[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 14 : ModifyLove13 : The only one who surrender [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    15 พ.ย. 59

ModifyLove
13 
The only one who surrender
[Sein Part]

 

วันรุ่งขึ้น

          “ซิน ตื่นเร็ว ลุกไปอาบน้ำซะเดี๋ยวครูจะลงไปปลุกเพื่อนๆนายข้างล่างก่อน” เสียงครูพายดังเข้ามาในโสตประสาทของผม ทำให้ผมต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมองคนที่ยืนหันหลังให้ผมแล้วติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนอยู่หน้ากระจก

          “กี่โมงแล้วอ่ะครู” ผมว่าพลางหยัดตัวลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆห้องที่ยังไม่สว่างมากเมื่อเทียบกับแต่ละวันที่ผมตื่นขึ้นมา

          “หกโมงสิบ” ว่าแล้วครูก็ยัดเสื้อเข้าไปในกางเกงสแล็คสีดำที่ครูสวมใส่อยู่ ตามด้วยเนคไทที่วางอยู่บนโต๊ะหน้ากระจก พอผูกเสร็จผมก็มองตามร่างบางที่กำลังเดินไปที่ระเบียงแล้วหยิบเสื้อนักเรียนสามตัวออกมาก่อนที่จะเดินไปยังประตูห้องแล้วเห็นกลับมาย้ำกับผมอีกที

          “รีบๆอาบน้ำล่ะ ครูจะให้เพื่อนขึ้นมาอาบข้างบนด้วย” สิ้นสุดคำพูดของครู ครูก็ปิดประตูลงทันที ปล่อยให้ผมนั่งมองอยู่บนเตียงโดนที่ไม่พูดอะไรเลยสักคำ ก่อนที่ผมจะหันไปหย่อนขาลงข้างเตียงแล้วมองไปยังกระป๋องเบียร์ที่ผมดื่มไม่หมดตั้งแต่เมื่อคืน

          ผมหยิบกระป๋องเบียร์นั่นขึ้นมาก่อนที่จะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแล้ววางลงที่เดิม หลังจากนั้นผมค่อยลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

          เมื่อคืนผมเกือบทำเรื่องบ้าๆลงไปเพราะเบียร์นั่น เรื่องบ้าๆที่ว่าคืออะไรน่ะเหรอ เรื่องที่ผมจะจูบครูพายไง! พับผ่าสิ ผมน่ะไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกันสักหน่อย แล้วเมื่อคืนทำไมผมต้องทำแบบนั้นลงไปด้วยนะ ผมว่าเมื่อคืนนี้ผมต้องเมาแล้วแน่ๆ

          ผมสะบัดหัวรัวๆเพื่อไล่ความคิดฝุ้งซ่านออกจากหัว ก่อนที่จะอาบน้ำ แปรงฟันให้เรียบร้อยแล้วนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกจากห้องน้ำไปหลังจากที่เช็ดตัวเสร็จตั้งแต่อยู่ในห้องน้ำแล้ว

          “นี่ไง เซอินอาบน้ำเสร็จพอดีเลย นายก็เข้าไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ไปโรงเรียนหาข้าวกินแต่เช้า” แล้วเสียงคุ้นหูของคนๆนึงก็ดังขึ้นมาให้ผมได้มอง ก็เห็นครูพายกับไม้อยู่ในห้องแล้ว

          “ตัวนี้ชื่อเบย์แม็กซ์ใช่ไหมครู” ไม้มองหน้าผมสักพักก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับตุ๊กตาสีขาวๆที่อยู่ในห้องครู

          “รู้จักด้วยเหรอ” ว่าแล้วครูก็ทำตาวาวใส่ไม้ทันที

          “รู้สิครู ทำไมจะไม่รู้จัก เรื่องนี้ผมชอบนะ” แล้วไม้ก็หันไปคุยกับครูอย่างจริงจัง จนผมที่ยืนมองอยู่ถึงกับมุ่นคิ้วมองเพื่อนตัวเอง แล้วเดินเข้าไปหามันทันที

