The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 18 : Bright side

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

warning : กลับไปอ่านตอนเดิมก่อนเพื่อความเข้าใจ เราเชื่อว่าคุณลืม ฮาาาาา

"พี่โอเคนะครับ" รอยยิ้มแห้งๆของไนออลถูกส่งให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เสื้อเชิ้ตสีดำขับผิวของ ฌอน เมนเดส รุ่นน้องคนหนึ่งในมหาลัยที่ตอนนี้รับตำแหน่งเพื่อนจำเป็นของเขาได้ดี ถึงแม้แสงในผับจะสลัวแค่ไหน เจ้าตัวก็โดดเด่นท้าความมืดเหมือนหลอดไฟอะไรอย่างนั้น

"โอเคดิเว้ย ไม่เคยได้ยินคำเล่าลือของฉันรึไง" ไนออลหมุนแก้วที่บรรจุแอลกฮอล์ราคาไปมาแล้วให้ความมั่นใจกับอีกคนที่มองเขาอย่างเป็นห่วง ฌอนมองรุ่นพี่ของตนแล้วหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางที่พยายามปกปิดความไม่สบายใจของตัวเองไว้ คงไม่รู้ตัวละมั้ง ว่าตัวเองเป็นคนเก็บความรู้สึกไม่เก่ง ตาสีฟ้าประกายนั่นบอกเขาว่าไนออลคงมีเรื่องไม่สบายใจหนักพอควร แต่ไม่มองตาก็รู้อยู่ดี ใครจะคิดว่ารุ่นพี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งและถือตัวอย่างไนออลจะตอบรับคำชวนของเขาง่ายๆ นอกจากจะอยาก
ทำเพื่อประชดใครซักคน

"ได้ยินสิครับ ได้ยินว่าพี่น่ารัก"
"จะจีบรึไง หึ" แอลกฮอล์ชั้นดีถูกกรอกลงคอพร้อมกับคำพูดติดตลกของทายาทสุดฮอต เรียกรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของอีกคน ที่กำลังแอบมองเสี้ยวหน้าที่ถูกจัดแต่งมาอย่างดีของไนออล ฮอแรน อย่างเงียบๆ 

"คงงั้นมั้งครับ" ดวงตาสีฟ้ามองหน้ารุ่นน้องคนดังอย่างแปลกใจที่ตอบกลับมาแปลกๆ แต่สายตาจริงจังที่จ้องกลับ
มาก็ทำเอาตนต้องหัวเราะแก้สถานการณ์


" สาวๆ ตรงนั้นคงเสียใจแย่ถ้าได้ยินนายพูดงี้" นิ้วเรียวชี้ไปยังอีกมุมของผับ ดวงตาคมของอีกคนมองตามไป ร่างสมส่วนของนางแบบ
หลายคนนั่งอยู่ สายตาเชิญชวนถูกส่งมาไม่อายใคร 

"แต่ผมสนใจพี่มากกว่านี่ครับ" ประกายความจริงใจจากตาคมๆคู่นั้นบนใบหน้าหล่อเหลาทำเอาควาทเงียบก่อตัวอีกครั้ง  หาเรื่องใส่ตัวซะแล้ว ไนออล ฮอแรน

" เพลงนี้ผมร้องให้พี่นะครับ พี่ไนออล" เสียงของคนที่กำลังืำให้หนักใจดังขึ้นกลางผับ ราวกับว่าทุกคนรู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน ทางเดินที่มีคนเดินขวักไขว่ถูกแหวกให้เป็นทางมองไปบนเวที ร่างสูงของ ฌอน เมนเดส ยืนอยู่บนเวทีพร้อมกีตาร์หนึ่งตัว ปากได้รูปเริ่มเอื้อนเอ่ยคำร้องผ่านเพลงที่เขาตั้งใจร้องให้ เหมือนที่พูดไป 


...
I won't lie to you
I know he's just not right for you
And you can tell me if I'm off
But I see it on your face
When you say that he's the one that you want
And you're spending all your time
In this wrong situation
And anytime you want it to stop

