” เบลล์ว่าออกมาพลางมองผมอย่างมีเลศนัยให้ผมได้ยกมือขึ้นตบหัวมันทันที

          “ป่าวสักหน่อยฉันก็ไม่ได้คิดอะไรหนิ ก็แค่อยากให้ครูออกมาพักผ่อนหลังจากที่ทำงานหนักมาทุกวันบ้างก็เท่านั้น อีกอย่างนึงคือพวกนายบอกกันไว้หนิว่าจะพาคนที่สนใจมาด้วย ถ้าฉันมาคนเดียวฉันก็กลายเป็นหมาหัวเน่าไงฉันก็เลยชวนครูมาเป็นเพื่อน ฉันจะได้ไม่ต้องเดินดูคนเดียว” ผมว่ายาวออกไปพลางมองเพื่อนตัวเองที่กำลังลูบหัวปอยๆหลังจากที่โดนผมตบเข้าไป

          “เหอะ ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะเซอิน” ว่าจบมันก็หันหนีผมก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดคอตะวันที่ตัวเตี้ยกว่ามันนิดหน่อยแล้วขออนุญาตครูพายว่าจะขอเดินกับตะวันกันสองคน ซึ่งครูพายก็พยักหน้าตกลงอย่างไม่มีข้อแม้ ก็เบลล์มันเป็นคนชวนตะวันมาหนิแล้วจะให้ครูพายไปเดินกับตะวันกันสองคนมันก็ไม่ใช่เรื่องสักหน่อย

          พอมันจัดการเรื่องของตัวเองเสร็จปุ๊บมันก็หันกลับมาเรียกไม้กับซันที่ยังยืนคุยกันอยู่ตั้งแต่ต้นให้เข้าไปในงาน พอได้ยินอย่างนั้นไม้กับซันก็เดินเข้าไปในงานทันทีโดยที่ไม่ลืมมาทักผมกับครูพายที่เป็นเหมือนธาตุอากาศสำหรับสองคนนี้ด้วย

          “เข้าไปกันเถอะครู” พอเพื่อนๆผมเข้าไปข้างในกันหมดแล้ว ผมเลยเดินเข้าไปหาครูพายที่ยังคงยืนอยู่หน้างานไม่เดินเข้าไปสักที ครูพายเหลือบมามองผมด้วยหางตานิดๆก่อนที่จะเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในทันทีให้ผมต้องรีบเดินตามอีกคนไป

          “ครูยังโกรธผมอยู่เหรอ” ผมว่าพลางเดินเข้าไปตีคู่อีกคนที่เอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่ลงจากรถ

          “...”

          “ใบ้แดกอ่อครู”

          “...”

          คราวนี้ก็ยังเงียบอยู่เหมือนเดิมครับ แต่เพิ่มมาหน่อยคือครูหันมามองหน้าผมด้วยสายตาขุ่นเคืองพร้อมกับท่าทีที่ไม่สบอารมณ์ทำเอาผมต้องรีบหุบปากทันทีด้วยความกลัวตาย

          ถ้าไม่อยากตายหรือเจ็บตัวก็อย่าทำให้ครูระเบิดลง

          “ขอโทษครับครู” ผมว่าออกไปก่อนที่จะเดินนำคนที่ยืนอยู่ข้างๆขึ้นไปนิดหน่อยเชิงเดินนำคนที่กำลังโกรธผมอยู่ ครูพายดูจะชะงักไปนิดก่อนที่จะเดินตามต่อโดยที่ไม่ปริปากพูดอะไรเหมือนเดิม

          “ขอโทษทุกๆเรื่องเลยครับ”

          “เออ” เสียงทุ้มของคนข้างหลังตอบกลับมาให้ผมได้หันไปมองด้วยความประหลาดใจ ปกติจะโกรธนานกว่านี้หนิแล้วทำไมวันนี้ครูพายโกรธเร็วจัง

          “หายโกรธแล้วอ่อครู” ผมถามต่อก่อนที่จะก้าวขาสั้นลงให้คนที่เดินตามอยู่ข้างหลังขึ้นมาเดินข้างๆตัวเอง

          “อย่าต้องให้พูดซ้ำซาก อารมณ์ไม่ดี” ครูว่าออกมาแค่นั้นก่อนที่จะหันไปมองรอบๆงานที่กำลังเดินดูอยู่ด้วยท่าทีที่ไม่ใส่ใจนัก ถ้าตอนนี้ครูอารมณ์ไม่ดีผมก็ควรที่จะชวนคุยเรื่องอื่นสินะ

          “ครูจะไปเดินกับพวกไม้ไหม หรือจะเดินกับผม ถ้าเดินกับไม้ผมจะได้เดินไปส่งครูแล้วผมจะได้เดินคนเดียว” ผมถามคนข้างๆพลางมองไปรอบๆตัวที่มีมอเตอร์ไซค์มากมายหลายรุ่นตั้งโชว์อยู่