          “ไปอาบน้ำได้แล้วมั้ง” ผมว่าพลางวางมือไว้บนไหล่ของไม้ ขัดบทสนทนาของทั้งสองให้ทั้งสองคนได้หันมามองผม ก่อนที่ครูพายจะจิ๊ปากไม่พอใจแล้วเดินออกจากห้องไป แต่ก็ยังไม่วายหันมาหาบอกไม้ว่า ‘เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อ’ พอได้ยินประโยคนี้ผมถึงกับมุ่นคิ้วหนักไปอีก

          ได้ยินแบบนี้แล้วมันรู้สึกอารมณ์ไม่ดียังไงชอบกล

          “นายชอบครูพิภัชเหรอ” พอทั้งห้องเหลืออยู่แค่สองคน ไม้มันก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที ผมเหลือบมองหน้ามันก่อนที่จะส่ายหัวปฏิเสธออกไปแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้าของผมกับครูพาย

          “นายแน่ใจ? แล้วเมื่อคืนนี้มันคืออะไร” สิ้นสุดเสียงของไม้ผมถึงกับหันไปมองมันด้วยความตกใจทันที

          “นายเห็น?” ผมเงียบไปสักพักก่อนที่จะตอบออกไป มันก็เงียบไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าให้ผมเบาๆ ผมเลยหลบสายตาจากมันพลางเม้มปากแน่นก่อนที่จะเอ่ยถามมันต่อ

          “นายเห็นได้ยังไง”

          “เมื่อคืน.. ฉันกับเบลล์จะขึ้นมาเอาผ้าห่มเลยเปิดประตูเข้ามา แล้วเบลล์มันเห็น มันเลยแง้มประตูไว้ฉันก็เลยเข้ามาดูด้วย ไม่นึกว่านายจะเป็นคนแบบนี้” มันว่าขึ้นมาเสียงเรียบให้ผมได้เบิกตากว้าง

          ไม่ได้ตกใจที่มันว่าผม แต่ตกใจที่ไม่ได้มีแค่มันคนเดียวที่เห็นเพราะเบลล์ก็เห็นด้วยอีกคน!

          “แล้วซัน..”

          “ซันรออยู่ข้างล่าง มีอะไรจะถามอีกไหม” พอสิ้นสุดเสียงของไม้ผมก็เลยส่ายหน้าให้มันเบาๆ ผมเลยหันกลับไปหยิบเสื้อนักเรียนออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้วใส่เข้าไปหลังจากที่ใส่ชั้นในเสร็จหมดแล้ว

          “แต่ฉันมีเรื่องจะบอกนายหน่อย” แล้วเสียงของไม้ก็ดังขึ้นมาให้ผมได้หันกลับไปมองก็เห็นมันยืนอยู่หน้าห้องน้ำ

          “ถ้าไม่ได้ชอบจริงๆอย่างที่ว่าก็อย่าทำอะไรแบบนั้นอีก คนที่เจ็บไม่ใช่นาย แต่เป็นครู” ว่าจบมันก็หันกลับเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูทันทีให้ผมได้แต่ยืนมองอยู่เงียบๆ

          คนที่จะเจ็บไม่ใช่ผม แต่เป็นครูเหรอ...

