[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 15 : ModifyLove14 : You are devil [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 พ.ย. 59

ModifyLove
14
You are devil
[Pi Part]

 

          บางทีผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่าซินจะตามผมมาต่างจังหวัดทำไมทั้งๆที่ปิดเทอมแล้วตัวเองก็น่าจะกลับบ้านไปซะ ตั้งแต่ที่ซินย้ายเข้ามาอยู่กับผม บอกตรงๆว่าซินก็ไม่เคยได้กลับบ้านตัวเองอีกเลย

          “นี่ ถ้าไปถึงที่นู้นแล้วให้เรียกครูว่าพี่นะ” ผมหันไปพูดกับซินระหว่างที่กำลังนั่งอยู่บนรถประจำทางไปต่างจังหวัดบ้านเกิดผมอยู่ ซินละสายตาจากการมองวิวจากนอกหน้าต่างแล้วหันมามองหน้าผมพลางเลิกคิ้วสูงก่อนที่จะเอ่ยถาม

          “ทำไมล่ะครู”

          “เรียกอย่างนั้นไปเถอะ ไม่ต้องถามมากหรอกน่า” ผมว่าตัดบทออกไปก่อนที่จะดึงผ้าห่มผืนบางสีน้ำเงินขึ้นมาคลุมไหล่แล้วหลับตาลงทำท่าจะนอนหลับ

          “เดี๋ยวดิครู อย่าเพิ่งนอน ผมเรียกครูว่าพี่ตอนนี้เลยได้ป่ะล่ะ ถือว่าฝึกไว้ก่อน” ซินหันมาคว้าแขนผมไว้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พอซินพูดจบผมเลยพยักหน้าตอบรับไปเบาๆก่อนที่จะหันกลับไปนอนต่อ

          “พี่พาย”

          “อะ...อะไรล่ะ” ผมรู้สึกแปลกไปนิดหน่อยกับคำที่ซินเรียกผม แต่ผมก็เป็นคนบอกให้ซินพูดเองหนิเนอะ ทำไมผมถึงให้ซินเรียกผมว่าพี่น่ะเหรอ จริงๆผมก็ไม่ได้อยากจะให้ไอ้เด็กนี่มันมาทำตัวสนิทสนมกับผมจนเกินไปหรอก แต่ว่ามันก็มีเหตุผลที่ผมให้เรียกแบบนั้นอยู่

          ถ้าไปถึงบ้านแล้วซินเรียกผมว่าครูมันดูแปลกๆ อีกอย่างเดี๋ยวพ่อแม่ก็ถามอีกว่าเอาลูกศิษย์ตัวเองมาทำไม สู้ให้บอกว่าเป็นน้องรหัสที่มหา’ลัยไม่ดีกว่าเหรอ เพราะถ้าเป็นเด็กมหา’ลัยล่ะก็โตๆกันแล้วจะไปไหนมาไหนกับใครก็ได้หนิ ผมว่าแบบนั้นมันจะดูดีกว่า

          “ทำไมพี่ถึงนั่งรถประจำทางมาล่ะ มันอันตรายไม่ใช่เหรอ จริงๆผมก็มีรถอยู่นะให้ผมเป็นคนขับแล้วพี่คอยบอกทางให้ผมก็ได้ถ้าพี่ขับรถไม่เป็น ผมว่าแบบนั้นโอเคกว่าเยอะ” แล้วซินก็เริ่มชวนผมคุย จากที่ตอนแรกกะว่าจะนอนสักหน่อย ผมว่าคงไม่ได้นอนแล้วล่ะครับ

          “ครูขับ.. พี่ขับรถเป็นอยู่ แต่ว่าขี้เกียจ จากกรุงเทพฯมันใช้เวลาตั้งเจ็ดชั่วโมงเลยนะ ใครมันอยากจะไปขับกัน สู้นอนหลับอยู่บนรถประจำทางไม่ดีกว่าเหรอ”

          “แต่รถประจำทางมันอันตรายหนิ ข่าวรถประจำทางคว่ำก็มีอยู่เยอะแยะ คนตายทั้งคันก็มี พี่ไม่กลัวบ้างเหรอ” ซินว่าออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ

          “ตายทีก็จะได้มีเพื่อนตายเยอะๆไง จะให้พี่ขับรถไปกับนายสองคนแล้วตายด้วยกันมันเหงาไป ไปรถประจำทางนี่แหละดีแล้ว” ผมตอบประชดออกไปเพื่อตัดปัญหาว่าซินจะซักไซร้อะไรต่อ แต่หารู้ไม่ คนทั้งคันเขาหันมามองผมกับซินกันเป็นตาเดียวหลังจากที่ซินพูดคำที่ไม่ควรจะพูดออกมาตั้งแต่แรกแล้ว แล้วไหนคำที่ผมพูดออกไปอีก