          “ไล่ครูรึไง” พอสี่คำนี้หลุดออกมาจากปากคนข้างๆด้วยน้ำเสียงไม่พอใจผมถึงกับต้องหันกลับไปมองแล้วส่ายหัวปฏิเสธอย่างทันควัน

          “ไม่ใช่ครู ผมไม่ได้ไล่ครูนะ ก็เผื่อครูจะหงุดหงิดที่เดินกับผม ผมก็เลยจะให้ครูไปอยู่กับพวกเพื่อนๆผมไง ครูจะได้อารมณ์ดีขึ้น” ผมอธิบายออกไปด้วยท่าทีร้อนรนจนคนใส่แว่นที่กำลังมองผมอยู่ถึงกับถอนหายใจแล้วส่ายหัวเบาๆให้กับความงี่เง่าของผม

          “ก็บอกว่าหายโกรธแล้วไงแค่นี้ทำไมต้องให้อธิบายอีก เดินกับนายนั่นแหละ เพื่อนนายเดินหายเข้าไปในกลีบเมฆแล้ว งานใหญ่ขนาดนี้เดินหากันไม่เจอหรอก อยากจะเดินดูอะไรก็ดูครูจะเดินตามเงียบๆเอง” ครูเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผมซะยาวเหยียดให้ผมได้พยักหน้ารับแล้วหันกลับเดินเข้าไปมองมอเตอร์ไซค์ที่ผมกำลังยืนมองอยู่ก่อนหน้านี้

          “นี่ครูดูดิ รุ่นนี้ผมชอบมากเลยนะ ทรงก็สวย แต่ติดอย่างเดียวคือเวลาขับมันไม่ค่อยโอเคสำหรับผมอ่ะ” ผมที่กำลังยืนดูอยู่เงียบๆพอครูพายเดินเข้ามาดูด้วยผมก็ชวนคุยทันที ครูพายก็พยักหน้ารับเบาๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมเลยเหลือบมองนิดนึงก่อนที่จะเดินออกจากบูธนั้นแล้วไปบูธอื่นต่อโดยที่จูงมือครูไปด้วย

          “นะ..นี่! ไม่ต้องจับมือก็ได้!”

          “ไม่เอาครู เดี๋ยวหลงทางกัน” ว่าแล้วผมก็ไม่ได้ฟังเสียงบ่นของครูอีก ตอนนี้จิตใจผมไปอยู่กับรถหมดแล้วครับ ผมเดินดูบูธอื่นๆไปเรื่อยๆ ชวนครูพายที่อารมณ์ไม่ค่อยดีคุยจนครูเขาอารมณ์กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมก่อนหน้านี้ที่ผมจะมัดมือชกพาครูมางานนี้ด้วย

          “ครู! ดูดิ! นี่ไงรถของนักแข่งที่ผมชอบ!” ผมรีบเดินปรี่เข้าไปทันทีที่เห็นบูธที่คนมุงดูกันเยอะๆ

          “เขาให้ขึ้นไปนั่งได้ด้วยเหรอ” ครูเอ่ยถามผมขึ้นมาทันทีที่เดินมาถึงพลางมองคนอื่นๆที่กำลังขึ้นไปขี่รถที่ใช้แข่งแล้วให้เพื่อนถ่ายรูปให้อยู่

          “ได้ดิครูเดี๋ยวครูถ่ายให้ผมด้วยนะ พวกเพื่อนๆผมมันมาที่นี่กันรึยังนะ...”  ประโยคแรกผมหันไปบอกครูแต่ประโยคสุดท้ายผมพึมพำพูดกับตัวเองพลางมองไปรอบๆเพื่อหาเพื่อนตัวเองไปด้วย

          “เข้าไปสิถึงทีนายแล้ว เดี๋ยวครูถ่ายรูปให้” เสียงจากคนข้างๆดังขึ้นมาให้ผมได้ละสายตาจากการมองหาเพื่อนตัวเองหันไปมองที่ต้นเสียงก่อนที่จะพยักหน้าให้เบาๆ ผมเดินเข้าไปที่รถแข่งให้ครูถ่ายรูปคู่ให้อยู่สักพักก่อนที่จะเดินเข้าไปหาคนถ่ายรูปเพื่อขอดูรูปตัวเอง

          “โหครู ถ่ายสวยอ่ะ มีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมรับโทรศัพท์ของครูมาดูรูปตัวเอง ครูถ่ายมาให้ผมเยอะเลยครับ มีแต่รูปดีๆทั้งนั้น