 

@โรงเรียน

          “พายนายจะไปไหนน่ะ เอ้านี่ อย่าบอกนะว่าลืมแล้วจะกลับบ้านน่ะ วันนี้ทุ่มครึ่งบนห้องประชุม” เสียงของครูอนุชาดังขึ้นให้ผมกับครูพายได้หันหลังกลับไปมอง ครูอนุชาเดินเข้ามาหาพลางส่งชุดนักเรียนชายมาให้ครูพายพร้อมกับเข็มขัดนักเรียน ถุงเท้านักเรียนและรองเท้านักเรียน ผมที่ยืนอยู่ข้างๆครูพายถึงกับขมวดคิ้วมองด้วยความงุนงงทันที

          “เออจริงด้วย วันนี้นี่หว่า ผมลืมซะสนิทเลย” จากตอนแรกที่ครูพายทำหน้างงอยู่สักพักก็เหมือนครูเขาคิดได้ขึ้นมา ครูเขาเลยส่งยิ้มให้กับครูอนุชาพลางเกาหัวตัวเองด้วยความเก้อเขิน

          “ว่าแล้วเชียว ตอนเย็นเจอกันนะเดี๋ยวพี่ไปสอนเด็กม.ต้นก่อน” ว่าจบครูอนุชาก็ยื่นมือเข้ามาขยี้ผมของครูพายด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะเดินออกไป

          “มีงานไรรึเปล่าครู” แล้วพอเหลือกันแค่สองคน ผมเลยเอ่ยถามครูออกไป

          “งานต้อนรับครูใหม่น่ะ” ครูว่าออกมาก่อนที่จะหยิบเข็มขัดนักเรียนมาคล้องไว้ที่แขนแล้วคลี่ชุดนักเรียนดู ทำให้ผมเห็นชื่อของครูพายปักอยู่ที่อกเสื้อด้วย

          “แล้วครูต้องใส่ชุดนี้เหรอ” ผมถามต่อพลางมองคนที่พาดเสื้อไว้บนบ่าก่อนที่จะหันมาสนใจกางเกงนักเรียนสีน้ำเงินที่ครูอนุชาให้มาพร้อมกัน

          “อื้ม น่าจะเลิกดึกอยู่ นายจะกลับบ้านไปก่อนไหม อ่ะ กุญแจรถ” แล้วยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบครูพายก็ส่งกุญแจรถมาให้ผมก่อนที่จะหันไปพับเสื้อกับกางเกงแล้วเก็บใส่กระเป๋าที่ตัวเองสะพายอยู่

          ตอนแรกผมกับครูพายก็กะว่าจะกลับบ้านกันแหละครับ แต่ว่าครูอนุชาเข้ามาทักซะก่อนเลยทำให้ครูพายต้องอยู่ที่โรงเรียนต่อ แล้วผมล่ะ จะอยู่รอครูพายหรือว่าจะกลับบ้านก่อนดี ตอนนี้ก็บ่ายโมงครึ่งแล้วด้วย

          เอาไงดีวะ..

          อยู่รอดีกว่า จะได้กลับบ้านพร้อมกันด้วย ขืนกลับบ้านไปตอนนี้มีหวังได้อยู่คนเดียวแน่

 

สองทุ่มตรง

          “ซิน เข็มนี่ติดยังไง” เสียงครูพายดังขึ้นมาพร้อมๆกับปรากฎร่างกายอันบอบบางให้เห็นหลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเสร็จ ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์พลางมองไปยังคนตัวเล็กกว่าที่เดินถือเข็มประจำโรงเรียนเข้ามาหาผม

          ผมมองร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมด้วยความตกใจก่อนที่จะไล่สายตามองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า

          ครูแม่งโคตรเด็กเลย...

          “ติดให้ครูหน่อย” แล้วครูก็ยื่นเข็มประจำโรงเรียนมาให้ผมตรงหน้า ผมเลยรับมาไว้ในมือก่อนที่จะยืนขึ้นเต็มความสูงของตัวเองจากตอนแรกที่นั่งพิงอ่างล้างหน้ารอครูเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่

          “ครูเพิ่งเห็นเข็มนี่ มันอยู่ในกระเป๋าเสื้อ”

          “แล้วครูรู้ไหมว่าทำไมถึงต้องติดเข็มด้วย” ผมว่าออกมาพลางจับปลายคอปกเสื้อฝั่งซ้ายของครูมาแล้วจัดการติดเข็มประจำโรงเรียนลงไป ครูพายส่ายหัวให้ผมเบาๆ

