[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 16 : ModifyLove15 : Let me feed you [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 พ.ย. 59

ModifyLove
15
Let me feed you
[Sein Part]

 

          “ฟังออกสิครับ ภาษาบ้านเกิดของพี่รหัสสุดหล่อของผมหนิ” ผมว่าออกไปก่อนที่จะส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผม ครูพายดูจะตกใจมาก เพราะทันทีที่ผมพูดออกไปดวงตากลมโตทั้งสองดวงที่อยู่หลังกรอบแว่นก็ถึงกับเบิกกว้างทันที

          ถ้าถามว่าผมรู้ได้ไงน่ะเหรอครับ จริงๆผมก็ไม่รู้หรอกผมเดาไปงั้นแหละ ได้ยินว่าลูกคุณหนูๆก็เลยคิดว่าครูเขาต้องด่าผมแน่ๆ ผมก็เลยพูดออกไป ถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมคิดก็คงหน้าแตก แต่ถ้าใช่ก็ถือว่าโอเค

          แล้วก็ใช่จริงๆอย่างที่ผมคิดนั่นแหละครับ

          “นี่ นายน่ะลูกครึ่งไทย-อังกฤษไม่ใช่รึไง ทำไมนายถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้” แล้วครูพายก็ถามขึ้นมา

          “ใช่ครับ” ผมตอบกลับไปพลางส่งยิ้มยียวนไปให้

          “แล้วทำไมนายถึงรู้ได้ล่ะว่าเมื่อกี้นี้พี่พูดอะไร” ครูพายก็ยังคงถามต่อ ผมเลยตอบออกไปด้วยท่าทีไม่รู้ไม่ชี้แล้วถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องซะเลย “ก็ผมเก่ง ผมหิวแล้ว พี่ส้มกับพี่หวายมีอะไรให้ผมกินบ้างไหมครับ”

          “มีๆ พี่ทำไว้ให้นายกับพายอยู่ เดี๋ยวพี่ไปยกมาให้นะ ไปยกเร็วพาย” พี่หวายเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะหันไปบอกครูพายที่กำลังนั่งมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อที่ผมพูดก่อนที่จะหันไปมองพี่สาวของตัวเองแล้วลุกเดินตามไปด้วยท่าทีอิดออด

          “นี่ตกลงฟังภาษาอีสานรู้เรื่องจริงๆเหรอ” แม่ของครูพายหันมาถามผมหลังจากที่พี่หวายกับครูพายเดินเข้าไปในครัวแล้ว สมาชิกที่นั่งอยู่บนเสื่อใต้ถุนบ้านเลยมีกันอยู่สามคนมีแม่ครูพาย พี่ส้ม แล้วก็ผม ส่วนพ่อน่ะเหรอครับเห็นว่าจะไปที่นานะ ไปพร้อมๆกันกับตอนที่ครูพายลุกไปนั่นแหละ

          “ไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมแค่เดาเอาเฉยๆ” ผมหันไปตอบแม่ของครูพายที่พูดภาษาไทยกับผมตามความจริง ผมก็แค่อยากแกล้งครูพายเฉยๆหรอก เลยโกหกไปว่าฟังรู้เรื่อง

          “ไอ้เราก็นึกว่าฟังออกจริงๆ แล้วนี่ครั้งแรกรึเปล่าที่มาภาคอีสาน” พี่ส้มว่าขึ้นมาแล้วถามผมต่อให้ผมได้หันไปส่ายหน้าให้พี่เขาเบาๆก่อนที่จะว่าต่อ

          “นี่ครั้งแรกครับที่ได้ออกมาเที่ยวต่างจังหวัดและออกมานอกกรุงเทพฯ เพราะว่าปกติผมจะอยู่แต่บ้านหรือไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะครับ”

          ผมว่าออกไปพลางมองครูพายที่เดินถือจานสองใบเข้ามากับพี่หวายที่เดินถือจานมาอีกหนึ่งใบและกระติบข้าวมาอีกหนึ่งใบก่อนที่จะวางลงตรงหน้าผมพร้อมกันกับที่ร่างบางของครูพายขยับเข้ามานั่งข้างๆผมให้ผมได้หันไปมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

