The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 14 : Wedding day (nc)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

"บอกแล้วไงว่าให้ตั้งนาฬิกาปลุก นายเกือบทำฉันสายนะไนออล" เสียงดุจากคนข้างๆที่กำลังขมักเขม้นกับการขับรถฝ่าการจราจรที่ติดขัดไปหันมาบ่นเขาไปด้วย จนปากสีชมพูระเรื่อของไนออลบ่นขมุบขมิบตามไปด้วยที่คนข้างๆทำตัวเหมือนคุณนายฮอแรนไม่มีผิด
"ฉันได้ยินนะไนออล นายบ่นว่าฉันแก่" คนถูกเรียกสะดุ้งตัวที่โดนจับได้ สายตาออดอ้อนอย่างขอโทษเลยเริ่มทำงาน ขณะที่มือเล็กๆพยายามผูกเนคไทล์ให้เข้าที่ แต่เหมือนว่ามันจะไม่เป็นใจให้คนที่ไม่เคยแต่งตัวเองอย่างไนออลจัดเข้าที่ รูปทรงเลยเบี้ยวซ้ายบ้างขวาบ้าง คนตาฟ้าเริ่มจะหงุดหงิดกับของตรงหน้า มือเล็กๆเกาผมสีสว่างไปมาอย่างไม่พอใจ
"เด็กจริงเลย นายนี่นะ" มือหนาของคนตรงหน้าที่ปล่อยมือจากพวงมาลัยรถคันหรูที่จอดรอสัญญานไฟอยู่เอื้อมมาดึงสายผ้าให้เข้าไปไกล้ แต่เหมือนกับว่าลืมไป คอเสื้อดึงตัวคนที่สวมใส่เข้ามาด้วยจนหน้าแทบจะชิดติดกัน
Mr. Niall (gif)

"ใจดีแบบนี้แปลว่าหายโกรธแล้ว" นิสัยทะเล้นของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะแก้ไม่หายสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าที่เคร่งขรึมอีกครั้ง  มือหนากลับไปประจำตำแหน่งบนพวงมาลัยหลังจากจัดการผูกเนคไทล์ให้เด็กน้อยเอาแต่ใจเสร็จ มีที่ไหนกัน เขาไปรับที่บ้านตอนเช้าแต่ยังไม่ตื่นจากที่นอนเลยด้วยซ้ำ เลยพากันสายไปหมดอย่างนี้ เลียมคงไม่บ่นขนาดนี้ถ้านี่เป็นวันปกติ แต่มันเป็นวันสำคัญ สำคัญที่สุดในชีวิตของเซน มาลิค และเคียร่า พาลวิน สองคนสำคัญในชีวิตของเขา



