[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 11 : ModifyLove10 : You are my special [Pi Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ต.ค. 59

ModifyLove
10
You are my special
[Pi Part]





วันรุ่งขึ้น

แสงอาทิตย์สาดส่องลงมายังใบหน้าของผม ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะหันหน้าหนีแสงอาทิตย์ แต่ขยับตัวได้แค่นิดเดียวก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บทันที

ปวดหัวแฮะ.. สงสัยเมื่อวานจะดื่มเยอะไปหน่อย ผมค่อยๆยกมือขึ้นมากุมหัวตัวเองไว้ก่อนที่จะมองไปรอบๆห้อง

ที่นี่ที่ไหน.. แต่สถานที่ที่ผมอยู่มันก็ไม่สำคัญเท่ากับท่อนแขนของใครบางคนกำลังพาดมาที่ตัวผมอยู่ ผมละสายตาจากห้องไปมองยังแขนก่อนที่จะไล่สายตาไปมองยังคนที่กำลังกอดผมอยู่

ซิน..?

“เฮ้ย ซิน” ผมค่อยๆยื่นแขนเข้าไปเขย่าคนที่นอนอยู่ข้างๆเพื่อปลุกให้ตื่น แล้วมันก็ได้ผลครับพอผมเขย่าปุ๊บซินก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมามองหน้าผมทันที

“เอาแขนออก”

พอซินตื่นปุ๊บผมก็สั่งทันที ซินมองหน้าผมพลางเลิกคิ้วสูงก่อนที่จะเอาแขนออกแล้วค่อยๆลุกขึ้นแล้วนั่งหันหลังให้ผมโดยอัตโนมัติ ผมมองตามร่างหนาที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่ สงสัยคงจะปวดหัว.. แต่ว่าทำไมซินไม่ใส่เสื้อผ้า พอผมกำลังจะเอ่ยถามซินออกไปผมกลับต้องชะงักทันทีที่ร่างกายของผมสัมผัสกับความเย็นของแอร์ทันทีแม้จะอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่หนาวแบบนี้..ชัดเลยว่าผม

ก็ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน!

“ครูครับ ผมขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจ เมื่อคืนผมเมา ผมอธิบายให้ครูฟังได้นะ”

“มึงจะอธิบายอะไรให้กูฟัง! เมื่อกี้มึงบอกว่าเมาไม่ใช่รึไงวะ!!” ผมพูดออกไปเสียงแข็ง แล้วผมที่เริ่มมีอารมณ์โกรธขึ้นมาจนเผลอเปลี่ยนสรรพนามไปด้วย

ถึงตอนนี้ผมพอจะจำได้แล้วล่ะว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แล้วเพราะผมเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงชะงักไปนิดก่อนที่จะค่อยๆหันมามองหน้าผม

“ครูโกรธผมเหรอ”

“มึงทำแบบนี้กับกู ถ้ากูไม่โกรธกูก็คงไม่ใช่คน” จริงอย่างที่ผมพูดไหมล่ะ มาเอากันทั้งๆที่ผมเมา แล้วอีกอย่างผมก็เป็นผู้ชายแล้วยังต้องมาเป็นฝ่ายรับอีก ถ้าผมไม่โกรธผมก็คงจะเป็นเกย์ที่ยอมให้ผู้ชายเอาง่ายๆโดยที่ไม่ถือสาอะไร

แต่นี่มันไม่ใช่ไง! ผมเป็นผู้ชาย! อีกอย่างผมยังไม่เคยเอาใครมาก่อนด้วย แต่ดูตอนนี้สิ...ผมเป็นฝ่ายโดนเอาเฉย!

“เหี้ย..” ผมสบถออกไปก่อนที่จะค่อยๆพลิกตัวหันหนีคนที่กำลังนั่งมองผมอยู่

“ครูพาย ผมขอโทษ”

“มึงจะไสหัวไปไหนก็ไป” ผมหันไปขึ้นเสียงใส่คนที่เอ่ยออกมาเมื่อกี้ก่อนที่จะรีบหันกลับทันที ซินนั่งเงียบอยู่พักนึงก่อนที่จะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไป

แม่งเอ้ย.. ทำไมมันต้องกลายเป็นแบบนี้ด้วยวะ ก็แค่กินเหล้าแล้วทำไมมันต้องเป็นแบบนี้..