          “พาย สอนเซอินด้วยล่ะว่ากินอะไรยังไง น้องเขาเพิ่งมาเที่ยวต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกหนิ” แล้วพี่ส้มก็สะกิดครูพายพลางพยักพเยิดมาทางผม ครูพายหันมามองหน้าผมสักพักก่อนที่จะหันไปหยิบกระติบข้าวมาไว้ข้างหน้ากึ่งกลางระหว่างผมกับครูแล้วเปิดมันออก

          “มีมือหนิ หยิบอะไรได้เอาเข้าปากแล้วเคี้ยวๆเท่านี้ก็กินได้แล้ว ไม่เห็นต้องสอนเลย” แล้วครูก็หยิบข้าวเหนียวที่อยู่ในกระติบออกมากำปั้นหนึ่งก่อนที่จะหันไปนั่งกินอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าโดยไม่สนใจผม จนแม่ครูพายที่นั่งมองอยู่ถึงกับถอนหายใจออกมา

          “พาย อย่าใจร้ายกับน้องเขานักสิ อะไรที่สอนได้ก็สอนให้น้องเขารู้หน่อย เผื่อน้องเขาจะไม่รู้จริงๆ น้องเขาเป็นลูกครึ่งคงจะไม่เคยมากินอาหารอะไรแบบนี้หรอก” แม่ของครูพายพูดออกมาให้ผมได้พยักหน้าเห็นด้วย ครูพายเบะปากออกมานิดหน่อยก่อนที่จะหันมาหาผมแล้วชี้จานที่สามใบให้ผมดูตามลำดับ

          “นี่คือส้มตำ ส่วนนี่ก็ลาบเป็ด แล้วก็ไข่เจียว กินเป็นไหม ถ้ากินไม่เป็นพี่จะได้ป้อนให้”

          ครูพายพูดออกมาพลางหันมามองหน้าผมไปด้วยพลางเลิกคิ้วสูง ผมรู้ครับว่าที่ครูเขาพูดน่ะครูพูดประชด แต่เห็นสีหน้าครูเขาแล้วผมก็นึกว่าแกล้งขึ้นมาซะแล้วสิ

          “กินไม่เป็นครับ ป้อนผมหน่อยสิ”

          ผมว่าออกไปพลางส่งยิ้มยียวนให้กับคนข้างๆก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะมองหน้าผม ครูพายชักสีหน้าใส่ผมเล็กน้อยก่อนที่จะปรับให้ราบเรียบตามเดิมแล้วหันไปใช้ช้อนตักไข่เจียวมาแล้วยัดข้าวเหนียวในมือครูใส่ปากผมตามด้วยไข่เจียวร้อนๆ

          “โอ๊ยพี่! ร้อนอ่ะ ไข่เจียวมันร้อน!”

          “อย่าบ่นเลยน่า ก็ป้อนให้แล้วไง” ครูพายว่าออกมาพลางส่งยิ้มมุมปากเหมือนสะใจที่ได้แกล้งมาให้ผมก่อนที่จะหันกลับไปกินข้าวต่อโดยที่ไม่สนใจผม จนพี่ส้มต้องรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วยื่นมาให้ผม ผมเลยรีบรับมาแล้วเคี้ยวอาหารที่อยู่ในปากให้หมดแล้วดื่มน้ำตามทันที

          “พายนายนี่ก็ใจร้ายเกินไปแล้วนะ” พี่หวายสวนขึ้นมาทันทีที่ครูพายหันไปกินข้าวต่อ

          “รักหรอกจึงหยอกเล่น” ครูพายพูดมาแค่นี้ก่อนที่จะกินข้าวไปเรื่อยๆไม่สนใจใครอีก ผมเลยนั่งมองครูเขากินข้าวแล้วกินตามไปด้วยก่อนที่จะหันไปหาคนที่เหลือที่กำลังนั่งมองผมกับครูพายกินข้าวกันอยู่

          “ไม่มากินด้วยกันเหรอครับ” ผมว่าออกไปเสียงเรียบ

          “ไม่ล่ะ เพิ่งกินไปเมื่อตอนบ่ายโมง เดี๋ยวค่อยกินอีกทีตอนค่ำๆ พี่ไปซื้อน้ำแข็งก่อนนะ” พี่ส้มตอบกลับมาก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากบ้านไปยังร้านขายของที่อยู่เยื้องๆกับตรงข้ามบ้านของตัวเอง