"พินัยกรรมของคุณชายพาลวินระบุให้คุณมาลิคขึ้นเป็นประธานบริหารแทนท่าน มีผลบังคับใช้หลังเปิดพินัยกรรม ขอให้ทุกท่านทราบโดยทั่วกันด้วยครับ" เสียงดังเซ็งแซ่บ่งบอกถึงการถกเถียงระหว่างคณะกรรมการผู้ถือหุ้นของพาลวินได้อย่างดี เมื่อผลพินัยกกรมระบุให้เซน มาลิค บอร์ดี้การ์ดอายุน้อยขึ้นเป็นประธานบริษัท เหนือความคาดหมายของทุกคนที่คิดไว้ แต่สำหรับเจ้าของชื่อที่ถูกเอื้อนเอ่ยนามกลับไม่แปลกอะไร นั่นตอบคำถามได้อเป้นอย่างดีว่าทำไมคุณชายพาลวินถึงผลักดันให้เขาเรียนรู้งานอย่างไม่หยุดหย่อน ปริศนาในใจเผยออกมาอีกเรื่องโดยไม่ต้องค้นหามัน
"ผมขอคัดค้าน มาลิคไม่ได้มีสายเลือดหรือคุณสมบัติอะไรที่จะขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุด" เสียงคณะกรรมการคุณวุติท่านหนึ่งดังขึ้นแย้งกลางที่ประชุมที่กำลังแตกตื่น รอยยิ้มเหยียดๆของเซนถูกส่งให้กับชายคนนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องการขึ้นเป็นประธานเอง แต่ไม่มีทาง เขาให้สัญญากับเจ้านายที่จากไปไว้แล้วว่าจะดูแลครอบครัวของท่านให้คงอยู่ จะไม่มีใครได้ครอบครองพาลวินนอกจากคุณหนูและคุณนายพาลวินเท่านั้น
"แน่ใจรึไงครับ คุณคงตกข่าวบางอย่างไปละมั้งเนี่ย" สิ้นเสียงทุ้มที่ตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัวห้องประชุมก็เงียบกริบเพื่อรอฟัง หากจะว่าไปแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เช่นเดียวกับกกรมการคนนั้น มีเพียงใบหน้าคมไร้ที่ติที่นั่งอยู่ที่รู้
"ผมกับคุณหนูเคียร่าหมั้นกันแล้ว และอีกไม่นานเราจะแต่งงานกัน" สิ้นเสียงทุ้มๆนั่น ประตูบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับร่างบางระหงผู้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของพาลวิน ขายาวก้าวไปรับร่างเล็กให้มายืนเคียงข้างเขาอย่างไม่เกรงกลัวใคร ดวงตาสีเฮเซลกวาดตามองไปรอบๆอย่างท้าทายแต่กลับฉายแววเป็นห่วงเมื่อมาหยุดตรงใบหน้าหวานที่หลายคนจับจ้อง ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมาราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร มือหนายกขึ้นโชว์แหวนหมั้นที่สวมอยู่บนนิ้วให้คณะกรรมการดูอีกทีเพื่อยยืนยันว่าสิ่งที่ตนพูดไม่ได้กุขึ้น
"ฉันขอยืนยันกับพวกคุณอีกที เรากำลังจะแต่งงานกัน  ฉะนั้น เรื่องความเหมาะสมคงไม่เป็นปัญหามาก" เสียงหวานใสดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน สายตาหลากคู่ที่มองมาสร้างความประหม่าให้กับดวงหน้าสวย แม้จะมีมือหนากอบกุมเอาไว้ แต่เคียร่ากลับกลัวเหลือเกิน 
การจากไปของผู้เป็นพ่อสร้างรอยแผลเหวอะหวะให้กับหัวใจดวงน้อยอย่างไม่อาจรักษาหาย แม้จะมีร่างสูงที่คุ้นตาอย่างเลียมและเซนอยู่ข้างๆตลอดเวลาแต่ความเหงาก็ยังกัดกินหัวใจ และเมื่อผู้เป็นพ่อได้ทิ้งซากบางอย่างไว้ให้ ซากความขัดแย้งบางอย่างที่เคียร่าได้เอาหัวใจไปเดิมพันไว้ ไม่รู้ว่ามันเริ่มได้อย่างไร รู้แต่ว่าสายสัมพันธ์ที่เธอได้เปิดใจสร้างมันร่วมกับคนๆหนึ่งที่กำลังจะถุกถักทอถูกดงให้ขาดสะบั้นหลังจากประมุขของทอมลินสันถูกลอบทำร้าย ดวงตาสีฟ้าเทาที่เหลือบมองมาด้วยแววตาหยั่งลกในครั้งสุดท้ายที่เจอกันยังคงติดตามาจนถึงวันนี้ ไม่มีอีกแล้วร่างสูงกับกลิ่นหอมชวนหลงไหลจากแผ่นหลังกว้าง ไม่มีทางได้เจอกันอีกแล้ว เสส้นขนานได้ถูกสร้างข้นมาอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยต้องการ แต่คำว่าคุณหนูของพาลวินก็ผลักให้ร่างบางต้องเดินไปตามทางที่วางอยู่ ไม่สามารถเดินกลับไปเพื่อพบเจอกับคนๆนั้นได้อีกแล้ว
"เคียร่า โอเครึเปล่า รออีกแปปนะ เดี๋ยวก็ได้กลับแล้ว" มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นเพื่อถามไถ่เมื่อเห็นว่าร่างบางเงียบไปนาน แม้ว่าจะชวนคุยหรือถามไถ่อะไรก็ไม่ตอบกลับมา เคียร่ารีบยิ้มกลับไปให้หน้าคมที่จ้องมาอย่างเป็นห่วง รอยยิ้มของคนตรงหน้าช่วยให้เจ้าของตาสีเฮเซลโล่งใจขึ้นอีกนิด มือหนากุมมือเล็กแน่นขึ้นพลางทนฟังการประชุมให้ดำเนินต่อไป
"ขอบคุณที่เข้าประชุมครับ" เสียงทุ้มๆดังขึ้นอย่างมีอำนาจพอตัว เป็นการบอกลาผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน  ดวงตาสีเฮเซลกระพริบตาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าสามารถทำหน้าที่ของตนได้สำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น ปลายตาหันไปมองใบหน้าสวยสดที่จ้องมาทางเขาแล้วยกนิ้วแสดงเครื่องหมายเยี่ยมมา เซนหัวเราะให้กับท่าทางของคนตัวเล็กที่เริ่มจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม พลางคิดถึงคำตอบรับเมื่อเขาขอร่างเล็กหมั้น แม้รู้ว่าเป็นเพราะสถานการณ์บังคับส่วนหน่งที่ทำให้ริมฝีปากสวยตัดสินใจเอ่ยตกลงกับคำของเขาแต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่จะได้แต่งงานกับคนที่เป็นเจ้าของหัวใจเขา
"ขอรางวัลได้มั้ย" เสียงทุ้มๆพร้อมกับมือแกร่งของเซนโอบเอวบางๆของร่างเล็กเข้ามาใกล้ แล้วค่อยๆประกบริมฝีปากหยักสวยลงไปทาบทับริมฝีปากสีแดงระเรื่อของคนตรงหน้าที่เปิดทางให้เขาจูบโดยง่าย รสจูบแสนหวานที่เซนได้รับมันเท่าที่เขาต้องการแต่กลับไม่เคยเพียงพอกับคนที่หลงใหลมันอย่างเขา ร่างเล็กเงยหน้าให้ผู้เป้นคู่หมั้นตักตวงความหวานอย่างพอใจ ดวงตาคู่สวยหลับตาลงอย่างช้าๆ ปล่อยให้หัวใจรับความอบอุ่นจากคนตรงหน้า เพียงหวังว่ามันจะเข้ามาทำลายเกราะความทรงจำอันเป็นน้ำแข็งในใจได้ ความทรงจำจากเจ้าของตาสีฟ้าเทาที่ตกผลึกเป้นก้อนน้ำแข็ง รอให้ความร้อนเข้ามาหลอมละลาย ซักวันหนึ่งความอบอุ่นของเซนจะทำลายมันได้ เจ้าของตาสีฟ้าประกายเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้น แต่หากว่าได้ลืมตามาเจอกับร่างสูงที่โดดเด่นอยู่กลางเหล่าผู้บริหารที่เดินออกจากห้องคงจะเปลี่ยนความคิด ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มออกมา ดวงตาทรงอำนาจฉายแววสมเพชให้กับร่างของคนสองคนที่กำลังจูบกันอยู่ในมุมห้อง ยิ่งเห็นว่าร่างเล็กเต็มใจให้ร่างสูงตักตวงความหวานจากริมฝีปากตัวเอง มือแกร่งก็ยิ่งกำเข้าหากันแน่นขึ้น ไม่ว่าใจจะพยายามหาข้อแก้ตัวให้กับคนตรงหน้ายังไงก็ถูกลบล้างไป จนมันตกตะกอนเป็นเพียงความโกรธและความแค้นจากการถูกหักหลัง
"มีความสุขกันให้มากๆนะ มีความสุขให้พอจนถึงวันแต่งงาน"



