เกิดใหม่เป็นองค์ชายในนิยายเล่มโปรด (Yaoi,ฮาเร็ม)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 ความจริงและความซวยกำลังมาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    7 เม.ย. 62

ตอนที่ 8

ความจริงและความซวยกำลังมาเยือน



       หลังจากที่ฮานึลถูกพาตัวกลับเข้ามาในตำหนักของตนเอง รอไม่นานก็มีหมอหลวงมาตรวจและทำการรักษาร่างที่นอนสลบไสลและใบหน้าซีดเพราะเสียเลือดไปมาก ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของขันทีจงที่ดังลั่นตำหนักตั้งแต่หมอหลวงมาจนหมอหลวงกลับไปจึงได้หยุดร้องในที่สุด


"ฮึก...องค์ชายของกระหม่อมต้องไม่เป็นอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงพูดพลางสะอึกสะอื้นยืนปาดน้ำตาป้อยๆอยู่มุมห้อง


"เจ้าเลิกร้องไห้เสียที หมอหลวงก็บอกแล้วไงว่าอย่างเร็วที่สุดพรุ่งนี้ก็คงฟื้น" ฮยอนอินว่า


"ก็กระหม่อมเป็นห่วงองค์ชายนี่พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงว่าก่อนจะหยุดร้องไห้


"เอาล่ะ มาดูแลองค์ชายของเจ้ากลางดึกเขาอาจตัวร้อน ข้าคงต้องขอตัวไปจัดการนักฆ่าคนนั้นก่อน..." 


"พ่ะย่ะค่ะ"


เมื่อเดินออกมาจากตำหนักของฮานึลแล้วฮยอนอินก็รีบเดินตรงไปยังคุกหลวงที่คุมขังนักฆ่าอย่างจุนซาเอาไว้ทันที เขาเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องขังใต้ดินพลางกอดอกมองอีกฝ่ายที่ถูกโซ่ตรึงแขนทั้งสองข้างไว้  เลือดจากแผลที่เเขนก็ไหลหยดลงพื้นจนส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปหมด


"องค์ชายทรงเป็นอย่างไรบ้าง"จุนซาถามออกมาเมื่อเห็นว่าใครที่ยืนอยู่ตรงหน้านอกห้องขัง


"เขาเสียเลือดไปมากและบาดเจ็บก็เพราะเจ้า...ทำไมฮานึลถึงต้องเอาตัวไปบังให้เจ้าด้วยกัน!!"ฮยอนอินพูดออกมาเสียงดัง


"ข้าเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าทำไมองค์ชายจึงทำแบบนั้น" จุนซาตอบกลับมา


"พอโดนจับได้คำพูดของเจ้าก็เปลี่ยนเลยสินะ จากกระหม่อมก็แทนตัวเองว่าข้า หึ ทำไมเขาจึงต้องปกป้องเจ้ากัน.."


"ก็นะข้าไม่ได้มีความเคารพให้ท่านตั้งแต่เเรก ข้าอยากพูดมานานแล้ว ที่องค์ชายทำคงเพราะไม่รู้ว่าข้าคือนักฆ่า..."


"ฮานึลรู้ว่าเจ้าเป็นนักฆ่าตั้งแต่วันแรกที่เจ้าเข้ามาที่นี่ แต่ก็ยังเลือกที่จะปกป้องเจ้า ข้าไม่เข้าใจเขาจริงๆทำไมจึงเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องนักฆ่าเช่นเจ้า"


"องค์ชายฮานึลรู้ว่าข้าเป็นนักฆ่าตั้งแต่แรกงั้นหรอ..." จุนซาพึมพำออกมาเสียงเบาพลางคิดอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อองค์ชายฮานึลรู้ว่าเขาเป็นนักฆ่าตั้งแต่เเรก ทำไมถึงยังเลือกเขาให้มาเป็นองค์รักษ์ส่วนตัวอีกกัน อีกทั้งยังช่วยเอาตัวมาบังจนตนเองบาดเจ็บหนัก ท่านเป็นคนอย่างไรกันแน่องค์ชาย...


