The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 2 : Brother?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59

"เคีย เคียร่า พระเจ้า เคียฟื้นแล้วค่ะที่รัก" คุณนายแห่งพาลวินรีบส่งเสียงเรียกสามีของตนอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าใบหน้าของลูกสาวสุดที่รักค่อยๆขยับ เปลือกตาค่อยๆเผยโฉมของความเป็นประกายสีฟ้าที่ทุกคนต้องหลงใหล เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่รีบเดินมาข้างเตียงตามคำเรียกของภรรยา มือหนากุมมือลูกสาวคนเดียวอย่างทะนุถนอม 
"เคียร่า หนูโอเคมั้ยลูก เจ็บตรงไหนอยู่มั้ย" คนเป็นพ่อเอ่ยถามพร้อมกับเอามือลูบผมลูกสาวเบาๆ รอยยิ้มอ่อนๆกับการส่ายหัวนิดๆของคนบนเตียงทำให้นักธุรกิจใหญ่โล่งอก อาการนี้ติดตัวลูกสาวของเขามาตั้งแต่เกิด เคียร่าเริ่มเห็นภาพพวกนี้ตอนที่เธอเริ่มจะสื่อสารได้ จิตแพทย์ยืนยันว่าจิตของลูกสาวเขาปกติทุกอย่าง และเขาก็เชื่ออย่างนั้น เขาเลยปกป้องเธอจากกระจกทุกบานที่จะทำให้อาการแปลกๆนี่กำเริบขึ้นมาอีก แต่สองเดือนที่แล้วเขาก็ยอมปล่อยเคียร่าให้ออกไปข้างนอกโดยการเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากเคียร่าไม่เห็นภาพพวกนี้มาหลายปีจนเขาคิดว่าอาจมีโอกาสที่ลูกสาวที่รักจะหายเป็นปกติ แต่อาการที่ถูกรายงานผ่านคนดูแลทำให้รู้ว่าเขาคิดผิด อาการไม่ได้ดีข้น มันทรุดลงจนมีเลือดออกจากจมูกเองโดยไม่มีสาเหตุด้วยซ้ำไป
"แม่ดีใจนะจ๊ะที่หนูโอเค เอาหล่ะ นอนพักซักหน่อยนะ" คุณนายพาลวินยิ้มให้กับลูกสาวอย่างใจดี แล้วจัดผ้าห่มบนเตียงให้เข้าที่ ร่างสูงโปร่งแม้ว่าจะอายุมากแล้วเดินตามสามีออกมาอย่างรู้งาน 
"เคียร่าไม่ควรรู้เรื่องนี้นะค่ะคุณ ทำอะไรก็อย่าให้ลูกรู้แล้วกัน" คุณนายคนสวยเอ่ยข้นเมื่อเห็นรอยแผลสดๆบนหน้าเด็กหนุ่มหน้าคมทั้งสองคน บทลงโทษจากประมุขของตระกูลพาลวินไม่ใช่เรื่องตลก ดูเหมือนทั้งสองคนจะถูกลงโทษขั้นรุนแรงเลยทีเดียว เธอห้ามสามีไม่ได้ แต่เธอจะไม่ยอมให้เคียร่าต้องมารู้เรื่องแบบนี้เด็ดขาด
"พวกแกรู้ตัวแล้วใช่มั้ย ว่าหนาที่คืออะไร อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดข้นอีก อย่าลืมนะ ว่าพวกแกมีเรื่องอะไรอยู่ข้างหลัง เคียร่าเป็นดวงใจของฉัน อย่าทำตัวแย่ๆแบบนี้อีก" เสียงทุ้มต่ำที่ต่อว่าทำให้เจ้าของตาสีน้ำตาลกับแพขนตายาวกว่าผู้หญิงกลืนน้ำลายลงคอไป เซนไม่ได้โกรธซักนิดที่ถูกตำหนิ รวมถงการที่ถูกลากไปซ้อมเมื่อคร่งชั่วโมงที่ผ่านมา เขาแค่อยากรู้ว่าคนในห้องเป็นยังไงบ้างตอนนี้ วินาทีที่เขาเห็นคนตัวเล็กซุกอยู่ในอกของผู้ชายคนนั้น พร้อมกับเสียงร้องไห้เหมือนทั้งโลกกำลังรุมขว้างหินเข้ามา เขาเหมือนจะขาดใจที่เคียร่าร้องเหมือนเจ็บปวดมากขนาดนั้น