ร่างสูงที่เคาเตอร์เริ่มทำตัวไม่ถูก ริมฝีปากสวยเม้มเป็นเส้นตรง  เพราะดูจากคนรอบข้างแล้ว topic การซุบซิบ พรุ่งนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องเขา ห่วง เขาเป็นห่วงความรู้สึกของอีกคนนึง ที่ไม่เคยห่วงเขาเลย

I know I can treat you better
Than he can
And any girl like you deserves a gentleman
Tell me why are we wasting time
On all on your wasted crime
When you should be with me instead
I know I can treat you better
Better than he can


"เก่งนะ" คำชมจากปากรุ่นพี่คนสำคัญทำเอาคนที่พึ่งร้องเพลงเสร็จหายเหนื่อย เขารู้ว่าไนออลอึดอัด แต่อย่างที่บอกไปในเพลง เขาพร้อมจะดูแลคนตรงหน้า หากเปิดใจให้เขาเข้าไป
"ผมขอเปลี่ยนคำชมเป็นโอกาสให้ผมลองทำหน้าที่บางอย่างแทนเค้าได้มั้ยครับ" ความเงียบท่ามกลางเสียงเพลง
ที่ถูกเปิดจนพื้นสั่น ดวงตาสีฟ้าประกายสั่นระริก ความจริงจีงที่เขาโหยหา ที่เขาอยากได้รับหนักหนา ลอยมาตรงหน้า แต่ทำไมถึงไม่อยากจะคว้าไว้
"คงไม่ได้" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น หากแต่ว่าไม่ได้ออกจากแากของคนผมสีฟางข้าวหรือรุ่นน้องคนดัง แต่เป็นบางคนที่ไม่คิดว่าจะมา 
"ฉันเลียม เลียมเพย์น แฟนไนออล" 
"เลียม...."
"ได้คำตอบแล้วก็ทำใจซะนะ แล้ว อย่า มา ยุ่ง กับ แฟน ฉัน อีก!!"



"คิดว่าฉันจะไม่รู้ตัวเลยรึไง ถอยออกไปนะ" แรงดิ้นเบาๆจากร่างเล็กที่ถูกโอบจากด้านหลังจากร่างสูงทำเอาคนมาใหม่หัวเราะในลำคออย่างถูกใจ ลูกแมวตัวนี้พยายามต่อต้านเขาสุดตัวเลยสินะ
"มีแรงดิ้นแค่นี้จะไปสู้อะไรใครได้" เสียงแหบทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยตอบมาอย่างกวนๆ แต่ก็ยอมถอนท่อนแขนออกจากร่างเล็กที่ดันตัวให้ลุกขึ้น เสียงสลัวๆจากไฟนอกบ้านเผยให้เห็นว่าลมทะเลกำลังพัดม่านเบาๆ เสี้ยวหน้าสวยของคุณหนูแห่งตระกูลพาลวินยังคงความงดงามราวกับภาพวาด หัวใจของเขายังคงพ่ายแพ้ต่อความสวยงามนี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามปกปิดมันด้วยความโกรธ เกลียด มากแค่ไหน 

"มาทำไม" เสียงหวานเอ่ยออกมาท่ามกลางความมืด มือเรียวสวยไม่คิดจะเอื้อมไปกดเปิดไฟที่หัวเตียง  ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นคงกำลังจ้องมาอย่างมีอำนาจเหมือนเคย อำนาจที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพนี้ ไม่อยากเห็น เคียร่าไม่อยากจะมองดวงตาที่ทรงอำนาจคู่นั้น เธอเกลียดที่รู้ว่ามันเปลี่ยนไป ไม่ใช่ความสวยลดลง แต่เป็นความเฉยชาผ่านแสงสะท้อนจากมัน เย็นชา ไร้ความรู้สึก ไม่ใช่ดวงตาสีน้ำเงินเทาคู่นั้น

"จะพาออกไปข้างนอก" 

"ไม่ไป"

"ต้องไป"