โคตรจะเสียความรู้สึกเลยว่ะ อุตส่าห์ไว้ใจแต่กลับมาทำกันแบบนี้

ผมนอนอยู่บนเตียงนิ่งๆปล่อยให้ตัวเองคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนซ้ำไปซ้ำมาคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องเมื่อวานผมก็จำไม่ค่อยได้ด้วยสิว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ผมควรจะให้อภัยกับสิ่งที่ซินทำกับผมรึเปล่า เพราะเมื่อวานเขาก็เมาคงจะไม่ได้ตั้งใจ อีกอย่างนึงคือเขาเป็นลูกศิษย์ผมด้วย ต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน

เอาไงดีวะ..

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นให้ผมได้หันไปมองพลางดึงผ้าห่มคลุมตัวขึ้นสูงจนคลุมจมูกไปด้วย พอเสียงเคาะประตูเงียบลง คนที่อยู่ข้างนอกก็เปิดประตูเข้ามา พอผมเห็นว่าเป็นใครผมเลยนอนหันหลังให้เหมือนเดิม

“ครูครับ ผมเอาข้าวมาให้” ซินเดินถือถาดอาหารเข้ามาที่เตียงพลางวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนที่จะเดินไปลากเก้าอี้ที่อยู่มุมห้องเข้ามานั่งเฝ้าผมไว้

แต่เรื่องไรผมจะหันไปล่ะครับ ผมยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าผมตัดสินใจไปมันจะถูกรึเปล่า ขอดูพฤติกรรมของซินก่อนละกัน

“เบลล์กับไม้มันยังไม่ตื่นกันครับ มันนอนกันอยู่ข้างล่างในห้องนั่งเล่นที่พวกเราเล่นเกมเศรษฐีกันเมื่อวาน” ซินยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้ตอบอะไรออกไป

จะให้ผมตอบอะไรล่ะครับ ตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะคุยกับใครทั้งนั้นแหละ

“ครูพายครับ ครูยังโกรธผมอยู่ใช่ไหม ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะถึงตอนนั้นมันจะพอมีสติอยู่บ้างก็ตาม แต่ผมหยุดตัวเองไม่ได้จริงๆ ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่ทำแบบนี้หรอก ผมขอโทษจริงๆนะครู” ซินพูดออกมาเสียงอ่อน แต่หนักแน่นในประโยคสุดท้าย

“หุบปาก”

“ครูพาย..”

สิ้นสุดเสียงของซินผมเลยค่อยๆหันไปนอนตัวตรงก่อนที่จะกัดฟันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยความยากลำบาก ซินมองทุกการกระทำของผมโดยที่ไม่ละสายตาไปจากผมเลยจนผมเป็นฝ่ายรู้สึกอัดอัดซะเอง

“เอาข้าวมา”

ผมเอ่ยสั่งคนที่กำลังนั่งมองผมอยู่ให่ช่วยหยิบข้าวให้ ซินเอื้อมมือไปหยิบชามมาแล้วลุกมานั่งข้างเตียงที่ผมกำลังนั่งอยู่ ซินนั่งหันหน้ามาหาผมพลางตักโจ๊กขึ้นมาแล้วเป่าให้ผมเบาๆก่อนที่จะยื่นช้อนเข้ามาจ่อปากผม

ผมขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าก่อนที่จะยื่นมือเข้าไปหวังจะหยิบช้อนมากินเอง แต่ซินกลับชักมือหนีแล้วเอามาจ่อปากผมเหมือนเดิม

“อ้าปาก” ซินพูดออกมาแค่นั้นก่อนที่จะจ้องตาผม

“มึงเป็นใคร มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งก...อุ้บ!!” ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีเลยครับ ซินก็ยัดช้อนเข้ามาในปากป้อนโจ๊กให้ผมกินซะแล้ว