"เคียร่าคงโอเคแล้วหล่ะ ท่านยอมออกไปแล้วอย่างนี้" เลียมพูดข้นหลังจากร่างของคุณชายพาลวินพ้นสายตาไป  เซนหันมาพยักหน้าเห็นด้วยนิดหน่อย รอยแผลบนหน้าเซนทำให้เขาคิดถึงแผลบนหน้าตัวเองที่ไม่ต่างกัน หวังไว้แค่ว่ามันจะหายไปก่อนที่เคียร่าจะถามขึ้นว่าไปโดนอะไรมานะ
"ฉันอยากเข้าไปหาเคีย" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นตามแบบของเซน ร่างสูงนั่นก็เดินเข้าไปในห้อง เลียมเลือกที่จะเดินออกมาอีกทาง เซนคงทำงานตอนนี้ไม่ได้ แต่เขาทนไม่ไหวหรอก เขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

     ภาพจากกล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัยปรากฎต่อหน้าเลียม เพย์น ตามที่ใจต้องการ เขาเลื่อนมันไปเรื่อยๆจนสะดุดเข้ากับหนุ่มผมบลอนด์ที่มานั่งข้างเคียร่า นี่ยังมีคนอื่นมายุ่งกับเคียร่าอีกสินะ น่าโมโหตัวเองจริงๆที่ทิ้งเธอไว้อย่างนั้น ไอ้หมอนี่จะมาดีมาร้ายก็ไม่รู้
"ทำไมหน้าอ่อนจัง" เลียมพึมพำออกมา มุมปากหยักยกขึ้นยิ้มโดยไม่รู้ตัว เขากดขยายรูปของผู้ชายคนนั้นให้ชัดขึ้นอีก ผมบลอนด์ถูกเซตแบบไม่ทางการมาก
แต่มันกลับเข้ากับหน้าขาวใส จนแก้มฝาดไปด้วยเลือดเป็นอย่างดี เลียมเผลอคิดไปถงตุ๊กตาไปอย่างช่วยไม่ได้ 
"คุณเลียมครับ นี่คนในภาพจากกล้องครับ" เลียมสะบัดหัวนิดหน่อยแล้วรับกระดาษที่พ่งออกจากเครื่องปริ้นท์มาอ่าน นี่เป็นฐานข้อมูลประชากรที่ตระกูลพาลวินมีไว้ อิทธิพลหาได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เครื่องมือและข้อมูลสำคัญของทางราชการก็ตาม
"ไนออล ฮอแรน"เลียมไล่สายตาไปตามประวัติส่วนบุคคล ตระกูลฮอแรนอิทธิพลไม่น้อยไปกว่าตระกูลพาลวิน แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกด้วย มือหนาผลิกกระดาษไปทางด้านหลัง ตาสีอ่อนกวาดหาข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่มีอะไร บางที มันอาจไม่มีอะไรเกี่ยวกับเด็กหน้าอ่อนนี่ก็ได้
"ของอีกคนหล่ะ" เลียมหมุนเก้าอี้กลับไปทางหน้าจออีกครั้ง เจ้าหน้าที่หันมาแล้วขยับตัวออกจากจอ พลางส่งสายตาให้มองที่จอภาพนั้น
          -----------------------------No DATA---------------------------
"ผมลองหาจากรายชื่อของคนต่างถิ่นแล้ว ไม่พบเหมือนกันครับ" เลียมจ้องไปที่หน้าจออีกครั้ง หน้าต่างแสดงการค้นหาจากใบหน้าซึ่งเป็นระบบค้นหาที่ดีที่สุดขึ้นว่าไม่มีข้อมูล ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาดสำหรับคนที่อยู่ในประเทศนี้ แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นคนที่พ่งเข้ามาอยู่ ทำไมไม่มีแม้แต่ชื่ออยู่ในฐานข้อมูล
     