"ไม่" ใบหน้าคมสมบูรณ์แบบหันมามองร่างเล็กที่นอนพิงหัวเตียงอยู่อย่างเหนื่อยใจ ช่วงขายาวคลานขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว จัดการให้เด็กที่กำลังดื้ออยู่เข้าไปอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างชำนาญ

"ทำไมไม่อยากไป อยากทำอย่างอื่นมากกว่าใช่มั้ย" แววตาเจ้าเล่ห์ฉายออกมาท่ามกลางความมืด ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างได้ใจเมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานแสดงอาการตกใจออกมา ปากสวยได้รูปอ้าออกราวกับว่าอยากจะเถียงอะไรบางอย่าง 
"จะไปไม่ไป" 
"....."
"เคียร่า" ก้มลงมาอีกนิด ปล่อยลมหายใจเบาๆบนซอกคอขาวๆของคนตัวเล็ก วิธีที่ฝช้ได้ผลเสมอกับคนที่รังเกียจเขาอย่างคนตรงหน้า 
"ไป!" มือเล็กๆ ผลักอกกว้างให้ถอยออก แล้วรีบมุดตัวออกจากวงแขนที่กำลังคร่อมตัวไว้อย่างรวดเร็ว 
"อีกห้านาทีเจอกันที่ลานหน้าบ้าน" 

"เรากำลังจะไปไหนกัน" คำถามแบบเดิมรอบที่ห้าถูกกล่าวออกมาจากปากสวยได้รูปบนหน้าหวานๆของคุณหนูแห่งตระกูลพาลวิน  บุคคลที่หายตัวไปในวันแต่งงานของตัวเอง แม้ไม่มีใครรู้ แต่การหายตัวไปของเธอคงไม่ส่งผลดีต่อใครแน่ ไม่สิ อาจจะดีกับคนใจร้ายที่นั่งอยู่ข้างๆนี่ละมั้ง

"ลูอี ทอมลินสัน คุณกำลังจะพาฉันไปไหน" ปากสวยได้รูปเม้มเข้าหากันอย่างไม่พอใจเมื่อดูเหมือนว่าคนข้างๆจะยังคงทำเป็นไม่ได้ยินคำถามที่ถามออกไป  ดวงตาสีฟ้าประกายเลยต้องมองออกไปด้านนอกแทน เมฆสีครึ้มเริ่มเปลี่ยนสีไปบ้างแล้วเพราะถูกแสงอาทิตย์สาดส่อง สวยจนอยากหยิบกล้องมาถ่ายรูปไว้เลยหล่ะ

"แชะ" เสียงกดชัตเตอร์จากใครบางคนเรียกความสนใจจากคนที่กำลังเหม่อมองออกไปผ่านหน้าต่างเฮลิคอปเตอร์ได้อีกครั้ง เจ้าของใบหน้าคมเก็บแผ่นโลหะเข้ากระเป๋าช้าๆ อย่างไม่สนใจอะไร

"ถ่ายอะไร" เสียงหวานๆถามออกไปอีกครั้ง 

"ท้องฟ้า สวยดี" เสียงแหบทุ้มเปล่งออกมาอย่างไม่หันมามองคนตอบ 

"แล้วทำไมไม่ถ่ายฝั่งคุณหล่ะ มาถ่ายฝั่งนี้ทำไม" เพราะฝั่งนั้นมันไม่มีคุณนั่งอยู่ คำตอบที่ถูกส่งผ่านความเงียบของลูอีทอมลินสัน  อีกคร้งที่คุณหนูแห่งพาลวินต้องถอนหายใจให้กับคนข้างๆ แล้วหันออกไปจากใบหน้าคมนั่น ถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ ถูกแล้ว เพราะเขาเกลียดเธอ ทายาทคนโตของทอมลินสันไม่มีทางญาติดีกับคนตระกูลพาลวิน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพียงพอแล้วว่าลูอีไม่เชื่อ ไม่เชื่อจริงๆว่าการสังหารครั้งนั้นเธอไม่เกี่ยวอะไร แน่สิ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีอะไรให้เขาเชื่อทั้งนั้น มีแค่คำยืนยันเป็นหลายล้านรอบ คำยืนยันจากปากคนที่เขาเกลียด เขาจะฟังอะไร

