The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 9 : Dark side of the heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59

 คฤหาสน์ขนาดใหญ่สีขาวสะอาดสะอ้าน เรียงรายไปด้วยดอกไม้หลายพันธุ์ที่ถูกบรรจงตกแต่งไว้ให้เข้ากับความงามของอาคารเบื้องหน้า แม้ใบหน้าเรียวสวยได้รูปจะเกิดมาท่ามกลางคฤหาสน์ที่ตกแต่งอย่างสวยงามไม่ต่างกัน แต่ความแตกต่างของรูปทรงและสภาพแวดล้อมก็ทำให้ตาดวงโตเปล่งประกายขึ้นมาอย่างตื่นเต้น  เสียงประตูรถคันหรูเปิดออกเผยให้เห็นดวงตาคมกริบคู่เดิมที่มองมา เป็นสัญญาณให้คนตัวเล็กกว่ารู้ว่า เธอได้เข้ามาถึงคฤหาสน์ทอมลินสันอย่างสมบูรณ์แล้ว
"สวัสดีครับคุณลูอี และยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์ทอมลินสันครับคุณหนู" ประโยคท้ายเหมือนจะถูกส่งต่อให้กับร่างบางสวยที่ยืน
เคียงข้างกับทายาททอมลินสัน ร่างสมส่วนของหัวหน้าโค้งคำนับให้ผู้มาใหม่อย่างนอบน้อม พื้นหินอ่อนแกะสลักอย่างดีถูกปูพรมสีแดงสดไปตามทางยาวอย่างมีศิลปะ เด็กสาวในชุดแม่บ้านเดินเข้ามารับเสื้อตัวนอกของคนร่างสูง เจ้าตัวยื่นให้โดยดีเหมือนไม่ได้แปลกตาอะไร แต่สำหรับคนตัวเล็กกว่าที่กำลังถูกถอดรองเท้าให้จากคนแปลกหน้าทำให้เธอทำตัวไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด
"อย่าเกร็งเท้าสิ" เสียงแหบๆดังพร่าขึ้นที่ข้างหูจนได้ยินชัดเจน ทำเอาเท้าเรียวบางเกร็งไปอีกเท่าตัว นี่ร่างสูงจะแกล้งเธอต่อหน้าคนอื่นไปถึงไหนกัน สายตากรุ้มกริ่มจากเหล่าพ่อบ้านและแม่บ้านที่มาต้อนรับทำเอาคนโดนแกล้งเขินไปอีกเท่าตัว  แต่เหมือนตัวการอย่างทายาททอมลินสันจะชอบใจใหญ่ สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเนื้อดีอย่างสบายใจ แถมปากบางสวยยังเผยยิ้มบางๆที่คนในบ้านนานๆจะได้เห็นออกมาอย่างง่ายๆ
"คุณลูอีครับ โทรศัพท์จากทางโน้น"โทรศัพท์สีดำเครื่องบางถูกส่งมายังมือของผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม แต่คนที่รับไว้กลับส่งมันต่อไปยังเจ้าของตาสีฟ้าประกายสวยข้างๆ มือเรียวสวยรับไปอย่างงงๆกับการกระทำของคนตรงหน้า ทำไมเขาต้องส่งโทรศัพท์ให้เธอกันหล่ะ หรือมันจะเป็นสายของเลียม
(เคียร่า เคียอยู่ไหน ปลอดภัยรึปล่าว" เสียงทุ้มต่ำตามสายโทรศัพท์เป็นดังคนตัวเล็กคาดไว้ ปากสีสวยเผยอตอบกลับคำถามของคนที่เป็นดั่งพี่ชายไปช้าๆ กว่าจะตอบได้หมดทุกคำถามที่รัวมาก็กินเวลาไปหลายนาที โดยเฉพาะการห้ามไม่ให้คนปลายสายตามมาถึงคฤหาสน์ทอมลินสันก็กินเวลาไปอีกนาน รอบๆจงเหลือเพียงร่างสูงโปร่งดูดีของลูอี และร่างเล็กบอบบางของคุณหนูพาลวินเท่านั้น ลูอีมองใบหน้าสวยอย่างชัดๆอีกครั้ง เวลานี้เขาควรจะอยู่ศึกษางานที่บริษัทใหญ่ เพื่อขึ้นเป็นประธานของทอมลินสันคนใหม่ให้เร็วที่สุด แต่ใบหน้าสวยราวกับแต่งแต้มนี้ทำให้เขาทำสิ่งที่ต่างออกไป เพียงคำขอจากคนตรงหน้าแค่ครั้งเดียว หัวใจของคนสูงกว่าก็ยอมตกลงจะช่วยแล้วอย่างไม่มีข้อแม้ ดวงตาคู่สวยของเคียร่าช่างสวยงามสำหรับคนอย่างเขาเหลือเกิน สวยงามจนยากที่จะบอกปฎิเสธว่าเขาไม่ได้หลงรักคนตรงหน้า  ใบหน้าสวยที่ถูกจ้องมองอย่างเงียบๆหันมาหาคนมองจนเจ้าตัวหลบตาไปเล็กน้อย 