"นายไม่คิดจะทักทายฉันซักหน่อยหรอแฮรี่" ร่างสูงโปร่งของลูอี ทอมลินสันปรากฎตัวท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมายังเขา ใบหน้าหล่่อเหลาแต่แฝงความน่าเกรงขามไว้อย่างลงตัวเชิดขึ้นราวกับหงส์  แต่สายตาที่มองมาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกเมื่อรู้ว่าผู้มาใหม่นั้นเดินไปทัก แฮรี่ สไตล์ส หนุ่มฮอตของเมืองที่นั่งอยู่ในโซนวีไอพีกับสาวๆ ผมหยักศกเป็นลอนของแฮรี่ขับใบหน้าให้หวานราวกับผู้หญิง จนสาวๆไปไหนไม่รอดเลยแม้แต่คนเดียว ดวงตาสีมรกตจ้องคนที่เข้ามาทักนิ่งๆ แล้วส่งสายตาไล่นางแบบที่นัดกันมาเที่ยวให้ออกไป 
"ก็ไม่คิดว่าพี่ชายจะมาหาถึงนี่" คำสรรพนามที่ใช้เรียกคนตรงหน้าของแฮรี่ สไตล์สทำเอานางแบบที่พึ่งถูกไล่ออกไปหูผึ่ง เชื่อเลยว่าคนที่อยู่นอกโซนทั้งหมดไม่มีใครรู้แน่ว่าแฮรี่ สไตล์ส มีพี่ชาย เขาเป็นลูกชายเจ้าของแบรนด์เครื่องแต่งกายที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก แบรนด์ที่มีแต่ระดับรวยล้นฟ้าถึงจะได้ใส่มัน และนั่นก็เป็นเหตุผลอีกข้อที่เสริมความสมบูรณ์แบบในตัวของผู้ชายคนนี้
"ทำไมไม่กลับบ้าน" ลูอีมองหน้าน้องชายต่างแม่ที่นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามอยู่บนโซฟา ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อผ้าที่ดูแปลกตากับคนอื่น แต่กลับดูลงตัวและไม่มีที่ติเมื่ออยู่บนตัวของเขา ความแตกต่างระหว่างหนุ่มสังคมสุดฮอตกับพี่ชายต่างแม่ที่ไม่มีใครรู้จักแบบเขาทำให้เขาใช้ชีวิตได้ง่ายกว่าแฮรี่เยอะ เขาไม่ชอบการเข้าหาของกลุ่มคน มันน่าอึดอัดแถมยังมีแต่ความเสแสร้งของคนที่หวังผลประโยชน์จากเขาอีกด้วย
"กลับไปให้ท่านลอร์ดด่าทำไมหล่ะ นายเองก็ไม่ได้กลับนี่ลู อย่ามาว่ากันหน่อยเลย" รอยยิ้มเล็กๆผุดข้นที่มุมปากของคนเป็นพี่เมื่อได้ยินคำตอบ ทำเอาสาวๆที่แอบมองอยู่นอกโซนย้ายข้างมาอยู่ฝั่งลูอีเป็นแถวๆ แฮรี่เสยผมอย่างสบายๆ แล้วคิดถึงตระกูลใหญ่
อย่างทอมลินสัน ตระกูลที่แม่ของตนเข้ามาเป็นสะใภ้คนที่สอง เด็กชายตาสีมรกตเกรงกลัวความใหญ่โตและอำนาจของตระกูลเป็นอย่างมากเมื่อยังเด็ก แต่ตอนนี้แม้แต่ท่านลอร์ดแห่งตระกูลทอมลินสันก็ไม่สารถทำอะไรเขาได้แล้ว แล้วดูเหมือนว่าพี่ชายนอกสายเลือดก็จะทำตัวไม่ต่างกัน เชิ้ตสีดำกับกางเกงราขาแพงเข้ารูปทำให้ลูอี ทอมลินสันเหมือนนายแบบที่เดินออกมาจากนิตยสารแม้เจ้าตัวจะไม่รู้ว่าตัวเองดูดีเพียงใด 
"แต่ครั้งนี้คงต้องไปทั้งคู่"  ผู้เป็นเลื่อนซองสีดำปักเลื่อมเงินเล็กๆปลายซองให้กับอีกคน แฮรี่เอามือมารับมันไป ซองสีดำของตระกูลทอมลินสันเป็นการเชิญให้เข้าสู่งานเลี้ยงประจำตระกูล แต่คราวนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ เพราะคนที่รับหน้าที่แจกเป็นถึง ลูอี ทอมลินสัน ลูกชายสายเลือดแท้ๆของตระกูลใหญ่ที่มีธุรกิจใหญ่ระดับโลก 