          “เคยเรียนถ่ายรูปกับเพื่อนมาก่อน” ครูตอบออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่จะถอดสายตามองไปรอบๆบูธของนักแข่งรถที่ผมชอบที่ตอนนี้มีทั้งรถแข่ง หมวกทีม เสื้อแจ็คเก็ตทีม เสื้อยืดก็มี มีหมดเลยครับสำหรับของที่เกี่ยวกับทีมของนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์

          “เบอร์ 42 เหรอ”

          “ใช่ครับเบอร์ 42 พี่เขาแข่งรายการระดับโลกรุ่นใหญ่ ครูรู้จักป่ะ โมโตจีพี” ผมเว้นช่วงไว้แล้วหันไปถามคนที่กำลังทำหน้าอึนใส่ผมอยู่

          “ไม่”

          “งั้นถ้ามีแข่งเมื่อไหร่เดี๋ยวผมพาดู ปีนี้พี่เขาแข่งเป็นปีที่สองแล้วล่ะครู ส่วนปีที่แล้วพี่เขาเพิ่งขึ้นจากรุ่นโมโตทูมาเข้ารุ่นโมโตจีพีได้แค่ปีเดียวพี่เขาก็เกือบได้แชมป์โลกแล้วอ่ะ เก่งป่ะล่ะ พี่เขาอายุน้อยกว่าครูอีกนะอายุยี่สิบเอง ผมชอบมากเลยเดี๋ยวผมเป็นคนพาครูดูแข่งรถมอเตอร์ไซค์เอง” ผมว่ายาวออกมาถึงสิ่งที่ผมชอบให้กับคนข้างๆฟัง

          “เขาเป็นคนไทยเหรอ นายถึงไปเรียกเขาว่าพี่อย่างนั้น” ครูถามพลางเงยหน้าขึ้นมองผมที่กำลังเล่าอย่างสนุกสนาน

          “ก็...ถ้านับจากสัญชาติพี่เขาก็สัญชาติอังกฤษนะ แต่ว่าพ่อแม่พี่เขาเป็นคนไทย พี่เขาเลยแข่งในนามของประเทศอังกฤษ” ผมว่าออกไปในขณะที่ก้าวเท้าเดินดูของที่ระลึกไปด้วย

          “แล้วทำไมเขาไม่มาแข่งในนามของประเทศไทยล่ะ”

          “ถ้าจะให้พูดจริงๆก็อาจจะมองพี่เขาเป็นคนตรงๆแรงๆเหมือนครูก็ได้อ่ะนะ คือพี่เขาบอกว่าประเทศไทยไม่ได้มีส่วนร่วมให้พี่เขาขึ้นมายืนถึงจุดๆนี้ แต่ยังไงพ่อแม่พี่เขาก็เป็นคนไทย พี่เขาก็จะรอจนกว่าคนไทยจะรู้จักกีฬาประเภทนี้ให้มากๆก่อน พี่เขาถึงจะยอมแข่งในนามของประเทศไทย เพราะงี้ผมเลยชวนครูดูแข่งรถไง”

          ผมว่าเอ่ยออกไปอย่างมีอรรถรสพลางมองหน้าไม่สบอารมณ์ของครูพายที่เอาครูเขาเข้าไปอ้างด้วย ก่อนที่ครูพายจะเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจจนผมต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

          “กับวิชาคณิตนายเคยจริงจังขนาดนี้ไหม”







ThaRat Talk
      
          กับวิชาคณิตเคยจริงจังขนาดนี้ไหม 5555+ ครูพายคงแอบเคืองอยู่นิดๆแหละเนอะที่เซอินจริงจังกับเรื่องกีฬามากกว่าตัวเอง(?) ไม่ใช่และ วิชาที่ตัวเองสอนต่างหากกกก
          แล้วทุกคนเห็นอะไรมั้ยยย ที่ว่านักแข่งรถที่ซินชอบเบอร์ 42 เป็นคนไทยสัญชาติอังกฤษอ่ะค่ะ รัตน์ว่ารัตน์จะแต่งเรื่องเกี่ยวกับแข่งรถขึ้นมาอีกเรื่องเพื่อสนองนี้ดตัวเอง เพราะเป็นคนที่ชอบดูแข่งรถ Moto GP ถ้าใครชอบเรื่องแข่งรถ หรืออยากลองอยากติดตามก็ลองอ่านดูได้นะคะ ซึ่งจะได้อ่านเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะรัตน์กะว่าจะเอาเรื่องนี้ให้จบก่อนถึงจะเปิดเรื่องใหม่ แต่งไปทีละเรื่องจะได้ทุ่มเทกับมันให้เต็มทีเนอะ :D

คอมเมนต์ให้ครูพายกับเซอินกันหน่อยน้าาา






ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #67 2222548 (@2222548) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 00:59
    ครูพายหึงหรอค่ะ งือ แม่ฟิลลลลล
    #67
    0