          ผมเลยต้องขอโทษทุกคนที่อยู่บนรถก่อนที่จะหันไปตีซินที่เป็นคนเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา

          “พี่ อย่าตีแรงดิ”

          “หุบปากไปเลย” ผมว่าออกไปเสียงดุพลางมุ่นคิ้วหนัก ซินที่มุ่นคิ้วใส่ผมอยู่ก่อนตอนแรกก็ค่อยๆคลายออกก่อนที่จะเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พี่โกรธผมรึเปล่าเนี่ย”

          “เรื่องแค่นี้จะโกรธทำไม แต่ว่านะ พี่เคยบอกนายไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าพูดเรื่องแบบนี้อีก สอนแล้วไม่รู้จักจำ” ว่าแล้วผมก็ผลักหัวซินไปโขกกับกระจกรถเบาๆ

          “โกรธแน่ โกรธผมชัวร์ๆ”

          “ก็บอกว่าไม่ได้โกรธไง กะอีแค่สอนแล้วไปแล้วไม่รู้จักจำ พี่จะโกรธนายทำไมล่ะ” ตอนนี้ผมว่าผมแทนตัวเองว่าพี่กับซินจนเริ่มจะชินปากแล้วแฮะ แล้วดูเหมือนซินก็จะเริ่มชินกับการที่เรียกผมว่าพี่ด้วยเหมือนกัน

          “นี่แหละที่เขาเรียกว่าโกรธ พี่ไม่รู้จักความรู้สึกโกรธเหรอ” ซินสวนขึ้นมาทันที ทำเอาผมหยุดชะงักแล้วหยุดคิด

          “เออช่าง เลิกเถียงได้แล้ว ครูจะนอน” แล้วผมก็พูดตัดบทออกไปโดยที่ลืมเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกแทนตัวเองซะงั้น ผมว่าแล้วก็ถอดแว่นออกเน็บไว้กับคอเสื้อแล้วหยิบผ้าปิดตานอนสีขาวล้วนมาใส่

          “แทนตัวเองว่าพี่สิ” ซินร้องท้วง

          “เออน่า นายนี่เลิกกวนได้แล้ว จะนอน” ผมว่าออกไปเท่านั้นก่อนที่ซินจะเงียบไปให้ผมได้เปิดผ้าปิดตาแง้มดูนิดๆก็เห็นซินใส่หูฟังแล้วนั่งมองข้างทางไปเงียบๆ ผมเลยถือโอกาสนี้พักผ่อนซะเลย

          ถ้าให้เงียบจริงๆก็ทำได้หนิ...

 

          ผมกับซินก้าวขาลงจากรถประจำทางที่นั่งมาเป็นเวลาเจ็ดชั่วโมงกว่าๆ พอผมลงมาถึงพื้นดินปุ๊บผมก็เดินนำซินไปหยิบสัมภาระที่แบกมาจากกรุงเทพฯแล้วพากันเดินไปยังที่นั่งรอสำหรับผู้โดยสารทันที

          “เมื่อยจังเลยอ่ะพี่ ทุกๆครั้งที่พี่มาต่างจังหวัดพี่เมื่อยแบบนี้ทุกครั้งเลยป่ะเนี่ย” ซินว่าขึ้นพลางทรุดร่างหนาของเขาเองลงบนเก้าอี้ข้างๆผม

          “ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งแหละ ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้วแฮะ เดี๋ยวพี่โทรบอกพี่สาวก่อนนะ” ผมหันไปว่ากับซินก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรหาลูกพี่ลูกน้องของผม

          “ฮัลโหลพี่ส้มผมมาถึงแล้วนะ พี่ถึงไหนแล้วอ่ะ เอารถกระบะมารึเปล่า” ผมเอ่ยออกไปเป็นภาษาอีสานให้ซินที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับขมวดคิ้วหนักทันที ดีแล้วล่ะที่ฟังภาษาอีสานไม่รู้เรื่อง ผมจะได้ด่าได้สบาย

          “เอากระบะมาสิ พี่ใกล้ถึงแล้วพี่เลี้ยวเข้ามาแล้วเนี่ย ออกมารอเลย” เสียงแหลมของลูกพี่ลูกน้องผมดังตอบกลับมาก่อนที่ผมจะหันไปสะกิดซินให้ถือกระเป๋าแล้วลุกตามมา

          “ผมเห็นพี่แล้ว แค่นี้นะ เปลืองเงินโทรศัพท์” ผมว่ากลับไปแค่นั้นก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะหันไปหาซินที่ยืนอยู่ข้างๆ