พอซินดึงช้อนออกผมเลยอ้าปากแล้วเอามือพัดลมเข้าปากให้หายร้อน ผมพัดไปยังไม่ทันจะหายร้อนเลยครับ ซินก็วางชามลงบนโต๊ะหัวเตียงก่อนที่จะจับข้อมือผมไว้ให้หยุดพัด ก่อนที่เขาจะค่อยๆเข้ามาใกล้ๆแล้วเป่าลมเข้าปากผมให้หายร้อน

ผมนิ่งอึ้งไปชั่วขณะพลางมองหน้าคนที่ยื่นเข้ามาเป่าปากผมให้หายร้อน ผมไล่สายตาไปสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ตอนนี้กำลังสบตาผมกลับ ดวงตาของซินมันทำให้ผมรู้สึกถึงความแข็งกระด้างและก้าวร้าว แต่ในขณะเดียวกันผมก็เห็นถึงความอ่อนโยนแฝงอยู่ในนั้นด้วย

ซินหยุดเป่าลมใส่ปากผมแล้วหันมาสนใจสบตาผมแทน ผมก็เผลอสบตากลับแล้วกลืนโจ๊กลงคอโดยอัตโนมัติ ผมกับซินยังคงสบตากันอยู่เหมือนเดิม กระทั้งซินค่อยๆเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังรดหน้าผมอยู่ตอนนี้

พอผมกลับมาได้สติอีกครั้งผมเลยหันหน้าหนีเขาทันที ผมรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร อีกนิดเดียวเขาก็เกือบได้ทำในสิ่งที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

เขาจะจูบผมไง

“เอามา กูจะกินเอง” ผมเอ่ยออกไปพลางเอื้อมมือเข้าไปจะถือชามขึ้นมาแต่ซินคว้าไปไว้ในมือของเขาก่อน แล้วก็อย่างที่ผมคิดไว้ครับ เขาต้องการที่จะป้อนผมอีก แต่คราวนี้เขาเป่าให้ผมนานหน่อย ผมเลยต้องจำใจให้เขาป้อนจนหมดชาม

“นี่ครับ น้ำกับยา”

พอผมกินคำสุดท้ายหมดซินก็ยื่นสิ่งที่เพิ่งพูดออกไปเมื่อกี้มาให้ผมทันที ผมรับมาไว้ในมือก่อนที่จะกินยาเข้าไปทั้งหมด โดยรวมก็ประมาณสี่ถึงห้าเม็ด

“ครูหายโกรธผมรึยังครับ”

“อยากให้กูหายโกรธมึงเร็วๆเหรอ ถามกูอยู่ได้ กูรำคาญ”

ผมหันไปว่าทันทีที่ดื่มน้ำเสร็จ บอกตรงๆว่าไอ้เด็กคนนี้มันทำผมหลุดแล้วจริงๆ ปกติผมไม่เคยพูดหยาบคายใส่ใครด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่คนที่ผมสนิทจริงๆ แล้วพอผมพูดจบซินก็พยักหน้าให้ผมทันที ผมเลยพูดประชดซินออกไปด้วยความรำคาญ

“ง้อกูสิ ง้อให้กูหายโกรธถ้ามึงคิดว่ามึงทำได้”

ซินเงียบทันทีที่ผมเอ่ยออกไป ก็ไม่ได้กะจะพูดออกไปแบบนั้นหรอก แค่รำคาญเฉยๆ แต่ผมก็ไม่นึกว่าซินจะคิดอย่างนั้นจริงๆ...