"ถึงแล้ว ตามลงมา" ร่างสูงขยับตัวออกจากเก้าอี้แล้วลงจากเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอย่างคล่องแคล่ว  พยายามทำเป็นไม่สนใจร่างบางของ
อีกคนที่กำลังเก้ๆกังๆตามมา ชุดเดรสสีขาวลู่ไปตามแรงลมขิงใบพัด การ์ดคนหนึ่งยื่นมือใหญ่ให้เจ้าของผมยาวสลวยจับไว้อย่างรู้งาน

"จับมือผม" มือแกร่งของอีกคนแทรกลงมาระหว่างช่องว่างของมือเรียวบสงกับมือใหญ่ข้างนั้น คุณหนูพาลวินผงะเล็กน้อย แต่แรงดึงจากมือของคนตัวสูงก็ทำให้รู้ตัวว่าต้องรีบลงไป 

"ลงเองมันยากนักรึไงห๊ะ" เสียงดุๆของทายาททอมลินสันกับดวงตาคมๆที่มองอีกคนอย่างไม่พอใจ ทำเอาการ์ดที่เหลือแอบหลุดขำกันใหญ่ หวง แต่ไม่รู้ตัวชัดๆ

"ถ้ามันลำบากจะพามาทำไมหล่ะ" เสียงบ่นเบาๆ จากปากสวยทำเอาคนตัวสูงส่งตาดุๆมาให้อีกรอบ แล้วดึงมือเล็กๆให้เดินตามไป ทุ่งหญ้าสีเหลืองอ่อนเว้นทางให้กับถนนสายเล็กๆพอเดินได้ไปยังแท่นหินสีอ่อน  อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่ม่สายลมอ่อนๆพัดไปมาอย่างสงบ แต่กลับไม่สกปรก คงเพราะการทำความสะอาดอย่างดีจากผู้ดูแล  
         
"สวัสดีครับแม่  เหงามั้ยเนี่ย พักนี้ไม่ได้มาเลย"
" วันนี้ดอกลิลลี่สวยเหมือนเคยเลย เหมือนทุกวันที่แม่ชอบจัดใส่แจกัน"
"สุขสันต์วันเกิดครับแม่"  รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าคมทำเอา

ใจของคนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลกระตุก รอยยิ้มที่เศร้าเหลือเกิน แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก  เขา คงรักเธอมากจริงๆ 

"ฉันขอเข้าไปเยี่ยมเธอได้มั้ย" ดวงตาคมมองใบหน้าสวยหวานอย่างสงสัย แต่ก็พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงอนุญาต 

"เอ่อ คนเดียว คนเดียวได้มั้ย"ร่างสูงขมวดคิ้วหนักขึ้นอีก  พลางถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินจากไปตามที่อีกคนต้องการ

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเคียร่า เคียร่า พาลวิน"  คุณหนูพาลวินปล่อยให้ชุดเดรสสีขาวปลิวไปตามสายลมที่พัดมา ผมสีน้ำตาลเข้มปลิวสลายไปตามไม่ต่างกัน 

"เราไม่เคยเจอกันเลย แต่หนูว่าคุณต้องเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆแน่ๆ" 

"เรื่องท่านทอมลินสัน คุณคงพบกันแล้ว หนูขอโทษนะคะ หนูขอโทษจริงๆ หนูไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ไง หนูขอโทษ"

น้ำตาหยดเล็กๆไหลจากตาสีสวยช้าๆ มือเรียวบางปาดมันออกก่อนที่จะมีใครมาเห็น ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันหลังให้กับแผ่นหินอ่อน  อย่างน้อย เธอเชื่อว่าคุณมาเรียจะเชื่อ เชื่อว่าเธอไม่ได้ทำ แค่นั้นก็พอแล้ว 

"โอ๊ย" อาการปวดเบาๆ แล่นเข้าสู่กระแสประสาทเรียกให้เจ้าของร่างส่งเสียงออกมา อาการเหมือนตอนส่องกระจกแล้วมองเห็นดวงตาตัวเองไม่มีผิด แต่ไม่ ที่นี่ไม่มีกระจก