          “คนที่ได้ติดเข็มนี้น่ะ ต้องเป็นสมาชิกใหม่ของโรงเรียนเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ติด แล้วเข็มนี้ก็ไม่ได้ให้กันง่ายๆหรอก อย่างซันที่เข้ามากลางเทอมก็ไม่มีสิทธิ์ได้เหมือนกัน แม้แต่ครูบางคนที่อยู่โรงเรียนนี้มานานก็ยังมีเข็มนี้ไม่ถึงสิบคนเลย เพราะฉะนั้นครูก็รักษามันไว้ดีๆล่ะ”

          ผมว่าออกไปเรื่อยๆพลางลูบเข็มรูปโล่สีเงินขอบสีแดงที่สลักชื่อของโรงเรียนไว้อยู่ ผมไล่ปลายนิ้วไปตามโซ่เส้นเล็กสีเงินที่ห้อยพ่วงติดกับตัวเข็มก่อนที่จะลูบไม้กางเขนสีเงินที่ห้อยอยู่ปลายโซ่สีเงินอย่างแผ่วเบา

          “มันคงสำคัญมาก แล้วทำไมครูถึงได้มาล่ะ” ครูพายเอ่ยถามออกมาพลางมองหน้าผมด้วยสีหน้างุนงง

          “ไม่รู้สิ เพราะครูคอยดูแลผมมั้ง น้าพิมก็เลยให้ครู” ผมว่าพลางละมือออกจากเข็มที่ติดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

          “ที่ครูทำไปก็เพราะรัก.. เด็กนักเรียนนั่นแหละ ไม่ได้คิดที่จะหวังสิ่งตอบแทนอะไรสักหน่อย จริงๆผอ.ไม่ต้องให้ก็ได้หนิ” ครูเว้นช่วงไว้ก่อนที่จะพูดต่อออกมาเสียงอ่อน

          “True love begins when nothing is looked for in return.. ใช่ไหม” ผมเอ่ยประโยคที่ครูสักอยู่ตรงไห้ปลาร้าออกไปก่อนที่จะมองหน้าครูแล้วเลิกคิ้วสูง

          “...ประมาณนั้น”

          “แล้วเด็กนักเรียนที่นี่มีเข็มนี้หมดเลยรึเปล่า นอกจากพวกที่เข้ามากลางเทอม” คนอายุมากกว่าผมเอ่ยถามพลางเดินไปที่อ่างล้างหน้าแล้วส่องกระจกมองตัวเองในชุดนักเรียน

          “เด็กเข้าม.1กับม.4มีหมด มีทุกคน”

          “อ๋อ.. นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ครูใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเอกชน” ครูว่าออกมาก่อนที่จะเดินกลับไปเอากระเป๋าเป้ที่ครูเอาไว้ใส่ชุดทำงานของครูออกมาจากห้องน้ำแล้วยื่นให้ผม ผมก็รับมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเหมือนรู้หน้าที่

          “ได้ใส่แล้วหนิ รู้สึกไงบ้าง” ผมถามขึ้นมาระหว่างที่เดินออกจากห้องน้ำชายแล้วมุ่งตรงไปที่ห้องประชุมที่จัดงานรับครูใหม่กัน

          ครูที่เข้ามาใหม่น่ะไม่ได้มีแค่ครูพายคนเดียวหรอกครับ มียี่สิบกว่าคนได้ ส่วนใหญ่จะกระจายกันไปตามหมวดละสี่ถึงห้าคน จะมีก็แต่คณิตนี่แหละครับที่มีแค่ครูพายคนเดียว

          “เหมือนมีตังค์” ว่าจบครูพายก็หันมามองหน้าผมที่กำลังมุ่นคิ้วมองครูด้วยความสงสัยขณะที่ครูพายส่งยิ้มมาให้ผมแล้วหันกลับแล้วพูดต่อ