"พอได้แล้ว หมดเวลาคุย" ปากบางเผยอขึ้นอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆโลหะสีดำที่ถือไว้แนบหูก็ถูกดึงออกไปโดยคนข้างๆ มือเรียวสวยเก็บโทรศัพท์ที่แย่งมาลงกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว และอีกครั้งที่มือเรียวบางของเคียร่าถูกกุมด้วยมือของร่างสูง แรงขัดขืนเพียงเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ลูอีรำคาญใจแม้แต่น้อย เขาเดินนำร่างบางที่เดินตามมาข้างหลังไปยังสถานที่สำคัญของตระกูลทอมลินสัน อาคารทรงห้าเหลี่ยมสีขาวขนาดใหญ่พอที่จะจัดการแสดง ประชุม หรือจัดงานเลี้ยงได้ตั้งตระหง่านอยู่กลางสนามหญ้าสีเขียว เสียงฝีเท้าของคนสองคนย่ำไปตามทางเดินหินอ่อนอย่างเป็นจังหวะ มือเรียวบางคลายการขัดขืนเมื่อเห็นว่าดิ้นไปร่างสูงตรงหน้าก็คงจะไม่ปล่อยมือตัวเองอยู่ดี กลิ่นดอกไม้โชยมาอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆจากคนตรงหน้าดูผสมกันลงตัวเกินไปจนร่างเล็กเผลอซึมซับกลิ่นนี้ไปอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
"ว่าไงลูอี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะจ๊ะ" เสียงนุ่มอ่อนโยนของใครบางคนดังขึ้นจากในศาลาสีขาวสะอาดตา ร่างสูงวัยของหญิงชราวัยเกือบห้าสิบปีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดังข้นทั้งๆที่เจ้าตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่หันออกไปทางทะเลสาบหลังคฤหาสน์ เคียร่าขมวดคิ้วเล็กน้อยกับการทักทายที่ดูแปลกไปของทั้งสองคน เมื่อร่างสูงของลูอีเดินอ้อมไปกอดร่างของหญิงคนนั้นเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าสวยราวกับรูปปั้นนั้นทำใจของคนมองกระตุกวูบเล็กน้อย เวลาลูอียิ้มอย่างอ่อนโยนแบบนั้น เขาดูเหมือนเทพเจ้าผู้ทรงอำนาจไปด้วยสเน่ห์และความสวยงามเกินต้านทาน
"หนูคือเคียร่า สวัสดีจ๊ะ" ร่างสูงโปร่งในชุดเดรสสีอ่อนที่ปลิวไปตามแรงลอมอ่อนๆเล็กน้อยเอื้อมมือไปจับกับร่างสูงวัยที่มองมาทางเธออย่างเอ็นดู ร่างทั้งสามทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ หญิงชรามองหน้าผู้มาใหม่สองคนสลับกันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน หน่งคนที่สวยงามราวกับเทพบรรจงสร้าง โดยมีอีกคนที่คอยปกป้องดูแลผ่านใบหน้าสลักงามราวกับรูปปั้นที่ทรงอำนาจ คำบอกเล่าจากปากทายาททอมลินสันที่เธอได้เห็นมาตั้งแต่แบเบาะทำให้คนสูงวัยพยักหน้าตามไปเป็นพักๆ เธอหันไปมองใบหน้าสวยสดที่นั่งข้างๆ ที่ตอนนี้เริ่มฉายแววความเศร้าออกมากับเรื่องราวของตนเอง 