"บางทีเป็นนายกับฉันก็น่าเบื่อเหมือนกันนะ" แฮรี่ยักไหล่แล้วเลื่อนแก้วเหล้าไปข้างหน้าพี่ชาย คนตาสีฟ้ามองแล้วหยิบแก้วเล็กๆนั่นข้นกระดกให้น้ำนั่นผ่านลำคอไปช้าๆ ตำแหน่งลูกชายคนเดียวของตระกูลทอมลินสันยังคงเป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไป แต่มันกลับน่ารำคาญกับลูอีเหลือเกิน  แอลกอฮอล์เข้มๆถูกกรอกลงคอของสองพี่น้องต่อไปโดยไม่มีบทสนทนาใดๆออกมา 
"เดี๋ยวมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน" ลูอีพยักหน้านิดๆให้น้องชาย ร่างสูงของแฮรี่เดินออกไปท่ามกลางฝูงชนนอกโซน แต่ก็ยังดูโดดเด่น ลูอีมองผ่านฝูงชนไปเรื่อยๆจนสะดุดตาเข้ากับบางอย่างที่ผิดปกติ ผู้ชายที่ดูท่าทางไม่เป็นมิตรหลายคนเดินตามหลังแฮรี่ไป ตาคมๆจ้องไปที่หลังไกลๆของน้องชายแล้วรีบเดินตามไป
"เดินตามมาทำไม" เสียงทุ้มปนแหบของแฮรี่ทำเอาชายสามคนที่เดินตามมาชะงัก เจ้าของผมหยักศกเจ้าสเน่ห์หันไปปประจันหน้ากับคนที่เดินตามเขามาด้วยสายตาดูถูก หนึ่งในสามทำตัวเหมือนจะเป็นหัวหน้าโดยการเดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆ
"มึงแย่งเมียกูยังต้องมาถามอีกหรอว่ะ ไอ้ผู้ดีไม่มียางอาย" คอเสื้อราคาแพงของเจ้าของตาสีมรกตถูกกกระชากเล็กน้อย แต่กลับสร้างรอยยิ้มเหยียดๆให้กับเจ้าของมัน แฮรี่เอามือเรียวยาวของตัวเองดึงคอเสื้อกลับแล้วบัดมันเบาๆ ตาสีมรกตจ้องไปที่ใบหน้าของคนตรงข้าม ไม่เคยมีคนนอกล่วงรู้ถึงความลับอย่างหนึ่งของทุกคนในทอมลินสัน ความลับที่ว่า พลังของคนที่จ้องตาคุณจะถูกดูดหายไปในความมืด จนต้องล้มลงที่เท้าของคุณเองโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย แฮรี่ไม่มีเลือดของทอมลินสันก็จริง แต่เขาถูกฝึกจากนายใหญ่แห่งตระกูลมาเป็นอย่างดี ร่างสูงใหญ่ด้านหน้าเริ่มหายใจติดขัด อีกสักพักก็ล้มลงไปที่เท้าของแฮรี่ เจ้าของเท้าขยับรองเท้าหนีเพราะกลัวว่าเลือดกำเดาของพวกเศษสวะจะมาเปื้อนหนังอย่างดีของรองเท้าเขา
"เสียเวลา" รอยยิ้มมุมปากอย่างสะใจของแฮรี่ทำให้ร่างที่พื้นเจ็บใจที่อยู่ๆตนก็หมดเรี่ยวแรงไปหมด หลังของคนผมหยักเริ่มทิ้งระยะห่างออกไป โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะเจอกับอะไร
"มึงจำอะไรน้องกู" เสียงแหบแต่ดูมีพลังเหลือล้นทำให้ร่างสูงของแฮรี่หันมามองอีกครั้ง ร่างของลูกน้องอีกคนค่อยๆล้มลงพร้อมทั้งเลือดที่ไหลออกมาจากปาก หู จมูก 