"คุณหนูหันหน้ามาทางซ้ายอีกนิดนึงคะ จะเสร็จแล้ว" เสียงช่างแต่งหน้าหลายคนเรียกให้คุณหนูคนสวยผู้กุมตำแหน่งเจ้าสาวของวันนี้ให้หันไปทางตนเพื่อเติมแต่งเครื่องสำอาง  เพื่อเนรมิตรนางฟ้าให้กลายเป็นนางฟ้าที่สวยงามที่สุด ชุดสีขาวสะอาดตาสยายไปทั่วรถสูโบสถ์ที่เป็นสถานที่แต่งงาน ร่างบางหันซ้ายขวาตามที่ถูกบอกให้ทำอย่างไม่อิดออด แม้จะยังยิ้มได้ไม่กว้างเท่าเดิม แต่เธอก็จะพยายามยิ้มออกมาให้ได้มากที่สุด
"คุณมาลิคนี่โชคดีจังนะคะ คุณหนูสวยขนาดนี้ คงหนีไปไหนไม่รอด" เคียร่าเพียงยิ้มตอบกลับให้กับคำชมที่ได้รับ ดวงตาสีฟ้าอ่อนเหม่อมองออกไปทางนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีครามมีแสงแดดสาดส่องราวกับว่าอวยพรให้เธอในวันสำคัญ แสงแดดที่เธอชอบให้สาดส่องออกมา เพราะแสงแดดช่วยทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน แตกต่างกับความมืดที่คอยกัดกินหัวใจและบดบังจนอาจหลงผิดไป