Louis Tomlinson:

"ฉันขอจับมือหนูได้มั้ยจ๊ะ" คำขอจากหญิงชราได้รับคำตอบเป็นร่างบางที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างว่าง่าย มือเรียวสวยสอดประสานเข้ากับมือของหญิงชราอย่างไม่รังเกียจ ตาสีฟ้าประกายหันไปหาเจ้าของร่างสูงที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว เพียงแค่สายตาเข้มแข็งที่มองมา ร่างบางที่เริ่มรู้สกกลัวขึ้นมาก็เลือกที่จะหลับตาลงตามที่หญิงชราบอก เสียงพึมพำจากปากหญิงชราดังขึ้นเบาๆเมื่อมือของคนทั้งสองสัมผัสกัน มันนำพาให้เคียร่าไปพบกับสถานที่นั้นอีกครั้ง สถานที่ในความฝันที่แสนจะอ้างว้าง น่ากลัว และเดียวดาย ใบหน้าของเคียร่าเริ่มมีหยดน้ำใสๆผุดขึ้นตามไรผม เป็นเหตุให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ไม่ไกลกุมมือเข้าหากันอย่างหนักใจ ความบอบบางของจิตคนตัวเล็กเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำกับคนทั่วไป เขารู้ดีว่าหญิงชรากำลังจะทำอะไร การจะทำให้เคียร่าหลุดพ้นจากสิ่งที่ตามติดเธอมาตลอด ไม่ใช่การหนี แต่กลับเป็นการที่เธอต้องเผชิญหน้ากับมัน

     ยิ่งวิ่งไปข้างหน้าก็ยิ่งเวิ้งว้าง ร่างบางเริ่มหอบหายใจถี่ขึ้นอย่างเหน็ดเหนื่อย มือสองมือที่กุมกันไว้เริ่มจับกันแน่นขึ้น สำหรับหญิงชรา ผู้เป็นถึงคนเก่าแก่ของทอมลินสัน เธอสัมผัสกับสิ่งเหนือธรรมชาติมาจนเคยชิน แต่หากความเงียบงันและความน่ากลัวของจิตที่ได้สัมผัสอยู่ตอนนี้กลับน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเจอ พลังบางอย่างรุนแรงเกินไป รุนแรงจนสามารถครอบงำจิตใจของคนๆหนึ่งให้เป็นที่อยู่ของมันได้ มันคอยกัดกินและหลอกหลอนผู้เป็นเจ้าของร่างอย่างโหดร้าย
"ช่วยด้วย ช่วยด้วย ไม่ไหวแล้ว" เสียงพึมพำจากปากสีชมพูสวยที่ตอนนี้เริ่มจะซีดขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงผุดลุกข้นอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แล้วไปคุกเข่าลงตรงหน้าร่างเล็กที่นั่งบนเก้าอี้อย่างร้อนรน อาการแบบนี้ไม่ใช่อาการที่บ่งบอกสัญญาณที่ดีแน่ เสี้ยววินาทีต่อมามือทั้งสองก็ผละออกจากกัน เสียงหายใจหอบถี่ของหญิงชราดังขึ้นก่อน ใบหน้าซีดเผือดของเธอทำให้ร่างสูงยิ่งคาดเดาสิ่งที่หญิงชราได้พบไม่ยากนัก ร่างสูงวัยลุกออกจากเก้าอี้เข้าไปในห้องเล็กข้างๆอย่างไม่ปริปากพูดอะไร แม้อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงชรามากขนาดไหน แต่ดวงตาสีฟ้าใสที่ค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้าก็ทำให้คนตัวสูงไม่กล้าลุกไปไหน  อ้อมแขนแกร่งโอบร่างบางที่ดูอ่อนแอเปราะบางจากความกลัวเหลือเกินให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาช้าๆ เสียงหายใจหอบถี่และดวงตาสีฟ้าประกายที่มองมานิ่งๆทำให้ลูอีเพิ่มแรงกอดร่างเล็กเข้าไปอีก 