          “พี่สาวพี่ขับรถมารับ ถ้าเจอก็สวัสดีด้วย แล้วไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นเดี๋ยวพี่จัดการเอง” ผมว่าออกไปแค่นั้นก่อนที่จะหันกลับไปมองยังรถกระบะสีน้ำเงินที่เข้ามาจอดตรงหน้าผม ผมเลยขนของที่แบกมาด้วยไปไว้ที่กระบะแล้วเปิดประตูให้ซินเข้าไปนั่งในรถที่เบาะหลัง ตามด้วยผมที่นั่งข้างคนขับ

          “พี่ส้มสวัสดีครับ” ผมเอ่ยออกไปพลางยกมือไหว้ผู้หญิงที่อายุมากกว่าผมแค่ปีเดียว

          “สวัสดีครับ” ซินเอ่ยออกมาพลางหันไปหาผู้หญิงที่ผมไว้ไปก่อนหน้านี้

          “อ่า สวัสดีนะ ชื่ออะไรล่ะเรา” พี่ส้มเอ่ยออกมาเป็นภาษาไทยก่อนที่จะถามซินที่นั่งอยู่หลังผม แต่ยังไม่ทันที่ซินจะตอบผมเลยชิงตอบเขาไปก่อน ผมบอกแล้วหนิว่าไม่ต้องพูดอะไรผมจะจัดการเอง “ชื่อเซอินครับ”

          “แฟนนายเหรอพาย” พี่ส้มพูดขึ้นมาเป็นภาษาอีสานพลางส่งยิ้มพรายมาให้ผม ผมรีบส่ายหัวปฏิเสธทันที

          “ไม่ ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะ ไอ้เด็กนี่มันเป็นน้องรหัสผมที่มหา’ลัย มันแค่ตามผมมาเที่ยวเฉยๆ ผมชอบผู้หญิงนะพี่ส้ม ผมไม่ใช่เกย์สักหน่อย” ผมว่ายาวออกไปให้พี่สาวที่นั่งขับรถอยู่ฟัง

          “ถามแค่นี้ก็อย่าร้อนตัวสิพาย”

          “พี่พาย... คุยไรกันเหรอครับ ผมฟังไม่รู้เรื่อง” แล้วซินก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนที่ผมจะได้ต่อปากต่อคำกับพี่สาวตัวเองต่อ ผมหันไปบอกซินก่อนที่จะบอกออกไปว่าไม่มีอะไร

          “พี่ส้ม ต่อจากนี้ก็พูดภาษาไทยละกัน น้องมันจะได้ฟังรู้เรื่อง”

          “โอเค ชื่อเซอินใช่ไหม เป็นลูกครึ่งเหรอ” แล้วพี่ส้มก็ชวนซินคุยไปเรื่อยๆระหว่างที่กำลังจะขับรถไปเรื่อยๆ

          “ลูกครึ่งครับ ไทย-อังกฤษ” ซินตอบพี่ส้มออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูเหมือนว่าเขาจะลืมข้อตกลงที่พูดกับผมไปแล้วนะว่าเดี๋ยวผมจะเป็นคนตอบคำถามแทนเขาเองน่ะ

          “เป็นน้องรหัสของพาย นายนี่โชคร้ายสุดๆไปเลยเนอะ เป็นน้องรหัสของพายนายได้ของขวัญจากพายบ้างรึเปล่าเนี่ย ถ้าได้นี่ถือว่าโชคดีสุดๆเลย”

          “โห่พี่ ผมก็ไม่ได้ขี้งกขนาดนั้นสักหน่อย” ผมรีบหันไปร้องท้วงทันทีที่พี่ส้มพูดเกินจริง แต่ยังไม่ทันจะได้ว่าต่อ มือหนาของคนที่อยู่ข้างหลังก็เอื้อมเข้ามาปิดปากผมไว้แล้วกดหัวของผมติดไว้กับเบาะไม่ให้ผมได้สะบัดหน้าหนี

          “ผมได้นะครับ ได้หมวกกันน็อคสีขาวน่ะ”

          ห้ะ หมวกกันน็อคสีขาว? นั่นถือว่าเป็นของขวัญเหรอ! ผมแค่คิดว่าอยากจะซื้อให้เฉยๆเท่านั้นเองหนิ ไม่ใช่ของขวัญสักหน่อย!

          “จริงดิ อย่างพายเนี่ยนะซื้อของขวัญให้คนอื่นเป็นด้วย โอ้โห น้องมีอะไรดีเนี่ย พายถึงยอมซื้อของขวัญให้ด้วย” พี่ส้มพูดออกมาพร้อมกับทำท่าทางตกใจที่เกินจริง ตั้งใจจะล้อผมชัดๆ! พอเห็นว่ามันเริ่มไม่ใช่แล้วผมเลยกัดเข้าที่มือซินอย่างแรงจนซินต้องรีบผละออก

          “โอ๊ย!! ครู!...พะ พะ พี่พาย! ผมเจ็บนะ” ซินเขาเผลอหลุดเรียกผมว่าครูออกมา ทำให้ผมเบิกตากว้างทันทีก่อนที่จะถลึงตาใส่ให้เขาเปลี่ยนคำพูด