          “อิ่มแล้ว” แล้วเสียงของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆผมก็ดังขึ้นมาให้ผมได้ละสายตาจากพี่ส้มไปมอง ก็เห็นครูพายกำลังนั่งมองผมอยู่ก่อนที่จะหยิบข้าวเหนียวมากำปั้นหนึ่งให้ผมได้มองด้วยสีหน้างุนงงกับการกระทำของคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆ

          “ไหนพี่บอกว่าอิ่มแล้วไง”

          “แบมือมา” แล้วครูพายก็เงยหน้าจนกระติบข้าวเหนียวขึ้นมามองหน้าผมแล้วเอ่ยปากสั่งทันที ผมเลยได้แต่มุ่นคิ้วด้วยความงุนงงจนครูพายรอไม่ไหว ครูเขาคว้ามือผมมาแล้วยัดข้าวเหนียวก้อนนั้นใส่ในมือผมทันทีก่อนที่จะปิดกระติบแล้วลุกเดินถือกระติบข้าวเข้าไปในครัว

          “พี่พาย ผมกินแค่นี้ไม่อิ่มหรอก เอากระติบข้าวมา” แล้วผมก็ตะโกนเรียกคนที่เดินเข้าไปในห้องครัวให้กลับมา ถ้าถามว่าผมกินไปเยอะไหม ก็กินไปเท่าๆกันกับครูเขาแหละครับถือว่าเยอะอยู่นะ แต่ว่ามันอยากกินอีก

          “กินไปเท่านั้นแล้วค่อยกินน้ำตามนั่นแหละ พายน่ะทำถูกแล้วที่ให้นายกินแค่นั้น” แล้วแม่ของครูเขาก็เอ่ยขึ้นมาให้ผมได้หันไปถามด้วยความสงสัย “ทำไมเหรอครับ”

          “เพิ่งเคยกินข้าวเหนียวเป็นครั้งแรกใช่ไหม คนที่เพิ่งกินเป็นครั้งแรกน่ะจะกินไปเรื่อยๆไม่หยุด แล้วถ้ากินมากเกินไปข้าวเหนียวมันจะไปบานในท้องแล้วทำให้ปวดท้องน่ะ เข้าใจรึยัง” แล้วพี่หวายก็ให้คำตอบกับผมแทนแม่ของครูพาย ผมเลยพยักหน้าให้เบาๆก่อนที่จะก้มหน้าก้มตากินต่อจนหมด ผมเลยยกจานสามใบเดินเข้าไปในห้องครัวที่ครูพายยังไม่เดินออกมาเลยหลังจากที่เดินหายเข้าไป

          “พี่ ทำไรอยู่อ่ะ” ผมว่าพลางเดินเข้าไปหาคนที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นครัวแล้วหันหลังให้ผมอยู่ ครูพายหันมามองหน้าผมพอรู้ว่าเป็นใครครูก็หันกลับแล้วไปเล่นกับหมาสองตัวที่ผมเจอตอนอยู่ในห้องน้ำต่อ

          ผมเลยยืนมองอยู่สักพักก่อนที่จะวางจานทั้งสามใบที่ยังมีอาคารอยู่ไว้ในตู้กับข้าวก่อนที่จะเดินไปหาครูพายที่นั่งอยู่ ผมทรุดตัวนั่งลงข้างๆครูพลางมองอาหารที่ครูป้อนหมาทั้งสองตัวนี้ไปด้วย

          เดี๋ยวนะ... อาหารที่ครูป้อนหมาสองตัวนี้คือข้าวเหนียว?

          “พี่ ทำไมให้มันกินข้าวเหนียวอ่ะ เดี๋ยวมันก็ไปบานในท้องหรอก” ผมว่าออกไปตามที่พี่หวายเคยบอกผม ครูหันมามองหน้าผมสักพักก่อนที่จะหันกลับแล้วไปลูบหัวหมาสองตัวนั้นอีกสักทีสองที

          “ก็ให้บานไปสิ หมามันจะได้อิ่ม” ว่าแล้วครูก็ลุกเดินออกมาให้ผมได้เดินตามก่อนที่จะคิดอะไรสนุกๆออกที่จะหาเรื่องแกล้งครู

          “แหม่ ทีหมานี่ไม่ห่วงเลยนะว่าข้าวเหนียวมันจะไปบานในท้อง แต่กับน้องคนนี้พี่กลับห่วงจังเลย ห่วงโดยที่ไม่พูดด้วยนะ เน้นที่การกระทำอย่างเดียว” ผมว่าพลางเดินเข้าไปข้างๆอีกคนเพื่อดูสีหน้า พอผมพูดจบครูดูชะงักไปนิดหน่อยก่อนที่จะเอ่ยออกมา