barbara palvin - Buscar con Google

"ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้" ร่างบางเพียงพยักหน้าให้เขาเป็นคำตอบ ก่อนเปลือกตาจะปิดลง แสงสีฟ้าประกายหายไปพร้อมกับเสียงหายใจเบาๆของคนในอ้อมกอด ลูอีส่งสัญญาณมือให้แม่บ้านเข้ามาเฝ้าร่างบอบบางในอ้อมกอดไว้ 

"ฉันขอโทษลูอี เราช่วยเธอไม่ได้ พลังในจิตนั่น มันรุนแรงเกินกว่าที่จะเข้าไปชำระล้างได้" เหมือนรู้ว่าใครคือเจ้าของฝีเท้าที่เดินตามเข้ามา หญิงชราวางหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะแล้วพูดขึ้นโดยไม่ต้องมองคนที่เข้ามา คำถามเดียวของทายาทหนุ่มหนีไม่พ้นเรื่องของสาวน้อยคนนั้นอย่างที่หญิงชราคิดไว้ไม่มีผิดแน่ เพราะเสียงฝีเท้าที่เงียบลงราวกับว่าคิดตริตรองอยู่นั้นหยุดไปนานจนหญิงชราหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง
"แล้วถ้าเป็นพลังของผมหล่ะครับ" หญิงชราฝืนยิ้มออกมาอย่างแห้งๆ โชคชะตาไม่ได้กำหนดชีวิตมนุษย์ มนุษย์เพียงแต่เดินไปตามทางของมันแค่นั้นเอง หญิงชรากวักมือเรียกทายาทหนุ่มเข้าไปไกล้ๆ จับมือเรียวสวยราวกับผู้หญิงนั้นขึ้นมาวางบนมือของตน 
"ไม่มีใครมีพลังเกินกว่าทายาททอมลินสัน แต่อย่าลืม ทายาททอมลินสันมีพลังนี้ไว้ต่อสู้ ไม่ใช่ปกป้อง" ลูอีขมวดคิ้วเข้มๆเข้าหากันอย่างหนักใจ ใช่ว่าร่างสูงจะไม่เข้าใจถึงความหมายที่กล่าวออกมา พลังที่เขามีจะเป็นพลังที่ปกป้องคุ้มครองทอมลินสันทุกคนในอนาคต แต่เสียงเรียกร้องจากส่วนสำคัญในร่างกายก็ดงความคิดไปอีกทางอย่างกู่ไม่กลับ เขาไม่อยากเห็นแววตาหวาดกลัวของร่างบางที่เขาได้โอบกอดอีก 
"ตราบใดที่เธอยังให้มันอยู่เหนือจิตตัวเอง เธอจะมีทางหนีจากมันพ้น ฉันมั่นใจในตัวเธอหนุ่มน้อย ทายาททอมลินสันของพวกเรา" ลูอีฝืนยิ้มให้กับหญิงชราตรงหน้า แล้วถอยห่างออกมา สายลมอ่อนๆที่พัดมาจากทะเลสาบสีใสไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสบายเหมือนตอนแรกที่เดินเข้ามาที่นี่ ร่างบางที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเก้าอี้ตัวยาวยังคงหลับตาพริ้ม ลูอีเอื้อมมือไปไล้ผิวหน้าเนียนละเอียดอีกครั้ง หากเขาต้องเสียอะไรไป  เขาขอแค่สิ่งนั้นไม่ใช่ตุ๊กตาแสนสวยตรงหน้า มันช่างเป็นสิ่งที่เขาหลงรักเหลือเกินในเวลานี้ อยากครอบครอง อยากปกป้อง อยากแลกเธอมาแม้ต้องเสียอะไรก็ตาม