          “ก็ตอนเด็กๆพ่อแม่ครูไม่มีเงินส่งครูเรียนถึงโรงเรียนเอกชนนี่ ครูก็เลยได้เรียนแต่โรงเรียนรัฐบาล แต่จริงๆแล้วที่บอกว่าเหมือนมีตังค์น่ะครูพูดเล่น” ครูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเชิงจริงจังกับประโยคข้างต้นที่พูดออกมาเมื่อกี้ แต่ใบหน้าครูกับขัดกันกับคำพูดเพราะครูกำลังยิ้มอยู่

          “แล้วจริงๆครูรู้สึกยังไงล่ะ” ผมก็อดที่จะถามต่อไม่ได้เหมือนได้ยินว่าประโยคเมื่อกี้ครูพูดเล่น

          “ก็..รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กไง รู้สึกคิดถึงเพื่อนขึ้นมาเลยแฮะ” ครูตอบออกมาก่อนที่จะเปิดประตูบานใหญ่แล้วก้าวขาเข้าไปในห้องประชุมที่กำลังดำเนินงานกันอยู่

          แหงล่ะ เลยมาตั้งครึ่งชั่วโมงหนิ

          “นายจะมานั่งที่โต๊ะกับครูไหม” ครูพายหันมาถามผมพลางกอดตัวเองไปด้วยเนื่องจากแอร์ในห้องประชุมนี่เปิดซะหนาวยังกะอยู่ในขั้วโลก กลัวไม่รู้รึไงว่าโรงเรียนมีแอร์ให้เปิด มันเปลืองค่าไฟโรงเรียนไหมล่ะ

          “ไม่ล่ะ ผมไม่ค่อยชอบคนแก่เขาจัดปาร์ตี้กัน”

          “เดี๋ยวเถอะซิน” ครูพายว่าพลางชี้หน้าผมก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องมาถามผม “แล้วนายจะรออยู่ที่ไหน”

          สิ้นสุดคำพูดของครูผมเลยชี้ไปยังหลังห้องประชุมที่ไม่ค่อยมีใครเข้ามาป้วนเปี้ยน ครูพายพยักหน้าให้ผมเบาๆเชิงเข้าใจก่อนที่จะเดินแยกออกไปจากผมแล้วเดินเข้าไปหาครูอนุชา ผมเลยเดินไปหยิบเก้าอี้พลาสติกแล้วลากมาตั้งไว้ที่มุมห้องก่อนที่จะหย่อนตัวนั่งลงมองบรรยากาศที่ครูทั้งหลังจัดงานกัน

          ห้องประชุมนี้เป็นห้องประชุมใหญ่ครับ เป็นห้องประชุมโล่งๆ แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยโต๊ะจีนห้าสิบกว่าโต๊ะได้ พร้อมกับครูทั้งโรงเรียนที่กำลังนั่งกินอาหารพลางมองไปยังเวทีที่กำลังมีการแสดงอยู่ การแสดงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับแสดง ครูด้วยกันเองทั้งนั้นแหละ

          ผมนั่งมองครูพายที่อยู่ในชุดนักเรียนสักพักก่อนที่จะละสายตาไปมองคนอื่นๆด้วย มีแต่ครูที่เข้าใหม่ทั้งนั้นแหละครับที่ได้ใส่ชุดนักเรียน ครูที่อยู่มาก่อนก็ใส่ชุดธรรมดาหมด เว้นก็แต่ครูพวกที่มีการแสดง

          หลายชั่วโมงผ่านไป งานเลี้ยงก็จบลง ผมที่กำลังนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาทันทีที่มีคนมาสะกิดที่หัว ผมเลิกคิ้วมองคนอายุมากกว่าก่อนที่ผมจะเอ่ยถามออกไป

          “เสร็จแล้วเหรอครู”