          “ก็จะเก็บข้าวไว้ให้หมากินไง กลัวน้องรหัสนรกจะกินหมดซะก่อน” ว่าจบครูก็เดินแซงผมไปหาพี่ส้มทันที ปล่อยให้ผมได้แต่บ่นอุบมองคนที่เดินหนีไป

          “พี่ส้มผมหิวน้ำอ่ะ ทำให้กินหน่อยดิ” เสียงของครูพายดังขึ้นมาหลังจากที่นั่งลงข้างๆพี่ส้มแล้ว พี่ส้มก็หันไปมองครูพายพลางเลิกคิ้วสูงก่อนที่จะเอ่ยออกมา “กระติกน้ำก็อยู่แค่นี้ ทำกินเองสิ” ว่าแล้วพี่ส้มก็ชี้ไปยังกระติกน้ำสีเขียวที่ตั้งอยู่ข้างๆพี่ส้มให้ผมได้มองตาม

          “โถ่พี่ ผมอุตส่าห์อ้อนนะ ทำให้กินหน่อยสิ นะๆๆๆ”

          “เออก็ได้ ขี้ตื้อจริงๆเลยนะนาย” ผมมองทั้งสองคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งข้างๆครูพายแล้วหันไปมองนาฬิกา หกโมงกว่าแล้วแฮะ

          “ขอบคุณครับ” เสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างๆดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมองก็เห็นครูรับน้ำจากพี่ส้มมาแล้วกำลังยกขึ้นดื่มก่อนที่จะลดแก้วลง ผมเลยคว้าแก้วน้ำที่อยู่ในมือครูขึ้นไปกินต่อ คนข้างๆหันขวับมาหาผมพลางส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้ผมได้มองแล้วไหวไหล่ตอบเชิงไม่รู้ไม่ชี้

          “รู้แล้วว่าทำไมเซอินถึงอยู่กับพายได้ พี่สังเกตมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” พี่หวายโพลงขึ้นมาพลางมองผมกับครูพายทั้งสองคน ผมกับคนที่ถูกเอ่ยชื่อออกไปหันไปมองเจ้าของเสียงเพื่อหาคำตอบทันที

          “เพราะนายทั้งสองคนต่างคนต่างแกล้งกันไง แล้วแกล้งกันก็ไม่โกรธกันด้วย เพราะงี้มั้งถึงอยู่ด้วยกันได้ ตามความคิดของพี่นะ”

          “ทำไมจะไม่โกรธล่ะพี่หวาย บางครั้งผมโกรธจนแทบอยากจะฆ่าไอ้เด็กนี่มันเลยด้วยซ้ำ” แล้วครูพายก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงกระด้างก่อนที่จะเหลือบมองผมแล้วหลบตาทันทีที่ผมมองตอบ

          “ไม่จริงหรอกครับพี่พายน่ะรักผมจะตาย ไม่มีทางที่พี่เขาคิดจะฆ่าผมหรอก” ผมเลยเอ่ยออกไปด้วยท่าทีหยอกล้อ ก่อนที่จะยื่นศอกเข้าไปสะกิดคนที่นั่งข้างๆแล้วยักคิ้วให้ พอครูพายเห็นอย่างนั้นครูก็จิ๊ปากไม่พอใจก่อนที่จะหันหนีทัันที

          “วันนี้กินต้มไก่ใบมะขามนะ พ่อได้ไก่มาหนึ่งตัว” แล้วเสียงของพ่อครูพายก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้ามาในบ้านให้บทสนทนาที่กำลังคุยกันอยู่ต้องหยุดลงแล้วหันไปสนใจกับคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่

          “งั้นเดี๋ยวแม่ไปช่วยพ่อทำกับข้าวก่อนนะ หวายมากับแม่มา” แม่ครูพายลุกขึ้นพลางชวนพี่หวายให้เข้าไปทำกับข้าวในครัวกับพ่อ คราวนี้ก็เหลือแค่ผม ครูพาย แล้วก็พี่ส้มที่ยังนั่งคุยกันอยู่