          “หืม? ครูเหรอ” พี่ส้มพูดขึ้นมาทันทีที่ซินพูดจบ

          “ก็... พี่พายเขาชอบทำเป็นสอนผมน่ะครับ ผมก็เลยเรียกว่าครูให้เป็นฉายาของพี่เขาไปเลย” แหม่ สกิลในการตอแหลนี่ไม่มีใครเกินซินเลยขอบอก สังเกตมาตั้งแต่ตอนที่พาซินไปซื้อหมวกกันน็อคแล้วไปต่อที่ห้างไปเจอเบลล์กับไม้นั่นแหละ

          “อื้ม งั้นพายก็คงจะชอบทำตัวเป็นครูกับนายสินะ อย่าดุน้องบ่อยนักสิ เดี๋ยวน้องเขาก็ไม่รักนายหรอกพาย” ว่าจบพี่ส้มก็เลี้ยวรถเข้าไปในบ้าน เผยให้เห็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงปรากฏอยู่ตรงหน้า

          “รักอยู่แล้วล่ะครับ มีพี่รหัสน่ารักแบบนี้ผมจะไม่รักได้ยังไงล่ะ” ซินเอ่ยออกมาก่อนที่จะยื่นหน้าเข้ามาระหว่างเบาะทั้งสองเบาะแล้วหันมามองผมจนผมต้องยื่นหน้าเข้าไปผลักออก ก่อนที่จะปลดเข็มขัดแล้วเปิดประตูรถเดินลงจากรถไป

          เอาอีกแล้วนะ... ใจสั่นอีกแล้ว ก็แค่คำพูดของเด็กคนหนึ่งทำไมต้องใจสั่นถึงขนาดนี้ด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

          “พ่อแม่ สวัสดีครับ” พอผมลงรถได้ผมก็รีบเดินเข้าไปใต้ถุนบ้านเข้าไปหาพ่อกับแม่ที่ปูเสื่อนั่งกันอยู่บนพื้นพลางเอ่ยออกมาเป็นภาษาถิ่น หลังจากนั้นค่อยทรุดตัวนั่งลงกอดพ่อแม่ที่ไม่ได้เจอกันอีกเลยตั้งแต่ผมจบปริญญาตรี

          “เป็นไงบ้าง สบายดีไหม” แม่ถามผมออกมาพลางยื่นมือเข้ามาลูบหัวผมด้วยความอ่อนโยน “สบายดีครับ แล้วพ่อกับแม่ล่ะ เด็กๆที่โรงเรียนดื้อจนน่าปวดหัวเหมือนเดิมรึเปล่า” ผมถามพ่อกับแม่ออกไป พ่อแม่ผมเป็นครูน่ะครับ แม่สอนคณิต พ่อสอนพละ

          “ดื้อสิ ดื้อเหมือนแกสมัยเด็กเลย” พ่อตอบผมออกมาทำเอาผมมุ่ยหน้าไปนิดก่อนที่จะหันไปมองเสียงทุ้มของคนที่มากับผมด้วยที่กำลังแบกกระเป๋าของผมและของตัวเองแล้วเดินเข้ามาหาพ่อแม่ผม

          “คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีครับ” แล้วพ่อกับแม่ก็ละสายตาจากผมไปมองยังชายหนุ่มแปลกหน้าที่เดินเข้ามาก่อนที่จะวางกระเป๋าลงแล้วเข้ามานั่งข้างๆผม อยู่ๆพ่อแม่ก็เบิกตากว้างพร้อมกันก่อนที่จะหันไปมองหน้ากันทันที

          “พาย นี่แฟนแกเหรอ” พ่อเป็นคนเอ่ยขึ้นมาแทนแม่ที่เอามือทาบอกตกใจไปแล้ว

          “พ่อ ไอ้เด็กนี่ไม่ใช่แฟนผม นี่น้องรหัสที่มหา’ลัยของผมเอง พ่อแม่อย่าคิดเองเออเองสิเป็นเหมือนพี่ส้มอีกแล้วนะ” ผมเลยไม่วายพาดพิงไปถึงลูกพี่ลูกน้องของตัวเองด้วย

          “พายกลับมาแล้วเหรอส้ม” แล้วเสียงของผู้หญิงอีกคนก็ดังออกมาจากทางห้องครัวให้ผมได้หันไปมองตาม ก็ได้เห็นพี่หวาย พี่สาวของพี่ส้มเดินเข้ามาก่อนที่จะมองผมแล้วสลับกับซินไปมาแล้วอ้าปากกำลังจะพูด ผมเลยลุกเดินเข้าไปใช้นิ้วชี้แตะไปที่ริมฝีปากของคนตัวเล็กกว่าเป็นเชิงไม่ให้พูด ก่อนที่จะเดินเลยพี่หวายไปหยิบกระดาษลังสองแผ่นขึ้นมา