“ได้ครับ ผมจะง้อครูจนกว่าครูจะหายงอน”

ผมหันขวับไปมองซินทันที ผมกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธออกไปแต่พอสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแล้ว ผมกลับกลืนคำพูดลงคอไปโดยอัตโนมัติ แววตาของเขามันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ผมมองแล้วก็ไม่อยากทำลายความตั้งใจของเด็ก แต่ว่าผมไม่ได้งอนจริงๆนี่หว่า แค่โกรธเองไม่เห็นต้องให้ง้อ เพียงแค่เขาหาเหตุผลดีๆมาอธิบายให้ผมฟัง ผมก็น่าจะหายโกรธแล้วล่ะ

“ครูอยากให้ผมเล่าอะไรให้ฟังไหม หรือมีอะไรจะถามผมรึเปล่า”

แล้วจู่ๆซินก็เอ่ยขึ้นระหว่างที่ผมกำลังมองหน้าเขาอยู่ อะไรวะ นี่คือวิธีง้อของซินเหรอ ผมมองหน้าเขาอยู่สักพักนึงก่อนที่จะค่อยๆกัดฟันเลื่อนตัวนอนลง แต่นอนหงายได้ไม่นานผมก็เปลี่ยนมาเป็นนอนคว่ำโดยที่มีซินคอยประคองแล้วห่มผ้าให้

ไอ้เจ็บสะโพกกับก้นอย่างเดียวมันไม่พอน่ะสิ ผมยังรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนโดนกัดที่แผ่นหลังของผมด้วย

“หลังกูเป็นอะไรวะรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ ถ่ายรูปให้ดูหน่อย”

ผมว่าออกไปพลางหันไปมองซินที่กำลังถือโทรศัพท์นั่งมองผมอยู่ ซินสะดุ้งทันทีที่ผมเอ่ยออกไป ก่อนที่ซินจะค่อยๆดึงผ้าห่มที่คลุมถึงกลางหลังผมลงไปไว้ที่บั้นท้ายจนผมต้องหันไปมองทันที

“กูให้ถ่ายที่หลังอย่างเดียว ก้นกูมึงไม่ต้อง”

“เดี๋ยวครูก็รู้”

พอพูดจบซินก็จัดการถ่ายหลังผม ผมเลยหันไปนอนคว่ำหน้าดีๆ แต่ถ่ายไปได้ไม่เท่าไหร่ มือหนาของซินก็เลื่อนเข้ามาจับเส้นผมสีน้ำตาลของผมแหวกออกอย่างเบามือแล้วถ่ายรูปต่อ พอถ่ายเสร็จซินก็ส่งโทรศัพท์มาให้ผมแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัวผมไว้เหมือนเดิม

ผมเลื่อนดูรูปแต่ละรูปที่ซินถ่ายให้ ซึ่งแต่ละรูปที่ผมเห็นนะ หลังผมเต็มไปด้วยรอยสีแดงเป็นจ้ำๆจากไหล่ลงไปยังก้น ก่อนที่จะซูมดูใกล้ๆว่ามันเป็นรอยอะไร

อ่า...รู้แล้วล่ะ รอยขบกัดที่ใครบางคนทำไว้ พอเลื่อนรูปสุดท้ายดู รอยขบกัดสีแดงนั่นก็ปรากฎอยู่บนซอกคอของผมด้วย

“มึง..”

“ครูผมขอโทษ ขอโทษจริงๆนะ” พอผมดูรูปเสร็จผมก็หันไปมองหน้าซินที่กำลังมองผมอยู่ก่อนจะเอ่ยออกไป แต่พอคำพูดของผมออกจากปากได้แค่คำเดียวซินก็พูดแทรกขึ้นมาทันทีพร้อมกับยกมือขอโทษขอโพยผมไปด้วย

“มึงเอากูอย่างเดียวไม่พอ มึงยังจะมาฝากรอยไว้ให้กูตอกย้ำชีวิตบัดซบของตัวเองอีกเหรอวะ ห้ะ!?”

“ครูพาย..”

“กูไม่ใช่เพื่อนมึง มึงไม่ต้องมาเรียกชื่อเล่นกู...!”

ผมตะหวาดใส่ทันทีที่คนข้างหน้าครางชื่อเล่นผมออกมา ผมเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าผมไม่ชอบให้เด็กนักเรียนมาเรียกชื่อเล่นหรือปีนเกลียวกับผม แต่ซินเป็นกรณีพิเศษผมเลยอนุญาตให้เรียกได้ แต่ตอนนี้มันไมใช่แล้วโว้ย!