"ข้าจะรอฮานึลฟื้นและค่อยมาสอบสวนเจ้าใหม่ เขาคงมีเหตุผลที่ทำแบบนั้น" ฮยอนอินว่าก่อนจะเดินออกมา ทิ้งให้จุนซาที่บาดเจ็บเช่นกันถูกห้อยไว้อยู่อย่างนั้นไม่ได้รับการรักษาแต่อย่างใด


วันต่อมา


ฮานึลที่ไข้ขึ้นทั้งคืนเริ่มขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงครางออกมาเบาๆเพราะเเผลที่หน้าท้องที่ขยับเพียงนิดเดียวก็เจ็บจนเหมือนโดนแทงซ้ำ


"นะ น้ำ" เขาพูดเสียงเบา แต่ขันทีจงที้อยู่ข้างๆก็ได้ยินและหยิบมาป้อนให้ 


ฮานึลกินน้ำทั้งๆที่หลับตาอยู่ พลางลืมตาขึ้นมาเมื่อถูกผ้าที่ชุดน้ำเย็นๆมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้โดยฝีมือขันทีคนสนิทอย่างขันทีจงที่พอเห็นว่าเขาฟื้นแล้วก็เริ่มทำน้ำตาปริ่มๆอีกรอบ


"พอแล้ว เจ้าเช็ดข้าจนหนาวสั่นแล้วนะขันทีจง'' ฮานึลว่า


"ทรงเจ็บแผลมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"


"เจ็บสิถามได้ อูยยย" ฮานึลว่าพลางร้องโอดโอยเมื่อพยายามลุกขึ้นนั่ง


"ถ้าเจ็บแล้วทำไมถึงได้วิ่งเอาตัวไปรับดาบแทนจุนซาล่ะพ่ะย่ะค่ะ เขาเป็นนักฆ่านะองค์ชาย" ขันทีจงถามอย่างไม่เข้าใจ


"ข้าวืดต่างหากเล่า จริงสิ!! แล้วตอนนี้จุนซาอยู่ไหนแล้ว ไม่ใช่ว่าโดนเสด็จพี่ฆ่าทิ้งแล้วนะ ถ้าเป็นแบบนั้นที่ข้าวืดไปก็เสียเปล่าน่ะสิ มันเจ็บมากเลยนะ!!" ฮานึลโวยวายเสียงดังและพยายามลุกขึ้นยืน เดือดร้อนขันทีจงคนแก่ที่ต้องช่วยพยุงให้ลุกขึ้นได้ง่ายๆและไม่กระทบแผลที่ท้อง ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมออกมาให้เขาใส่


"กระหม่อมได้ยินว่าเขาอยู่ที่คุกหลวงใต้ดินพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"


"งั้นไปกัน...อึก" ฮานึลว่า และเพราะรีบเดินทำให้เจ็บแผลที่ท้องจนต้องหยุดพูด


"ท่านพึ่งจะฟื้นนะองค์ชาย แผลนี่ก็ยังสดอยู่หมอหลวงบอกว่าไม่ควรขยับมากนะพ่ะย่ะค่ะ แต่นี่ท่านลุกเดินแบบนี้ หมอหลวงคงกุมขมับ..."ขันทีจงรีบเอ่ยท้วง


"รีบไปเถอะ ข้ากลัวว่าเสด็จพี่ฮยอนอินจะฆ่าเขา"ฮานึลว่าและรีบเดินตรงไปที่คุกหลวงใต้ดิน พยายามให้กระทบแผลที่ท้องน้อยที่สุดโดยมีขันทีจงเดินประคองอยู่ข้างๆและบ่นไปตลอดทางจนมาถึงหน้าคุกหลวง