          “พายดูสิ ใครมาน่ะ” จู่ๆพี่ส้มก็เอ่ยขัดบทสนทนาที่กำลังดำเนินกันอย่างลื่นไหล ว่าอย่างเดียวไม่พอพี่ส้มยังพยักพเยิดไปทางหน้าบ้านที่ปรากฏให้เห็นเงาดำของผู้ชายกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับจูงเด็กตัวเล็กๆมาด้วย

          ครูพายเพ่งมองอยู่สักพักก่อนที่จะชะงักเมื่อแสงไฟจากในบ้านสาดส่องไปยังร่างทั้งสองร่างที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

          “โอม...” คนนั่งข้างๆผมพึมพำออกไปเชิงไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนที่คนที่ถูกครูพายเรียกชื่อจะเลิกคิ้วสูงพลางส่งยิ้มมาให้แล้วทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าครูพายพร้อมกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นั่งอยู่ข้างๆอีกที

          “เป็นไงบ้างพาย ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ” คนที่ครูพายเรียกชื่อก่อนหน้านี้เอ่ยออกมาพลางยิ้มไม่หยุด

          “โอมจริงๆเหรอวะ”

          “ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครล่ะ” ว่าแล้วคนตรงหน้าครูก็ยิ้มให้ ก่อนที่ครูจะค่อยๆขยับเข้าไปหาคนที่พูดจบไปเมื่อกี้ พลางยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆก่อนที่จะเบิกตากว้างแล้วโผเข้ากอดคนตรงหน้าทันทีโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้คนโดนกอดถึงกับหงายหลังไปตามแรงแล้วนอนกอดกันอยู่บนพื้นอย่างนั้นไม่ยอมลุก

          ผมได้แต่เบิกตากว้างมองทั้งสองคนก่อนที่จะหันไปยังพี่ส้มก็เห็นพี่เขากำลังนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มอย่างมีความสุข

          “โอม! กูโคตรคิดถึงมึงเลยว่ะ! หายไปไหนมาวะเนี่ย กูคิดถึงมึงจริงๆนะเว้ย!” แล้วครูพ่นออกมาเป็นภาษาถิ่นทันที ส่วนผมฟังรู้เรื่องไหม? พอรู้บ้างไม่รู้บ้างครับผมว่าผมเริ่มจับทางได้บ้างแล้ว ว่าอะไรแปลว่าอะไร แต่ก็ได้แค่นิดเดียวล่ะครับ

          ถ้าไม่อยากโดนครูหลอกด่า ผมก็ต้องฟังภาษาบ้านเกิดครูให้รู้เรื่อง

          แต่มีอย่างนึงที่ผมชอบ คือเวลาครูเขาพูดภาษาบ้านเกิดตัวเอง ผมมองว่าครูเขามีเสน่ห์ขึ้นมาทันทียังไงยังงั้น

          “เออน่า กูก็คิดถึงมึงเหมือนกันนั่นแหละ ไม่ได้เจอกันสิบกว่าปีแล้ว โตขึ้นเยอะเลยนะมึง” ว่าแล้วเพื่อนของครูที่ชื่อว่าโอมก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่ครูยังนอนทับอยู่ ดูท่าจะแข็งแรงไม่ใช่น้อยซึ่งแตกต่างจากครูมาก 

          เพื่อนครูทั้งผิวสีแทน กล้ามเนื้อก็ดูมีเยอะมากกว่าครู ร่างกายเพื่อนครูเขาดูบึกบึนเหมือนคนทำงานที่ต้องใช้แรง ไม่เหมือนครูอ่ะครับ ครูนี่ก็ตัวขาว กล้ามเนื้อก็ไม่ค่อยจะมี วันๆก็เอาแต่ถือหนังสือกับจับปากกาแหละเนอะ ดูท่าก็คงจะไม่ได้ใช้แรงเหมือนเพื่อนครูหรอก

          “แต่ดูไปดูมาแล้วมึงก็ยังตัวเล็กกว่ากูว่ะ ถึงแม้ว่าส่วนสูงน่าจะเท่ากันก็เถอะ” เพื่อนครูว่าออกมาในจังหวะที่ครูผละออกมาก่อนที่ครูจะหันขวับไปมองแล้วยื่นมือไปตบหัวเพื่อนตัวเองทันทีไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ก้มหลบ