แค่มันเอาผมผมก็ถือว่ามันเหยียบหัวผมแล้ว แล้วนี่มันยังจะมีน่ามาเรียกชื่อเล่นผมอีก ได้ยินแล้วมันโมโห! ไม่ได้วีนนะ แค่อารมณ์ไม่ค่อยดี!

“...”

คราวนี้ซินเลยเงียบไปเลยครับ ไม่มีคำพูดออกมาจากปากซินเลยสักคำจนผมดูรูปเสร็จก็ส่งโทรศัพท์คืนให้แล้วหันหน้าหนี

“ครูพิภัช... ครูมีอะไรจะถามผมหรือให้ผมทำอีกไหม”

“กูมีคำถาม”

ผมเงียบไปสักพักก่อนตอบออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอยากรู้อะไรอีก พอผมพูดจบซินเลยเลิกคิ้วสูงแล้วมองผม ก่อนที่จะขยับริมฝีปากได้รูปพูดออกมา “ถามมาได้เลยครับ”

“ถ้ากูถามไปแล้วมึงต้องบอกความจริงกับกู แล้วก็นึกดีๆก่อนที่จะตอบด้วย ถ้ามึงยังอยากมีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้” พูดจบซินก็พยักหน้าให้ผมเบาๆเชิงเข้าใจ

“เมื่อคืนมึงเอากูแค่รอบเดียวใช่ไหม” สิ้นสุดคำถามของผมซินดูชะงักกึกไปทันทีก่อนที่จะขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน ผมจำได้แค่ว่าผมกับซินมีอะไรกันแค่รอบเดียวผมเลยถามให้แน่ใจ เพราะผมว่าแค่รอบเดียวมันไม่น่าจะเจ็บสะโพกหนักขนาดนี้

“มึงจะตอบกูได้รึยัง” พอผมเห็นซินเงียบไปนานผมเลยเอ่ยขึ้นไปอีกครั้ง

“สี่รอบครับ..”

หะ..ห้ะ!? สี่รอบ!!?

“อะ.. ไอ้... ไอ้เด็กเวรนี่! มึงกล้าดียังไงมาเอากูตั้งสี่รอบ!! กูเป็นครูมึงนะเว้ย!!!” ผมตวาดใส่ซินทันทีก่อนที่จะหันหนีแล้วสงบสติอารมณ์ เผลอสติแตกไปตั้งหลายรอบ ควบคุมอารมณ์สิพาย เราเป็นคนอยากรู้เองไม่ใช่รึไงล่ะ

ใจเย็นๆไว้น่า.. พาย..

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ

“แล้วมึงไม่รู้สึกขยะแขยงบ้างรึไงวะที่มาเอาผู้ชายด้วยกันเอง” ผมพูดพลางหันไปสบตาเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังนั่งจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว

“ก็ครูเหมือนผู้หญิง

ริมฝีปากได้รูปขยับเอ่ยคำตอบออกมา ผมมองหน้าซินเพื่อดูหว่าไอ้หมอนี่มันกวนตีนรึเปล่า แต่พอเห็นแววตามันแล้ว ไม่ใช่อ่ะครับ มันไม่ได้กวนตีนไอ้หมอนี่มันพูดจริง

คำตอบที่ผมได้ยินแล้วถึงมันจะดูขัดหูไปหน่อย แต่พอฟังแล้วมันกลับเขินขึ้นมาซะงั้น ผมว่าผมเปลี่ยนเรื่องดีกว่า ก่อนที่หน้าผมจะร้อนไปกว่านี้

“แล้วนี่เอาห้องเบลล์มาใช้ เบลล์ไม่ว่ารึไง”

“นี่ห้องผม”

“ห้องนายได้ไง นี่มันบ้านเบลล์”

“ก็เนี่ยห้องผม”