"เข้าไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ท่านต้องได้รับอนุญาตจากองค์รัชทายาทก่อน" ทหารเฝ้ายามหน้าประตูพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าองค์ชายฮานึลทำท่าจะเดินเข้าไปด้านใน


"จะเดินเข้าไปในคุกนี่ยังต้องได้รับอนุญาตอีกหรอเนี่ย!!...ซี๊ด" ฮานึลถามออกมาเสียงดังจนเจ็บแผลที่ท้อง


"องค์ชายท่านอย่าพูดเสียงดังสิพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวเเผลจะฉีกเอาได้" ขันทีจงว่า


"ก็มันน่าหงุดหงิดนี่นา สรุปว่าข้าเข้าไปไม่ได้จริงๆน่ะหรอ"


"หากทหารยามว่าแบบนั้น ก็คงจะเข้าไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย กลับตำหนักก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"


"กว่าจะเดินมาถึงนี่แผลข้าฉีกไปถึงขาแล้วนะ ยังจะให้เดินกลับให้เสียเที่ยวอีก...ข้าจะนั่งรออยู่ตรงนี้นี่แหละ ดูสิว่าจะได้เข้าไปมั้ย" ฮานึลว่าพลางเดินไปนั่งที่โขดหินใกล้ๆ


"องค์ชายยยย กลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ หากอาการทรุดลงจะทำอย่างไร" 


"ไม่..."


"เจ้าพึ่งฟื้นเหตุใดจึงมาที่นี่" ฮยอนอินว่า


"เสด็จพี่" ฮานึลรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหาตนเอง


"อยากจะเข้าไปในนั้นทำไมกัน ในคุกทั้งสกปรกและมีแต่เสียงกรีดร้องของพวกนักโทษ เจ้าไม่ควรเข้าไป" ฮยอนอินว่า


"ข้าแค่อยากจะมาดูองค์รักษ์ของข้า เกรงว่าท่านจะฆ่าเขาเสียก่อน"


"เขาคือนักฆ่าหาใช่องค์รักษ์ไม่ อีกอย่างข้ายังไม่ฆ่าเขาหรอก"


"งั้นข้าขอเข้าไปได้หรือไม่"ฮานึลขอและทำเสียงที่ออดอ้อนที่สุดในชีวิต


"เห้อ...เจ้านี่นะ เเผลก็ยังสดยังจะลุกเดินมานี่อีก ข้าจะพาเข้าไปก็ได้ เห็นแก่ที่ทนเจ็บและเดินมาเอง" ฮยอนอินถอนหายใจก่อนจะยอมตอบตกลง


"ต้องแบบนี้สิ...อูยย เจ็บแฮะ" ฮานึลเผลอร้องกระโดดอย่างดีใจก่อนจะครวญครางด้วยความเจ็บเพราะแผลที่หน้าท้อง


"แต่ก่อนจะเข้าไป...ข้ามีอะไรจะถามเจ้าก่อน" 


"อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ"


"เหตุใดจึงเอาตัวไปรับดาบแทนนักฆ่านั่นกัน ทั้งๆที่รู้ว่าเขาอาจจะฆ่าเจ้าได้ทุกเมื่อ"ฮยอนอินขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ


"เพราะหมอนั่นไม่ใช่คนเลว ที่เขาทำไปเพราะความแค้นเพราะคนหมู่บ้านและครอบครัวถูกฆ่าจนตายหมดและถูกขุนนางนั่นหลอกใช้ใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือของพระราชาและราชวงศ์ เพราะแบบนี้หากเขารู้ว่าพวกขุนนางนั่นหลอกใช้เขาต้องกลับตัวเป็นแน่!!" 


"แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร" ฮยินอินถามอย่างสงสัย


"ข้า...ข้ามีสายไงล่ะ ขนาดท่านยังมีสายเลยข้าเองก็ต้องมีบ้าง เพราะงั้น...จุนซาไม่ใช่คนเลวเขาแค่ถูกคนเลวหลอกใช้ เราจะฆ่าเขาไม่ได้" ฮานึลหาข้ออ้างและบอกออกไป หากบอกว่าเขารู้เพราะอ่านนิยายคงแปลกพิลึก อาจจะโดนหาว่าเป็นบ้าด้วยก็ได้


"ฮานึล เจ้าคิดว่าจะเปลี่ยนความคิดของคนที่จิตใจเต็มไปด้วยความแค้นได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ"


"ข้าจะเปลี่ยนเขาด้วยความจริงและความดี...ได้โปรดให้โอกาสเขาด้วย ในอนาคตเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการโค่นขุนนางโจกอนอูและพรรคพวก"ฮานึลว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"เจ้าคิดว่าจะทำได้งั้นหรือ เอาอะไรมาเป็นประกันว่าวันดีคืนดีเขาจะไม่ลุกขึ้นมาฆ่าเจ้า" 


"เอาหัวข้าเป็นประกัน เมื่อเขารู้ความจริงเขาต้องกลับตัวแน่"


"ก็ได้ แต่เราต้องเข้าไปคุยอะไรกับเขาสักหน่อย ตอนนี้ชินกีคงกำลังสอบสวนอยู่ ไปกันเถอะ..." ฮยอนอินว่าก่อนจะพยุงน้องชายต่างมารดาของตนเองฮานึลเข้าไปด้านในคุกหลวง 


"หัวหน้าราชองค์รักษ์ชินกีน่ะหรือ...ท่านรีบพาข้าไปเลยเสด็จพี่!!" ฮานึลรีบหันไปเร่งฮยอนอินที่ประคองตนเองอยู่ให้พาเข้าไปด้านในโดยเร็ว 


เพราะเท่าที่เขาจำได้ราชองค์รักษ์ชินกีเวลาสืบสวนผู้ร้ายมักจะใช้วิธีโหดๆโดยการทรมานรางกายให้อีกฝ่ายยอมพูดความจริง ตอนนี้จุนซาเองก็อาจจะกำลังถูกกระทำแบบนั้นอยู่ก็ได้


"เสด็จพี่ท่านรีบเดินสิ"


"ข้าเดินเร็วไม่ได้"


"ทำไมเล่า ข้ารีบนะเนี่ยท่านทำให้ข้าช้า"


"ฮานึล ข้าประคองเจ้าเดินอยู่ เจ้าต่างหากที่เดินช้า..."ฮยอนอินเอ่ยออกมาด้วยเสียงเนือยๆ และพยุงฮานึลให้เดินต่อจนมาถึงหน้าห้องขังที่มีจุนซาถูกโซ่ตรึงแขนทั้งสองข้างและมีชินกียืนกอดอกมองอยู่ด้านใน


"อึก...กลิ่นเลือดคลุ้งไปหมด" ฮานึลยกชายเสื้อมาปิดจมูกเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นคาวของเลือดโชยเตะจมูก และดูเหมือนกลิ่นนั่นจะมาจากในห้องขังของจุนซา ฮานึลมองอีกฝ่ายที่ถูกโซ่ตรึงไว้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล จุนซาบาดเจ็บแล้วยังถูกตรึงไว้ทั้งคืนแบบนั้นกลับไม่เเสดงความเจ็บปวดทางสีหน้าแม้แต่น้อยหากเป็นเขาแล้วล่ะก็คงทนไม่ไหวเป็นแน่


"องค์รัชทายาทและองค์ชายเสด็จ!!" ขันทีจงตะโกนออกมาจนดังก้องคุกใต้ดิน


"ไม่รอพูดตอนกลับเลยล่ะ ความรู้สึกเจ้าช้ามาก"ฮานึลว่า


"แหะๆ คนแก่ก็ขี้ลืมแบบนี้แหละพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ขันทีจงว่าพลางหัวเราะแก้เก้อ