"โอ๊ย โอ๊ยย" เสียงร้องตามมาอีกหลายครั้ง ขาเรียวยาวทรุดลงไปกับพื้นดินราวกับหมดแรง ภาพ
ภาพพวกนั้นกำลังจะมา 

"กรี้ดดดดดด ออกไปนะ ออกไป" มือเรียวสวยยกขึ้นปิดหูตัวเองไส้ ดวงตาสีฟ้าประกายฉายแววหวาดกลัวสุดขีด ภาพผู้หญิงชุดขาวที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอดกลับมาอีกครั้ง รางกับว่าไม่เคยหายไป กลับย้ำชัดและชัดเจน ผิวซีดอาบเลือดอย่างน่ากลัว เคลื่อนเข้าหาพร้อมกลิ่นอายแห่งความเย็นยะเยือก 

"เคีย!!" ร่างสูงของใครอีกคนวิ่งเต็มกำลังเข้าหาอีกคนที่ล้มลงไปนอนกับพื้น มือแกร่งรีบโอบกอดร่างนั้นไว้ในอกอย่างตื่นกลัว ใบหน้าหวานสวยซีดจาง น้ำตาไหลราวกับหวาดกลัวสุดชีวิต

"ลูอี ช่วยด้วย" เสียงหวานพยายามเปล่งออกมา มือเรียวสวยสอดประสานเข้ากับมือแกร่งอย่างโหยหา 

"ไม่ต้องกลัวเคีย ผมอยู่นี่นะ ไม่มีอะไร ผมอยู่นี่แล้ว" ดวงตาสีน้ำเงินทรงอำนาจเพ่งไปที่ดวงตาสีฟ้าประกาย อีกแล้วที่เขาใช้วิธีนี้  ส่งผ่านให้พลังมืดที่มีเข้าปกคลุมสิ่งที่เข้ามาหาเคียร่า เขาทำ ทำอย่างนี้มาตลอด แม้ว่าพักหลังอาการบางอย่างจะเริ่มส่งผล แต่สำคัญอะไร ถ้าเขารักษาเคียร่าไว้ไม่ได้ 

"โอ๊ยยยย" เสียงร้องอย่างเจ็บปวดยังคงถูกเปล่งออกมา น้ำตาใสๆไหลออกมาราวกับจะแสดงความเจ็บปวด 

"ไม่นะ เคียมองผม มองที่ผมไว้" ลูอีมองอีกครั้ง มองลงไปที่ดวงตาสีฟ้าประกาย  รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะหมดแรงลงไป รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างไหลออกมาจากจมูก กลิ่นคาวของมันชัดเจน แต่ปล่อยไม่ได้ เขาปล้อยคนตรงหน้าไปไม่ได้

"เคียร่า" เสียงเรียกเบาๆแต่ช่างดังกังวานดังขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวดและภาพหลอนที่ฉายซ้ำในหัว แสงสีขาวสว่างแต่ทว่าดูอบอุ่นน่าเข้าใกล้ของใครบางคนดังเข้ามาใกล้ 

"คุณ คุณเป็นใคร" เคียร่าตอบกลับไป ในหัวเริ่มฉายภาพสีขาวนวลกลบภาพสีดำมืดมิดที่ได้รับ 

"ฉันมาเรีย มาเรีย ทอมลินสัน"  ภาพผู้หญิงคนหนึ่งชัดเจนขึ้นในความสว่าง ใบหน้าสวยราวกับเจ้าหญิง รอยยิ้มบางๆยนริมฝีปากบางที่ใครบางคนได้ถอดแบบไว้ ไร้ข้อกังขา เธอคือ มาเรีย ทอมลินสัน

"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หนูไม่เข้าใจ" คุณหนูพาลวินมองร่างตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ 

" ตระกูลทอมลินสันมีพลังอย่างหนึ่งคือพลังแห่งความมืด ความมืดที่กลบทุกอย่างได้ แต่ไม่ได้หายไป  ส่วนตระกูล
ซัลเดอริก ตระกูลของฉัน มีพลังการชำระ"