เอี๊ยดดดดด

เสียงล้อรถคันหรูกระทบกับถนนด้วยการหยุดความเร็วลงอย่างกระทันหันสร้างแรงผลักไปยังร่างที่อยู่ในรถ โดยเฉพาะร่างบอบบางที่นั่งอยู่ในชุดเดรสยาวสยายทั่วรถ ดวงตาตื่นตระหนกของคนขับรถยิ่งขยายกว้างเมื่อการ์ดสามคนที่นั่งรถมาด้วยกันค่อยๆล้มลงไปกับพื้นทั้งๆที่เขายังไม่เห็นใครหรืออาวุธอันใดออกมาจากรถคุ่กรณีที่ปาดหน้า ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวขาลงมาจากรถสีดำคันนั้นช้าๆ ช่วงขายาวก้าวลงมาเต็มความสูงพร้อมกับชุดสูทสีดำสนิทตัดกับผิวสีขาวประกาย ช่างแต่งหน้าต่างนิ่งงันเมื่อเห็นใบหน้าราวกับเทพบุตรนั้น แต่กับหัวใจเจ้าสาวที่นั่งอยู่ กลับไม่ได้ตกใจ แต่กลับกลายเป็นชาหนึบไปทั้่วร่าง  ดวงตาสีฟ้าสวยเบิกกว้างข้นอีกเมื่อประตูรถถูกเปิดออกจากแรงของคนข้างนอก แขนเรียวเล็กถูกกระชากอย่างแรงจากคนตัวใหญ่กว่าให้ออกมาจากรถยนต์คันหรู ร่างบางปลิวออกมาตามแรงดึงที่ไม่สนใจว่าเจ้าของแขนจะเจ้บเพียงใด เขาเพียงแต่ดงให้เดินตามที่ต้องการ ไม่มีความปราณี หรือแสงทอประกายในดวงตาสีน้ำเงินเทาคู่นั้นอีกแล้ว
"ปล่อยฉันลูอี คุณจะพาฉันไปไหน" เสียงหวานโอดครวญตามแรงบีบ ไม่มีเสียงตอบกลับจากแผ่นหลังกว้างที่ดูเฉยชา แรงเหวี่ยงจากร่างสูงทำให้ร่างเล็กบนรองเท้าส้นสูงหกล้มลงกับพื้น ไม่มีมือที่จะยื่นมาให้จับเพื่อยืนขึ้น  ดวงตาคมกริบมองมามีแต่ความว่างเปล่าแล้วกระชากตัวร่างเล็กขึ้นไปบนรถแล้วเหวี่ยงประตูปิดไว้ 
"ฝากบอกเจ้าบ่าวด้วย ว่าฉันของตัวเจ้าสาวไปนอนกอดซักคืนสองคืน"  


ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวสีคราวนั่งนิ่งราวกับว่าไม่มีชีวิตจิตใจเมื่อรถเริ่มคลื่นที่ออกจากตัวเมืองไปยังจุดหมายที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นที่ใด เช่นเดียวกับเจ้าของดวงตาคมกริบที่นิ่งเงียบราวกับคนข้างๆไม่มีตัวตน หยดน้ำสีใสของคนข้างๆค่อยๆหยดลงกระทบกับชุดแต่งงานสีขาวสะอาดที่เปรอะเปื้อนไปกับฝุ่นของถนนที่ร่างบางล้มลงไปตามแรงผลัก ตอนนี้ทุกคนคงตามหาเธอกันทั่ว โดยเฉพาะเจ้าของตาสีเฮเซลคู่นั้น  
"ร้องไห้หาผัวหรอ ห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงคิดถึงขนาดนั้นเชียว" ถ้อยคำเสียดสีที่ออกมาจากปากบางเฉียบบนใบหน้าสลักราวกับไปกระตุ้นแรงโกรธให้คนตัวเล็กที่ถูกกล่าวหา ใครก็ได้ช่วยบอกที ว่านี่เป็นเพียงความฝัน ร่างสูงที่เปลี่ยนไปอย่างไม่เหลือเค้าเดิม บอกเธอทีเถิดว่าลูอี ทอมลินสัน ไม่ใช่เขาคนนี้ ไม่ใช่เขาที่เปลี่ยนไปขนาดนี้
"อย่ามาใช้คำหยาบคายแบบนั้นกับฉัน" เสียงหวานที่นิ่งเรียบจนแทบจะไม่แสดงความกลัวออกมาสร้างความไม่พอใจให้กับคนตัวสูงกว่า ไม่ว่าจะเป้นสายตาตัดพ้อและแสดงความโกรธ ไม่ใช่เขาหรอกหรอที่ต้องโกรธที่ถูกหักหลัง เมื่อไหร่เจ้าของใบหน้าสวยนี่จะยอมรับว่าทำอะไรไว้กับเขา ทำลายหัวใจเขาไปยังไง ทำไมไม่ยอมรับ
"เก็บปากสวยๆนั่นไว้ทำอย่างอื่นดีกว่าเคียร่า คุณไม่มีสิทธิจะมองผมด้วยสายตาแบบนั้น" 
 อาคารสองชั้นขนาดใหญ่เริ่มปรากฎตรงหน้าถนนที่รถเคลื่อนเข้าสู่ ดวงตาสีฟ้าประกายที่เต็มไปด้วยน้ำตาและคราบที่เหือดแห้งมองหน้าคนข้างๆอย่างอ้อนวอนอีกครั้ง อาคารที่ล้อมรอบด้วยป่าสนขนาดใหญ่ ไม่มีแม้ทางออกที่สอง ไม่มีทางหนีออกไป หนีออกจากความืดมิดที่กำลังจะคลืบคลานเข้ามา
"ลงมา" เสียงแหบทุ้มๆเริ่มเพิ่มระดับเสียงเมื่อร่างเล็กในรถคันหรูไม่ยอมขยับจากที่เป็นอยู่ มือหนาเอื้อมไปดงแขนเรียวเล็กอีกครั้งตรงตำแหน่งเดิม จนเสียงร้องด้วยความเจ็บเล็ดลอดออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่ยอมลงมาจากรถ สัมผัสที่ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยนจากเขาช่างน่ารังเกียจสำหรับเธอเหลือเกิน
"เลิกทำตัวอ่อนแอซักที ตรงนี้ไม่มีคนโง่ๆให้คุณหลอกอีกแล้วเคียร่า" มือแกร่งเตรียมจะลากร่างเล็กไปตามทางโดยไม่คิดจะดึงตัวขึ้น ถ้าไม่ปัญญาลุกขึ้น ก็ปล่อยให้ตัวไถลไปกับพื้นนั่นแหละ 
"เลว นายก็ฆ่าพ่อฉันไปแล้ว จะเอาอะไรอีก" เสียงเถียงจากร่างที่แทบไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองสร้างแรงโทสะให้กับคนตัวสูงจนดวงตาคมกริบหันมาอย่างเอาเรื่อง ภาพบิดานอนจมกองเลือดต่อหน้าเขาและไม่มีโอกาสจะได้ร่างนั้นกลับมาอีกฉายวนซ้ำๆในหัว ความคิดที่แค่จะพาร่างบอบบางนี้ไปขังเพื่อทรมานก็แปรเปลี่ยนไป 
"ตัวมันไม่อยู่ แต่วิญญาณมันคงอยู่แถวนี้ไง วิญญาณมันคงกรีดร้องไม่หยุดถ้าเห็นว่าลูกสาวคนสวยโดนข่มขืน" สิ้นเสียงประกาศกร้าวจากร่างสูง ใบหน้าหวานแสดงความตระหนกกับประโยคที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากคนตรงหน้า ร่างบางถูกดึงจนลอยขึ้นสูงตามแรง เซนเข้ามาในอ้อมกอดของคนดึง เท้าหลุดลอยจากพื้นเพราะถูกร่างสูงยกขึ้นพาดบ่าตรงดิ่งไปยังห้องนอนใหญ่ของบ้านกลางป่าหลังนี้ ราวกับว่าฟ้าดินกลั่นแกล้งเมื่อจู่ๆฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงกรีดร้องและโวยวายถูกกลืนหายไปกับเสียงพายุด้านนอก แรงกระแทกจากเตียงขนาดใหญ่ทำเอาร่างบางเจ็บระบมไปทั่วตัว ทำได้เพียงถอยไปจนสุดขอบเตียงเมื่อร่างสูงขยับเข้าใกล้จนตาสีฟ้าเทาแสดงออกถึงแรงแค้นที่มี กลัว กลัวเหลือเกิน
"ไม่ต้องกลัวหรอก มีผัวเพิ่มอีกคนจะเป็นไรไป"