          “พี่ส้ม มีปากกาเคมีสีดำไหม ผมขอหน่อย” ว่าจบพี่ส้มก็เดินไปหยิบปากกาที่ผมถามหาแล้วยื่นมาให้ผม ผมเลยนั่งลงตรงนั้นแล้วบรรจงเขียนข้อความที่อยู่ในหัวของผมลงไปยังกระดาษลังทั้งสองแผ่น พอเขียนเสร็จผมเลยเดินไปหาซินแล้วนั่งลงข้างๆพลางยื่นกระดาษที่ผมเขียนให้ซินโดยเฉพาะ

          “ไอ้เด็กนี่ไม่ใช่แฟนผม มันเป็น ‘น้องรหัส’ ของผมเอง” พี่หวายอ่านข้อความที่อยู่บนกระดาษลังของผมพร้อมกับมองลูกศรที่ชี้ไปยังซินที่กำลังนั่งถือกระดาษลังอีกแผ่นอยู่

          “พี่ชายสุดหล่อคนนี้ไม่ใช่แฟนผม เขาเป็น ‘พี่รหัส’ ของผมเอง แหม่พาย นายก็ไม่ค่อยจะอวยตัวเองเลยนะ” พี่หวายอ่านข้อความจากกระดาษลังของซินพร้อมกับลูกศรที่ชี้มายังผม

          “น่าพี่ นิดๆหน่อยๆเอง” ผมว่าพลางส่งยิ้มให้กับพี่หวายลูกพี่ลูกน้องผมที่ห่างกันถึงหกปี ส่วนพี่ส้มห่างกับผมห้าปีครับ

          พ่อแม่ของพี่สาวทั้งสองเสียไปตั้งนานแล้ว พ่อแม่ผมก็เลยเลี้ยงพี่สาวทั้งสองคนมาตลอดเหมือนเป็นลูกแท้ๆ ระหว่างนั้นผมก็ลงไปเรียนที่กรุงเทพฯ พ่อแม่ก็เลยมีคนคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา ผมก็เลยหายห่วง

          “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนไป จะได้มากินข้าวเย็น” แม่ว่าขึ้นมาก่อนที่ผมจะวางกระดาษลังที่ถืออยู่แล้วเดินถือกระเป๋าเข้าไปในห้องเล็กๆที่อยู่ใต้ถุนบ้าน เป็นห้องที่สร้างขึ้นด้วยอิฐไม่ได้ทำจากไม้เหมือนข้างบนบ้าน

          ห้องนี้จริงๆแล้วผมเอาไว้นอนแหละ คือมันก็ไม่ได้มีฟูกนอน ไม่ได้มีอะไรที่สภาพมันบ่งบอกได้เลยว่าเป็นห้องนอน เพราะห้องนี้มีตู้เย็น มีขนม มีทีวีจอเล็กๆแล้วก็มีพัดลมติดเพดาน อีกอย่างหนึ่งคือห้องนี้ก็ไม่ใช่ห้องของผมด้วย เป็นห้องสาธารณะที่ผมชอบมายึดนอนเท่านั้นเอง

          ซินเดินตามผมมาติดๆพลางวางกระเป๋าลงในห้องนั้นก่อนที่จะนั่งมองผมไม่พูดอะไรจนผมที่กำลังหยิบเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวออกมาจากกระเป๋าต้องหันไปมองเขาด้วยความสงสัย 

          มองไร”

          “มองพี่รหัสสุดหล่อของผมไง” ซินขยับปากได้รูปของเขาพลางเอ่ยออกมา เขามองผมด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกก่อนที่ผมจะยื่นมือเข้าไปดันหัวเขาทีหนึ่งแล้วเอ่ยออกไปบ้าง

          “หยิบเสื้อผ้าออกมาสิ จะได้ไปอาบน้ำ” ผมว่าพลางรูดซิบกระเป๋าเสื้อผ้าของผมแล้วนั่งหันหน้าไปหาซิน ก่อนที่จะพยักพเยิดไปทางกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำของเขา

          “อาบด้วยกันเหรอพี่”

          “อาบด้วยกันบ้างอะไรล่ะ ที่นี่มีห้องน้ำสองห้อง รีบๆหยิบเสื้อผ้าซะ อยากอาบน้ำจะตายอยู่แล้ว” ซินมองหน้าผมด้วยสีหน้านิ่งเรียบก่อนที่จะส่งยิ้มมาให้แล้วหันไปเลือกเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าแทน

          แต่ว่านะ... รอยยิ้มของเขาเมื่อกี้ทำผมใจสั่นอีกแล้ว ก็แค่ยิ่มธรรมดาๆเองอ่ะ!