          “อื้อ กลับบ้านกันเถอะ เหนื่อยแล้ว” ครูพยักหน้าให้ผมเบาๆก่อนที่จะก้มลงหยิบกระเป๋าเป้ตัวเองที่ผมวางไว้ข้างตัวแล้วสะพายเดินนำผมออกไปจากห้องประชุม

          “ดีนะที่วันพฤหัส กับวันศุกร์หยุดน่ะ” ครูว่าออกมาเสียงอ่อยก่อนที่จะเกาหัวตัวเองเบาๆ

          “เขาก็เลยมาจัดกันวันนี้ไงครู” สิ้นสุดคำพูดผมครูพายก็หันขวับมามองหน้าผมทันที ก่อนที่จะหยุดยืนอยู่ที่หน้ารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วเอ่ยปากบอกผม

          “ขับรถกลับบ้านได้แล้ว เหนื่อย”

 

สองเดือนผ่านไป

          “ซิน ตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้ว รับผลสอบเสร็จหมดแล้ว นายจะกลับบ้านตัวเองไหม” อยู่ๆครูพายก็ถามขึ้นมาระหว่างที่ผมกับครูพายกำลังช่วยแม่ของตะวันทำข้าวเย็นอยู่ ผมเงยหน้าละจากผักที่กำลังหั่นอยู่ไปมองหน้าคนข้างๆก่อนที่จะส่ายหัวให้เบาๆ

          “อืม..เหรอ อาทิตย์หน้าครูจะกลับต่างจังหวัดน่ะสิ นายจะอยู่เฝ้าบ้านให้ครูใช่ไหม”

          กลับต่างจังหวัด?

          “กี่วันล่ะครู” ผมถามกลับไปพลางวางมีดลง

          “สามวัน”

          “งั้นผมไปด้วย” สิ้นสุดคำพูดผมครูก็ถึงกับเบิกตากว้างทันที ก่อนที่จะวางมีดลงแล้วหันมาหาผมดีๆแล้วพูดต่อ

          “นายจะไปได้ไง ถ้านายไปนายจะไปอยู่ยังไงล่ะ ไปไม่ได้หรอกซิน ไหนจะเรื่องอาหารการกิน ที่นอนอีก ครูไม่ให้ไป” แล้วครูก็ปฏิเสธผมทันทีโดยที่ไม่คิดเลยสักนิด ผมก็ฟังตามที่ครูบอกนะ ฟังไปด้วย หยิบผักที่หั่นเสร็จแล้วใส่จานไปด้วยก่อนที่จะยื่นให้แม่ของตะวันแล้วหันไปหาครูที่ยืนพูดอยู่ข้างๆ

          “ผมอยู่ได้น่าครู ไม่ต้องห่วงผมหรอก ก็ผมไม่มีที่ให้ไปแล้วหนิ” ผมพูดกับครูด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่ครูจะนิ่งเงียบไป

          “กลับบ้านแล้วค่อยคุยกันอีกที ช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมก็จะไม่อยู่แล้ว แม่จะคิดถึงผมไหมเนี่ย” ประโยคแรกครูเขาพูดกับผมครับ แต่ประโยคต่อๆมาครูเขาหันไปพูดกับแม่ของตะวันแล้วเดินเข้าไปหา ทิ้งให้ผมยืนเป็นหมาหัวเน่าซะงั้น

          พอทำอาหารกินอะไรเสร็จหมดเรียบร้อยครูกับผมก็ขอกลับบ้าน โดยที่แม่ของตะวันก็ให้มะม่วงมาหนึ่งถุงให้มากินกันสองคน ถ้าถามว่าใครถือเหรอครับ แน่นอนว่าเป็นผม รู้สึกมาอยู่กับครูพายแล้วผมเหมือนคนรับใช้ยังไงยังงั้น

          มีครูคนเดียวนั่นแหละที่ผมยอม

 