“เอ๊ะ! มึงนี่!” ผมขึ้นเสียงใส่ซินพลางยกมือขึ้นจะต่อยคนที่กำลังต่อปากต่อคำกับผมอยู่ พูดอะไรออกไปก็เอาแต่บอกห้องผมๆอยู่นั่นแหละ แล้วพอซินเห็นว่าผมเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีซินเลยอธิบายอกมาให้ผมฟัง

“โอเค ที่นี่เป็นบ้านของเบลล์ แต่ว่าห้องนี้เป็นห้องของผม เบลล์มันยกห้องนี้ให้เป็นของผมไอ้ไม้มันก็มีห้องของมันเองที่นี่” โอ้โห รู้อยู่หรอกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่มันถึงกับต้องยกห้องนอนที่บ้านตัวเองให้กับเพื่อนเลยเหรอวะ

“รวยกันนี่เนอะ” ผมพึมพำเบาๆก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองที่ไม่ได้ใส่แว่นตาตัวเองเบาๆ

“ครูอยากมีบ้างไหมล่ะ แม้แต่เบลล์กับไม้มันก็ยังไม่มีห้องเป็นของตัวเองที่บ้านผมเลย แต่ผมให้ครูได้นะ” อยู่ๆซินก็พูดประโยคนี้ออกมาให้ผมได้หันไปมองอย่างงุนงง ซินมองหน้าผมที่กำลังเลิกคิ้วสูงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่มุมปากได้รูปจะยกขึ้นแล้วเอ่ยต่อ

ห้ะ..

“หมายความว่าไง” ผมเอ่ยออกไปพลางยกแขนขึ้นเท้าคางไว้ก่อนจะขมวดคิ้วมองซินด้วยสีหน้างุนงง

“ก็หมายความว่า ครูเป็นคนที่พิเศษ... มากกว่าเพื่อนของผมไง”

ซินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มันกลับทำให้ผมต้องใจสั่นกับคำพูดที่เขาพูดออกมา เขาจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาได้ ผมสบดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นได้ไม่นานก็ต้องหลบดวงตาคู่นั้นทันที

ก่อนหน้าที่ซินจะย้ายมาอยู่ที่บ้านของผม ผมก็สบตาซินได้เป็นปกติ แต่พอเริ่มมาอยู่ใกล้ชิดกันผมกลับสบตาเขานานไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายหลบตาก่อนตลอด จนเกิดเรื่องนี้ขึ้นแหละเลยทำให้ผมโมโหแล้วสบตาเขาได้นานแต่พอผมใจเย็นลงความรู้สึกใจสั่นทุกครั้งที่เขาสบตากับผมมันก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง

“มันก็แน่อยู่แล้ว กูไม่ใช่เพื่อนมึงหนิ” ผมว่าออกไปก่อนที่จะมองหาอะไรบางอย่าง

“มันก็ใช่ แต่ว่า..”

“โทรศัพท์กูอยู่ไหน” ผมพูดตัดบทเขาออกไป ซินมองผมนิ่งๆก่อนที่จะมองไปรอบๆห้องหาโทรศัพท์ของผม เขาลุกขึ้นเดินไปที่ปลายเตียงแล้วหยิบกางเกงของผมล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาก่อนที่จะส่งมันให้ผม ผมรับโทรศัพท์ของผมมาไว้ในมือก่อนที่จะเปิดเช็คโทรศัพท์ทันที

ตะวันโทรมา.. สามสิบเก้าสาย..

ผมมองโทรศัพท์ตัวเองได้ความตกใจที่ตะวันโทรมาหาผมเยอะขนาดนี้ ก่อนที่ผมจะรีบโทรกลับสายตาของผมก็เป็นเห็นข้อความที่ตะวันส่งจากไลน์มาถึงผม

“ตกลงครูจะเอาสักห้องไหม ที่บ้านผม” ซินว่าขึ้นหลังจากที่กลับมานั่งเก้าอี้ข้างเตียงตัวเดิมที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้