"หนูสงสัยมั้ยจ๊ะ ว่าทำไมหนูถึงมองเห็นภ่พหน้ากลัวพวกนั้น เพราะวันที่ฉันตาย ดวงจิตของฉันพยายามหาสิ่งที่จะ
สื่อสารกับลูอี ฉันพบหนู หนูที่มีดวงจิตอ่อนแอที่สุดในบรรดาทารกเกิดใหม่ ฉันลองใช้พลังสุดท้ายของตัวเองฝากจิตไปกับหนู แต่พลังของฉันไม่มากพอ ไม่มากพอที่จะปรากฏตัวในรูปของฉันเองได้ จิตของหนูที่อ่อนแอ เลยไม่เคยเห็นฉันเลยซักครั้ง"

"คุณหมายความว่า คุณอยู่กับหนูมาตลอดงั้นหรอคะ"

"ฉันอยู่กับหนูตลอดเวลา จนหนูมาพบกับลูอี ทุกครั้งที่เค้าส่งพลังมาให้หนู ฉันก็ได้รับมัน แต่พลังที่ลูอีส่งเข้ามา มันก็ทำให้สิ่งอื่นในใจหนูแข็งแกร่งขึ้นด้วย จนวันนี้ ฉันทำลายสิ่งพวกนั้นได้แล้ว"

"แล้วคุณต้องการอะไรจากหนูคะ "

"การตายของฉัน ไม่ใช่อุบัติเหตุ มันเป็นการฆาตกรรม หนึ่งในซัลเดอริกกำลังจะแก้แค้น"

"พลังทุกอย่างที่ฉันมี ตอนนี้เป็นของหนูแล้ว ฉันถ่ายทอดมันสำเร็จแล้ว ซึ่งมันก็หมายถึงว่าฉันต้องไปแล้วเหมือนกัน  ฉันฝากลูอีด้วยนะ"

"เดี๋ยวสิคะ เดี๋ยวสิ" แสงสว่างที่เคยมีหายไป พร้อมกับสติที่พยายามจะพยุงไว้ แต่ทำไมร่างกายนี้กลับไม่ฟังเลยซักนิด ภาพของการ์ดหลายคนวิ่งเข้ามาที่แท่นหินอ่อน เสียงโวยวายของลูอีที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและน้ำตา ดวงตาสีน้ำเงินไม่เฉยชาเหมือนเดิมแล้ว เป็นห่วง ลูอีเป็นห่วงเธอ ทำไมถงรู้สกอบอุ่นใจทั้งๆที่ร่างกายเจ็บปวดขนาดนี้ คำขอของคุณมาเรีย อาจไม่มีผลอะไรกับเธอเลยก็ได้ เพราะบางที หัวใจดวงนี้ อาจจะถูกลิขิตไว้ให้กับเขา แม้จะเลวร้าย แม้จะเย็นชาเพียงใด หากเป็นลูอี ทอมลินสัน เธอก็พร้อมจะรัก รักทั้งหัวใจ และไม่เคยลืม


#Talk
เฮลโหล่ๆๆๆๆ สวัสดีค่าาาาาาาาาา เหมือนได้ยินคนตะโกนว่าหายหัวไปไหนมา ฮืออ เค้าเด็ก 60 เค้าต้องสอบ 5555 แต่เนื่องจากความพยายามอย่างมากมาย หรอ ไม่ใช่ เนื่องจากการที่คุณทอมลินสันออกงานแล้วปังมาก ทำให้ไรท์คิดออกว่ายังมีฟิคอยู่ 555 เลยมาต่อเพราะกลัวคนลืม แต่จริงๆ ไรท์ก็ลืม จะพยายามมาต่อเนาะ รอกันด้วย ขอซักเมนต์สองเมนต์ต้อนรับการคัมแบคได้มั้ย ความฮาของพาร์ทนี้คือการขายของให้สามี ขายเป็นเพลงเลย ใครอยากติชมทางตรง @kamon_aong แอคแฮซซ่าโซดาไนล์เลยจ้าาาาา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น