"เพล้งง" เสียงขวดเบียร์ในมือของเหยื่อพลังพิเศษนั่นหล่นลงที่พื้นทำให้อีกคนที่เหลืออยู่รีบวิ่งหนีไป ตาสีน้ำเงินครามของลูอี ทอมลินสัน มองไปที่ศพนั่นช้าๆอย่างไม่ใส่ใจ ถ้ามันไม่คิดจะทำร้ายน้องชายเขาคงไม่ต้องกลายเป็นศพแบบนี้หรอก 
"ขอบใจ รีบมาเถอะ ขี้เกียจมีเรื่อง" แฮรี่รีบเดินนำพี่ชายออกไปทางประตูหลัง ถ้าเขาไม่มีลูอี ป่านนี้คงนอนจมกองเลือดไปกับเศษขวดเบียร์นั่นไปแล้ว แต่พลังของผู้เป็นพี่มีความรุนแรงกว่าเขาหลายเท่า จนร่างที่นอนจมกองเลือดกลายเป็นคนถือซะเอง เสียงเดินตามช้าๆ บอกได้ว่าลูอีไม่ได้ตกใจอะไรกับภาพพวกนั้น เขาชินกับภาพพวกนี้แล้ว เพราะมันเกิดจากตัวเขาเอง และเขาควบคุมมันได้ 
"ถ้าวันหนึ่งนายต้องเสียพลังทั้งหมดนี่ไป นายจะรู้สึกยังไงลูอี" เสียงของแฮรี่ทำลายความเงียบระหว่างทางกลับคฤหาสน์ทอมลินสัน เสี้ยวหน้าหนึ่งของลูอีหันมามองที่น้องชายแล้วนั่งคิดเงียบๆ พลังพิเศษของทอมลินสันไม่ใช่เรื่องที่เขากังวล ไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากครอบครอง มันเป็นพลังแห่งความมืดที่ดูไม่มีใครอยากเข้าใกล้ด้วยซ้ำไป
"นายไปเจอพ่อมาแล้วใช่มั้ยแฮซ" แฮรี่หัวเราะกับความฉลาดเป็นกรดของพี่ชายที่เดาได้จากคำถามเพียงแค่นี้ของเขา ประมุขแห่งทอมลินสันมอบหมายงานบางอย่างให้กับเขา งานบางอย่างที่ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเขาด้วยซ้ำ แถมเขาก็เต็มใจที่จะทำ เมื่อมันเป็นงานเกี่ยวกับการปกป้องพลังสำคัญของตระกูลทอมลินสันให้อยู่กับ ลูอี พี่ชายของเขา
"เอานี่ไปสิ นี่แหละ งานของฉัน" รูปถ่ายเล็กๆถูกยื่นมาตรงหน้าลูอี มือเรียวบางรับไป แสงสลัวๆจากข้างนอกทำให้ตาสีน้ำเงินสามารถมองเห็นใบหน้าสวยราวกับภาพวาด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวย รับกับคิ้วและจมูกที่พอเหมาะ ลูอีเผลอกำรูปนั้นแน่น เพราะเขาจำเจ้าของใบหน้านี้ได้ เป็นเธอ ผู้หญิงที่ทำให้เขาหยุดหายใจไปเมื่อเช้านี้


#Talk
ว่าไงกันมั่งกับตอนสอง ความลับของตระกูลทอมลินสันนี่ดูน่ากลัวไปรึเปล่า 5555 ป.ล. เรื่องนี้จะมีคู่วายหน่งคู่นะค่ะ เพื่อสนองนีดของเอิงเองไง  ไม่ใช่อย่างนั้นนน 55555  ใครมีอะไรอยากเสนอหรืออยากติตรงไหนเมนท์ได้นะค่ะ หรือจะเมนท์เชียร์คู่ไหนก็ได้ เค้าอยากอ่านเมนท์บ้างอะไรบ้าง เจอกันพรุ่งนี้ค่าาาา


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #2 Aunyarat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 22:45
    555 ชอบเรื่องนี้ ผชเยอะดี 555 คู่ไหนวายหนาา ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ
    #2
    1
    • #2-1 1Dcommon(จากตอนที่ 2)
      3 มิถุนายน 2559 / 23:19
      นางเอกไร้จุดยืนค่ะ คนเขียนก็โฟกัสที่ผู้ชายเช่นกัน เดี๋ยวๆ 5555
      #2-1