"เขาพูดอะไรบ้างหรือยังชินกี"ฮยอนอินถามออกมาเสียงเรียบ


"ไม่ยอมพูดข้อมูลอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย เอาแต่ถามอาการขององค์ชายฮานึลจนข้ารำคาญ อยากจะตัดลิ้นทิ้งซะให้สิ้นเรื่อง" ราชองค์รักษ์ชินกีพูดออกมาอย่างหงุดหงิด พลางบุ้ยหน้าไปทางจุนซาที่กำลังจ้องมาที่ฮานึล


"ท่านยังไม่ตายสินะองค์ชาย..." จุนซาว่า


"ปากนี่นะ คนอุตส่าช่วยเอาไว้แท้ๆเจ็บก็เจ็บ" ฮานึลตอบกลับ


"ท่านไม่จำเป็นต้องช่วยข้า"


"ก็อยากช่วยอ่ะ" ฮานึลเถียงกลับ


"แต่ข้าเป็นนักฆ่า ท่านเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ทำไมถึงยังช่วยเอาตัวมารับดาบแทนข้าอีก หรือคิดอยากจะให้ข้าซึ้งในบุญคุณท่าน" จุนซาว่าพลางยกยิ้มที่มุมปาก


"ที่ข้าช่วยเจ้าเพราะไม่อยากให้เจ้าต้องมาตายทั้งๆที่ยังไม่รู้ความจริงต่างหาก" ฮานึลพูดพลางเดินเข้าไปในห้องขังที่จุนซาอยู่


"ความจริง?" 


"ความจริงที่ว่าเจ้ากำลังเข้าข้างคนผิด ขุนนางโจกอนอูนั้นไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด เขาเป็นคนสั่งให้โจรกลุ่มนั้นปลอมตัวเป็นคนของวังหลวงและอ้างว่าเป็นคำสั่งของพระราชาในการเรียกเก็บผลผลิตของหมู่บ้านเจ้าทุกปีและเป็นคนสั่งฆ่าพวกชาวบ้านบริสุทธิ์" 


"ท่านรู้เรื่องคนในหมู่บ้านข้าได้ยังไง" จุนซาถามออกมาอย่างตกใจ


"ข้ารู้ก็แล้วกัน ขุนนางโจโหดเหี้ยมกว่าที่เจ้ารู้ เขากำลังใช้ความแค้นของคนมาเป็นเครื่องมือในการสังหารราชวงศ์ คนดีที่ไหนจะจ้างนักฆ่าให้ไปฆ่าคนอื่นกันเจ้าคิดดูสิ" ฮานึลอธิบาย


"...."จุนซาเงียบและค่อยๆคิดตาม จริงดังอีกฝ่ายว่าตั้งแต่ตัดสินใจเข้าร่วมกับขุนนางโจแล้ว ความโหดเหี้ยมของชายแก่คนนั้นก็ค่อยๆเผยออกมา หากแต่เขากลับไม่ระคายใจแม้แต่น้อยเพราะความแค้นที่มันบังตาสุมในอกเต็มไปหมดจนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ขุนนางนั่นหลังได้นักฆ่ามาอยู่ในมือสั่งฆ่าคนเป็นผักปลาและอ้างว่าคนเหล่านั้นคือพวกคนเลว หรือเขาจะเข้าคางคนผิดดังที่อีกฝ่ายว่ากัน...


"เจ้ายังไม่ต้องเชื่อข้าตอนนี้ก็ได้ แต่ช่วยถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวและมองรอบๆตัวดูอีกครั้ง ว่าใครกันแน่คือคนเลว" ฮานึลว่า พลางมองใบหน้าที่กำลังครุ่นคิดของคนตรงหน้า


"จะให้กระหน่อมทำอย่างไรกับเขาพ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท" ชินกีถามขึ้นมา


"ข้าให้สิทธิ์นั้นกับฮานึลแล้ว" ฮยอนอินว่า


"ก่อนข้าจะตัดสินใจ ข้าขอถามอะไรท่านก่อนเสด็จพี่..."