          “เสร็จแล้วพี่” แล้วเสียงของซินก็ดึงความสนใจของผมให้หันไปมองเขา ผมพยักหน้าให้เบาๆเป็นเชิงรับรู้ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินออกจากห้องแล้วนำไปยังห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆกันกับห้องที่เพิ่งเดินออกมาเมื่อกี้

          “นายอาบห้องใหม่ไปนะ เดี๋ยวพี่อาบห้องเก่าเอง”

          “ครับ” ซินพยักหน้าตอบรับผมก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปในห้องน้ำห้องเก่าที่อยู่ติดกันกับห้องน้ำใหม่

          “เฮ้ยครู! ปีศาจห้องน้ำ!!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ปิดประตูเสียงของซินก็ดังขึ้นมาด้วยความตกใจจนผมต้องรีบวิ่งออกจากห้องน้ำตัวเองให้เข้าไปหาซินอีกห้องหนึ่ง แต่พอผมเข้าไปหาเขาเท่านั้นแหละ...

          ตุบ!

          “เล่นบ้าอะไรของนาย! ปีศาจห้องน้ำบ้านป้าสิ! ก็แค่หมาสองตัวเอง!” แล้วผมก็จัดการยกมือขึ้นตบหัวคนตัวสูงกว่าอย่างแรงจนซินถึงกับเซหัวเกือบทิ่มชนขอบอ่างน้ำ ทันใดนั้นก็ตามด้วยเสียงร้องโอดโอยพลางลูบหัวตัวเองที่ถูกตบเข้าอย่างจังเบาๆ

          “โห่ครู ก็ผมตกใจหนิ”

          “เรียกพี่สิครับ น้องรหัสนรก” ผมเค้นเสียงออกไปเบาๆก่อนที่ซินจะเบะปากใส่ผมทันทีที่ผมเรียกเขาอย่างนั้น

          “ได้ครับ พี่รหัสสุดหล่อของผม” ซินว่าออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนที่ผมจะหันไปไล่หมาสองตัวที่อยู่ในห้องน้ำให้ออกไป หมาสองตัวนี้พี่ส้มกับพี่หวายเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านครับ ก็ว่าอยู่ถึงบ้านมาไม่เห็นหมาสักตัว ที่แท้ก็มานอนคลายร้อนอยู่ในห้องน้ำ

          “เอ้า อาบไปได้แล้ว ไล่ให้แล้วเนี่ย” ผมเอ่ยออกไปพลางหันไปมองหน้าซิน คนตัวสูงกว่าผมพยักหน้าให้เบาๆก่อนที่ผมจะเดินออกจากห้องน้ำไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยคำพูดบางคำของซิน

          “You are devil...”

          ปัง!

          ว่าจบเขาก็ปิดประตูใส่ผมทันทีไม่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้ด่าเขาเลยสักคำ ไอ้เด็กเวรนี่! กล้าดียังไงมาด่ากูว่าเป็นปีศาจน่ะห้ะ!

          ผมจิ๊ปากไม่พอใจก่อนที่จะหันหนีแล้วเดินเข้าห้องน้ำอีกห้องไป ผมปิดประตูห้องน้ำเสร็จก็จัดการถอดแว่น ถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วหยิบขันน้ำขึ้นมาตักน้ำจากอ่างที่รองน้ำไว้ขึ้นมาราดใส่ตัว ห้องน้ำที่ต่างจังหวัดก็เป็นอ่างน้ำแบบนี้แหละครับ ไม่ได้มีฝักบัวหรอก

          “พี่พาย พี่ทำไรอยู่อ่ะ” เสียงของซินที่อยู่ห้องน้ำข้างๆดังขึ้นมาให้ผมได้เงยหน้าขึ้นไปมองยังซอกเล็กๆระหว่างห้องน้ำ ถ้าซินเขาโผล่หน้ามาเมื่อไหร่ผมจะสาดน้ำใส่ทันที คอยดู

          “อาบน้ำไง พี่คงนั่งกินข้าวอยู่มั้ง” ผมตอบกลับไป

          “นั่นแหละ อาบน้ำนั้นแหละแล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่”

          “เอ้ะ นี่กวนตีนเหรอ ก็บอกว่าอาบน้ำอยู่ไง” ผมตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่จะหยิบสบู่ขึ้นมาถูตัว

          “ผมป่าว ไม่ได้กวนตีนสักหน่อย ตอนนี้ผมถูสบู่อยู่ แล้วพี่อ่ะ”

          “เออเหมือนนายนั่นแหละ ถามทำไม” ผมตอบออกไปพลางตักน้ำขึ้นมาแล้วราดใส่ตัว หลังจากนั้นค่อยหยิบผ้าเช็ดตัวมาซับหยดน้ำบนตัวให้แห้ง