"ท่านจะให้ผมศึกษาอะไรพวกนี้ไปทำไมกันครับ" ใบหน้าคมกับผิวขาวจัดของผู้เป็นลูกน้องแสดงความประหลาดใจเกี่ยวกับสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า แฟ้มเอกสารของอาณาจักรอุตสาหกรรมพาลวินวางเรียงรายราวกับเป็นงานแสดงเอกสาร เบื้องหลังเก้าอี้นวมใหญ่เป็นร่างของคุณชายพาลวินที่ยังนิ่งกับคำถามที่ถูกถาม ร่างใหญ่หมุนเก้าอี้กลับมาช้าๆเพื่อสบตากับการ์ดร่างสูงที่อายุน้อยกว่าใครทั้งหมดในบรรดาคนดูแลเขา ดวงตาสีเฮเซลขับผิวขาวๆนั่นให้ดูดี แม้ว่าจะไม่ได้จบโรงเรียนฝกการต่อสู้ แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากับเพื่อนสนิทก็สร้างความมั่นใจในการดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง
"ไม่มีอะไรหรอกน่า ฉันเห็นว่านายหัวดี บางทีนายอาจจะไปได้ไกลกว่างานการ์ดปกตินะเซน" เจ้าของชื่อสบตาท่านชายของพาลวินอีกที แต่ก็พยักหน้ารับคำไป บางทีการติดตามคุณชายพาลวินเกือบหน่งเดือนเต็ม อาจทำให้กำแพงหนาของผู้เป็นนายทลายลงต่อผู้เป็นลูกน้องแล้วก็เป็นได้ 
"อ่อ ลืมบอกไป วันพรุ่งนี้กลับไปดูแลเคียร่าได้แล้วนะ ฉันได้คนใหม่แล้ว นายเข้ามาตอนที่จะเรียนรู้งานก็พอ" แปลกใจ ร่างสูงยิ่งแปลกใจหนัก แต่ความดีใจที่จะได้พบกับยอดดวงใจของเขามีมากยิ่งกว่า ร่างกำยำจึงโค้งรับคำสั่งมาอย่างไม่ถกเถียง ดวงดาวที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้าบอกให้เขารู้ว่า เมื่อแสงของมันเลือนหายไปในคราวนี้ เขาจะได้พบกับเธอ เจ้าของหัวใจของเขาเสียที

I can't explain the emotional state I am in other than that I am heartbroken. I love Zayn Malik so much and the fact that I won't see him in group pictures with the other four, the fact that I won't see him singing live, the fact that he was so unhappy that he did this, I don't know I just feel like we let them down. I hope he can be really happy now because he deserves. Enjoy your roller coaster zayn :):

"ขี้เซาแบบนี้เดี๋ยวก็เข้าคลาสสายอีกหรอก" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยสร้างรอยขมวดคิ้วบนใบหน้าสวยที่ซุกอยู่กับผ้าห่มอย่างงุนงง หากประสาทสัมผัสที่มีไม่เสีย เจ้าตัวก็คงไม่สบาย ที่ได้ยินเสียงคนแว่วมาแบบนี้
"พี่เลียมหรอ ทำไมต้องปลุกเช้ากว่าปกติหล่ะ" เสียงงัวเงียแต่ยังคงความอ่อนหวานของมันไว้ไม่เปลี่ยน สร้างรอยยิ้มมุมปากให้กับร่างสูงที่เดินเข้ามาได้ซักพัก มือหนาเอื้อมไปกดเปิดไฟในห้องให้สว่างขึ้นอีก ขายาวเดินไปยังปลายเตียง ม่านสีชมพูถูกเปิดออกช้าๆ ภาพวิวสวนอังกฤษหลังคฤหาสน์ดูสดใสไม่แพ้แสงที่ส่องเข้ามา ร่างบางครุ่นคิดอย่างหนักอีกที แล้วเปิดเปลือกตาข้นมองร่างสูงในห้อง รอยยิ้มกว้างผุดข้นมาอย่างไม่ปิดปังสิ่งใด ร่างสูงที่เธอคุ้นเคยยืนพิงโต๊ะอยู่ข้างหน้าเธอนี่เอง คิดถงเหลือเกิน เกือบเดือนแล้วที่ตาสีฟ้ากับสีเฮเซลไม่ได้จ้องกันตัวต่อตัวอย่างนี้
"ไม่คิดถึงกันบ้างรึไงห๊ะ มาหาก็เอาแต่นอน" ร่างสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม มือหนาเคลื่อนมาจับมือเรียวเล็กไว้อย่างนุ่มนวล ผิวเนียนละเอียดของคุณหนูพาลวินยังละเอียดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน มือเล็กๆยังคงน่าจับต้อง และดูแลไปเรื่อยๆอย่างไม่มีเปลี่ยน