"ว่ามาข้าฟังอยู่"


"เรื่องที่ท่านสั่งให้เหล่าองค์รักษ์ดำแดงมาล้อมตำหนักข้าและบุกจับจุนซาเมื่อคืนมีใครรู้รู้ไม่"


"ไม่มี ข้ายังไม่อยากให้พวกนักฆ่าคนอื่นแตกตื่นและรู้แผนของเราจำไม่เอริกเหริกมากนัก" 


"ขนาดไม่อยากให้แตกตื่นยังขนกันมาทั้งหน่วย...อ่า งั้นก็ดีที่ไม่มีใครรู้ว่าเรารู้แล้วว่าจุนซาคือนักฆ่า เพราะงั้นข้าขอให้เขากลับมาเป็นองค์รักษ์ของข้าได้หรือไม่" ฮานึลพึมพำในประโยคแรกก่อนจะเอ่ยบอกสิ่งที่ต้องการออกมา


ทำเอาทุกคนตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่จุนซาเองก็ยังไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายว่าทำไมถึงยังอยากได้นักฆ่ามาไว้ใกล้ตัวนัก


"แต่ข้าเกรงว่า..." ฮยอนอินตั้งท่าจะค้านแต่ก็โดนขัดไว้


"เชื่อข้า เขาจะไม่มีทางฆ่าข้า" ฮานึลว่าอย่างมั่นใจ ทั้งๆที่ก็รู้สึกหวั่นๆอยู่ในใจ


"...."


"ท่านปล่อยเขาได้หรือไม่ ราชองค์รักษ์ชินกี" ฮานึลไม่สนใจสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทุกคนที่อยู่รอบๆแต่กลับหันไปถามชินกีที่ยืนอยู่ในห้องขังด้วยกันแทน 


จุนซาถูกปล่อยตัวและพากลับไปยังตำหนักของฮานึล ก่อนจะได้รับการรักษาบาดแผลจากหมอหลวงคนเดิมที่รักษาเขาเมื่อคืน ซึ่งไว้ใจได้และเก็บความลับได้ดีไม่มีทางไปบอกใครเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอันขาด


"บาดแผลของเขาไม่ได้หนักมากพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย ท่านต่างหากที่น่ากังวล กระหม่อมกำชับขันทีจงไว้แล้วว่าห้ามขยับมากแต่พระองค์ก็ยังลุกเดินจนแผลฉีกต้องพันใหม่แบบนี้..." หมอหลวงว่า


"เอาน่าๆ เขาบอกว่ายิ่งขยับจะหายเป็นปกติเร็วไง" ฮานึลเถียงกลับ


"นั่นไว้ใช้กับคนที่แผลใกล้หายแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่กับองค์ชายคือแผลสดควรระวังให้ดีไม่ควรจะขยับมากเช่นนี้"หมอหลวงว่าพลางส่ายหน้าก่อนจะเดินออกไปเมื่อทำแผลให้ทั้งฮานึลและจุนซาเรียบร้อยแล้ว


"เป็นหมอหลวงที่ขี้บ่นจริงๆเลยนะ" ฮานึลพูดตามหลังไปก่อนจะหันกลับมามองจุนซาที่ค่อยๆใส่เสื้อกลับหลังทำแผลเสร็จ


"เดี๋ยวกระหม่อมจะไปสั่งให้คนเตรียมยาและอาหารเช้ามาให้องค์ชายเสวยนะพ่ะย่ะค่ะ"ขันทีจงว่าและกำลังจะเดินออกไป


"เอามาเผื่อหมอนี่ด้วยล่ะ แล้วก็ขอเสื้อผ้าใหม่ให้ด้วยชุดหนึ่ง เปื้อนเลือดแล้วก็ขาดขนาดนี้ยังจะใส่อีก..." ฮานึลว่า


"พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงรับคำองค์ชายของตนก่อนจะเดินหายออกไป


ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงฮานึลและจุนซาแค่สองคน ต่างคนต่างไม่พูดอะไรจนบรรยากาศภายในห้องอึดอัดและได้ยินเพียงเสียงหายใจของทั้งสองคน แต่ก็เงียบได้ไม่นานเพราะฮานึลนั้นทนบรรยากาศกดดันไม่ไหวจึงเริ่มหาเรื่องชวนอีกฝ่ายพูดคุย


"อ่า...แผลเจ้าเป็นยังไงบ้าง" ฮานึลว่า


"แผลแค่นี้คงไม่ทำให้ข้าตายหรอกองค์ชาย แต่แผลท่านต่างหากที่น่าห่วง..." จุนซาตอบ


"ห่วงข้าด้วยสินะ เเหมๆ เห็นไหมว่าเจ้าก็เป็นคนดี" ฮานึลพูดแหย่อีกฝ่าย


"เห้อ...ข้าถามจริงๆนะ ทำไมท่านถึงช่วยข้า" จุนซาถอนหายใจก่อนจะถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"เพราะเจ้าไม่ใช่คนเลว ในอนาคตจะกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะช่วยประชาชนจากพวกคนเลวเหล่านั้นได้"


"ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าจะเป็นดังว่า" จุนซาถามกลับพลางยกยิ้มที่มุมปาก


"ข้าเชื่อว่าดูคนไม่ผิด...ซี๊ดโอ๊ย ยุงบ้า" ฮานึลว่าก่อนจะเห็นยุงตัวเบ้อเร่อบินผ่านหน้าไป ด้วยความคันไม้คันมือจึงจัดการยกมือขึ้นมาตบเต็มแรงจนทำให้สะเทือนไปถึงแผลที่ท้องและร้องโอดโอยจนจุนซาต้องขยับเข้ามาดูใกล้ๆ


"ท่านนี่ไม่เจียมสังขารตัวเองเลยนะองค์ชาย บาดเจ็บอยู่แท้ๆ" จุนซาขมวดคิ้วยุ่ง พลางเลิกเสื้ออีกฝ่ายขึ้นเพื่อดูว่าแผลฉีกหรือเลือดซึมออกมาหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรก็คลายสีหน้ากังวลลงและดึงเสื้อลงให้อีกฝ่าย


"เเซะเก่งเชียวนะ แล้วเมื่อครู่เจ้าล่วงเกินข้านะแบบนี้ต้องฟ้องเสด็จพี่ อยู่ดีๆมาเปิดเสื้อข้าแบบนี้ได้ยังไง" ฮานึลว่าพลางแกล้งยกมือขึ้นมาปิดเนื้อปิดตัวและทำท่าเหมือนสาวน้อยถูกลวนลาม 


จนจุนซาถึงกับเลิ่กลั่กและใบหน้าเริ่มขึ้นสีเมื่อคิดได้ว่าตนได้ทำแบบนั้นโดยไม่ได้ขออนุญาตอีกฝ่ายจริงๆแต่เพียงแค่ดูแผลให้เท่านั้น


"ว่าไงนะ!! เจ้าล่วงเกินฮานึลงั้นหรอ!!" ฮยอนอินที่พึ่งเดินเข้ามาและได้ยินประโยคเมื่อครู่พอดีตะโกนถามออกอย่างตกใจ จนทั้งสองคนที่อยู่ในห้องเองก็พลอยตกใจไปด้วย


"อะไรนะ!! ใครล่วงเกินบุตรชายข้า!!" เสียงบุคคลที่สี่ผู้มาใหม่อย่างพระราชาวังโซถามออกมาเสียงดังพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าน่ากลัวจนทุกคนขนลุก โดยเฉพาะฮานึลที่รู้สึกถึงลางสังหรแปลกๆ เขาคิดว่ามันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่เพราะตาขวากระตุกยิกๆจนตะคริวจะกินตาอยู่แล้ว...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #133 jkooktaev (@jkooktaev) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 19:57
    น้อนนนน กลายเป็นสาวน้อยไปเลยทีเดียว
    #133
    0
  2. #119 fujikawaisanami (@fujikawaisanami) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 20:03
    บราค่อนสินะ...
    #119
    0
  3. #100 ai26845 (@ai26845) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 02:07
    มาอัพต่อเร็วๆ นะ