          “ตกลงเอาไงครู ให้ผมไปหรือไม่ไป จะให้ผมอยู่บ้านคนเดียวเหรอ มันอันตรายนะ ถ้าโจรขึ้นบ้านมาแล้วฆ่าผมหมกต้นมะม่วงบ้านตะวันแล้วกลายเป็นปุ๋ยขึ้นมาทำไง หาศพไม่เจอด้วย ใครจะรับผิดชอบ” ผมเอ่ยถามครูออกไปทันทีที่ก้าวขาเข้าไปในบ้าน

          “ถ้าอย่างนั้นก็โอเคนะ มะม่วงคงออกลูกดีมีให้ครูกินตลอดเพราะได้ปุ๋ยลูกครึ่งอย่างดีเลย” ครูสวนผมขึ้นมาแทบจะทันทีที่ผมพูดจบ

          “นี่ครูไม่ห่วงผมเลยเหรอ” ผมว่าออกไปเชิงตัดพ้อก่อนที่จะวางถุงมะม่วงลงบนโต๊ะหน้าโทรทัศน์พลางมองคนตัวเล็กที่อายุมากกว่าเดินหายเข้าไปในห้องครัวสักพักก่อนที่จะกลับมาพร้อมจานกับมีด

          “ถ้าไม่ห่วง ครูก็คงไม่คิดอยู่นี่ว่าจะให้นายไปดีรึเปล่า” ว่าจบครูก็นั่งลงบนโซฟาแล้วหยิบมะม่วงมาปอกเปลือกออก

          “ครูหมายความว่าจะให้ผมไปด้วยใช่ไหม” ผมว่าพลางทรุดตัวนั่งลงข้างๆครูพลางมองหน้าครูไปด้วย แต่ครูไม่ได้หันมามองผมเลยสักนิด เอาแต่สนใจมะม่วงที่กำลังปอกเปลือกอยู่นั่นแหละ

          “เออสิ เอาไปล้างให้หน่อย” ว่าแล้วครูก็ส่งมะม่วงมาให้ผม ผมนั่งมองอยู่นิดนึงก่อนที่จะรับมาไว้ในมือแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างมะม่วงมาให้ครู

          “พูดจริงนะครู เรื่องที่จะให้ผมไปอ่ะ” ผมเดินกลับมาพร้อมกับมะม่วงที่ล้างแล้วในมือก่อนที่จะส่งให้อีกคนที่กำลังนั่งรอผมอยู่

          “หน้าอย่างครูล้อเล่นเป็นด้วยเหรอ” ครูพายว่าออกมาพลางยื่นมือเข้ามารับมะม่วงจากมือผมแล้วเอามาผ่าใส่จาน พอส่งให้เสร็จผมเลยเดินกลับไปนั่งข้างๆครูเหมือนเดิมก่อนที่จะเอ่ยตอบอีกคนออกไป

          “ตลอดอ่ะครูพายอ่ะ”

          “เออคราวนี้พูดจริง สัญญาเลย”







ThaRat Talk
          มาอัพให้แล้วจ้าาาา กะว่าอาทิตย์นี้จะมาอัพให้สักสามตอน เพราะว่าวันพฤหัสกับวันศุกร์รัตน์หยุดพอดี ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวไหนรัตน์ก็จะมาอัพให้น้าาา เพราะว่าช่วงนี้การบ้านก็ไม่ค่อยมี(มั้ง)หรืออาจจะมีแต่จำไม่ได้งี้ รัตน์จะแกล้งทำเป็นลืมการบ้านไปก่อนเนอะะ นั่นแหละค่ะ เอาเป็นว่าอาทิตย์นี้จะมาอัพให้สามตอนละกัน ถ้าไม่ลืมมมม

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจน้าาา






ADD FAV. <Click Pic>




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #6 Wapitch (@Pokkyz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 05:11
    สู้ววววว
    #6
    0
  2. #5 yaoi love (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 20:41
    สู้ๆๆต่อๆๆๆ
    #5
    0