          “ผมว่าจะสระผมอ่ะพี่ พี่มาสระให้หน่อยดิ” แล้วเสียงขอร้องของซินก็เอ่ยออกมาระหว่างที่ผมกำลังใส่กางเกงชั้นในอยู่

          “นายก็มีมือไม่ใช่รึไง สระเองไปซะสิ” ผมปฏิเสธทันทีที่เขาร้องขอก่อนที่ผมจะหยิบกางเกงบอลมาใส่

          “ทำไมอ่ะพี่” เสียงของซินดังขึ้นมาใกล้มากจนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองตรงซอกเล็กๆระหว่างห้องน้ำ ก็เห็นเขากำลังโผล่หน้าเข้ามามองผมพลางจ้องมาที่ผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

          “นี่ ลงไปเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่ลงพี่สาดน้ำใส่นะเว้ย!”

          “สาดมาดิ เสื้อพี่ที่พาดอยู่บนราวจะได้เปียกด้วย” ใช่ครับ ถ้าผมสาดไปแล้วน้ำที่ลงมาจะต้องมาโดนเสื้อผมที่พาดไว้บนราวที่อยู่ใต้ซอกเล็กๆระหว่างสองห้องน้ำแน่ๆ แต่เรื่องไรผมจะต้องไปใส่ใจล่ะ นี่บ้านผม ผมมีเสื้อเปลี่ยนเยอะอยู่แล้ว

          “เฮ้ยพี่! สาดจริงดิ!!” ซินรีบถอยออกทันทีแล้วตะโกนคุยกับผม ผมเลยหยิบเสื้อบอลเปียกๆของผมออกมาแล้วบิดน้ำ หลังจากนั้นก็ค่อยพาดเสื้อไว้กับบ่าตัวเองแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป

          กึก!

          เสียงเปิดประตูจากห้องน้ำข้างๆดังขึ้นมาให้ผมได้หันไปมองก็เห็นสภาพกึ่งเปลือยท่อนบนของเขาซึ่งเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องเป็นมัดสวย โดยที่ท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าเช็ดตัวไว้ ซินมองผมด้วยสายตาคาดโทษก่อนที่จะกระชากผมเข้าห้องน้ำห้องที่เขาอาบอยู่เข้าไปข้างใน

          “เฮ้ย ปล่อยดิวะ!” ผมตวาดใส่เขาทันทีที่ดึงผมเข้าไป

          “สระผมให้ผมก่อนดิครู เป็นอ่างแบบนี้ผมสระไม่เป็น” ซินว่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่จะจับมือทั้งสองข้างของผมไปวางไว้บนหัวของเขา ทำให้ผมต้องเงยหน้ามองคนอายุน้อยกว่าด้วยสีหน้าตกใจ

          “ได้ไหมครู”

          “เรียกพี่ดิวะ เรียกครูอยู่นั่นแหละ” ผมเอ่ยออกไปเบาๆก่อนที่จะชักมือออก แต่คนที่จับมือผมอยู่ไม่ยอมน่ะสิ เขาเห็นผมจะดึงมือออกเขาก็ยิ่งกระชับมือผมแน่นขึ้นไปอีก แถมยังส่งสายตาอ้อนเป็นลูกหมามาให้ผมอีกด้วย

          “เออๆ เดี๋ยวสระให้ แค่นี้ก็สระไม่เป็น เพราะไม่ยอมรู้จักปรับตัวอย่างงี้ไง ที่ผ่านมาถึงไม่มีใครเป็นครูที่ปรึกษาให้กับห้องนาย” ผมบ่นอุบออกไปเบาๆก่อนที่จะกดหัวซินให้เขาก้มหัวลง แล้วหยิบขันน้ำมาราดใส่หัวอีกคน

          “อย่าบ่นเลยน่า ตอนนี้ก็ได้พี่มาเป็นที่ปรึกษาให้แล้วไง” แล้วซินก็ว่าออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรพลางจะยืดตัวขึ้นตามความสูงของตัวเองทั้งๆที่ผมยังราดน้ำใส่ผมของเขาอยู่ จนผมต้องกดหัวเขาลงตามเดิม

          “จะสระไหมเนี่ยหัว พี่ไม่ได้บ่นสักหน่อย แค่พูดไว้ให้รู้ตัวเฉยๆว่าตัวเองเป็นคนไม่รู้จักปรับตัว พอไปต่อระดับชั้นอื่นนายก็จะได้รู้ตัวไงว่าต้องทำยังไง สอนแล้วก็จำไว้ด้วยล่ะ เข้าใจป่าว” ผมว่ายาวพลางหยิบยาสระผมที่ตั้งอยู่บนขอบอ่างมาแล้วเทใส่มือก่อนที่จะชโลมลงบนเส้นผมนุ่มสีน้ำตาลทองธรรมชาติของเขา โดยที่เขาไม่ต้องย้อมให้เปลืองเงินเหมือนผมที่ย้อมเป็นสีน้ำตาลแดง