    สนุก
    #100
    0
  4. #97 wanisa (@wanisa1a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 17:30

    มาต่อเถิดดดดดไรท์


    Pleaseeeeee~~

    #97
    0
  5. #96 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:00

    กลับมาอ่านอีกรอบ ยังรออยู่นะคะะะ
    #96
    0
  6. #92 อาริน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:45

    ไรต์อย่างทิ้งนะะะะะ

    ฮืออออออ

    เค้ารออยู่~~~~~QwQ

    #92
    0
  7. #91 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 19:00
    โธ่555555

    ไรท์จ๋าาาา~
    #91
    0
  8. #83 อาริน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 19:23

    ฮือออออออออออ

    ไรต์กลับมาเถอะะะะะะะะะะะะะะ

    #83
    0
  9. #82 HimeChan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 16:57

    คัางเติ่งบนยอดหญ้า

    พ่อมาาาาาาาาาาาาา

    #82
    0
  10. #80 panama_para (@panama_para) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 15:38
    ค้างงงรอนะคะอุแงง
    #80
    0
  11. #79 Krone (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 11:53

    ค้างงงงง พอค่อเร็วๆที เด็จพ่อมาาาาาาาา

    #79
    0
  12. #77 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 13:11
    เอิ่มมม พระบิดารายงานตัว555555
    #77
    0
  13. #76 carrot17947 (@carrot17947) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 09:15
    ไม่ใช่ว่าให้แต่งงานกันนะ555
    #76
    0
  14. #74 Lime Cake (@dreamt999) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:43
    รอต่อนะคะไรท์

    ว่าแต่อันสุดท้ายคือไร บังเอิญจิง55
    #74
    0
  15. #73 เรามันแค่เงา (@thaweesakslb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:41
    อืม...ให้มันได้ยังงี้สิ​ ความผิดแรกพึ่ง​คลี่คลาย​ความผิดสองนี้รีบผุดขึ้นตามมาอีก​เฮ้อ~ ชดใช้ด้วยการเป็นสามี--แอ๊ค!!!
    #73
    0
  16. #72 อาริน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:40

    โอ้ยยยยยยย จังหวะนี้คืออะไร 5555555+

    ขอบคุณค่ะไรต์!!! ขอบคุณที่ทำให้เราไม่ค้างคาอยู่บนยอดมะม่วง ขอบคุณค่าาาาาาา ฮือออออออ TwT ได้อ่านเรื่องนี้แล้วคือชุ่มฉ่ำหัวใจมีความสุ้ขมีความสุขขขบบบ


    ปล. เห็นแววคุณพ่อหวงลูก และคุณพี่หวงน้องมาแต่ไกล กร้ากกกกกกกก แค่กๆ

    #72
    0
  17. #71 Mod_tmw (@Mod_tmw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:18

    โอ้ยยยยย.555555555555
    #71
    0
  18. #70 pondbambam (@pondbambam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 17:21
    โอ๊ยยย55ยังงี้ก็ได้หรอ
    #70
    0
  19. #69 cholthicha_2545 (@cholthicha_2545) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:06

    เกลียดความบังเอิญนี้55555
    #69
    0
  20. #68 saigaew (@saigaew) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 15:06

    บังเอ๊ญบังเอิญเนอะ หุหุ สู้ๆนะ รอติดตามตอนต่อไปเน้อ
    #68
    0
  21. #67 WandeeMangsri (@WandeeMangsri) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:53

    รอต่อนะคะ

    #67
    0
  22. #66 TheViper_ (@HongTae_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:36
    ไรท์บรรทัดแรกไรท์ไม่ได้เล่นมุกใช่ปะ กำลังมาเย็น?55555
    #66
    0