ใครอยากอ่าน nc ตามลิ้งค์ไปเลยนะคะ ลงในนี้คงไม่ได้


#Talk 
และแล้วก็เป็นอีกครั้งที่แสดงความจิตของคนเขียนออกมา 55555  ฟิคควรเปลี่ยนชื่อเป็นฟิคบาปกรรมแห่งชีวิตมั้ย ตามไปอ่านเอ็นซีแล้วกลับมาคุยกะเค้าก่อนนะ ขอความเห็นด้วยเพราะเราพึ่งแต่ง nc ครั้งแรก อาจจะแปลกๆไปบ้าง แต่งไปงงไปประมาณนั้น หรือใครอยากด่า ไม่ใช่สิ อยากรู้จักหรือเมาท์มอย @Kamon_aong ในทวิตเตอร์ได้น้าาาาาา







นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #28 mild (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 16:05
    เซนล่ะไรต์ โห้วววไรต์ใจร้ายมากกกกอ่ะ

    สรุปเรื่องนี้เฮียเป็นพระเอก ก็คิดว่าจะเป็นเซนสะอีก

    งอนไรต์ไปเเล้ว ฮือออออ
    #28
    6
    • #28-5 mild (จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2559 / 22:38
      เเอดไม่ได้อ่ะ ไรต์
      #28-5
    • #28-6 1Dcommon(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2559 / 22:43
      งั้นเอาของเรามา เดี๋ยวแอดไปเองง
      #28-6
  2. #26 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 14:11
    ไรต์ทำไมเป็นคนแบบนี้!! ใจร้ายกับนางเอกมาก ฮือออ สงสาร ลูอีก็ร้ายเหลือเกิน เซนจะรู้สึกยังไงล่ะทีนี้😭😭😭
    #26
    1
    • #26-1 1Dcommon(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2559 / 17:26
      ไรต์ผิดไปแล้ว ไรต์สัญญาจะเก็บข้าวเก็บของไปอยู่กับเลียม เอ๊ะ เกี่ยวมั้ย 55555 รออ่านตอนหน้าน้าาา เดี๋ยวเซนโผล่มาแน่ 555
      #26-1
  3. #25 CRANWMEELVASD (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:13


    ='= ใช่ซี๊ๆๆๆๆๆๆ! เซนของหนูฮืออออToTสงสารรรรแต่ไม่เป็นไรเซนจะได้กลับมาเป็นของเราเหมือนเดิม(ถุ้ยยไม่ใช่และ555)
      พี่ลูนางก็โหดไปนะบางที   ถถถ...โถถังนางเอกของเราก็น่าสงสารรรรเราสงสารนางจริงจริ๊ง555
    ปล.อ่านตอนนี้รู้เลยไรท์เป็นคนยังไง5555

    #25
    1
    • #25-1 1Dcommon(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2559 / 17:10
      แกรร ไม่ใช่นิสัยไรต์จริ๊งๆ ทำเสียงสูง 5555 สงครามไม่จบอย่าพ่งนับศพคนนกนะจ๊ะ สปอยเบาๆจากไรต์เตอร์ 555
      #25-1
  4. #24 ไนออลติ่งวันดี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 11:30
    อื้อหือออ nc ก็มา ทีมลูอีโบกธงให้เฮียขังเคียไว้เลย ห้ามออกมา สงสารเซนคะ จะยอมเป็นเจ้าสาวแทนละกัน 5555
    #24
    1
    • #24-1 1Dcommon(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2559 / 11:34
      อะไรคะ ที่แต่งแบบนี้เพราะไรต์นี่แหละจะสวมรอยเป็นเจ้าสาวแทน ต่อแถวเลย 565
      #24-1