“ไม่เอา กูจะเอาไปทำห่าไรบ้านกูก็มี กูไม่ใช่คนไม่มีที่ซุกหัวนอนถึงจะต้องไปนอนบ้านมึง” ผมเอ่ยออกไป สายตาก็มองไปยังข้อความที่ตะวันส่งมาให้ผมด้วยท่าทีร้อนรน

“ทำไมอ่ะครู ผมให้ครูฟรีๆเลยนะ” ซินยังคงเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ซึ่งต่างจากผมที่กำลังร้อนใจสุดๆว่าตะวันจะเป็นอะไรรึเปล่า ผมกวาดตามองไปยังข้อความแรกที่ตะวันส่งมาก่อนที่จะเริ่มอ่านมันมาเรื่อยๆ

‘พี่พาย’

          ‘ผมกลับมาจากโรงเรียนแล้วนะ’ 

          ‘พี่อยู่ไหนน่ะ พี่ไม่อยู่บ้านหนิ’ 

          ‘แม่มาตามให้ไปกินข้าว’ 

          ‘พี่จะกลับมาเมื่อไหร่ นี่มันก็มืดแล้วนะ’ 

          ‘จะกลับกี่โมงบอกผมด้วย’
 
          ‘ผมโทรไปพี่ไม่รับสายผมเลยอ่ะ’

          ‘พี่เป็นอะไรรึเปล่า’ 

          ‘พี่พาย’ 

          ‘พี่พายครับ?’ 

          ‘พี่เป็นอะไรรึเปล่า’ 

          ‘พี่ไม่ว่างเหรอ’ 

          พี่หายไปไหนของพี่น่ะ นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะทำไมพี่ยังไม่กลับบ้านอีก’ 

          ‘รับสายผมหน่อยสิครับ’ 

          ‘กลับบ้านมาแล้ว อย่าลืมโทรมาบอกผมด้วยนะ’ 

          ‘ผมรอรับสายจากพี่อยู่’

แต่ละข้อความที่ตะวันส่งมาให้เวลานั้นต่างกัน ข้อความแรกส่งมาตอนสี่โมงเย็น แล้วข้อความที่มาตามผมให้ไปกินข้าวก็ส่งมาตอนหนึ่งทุ่ม หลังจากนั้นตะวันก็ส่งข้อความมาหาผมเรื่อยๆ จนข้อความสุดท้ายที่ตะวันส่งมาบอกผมว่า ‘ผมรอรับสายจากพี่อยู่’ มันส่งมาตอนหกโมงเช้า

ผมมองข้อความล่าสุดที่ถูกส่งมาให้ก่อนที่ข้อความอีกข้อความนึงจะเด้งขึ้นมา

‘พี่พาย..’

ผมมองข้อความนั้นที่ส่งมาก่อนที่จะมองเวลา ส่งมาตอนนี้เนี่ยแหละ!

พอผมเห็นว่าตะวันรู้แล้วว่าผมอ่านข้อความของเขาอยู่ผมเลยรีบพิมพ์กลับไป ‘เดี๋ยวพี่โทรไป’ พอกดส่งปุ๊บผมก็รีบออกจากไลน์แล้วกดโทรหาตะวันทันที

“ตะวัน พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เราเลย พอดีพี่มาดื่มกับ...เพื่อน.. พี่เลยเมาแล้วไม่ได้รับโทรศัพท์เรา พี่ขอโทษนะ” ผมรีบอธิบายเหตุผลพร้อมกับขอโทษตะวันออกไปทันทีที่คนทางนู้นกดรับสาย

“...”

“ตะวัน? ฮัลโหล ได้ยินพี่รึเปล่า?”

“...แล้วพี่จะกลับบ้านเมื่อไหร่...” ตะวันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบโหย จนผมฟังแล้วถึงกับขมวดคิ้วทันที

“ไม่รู้สิ พี่ว่าพี่ยังคงเมาไม่สร่างสักเท่าไหร่ ถ้าไหวพี่ก็จะกลับไปเย็นนี้แหละ แล้วเราน่ะ.. นอนบ้างรึยัง” เมาไม่สร่างบ้าอะไรล่ะครับ ของผมมันสร่างตั้งแต่ที่รู้ว่ามีอะไรกับซินแล้ว

“...ให้ผมไปรับพี่ไหม” ตะวันไม่ตอบคำถามของผมครับ ถ้าตะวันเลี่ยงที่จะตอบแสดงว่าตะวันยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน!