          ผมจัดการสระผมให้เขาอย่างเบามือก่อนที่จะเผลอนวดขมับเขาไปให้ด้วยความเคยชิน

          “โอ้โห มีการบริการนวดขมับให้ด้วยแฮะ”

          “โทษที มันเคยตัว” ว่าจบผมก็ละมือออกแล้วล้างหัวให้เขาทันที “พี่นวดให้ผมอีกดิ เคลิ้มดี”

          “ไม่ปวดคอรึไง” ผมว่าออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่จะสระผมให้เขาต่อ เขาพยักหน้ารัวทันที ก่อนที่จะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ปวดคออยู่นะพี่ ปวดหลังด้วยแหละ แต่ว่าถ้าพี่นวดให้ผมปุ๊บผมจะหายปวดคอทันทีเลย”

          “อืม งั้นเหรอ” ว่าแล้วผมก็ราดน้ำใส่หัวเขาเพื่อล้างผมที่สระเป็นครั้งที่สองให้สะอาด

          “นะๆพี่พาย นวดให้ผมอีกสักทีหน่อยดิ”

          “ฝันไปเหอะ” ว่าแล้วผมก็เอาขันน้ำเคาะหัวคนเด็กกว่าไปที ก่อนที่จะเดินออกจากห้องน้ำไป ผมเดินผ่านพ่อแม่และพี่สาวอีกสองคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ขึ้นไปบนบ้านแล้วเดินเข้าห้องนอนจริงๆของผมไป

          ห้องนี้ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยได้นอนหรอกครับ ชอบลงไปนอนข้างล่างมากกว่า ทั้งๆที่ข้างบนก็มีเตียงนอนให้อย่างดีแต่ผมกลับไม่ชอบที่จะนอน ผมชอบเอาไว้เก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวอย่างพวกเสื้อผ้ามากกว่า

          ผมเปิดประตูเสื้อผ้าออกก่อนที่จะหยิบเสื้อบอลตัวใหม่แทนตัวที่เปียกแล้วพาดอยู่บนบ่าผมมาใส่ก่อนที่จะเอาตัวเก่าไปตากแล้วเดินออกจากห้องลงไปข้างล่าง

          “อ๋อ พี่พายเขาก็ชอบด่าผมนะครับ ชอบทำร้ายร่างกายผมด้วย” เสียงทุ้มของซินดังขึ้นมาระหว่างที่ผมกำลังเดินลงบันไดไป ก็เห็นซินกำลังนั่งคุยกับพ่อแม่และพี่สาวอีกสองคนอย่างออกอรรถรส

          “ใครบอก อย่ามาโกหก” ผมว่าออกไปพลางเหลือบมองซินแล้วทรุดตัวลงไปนั่งข้างๆพี่ส้ม

          “เมื่อกี้พี่พายก็เอาขันน้ำเคาะหัวผมตอนที่สระผมให้ผมอ่ะ หัวบูดเลย” ได้ทีซินเขาก็หันไปฟ้องพ่อแม่กับพี่ๆใหญ่เลยครับ

          “หืม? นี่ถึงกับสระผมให้น้องเซอินเขาเลยเหรอพาย” แล้วพี่ส้มก็ว่าสวนขึ้นมาทันทีไม่ทันให้ผมได้มีเวลาคิดคำเถียง

          “ไอ้เด็กนี่มันลูกคุณหนูน่ะพี่ มันใช้ขันสระผมไม่เป็น” ผมหันไปพูดอีสานใส่พี่ส้มโดยที่กะว่าจะไม่ให้ซินฟังว่าผมพูดอะไร แต่ผมว่าผมคงจะประเมินซินต่ำไป “ผมไม่ได้ลูกคุณหนู”

          “อ่าวๆ ฟังออกด้วยแหละพาย” คราวนี้เป็นพี่หวายครับที่หันมาแซว

          “ฟังออกสิครับ ภาษาบ้านเกิดของพี่รหัสสุดหล่อของผมหนิ” ซินว่าแล้วก็หันมาพูดพลางยิ้มกรุ้มกริ่มใส่

          ไอ้เด็กคนนี้... มันเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มันมารู้ภาษาอีสานได้ไงวะ!








ThaRat Talk
          ตอนที่สองของอาทิตย์นี้แล้วนะคะ เหลืออีกหนึ่งตอนเดี๋ยวจะมาอัพให้น้าาา รออ่านได้เลยค่ะ  ช่วยกันคอมเมนต์ให้กำลังใจนักเขียนกันหน่อยน้าาา





ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #66 2222548 (@2222548) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 00:10
    555555 แม่เขิลลลลลล
    #66
    0