"พี่คิดถึงเคียที่สุดเลยครับ" ปากหยักได้รูปประทับไปบนมือเรียวสวยนั่น สัมผัสที่มือสร้างความรู้สึกแปลกๆให้กับร่างบาง การกระทำที่แสนอ่อนโยนนั้นช่างแสนดีเหลือเกิน มันชวนให้อบอุ่นใจ ไม่เหมือนกับอีกสัมผัสหน่ง ที่ชวนให้หลุ่มหลง น่าเกรงขาม ราวกับหล่นลงไปในกรงขังของเขา มือเรียวลูบไล้ไปตามลำตัวขณะสายน้ำไหลรด ช่วงเวลานี้เธอกลับคิดถึงใครบางคนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้   กลิ่นหอมที่ไม่มีใครเหมือน กับคำสัญญาก่อนจะส่งเธอคืนแก่เลียมคำนั้น
"รอผมนะ" 
เสียงแหบทุ้มปนไปด้วยอำนาจเหมือนสั่งการให้หัวใจดวงน้อยรอคอยการกลับหวนคืนสู่กรงขังแห่งดวงตาสีน้ำตาลเทาคู่นั้น อ้อมกอดที่เปรียบเหมือนป้อมปราการคุ้มครอง ดวงตาสีสวยจ้องมองนิ้วเรียวของตนเองที่เคลื่อนไหวอยู่บนฝ้าผนังของห้องน้ำเล่นไปมา ราวกลับว่าบอกถงจิตใจเจ้าของได้เป็นอย่างดี เพราะมันไล่เรียงขึ้นเป็นคำว่า
LOUIS TOMLINSON

#talk
สวัสดีค่าาาาาาาาาา มิตรรักแฟนเพลง เอ๊ะ ไม่ใช่ เปิดตัวอลังการมากเพราะตอนนี้อัพเร็วกว่าตอนอื่น แม้ว่าการบ้านจะท่วมหัวยังไงก็ยังไม่สนใจ 5555 ตอนนี้ทีมลูอีคงได้ทีโบกธงกันใหญ่ใช่มั้ยค่ะ แต่อย่าค่ะ ถึงไรต์จะทำร้ายทีมเซนไปหมาดๆ แต่อย่าลืมว่าคนเขียนเรื่องนี้ผีเข้าผีออกมาก อย่าพึ่งโบกธงแรงไปนะค่ะะะ ส่วนคู่เนียมนั้น ตอนนี้ได้หายไปไหน อยากถามคนแต่งเหมือนกัน เอ๊ะ ได้ข่าวว่าแต่งเอง เอาเป็นว่าตอนหน้าจัดหนักแน่ 
ป.ล. ขอบคุณคอมเมนต์ทุกเมนต์นะคะ แค่เมนต์เดียวนี่ฟิตต่อได้เป็นชาติเลย หรอ 5555 อยากด่า อยากเท อยากเวิ่น เชิญเลยนะค่ะะะะะ
ป.ล.2 #เคียร่ามิเรอร์ มีคนรอส่องคะ เวิ่นได้นะะะะ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #27 mild (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 15:06
    ไม่เอาทีมเซนค่ะ เซนกลับมาเเล้วเคียร่าต้องอยู่กับเซนสิ
    #27
    1
    • #27-1 1Dcommon(จากตอนที่ 9)
      10 กรกฎาคม 2559 / 17:37
      เธอมาช้าไป รู้รึเปล่า 5555 ไม่เป็นไรเนาะ จำคำไรต์ไว้ว่าเรื่องนี้คนเขียนจิตมาก ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ 5555
      #27-1
  2. #18 kamon_eang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 23:19
    อื้อหือออ  ทีมลูอีจุดพลุแล้วค่ะ เค้าคิดถึงกันแบบเรทๆอีกด้วย เซนไม่ต้องห่วงนะ เซนยังมีเราอยู่ 5555
    #18
    1
    • #18-1 1Dcommon(จากตอนที่ 9)
      29 มิถุนายน 2559 / 23:21
      เรทอะไรรรร แค่อาบน้ำเอ้งงง แหม เสียงสูง 5555 ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ค่ะะะะ
      #18-1