“เรานอนไปเถอะ เดี๋ยวพี่กลับบ้านเอง ทำไมเราถึงไม่นอนนะพี่ล่ะไม่เข้าใจเราเลยจริงๆ” ผมว่าขึ้นก่อนที่จะกดวางสายแต่เสียงของตะวันดังขึ้นมาก่อนเลยทำให้ผมต้องกลับไปฟังเขา

“เพราะผมเป็นห่วงพี่ไง”

“พี่รู้.. ขอบใจมากที่เป็นห่วง แต่มันก็ไม่ถึงกับต้องอดหลับอดนอนเพื่อรอพี่หนิ ไปนอนได้แล้วไป แค่นี้นะ” ว่าจบผมก็รีบกดตัดสายทันที เพื่อที่ตะวันจะได้นอนพักผ่อน

“แหม่ ดีจังนะมีคนห่วงด้วย” ซินว่าออกมาก่อนที่จะส่งยิ้มยียวนมาให้ผม

“เสือก”

ผมหันไปด่าซินก่อนที่จะเข้าไปในไลน์อีกครั้งแล้วส่งข้อความไปให้ตะวัน ‘ฝันดีนะ’ ไม่นานตะวันก็เปิดอ่านแล้วส่งข้อความกลับมาตอบรับผม ‘ครับผม’ พร้อมกับสติกเกอร์รูปเด็กผู้ชายที่ทำท่าตะเบ๊ะมาพร้อมกับกล่องข้อความที่เด็กผู้ชายคนนั้นพูดว่ารับทราบให้ผมได้อมยิ้มตามไปด้วย

“ตกลงครูไม่เอาจริงๆดิ ห้องที่บ้านผมอ่ะ” ซินวกกลับเข้ามาในประเด็นที่ผมกับเขาคุยกันก่อนหน้านี้

“เออ กูจะเอาไปทำซากอะไรล่ะ”

“โถ่ กะว่าจะเอาเรื่องห้องมาง้อซะหน่อย นึกว่าจะได้ผล” ว่าจบซินก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะนั่งคิดหาวิธีง้อผมต่อ

เอาจริงดิ? ง้อเรื่องนี้จริงอ่ะ? งั้นที่บอกว่าผมเป็นคนพิเศษของมันก็แสดงว่าไม่เป็นความจริงงั้นสิ?

ไอ้เด็กเวรเอ้ย! เห็นกูเป็นตัวอะไรวะ ทำไมชอบมาทำให้กูต้องใจสั่นอยู่เรื่อย!






ThaRat Talk
          กลับมาอัพให้แล้วววว เพิ่งปิดเทอมค่ะก็เลยพอมีเวลามาอัพให้ ขอโทษนะคะที่หายไปซะนานเลย กำลังแต่งนิยายเรื่องนี้อยู่น่ะค่ะ อีกอย่างคือไม่รู้ด้วยว่าจะยังมีคนอ่านเรื่องนี้อยู่มั้ย เพราะไม่มีใครมาคอมเมนต์เลยอ่าาาา รู้สึกกำลังใจมันหายไปหมดเลย ช่วยกันคอมเมนต์ให้กำลังใจนักเขียนหน่อยน้าาาา นิดๆหน่อยๆก็ยังดีให้รู้ว่ายังมีคนติดตามอยู่
          เอาจริงๆคือหนีไปเปิดเรื่องอื่นแล้วล่ะค่ะ ถ้ายังอ่านอยู่ก็คอมเมนต์มาหน่อยนะ จะได้แต่งต่อ 555+





ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #93 yeolbjin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 22:32

    ชอบครูพายอ่ะน่ารักมาก
    #93
    0
  2. #92 yeolbjin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 22:31
    ncอ่านได้ที่ไหนคะ
    #92
    0