          “กูตัวได้เท่านี้ก็ถือว่าใหญ่ที่สุดในตระกูลแล้ว มึงดูกรรมพันธุ์พ่อแม่กูด้วยแล้วมึงค่อยมาว่ากูตัวเล็กนะครับ” แหม่ ครูนี่เป็นคนมารยาทดีจริงๆ ด่าเพื่อนเสร็จมีการลงท้ายด้วยคำว่านะครับอีกต่างหาก

          “แล้วคนที่อยู่ข้างหลังมึงล่ะ ตัวใหญ่กว่ามึงอีกน้องชายมึงเหรอ แต่กูไม่เห็นจะเคยได้ยินเลยหนิว่าแม่มึงท้องลูกอีกคน” ว่าแล้วเพื่อนครูก็พยักพเยิดแล้วมองมาทางผม ทำให้ผมได้รู้ว่าทั้งสองคนกำลังพูดถึงผมอยู่

          “ไอ้เด็กนี่อ่ะนะ” ว่าแล้วครูก็หันมากระชากคอเสื้อผมให้เข้ามาก่อนที่จะดึงเข้ามาใกล้ๆหน้าครูโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วชี้มาที่หน้าผมเป็นเชิงเปรียบเทียบระหว่างผมกับครู

          “มึงแหกตาดู นี่น้องชายกูเหรอ แค่เบ้าหน้าก็ไม่เหมือนกันแล้ว ไอ้เด็กนี่มันเป็นรุ่นน้องที่มหา’ลัย กูว่าจะกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ แล้วมันบอกว่างๆกูเลยพามันมาเหยียบดินเหยียบโคลนบ้างที่ต่างจังหวัดบ้าง” ว่าจบครูก็ปล่อยคอเสื้อผมให้เป็นอิสระแล้วหันไปคุยกับครูต่อ

          แต่ว่านะ... ผมเป็นคนร้องตามครูมาไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เลยนะที่ครูลากผมมาเนี่ย พูดอย่างงี้รู้สึกเหมือนผมเป็นลูกคุณหนูที่ไม่เคยทำอะไรนอกจากอยู่แต่ในบ้านเลยแฮะ

          “งั้นก็เด็กกรุงเทพฯน่ะสิ” คราวนี้เพื่อนครูพูดออกมาเป็นภาษาไทยแล้วมองมาที่ผมด้วยครับ เหมือนกับว่าจะพูดให้ผมได้รู้เรื่องกับบทสนทนาที่คุยกันอยู่ด้วย พอผมเห็นอย่างนั้นผมเลยพยักหน้าตอบรับกลับไป

          “ชื่อ เซอิน ครับ” ผมเลยได้โอกาสแนะนำตัวเองให้กับเพื่อนของครูได้รู้จัก เพื่อนครูพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะถามผมต่อ “ลูกครึ่งไทยกับอะไรล่ะ”

          “อังกฤษ” ผมกำลังจะอ้าปากตอบครับ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยออกไปเสียงของคนที่กระชากคอเสื้อผมไปเมื่อกี้ก็แทรกขึ้นมาซะก่อน ก่อนที่ครูพายจะเปลี่ยนประเด็นแล้วหันไปมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นั่งมองเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อกี้โดยที่ไม่พูดไม่จาเลยสักคำ “ว่าแต่เด็กคนนั้นล่ะ ลูกของมึงเหรอ”

          “ป่าว นี่หลานกูเอง” ว่าจบเพื่อนครูก็เปลี่ยนเป็นภาษาไทยราวกับจะให้ผมได้มีส่วนร่วมในบทสนทนาด้วย ก่อนที่จะหันไปมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วลูบหัวด้วยความอ่อนโยน

          “หลาน? อย่าบอกนะว่าน้องสาวมึง...” ยังไม่ทันที่ครูจะได้พูดจบประโยคเพื่อนของครูก็พยักหน้าให้เบาๆเป็นเชิงว่าครูคิดถูก “ตั้งแต่แปดปีที่แล้ว ตอนนั้นน้องกูอยู่ม.4 กูก็อยู่ม.5”

          “แล้วตอนนี้น้องสาวมึงได้เรียนต่อรึเปล่า” ครูขมวดคิ้วแน่นพลางถามต่อ

          “เรียนแค่ให้จบม.6 หลังจากนั้นก็ทำงานหาเงินเลี้ยงเจ้าตัวเล็กนี้แหละ ช่วยๆกันกับแฟนของน้องมัน” เพื่อนครูว่าออกมาพลางอุ้มเด็กตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง

          “แล้วตอนนี้มึงทำงานอะไร”

          “เป็นนักมวยว่ะ ช่วงนี้กูลาพัก ก่อนหน้านี้กูเจอศึกหนักมาเลยอยากกลับบ้านมาพักผ่อนเพราะจริงๆกูพักอยู่ที่ค่ายนานๆทีถึงกลับ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับมึงอีก แล้วตอนนี้มึงทำงานอะไร” ว่าแล้วเพื่อนครูก็ถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

          “เป็นครูอยู่ที่กรุงเทพฯ สอนได้แค่ไม่กี่วันกูก็โดนเด็กแอนตี้เลยว่ะ แต่นักมวยก็เหมาะกับมึงดีนะ ชอบเอากูมาเป็นกระสอบทรายบ่อยๆ ที่มึงเป็นนักมวยได้ทุกวันนี้เพราะกูเลยนะเว้ย” พูดจบครูก็เหลือบมามองผมนิดนึงด้วยสายตาคาดโทษก่อนที่จะละสายตาจากผมไปมองที่เพื่อนตัวเองเหมือนเดิม

          ประโยคแรกๆครูหมายถึงผมนี่หว่า... แต่ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงนี้ครับ มันอยู่ตรงที่ครูเป็นกระสอบทรายให้เพื่อนเนี่ยแหละ ตัวบางๆแบบนี้เนี่ยนะ ผมไม่เชื่อหรอก

          “เอ้า หลบหน่อยๆ กินข้าวด้วยกันก่อนนะโอม พี่ทำไข่เจียวมาให้จูนด้วย อยู่กินกับป้าก่อนนะจูน” พี่หวายเดินเข้ามาพร้อมกับวางกับข้าวลงกลางวงแล้วหันไปคุยกับจูน เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตักของเพื่อนครูที่ชื่อว่าโอม

          “แหม่พี่หวาย นี่พี่เป็นป้าแล้วเหรอเนี่ย” ครูพายได้ทีก็เอ่ยแซวพี่สาวขึ้นมาทันทีก่อนที่พี่ส้มจะเดินเข้ามาแล้วเอาจานเขกหัวครูพายไปที “พวกพี่เป็นป้า นายก็เป็นลุงนั่นแหละพาย”

          “ใช่ มึงน่ะเป็นลุง เพราะมึงเป็นเพื่อนกู เซอินต่างหากที่จูนต้องเรียกว่าพี่” สิ้นสุดคำพูดของเพื่อนครู ครูพายก็หันมามองหน้าผมทันทีก่อนที่จะขยับปากด่าผมออกมาเป็นภาษาถิ่นแล้วหันกลับไปทิ้งให้ผมเอาแต่นั่งงงอยู่คนเดียว

          คอยดูเถอะ สักวันผมจะต้องเรียนรู้ภาษาของที่นี่ให้ได้ แล้วครูด่าอะไรผมมาบ้างผมจะคิดบัญชีไม่ให้เหลือเลย

          แต่ก็ต้องรอกันไปก่อนแหละนะ คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้หรอก







ThaRat Talk
          มาอัพแล้วจ้าาา สามตอนติดต่อกันภายในหนึ่งอาทิตย์ ถือว่าชดเชยสำหรับหลายๆอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ไปอัพให้ละกันเนอะ
          ครูพายกับเซอินนี่พลัดกันแกล้งไปแกล้งมาน่ารักเหมือนกันเนอะ ดูแล้วไม่เหมือนครูกับนักเรียนอ่ะน่ารักเกินไป เหมือนเป็นแฟ-- //โดนครูพายโบก เอาเป็นว่าละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันเนอะ 5555+ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเซอินจะชอบครูพายอ้ะป่าวววว เห็นบอกว่าเวลาครูพายพูดภาษาถิ่นแล้วดูมีเสน่ห์ขึ้นมานี่ แหม่ๆ คิดยังไงกับครูพายกันแน่นะเซอินนนน อย่าให้รู้นะ //เดี๋ยวๆแกเป็นคนเขียนนะ
          วันนี้พูดมากไปหน่อย ขออภัยด้วยยย พอดีอารมณ์ดีการบ้านส่งวันจันทร์นี้ยังไม่ได้ทำ T-T

คอมเมนต์ให้ครูพายกับเซอินกันหน่อยน้าาา






ADD FAV. <Click Pic>



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น